Hastur x Eli II ดวงตาของผู้หยั่งรู้ [yaoi]

ตอนที่ 12 : อบเชย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    7 ส.ค. 62

แม่งเอ้ย....ความเจ็บปวดที่ช่องทางด้านหลังเป็นอย่างแรกที่ผมรู้สึกเมื่อลืมตาตื่น สงสัยใช่ไหมว่าผมหลับไปตอนไหน ก็ตอนที่มีอะไรกับเขานั้นแหละ  
ใช่ครับ....ฟังไม่ผิดหรอก ผมหลับไปตอนมีเซ็กซ์กับเขา ร่างกายของผมที่เป็นมนุษย์ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของเขาได้ทั้งหมด ผมเลยสลบไปก่อน เริ่มแยกไม่ออกแล้วว่านี่มันเซ็กซ์หรือเขาพยายามจะฆ่าผมให้ตายกันแน่ อีกอย่างอากาศที่นี่หนาวเป็นบ้า! หึ...ก็มันเป็นที่อยู่ของพวกสัตว์เลือดเย็นนี่นะ
ผมแกล้งหายใจสม่ำเสมอเพื่อหลอกว่ากำลังหลับเพราะกลัวว่าเขาอาจจะทำร้ายผมเพิ่มถ้าผมตื่น มันได้ผลนะ แฮสเตอร์แค่กอดผมเอาไว้จากด้านหลัง หนวดเขารัดต้นขาผมไว้ไม่แน่นมากแต่ก็อดไม่ได้ที่จะขยะแขยงในสิ่งที่เขาพึ่งทำ เขามีอะไรกับผมต่อหน้าเอวา....เวร แม้เธอจะเป็นวิญญาณแต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ผมก็ไม่ยากให้เธอรู้เรื่องผมกับแฮส
"...!!"
บัดซบเอ้ย! ผมเผลอสะดุ้งเมื่อลิ้นยาวๆของหมอนี่ลากจากแผ่นหลังเนียนขึ้นไปบนหัวไหล่ ขนลุกชะมัด!!
"ตื่นอยู่เหรอ?"
"อึก!!"
หนวดที่มันเคยรัดขามันรัดแน่นขึ้นมามากจนเจ็บไปหมด แฮสรวบท้ายทอยผมเข้าประกบริมฝีปากเมือกประหลาดบ้าๆนี่กำลังทำสติผมกระเจิงลิ้นยาวรุกล้ำเข้ามาในโพรงปากสำหรับผมในตอนนี้มันน่าขยะแขยงเป็นที่สุด...เอวากำลังมองอยู่นะ 
ผลัก!!
ผมรีบเช็ดปากตัวเองหลังผลักมันออกได้ แต่ยังไม่ทันเช็ดปากอะไรเสร็จฟันของแฮสก็กดลงมาที่ต้นคอจนผมดิ้นพล่านไปหมด แถมฟันของหมอนี่มันแหลมไม่ใช่เล่นนะ เวรเอ้ย!!
"อ่า!!"
"ให้มันได้อย่างนี้สิ"
"..."
แฮสบีบคางผมให้เงยหน้าขึ้นมาสบตาก่อนเอียงหัวน้อยๆ ผมแสดงใบหน้าเรียบเฉยออกมาเพื่อดูสิ่งที่เขาจะทำต่อไป ไม่ใช่ว่าไม่กลัว แต่ถ้าผมแสดงความกลัวออกมา มันจะยิ่งยุให้หมอนี่อยากทรมาณผมยิ่งกว่าเดิม 
"นายดูไม่กลัวเลยนะ"
และดูเหมือนผมจะแสดงได้เนียนซะด้วย
"....."
"หรือต้องให้ฉันทำมากกว่านี้?"
เชื่อเถอะ ถ้าเขาเหนื่อยเดี๋ยวก็หยุดเองนั่นแหละ 
"...."
