นางเอก(แอบซ่า)ฉบับแวมไพร์

ตอนที่ 1 : ตอนที่1 อิฟฟี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 673
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    18 มิ.ย. 63

*ใครยังไม่อ่านข้อมูลเบื้องต้นแนะนำให้อ่านนะคะ จะมีบอกข้อมูลตัวละคร



ตอนที่1

อิฟฟี่


................................................................


        ที่นี่คือกาวิน เป็นโลกที่มีเหล่าเผ่าพันธุ์ต่างๆอาศัยอยู่ เผ่าเอลฟ์ภูต เผ่าปีศาจและเผ่ามนุษยกาวิน สามเผ่าต่างก็อยู่อย่างสงบเป็นเวลาสามแสนกว่าปี กาวินนี้จะแบ่งเป็นสี่ส่วน สามส่วนสี่เป็นของมนุษยกาวิน ส่วนที่เหลือเป็นของเอลฟ์ภูต ถามว่าปีศาจอาศัยอยู่ที่ไหนน่ะหรอ ก็อีกมิติหนึ่งไง เผ่าปีศาจจะอยู่ในอีกมิติหนึ่งที่เต็มไปด้วยหมอก มีขนาดใหญ่เท่ากับกาวินทั้งหมด ไม่มีใครทราบว่าตำแหน่งที่แน่นอนของมิตินี้ว่าอยู่ที่ใด ปีศาจจะสามารถข้ามมิติได้ผ่านทางประตูมิติที่วางอยู่ตรงจุดต่างๆของกาวิน


        พื้นที่ของเอลฟ์ภูตนั้นเต็มไปด้วยสมุนไพรชั้นเลิศ จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการค้าขาย เหล่าเอลฟ์ภูตนั้นบินได้ ส่วนมากมักจะมีเวทย์รักษา เวทย์ล่อลวง เวทย์พลางตัว เวทย์แสง เอลฟ์ภูตนั้นหาตัวได้ยาก มักอาศัยอยู่ที่ป่าลึก


        พื้นที่ของปีศาจหรืออีกมิติหนึ่งนั้นจะมืดและมีหมอกหนา เรียกดินแดงนี้ว่า 'มิติหมอก' ซึ่งเต็มไปด้วยไอพลังอัดแน่น ดังนั้นหากเหล่าปีศาจอยู่ที่นี่ก็จะมีพละกำลังมากกว่าที่กาวินสามเท่า ไอพลังพวกนี้ช่วยเพิ่มค่าพลังต่างๆร่วมถึงทำให้หายจากอาการบาดเจ็บเร็วขึ้น ที่นี่มีหิน แร่ที่หายากมากมาย


        เผ่าปีศาจนั้นแบ่งย่อยได้อีกหลายแขนง แต่หากเป็นตามผู้ที่มีอิทธิพลแบ่งได้สามพวก พวกแรก พวกสัตว์ปีศาจ ซึ่งมีอยู่จำนวนมาก หากพัฒนาได้ไกลก็สามารถกลายเป็นพวกมีสติปัญญา พวกที่สอง พวกมีสติปัญญา จากสัตว์ปีศาจที่ได้แต่ร้องคำรามจะเปลี่ยนร่างซึ่งมีรูปร่างเหมือนมนุษยกาวิน ซึ่งจะสามารถ พูด เขียน ได้แบบมนุษยกาวิน พวกสุดท้าย พวกตำนาน จะเป็นสัตว์ปีศาจในตำนาน ซึ่งจะพบเจอได้ยาก ไม่มีการระบุอย่างชัดเจนว่าเป็นแบบใด พวกปีศาจมักจะมีพลังกำลังมหาศาล ทำให้ไม่นิยมใช้เวทย์ แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มี อย่างเช่นถ้าเป็นซัคคิวบัสก็จะมีเวทย์ที่สืบทอดกันมาอย่างเวทย์ที่ทำให้คนหลงใหล


