นางเอก(แอบซ่า)ฉบับแวมไพร์

ตอนที่ 4 : ตอนที่4 พยายาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 506
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    17 เม.ย. 63



ตอนที่4

พยายาม


.................................................................


       สมัยก่อนอีฟเคยวัดพลังวิญญาณของตนเอง ซึ่งเธอมีอยู่แค่ไม่ถึง5 ตอนนั้นอีฟโดยล้อ ใครๆก็พูดกันปากต่อปากว่าองค์หญิงของเผ่าปีศาจนั้นไม่เก่ง ไม่แข็งแกร่ง อีฟจึงล้มเลิกความตั้งใจและหันไปเอาใจโนเอลต่อ อีฟมองผลึกวัดพลังวิญญาณที่อยู่ตรงหน้าตนเอง เธอเหงื่อตก เอื้อมมือไปแตะผลึกนั้นโดยหวังว่าจะเกิดปาฏิหาริย์ แต่แล้วมันก็เกิดจริงๆ พลังวิญญาณของอีฟมันเป็น...


       '6' 


       อีฟหัวเราะแห้ง สงสัยเธอคงต้องฝึกฝนมากกว่านี้ ทั้งพลังวิญญาณ ทั้งความรู้ต่างๆที่จะไปสอบแบบทฤษฎี เธอจะต้องเก่งกว่าฮารินและโนเอล อีฟนึกในใจ แต่การจะทำให้พลังวิญญาณเพิ่มขึ้นนั้นต้องฝึกฝนตนเอง แต่ถ้าอยากมีสกิลเพิ่มต้องฆ่ามอนที่อายุมากกว่าร้อยปี(สามารถเพิ่มสกิลได้ทุกๆเลเวล100 ดังนั้นต้องคิดให้ดีก่อนเพิ่ม)


       อยากจะบอกว่ามอนกับปีศาจนี่คือคนละพวกนะ ปีศาจน่ะมีความคิดและสามารถกลายเป็นพวกมีสติปัญญาได้ ซึ่งเริ่มแรกก็จะเป็นร่างสัตว์ อย่างเช่นตระกูลอีฟก็เริ่มมาจาก ค้างคาว จนมีพัฒนากลายเป็นอวมไพร์ ส่วนมอนจะเป็นสัตว์ที่โจมตีแบบไม่เลือกหน้า ไม่สามารถมีร่างคล้ายกับมนุษยกาวิรได้ มอนจะอาศัยอยู่ที่ป่าบนกาวิน ในมิติหมอกไม่ค่อยจะมี มอนเองก็จะมีพวกเลเวลเหมือนกัน แต่ความแข็งแกร่งของมันจะนับจากเวลาที่พวกมันอาศัยอยู่อย่างเช่น สิบปี ร้อยปี หมื่นปี แสนปี ล้านปีและระดับตำนานที่มากกว่าสิบล้านปี 


       พลังวิญญาณคืออะไร พลังวิญญาณ ณ ที่นี้คือพลังที่จะสามารถควบคุมบางอย่างได้อย่างเช่นสามารถใช้พลังวิญญาณในการทำให้สิ่งรอบด้านเกิดรอยร้าวหรือแตก ใช้กดดันหรือขู่ รวมถึงใช้แสดงความแข็งแกร่งของตนเองอีกด้วย


       ง่ายๆว่าหนึ่งสัปดาห์อีฟใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เธอพยายามอย่างหนักเพื่อให้ตนไม่อ่อนแอ สามวันแรกอีฟใช้เวลาไปกับการอ่านหนังสือตำราและจดจำมันทั้งหมด ส่วนสี่วันที่เหลืออีฟตั้งใจฝึกฝนตนเองเพื่อให้พลังวิญญาณเพิ่มขึ้น


       "นางเปลี่ยนไปจริงๆ" แอสตันที่เฝ้าดูอยู่พูดกับเลอร์โรล นานๆทีทั้งสองคนจะยืนอยู่ด้วยกัน พี่ทั้งสองจึงหันมาคุยเรื่องต่างๆฆ่าเวลาจนถึงตอนเย็น เมื่อถึงตอนเย็นต่างคนก็ต่างทานข้าวกันเสร็จยกเว้นอีฟที่ดูเหมือนขะอยู่ใยห้องของตนเอง พ่อจึงหันไปบอกกับแอสตันให้ไปเรียกอีฟ


