RyanTom Jaketom //AU อย่ามาเรียกผมว่าเด็กมีปัญหา

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 253
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    10 ส.ค. 62


"ไปนอนไม่ดีกว่าเหรอ ดึกแล้วนะ"
นั่นสินะผมลืมดูนาฬิกาอีกแล้ว มันไม่บ่อยหรอกที่พ่อจะเข้ามากวนผมในห้องแลปส่วนตัวถ้ามันไม่จำเป็นจริงๆแปลว่าตอนนี้คงตี1ขึ้นแล้ว

"ครับ ผมขออีกนิดนึง"
ผมต่อสายไฟที่ค้างไว้อีกนิดหน่อยแล้วก็เริ่มเปิดเครื่องเพื่อดูการทำงานของเครื่องตรวจชีพจรระยะไกลที่ตั้งใจจะทำขึ้นมา แผ่นวัดชีพจรแปะตรงหน้าอกโดยไร้สายระโยงระยางอย่างที่เครื่องวัดชีพจรทั่วไปมี ทีนีี้ก็รอดูว่ามันจะจับการเต้นของหัวใจผมได้ไหมต่อให้ใช้แค่สัญญาณ
"ไม่ใส่ถุงมือป้องกันอีกแล้ว"

"ผมจำได้ว่าพ่อก็ไม่ใส่"

"อย่าเถียงสิ ไม่มีมารยาท"
พ่อก็เป็นซะแบบนี้

"...."
มันยัังจับชีพจรผมไม่ได้ ชิ! งั้นไว้แก้พรุ่งนี้หลังเลิกเรียนก็แล้วกัน ให้ตายสิ ผมนั่งแก้มันทั้งวันแต่ก็ไม่ได้ผล...คงต้องจับมันแยกส่วนอีกรอบซะแล้ว

"ผิดพลาดอะไรไปเหรอ?"
ผมเอาผ้าคลุมมันไว้ก่อนราวกับไม่อยากให้พ่อเห็นเพราะทุกครั้งที่พ่อเห็นเขาก็มักจะถาม พอถามไม่กี่ประโยคเขาก็รู้ว่าผมคิดจะทำอะไรและทำมันไปทำไม คือผมไม่ได้อยากให้เขารู้ไปซะทุกเรื่องที่เกี่ยวกับผมหรอกนะ

"ผมจะไปนอนแล้ว"

"ทอม ประชดกันรึเปล่าเนี้ย?"

"อะไร พ่อบอกให้ผมไปนอนผมก็กำลังจะไปนี่ไง ยังต้องการอะไรอีก"

"..."
นั่นคงเป็นบทสนทนาที่ไม่ดีนักสำหรับคนเป็นพ่อลูกกัน ผมตรงไปที่ห้องนอนตัวเองก่อนกระโดดลงเตียงและปรบมือสองทีเพื่อปิดไฟ
ความจริงผมกับพ่อเริ่มคุยกันไม่รู้เรื่องตั้งแต่ ผมได้ที่สองในงานประลองปัญญาอะไรซักอย่างนั่นจำได้ว่าตอนนั้นอายุ15 พ่อไม่ได้ว่าอะไรให้ผมแต่สายตาที่เขามอง มันดูออกได้ง่ายๆเลยว่าเขากำลังผิดหวังเพราะผมไม่ได้ฉลาดเท่าอัจฉริยะอย่างRDJ หรือคนที่เลี้ยงผมมา

ยังไงก็ตาม ผมสมัครเป็นเด็กฝึกงานที่โรงพยาบาลอยู่ เริ่มงานวันเสาร์นี้ แน่นอนว่าพ่อไม่รู้
ส่วนผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าถ้าเขารู้เขาจะว่ายังไงแต่คนที่ฉลาดแบบเขาจะพอคิดได้นะว่าทำไมผมรีบทำงานพิเศษทั้งๆที่อยู่ในบ้านมหาเศรษฐี