มือใหญ่ลูบคลำไปตามต้นขาที่เล็กมากๆเมื่อเทียบกับมือเขา แฮสมองร่างกายอันเปลือยเปล่าด้วยแววตาที่คาดเดายากแล้วเขาจึงลดตัวลงไปให้อยู่แถวๆปลายเตียงซึ่งเป็นตำแหน่งของข้อเท้าผมก่อนดึงข้อเท้าเรียวขึ้นมาฝังคมเขี้ยวแหลมลงไป
"อึก!!"
"มันจะทำให้นายเดินไม่สะดวก และหนีได้ยากขึ้น...อันที่จริง มนุษย์อย่างนายน่ะหนีจากปราสาทฉันไม่ได้อยู่แล้ว แต่นายน่ะมันฉลาดเป็นกรด..."
แฮสจิ้มบนหน้าผากผม
"...."
"ฉันเลยคิดว่ากันไว้น่าจะดีกว่า"
ก๊อกๆๆ!
เจ้าอสูรกายลุกขึ้นแล้วตรงไปที่ประตู เขาแง้มประตูเล็กน้อยให้พอคุยกับคนที่อยู่หลังประตูได้โดยที่เขาไม่เห็นผม ที่นี่ไม่มีผ้าห่มทำให้ผมไม่มีอะไรปกคลุมร่างกายเลยแถมหนาวด้วย แย่ชะมัด แต่...นั่นสินะ สัตว์ใต้ทะเลเลือดเย็นพวกนี้จะมีผ้าห่มไว้ทำไมกัน
"ฝ่าบาท...กองทัพที่หาดมานาโรลา พร้อมแล้วขอรับ"
"....!?"
มานาโรลา...อิตาลี กองทัพ...ไม่ๆๆ เขาคงไม่ได้จะ...ไม่นะ!
พ่อเขาพูดถูก แฮสคิดจะรุกรานพวกมนุษย์...
"กำลังไป--"
"นายคิดจะทำไร!!?"
แฮสปิดประตูก่อนจะหันมามองผม
"อะไรกัน? นึกว่าจะไม่ถามซะแล้ว"
"...."
"ฉันก็จะทำแบบเดียวกันกับที่นายเคยเห็นไง"
ภาพหมู่บ้านริมทะเลสาบที่ผมเคยเห็นตอนติดอยู่กับแฮสในนั้นแล่นเข้ามาในหัว เอาจริงดิ!?
"แฮส...ถ้านายมองเห็นแม่ตัวเอง--"
"เธอตายไปแล้ว...ทำไมฉันต้องสน"
"....."
"ฉันสนนายมากกว่า...."
"...."
"ฉันจะรุกรานพวกมนุษย์ทั้งหมด....แล้วให้นายยืนมองมัน"
เขารู้ว่าทรมานผมไปมันก็ไม่สาแก่ใจ...แฮสก็เลยทำร้ายคนอื่น แล้วให้ผมรู้สึกผิดกับมัน...นั่นมัน แย่กว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก
"นายคิดว่าฉันจะสนพวกเขาเหรอ พอเถอะน่า"
"ถ้านายไม่สน...นายคงไม่อยากเป็นหมอหรอก จริงไหม?"
"...."
เขาทำมันเพราะผม....เพราะผมคนเดียว
"นายจะเดินชมรอบปราสาทก็ได้นะถ้าเดินไหวในระหว่างที่ฉันไปเที่ยวมานาโรลา"
"...."
แฮสออกไปแล้ว และผมต้องให้พ่อเขาช่วย....แน่นอนว่าผมคนเดียวหยุดหมอนั่นไม่ได้หรอก เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึงพยายามลุกขึ้นจากเตียงแม้ว่าทั้งขาและเอวจะเจ็บไปหมดแต่ก็ต้องทำแลัว เสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นถูกสวมอย่างลวกๆ ผมเดินลากขาตัวเองเพื่อไปยังห้องขังซึ่งเป็นที่ที่พ่อของแฮสอยู่ ในตอนนี้เขาเป็นพันธมิตรคนเดียวที่ผมมีแล้ว

"สภาพเจ้าเหมือนพึ่งโดนข่มขืนมาเลย"
"ช่วยโฟกัสหน่อย!! ลูกชายคุณบุกอิตาลีแล้วนะ!!"
