RyanTom Jaketom //AU อย่ามาเรียกผมว่าเด็กมีปัญหา

ตอนที่ 2 : Let the หนีออกจากบ้าน begin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 184
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    29 ก.ย. 62


"เควนติน เควนติน"

"...."

"เควนติน!"
เขาสดุ้งโหยงเมื่อผมเริ่มเสียงดังขึ้น ดูเหมือนเควนตินกำลังคุยกับคนไข้คนนึงอยู่ผมรู้อยู่ว่าไม่ควรไปขัดแต่นี่มันเรื่องด่วนจริงๆ

"มีคนไข้เข้าห้องฉุกเฉิน เขาต้องผ่าตัดด่วนไม่มีใครว่างทำแล้ว"

"งั้นเหรอ ฝากคนไข้คนนี้้ที แล้วก็อย่าพึ่งรับคิวต่อไปนะเดี๋ยวถ้ามาพยาบาลว่างเธอจะเข้ามาดูแลต่อเอง"
อาการทุกอย่างที่เควนตินจดไว้ให้เขาส่งมาให้ผม ถึงแม้ผมจะเรียนหมอมาแต่แน่นอนว่าเด็กฝึกงานอย่างผมไม่ได้ถูกไว้ใจให้ดูแลคนไข้ คงทำอะไรไม่ได้มากนอกจากถามอาการคนไข้แล้วก็จดอาการเอาไว้เพื่อรอให้พยาบาลคนนึงว่างมาดูแล ผมต้องขอให้เขาสอนเรื่องนี้หน่อยซะแล้ว ไม่งั้นได้เป็นภาระแน่



"ตอนนี้นายเลิกงานได้แล้วล่ะ"

"แล้วคุณล่ะ?"

"ฉันมีอะไรต้องทำนิดหน่อย"

"คุณจะได้เลิกงานเมื่อไหร่?"

"ไม่รู้สิ อาจจะ4ทุ่มเลย เด็กฝึกงานอย่างนายไม่ต้องอยู่ต่อหรอก"

"ถ้าผมอยากอยู่ช่วยล่ะ คือ...อย่างน้อยคุณก็ช่วยสอนผมจ่ายยาเถอะที่นี่ยุ่งเอามากๆ ผมว่าผมอาจจะช่วยได้บ้างถ้าคุณสอนน่ะ"
คนตัวสูงละสายตาจากคอมพิวเตอร์แล้วหันมาสบตาผมก่อนยิ้มเยาะ

"กระตือรือร้นจังนะ นายได้พักน่ะดีแล้ว"

"ก็คุณให้ผมทำแค่จัดรายงานของคนไข้แล้วก็ทำความสะอาดนิดหน่อยเองนะ"

"ก็คิดว่าลูกคุณหนูอย่างนายน่าจะรักสบายซะอีก"
เขายักไหล่

"....."
เมื่อผมเริ่มทำหน้าไม่สบอารมณ์ เควนตินก็เหมือนจะรู้ว่ากำลังเสียมารยาทกับผมอยู่

"เดาว่านายคงไม่ชอบให้เรียกว่าลูกคุณหนู....นายว่างทุกเสาร์อาทิตย์ใช่ไหม?"

"ใช่..."

"แย่จังนะฉันไม่ว่างช่วงเสาร์อาทิตย์เลย"

"...."
เอาจริงดิ...ใจคอจะมองผมเป็นลูกคุณหนูรักสบายตลอดเลยรึไง? ดูเหมือนหน้าของผมจะพูดแบบนี้กับเขาได้เลยทำให้เควนตินยอมทำอะไรซักอย่างกับเรื่องนี้ ผมไม่ชอบเลยนะที่ต้องมองคนอื่นกำลังยุ่งโดยที่ตัวเองช่วยอะไรไม่ได้

"โอเค งั้นค้างบ้านฉันไหมล่ะ ถ้านายอยากให้ฉันสอนจริงๆหรือจะให้ฉันสอนที่บ้านนายก็ได้"