"...."
ก็หนีออกจากบ้านไง





โรงพยาบาล
ที่นี่แหละ....ทันทีที่มาถึงโรงพยาบาล ก็มีพยาบาลคนนึงที่รอผมอยู่ก่อนแล้วเข้ามานำทางผมไปที่ห้องสัมพาษณ์โดยที่ผมไม่จำเป็นต้องรายงานตัวหรือทำอะไรให้มันมากความ อย่างที่คนทั่วไปควรจะทำแต่ผมไม่ใช่คนทั่วไปนีี่นะ
"ทอม ฮอลแลนด์ใช่ไหม"

"ครับ"
รู้สึกคนที่สัมพาษณ์ผมจะเป็น เควนติน เบค และเขาคือคนที่ผมต้องทำงานเป็นผู้ช่วยให้ เห็นว่าเป็นหมอฝีมือดีพอตัวเลย

"เท่าที่ฉันรู้ นายไม่มีประสบการณ์มาก่อน ใช่ไหม?"

"ครับ เพราะงั้นผมถึงได้มาเป็นเด็กฝึกงานไง"

"ฉันรู้..."คุุณเบคชี้ไปที่หนังสือพิิิมพ์ใกล้ๆมือเขา "ฉันรู้จักนายน่า...ความจริงนายไม่ต้องมาสัมพาษณ์ด้วยซ้ำเพราะดูจากชื่อเสียงนายมันก็..." เขายักไหล่ แต่หน้าของผมตอนนี้เริ่มไม่สบอารมณ์เพราะมีคนทำเหมือนผมเป็นลูกคุณหนูอัจฉริยะอีกแล้ว 
ทำไมน่ะเหรอ? เมื่อทุกคนคาดหวังให้ผมทำได้ซักร้อยนึง แต่ผมทำได้เพียงห้าสิบคนที่คาดหวังก็จะผิดหวังกันทั้งๆที่...ผมไม่ได้ขอให้พวกเขาคาดหวังกับผมแต่แรกเสียหน่อย 

"ยังไงซะเราก็ต้องทำตามขั้นตอนนี่นะ"

"....."
นั่นแหละข้อเสียอย่างนึงของการเป็นลูกบุญธรรมมหาเศรษฐีอย่างRDJ ทุกๆคนรู้จักผม และพวกเขาทุกคนคิดว่าผมเป็นอัจฉริยะแบบพ่อ

"แต่ฉันขอเตือน นี่ไม่ใช่งานที่ลูกคุณหนูอย่างนายจะชอบทำนักหรอกนะ"

"ไว้พูดหลังจากที่ให้ผมลองทำงานเถอะ"
เควนตินเลิกคิ้วพลางยิ้มเยาะให้กับผม

"แล้วนายสะดวกเริ่มงานวันไหน?"

"พรุ่งนี้ และผมตั้งใจจะมาทุกเสาร์อาทิตย์ แปลกนะ...คุณเป็นหมอฝีมือดีไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงต้องการผู้ช่วย?"

"อ่อ นั่นก็เพราะ--"

แอดดดดด~
อยู่ๆผมได้ได้ยินเสียงประตูเปิดออก โดยที่ไม่ได้เคาะก่อนทั้งๆที่นี่เป็นโรงพยาบาลและผมกำลังสัมพาษณ์งาน ถ้าคนที่เปิดไม่มีมารยาท ผมเดาว่าเขาคงมีเรื่องด่วนจริงๆ---

"Holy fuc--"
และดููููเหมือนจะเป็นเรื่องด่วนจริงซะด้วย ภาพตรงหน้าทำเอาผมแทบช็อค ก่อนจะได้พูดคำหยาบคายอะไรผมรีบปิดปากตัวเองเพราะมันติดเป็นนิสัย คนเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะเป็นชายวัยกลางคนกุมแขนตัวเองที่โชกเลือดไว้  เขาพยุงตัวเองมานั่งลงบนโซฟาเงียบๆ พื้นสีขาวสะอาดตาก่อนหน้านี้ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีแดงสด
พระเจ้า...

