คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [SF] Lucky >>> Sehun x Krystal [SF] Lucky >>> Sehun x Krystal | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ลองเขียนเป็นเรื่องแรกเลยแต่งเป็น SF ดู
ดีไม่ดียังก็บอกน้าาาา ^+++^








ขอบคุณธีม
THE FARRY's House
 
the★farry

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 มี.ค. 57 / 01:46


Lucky

       ทะเลอีกแล้ว ทำไมทั้งๆที่ใครๆ ก็อยากจะมาเที่ยวทะเลแต่ผมกลับเบื่อมันนักนะ แต่ผมว่าผมมีคำตอบนะก็เพราะชีวิตผมอยู่แต่กับมันไงล่ะ ผมต้องมาอยู่ที่บ้านริมทะเลนี่ตั้งแต่ช่วงขึ้นมัธยมต้นปีแรกใหม่ๆ เพราะอะไรน่ะหรอ ก็เพราะร่างกายที่มันอ่อนแอนี่แหละ ตอนแรกมันก็ดีที่ดูวิวสวยๆ ทุกวัน มีชายหาดส่วนตัวที่เงียบสงบ แต่ก็นะ...ธรรมดาของคนเราพออยู่กับอะไรไปนานๆ มันก็เบื่อ และตอนนี้ผมคิดว่าผมกำลังเป็นล่ะ

“เซฮุนลูกไปนั่งตากลมอะไรตรงนั้นเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก” เอาอีกแล้วไงแบบนี้อีกแล้ว แม่พูดอย่างนี้ทุกครั้งที่ผมมานั่งที่ใต้ต้นไม้แถวหาดทราย “ครูคิมมาแล้วนะลูกรีบเข้าบ้านเร็ว”

“ครับ” ผมรับคำอย่างขัดไม่ได้ก่อนจะรีบวิ่งเหยาะๆ เข้าบ้านไป

“สวัสดีจ้ะเซฮุน” เสียงครูประจำตัวผมทักขึ้น นี่แหละครับชีวิตที่น่าเบื่อของผมอีกอย่างนึงก็คือ ผมไม่ได้ไปโรงเรียนผมเรียนแบบโฮมสคูล

“สวัสดีครับ พี่แทยอน” ผมทักเธออย่างสนิทสนม พี่แทยอนมาสอนผมได้หลายปีแล้วล่ะ เธอแก่กว่าผมเกือบสิบปีแต่หน้าอ่อนมากเลยล่ะ แล้วก็น่ารักมากๆ ด้วย แต่อย่าคิดว่าผมชอบเธอนะ ผมแค่ชื่นชมน่ะที่พี่เค้าทั้งเก่ง ทั้งเข้มแข็ง ทั้งๆที่เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ แท้ๆ แต่ผมนี่สิตัวก็สูงถึงจะผอมไปหน่อยก็เถอะ แต่กลับทำอะไรไม่ค่อยจะได้ซักอย่าง

“เอาล่ะวันนี้เรามาดูการบ้านที่พี่ให้ไว้ก่อนดีกว่า ดีใจมั้ยล่ะเราวันนี้เราก็จะได้ปิดคอร์สแล้วนะ” พี่แทยอนถามพร้อมกับยิ้มอย่างร่าเริง

“ก็ดีฮะ แต่ว่าผมต้องคิดถึงพี่มากๆ แน่เลย” ผมพูดพร้อมกับยิ้มเศร้าๆ คนเราเห็นกันอยู่แทบจะทุกวัน จู่ๆไม่เจอกันก็คงแปลกๆ

“นี่ พ่อหนุ่มน้อยมาพูดอย่างนี้กับฉันฉันหวั่นไหวนะยะ” พี่แทยอนแกล้งเย้าก่อนจะยีหัวผมเล่นจนผมกระเซิงไปหมด ผมได้แต่หัวเราะน้อย หลังจากนั้นเราก็เริ่มเรียนกันจนถึงช่วงเย็นพอผมบอกลาพี่แทยอนเสร็จก็เลยกะว่าจะไปเดินแถวชายหาดซักหน่อย

“แม่ครับ ฮุนไปเดินเล่นนะ” ผมตะโกนบอกแม่ที่ทำกับข้าวอยู่ในครัว

“จ้าๆ อย่าวิ่งล่ะลูก ค่อยๆเดิน แล้วกลับมาเก็บข้าวของ แล้วก็เสื้อผ้าให้เรียบร้อยล่ะ พรุ่งนี้เราจะกลับโซลกันแล้วนะลูก” แม่บอกก่อนจะหันกลับไปทำกับข้าวต่อ

“ครับ” ผมรับคำก่อนจะเดินมาที่ๆ ผมนั่งอยู่เมื่อเช้า ตอนนี้พระอาทิตย์กำลังตกละ แสงของมันทำให้ท้องฟ้าครามกลายเป็นสีเหลืองทองที่ดูงดงาม