"งั้นคืนนี้ผมค้างบ้านคุณดีกว่า แล้วก็...เรากลับพร้อมกันไปเลย ว่าไง?"
พูดจบผมก็เอียงคอรอฟังคำตอบจากเขา 

"รีบจัง:)"

"พอดีไม่ชอบให้คนมองว่าเป็น ลูกคุณหนู" 

"ก็ดีนะ"
ผมอยู่ช่วยงานเควนตินจน4ทุ่มแล้วกลับบ้านไปกับเขา ตามที่ตกลงกัน เดาว่าพ่อคงไม่พอใจเท่าไหร่ที่ผมไม่บอกเขาและเขาจะโทรมาหาผมแน่ๆผมถึงได้เปิดโหมดเครื่องบินดักเอาไว้ ทีนี้ก็ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เมื่อถึงบ้านเขาผมก็ได้สังเกตว่าไฟมันเปิดอยู่ 

"คุณอยู่กับลูกเมียเหรอ?"

"ถ้าเป็นลูกเมียก็ดีสิ=_="
เควนตินพูดจบก็เปิดประตูเข้าไปแล้ว ก่อนเขวี้ยงกุญแจใส่ไรอั้นที่นอนอยู่บนโซฟา ซึ่งไรอั้นก็รับได้อย่างแม่นยำแล้ววางมันลงบนโต๊ะกาแฟ นั่นเลือดใช่ไหมน่ะที่กำลังเลอะโซฟาอยู่

"ไม่ยักรู้ว่าพวกคุณอยู่บ้านเดียวกัน"

"ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันหรอก มันงัดบ้านฉันเข้ามา"
ไรอั้นยักไหล่ ดูท่าแล้วจะไม่สำนึก

"ช่วยไม่ได้นี่หว่า ไอ้แฟรนซิสแม่งส่งคนมาล้อมบ้านฉันไว้ และฉันกำลังเจ็บอยู่ด้วยคงไล่มันไม่ไหว"

"หมายความว่าไงที่บอกว่าแกเจ็บอยู่"
ดูเหมือนเควนตินจะไม่ได้สังเกตเลือดที่เลอะโซฟาแบบที่ผมเห็น ไรอั้นจึงลุกขึ้นนั่งก่อนจะถอดแจ็คเก็ตออกเผยให้เห็นรูบนไหล่เขา พระเจ้า...

"พระเจ้า คุณโดนยิง!!"
รูบนไหล่ไรอั้นทำเอาผมแทบหยุดหายใจ เขายังเป็นคนอยู่รึเปล่าเนี้ย!?โดนยิงแต่ก็ยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นได้ยังไงกัน...

"พระเจ้า แกทำเลือดเลอะโซฟาฉัน!!"
ส่วนเควนตินก็ตกใจเหมือนกัน ไม่น่าเป็นเพราะไรอั้นถูกยิง=_= 

"ใช่ ฉันรู้ว่าโซฟานายสวย แต่ทำแผลให้ฉันก่อนดีไหม จะตายละเนี้ย"
คนเป็นหมอกรอกตาไปมาอย่างเหลืออดแล้วหยิบกล่องพยาบาลส่งให้ผม เอาตรงๆผมว่าเควนตินไม่ผิดที่จะเกลียดไรอั้นนะ เพราะถ้าผมมีเพื่อนแบบนี้ผมคงเลิกคบไปนานแล้ว อะไรทำให้หมอฝีมือดียังคงเป็นเพื่อนกับทหารรับจ้างมือสกปรกกัน? ไม่เห็นเข้าใจเลย 
ไรอั้นถอดเสื้อออกเผยให้เห็นแผงอกใหญ่และรอยแผลเป็นมากมาย เชื่อแล้วว่าเคยเป็นทหารและเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงได้รอดจากฝีตีนอริมาได้ขนาดนี้

"ถ้ากระสุนทะลุตัวก็ล้างแผลซะแล้วก็พันได้เลย"
เควนตินพูดจบก็เอาผ้ามาเช็ดเลือดบนโซฟาให้เรียบร้อยส่วนผมเริ่มดูแผลทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และดูเหมือนมันจะทะลุตัวเขาไปแล้ว งั้นก็ทำความสะอาดเลย
เมื่อคิดดังนั้นผมก็ใช้ทิชชู่เปียกทำความสะอาดมือเพื่อไม่ให้แผลมันแย่ลงเพราะเชื้อโรคบนมือผมซะเองก่อนจะชุบสำลีด้วยแอลกอฮอล์ พึ่งได้เห็นแผลโดนยิงครั้งแรกเลย..