       "ไปเรียกอีฟมาเถอะ" แอสตันผงกหัวก่อนจะเร่งฝีเท้าไปที่ห้องอีฟ แอสตันเคาะประตูอยู่นาน แต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับ เขาจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป เมื่อเห็นว่าอีฟไม่ได้เป็นอะไรเขาก็ถอนหายใจโล่ง แอสตันเดินเข้าไปหาอีฟที่นั่งหลับคาโต๊ะ เขาลังเลว่าจะปลุกหรือไม่ปลุก 


        เมื่อเห็นว่าอีฟนอนหลับสบายเขาจึงไม่กล้าปลุก ทว่าก็แอบเหล่ไปมองอยู่หลายรอบ ใบหน้าขาวเนียน ขนตายาวเรียงสวยงาม นั่นคือสิ่งที่แอสตันกำลังเห็น เมื่อแอสตันเข้าไปใกล้ๆ ก็มีกลิ่นหอมลอยมา แอสตันจึงเผลอก้มหัวไปดมอีฟใกล้ๆ กลิ่นหอมดอกไม้จางๆทำให้แอสตันเกือบเคลิ้ม แอสตันนึกในใจว่าอีฟน่าจะพึ่งอาบน้ำมา ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรแปลกๆขึ้นมาจนหน้าแดง แอสตันถอยห่างก่อนจะสะบัดหัวเสมือนเอาความคิดบ้าๆบางอย่างออก แอสตันเลือกที่จะกลับไปอย่างช้าๆ เขาค่อยๆก้าวขา ค่อยๆปิดประตูราวกับกลัวว่าอีฟจะตื่นมากๆ


       แอสตันเดินไปทางห้องเดิม "นางหลับอยู่เลยไม่ได้ปลุก" แอสตันบอกกับพ่อพลางยกจานข้าวและแก้วบรรจุเลือดวกกลับไปที่ห้องอีฟ เขาวางไว้ที่ข้างๆโต๊ะ ขณะที่แอสตันจะกลับไปทำหน้าที่ตนเองเขาก็เหลือบไปมองอีฟอีกรอบ ใช้มือหนาของตนทัดผมให้อย่างแผ่วเบาและจากไป ไม่นานอีฟก็ตื่นเพราะกลิ่นของอาหารที่ยั่วยวนเธอ


       "แอสตัน?" อีฟขยี้ตาก่อนจะพึมพำชื่อของพี่ชาย เธอได้กลิ่นกายของพี่ภายในห้อง พอมองไปรอบๆกลับไม่เจอ 'สงสัยเขาจะไปแล้ว' อีฟนึกในใจ หยิบจานข้าวขึ้นมาทานและกระดกเลือดตบท้าย


       "อ่า! สดชื่น!" อีฟฉีกยิ้ม เธอยกทุกอย่างกลับไปที่ครัวและให้สาวใช้ทำหน้าที่ที่เหลือต่อ พออีฟกลับห้องก็เป็นเวลาทุ่มแล้ว เธอเปิดไฟหนึ่งดวงทำให้ภายในห้องค่อนข้างที่จะมืด มีเพียงแค่แสงไฟสลัวๆเท่านั้น เธอจับผลึกวัดพลังวิญญาณอีกรอบอย่างกล้าๆกลัวๆ อีฟแสยะยิ้มขึ้นมาเมื่ออยู่ๆก็มีแสงสว่างออกมาจากผลึกมากมายนับไม่ถ้วน 'ตอนนั้นโนเอลเลเวลเก้า มีพลังวิญญาณมากกว่าเก้าร้อย แล้วมาดูตอนนี้สิว่าข้ามีเท่าไร' เมื่อนึกแล้วมุมปากอัฟก็ยกขึ้นไม่หยุด ใช่ ใบหน้าสวยๆแบบอีฟต้องประดับด้วยรอยยิ้มสิถึงจะถูก


        อีฟวางผลึกหินลง เธอปิดไฟปิดม่านและทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างขี้เกียจ พรุ่งนี้ยังว่างอยู่หนึ่งวัน อีฟตั้งใจจะพักผ่อนให้เต็มที่และฝึกอีกนิดหน่อย


       "อีกแค่หนึ่งวัน เจ้าก็จะมาเจอข้าอีกครั้ง ข้าจะแสดงให้ดูเองว่านางเอกของปีนี้คือใคร ฮะๆ ฮ่าๆๆ" อีฟหัวเราะลั่นห้องอย่างบ้าคลั่ง ใครที่เดินผ่านห้องพลันตกใจกันหมด


.