"ให้ตายสิ....ไอ้เด็กเหลือขอนั่น..."
นั่นแหละที่ออกจากปากพ่อเขา
"คุณมีแผนอะไรบ้างไหม?"
"มี ก็ฆ่าหมอนั่นไงมันเหลืออยู่ทางเดียวนี่"
"แล้วมีแร่เงินอยู่ที่นี่เหรอ?"
"มันจะไปมีได้ยังไงล่ะ!? ถ้าเจ้าแพ้อบเชยเจ้าจะเอาอบเชยติดบ้านไว้เหรอ?"
ก็คงไม่...พอจะเดาได้อยู่หรอก แต่ถามไว้แหละน่าเผื่อมี=_=*
"หมอนั่นจะฆ่าข้าแน่...เมื่อใดก็ตามที่มันต้องการพลังเพิ่ม ดังนั้นข้าช่วยอะไรเจ้าไม่ได้หรอก"
"...."
ถ้าแฮสต้องการพลังเพิ่มเขาจะฆ่าพ่อตัวเอง เพื่อให้ตัวเองเป็นเจ้าสมุทรเต็มตัว ถึงตอนนั้นจะไม่มีใครฆ่าเขาได้....ถ้างั้น
"เราต้องขึ้นไปพื้นดิน"
"....อิไล ถ้าเราขึ้นไปแฮสจะถล่มเมืองที่เราไปเพื่อหาเราทั้งคู่แน่"
"ไม่...เขาตั้งใจจะรุกรานพวกมนุษย์เพื่อให้ผมรู้สึกผิด ถ้าผมยังอยู่กับเขา เขาก็ไม่ต้องการจะตามหาคุณหรอก ส่วนคุณก็ต้องไปตามหาอบเชยในถิ่นของมนุษย์มาให้ผม"
ที่บอกว่าอบเชย ผมหมายถึงแร่เงินนั่นแหละ
"โกรธที่โดนประชดเรื่องอบเชยเหรอ?"
"เออ"
"นี่...แผนเจ้ามันบ้าไปแล้ว ดูข้าสิ...ขึ้นไปบนพื้นดินมีหวังพวกมนุษย์กระเจิงแน่ อีกอย่างกุญแจห้องขังมันอยู่กับงูทะเล การเดินไปขอกับมันตรงๆเอากุญแจมาไขให้ข้าออกไปไม่ได้หรอก รู้ใช่ไหม? อีกอย่าง....แค่เจ้าจะเดินให้สะดวกยังทำไม่ได้เลย ล้มเลิกเหอะ..."
"...."
"ข้าคิดว่าถ้าเขาได้เห็นแม่ตัวเองเขาจะใจอ่อนบ้างและถ้าเจ้าช่วยเกลี่ยกล่อมมันอาจจะได้ผลแต่ไม่เลย เอาเถอะ....ดีซะอีก ข้าจะได้ไปอยู่กับเมียซักที..."
ผมนั่งลง ถอนหายใจเฮือกนึงแล้วจับตรงข้อเท้าตัวเพราะตอนนี้เลือดมันยังไม่หยุดไหลเลย แถมแผลมีโอกาสติดเชื้อด้วยลำพังแค่จะเดินยังเดินลำบากเลย ผมจะไปช่วยคนอื่นได้ยังไง
นั่นขณะที่กำลังสิ่งหวัง ผมพิงหัวตัวเองลงบนกรงขังราวกับต้องการพักให้หัวโล่งแต่ก็ต้องอยู่สึกหงุดหงิดเพราะ ลูกกรงที่ผมพิงมันไม่เรียบและสบายต่อการพิงเอาซะเลย
"....ลูกกรงนี่ทำมาจากอะไรเนี้ย?"
"ก็หินปะการังเคลือบด้วยผลึกเกลืออีกที"
นั่นสินะ...ถ้าเอาโลหะมาอยู่ใต้ทะเลสนิมเขรอะพอดี ถ้าเป็นหินปะการังเคลือบกับผลึกเกลือคงแข็งมากพอจะใช้เป็นกรงขังได้
"...."
"...."