“เฮ้อออ เมื่อไหร่จะได้กลับไปนะ” ผมบ่นกับตัวเองก่อนจะนั่งลงกับหาดทรายแล้วหยิบไอพอดขึ้นมาฟังเลง

 

Do you hear me? I'm talking to you
คุณได้ยินผมไหม ผมกำลังพูดกับคุณ
Across the water across the deep blue ocean
ตรงข้ามกับสายน้ำ ตรงข้ามกับมหาสมุทรผืนน้ำเงินแสนลึก
Under the open sky, oh my, baby I'm trying
ภายใต้ท้องฟ้า ที่รัก ผมกำลังพูดอยู่

 

 

       ถ้าผมลองพูดผ่านทะเลไปจะมีใครได้ยินผมมั้ยนะ จะมีใครที่รู้สึกเหงาเหมือนกับผม รู้สึกเหมือนขาดอะไรไปเหมือนกันบ้างมั้ยนะ

“ได้ยินฉันไหม” ผมพูดแผ่วเบาราวกับกระซิบกับท้องทะเล

 

 

Boy I hear you in my dreams
ฉันได้ยินคุณ ในความฝัน
I feel your whisper across the sea
รู้สึกว่าคุณกำลังกระซิบตรงข้ามผืนทะเล
I keep you with me in my heart
ฉันจะเก็บคุณไว้ในใจฉัน
You make it easier when life gets hard
ยามเวลายากลำบาก คุณทำให้มันง่ายขึ้น

 

 

       ทะเลอีกแล้ว เอ๋! เขาอีกแล้วทำไมเราเจอกันบ่อยจังนะ ไม่ได้ล่ะต้องลองถามดูซักหน่อย

“ได้ยินฉันมั้ย” เขาหันมาทางฉันก่อนจะขยับปากพูด ฉันคิดว่าฉันได้ยินเสียงเขาล่ะมันดูนุ่มนวล และอ่อนโยนมากเลย ทำไมนะฉันถึงรู้สึกเหมือนกับเคยรู้จักใครคนนึงที่เหมือนกันแบบนี้มาก่อน

“ฉันได้ยิน แล้วคุณ...” ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ เสียงแสบแก้วหูก็ดังขึ้น

“ย่าาาห์ จอง ซูจอง เธอจะตื่นมั้ย นี่มันสายแล้วนะ” เอ๋ นั่นมันยัยเจ๊สิก้านี่นา ตายล่ะๆ ฉันไม่รู้จะทำยังไงก้เลยวิ่งไปทางผู้ชายคนนั้น เขามองฉันยิ้มๆ ก่อนที่ฉันจะ...

 

 

       โป๊กกก...

“โอ๊ย! พี่ฉันเจ็บนะ” ฉันพูดพร้อมกับลูบหัวตัวเองป้อยๆ

“สมควรแล้ว มัวแต่เพ้ออะไรอยู่ได้ฮะยัยเด็กแก่แดด รีบอาบน้ำแต่งตัวได้แล้วนี่มันจะแปดโมงแล้วนะ จะไปสอบมั้ยค่ะ จะได้จบมั้ยค่ะม.ปลายเนี่ย” ยัยพี่ใจร้ายพูดก่อนจะเดินทำหน้าบึ้งออกไป กลัวอะไรก็แค่สอบ ใช่ สอบ ก็แค่นั้นเอง...ที่ไหนกันเล่า ว้าก! ชีวิตฉันได้ดับสูญแน่ถ้าไปสอบไม่ทัน นอกจากยัยพี่จอมโหดนี่แล้วไหนจะแด๊ดดี้ และหม่ามี้อันเป็นที่รักทั้งสองคนอีก ฉันคงไม่ได้ผุดได้เกิดกันพอดี พอคิดได้ดังนั้นฉันก็รีบอาบน้ำด้วยความเร็วปานจรวดที่ขับเคลื่อนเท่ากับความเร็วแสง

“จอง ซูจอง เร็วๆเข้า” เสียงยัยพี่สุดสวยแต่แสนจะใจร้ายดังขึ้นอีกครั้ง

“รู้แล้วน่า จะเสร็จแล้ว”

       เย็นวันนั้น...