"ให้ตายสิไรอั้น! ฉันบอกว่าขอวันนี้วันเดียวไง มาทางไหนกลับไปทางนั่นเลยนะ!"
คุณเควนตินชี้ไปทางประตูราวกับไล่เขาออกไป แต่เอาจริงดิ!?

"ทำไมคุณพูดกับเขาแบบนั้นคนกำลังเจ็บนะ!"
ผมพูดจบก็เข้าไปดูอาการของชายวัยกลางคนบนโซฟา เควนตินเป็นหมอจริงรึเปล่า? คนเจ็บอยู่ตรงหน้าเขา แทนที่เขาจะเข้าไปช่วยทำแผลหรืออะไรก็ได้แต่สิ่งที่เควนตินทำกลับเป็นการชี้นิ้วด่าคนเจ็บตรงหน้าอย่างเลือดเย็น นี่มันเรื่องอะไรกัน!?

"ช่วยด้วย...ได้โปรด..."
เขาจับแขนผมด้วยมือที่สั่นเทา พระเจ้า...เลือดเขาไหลเป็นน้ำเลย!

"พาเขาไปห้องฉุกเฉินหน่อยสิ!"
ผมหันไปบอกเควนติน แต่เขากลับยืนกอดอกมองสถานการณ์อันเลวร้ายตรงหน้าด้วยสายตาเอือมๆ ก่อนที่จะทำในสิ่งที่ผมคิดไม่ถึง

เพี้ยะ!
มือหนาฟาดลงบนกระบาลคนเจ็บอย่างไม่ใยดีทำเอาผมอ่าปากค้างก่อนจะได้งงเป็นไก่ตาแตกเพราะบทสนทนาต่อมา

"วันนี้ฉันนัดสัมภาษณ์งานแล้วเราก็ตกลงแล้วว่านายจะไม่บุกโรงบาลวันนี้!"

"โอ้ย! ไอ้หมอนี่มันปีศาจ...ช่วยด้วย...ToT"
เขาจับแขนผมแน่นยิ่งกว่าเดิม

"ไม่เป็นไรนะครับ"
เมื่อพูดจบผมก็หันไม่ไปมองเควนติน ด้วยสายตาที่ค่อนข้าง ผิดหวังนี่น่ะเหรอ...หมอฝีมือดีที่เขาว่า ปีศาจชัดๆ!

"แกหยุดตอแหลเดี๋ยวนี้เลยไรอั้น ไม่งั้นฉันไม่ทำแผลให้แน่"

"เฮ้ยๆ เอาจริงดิ แกไม่อำเด็กมันหน่อยเหรอ?"

"....???"
ห่ะ? จากคนเจ็บอาการปางตายที่กำลังหวาดกลัวจนตัวสั่น ในตอนนี้เขากลับปล่อยแขนผมแล้วหันไปคุยกับเควนตินได้แบบปกติเหมือนไม่เจ็บอะไรเลย เกิดขึ้นได้ยังไง...
เควนตินถอนหายใจแล้วหยิบกล่องพยาบาลให้กับผมก่อนจะเริ่มอธิบายให้ผมหายงง

"นั่นคือไรอั้น เขาเป็นเพื่อนสนิทฉันเอง"

"ไง ไอ้หนู :)"
ไรอั้นโบกมือให้ผม

"ละ...แล้ว...??"
ถึงเขาจะพูดแบบนั้นแต่ผมก็ไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าอยู่ดี มันเรื่องอะไรกัน?