"มันต้องแสบแน่ๆ"
ไรอั้นหยุดมือผมไว้ก่อนที่ก้อนสำลีชุบแอลกอฮอล์จะได้สัมผัสกับแผลเขา

"โอเค ผมจะเบามือแล้วกัน...แค่แตะๆรอบแผลเท่านั้นเองไม่ให้แผลมันติดเชื้อน่ะ"
ไรอั้นยิ้มแป้นก่อนจะยอมปล่อยให้ผมทำความสะอาดแผลให้ และผมก็ทำอย่างเบามือที่สุดตามที่พูด ก็อย่างที่เคยพูดไปนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ทำแผลให้คนโดนยิงดังนั้นผมจึงกลัวไปหมดว่าจะทำอะไรผิดไปหรืออาจจะเผลอทำให้แผลมันแย่กว่าเดิม แถมคนที่ควรจะมาทำแผลก็เอาแต่ห่วงโซฟาจังเลย=_=^

"คุณยิ้มอะไร?"
นั่นสิ ไรอั้นนั่งยิ้มมาพักนึงแล้วไหนว่ากลัวเจ็บ

"ก็แบบว่า...ไม่ได้โดนทำแผลอย่างอ่อนโยนมานานแล้ว :)"
เขายักไหล่

"ทำไม เควนตินไม่อ่อนโยนเหรอ?"

"ระหว่างที่มันทำแผลให้ฉัน อารมณ์มันเหมือนฟังเฮฟวี่ เมทัลเลยล่ะ แบบว่า..." พูดจบไรอั้นก็โยกหัวก่อนจะหัวเราะทำเอาผมยิ้มตามไปด้วย "ฮะๆๆ"

"ฉันได้ยินทุกคำที่แกพูด"
แน่นอนว่าเควนตินไม่ปลื้มเท่าไหร่ เพราะเขาเป็นคนที่โดนนินทาในระยะเผาขน 
เมื่อพันแผลให้ไรอั้นเสร็จไรอั้นก็ลุกขึ้นแล้วตรงไปที่ตู้เย็นส่วนเควนตินก็ดูจะหัวเสียที่คราบเลือดไม่สามารถออกไปจากโซฟาเขาได้ คุณหมอทำหน้าเอือมๆแล้วเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก

"ถ้ามีเพื่อนแบบเขา เป็นผมจะใช้โซฟาสีแดง"

"หรือไม่ก็เปลี่ยนเพื่อน"
เควนตินประชด ทำเอาไรอั้นที่คุ้ยตู้เย็นอยู่หันมามองหน้ามุ้ย

"ฮะๆๆ"
ผมหัวเราะให้มุกตลกร้ายของเควนตินทำให้เขายิ้มก่อนจะเลิกสนใจคราบเลือดแล้วมานั่งลงข้างๆผม

"โทษทีที่รับแขกไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ชาไหม?"
เขาถาม

"ก็ดี"
เมื่อเควนตินเข้าไปในครัวก็ทำให้ผมได้อยู่คนเดียวในห้องรับแขกบ้านเขาและมีเวลามองไปรอบๆ น่าแปลกใจที่บ้านของเขากลับไม่มีรูปครอบครัวอยู่เลย เขาน่าจะมีภรรยาบ้างสิ อายุก็ดูจะขึ้นเลขสามแล้วแถมอาชีพที่ทำอยู่ก็มีเงินเดือนที่ดีพอจะสร้างครอบครัวได้เลย จากการที่เควนตินซีเรียสเรื่องโซฟาที่เปื้อนเลือด ดูก็รู้ว่าเขาเป็นคนรักความสะอาดมากและเหมาะจะเป็นพ่อบ้านที่เพอร์เฟค

"ได้แล้ว"
แถมยังมารยาทดีด้วย...ทำไมถึงยังไม่มีแฟนกัน? นั่นเป็นสิ่งที่เห็นและสงสัยในตัวเขาเมื่อเควนตินยกชามาให้

"คุณยังไม่มีแฟนเหรอ?"
และผมไม่สงสัยเฉยๆนะครับ ผมถามเลย

"รู้ได้ไง?"