เดี๋ยวนะ....
"ใช่!!!"
"อะไรวะ!?"
เขาตกใจที่อยู่ๆผมก็เสียงดังขึ้นมา ผมเริ่มใช่นิ้วแตะๆตรงกรงขังเพื่อให้แน่ใจว่ามันเป็นเกลือจริงๆก่อนจะลองเคาะตรงรูกุญแจดูเพื่อฟังความหนาของผลึกเกลือ
"อย่าคิดจะพังเลย มันแข็งยิ่งกว่าเหล็กนะ"
"คุณพังหินปะการังไหวไหม?"
"ก็สบาย แค่ถ้าเคลือบผลึกเกลืออยู่คงไม่ไหวหรอก"
"ตอนเมียคุณอาศัยอยู่ที่นี่เธอกินอะไรเหรอ?"
นั่นสิ ถ้ามีมนุษย์เคยอยู่ที่นี่ก็ต้องมีการปรุงอาหารให้สุกก่อนทาน เธอเป็นถึงราชินีแห่งท้องทะเล ผมเชื่อว่าแค่เครื่องครัวเขาหามาให้เธอได้อยู่แล้ว
"ข้าทำห้องครัวแบบเดียวกับที่มีอยู่บนโลกมนุษย์ให้ เพราะเธอชอบทำอาหาร แต่มันไม่ได้ใช้นานแล้วล่ะ200ปีได้ ของบางชิ้นอาจจะพังไปแล้วด้วยซ้ำ"
"ปิงโก!!"
"หา??"
"พวกมันอยู่ที่ไหน?"
"เจ้าคิดจะทำอะไร?"
"จะต้มน้ำร้อนเพื่อละลายผลึกเกลือตรงกุญแจ แล้วให้คุณพังหินปูนจากนั้นเปิดประตูออกมาไง"
"ผลึกเกลือมันหนานะ"
"ผมถึงต้องรีบก่อน แฮสจะกลับมาจากอิตาลี่"
เขาบอกที่อยู่ห้องครัวเก่าของมาเรียให้ แน่นอนว่าผมต้องลากขาตัวเองไปและมันไม่สนุกเอาซะเลย ห้องครัวที่ผมเจอมีแต่สาหร่ายและปะการังเกาะเต็มไปหมดเพราะถูกทิ้งมานาน กาน้ำก็สนิมเกาะ แล้วไหงถึงใช้ไม้ขีดไฟกับเตาถ่านกัน? เดี๋ยวนี้เขาใช้แก๊สกันแล้วนะ!
"...."
นั่นสินะ...ผมลืมคิดไปเลย แม่ของแฮสตายไปตั้ง200ปีตอนที่แฮสทะเลาะกับพ่อ ในยุคนั้นมันจะไปมีแก๊สใช้ได้ยังไง
ผมเปิดดูในกล่องไม้ขีดไฟก่อน และมันเหลือไม้ขีดอยู่...แค่3ก้าน!!?  นั่นไม่ดีเลยเพราะถ้า3ก้านนี้หมดผมจะจุดไฟไม่ได้แน่ๆ ถ้าอยูบนบกผมยังเอาไม้มาเสียดสีให้เกิดไฟ ไม่ต้องมาวัดดวงกับไม้ขีด3ก้านหรอก มีอะไรที่ติดไฟง่ายกว่าถ่านไหมนะ เธอต้องเก็บไว้บ้างสิ....
กระดาษไง! ผมเจอกระดาษบนชั้นวางของ ดูเหมือนในกระดาษพวกนี้เธอจะเอาไว้จดสูตรขนมหรือสูตรอาหารแต่ในตอนนี้ผมต้องใช้มันเป็นเชื้อเพลิงแล้วล่ะ...