“ฮ้า ในที่สุดก็สอบเสร็จซักที วู้ ฉันเรียนจบแล้ว” ฉันตะโกนกับตัวเองก่อนที่จู่ๆ ยัยเพื่อนตัวดีจะมาลากฉันเข้าไปรวมกับเพื่อนคนอื่น พวกเราอยู่คุยกันนิดหน่อยก่อนจะนัดแนะเรื่องที่จะสังสรรค์กันเย็นนี้ และแน่นอนว่าคนอย่างจอง ซูจองคนนี้ไม่มีทางพลาด

“เฮ้ย ตัลแกจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนป่ะ” เสียงยัยซอลลี่ หรือ ชเว จินลี่ เพื่อนสนิทตัวดีของฉันพูดขึ้น

“อื้อ คิดว่างั้นแหละ แกอ่ะ”

“เหมือนกัน งั้นเจอกันเย็นนี้นะจ้ะ” ซอลลี่พูดก่อนจะเดินไปหาแฟนตัวซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พ่อคุณคิม จงอินหนุ่มฮ็อตของโรงเรียนฉันเอง ฉันยิ้มให้สองคนนั้นก่อนจะเดินกลับบ้าน ทางที่ฉันต้องใช้กลับบ้านมันต้องผ่านสวนสาธารณะซึ่งตอนนี้ก็เต็มไปด้วยบรรดาเด็กๆ ที่เพิ่งเลิกเรียน และผู้ปกครองของพวกเด็กๆ ฉันยิ้มน้อยๆกับภาพนั้น มันทำให้ฉันนึกถึงเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว แต่ไม่รู้ทำไมยังคงจำได้ก็ไม่รู้ แล้วฉันก็เดินต่อมาอีก จนกระทั่งถึงโรงพยาบาลที่ซึ่งตอนนั้นหลังจากฉันเกิด และโตที่อเมริกาจนอายุ 12 ปี ก็ต้องย้ายมาอยู่ที่นี่กับพี่สาวเธอที่เรียนจบ และได้มาทำงานอยู่เกาหลี ตอนนั้นสภาพร่างกายฉันยังปรับตัวไม่ทันพี่เจสก็ส่งฉันมาอยู่ที่โรงพยาบาลนี้ ให้คุณหมอที่รู้จักกับพ่อแม่ของพวกเราช่วยดูแลให้ เพราะช่วงกลางวันพี่ฉันต้องทำงาน และเพราะโรงพยาบาลแห่งนี้ทำให้ฉันได้รู้จักกับคนๆ นั้น

       ตุ้บ...

“ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันระวัง” ให้ตายเถอะ นี่ฉันฝันอยู่หรอ ทำไมเป็นเขาล่ะ เขา...

“ไม่เป็นไร ผมเองก็ไม่ทันระวัง” เขาพูด เสียงที่เปล่งออกมามันเหมือนกับที่ฉันเคยรู้จักในฝันนั้นเลย

“อะ...เอ่อ คุณ...” ฉันพูดอ้ำอึ้ง

“คุณเหมือนคนที่ผมเคยรู้จักมากๆ เลยล่ะ” เขาพูดต่อโดยไม่รอให้ฉันพูดจบ เขายิ้มจนตาหยีในขณะที่ฉันกลับทำตัวไม่ถูก

“แหะๆ งั้นหรอค่ะ ละ...” ยังไม่ทันที่ฉันจะพูดจบ ก็มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ดูแล้วน่าจะเป็นแม่ของเขาพูดขึ้น

“ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะลูก เดี๋ยวต้องไปคุยกับอาหมอแล้วนะ”

“ผมว่าจะไปดูสนามเด็กเล่นตรงนั้นหน่อยน่ะฮะ” เขาพร้อมกับชี้ไปที่สวนสาธารณะที่ฉันเพิ่งเดินผ่านมา

“เดี๋ยวค่อยไปก็ได้ลูก เอ้า! แล้วหนู..”

“เอ่อ เมื่อกี้หนูไม่ทันระวังน่ะค่ะเลยเดินชนเขา งั้นหนูขอตัวนะค่ะ” ฉันพูดก่อนจะโค้งให้อย่างสุภาพแล้วเดินออกมา

“แม่จำตอนที่ผมหนีออกมาเล่นที่สนามเด็กเล่นนั่นได้มั้ย วันนั้นผมมากับเพื่อนอีกคนนึงล่ะ” เสียงของเขาที่คุยกับแม่ดังเข้าหูฉัน ฉันถึงกับชะงักเท้าที่กำลังก้าวอยู่ เอ๊ะ! ทำไมรู้สึกเหมือนมันคุ้นๆนะ

“จำได้สิวันนั้นเราโดนทั้งแม่ทั้งอาหมอดุเลย ไหนจะเด็กผู้หญิงคนนั้นอีก แล้วเราจะพูดเรื่องนี้ทำกัน ไปๆ รีบเข้าไปได้แล้ว”

“ครับแม่” เขาตอบ ฉันหันไปมองอีกครั้ง เขายิ้มให้ฉันรอยยิ้มที่ฉันคิดว่ารู้จัก แต่ทำไมนะ...จะใช่เขาหรอ

       ติ๊ด..ติ๊ด..