"ผมแค่เดา"
การแกล้งโง่เอาไว้ก็เป็นอะไรที่ไม่เลว 
พ่อเคยสอนผมแบบนั้นและผมมักจะทำบ่อยเวลาเจอคนที่รู้จักกันได้ไม่นาน

"ใช่ ฉันยังไม่มี แค่ไม่มีเวลาสำหรับเรื่องนั้นน่ะ"

"พยาบาลซักคนที่ทำงานด้วยกัน ต้องมาจีบคุณบ้างแหละน่า"

"ฉันหน้าตาดีขนาดนั้นเชียว?"

"ผมว่าตาคุณสวยนะ"
พูดจบผมก็ยกชาขึ้นดื่ม แต่จริง...ดวงตาของเจคเป็นสีฟ้าน้ำทะเลและผมคิดว่ามันสวย คนตรงหน้ายิ้มราวกับประหม่ากับคำชมของผมอยู่ เขาหันไปหยิบเอกสารในกระเป๋าที่จะใช้สอนผมเรื่องการจัดยา

"เริ่มกันเถอะ ฉันจะสอนนายจัดยานะ"




01:45
ไรอั้นหลับไปบนโซฟา ส่วนผมก็ตั้งใจจะลุกไปชงกาแฟอีกแก้วเพื่อไม่ให้ตัวเองหลับแต่เควนตินก็จับมือผมไว้ก่อนจะได้ลุกไปไหน

"ไม่ต้องชงกาแฟเพิ่มหรอก ไปอาบน้ำนอนได้แล้ว เป็นเด็กนอนดึกคงไม่ดี"

"ผมไม่มีชุดเปลี่ยน"

"เดี๋ยวให้ยืม ว่าแต่นายจะนอนเตียงกับฉันหรือนอนโซฟากับไรอั้นล่ะ?"
นั่นสิ โซฟาบ้านเควนตินกว้างมากๆมันพอจะนอนได้สองคนแต่...

"จะเสียมารยาทไหมถ้าผมบอกว่าไม่อยากนอนใกล้ไรอั้น"

"ทำไมล่ะ"

"ตัวเหม็นน่ะ"
เควนตินกลั้นหัวเราะ เขาจะผงกหัวเหมือนว่าเข้าใจก่อนจะพาผมไปห้องนอนเขา คนตัวสูงไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเสื้อสเวตเตอร์กับกางเกงสามส่วนให้พร้อมกับผ้าขนหนู

"ขอบคุณครับ...เลขบัญชีคุณอะไร ไว้ผมจะโอนเงินค่าเสื้อผ้าไปให้"

"นี่อวดรวยรึไง แค่ซักมาคืนก็พอแล้วน่า"
ผมยักไหล่ราวกับจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจอวดรวย แล้วเข้าไปอาบน้ำ ความจริงผมไม่ค่อยจะค้างบ้านคนอื่นเท่า ก็มีตอนไปค้างบ้านเซนดาย่าเพื่อติวก่อนสอบแต่ตอนนั้นผมกับเธอแทบไม่ได้นอนเพราะผมต้องปั้นให้ยัยนั่นเป็นอัจฉริยะข้ามคืน แต่อย่างน้อยยัยนั่นก็สอบผ่านนะ






"ก็ใส่ได้นี่"
มันหลวมๆหน่อยเพราะเควนตินตัวใหญ่กว่าผมมากแต่ก็พอจะใส่ได้แหละ ผมทิ้งตัวนอนข้างๆเขาพร้อมปิดไฟให้เรียบร้อย และเยี่ยมเลย รู้จักอาการนี้ไหมที่ไปนอนที่อื่นที่ไม่ใช่ในห้องนอนตัวเองแล้วจะนอนไม่หลับน่ะ ผมเป็นครับ=_=^

"...."