ทั้งถ่านและกระดาษถูกโยนเข้าเตาไปแล้ว ผมไปที่หน้าต่างเพื่อตักน้ำทะเลมาใส่ในกาน้ำ
ทีนี้ก็ Let the วัดดวง begin 
ไม้ขีดก้านแรกถูกจุดขึ้น แต่ยังไม่ทันที่ผมจะโยนมันเข้าเตาได้มันก็ดับลงไปซะก่อน เยี่ยมT^T
ในรอบที่สองผมจึงจุดใกล้ๆกับกระดาษไปเลย ไม่นานไฟก็เผากระดาษ ทีนี้ก็เป่าให้มันติดเร็วขึ้น...และก็เป็นอย่างที่ผมหวัง
สวย!! ไฟติดแล้ว!! โชคดีที่มันเป็นถ่านเลยติดไฟง่ายกว่าฟืนมากๆ
เมื่อวางกาน้ำลงบนเตาแล้วในระหว่างที่รอน้ำเดือดก็พึ่งได้เห็นว่า ตลอดเวลาที่เดินเลือดจากข้อเท้าไหลแทบจะเป็นทางเลย ผมน่าจะหาอะไรมาห้ามเลือดไว้หน่อยก็ดีแต่ตอนนี้ผมไม่มีแรงจะฉีกผ้าหรืออะไรมาทำเป็นผ้าพันแผลด้วยซ้ำ เก็บแรงไว้หิ้วกาน้ำดีกว่า...
.
.
.
เพล้ง!!
"ได้ผล"
รูกุญแจของห้องขังถูกทุบไม่มีชิ้นดี ประตูห้องขังเปิดออกได้ง่ายๆ
"ขอบคุณ....ทีนี้ก็ขึ้นไปบนผิวน้ำเถอะก่อนที่มันจะกลับมา"
พ่อของแฮสเขาร่ายมนต์อะไรซักอย่างใส่หน้าผม ก่อนที่ผมจะรู้สึกคัดจมูกขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
"นี่จะช่วยให้เจ้าหายใจในน้ำได้ในระหว่างที่เราว่ายขึ้นไป"
"ทำไมคุณไม่วาร์ปไปมาอย่างที่คุณเคยทำกับผมล่ะ?"
"เพราะฉันไม่ใช่เจ้าสมุทรแล้วไง ไม่งั้นฉันคงวาร์ปออกจากห้องขังไปแล้ว ไม่ต้องรอนายละลายผลึกเกลือหรอก"
ทันทีที่เราทั้งคู่ขึ้นถึงผิวน้ำ ในเวลาที่ฟ้ามืดแบบนี้ผู้คนคงมีไม่มากผมว่าผมน่าจะพาอดีตเจ้าสมุทรเข้าเมืองโดยไม่มีใครเห็นได้ 

-บ้านโรเบิร์ด อีแวนส์
ใช่ครับ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมต้องมาพึ่งเพื่อร่วมงานจอมปากหมาคนนี้อีกครั้ง แต่เขาเป็นคนที่อยู่ด้วยในคืนที่เอวาถูกฆ่าแถมยังเป็นคนพาเรย์โนลด์หนี ดังนั้นคนที่จะเชื่อคำพูดของผมที่สุดก็ควรจะเป็นเขา
หมอนี่เบิกตากว้างทันทีที่เห็นผมและปีศาจที่อยู่ข้างหลัง ในขณะที่เขากำลังจะส่งเสียงผมจึงรีบเข้าไปปิดปากมันแทบจะทันที
"อย่าส่งเสียงเชียว!
"...."
"ปีศาจที่อยู่ตรงนี้เป็นคนละตัวกับที่ฆ่าเอวา เราต้องการให้นายช่วย"
"...."
"อย่าพึ่งช็อค โอเค้? ฉันเจอมาหนักกว่าที่นายคิดเอาไว้มาก ขอล่ะ"
โรเบิร์ตเหลือบไปเห็นรอยกัดที่คอผม ก่อนที่เขาจะผงกหัวผมจึงยอมลดมือที่ปิดปากเขาลง
"....โอเค"
"ขอเข้าไปที"
"พระเจ้า นายไปโดนอะไรมาเนี้ย?"
นั่นแหละที่โรเบิร์ตถามตอนเห็นรอยกัดที่คอและข้อเท้าผม เมื่อผมและท่านอดีตราชาได้เข้ามาด้านใน ผมก็เล่าทุกๆอย่างให้เขาฟังรวมถึงแผนของผมทั้งหมดด้วยแล้วรู้ไหมว่าเขาว่ายังไง?