    ตัลเพื่อนๆ พากันเปลี่ยนเวลานัดแล้วนะจาก หกโมงเป็นห้าโมงครึ่ง แล้วเจอกันน้า ^+++^

                                                            ซอลลี่

“ทำไมอยู่ๆ ก็พากันเปลี่ยนนะ แล้วฉันจะอาบน้ำแต่งตัวทันมั้ยเนี่ย” ฉันพูดก่อนจะรีบออกวิ่งกลับบ้าน ขืนช้าคงไม่ทันแหง

 

“แอบเสียใจจังที่เธอจำฉันไม่ได้”

“เซฮุน ไหนว่าจะไปซื้ออะไรไงลูก ถ้าเสร็จแล้วก็รีบเร็ว”

“ครับแม่ ฉันคิดถึงเธอจริงๆ นะซูจอง”

       ค่ำวันนั้น...

“เฮ้อออ...ได้อาบน้ำแล้วมันสบายตัวดีจัง” ฉันพูดพลางบิดขี้เกียจก่อนจะทิ้งตัวนอนบนเตียง แต่จู่ๆ อะไรก็ไม่รู้ทำให้ฉันนึกถึงเขาคนนั้นขึ้นมา “เหมือนกันจริงๆเลย โดยเฉพาะรอยยิ้มนั่น จะใช่นายมั้ยนะ” ฉันปล่อยความคิดไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเผลอหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้

 

 

I'm lucky I'm in love with my best friend
เราโชคดีที่มีความรักกับเพื่อนที่ดีที่สุด
Lucky to have been where I have been
โชคดีที่ได้ไปในที่ที่เคยไป
Lucky to be coming home again
โชคดีที่ได้กลับบ้านอีกครั้ง
Ooh ooh ooh

 

“เซฮุนเดี๋ยวปลายสัปดาห์นี้ก็ต้องเตรียมตัวแล้วนะ พอผ่าตัดเสร็จเราจะได้มีชีวิตอย่างวัยรุ่นทั่วๆ ไปซะที” เสียงอาหมอดังขึ้น นั่นทำให้ผมกังวลเล็กน้อย แต่คงเทียบไม่ได้กับแม่ ท่านดูแลผมมาตลอดตั้งแต่รู้ว่าผมป่วย ท่านคอยบอกเสมอว่าไม่อยากจะเห็นผมจากไปแบบพ่อ

“ครับอา แล้วผมต้องมาอยู่โรงบาลวันไหนครับ” ผมถามออกไป แม้จะกลัวแต่แม่บอกว่ามันทำให้ผมมีโอกาสรอดมากกว่า และผมยังไม่เคยตอบแทนท่านเลย ผมอยากแข็งแรง และสามารถดูแลแม่ได้ ไม่ใช่แบบที่ผมเป็นตอนนี้

“ก็วันมะรืนนี้แหละ”

“ครับ” ผมรับคำ “แม่ครับผมขอไปทำธุระซักหน่อยได้มั้ยครับ” ผมพูดกับแม่ทันทีที่ออกจากห้องตรวจ

“เดี๋ยวแม่ไปด้วย”

“ไม่ต้องหรอกครับ แค่ไปเดินแถวๆสวนสาธารณะใกล้ๆ แค่นี้เอง แม่ไปรออยู่ที่ค๊อฟฟี่ ช็อปของโรงบาลก่อนนะครับ เดี๋ยวฮุนตามไป” ผมพูดอย่างรวดเร็ว ขืนช้ามีหวังแม่ไม่ให้แน่ๆ

“ก็ได้จ้ะ อย่านานนะ มีอะไรรีบโทรหาแม่เลยนะ”

“ครับ” ผมตอบยิ้มๆ ก่อนจะเดินไปยังจุดหมายปลายทางที่คิดว่าใครบางคนคงจะอยู่ที่นั่น

       ร่างบางของคนๆ หนึ่งที่ผมไม่สามารถลืมได้ เธอนั่งอยู่ตรงนั้นจริงๆ เธอใส่ชุดเอี๊ยมขาสั้นสียีน นั่งเหม่ออยู่ที่ชิงช้านั่น ชิงช้าที่เธอเป็นคนพาผมมาเล่น วันนั้นเธอก็ใส่เอี๊ยมแต่ว่าเป็นชุดกระโปรง ดูเข้ากับเธอมากๆ เลยล่ะ ผมค่อยๆก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ ทุกๆก้าวที่ผมก้าวเดิน ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่มันก็ยิ่งทำให้ใจผมเต้นแรงมากเท่านั้น เต้นแรงจนผมเริ่มกลัวว่าอาการของ โรคหัวใจที่ผมเป็นอยู่มันจะทรุดหนักยิ่งกว่าเดิม

