นางเอก(แอบซ่า)ฉบับแวมไพร์

ตอนที่ 14 : ตอนที่14 คืนเดิม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 392
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63


ตอนที่14

คืนเดิม


................................................................


        ท้องฟ้าแสดงให้เห็นว่าเป็นกลางคืน ทั่วทุกสารทิศเต็มไปด้วยความมืด คงเป็นเพราะตอนเช้าฝนตก เลยไม่เหลือเมฆสีขาวลอยอยู่เหนือหัว ท้องฟ้าควรจะดำมืดสนิทเนื่องจากไม่มีปุยเมฆขาว ทว่ามันกลับไม่ใช่ ท้องฟ้าคืนนี้กลับมีทั้งสีฟ้าไล่จนไปถึงสีดำ มันไล่สีอย่างกลมกลืนจนน่าอัศจรรย์ใจ 


        ท้องนภาดูกว้างใหญ่ ไกลจนสุดสายตา มองแล้วพลันรู้สึกอ้างว้าง ท้องฟ้าที่สวยงามมักมีดาวประดับอยู่ไปทั่ว เต็มไปด้วยแสงอ่อนที่สาดส่องลงมา ทั้งๆที่ไม่มีดาวประกอบอยู่เหมือนในนวนิยาย แต่มันดูแล้วช่างสวยงามระรานตายิ่ง


       พระจันทร์เสี้ยวยังคงหันด้านเดิมมาให้มอง ไร้กลุ่มเมฆาบดบัง แสงสีเหลืองสะท้อนกระทบเข้าผ่านนัยน์ตาสีดำ ต้นไม้ใบหญ้าที่อยู่รอบด้านต่างก็โดนแสงเหล่านั้นจนสะท้อนออกมาเป็นสีเขียวอ่อน ลมพัดเบาๆทำให้เย็นสะบาย หากต้นไม้เหล่านี้เป็นมนุษย์ มันคงจะกำลังอ้าแขนรับลมเย็นนั้นอยู่


        ด้านหลังหอพักมีแม่น้ำใสสะอาดอยู่เป็นทาง มันใสซะจนอดสงสัยไม่ได้ว่ามันคือน้ำดื่มและมันก็ใสจนเห็นได้ว่ามีปลาแวกวายอยู่ แต่หากมองอีกมุม น้ำใสๆนี่ก็สามารถสะท้อนท้องฟ้าและใบหน้าของอีฟออกมาได้ 


        ใบไม้จากต้นไม้ใหญ่ที่ร่วงลงมาอย่างธรรมชาติทำให้บรรยากาศดูงดงามยิ่งกว่าเดิมหลายสิบเท่า บางใบก็ร่วงลงพื้น บางใบก็ร่วงลงในแม่น้ำ ทันทีที่ใบไม้แตะกับผิวน้ำก็เกิดคลื่นระลอกเล็กและไหลไปตามทาง


        อีฟเดินเล่นไปที่ด้านหลังหอพัก จริงๆแล้วเธออยากจะออกไปเล่นนอกโรงเรียนมากกว่า แต่ทำไงได้ พรุ่งนี้เธอต้องตื่นเช้า คงไม่มีเวลามากพอที่จะออกไปเล่นด้านนอกแบบชิวๆได้


        โรงเรียนนี้ตั้งอยู่ใจกลางเมือง การที่รอบๆจะเป็นถนนทางเดิน ตึก บ้านเรือนก็คงมิแปลก ทว่าเนื่องจากเป็นโรงเรียนเวทมนต์จึงมีระบบพิเศษตรงที่ว่าเมื่อเปิดเทอมเรียนในวันที่สอง โรงเรียนจะไม่ได้อยู่ที่ใจกลางเมืองแบบตอนแรก มันจะย้ายไปที่กลางพื้นที่ราบ รอบด้านเต็มไปด้วยป่า เขาจึงไม่อนุญาติให้ออกจากโรงเรียนตอนกลางคืน ซึ่งปกติก็ไม่มีใครคิดอยากจะออกไปให้ตนเองหลงทางหรือเจออันตราย


       โรงเรียนจะย้ายกลับไปในใจกลางเมืองก็ต่อเมื่อก่อนปิดเทอม1วัน ดังนั้นหากมีเรื่องจำเป็นที่จะต้องกลับก่อนก็ต้องไปบอกอาจารย์ เพื่อขอยืมห้องเทเลพอร์ตไปยังใจกลางเมือง ซึ่งฟังแล้วดูค่อนข้างที่จะยากลำบาก


        อีฟย่อตัวลง ผมหางม้าสีดำสะบัดไปตามแรงเบา มือเรียวขาวเอื้อมไปจุ่มในน้ำใสเย็น ปลาต่างแวกว่ายหนีกันตามสัญชาตญาณ อีฟหัวเราะคิกคักและเดินเล่นต่อไป ยิ่งเดินไปลึกก็ยิ่งเจอต้นไม้ใหญ่ขึ้น กิ่งก้านที่แผ่ออกมานั้นบังแสงจากพระจันทร์จนเกือบหมด แต่สิ่งมีชีวิตเล็กๆที่บินอยู่รอบๆกลับทำให้ไม่มืด ตัวของมันมีแสงจางๆ ดับๆเปิดๆเสมือนไฟที่กำลังจะเสีย



        มันคือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า 'หิ่งห้อย' 


        อีฟขยับออกจากที่เดิม ค่อยๆถอยหลังไปพลางมองหิ่งห้อยที่อยู่ตรงหน้า เธอไม่ใช่นางเอกในละครที่จะยืนชื่นชมหิ่งห้อยต่อ อีฟชอบมองแสงจางๆนั่น แต่เธอเองก็ไม่ค่อยชอบแมลง 


       "อ่ะ?" อีฟร้องออกมาเบาๆ เธอปัดหิ่งห้อยที่บินมาเกาะเธอออกพร้อมกับถอยหลังไปสองสามก้าว เนื่องจากกำลังสนใจเจ้าหิ่งห้อยทำให้อีฟไม่ทันสังเกตว่าเธอถอยหลังชนกับใครบางคนอยู่ เงามืดดำของคนด้านหลังอีฟสะท้อนออกมาบนพื้น อีฟชะงัก เธอเริ่มรู้ตัวแล้วว่าชนใครบางคนเข้า


       "ใครกัน" อีฟหมุนตัวมาประจันหน้ากับคนด้านหลัง ในมือเรียกไบฟรอส มีดสั้นอันประณีตออกมาป้องกันตัวเตรียมที่จะจ้วงคนตรงหน้า


       "ผมเองๆ" 


        อีฟมองผู้ชายตรงหน้าที่ยกมือสองข้างขึ้น ฉีกยิ้มหวานให้ อีฟยังคงหน้าบูดแบบเดิม มองผมสีเทา ตาสีฟ้าของคนตรงหน้า ทำให้รู้ว่าเขาคือมิลาน เคน คนที่มีความสามารถสูงเกือบเท่ากับอีฟ อีฟเก็บมีดสั้นลง จ้องมิลานอย่างไม่ละตา คำถามมากมายต่างก็ผุดขึ้นเต็มหัว 


       "อย่ามองแบบนั้นสิครับ" เขาพูดจาสุภาพและยังคงยิ้มให้ต่อไป


       "เจ้ามาตรงนี้ทำไม กฎของหอพักคือห้ามออกจากหอหลังสามทุ่มครึ่งหากไม่ได้รับอนุญาต" 


       "งั้นอีฟล่ะครับ มาทำอะไรตรงนี้^^" 


       "ชิ! งั้นก็เงียบเอาไว้ล่ะ อย่าทำให้ข้าต้องเดือดร้อน แล้วก็อิฟฟี่ ข้ากับเจ้า ไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น" 


       "อะไรคือคำว่าไม่สนิทล่ะ" อีฟเหลือบไปมองมิลานแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร เลือกที่จะเดินหนีไปอีกทางแทน ในอดีต มิลานเกลียดฮาริน ตั้งใจจะแก้แค้นให้แก่น้องชายที่เสียชีวิตไป แต่ไปๆมาๆ เขาก็ดันหลงฮาริน อีฟไม่อยากจะไปยุ่งหรอกนะ รักฮารินงั้นหรอ? งั้นก็ถือว่าเป็นคนที่เธอต้องระวัง


       "อย่าทำหน้าเย็นชาใส่ผมสิ ทีเมื่อคราวก่อนยังยิ้มให้กันอยู่นะ"


       "เรื่องของข้า" อีฟสะบัดผมใส่ไปรอบ เดินตรงไปยังอีกทางที่ไม่ใช่ป่าหิ่งห้อย แต่ดูเหมือนว่าเคนจะยังคงเดอนตามต่อไปพร้อมชวนคุยอย่างเป็นมิตร


       "เธอทดสอบได้คะแนนเยอะขนาดนั้นได้ยังไงหรอ?"


       "..."


       "แล้วไม่จะคุยกับผมรึไงครับเนี่ย"


       "..." อีฟนิ่งเงียบเสมือนหิน แต่ก็ยังคงก้าวเท้าต่อไป ยิ่งก้าวไปเท่าไรคนด้านหลังก็ยิ่งก้าวตาม บางทีเธอควรจะบินหนีไปเลยน่าจะดี แต่อีฟเองก็ไม่อยากจะบินในเวลานี้หรอกนะ มีหวังมีคนเห็นแน่


       "จะตามข้าไปถึงเมื่อไหร่?"


       "จนกว่าเธอจะให้ผมจะสนิทกับอิฟฟี่ไงครับ^^"


       "..." 