"นี่ไอ้งั่ง นายเอาจริงดิ!!?"
ใช่ นั่นแหละ
"ถ้ามันมีทางอื่นที่ไม่รบกวนนายฉันทำไปแล้ว"
"นายคิดจะเอาหมอนี่ซ้อนไว้บ้านฉันเหรอ แล้วถ้ามันบุกมาฆ่าฉันเหมือนที่เอวาโดนล่ะ!?"
"ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้เราก็จะตายกันหมด ไอ้ปีศาจนั่นไปถล่มอิตาลี่อยู่ในตอนนี้อีกไม่นานเกิดรออังกฤษก็คงโดนถ้าฉันไม่รีบหยุดมัน"
"เราต้องใช้อบเชย"
คุณอดีตเจ้าสมุทรเสริม
"แล้วก็อย่าลืมอบเชยด้วย"
ผมว่าตามเขา
"ทำไมต้องเรียกแร่เงินว่าอบเชย?"
"อิไลคงอยากประชดข้า"
ใช่ครับผมอยากประชดเขา
"ก็คุณประชดผมก่อน"
"แล้วนายจะเอาไงต่อ?"
เมื่อโรเบิร์ตเห็นว่าผมเริ่มเถียงกับเจ้าปีศาจเขาจึงรีบตัดบทแล้วถาม
"ถ้าฉันอยู่นี่แฮสเตอร์จะตามหาฉันแน่ๆดังนั้นฉันต้องกลับไป"
"..."
เมื่อพูดจบผมก็ลุกขึ้นแล้วหยิบคุ้กกี้ที่โรเบิร์ตกำลังกินมาสองสามชิ้น
"แล้ว...มีคนทำศพให้เอวารึยัง?"
"....เราฝังเธอแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วง"

เมื่อโรเบิร์ตว่าดังนั้นผมจึงผงกหัวเป็นการขอบคุณ หลังจากเสร็จธุระและจิ๊กคุ้กกี้ที่บ้านไอ้โรเบิร์ตมาสองสามชิ้น ผมนั่งกินมันตรงชายหาดเพื่อรอ...
"นายยังหนีได้อยู่อีกเหรอ?"
"ก็อย่างที่นายว่า ฉันน่ะมันฉลาดเป็นกรด" 
ผมรอเขานี่แหละ อสูรกายร่างใหญ่ขึ้นมาจากน้ำ แฮสตรงมาเข้ามาหาผมซึ่งกำลังนั่งกินคุ้กกี้ด้วยท่าทีที่ไม่เป็นมิตรเท่าไหร่ เขากระชากคอเสื้อจนร่างผมลอยขึ้นจากพื้น โอเค...เดาว่าผมกำลังเผลอยั่วโมโหเขาอยู่
"ท่านพ่ออยู่ไหน?"
"ฉันช่วยเขาออกมาเขาก็พาฉันหนีเป็นการตอบแทน แล้วเราก็แยกทางกันก็แค่นั้น"
"แล้วจะให้คิดว่านายมารอฉันที่นี้งั้นเหรอ? บอกมาว่ามีแผนอะไร!?"
"ฉันแค่อยากกินคุ้กกี้เท่านั้นเอง เห็นมะ?"
พูดจบผมก็ชูคุ้กกี้ชิ้นสุดท้ายให้เขาดูก่อนยัดเข้าปาก แฮสกำหมัดแน่น เขาพาผมวาร์ปกลับไปที่ปราสาทแล้วโยนผมลงบนเตียงอย่างไม่อ่อนโยนนัก 
"อึก!!"
ถึงแม้ว่าฟองน้ำทะเลพวกนี้จะนุ่มแต่มันก็ยังเจ็บที่เอวกับข้อเท้าอยู่ดี รู้ตัวอยู่ว่าคิดผิดที่ไปยั่วโมโหเขาแต่จะให้ผมบอกเขาว่าเรากำลังจะไปหาอบเชยมาเพื่อฆ่าเขาเหรอ? ไม่มีทางซะล่ะ หวังว่าเขาคงไม่มีเวทย์มนตร์ที่สามารถทำให้ผมพูดความจริงออกมานะ
"นายนี่มันหัวแข็งจังนะ ดูเหมือนแค่กัดที่ข้อเท้าจะยังไม่พอใช่ไหม?"