“มานั่งทำอะไรตรงนี้ครับ” ผมถามทันทีที่ถึงตัวเธอ เธอหันมามองผมช้าก่อนจะทำในสิ่งที่ผมไม่คาดฝัน สิ่งที่ทำให้ใจผมเต้นแรงยิ่งกว่าเก่า เธอโผเข้ากอดผมจนผมแทบหงาย “นี่เธอไม่ใช่เด็กแล้วนะซูจอง เธอโตขึ้นแล้วมันหนักนะ” ผมพูดยิ้มๆ

“นาย จริงๆด้วย” เธอพูดก่อนจะคลายกอด แล้วยิ้มอย่างดีใจ แต่น้ำตาเธอก็ไหลไม่หยุดเหมือนกัน ผมก็เลยค่อยเช็ดมันออกอย่างแผ่วเบา “ฉันคิดถึงนายจัง ทำไมตอนนั้นนายหายไปล่ะ” เธอถามมาเป็นชุด แต่ไม่รู้ทำไม ตอนนี้ผมรู้สึกตื้อไปหมด มาแล้วสิ อาการกำเริบอีกแล้ว ผมไม่รู้ว่าตอนนี้สภาพผมเป็นยังไง แต่ตอนนี้ซูจองทำหน้าตาตื่นมากเลยแถมยังร้องไห้ออกมาอีกรอบด้วย อย่าร้องสิ...ฉันอยู่ทั้งคน ฉันยังไม่ได้บอกสิ่งที่อยากพูดกับเธอเลยนะ

 

They don't know how long it takes
ไม่มีใครรู้หรอกนอกจากเราว่ามันยาวนานแค่ไหน
Waiting for a love like this
จึงจะได้พบกับความรักแบบนี้
Every time we say goodbye
เราบอกลากันทุกครั้ง
I wish we had one more kiss
เราหวังว่าจะได้จูบกันอีก
I'll wait for you I promise you, I will
ฉัน จะรอเธอ ฉันสัญญา ฉันจะทำให้ได้

 

 

“เซฮุน เป็นไงบ้างลูก” เสียงแรกที่ผมได้ยินเสียงของแม่ ผมมองหาร่างของใครอีกคนที่น่าจะอยู่ด้วยกัน แต่กลับไม่เจอมันทำให้ผมแทบอยากจะร้องไห้

“หาหนูคนนั้นหรอลูก เขาไปซื้อของมาให้แม่กินน่ะ เขาเป็นเพื่อนลูกหรอ” แม่พูดตอบราวกับรู้ทันความคิดผม แต่ก็ไม่แปลกท่านเป็นคนที่อยู่กับผมตลอดเวลา ผมคิดจะทำอะไร หรือคิดอะไรอยู่ท่านย่อมรู้

“ครับ เป็นเพื่อน...เพื่อนที่ดีที่สุดเลยล่ะครับ”

“จะมีความรักมันก็ไม่ผิดนะลูก แต่ตอนนี้ต้องห่วงสุขภาพตัวเองบ้าง แล้วก็อาหมอบอกว่าต้องเลื่อนมาผ่าตัดภายในวันมะรืนนี้นะลูก พรุ่งนี้ต้องเตรียมงดน้ำ และอาหารนะ” แววตาแม่ดูหม่นลงเมื่อพูดถึงเรื่องผ่าตัด ผมได้แต่บีบมือให้กำลังใจแม่ ใช่ว่าตอนนี้ผมจะกำลังใจดี แต่ผมก็ไม่อยากทำให้ท่านต้องเป็นห่วงไปมากกว่านี้ ดูจากตาของแม่แล้วท่านคงจะร้องไห้ตลอดระหว่างที่รอให้ผมตื่น

       ก๊อกๆๆ...

“ฟื้นแล้ว” เธอพูดทันทีที่เปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นผมนั่งอยู่บนเตียง ก่อนจะวิ่งตรงมาทางเตียงของผม “ฉันกลัวแทบตายแน่ะ อ้อ คุณน้าค่ะเดี๋ยวหนูไปจัดกับข้าวใส่จานให้นะค่ะ” ซูจองพูก่อนจะไปจัดกับข้าวให้แม่ผม แต่ผมรู้สึกดีมาก เพราะผมดูออกว่าเธอน่ะห่วงผมมากขนาดไหน

“ขอบคุณนะจ้ะหนูซูจอง งั้นแม่กินข้าวก่อนนะลูก” แม่ผมพูดก่อนจะเดินไปที่โซฟา

“ทำไมนายไม่บอกฉันตั้งแต่ตอนนั้นว่านายเป็นอะไร จู่ๆ นายก็หายตัวไปซะเฉยๆ เลย” เธอถามผมพร้อมกับน้ำตาที่คลออยู่ในดวงตาคู่สวยนั่น