.

.


       จิบๆ จิบๆ เสียงนกร้องบวกกับแสงที่เล็ดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาทำให้ร่างที่บนเตียงเหมือนจะได้สตินิดนึง เจ้าตัวพลิกตัวกลับไปกลับมาก่อนที่จะหลับต่อไปอย่างไม่รู้สึกรู้สา ไอเย็นจากแอร์นั้นกระจายไปทั่วห้องทำให้รู้สึกสบาย ไม่มีใครมาปลุกเธอจนเกือบเที่ยง


       "อืม..." อีฟยืดเส้นยืดสาย หันไปมองนาฬิกาที่เขียนเลขไว้ว่า11:37 อีฟหาวก่อนจะทิ้งตัวลงเพื่อนนอนต่อ "เหมียว~" แต่อีฟก็ต้องลืมตาขึ้นมามองเจ้าเชอร์รี่ อีฟคลี่ยิ้ม อุ้มเจ้าแมวอ้วนขึ้นมากอดพลางเล่นกับมัน สงสัยเธอตะลืมเอาไปให้ลูป


       "แปปนะ ขอข้าอาบน้ำกินข้าวก่อนนะ เดี๋ยวข้ามาเล่นใหม่ เอ๊ะ พาเจ้าไปอาบด้วยกันดีกว่านะ" อีฟอุ้มเจ้าเหมียวขึ้นและพาไปที่ห้องอาบน้ำและอาบให้เจ้าเหมียว แมวปกติต้องไม่ถูกกับน้ำ แต่ใครจะไปรู้ว่าเจ้าเชอร์รี่กลับกระโดดลงอ่างและเล่นน้ำราวกับสุนัขเฉย อีฟปล่อยให้เจ้าเหมียวเล่นน้ำไป เธอแค่มาอาบน้ำแบบปกติ ไม่ได้มาแช่ในอ่าง จากนั้นก็พาเจ้าเชอร์รี่ไปเป่าลมให้ตัวแห้ง 


       "เจ้าตื่นสายนะ" เสียงของลูปดังขึ้น เขานั่งอยู่ที่ริมหน้าต่างของห้องอีฟ อีฟชะงัก เลิกสนใจเจ้าเหมียวและหันไปสนใจลูปแทน


       "วันหยุดทั้งที จะตื่นสายนิดสายหน่อยไม่ได้รึ?" อีฟบอกพลางขยับตัวไปใกล้ลูปที่นั่งห้อยขาอยู่ที่หน้าต่าง ลูปไม่ได้ขนับหนี เขาแค่จ้องมองอีฟอยู่นานแสนนานจนอีฟอดที่จะทักขึ้นมาแทรกไม่ได้ "นี่ เจ้าอย่าจ้องข้านานสิ" 


       "ข้าเปล่าจ้อง" ลูปส่ายหน้า


       "แล้วนี่เรียกว่าไรล่ะ" ลูปนึกอยู่แปปและบอกกลับมาอย่างซื่อๆ 


       "มอง ข้ามอง" ลูปเป็นน้องของอีฟที่อายุห่างกันไม่ถึงปี แต่ไฉนเธอเหมือนเห็นเด็กอายุสิบปีอยู่ตรงหน้าเล่า อีฟผงกหัวรับ "นี่เจ้าเชอร์รี่ ข้าซื้อมาให้เจ้าเพราะว่ามันน่ารักดี" อีฟกล่าวพลางยื่นไปให้ลูป 


       "เดี๋ยวข้ามาใหม่" ลูปรับมา บอกลาก่อนจะโดดออกหน้าต่างไป เมื่อกี้เขายิ้ม? อีฟขมวดคิ้ว ยิ้มอะไรของเขากัน อย่าบอกนะว่ายิ้มเพราะแมว