"ไรอั้นเป็นทหารรับจ้าง มันเจ็บตัวบ่อยจนชินแล้วล่ะ ดังนั้นถ้านายเห็นหมอนี่หอบไส้หอบพุงเข้ามาในห้องทำงานฉัน สิ่งที่นายต้องทำก็คือต่อไส้เย็บแผลให้มันแล้วไล่มันไปไกลๆ นั่นแหละสาเหตุที่ฉันอยากได้ผู้ช่วย"

"เห้ย อย่าเรียกฉันว่ามันสิ คุณหมอเควนตินกำลังทำร้ายจิตใจดวงน้อยๆของฉันT^T"
ไรอั้นทำท่าทีนั่งปาดน้ำตาแล้วกอดเอวผมที่ยืนถือกล่องพยาบาลฟังที่เควนตินเล่าราวกับต้องการให้ผมปลอบ

"ทีนี้ว่ายังไงล่ะ คุณหนูยังอยากรับงานนี้อยู่ไหม?"
ผมก้มลงมองไรอั้นซึ่งกอดผมแน่นมาก ก่อนจะค่อยๆดันตัวหมอนี่ออกแล้วถอนหายใจเพราะเลือดมันกำลังเลอะกางเกงผมอยู่ 
แล้วเมื่อกี้เขาเรียกผมว่าคุณหนูเหรอ ตั้งใจจะดูถูกผมว่าเป็นลูกคุณหนูเหยาะแหยะทำอะไรไม่เป็นสินะ

"ผมรับงานนี้ ยังไงซะก็รีบทำแผลให้เขาเถอะ"

"กล่องพยาบาลมันอยู่ในมือนาย เริ่มงานเร็วไปหน่อยแต่ฝากเขาที :)"

"แต่ตกลงไว้ว่าจะเริ่มงานพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ...ไหงงั้นล่ะ ผมยังไม่เคยทำแผลมาก่อนเลยนะ"
ใช่ครับ ผมไม่เคยทำแผลมาก่อน เดี๋ยวก็เผลอฆ่าคนตายหรอก

"ก็จะสอนนี่ไง"

"นี่แกจะให้เขาใช้ฉันเป็นหนูทดลองเหรอ? ไอ้เพื่อนทรยศ"
ไรอั้นพูดแทรกขึ้้้นมา นั่นสิ...แบบนี้ก็เหมือนกับว่าไรอั้นเป็นหนูทดลองในการทำแผลครั้งแรกของผม ซึ่งนั่นคงไม่ดี

"หมอนี่ถูกลอบฆ่าโดยพวกมาเฟียสุดโหดมาเกือบร้อยครั้งแต่ก็ยังรอดมาได้ มันไม่มาตายเพราะเด็กวัย20ช่วยทำแผลให้มัันหรอก"




ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่สำหรับการฝึกทำแผลครั้งแรก ผมว่ามันก็สนุกดีถ้าไม่ดิดว่าไรอั้นเขาพูดมากไปหน่อย 
ยังไงซะผมได้เริ่มงานวันพรุ่งนี้ และถ้าเก็บเงินได้มากพอจะหนีจากพ่อผมก็จะได้เป็นอิสระซะที

"ไปไหนมา"
เห้อ...ผมว่าจะไม่ทักพ่อแล้วนะ ความจริงตั้งใจว่าจะเดินผ่านห้องนั่งเล่นไปเฉยๆแต่ดูเหมือนจะไม่ง่ายขนาดนั้น

"แค่เบื่อบรรยากาศในแลปนิดหน่อย"

"ก็เลยไปทำอย่างอื่น...อยากอธิบายที่กางเกงมีเปื้อนเลือดไหม"

"....ไม่"

"ทอม เมื่อไหร่จะเลิกเป็นแบบนี้ซักที"

"พ่ออยากให้ผมเป็นแบบไหนล่ะ"

"แค่แกแพ้ครั้งเดียว แกล้มก็เลิกทั้งหมดเลยเหรอ แม้แต่งานประกวดที่โรงเรียนง่ายๆแกยังไม่กล้าร่วมเลย"
นี่เขาพูดว่าผมแพ้เหรอ? 

"ต้องได้ที่1เท่านั้นใช่ไหมถึงจะถูกเรียกว่าไม่แพ้สำหรับพ่อ"

"อย่าเถียง!"