“บอกไปเธอก็คงเป็นแบบนี้ไง แถมตอนนั้นถ้าบอกเธอก็คงจะพูดว่า เค้าไม่ให้ฮุนไปหรอกนะ  แน่ๆเลย” ผมพูดพร้อมกับดัดเสียงให้เหมือนเด็กผู้หญิงแต่มันคงตลกมาก เพราะทั้งแม่แล้วก็ซูจองพากันขำเสียงดังเลย

“เสียงฉันไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย แล้วก็ไม่ต้องมาหลงตัวเองเลยนะ” ซูจองพูดยิ้มๆ

“เด็กๆ แม่ว่าจะไปซื้อพวกผลไม้ แล้วก็นมหน่อยมีใครเอาอะไรไม่จ้ะ”

“ไม่ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณน้า” ซูจองตอบพร้อมกับยิ้มให้แม่ผม รอยยิ้มที่ทำให้ผมหลงรักเธอตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเมื่อหกปีก่อน

“แล้วเราล่ะฮุน” แม่หันมาถามผมบ้าง ผมจึงส่ายหน้าแทนคำตอบ แม่ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินออกไป

“ตัล” ผมเรียกเธอด้วยชื่อที่ผมเคยเรียก

“ว่าไง” เธอยิ้มบางๆ พร้อมกับจับมือผมไว้

“ฉันต้องผ่าวันมะรืนนี้แล้ว ถ้าฉัน...” ผมกำลังจะพูดต่อ แต่จู่ๆผมก็ต้องกลืนคำพูดกลับไป เพราะผมโดนปิดปากซะแล้ว ด้วยปากของคนที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่เธอจะค่อยถอนริมฝีปากออกอย่างแผ่วเบา

“อย่าพูดอีกนะ นายต้องรอด ไม่ว่ายังไงก็ต้องหาย ฉันรอมาตั้งหกปี นายมาคอยป้วนเปี้ยนอยู่ในความทรงจำฉันเรื่อยๆ แบบนี้มันไม่แฟร์นะ ฉันต้องเอาคืน ต่อไปนี้ฮุนจะต้องคิดถึงแต่ตัลเหมือนกัน” พอตัลพูดจบผมก็ดึงเธอเข้ามากอดทันที เธอค่อยซบหน้าลงกับไหล่ผมปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ ผมลูบผมเธออย่างแผ่วเบา ผมก็รอเธอมาตั้งหกปีเหมือนกัน ผมก็ไม่ยอมปล่อยเธอไปหรอก พ่อครับ ช่วยให้ผมผ่าตัดสำเร็จด้วยนะครับ ให้ผมได้อยู่กับแม่ และอยู่กับผู้หญิงคนนี้ให้ผมได้ดูแลทั้งสองคนด้วยนะครับ...พ่อ

“ตัล” ผมพูดก่อนดันเธอออกจากอ้อมกอดเบาๆ

“ว่าไง” เธอถามเสียงสั่น

“อย่าร้องเลยนะ” ผมพูดก่อนโน้มคอเธอลงมาก่อนจะจูบอย่างแผ่วเบา ผมกดจูบแล้วก็ถอยห่างออกก่อนจะย้ำไปอีกครั้งทำอยู่อย่างนั้นซักพักก่อนจะถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง ผมว่าผมมองไม่ผิดล่ะตอนนี้เธอกำลังหน้าแดง อย่าว่าแต่เธอเขินเลยผมก็เขิน แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองจะมีโอกาสอย่างนี้อีกมั้ย “ตัล...เอ่อ...อะ..เอ่อ”

“หะ..หือ ว่าไง” เธอยังไม่ยอมมองหน้าผม เอาแต่ก็มหน้าอยู่อย่างนั้น

“เป็นแฟนกัน?” ผมพูดรัวๆ พอพูดจบเธอก็เงยหน้าขึ้น

“อีตาบ้า แล้วใครที่ไหนเขาไปเที่ยวจูบคนอื่นก่อนที่จะขอเป็นแฟนเล่า แล้วไหนแม่นายบอกว่าอยู่ที่ทะเลมีชายหาดส่วนตัวไง นายก็เลยไม่ได้เล่นกับใคร หรือมีเพื่อนเลย แล้วนะ...นาย จูบเป็นได้ไง” โอ้โห รัวมาเป็นชุดครับ เอาซะ โอ เซฮุนตามไม่ทันเลยทีเดียว

“ก็ของอย่างนี้มันเป็นสัญชาตญานล่ะมั้ง” ผมตอบไป ก่อนจะถามต่อ “แล้วตกลงเราเป็นแฟนกันนะ” ผมถามอีกครั้ง

“ไม่” คำตอบที่หลุดออกจากปากเธอ ทำเอาใจผมแกว่งก่อนที่เธอจะพูดต่อ “ไม่ตอบตอนนี้ ถ้าหายดีเมื่อไหร่ค่อยมาขอ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้มาเยี่ยมนะ พี่มารับแล้วไปก่อนนะ ฝากสวัสดีคุณน้าด้วย แล้วก็...”