        มนุษยกาวิน ว่ากันว่าเป็นเหล่าเผ่าพันธุ์ที่มีการพัฒนาไกล มีความสามารถด้านการประดิษฐ์ มีความชาญฉลาด มีความคิดสร้างสรรค์ แต่อีกแนวก็ว่ากันว่าเป็นเผ่าที่น่ากลัวมากๆ เผ่านี้มีเวทย์หลากหลายชนิด แต่โดยหลักจะมีเวทย์ดิน น้ำ ลม ไฟ อาจมีการแยกย่อยอย่างเช่นเวทย์น้ำแข็งที่แปลงมาจากธาตุน้ำ


        ที่กาวินนี้มีระบบปกครองแตกต่างกัน เผ่ามนุษยกาวินจะให้ผู้ที่ว่ากันว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ปกครอง เผ่าเอลฟ์ภูตจะให้ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดปกครอง เผ่าปีศาจจะให้พวกมีสติปัญญาปกครอง 


       การพูดคุยสำเนียงของกาวินนั้นจะใช้ภาษาเดียวกัน จะมีภาษาแยกย่อยแต่ไม่เป็นที่นิยม มนุษยกาวินจะใช้การคำพูดแทนตนเองคนอื่นว่าเรา ผม แก เธอในขณะที่เผ่าปีศาจจะใช้คำว่าข้า เจ้า น่าแปลกที่กาวินนี้ไม่มีการแบ่งระดับคำพูดโดยใช้คำราชาศัพท์หรือคำลงท้ายเพคะ พะยะค่ะ


.

.

.

.

.



        ณ งานเลี้ยงการหมั้นหมายขององค์ชายลำดับที่สองของเผ่ามนุษยกาวินกับองค์หญิงลำดับที่หนึ่งของเผ่าปีศาจพวกมีสติปัญญาอย่างเป็นทางการ วันนี้เป็นวันดียิ่งที่จะเชื่อมความสัมพันธ์ของทั้งสองเผ่า เสียงคุยกันดังไปทั่วทั้งงาน งานนี้ทั้งใหญ่และหรูหรา


        "ว่ากันว่าองค์หญิงนั้นสวยมากๆ"


        "ใช่ๆ นางมีผมสีดำ ตาสีดำ เวลาที่นางโกรธหรือใช้พละตาจะเปลี่ยนเป็นสีแดง เท่มากเลยล่ะ!"


        "อะไรนะ? ตาเปลี่ยนสีด้วยงั้นหรอ"


        "ถูกต้อง! ว่ากันว่านางสวยมาก แต่หยิ่งแถมยังเป็นหญิงที่ลุ่มหลงองค์ชายจนการเรียนนั้นแย่เป็นที่สุดท้ายเชียว!"


       "ชู่ว เบาๆ เดี๋ยวก็มีคนได้ยินหรอก"


       เสียงคุยนั้นเบาลงจนแทบไม่ได้ยิน ภายในงานมีคนมากมายที่แต่งชุดหรูหราสวยงาม บ้างยืนอยู่ บ้างก็คุย บ้างก็ทานอาหาร เนื่องจากเป็นงานเลี้ยงเลยมีอาหารจัดวางไว้ ซึ่งล้วนแต่เป็นอาหารชั้นสูง มีคุณภาพทั้งนั้น ส่วนเครื่องดื่มก็หนีไม่พ้นกับพวกของดื่มมึนเมาที่มักจะส่งกลิ่นหอมหวานต่างกับรสชาติฝาดๆของมัน


        "อะแฮ่มๆ" เสียงไอกระแอมดังขึ้นพร้อมกับร่างของผู้ที่เป็นราชาของพวกเขา ทุกคนต่างเงียบและทำความเคารพทันที


        "บัดนี้ก็ถึงเวลาอันควรแล้ว ข้าขอเปิดงานหมั้นนี้อย่างเป็นทางการ!"