"งั้นก็ไม่ต้องมาคุยกับผมสิ ส่วนเรื่องเลือดที่กางเกงถ้าพ่อฉลาดก็น่าจะเดาออกว่าผมไม่ใช่คนที่จะทำอะไรแย่ๆได้ แล้วก็ไม่ต้องห่วงครับพวกปาปารัสซี่ไม่เห็นหรอก"
ผมรีบเดินเข้าห้องแลปไปโดยไม่สบตาเขาเพราะผมอยากจะจัดการเรื่องเครื่องตรวจชีพจรให้เสร็จ ถ้าผมอธิบาย พ่อจะรู้ว่าผมแอบไปทำงานที่โรงบาลและเขารู้แน่ว่าผมคิดจะหนีออกจากบ้าน  เป็นอีกวันที่ผมหลบหน้าเขาโดยการหมกตัวอยู่ในแลป 
เอาล่ะ สิ่งที่ผมต้องมีก็คือช่องทางการเงินและที่ซุกหัวนอนที่เขาคาดไม่ถึงและไม่มีทางตามเจอได้ และเชื่อเถอะผมหาได้แน่



โรงพยาบาล
"นี่เป็นโต๊ะทำงานของนายอยู่ใกล้โต๊ะทำงานฉัน จะได้เรียกใช้ง่ายๆ ถ้าอยากเอาของอะไรมาวางก็ตามสบายแต่อย่ามีกลิ่นนะ"

"ครับ เควนตินแล้วเรื่องไรอั้น"

"....?"

"เขาทำงานเป็นทหารรับจ้าง งานที่เขาทำมันผิดกฏหมายไม่ใช่เหรอ?"

"ใช่...บางทีก็มีคนมาไล่กระทืบเขาถึงที่นี่ แต่ถ้าฉันไม่ช่วยเขา ก็ไม่มีใครช่วยแล้ว...แถมเขาเป็นเพื่อนฉันด้วย เชื่อเถอะหมอนั่นไม่ได้เลวร้ายเท่ากลิ่นตัวมันหรอก"
หมอเป็นเพื่อนกับทหารรับจ้างเนี้ยนะ

"แล้วพวกคุณรู้จักกันได้ยังไง?"

"ถามมากจังนะ"
คนตัวสูงเลิกคิ้วมองผม

"ถ้าคุณอยากให้ผมปิดปากเงียบเรื่องไรอั้น ผมว่าผมควรจะรู้นะอาจจะฟังดูเหมือนขู่ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะขู่นะ ผมแค่อยากรู้จริงๆ"
เควนตินยิ้มราวกับเข้าใจที่ผมจะสื่อ

"หึ ฉันเข้าใจน่า เมื่อก่อนฉันเป็นหมออยู่ในกองทัพ คอยรักษาพวกทหารตอนนั้นแหละที่ได้รู้จักหมอนั่น"
เควนตินวางบัตรแสดงตัวของผมลงบนโต๊ะ มันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องมีถ้าจะทำงานที่นี่และตามด้วยชุดเครื่องแบบที่ปลอดเชื้อกับกุญแจล็อกเกอร์ ผมเอามันเข้าไปเปลี่ยนที่ห้องพนักงานอย่างรู้งานแล้วก็ตั้งใจจะกลับไปหาเควนตินเพื่อทำหน้าที่ผู้ช่วย แต่ก็ดันเปิดประตูมาเจอไรอั้นซะงั้น

"ไง ไอ้หนู"

"ไรอั้น..."

"ดีใจนะที่นายจำฉันได้:)"

"เควนตินบอกว่าคุณจะมาที่นี่เพื่อทำแผล แต่...ตอนนี้คุณไม่มีแผลนี่"

"อ่อ คือว่าเรื่องมันเป็นอย่างงี้นะ..."

"!!!!!"
ไรอั้นดึงร่างผมให้กลับเข้าไปในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วถามขึ้น

"อันไหนล็อคเกอร์นาย?"