       จุ๊บ...

“ฝันดีนะฮุน” พอพูดจบเธอก็รีบออกจากห้องไปเลย

“ฝันดีนะตัล” ผมพูดกับตัวเองยิ้มๆ

และแล้ววันนี้ก็มาถึงวันที่จะตัดสินชีวิตผม ตอนนี้ทั้งแม่ ทั้งคริสตัลต่างก็นั่งกุมมือผมอยู่คนละข้าง พอถึงเวลาผ่าตัดบุรุษพยายาบาลก็พาตัวผมไปที่ห้องผ่าตัด ทั้งแม่ และคริสตัลต่างก็รอผมอยู่ที่หน้าห้องผ่าตัด ยังไงก็ตามผมก็อยากออกจากห้องนี้แล้วก็เห็นรอยยิ้มของผู้หญิงที่ผมรักทั้งสองคน พ่อครับ...ช่วยผมด้วยนะครับ หลังจากนั้นสติผมก็พร่าเลือนไป เพราะฤทธิ์ของยาสลบ

 

 

I'm lucky I'm in love with my best friend
เราโชคดีที่มีความรักกับเพื่อนที่ดีที่สุด
Lucky to have been where I have been
โชคดีที่ได้ไปในที่ที่เคยไป
Lucky to be coming home again
โชคดีที่ได้กลับบ้านอีกครั้ง

Lucky we're in love in every way
โชคดีที่ไม่ว่าอย่างไรเราก็รักกัน
Lucky to have stayed where we have stayed
โชคดีที่ได้อาศัยในที่ที่เคยอยู่
Lucky to be coming home someday
โชคดีที่จะได้กลับบ้านในสักวัน

 

       ‘นี่ๆ นายน่ะ ทำไมมานอนอยู่นี่ล่ะ พยาบาลไม่ตามหาแย่หรอ นั่นเป็นครั้งแรกที่เราเจอกัน เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาผมที่หลบแม่มานอนเล่นที่สวนหย่อมของโรงพยาบาล

       นอนเล่นเฉยๆน่ะ เดี๋ยวก็กลับเข้าไปแล้ว แล้วเธอเพิ่งเข้าโรงพยาบาลวันนี้หรอ ฉันไม่เคยเห็นหน้าเลย ผมถามกลับ เธอแค่พยักหน้าก่อนจะนั่งลงข้างๆผม

       นี่ๆ เธอชื่ออะไรหรอ ฉันชื่อจอง ซูจอง จะเรียกว่าคริสตัลก็ได้เธอช่วยพร้อมกับยิ้มอย่างร่าเริง นั่นเป็นครั้งแรกที่ใจผมเต้นแรง เพราะผู้หญิงที่ชื่อว่าจอง ซูจอง

       ‘ฉันชื่อเซฮุน โอ เซฮุน ยินดีที่ได้รู้จักนะตัลผมยิ้มตอบ เธอดูงงๆ กับชื่อที่ผมเรียกแต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

       งั้นฉันเรียกเซฮุนว่า ฮุนละกันนะเธอยิ้มจนตาปิดอีกครั้ง ผมที่เห็นแล้วก็อดยิ้มตามไม่ได้

      

       ฮุน แม่บอกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าไปไหนครั้งนี้แม่โกรธผมมากหลังจากพยาบาลบอกให้รู้ว่าผมหายไปไหน แต่ผมเข้าใจว่าแม่เป็นห่วง ส่วนซูจองตอนนี้ไม่รู้ว่าจะโดนดุขนาดไหน วันนี้เราสองคนแอบไปนั่งชิงช้าที่สวนสาธารณะของๆโรงพยาบาลมา

 

       ฮุน เราต้องไปแล้วนะลูก ไปอยู่ที่อากาศดี คคนไม่พลุกพล่านมันจะดีต่อสุขภาพของลูกมากกว่านะแม่พูดพร้อมกับลูบหัวผมอย่างแผ่วเบา ผมยังไม่ได้บอกลาเธอเลย เราจะได้เจอกันอีกมั้ยนะ

      

 

 

I'm lucky I'm in love with my best friend
เราโชคดีที่มีความรักกับเพื่อนที่ดีที่สุด
Lucky to have been where I have been
โชคดีที่ได้ไปในที่ที่เคยไป
Lucky to be coming home again
โชคดีที่ได้กลับบ้านอีกครั้ง

Lucky we're in love in every way
โชคดีที่ไม่ว่าอย่างไรเราก็รักกัน
Lucky to have stayed where we have stayed
โชคดีที่ได้อาศัยในที่ที่เคยอยู่
Lucky to be coming home someday
โชคดีที่จะได้กลับบ้านในสักวัน