       อีฟเลิกพูดต่อ เตรียมจะวิ่งออกไปจากคนตรงหน้า ทันทีที่อีฟหันหน้ากลับและกำลังจะวิ่งออกไปก็ถูกมือหนาคว้าไว้แน่น 


       "อะไรของเจ้า? ปล่อยข้า!" อีฟโวยวาย


       "มานี่"


       สิ้นเสียง มิลานก็กระตุกมือที่จับแขนอีฟไว้ ดึงให้เธอล้มไปทางเขา "นี่เจ้า!" อีฟพยายามยื้อไว้ แต่เพราะเธออยู่ในท่าที่ไม่ถนัดนัก เลยทำให้ยื้อไว้ได้ไม่นาน สุดท้ายก็ล้มไปทางด้านหลังที่พุ่มไม้ดัง 'ปึก!' เมื่อได้สติอีฟก็เตรียมจะโวยวายใส่มิลานทันที


       "ชู่ว์ เบาๆหน่อย" มิลานเอานิ้วแตะปากเชิงให้เงียบ อีฟขมวดคิ้วยิ่งกว่าเดิม เธอยังไม่เข้าใจสถานการณ์และท่าทีของคนตรงหน้า


       ฟรึบ...


       "อ่าว ไม่มีคนแหะ ได้ยินเสียงแว่วจากตรงนี้แท้ๆ" เสียงขยับของหญ้าดังพร้อมกับเสียงของยามท่านหนึ่ง อีฟที่อยู่ตรงพุ่มไม้ข้างๆถึงกับเงียบทันที เธอเข้าใจทุกอย่างแล้ว 


       "ไม่มีคนหรอก บอกแล้วไง เวลานี้ใครจะออกจากหอพักล่ะ ไปๆกลับไปตำแหน่งเดิมกันได้แล้ว" ยามอีกคนโผล่ออกมาบอกเพื่อน สุดท้ายพวกเขาก็เดินกลับไปทางเดิม อีฟถอนหายใจรอบหนึ่ง เธอค่อนข้างจะโล่งอกโล่งใจ


       "ถือว่าข้าเข้าใจผิดไปนิดหน่อย"


       "ขอบคุณเจ้ามาก ข้าไปล่ะ" อีฟยิ้มให้บางๆ ลุกขึ้นจากพุ่มไม้และปัดเศษหญ้า เศษใบไม้ออก "วันนี้แต่งตัวสวยดีนะ" อีฟชะงัก หรี่ตามองมิลานเชิงหาเรื่องและกลับมาปัดฝุ่น เศษดินอะไรต่อ


       "ข้าไปจริงๆแล้ว เจอกันใหม่พรุ่งนี้"


       "ไม่สิ ไม่ใช่พรุ่งนี้ พรุ่งนี้วันเสาร์ งั้นเจอกันวันจันทร์" 


        "เดี๋ยวสิ" มิลานเอ่ยห้ามไว้ "ทำไมล่ะ? มียามอีกรึไงกัน" อีฟหันซ้ายหันขวา แต่ก็ไม่เจอแม้แต่ร่องรอย อีฟหันกลับมาที่มิลานอีกรอบ ตั้งใจจะถามต่อ แต่เธอก็ต้องยืนค้างไว้


       "ใบไม้ติดผมเธอน่ะ" 


       มือหนาเอื้อมไปที่ผมดำของอีฟ เก็บใบไม้ออกมาอย่างแผ่วเบา ดวงตาสีทะเลของเขาพลันสั่นไหวไปพร้อมกัน แสงจากหิ่งห้อยสะท้อนตาสีฟ้าสง่าพอดี 


       "เออ...ขอบใจ" อีฟเดินไปทางหอพักของตนเอง ระยะห่างระหว่างมิลานกับอีฟเริ่มห่างกันเรื่อยๆจนมองไม่เห็นกันอีกต่อไป มิลานยังคงจ้องไปทางเดิมที่อีฟไป เขามองสลับกับมือของตนเองที่มีใบไม้แห้ง 


       "เป็นคนที่มีเสน่ห์จังเลยครับ"


       มิลานหวนนึกถึงตอนที่เขาเอื้อมมือไปเก็บใบไม้แห้งนี่ ใบหน้าหยิ่งทะนงนั่นยังคงตราตรึงอยู่ภายในใจ ผมสีดำที่พริ้วไสวยังคงติดตา แต่แวบหนึ่ง เขาก็เห็นนันย์ตาดำสนิทที่ไหวกลายเป็นสีแดงชั่วครู่ มันช่างสวยราวกับอัญมณีหายาก ไหนจะรอยยิ้มต้องมนต์นั่น ที่ทำให้เขาเหมือนจะตกอยู่ในภวังค์


       "แล้วก็นะครับ..."


       "เจอกันวันพรุ่งนี้น่ะถูกแล้ว:)"


.

.

.

.

.


................................................................


แฟนเพจจิ้มเลย~


https://www.facebook.com/Bxben_s-658269717965307/


...............................................................


ตอนนี้มาแต่บทหวานค่ะ มีแต่น้ำ เนื้อเรื่องไม่ค่อยเดิน55 เดี๋ยวตอนหน้าเราจะไปถอนหมั้นกันค่ะ!



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

33 ความคิดเห็น

  1. #13 CrescentMoonStar (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 14:38
    ในที่สุดก็จะได้ถอนหมั้นแล้ว
    #13
    0