       อีฟแวะไปดื่มเลือดเป็นข้าวเที่ยงก่อนที่จะแวะไปยังกาวินต่อ วันนี้อีฟใช้เวลาไปกับการพักผ่อน เธอเดินเล่นไปเรื่อย ขณะที่เธอกำลังจะกลับก็ดันมีใครก็ไม่รู้เดินตามเธอมา อีฟไม่ได้หันกลับไปมองแต่ใช้ประสาทสัมผัสของเธอนับจำนวนคนที่เดินตามเธอมา 'หนึ่ง สอง สาม สามคน' 


       อีฟเดินเลี้ยวเข้าซอยเปลี่ยวซอยหนึ่ง แน่นอนว่าทั้งสามคนนั้นก็ต้องตามเธอมาแน่ๆและมันก็เป็นจริง พอสุดซอยแล้วอีฟก็หันไปมองชายสามคนที่ยืนล้อมเธอไว้ "ดูชุดนั้นสิ ถ้าจับเธอไปเป็นตัวประกันได้เราต้องรวยแน่ๆ" อีฟขมวดคิ้วเมื่อชายคนหนึ่งพูดขึ้น เป็นแค่โจรลักพาตัวธรรมดางั้นหรอ? 


       "ไปพวกเรา จัดการยัยนี่ซะ!" ว่าจบชายสองคนร่างบึกบึนก็พุ่งเข้ามาหาอีฟทันที อีฟหน้าบึง เธอนึกว่าจะมีอะไรที่น่าสนุกกว่านี้ ที่ไหนได้ ก็แค่โจรกระจอกงอกง้อย "ถ้าเข้ามาใกล้ข้าเกินสามเมตรอย่าหาว่าข้าไม่เตือน" ชายร่างบึกบึนทั้งสองไม่ฟังคำเตือน วิ่งเข้าไปใกล้อีฟขึ้นเรื่อยๆจนเธอนับเลขออกมา


       "3"


       "2"


       "1"


       "ถือว่าเจ้าก่อเรื่องก่อนนะ" ว่าจบชายทั้งสองก็ยืนอยู่ตรงหน้าอีฟเสียแล้ว คนหนึ่งถือดาบอีกคนมือเปบ่า อีฟกำมือแน่น ชกไปที่ท้องของชายคนแรกที่ถือดาบจนกระเด็นไปไกล เมื่อชายอีกคนเห็นเพื่อนของตนกระเด็นไปจึงง้างมือเตรียมจะชกอีฟต่อ อีฟหันไปมองชายร่างนั้นก่อนจะอ้าปากกว้าง ตาสีดำพลันเปลี่ยนเป็นสีแดง อีฟใช้เขี้ยวแหลมกัดไปที่คอลึกจนชายร่างบึกบึนสลบไปเพราะขาดเลือด เลือดสีแดงกระเด็นเปรอะไปทั่วพื้น แต่น่าแปลกที่มันกลับไม่เลอะเสื้อของอีฟ


       "เหว๋อ วะ..แวมไพร์!" ชายที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าร้องออกมา ดูเหมือนเขาจะโชคร้ายเสียแล้ว "ชู่ว์.. อย่าเสียงดังสิ เดี๋ยวเขาก็แห่กันมาหมดทั้งหมู่บ้านหรอก" อีฟเอามือไปแตะปากตนเอง


       "ว่าไง เจ้ามีอะไรจะพูดรึเปล่า" อีฟยิ้มพลางเดินไปทางหัวหน้ากลุ่มโจรลักพาตัวอย่างช้าๆ เธอใช้นิ้วโป้งเช็ดเลือดที่เลอะมุมปากต่อ ส่วนหัวหน้าโจรก็นั่งสั่นอยู่ที่พื้น เขาพยายามพูดขอร้องให้ปล่อยเขาไปด้วยเสียงตะกุกตะกัก "เอ.. พอดีข้าก็ไม่ใช่คนใจดีน่ะ ถือว่าเป็นบทเรียนของเจ้าละกันนะ" ในหัวของหัวหน้าโจรเต็มไปด้วยคำว่า 'เจ้าเล่ห์ ชั่วร้าย' ที่อยากจะมอบให้อีฟ อีฟเดินไปหยิบดาบของชายที่ถูกเธอซัดกระเด็นมา อีฟตั้งใจจะตัดมือหัวหน้ากลุ่มซะเลยแต่ก็เกิดเหตุโกลาหลขึ้นมาเสียก่อน