"ขวาสุด--เฮ้ย!"
หมอนี่หยิบกุญแจล็อคเกอร์ผมไปอย่างไร้มารยาทก่อนจะไขมันออก แน่นอนว่าผมทำงานวันแรก ก็คงมีของอยู่ในล็อคเกอร์ไม่กี่อย่างอยู่แล้ว ไรอั้นดึงผมเข้าไปกอดแล้วพาเข้าไปอยู่ในล็อคเกอร์พร้อมปิดมันให้เรียบร้อย 

"ทำบ้าอะไ--"

"ชู่ว!"

"...."
ในนี้มันไม่ได้มืดขนาดนั้นทำผมพอจะมองเห็นไรอั้นอยู่บ้าง หน้าของเราห่างกันเพียงคืบเดียวเพราะล็อคเกอร์มันแคบ และไม่นานนักก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามาในห้องรู้สึกเหมือนจะมีอยู่สองคน 

"มันไปไหนแล้ว?"

"ซ้อนในล็อคเกอร์รึเปล่า?"

แกร็กๆ
เสียงเขย่าล็อคเกอร์อันข้างๆดังขึ้นทำเอาผมแอบสะดุ้ง ไรอั้นจึงกอดผมแน่นกว่าเดิมไม่ให้ผมขยับจนมีเสียง และที่แย่ที่สุดคืออะไรรู้ไหม? 
หมอนี่ตัวโคตรเหม็นเลย!!

"เดาว่าทุกอันคงล็อค มันคงแงะล็อคเกอร์เข้าไปซัอนไม่ทันหรอกไปหาที่อื่นเถอะ"
ทันทีที่สิ้นเสียงฝีเท้าเราทั้งคู่ออกมาจากล็อคเกอร์ แล้วเขาจึงคืนกุญแจให้ผม

"ว้าว ตัวนายหอมมาก ขอบคุณที่ช่วย:)"

"คุณอาบน้ำครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่เนี้ย?!"

"เฮ้ย! ลูกคุณหนูแบบนายไม่ได้จ่ายค่าน้ำเองนี่ ฉันแค่อยากประหยัดน้ำเท่านั้น :)"

"...โสโครกเป็นบ้า!"

"ขอบคุณที่ชม ไว้เจอกันนะ :)"
ไรอั้นยักคิ้วให้ผมก่อนจะออกจากห้องไป ให้ตายสิ...ผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคนแบบนี้ถึงโดนไล่กระทืบ :(
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น

  1. #3 khaofangnoy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2562 / 21:36
    ไรท์ต้องรีบๆต่อนะคะ

    ส่วนน้องทอมมมหนูน่าจะปวดประสาทกับพี่ไรอั้นอีกนาน55
    ทีมไรอั้นค่ะ!
    #3
    1
    • #3-1 ถุงกาวแพรวพราวสดใส(จากตอนที่ 1)
      12 สิงหาคม 2562 / 21:44
      อาจจะช้าหน่อยนะคะพอดีเขียนสองเรื่องพร้อมกัน แต่ขอบคุณสำหรับคอมเมนต์เด้อ>\\<
      #3-1
  2. #2 LookWha1D (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 05:09

    ท่าทางชีวิตน้องทอมหลังรู้จัก2หนุ่มนี่แล้วจะไม่มีคำว่าปกติสุขแล้วล่ะ 5555

    พี่ไรอันกวนประสาทดี ว่าแต่พี่อย่าซกมกมากนะคะ เดี๋ยวน้องทอมไม่รัก ???? เชียร์พี่อั้นอยู่ อิอิ

    #2
    1
    • #2-1 ถุงกาวแพรวพราวสดใส(จากตอนที่ 1)
      11 สิงหาคม 2562 / 05:55
      เราให้พี่ไรอั้นอิงนิสัยจากเดดพูลเลย ความซกมกกับจังไรเลยมาเต็ม5555
      #2-1