"ถามไรอย่างได้ไหม?"
เควนตินพูดขึ้นมาในความมืด 

"ว่ามาสิ"

"ในสื่อบอกว่านายเป็นคนประดิษฐ์ปืนยาสลบให้กับตำรวจ จริงเหรอ?"

"คุณคิดว่าจริงไหมล่ะ?"
มันเป็นความจริงครับ...ผมแอบประดิษฐ์มันขึ้นมาในแลปแต่พ่อรู้พ่อเลยโกรธที่ผมประดิษฐ์ของอันตรายขึ้นมา  ความจริงมันก็ไม่ได้อันตรายหรอกแต่สารGR13ที่ผมใช้ผลิตกระสุนมันสามารถฆ่าคนได้เลยถ้าเข้าสู่เส้นเลือดในปริมาณที่มากเกินไป สรุปง่ายๆ ยิงนัดแรกสลบ แต่ถ้าสลบแล้วยิงนัดที่สองซ้ำใส่จะตายทันที 
พ่อให้เครดิตผมนะที่ผมสร้างมันขึ้นมาและทำให้มันเป็นประโยชน์ต่อตำรวจได้ แต่เขาไม่อนุญาตให้แตะสารนั่นอีกเพราะกลัวว่ามันจะเป็นอันตรายกับผม ซึ่งมันก็มีโอกาสเป็นอันตรายจริงๆเพราะไอระเหยจากGR13ถ้าสูดเข้าไปมากๆมีโอกาสที่จะเสพติดและถึงตายได้(สารสมมุติไม่มีอยู่จริง)

"ไม่จริงอะ นายยังจัดยาไม่เป็นด้วยซ้ำ"

"นั่นสิ ผมจะไปทำของแบบนั้นได้ไง พ่อก็แค่กุเรื่องเพื่อเอาหน้าเฉยๆแหละ"
อย่างที่ผมบอกครับ การแกล้งโง่ไว้ก่อนกับคนที่ยังไม่รู้จักกันก็อาจจะมีประโยชน์ในภายหลัง แต่ที่จัดยาไม่เป็นเพราะผมยังไม่มีประสบการณ์ด้านหมอมาก่อนเท่านั้นเอง 
ทำไมเควนตินถึงคิดว่าการที่ผมสามารถประดิษฐ์อาวุธที่ใช้ฆ่าคนได้แล้วจะสามารถจัดยาเป็น?? งั้นคนผลิตอาวุธก็ไปเป็นหมอกันหมดแล้วสิ=_=^ โง่ชะมัด
จะว่าไปผมยังไม่เคยประดิษฐ์อะไรที่ช่วยคนมาก่อนเลย ตอนนี้ก็พยายามจะประดิษฐ์เครื่องตรวจชีพจรระยะไกลอยู่ บางทีมันอาจจะช่วยโรงพยาบาลได้ ผมยังทำมันไม่สำเร็จแต่ก็ใกล้แล้วล่ะ

"แล้ว...นอนไม่ได้เพราะแปลกที่เหรอ?"

"ใช่...แต่เดียวก็หลับไปเองนั่นแหละ"

"จะว่าไป นายก็ดูไม่เหมือนลูกคุณหนูอย่างที่ฉันคิดไว้นะ"

"ลูกคุณหนูต้องเป็นยังไงสำหรับคุณ"

"ทำอะไรไม่เป็น กลัวไปซะทุกอย่าง ฉันคิดว่าถ้านายเห็นแผลไอ้ไรอั้นจะทำให้นายเป็นลมไปซะอีก"

ผมยกยิ้มแล้วหลับตาตัวเองลงเพราะเริ่มง่วงขึ้นมาแล้ว
"หึ คุณรู้จักผมน้อยไปแล้ว...ฝันดีเควนติน..."