        และแล้วก็ปรากฏคู่ชายหญิงคู่หนึ่งเดินออกมาอย่างสง่างามผ่าเผย ฝ่ายชายนั้นตัวสูง หน้าตาคมคายหล่อเหลา ดวงตาสีฟ้าประกาย ผมสีน้ำเงินเข้มถูกจัดเซ็ตไว้อย่างสวยงามเดินควงแขนไปพร้อมกับฝ่ายหญิง แต่ทว่ากลับไม่ทำให้ฝ่ายหญิงน้อยหน้าเลยแม้แต่น้อย เพราะเธอนั้นมีผมยาวจนน่าประหลาด ยามที่เธอจ้องมองลงมานั้นทำให้ผู้คนต้องหลงใหล ผิวของเธอขาวตัดกับผมและตาสีดำ ปากสีแดงอวบอิ่ม รูปร่างตัวนั้นสมส่วนยากที่จะบรรยาย


        "องค์ชายลำดับที่สอง โนเอล จัคพานิมพ์ ได้หมั้นหมายกับองค์หญิงลำดับที่หนึ่ง อิฟฟี่ อโรรัตนสกุล"


       เสียงปรบมือดังขึ้นไปทั่วทั้งงาน การหมั้นหมายนั้นต้องเซ็นชื่อลงในกระดาษ ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงต้องใช้มีดกรีดบนฝ่ามือ ฝ่ายชายต้องกรีดข้างซ้าย ส่วนฝ่ายหญิงกรีดข้างขวา จากนั้นก็ประสานมือให้เลือดผสมกันแล้วหยดลงบนเอกสารหมั้นหมายเป็นอันเสร็จสิ้น การหมั้นหมายอย่างเป็นทางการนี้ต้องอายุมากกว่า18ปี ซึ่งตอนนี้ทั้งสองอายุ26ปี ตอนแรก ทั้งสองได้หมั้นหมายตอนอายุ10ขวบอย่างไม่เป็นทางการ


        ตอนที่นำมีดมากรีด อิฟฟี่ก็หน้านิ่วเล็กน้อย หันไปเห็นโนเอลที่ไม่ยอมกรีดเสมือนรออะไรบางอย่าง ทันใดนั้นก็มีคนมาขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน "หยุดนะ! หยุดๆๆ!" เสียงที่แทรกเข้ามาทำให้ทุกคนหยุดจริงๆ ตามด้วยการหันมองไปอย่างพร้อมเพรียง


        "เจ้า..." เสียงขององค์ราชาดังขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ผู้ที่พูดแทรกขึ้นมามีหน้าตาน่ารัก ตัวเล็ก ผมสั้นสีชมพูประกาย ดวงตาสีส้มไร้เดียงสา เธอเดินมาก่อนจะพูดแทรกต่อ


        "ท่านอิฟฟี่ ดิฉันรู้อะไรบางอย่างมา!" องค์ราชายืนพิจารณา แต่ก็ปล่อยให้เธอพูดต่อไป ไม่นานก็มีคนเดินออกมาจากฝูงชนงานเลี้ยงสองสามคน ซึ่งล้วนแต่ใส่เสื้อคลุมปกปิดตัว


        "ดิฉันรู้มาว่าท่านนั้นหยิ่ง ท่านเป็นคนที่โหดร้ายอำมหิต! เธอคนนี้ถูกท่านตัดมือไปข้างนึง ทำให้เธอต้องมาพิการเพราะท่าน!" คนแรกก้าวขาออกมา ถอดเสื้อคลุมออก เผยให้เห็นว่าเธอคนนี้ไม่มีมือจริงๆ พลันภายในห้องก็เกิดเสียงพูดคุยนินทาขึ้นยกใหญ่ ภายในงานเลี้ยงยิ่งใหญ่ขนาดนี้จะมีใครกล้ามาขัดกัน ช่างดูเหมือนนางร้ายเสียจริง แต่คงจะเป็นนางร้ายหน้าตาจิ้มลิ้ม ไร้เดียงสา หากมองอีกมุมก็เหมือนกับนางเอกที่มากู้ความยุติธรรมจากนางร้ายเสียงั้น


        "ท่านยอมรับแล้วใช่มั้ยคะ!" หญิงตรงหน้าพูดขึ้นอีกครั้ง แต่อยู่ๆอิฟฟี่ก็ก้มหน้าลงสักพักก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับแสยะยิ้ม!