"...."
"ได้...อิไล"
"...."
หนวดเส้นนึงงอกออกมารัดคอผม แฮสเริ่มร่ายเวทย์อะไรซักอย่างใส่และสัญชาตญาณของผมมันกำลังบอกผมว่า....ชิบหายแล้ว
"ฉันขอสาปนาย...อิไล ต่อจากนี้ไป นายจะเชื่อฟังทุกอย่างที่ฉันสั่ง"
"...."
"ทุกสิ่งทุกอย่าง...ที่ฉันสั่งเท่านั้น ไม่มีอะไรจะลบล้างคำสาปนี้ได้"
ทันทีที่เวทย์พวกนั้นเข้าในตัวผม ร่างของแฮสก็ทรุดลงไปนั่ง...นั่นอะไรน่ะ ที่แขนเขา--
"อึก!!"
"อ่าาาา!!"
แขนผมก็ด้วย! มันมีสัญลักษณ์แปลกๆปรากฏขึ้นบนแขนผม! หนวดที่รัดคอของผมหายไปแล้ว แฮสค่อยๆพยุงตัวเองลุกขึ้นก่อนจะมองที่แขนตัวเอง
"รู้ไหมวันฉันอายุขัยไป100ปี เพื่อสาปนาย...หวังว่ามันจะคุ้ม"
"งั้นเหรอ ใครขอให้นายสาปฉันกัน?"
"หุบปาก"
"...."
ผมเงียบลงทันทีที่แฮสออกคำสั่งตามที่ถูกสาป แฮสเอียงหัวมองผมอย่างพึ่งพอใจแล้วเชิดคางผมให้เงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าอัปลักษณ์ของเขา
"ทีนี้บอกฉันซิ...นายขึ้นไปทำอะไรบนฝั่ง"
"...ฉัน..."
"พูดสิ!"
"ฉัน....ขึ้นไปหา...อบเชย"
"....??"
"...."
"มันคืออะไร??"
"เครื่องเทศ เอาไว้ทำอาหารและมันอร่อยมาก"
"..."
"...."
"หิวเหรอ?"
"นิดหน่อย"
ได้ผล...? มันได้ผลครับ!!บางทีการเรียกแร่เหล็กว่าอบเชยเพื่อประชดคุณอดีตราชา มันก็เป็นประโยชน์อยู่เหมือนกัน ไม่สิมันเป็นประโยชน์มากเลยล่ะ แฮสถอนหายใจ เขากุมขมับตัวเองเล็กน้อยก่อนสบตาผมอีกครั้งแต่ผมพึ่งจะเหลือบไปเห็นว่าบนเตียงที่ผมนอนมีผ้าห่มอยู่ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มันไม่มี 
พวกสัตว์เลือดเย็นใต้ทะเล จะมีผ้าห่มไว้ทำไมนะ...
"เอาผ้าห่มมาให้เหรอ?"
"ห้ามถาม!"
แฮสว่าเสียงดัง
"...."
"...."
เขาชี้นิ้วสั่งผมซึ่งผมก็หยุดถามตามที่เขาสั่ง เราเงียบกันไปพักนึงก่อนที่ผมจะพูดขึ้นมา
"ขอบคุณ"
"...."
"นั่นสินะ... คำว่าขอบคุณ มันไม่ใช่ประโยคคำถามนี่"
"...."
ผมเลิกคิ้ว ก่อนจะลองสัมผัสที่หน้าอกแฮสดูและ...เหลือเชื่อ หลังจากที่โดนผมหักหลังขนาดนั้น เขายังใจเต้นเพราะผมได้อยู่งั้นเหรอ?
เพี้ยะ!
แฮสปัดมือผมทิ้ง เขากำหมัดแน่นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมามากก่อนออกไปจากห้องแล้วปิดประตูเสียงดัง
ปัง!!