"ฝันดีไอ้หนู"
ผมรู้สึกได้ว่าเควนตินกำลังขยับตัวลุกขึ้นนั่งเพื่อดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวผมเอาไว้ก่อนที่เขาจะนอนลงไป ถือว่าใจดีกับผมมากเลยนะสำหรับคนที่พึ่งรู้จักกันได้ไม่นาน 
แต่สำหรับผมแล้วเขาน่าสงสัยเกินจะเชื่อใจแม้ว่าจะดูใจดีก็ตาม 
1 ทั้งบ้านไม่มีรูปครอบครัวหรือรูปของตัวเองติดอยู่เลย อันนี้ผมอาจจะสงสัยเกินเหตุ 
บางทีเขาอาจจะแค่ไม่ชอบถ่ายรูปเฉยๆก็ได้ แต่ว่าเควนตินเป็นคนที่หน้าตาดีพอตัว พ่อแม่เขาน่าจะถ่ายรูปบ้างสิหรือว่าเขาเป็นเด็กกำพร้าแบบผม?
2 อายุขนาดนี้แต่กลับไม่มีภรรยา อย่างที่ผมบอกเควนตินดูไม่เหมือนชายโสดทั่วไปที่บ้านควรจะซกมกแต่เขากลับดูเป็นพ่อบ้านที่เพียบพร้อมมากๆ แถมยังหน้าตาดีอีกเขาต้องมีแฟนบ้างแหละแต่เขากลับไม่มี มันเลยน่าสงสัย
3 เหตุผลที่เขายังคบไรอั้นเป็นเพื่อนทั้งๆที่ การเป็นเพื่อนกับไรอั้นมีข้อเสียมากกว่าข้อดี อันนี้หนักเลย และผมไม่สงสัยเฉยๆแน่








07:23
"หายไปไหนมาทั้งคืน"
ก็ไม่มีอะไรใหม่ โดนพ่อบ่น...อีกจนได้

"ไม่รู้สิ ผมอาจจะแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศห้องนอนบ้างก็เท่านั้น"

"แกเปิดโหมดเครื่องบิน เพราะแกไม่อยากให้พ่อแกะรอยจากโทรศัพท์"

"ใช่ และผมทำสำเร็จซะด้วย"

"ทำแบบนั้นทำไม?"

"ก็พึ่งบอกไปนะว่าไม่อยากให้พ่อรู้"
ผมเดินหนีเขาเพื่อจะไปที่แลป ดีที่พ่อไม่ได้ตามมาวอแวอะไร ผมจะได้จัดการเรื่องที่ผมสงสัยซักที

ในแลปส่วนตัว
"...."
ประวัติของเควนตินเบคที่ผมเจอ ก็มีแค่เรื่องที่เขาฝีมือดีทางด้านการผ่าตัดและเป็นหมอที่ค่อนข้างใจบุญ....เขาบอกว่าเขารู้จักกับไรอั้นตอนที่เป็นหมอในกองทัพนี่ แต่ผมไม่เจอประวัติที่เขาทำงานในกองทัพเลยนะ เขาโกหกเหรอ ไม่น่าใช่นะ....ถ้างั้นเขาจะรู้จักกับไรอั้นได้ยังไงกัน เมื่อผมคว้าน้ำเหลวในการค้นประวัติเควนตินผมจึงหันไปดูประวัติของไรอั้นแทน ซึ่งไรอั้นก็เคยเป็นทหารจริงๆด้วย รบที่เวียดนามนาม ปี xxxx 
เมื่อได้ปีที่ไรอั้นเคยไปรบการค้นหาอะไรก็ง่ายขึ้น...ผมค้นรายชื่อหมอทั้งหมดที่ดูแลทหารที่สงครามเวียดนามในปีนั้นและ ไม่มีคนชื่อของเควนติน เบคอยู่เลย

"หึ..."
แต่เจอคนที่หน้าคลายกันแทน...
เจค จิลเลนฮาล... เขาเป็นผู้ต้องหาที่สังหารภรรยาตัวเอง นึกแล้วเชียว...นี่สินะสาเหตุที่เขายังไม่มีภรรยา และที่ไม่คิดจะมีคนใหม่ก็อาจจะเป็นความรู้สึกผิด 
คดีนี้เป็นคดีเมื่อ2ปีที่แล้วและผู้ต้องหายังคงลอยนวล...