 

 

       เห็นห้องนี้แล้วน้ำตาก็พาลจะไหล มันผ่านมาสามเดือนแล้วตั้งแต่เซฮุนผ่าตัดวันนั้น แต่ฉันก็ยังไม่ชินที่จะเห็นห้องนี้ห้องที่เขาเคยรักษาตัวอยู่

“แน่ะ ทำอะไรน่ะ” ฉันสะดุ้งน้อยๆ ที่อีตาตัวดีจู่ๆ ก็โผล่มา

“ไม่ต้องมาทำเป็นเล่นเลยวันนั้นนายทำฉันเกือบหัวใจวายตามไปแล้วนะฮุน”

“แหมๆ หัวใจคนมันบังคับให้เต้น หรือหยุดเต้นได้ที่ไหนเล่า แต่ได้ข่าวว่าวันนั้นมีใครก็ไม่รู้มาร้องไห้ก่อนจะลักหลับฉันน่ะ” ดูสิ ฉันคิดผิดจริงๆที่รักหมอนี่ พอหลังจากผ่าตัดเสร็จ จู่ๆ หัวใจเขาก็หยุดเต้นขึ้นมา ฉันเป็นห่วงแทบตาย แต่ดูเขาเอามาพูดเล่นสิ ไม่คุยด้วยแล้ว งอนดีกว่า พอคิดได้ดังนั้นฉันก็เลยเนหนีมาซะดื้อๆ

“โห ตัลเค้าแค่ล้อเล่นนิดเดียวเอง อย่างอนเลยนะ ฮุนขอโทษนะครับ” เล่นอ้อนแบบนี้ใครจะโกรธลงล่ะ

“เชอะ ก็ได้ แต่ห้ามล้อเรื่องนั้นนะ” ฉันพูดพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นหน่อยๆ ข่มไว้ๆจะได้ไม่เหลิง

“ครับ สัญญาเลย หายงอนนะ” แน่ะๆ ยังจะเอาหัวมาถูกับแขนฉันอีก แฟนใครเนี่ย...อิอิ จะแฟนใครล่ะ ก็แฟนจอง ซูจองคนนี้ไงน่ารักที่สุดเลย >.<

“นี่ ฮุนรักนะ” พอฉันพูดจบเขาก็หยุดการกระทำอันน่ารักนั้นทำทีก่อนจะเปลี่ยนมาทำตากรุ้มกริ่มแทน ใครบอกว่าเขาอยู่ที่ชายหาดร้างผู้คนอย่างนั้นแล้วจะไม่ประสีประสาเรื่องความรักล่ะ คิดผิดแล้วล่ะ เพราะเขาน่ะพกเอาสัญชาตญานมาเต็มเปี่ยมเลยล่ะ

“ฮุนก็รักตัลนะ” เขาพูดก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาเรื่อย ก่อนที่จะ...ถูกฉันห้ามไว้ก่อนจะมาจูบกันตรงนี้ได้ไง ไว้ลับตาคนดีกว่าเนอะ ฮิฮิๆๆ  ฉันเนี่ยโชคดีจังเลยเนอะที่มีเขาเป็นแฟน

 

I'm lucky I'm in love with you.




 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ _ThE MoOn_ จากทั้งหมด 3 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 18 เมษายน 2557 / 18:24
    สนุกมากค่า แต่งอีกๆๆๆ
    #8
    0
  2. วันที่ 6 เมษายน 2557 / 12:25
    ชอบจังเลย เรื่องนี้อบอุ่นดีนะ แต่ฮุนเจ้าเล่ห์นะเนี่ย รักฮุนตัลที่สุดเลย แต่งอีกนะค่ะ ชอบ
    #7
    0
  3. วันที่ 5 เมษายน 2557 / 18:54
    น่ารักมากเลยค่ะ
    ดีจังนะที่ได้กลับมาเจอกัน ^^
    #6
    0
  4. #5 Pinein
    วันที่ 22 มีนาคม 2557 / 14:03
    ฮุนตัลน่ารักกกก
    #5
    0
  5. วันที่ 18 มีนาคม 2557 / 02:30
    ฮุนตัลน่ารักจริงๆ
    #4
    0
  6. วันที่ 12 มีนาคม 2557 / 20:02
    สนุกมากค่ะ ฮุนตัลๆๆ
    #3
    0
  7. #2 nanthinee herawan
    วันที่ 12 มีนาคม 2557 / 19:46
    ชอบมากค่ะ ใสๆน่ารัก

    ชอบฮุนตัล
    #2
    0
  8. #1 Kaistalship
    วันที่ 12 มีนาคม 2557 / 08:55
    สนุกค่าาาา ><



    ฮุนตัลน่ารักกก :)
    #1
    0