"...."
นี่ผมแอบรู้สึกผิดนะที่คิดจะฆ่าเขาจริงๆ...บางที ผมอาจจะลองเกลี้ยกล่อมเขาได้ส่วนอบเชย ก็เอาไว้เป็นแพลนBแล้วกัน




12 123 12 12 1 เย้!! 
กลับมาแล้วค่า! ขอบคุณที่ยังตามนิยายเรื่องนี้แม้ว่าไรท์หายไปนานเด้อ พอดีไปดูSpider-man far from home มาแล้วหลงความน่ารักของJakeTomมาก(หลงจนโงหัวไม่ขึ้น) ไรท์เลยคันไม้คนมือจนต้องคลานเข่าไปถวายฟิคเรื่องนึงให้คู่นี้มา ยังไงก็ขอบคุณที่ยังติดตามกันนะคะ><

**พื้นที่โฆษณานิดนึง ใครที่ชิป #JakeTom เหมือนกันจะลองไปอ่านคู่นี้ที่ไรท์แต่งดูก็ได้นะคะ เป็นเรื่องสั้นเด้อ(ในฟิคมีสปอยหนังระวังด้วย)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

74 ความคิดเห็น

  1. #65 Burning Princess (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 16:13
    อบเชยมีประโยชน์จริงๆสงสัยต้องพกติดตัวไว้บ้าง555
    #65
    0
  2. #54 Mavis... (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 23:23
    ม่ายนะ~ ฉากncของพวกเขามันหาย~ไป เศร้าแต่ก็คงยังฮากับคำว่าอบเชย5555
    #54
    4
    • #54-3 Mavis...(จากตอนที่ 12)
      8 สิงหาคม 2562 / 06:20
      ถึงจะไม่ได้ดูก็ไม่เป็นไร~ เพราะตอนนี้รอตอนต่อไปอยู่อิอิ ปล.พ่อราชาพี่หมึกน่ารักมาก เล่นมุกซะเสียเฮ้ย เล่นมุกซะสนุก
      #54-3
    • #54-4 (จากตอนที่ 12)
      8 สิงหาคม 2562 / 08:12
      ถ้าพี่หมึกน่ารักแบบพ่อคงดี5555
      #54-4
  3. #53 แพรวเองไง555 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 12:38

    พูดประชดดีเป็นศรีแก่ปาก เราเป็นอิไลนะจะขอบคุณอดีตราชาแทบกราบเท้า แหวนกรอบรูปไว้หัวเตียงเลย แต่เราก็สงสารฮัสอ่ะ เข้าใจว่าเจ็บอยู่นะ...แต่แค้นเคืองขนาดนี้ก็ฆ่าคนทั้งโลกหรือแบ่งพลังการหยั่งรู้ให้อิไลทรามานแบบเมื่อก่อนเถอะนะ แต่ถ้าฮัสบุกถึงอังกฤษแจ๊คกับนาอิบก็ต้องเดือดร้อนสิ แสดงว่าไม่สำเร็จหรือก็แค่เกือบได้ทำสินะ

    #53
    2
    • #53-1 ถุงกาวแพรวพราวสดใส(จากตอนที่ 12)
      7 สิงหาคม 2562 / 17:33
      มาดูกันว่าอิไลจะหยุดแฮสด้วยวิธีไหน
      #53-1
    • #53-2 Qazdrgbjiklp(จากตอนที่ 12)
      19 พฤศจิกายน 2563 / 18:30
      แบบอิไลแล้วต้องอ้อนเท่านั้น
      #53-2
  4. #52 여우 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 00:30
    ไม่รู้จะสงสารใครดี
    #52
    2
    • #52-1 ถุงกาวแพรวพราวสดใส(จากตอนที่ 12)
      7 สิงหาคม 2562 / 00:58
      แฮส: โกรธนะแต่ก็ยังรัก
      อิไล: รักนะ แต่มึงบุกอิตาลี่แล้ว
      5555555555555*หัวเราะทั้งน้ำตา*
      #52-1