"ปิงโก"
ผมหันไปมองเครื่องตรวจชีพจรระยะไกลที่พึ่งโดนแยกส่วนอีกรอบก่อนจะปืนขึ้นไปบนโต๊ะในห้องแลปเพื่อแงะเพดานเอากระสุนและปืนยาสลบที่ซ้อนไว้ให้พ้นสายตาพ่อออกมา ดูเหมือนผมจะหนีออกจากบ้านอย่างที่อยากทำได้แล้วล่ะ





บ้านเควนติน 10:45
เหมือนวันนี้จะเป็นวันหยุดของเขา...
"เอ่อ...ผมเอาเสื้อมาคืนแล้วก็เอาของตอบแทนมาให้นิดหน่อย"
เควนตินเหลือบมองกระเป๋าเดินทางขนาดเล็กที่อยู่ข้างหลังผม

"นั่นน่ะเหรอ?"

"ใช่ ตอบแทนเรื่องที่สอนผมจัดยาด้วย"

"ไม่เห็นต้องลำบากเลย"

"ก็ให้มันดูเป็นลูกคุณหนู เหมือนที่คุณมองผมไง....เจค จิลเลนฮาล" 

"!!!!"
เควนตินชะงักเล็กน้อยแต่ก่อนที่หมอนี่จะได้ออกปากพูดหรือทำอะไรผมก็ชักปืนออกมาแล้วขึ้นนกให้เรียบร้อยเตรียมยิงยาสลบใส่เขา

"ถอยไป ระยะแค่นี้ผมยิงไม่พลาดหรอก ถ้าพลาดเดี๋ยวผมยิงใหม่ได้" 
เขายกมือขึ้นเหนือหัวแล้วเดินถอยไปตามที่ผมสั่ง 

"นายแจ้งตำรวจเหรอ?"

"ยังหรอก แต่ผมทำแน่ถ้าคุณตุกติก"

"ต้องการอะไร?"

"ที่พัก..."
ผมลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กเข้าไปในบ้านเขาก่อนเปิดมันออก ทำให้เควนตินเห็นเครื่องตรวจชีพจรระยะไกลที่ผมประดิษฐ์ขึ้นมา

"ดูเหมือนเรื่องที่ทำปืนยาสลบให้ตำรวจใช้ก็เป็นความจริงสินะ"

"ก็บอกแล้วว่าคุณรู้จักผมน้อยไป"







#jaketomเยอะจัง พอดีพี่เจคเขาเป็นตัวการสำคัญที่น้องจะหนีออกจากบ้านได้เลยบทเยอะหน่อย ขอบคุณที่ให้ความสนใจกับนิยายเรื่องนี้ค่ะ แต่ตอนต่อไปอาจจะมาช้าหน่อยนะคะเพราะต้องปั่นนิยายอีกเรื่องให้จบ ในตอนนี้หวีดพี่เจคไปก่อนละกัน ส่วนที่น้องทอมบอกว่าพี่เจคตาสวยนี่พูดจริงนะคะ ไม่หลอกให้ตายใจหรืออะไร
ทีม #ryantom รอพี่ไรอั้นอาบน้ำแปปนะ อาจจะช้าหน่อย5555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #7 LookWha1D (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 06:05

    สงสารไรอันแล้วเนี่ย​ โผล่มาทีไรได้แผบทุกที​ กว่าจะจบเรื่องไรอันตัวพรุน​ เลือดออกจะหมดตัวไหม ????

    #7
    1
    • #7-1 ถุงกาวแพรวพราวสดใส(จากตอนที่ 2)
      27 กันยายน 2562 / 09:59
      ไรอั้นเป็ทหารรับจ้างเลยต้องเจ็บตัวบ่อยๆจนพี่แกชินกับมันไปแล้ว ส่วนนึงมากจากที่พี่แกชอบไปกวนตีนอริตัวเองเล่นๆนั่นแหละค่ะ 555
      #7-1
  2. #4 khaofangnoy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 07:20
    ไรท์ต้องรีบมาต่อน้าาา ฮือออ
    #4
    1