       บึ้ม!! เสียงบางอย่างดังสนั่นไปทั่ว มีไอควันกระจายเข้ามาในซอยเปลี่ยวที่อีฟอยู่ อีฟเอามือมาบังควัน ไอ ในที่เกิดจากแรงระเบิดเมื่อกี้ พอลืมตาอีกทีหัวหน้ากลุ่มก็วิ่งตะเลิดไปพร้อมกับลูกน้อง อีฟไม่ได้สนใจกลุ่มลักพาตัวต่อ เธอเดินออกมาจากซอยเปลี่ยวเพื่อมองสถานการณ์รอบด้าน ทุกคนต่างก็วิ่งออกมาจากทางที่เกิดเสียงในขณะที่อีฟเดินไปทางที่เกิดเสียง ที่ง่ายๆตอนนี้อีฟกำลังเดินสวนกับผู้คนมากมาย อีฟจ้องมองไปยังตรงที่มีควันโขยงแบบไม่กะพริบตา


       มีเงาเทาๆดำๆใหญ่ๆอยู่ท่ามกลางควัน อีฟเบิกตากว้าง เหมือนจะมีความทรงจำเก่าแล่นเข้ามาในหัว อีฟหวนนึกไปอดีตก่อนที่เธอจะย้อนเวลากลับมา เธอเคยเลี้ยงเสือขาวตัวหนึ่งที่สามารถแปลงเป็นแมวได้ สุดท้ายมันก็โดนสังหาร มันทำให้เธอต้องเสียน้ำตาให้อยู่หลายวัน มันมีสีขาวสะอาด มีลายสีดำเหลืองบนหลัง มีเขาเสมือนกวางที่หัว พออีฟยิ่งนึก ควันก็เริ่มจางลง ภาพตรงหน้าก็ยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ 


       'เจ้าเคยช่วยชีวิตข้าไว้นับไม่ถ้วน แม้ว่าท่านจะปล่อยข้าให้เป็นอิสระไปกี่หน ข้าก็ต้องโดนจับไปขายอยู่ดี ให้ข้าเป็นของท่านได้หรือไม่?'


       'เอาสิ ข้าขอตั้งชื่อให้เจ้าว่า...'


       "ซานฟราส" อีฟยืนนิ่ง มองไปยังเสือขาวตัวนั้นอย่างคิดถึง มันหายไปตอนปีก่อนและจะถูกสังหารในวันนี้! 'ทำไมเราถึงจำไม่ได้กัน ตอนนั้นเราต้องเสียน้ำตาไปเท่าไรกว่าจะยอมรับความจริงได้' เนื่องจากอีฟอยู่ไกลจากซานฟราส เธอจึงรีบวิ่งไปหา แม้ว่าอีฟจะชนใครหลายคนไป แต่เธอก็ไม่ได้รู้สึกผิดสักนิด ขอแค่ไปหยุดซานฟราสก่อนที่มันจะโดนฆ่าก็พอ


       "เอ๊ะ? อย่าไปทางนั้นนะ" อีฟโดนใครบางคนจับแขนไว้ อีฟหันมามองอย่างหงุดหงิด แต่ก็พบว่าเป็นชายที่เธอเคยชนไปเมื่อหลายวันก่อน อีฟจำได้เพราะตาสีฟ้าประกายนั่น "...." อีฟไม่พูดอะไร เธอสะบัดมือออกและวิ่งไปทางซานฟราสแบบไม่หันกลับมามอง เป็นอีกครั้งที่เคนมองอีฟจากไปจนสุดสายตา เขามองมือของตนเองอีกรอบอย่างงุนงง


       "เป็นอะไรของเรากันนะ?"


.

.

.

.

.


.................................................................


แฟนเพจจิ้มเลย

https://www.facebook.com/Bxben_s-658269717965307/


.................................................................



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น