         "หึ! เจ้ามีสิทธิอะไรมากล่าวหาข้า ข้ายอมรับว่าข้าทำ แต่รู้รึไม่ว่าท่านผู้หญิงคนนี้ได้ทำอะไรกับข้าไว้?" อิฟฟี่ถาม


         "ก็ท่านตัดมือนางเพียงเพราะนางทำให้ท่านไม่พอใจไงคะ" หญิงผมชมพูชะงักก่อนจะตอบกลับ ทั้งสองค่อยๆโต้เถียงกัน


        "แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไรกัน แท้จริงแล้วนางผู้นี้ได้ขโมยของของข้ามานับสิบกว่าชิ้น แต่ละชิ้นมีมูลค่ามากกว่าสามพันเหรียญ ข้าตัดมือนางยังถือว่าน้อยไป 'ฮาริน' เจ้าไม่รู้หรอว่าข้อหาลักขโมยนั้นจะต้องโดนเช่นไรกัน? ประหารชีวิตไงล่ะ นั่นสิ สงสัยเจ้าคงไม่ได้รับการศึกษา ถึงได้มากล่าวหากันเช่นนี้" ฮาริน ชื่อของสาวผมชมพู เธอนั้นเป็นลูกสาวของพ่อค้าที่ร่ำรวยเป็นอันดับที่หกของกาวิน แต่หากเทียบความร่ำรวยของฮารินกับอิฟฟี่คงจะห่างเกินจะเทียบ


         "งั้นเรื่องต่อมา ท่านได้สังหารพ่อของชายคนนี้ค่ะ!" ชายคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมน้ำตาและบอกว่า 'ท่านฆ่าพ่อข้า!' อิฟฟี่ยิ้มหวานให้ก่อนจะสวนกลับไป "ข้าฆ่าพ่อเจ้า? เป็นเจ้าเองไม่ใช่รึที่เป็นคนลงมือ ข้าเพียงบอกว่าพ่อของเจ้านั้นแอบมีชู้รัก ข้าไม่ได้เป็นคนสังหารท่านแต่อย่างใด" คราวนี้เสียงภายในห้องก็เริ่มเงียบลง พลันสีหน้าของฮารินก็เปลี่ยนไปแวบนึง


        "งะ..งั้น! ท่านคิดจะก่อกบฎ!"


        "เงียบซะ เจ้าไม่มีสิทธิมากล่าวร้ายข้าถึงสามครา นี่คืองานเลี้ยงของข้าและเจ้ามีสิทธิอะไรมาทำลายมัน" องค์ราชายิ้มอย่างพอใจ แต่ทว่าฝ่ายองค์ชายลำดับที่สองกลับเคลื่อนไหวและสั่งการทหาร


        "ทหาร! นางผู้นี้คิดจะก่อกบฎ จับนางไว้!" อิฟฟี่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย ทั้งๆที่เป็นเพียงคำพูดของหญิงผมชมพูตรงหน้า แต่ทำไมองค์ชายลำดับที่สองถึงได้เชื่อ บางที...พวกเขาคงเตรียมการมาแล้ว ทหารหลายคนเข้ามาล้อมก่อนจะเอ่ย'อย่าขยับ!' ทุกคนที่อยู่ภายในงานต่างก็ไม่เข้าใจตามๆกันไป


        "โนเอล ท่านจะทำอะไรกันแน่?"


        "หึ! ข้าขอประกาศให้ทุกคนรู้ ณ ที่นี้ ข้าไม่เคยรักเจ้าเลยแม้แต่น้อย! เพราะเจ้าหวังราชสมบัติ! ข้าน่ะรักฮาริน! แล้วเจ้าน่ะแกล้งทำเป็นคนดี เจ้ามันคนหลอกลวง!" อิฟฟี่ขมวดคิ้ว มันช่างเป็นการกล่าวหาที่หน้าด้านเสียจริง ฮารินเดินต้อยๆไปหาโนเอล โนเอลโอบฮารินไว้ก่อนจะพูดปลอบอย่าง 'เจ้าไม่เป็นไรนะ' 'ข้ารักเจ้าเพียงคนเดียว' องค์ราชาลุกขึ้นจากพระที่นั่งอย่างตะลึง บัดนี้ทหารได้ยืนล้อมอิฟฟี่ไว้ทุกทาง 


        "นี่ท่านไม่เชื่อใจข้าเลยรึ?" อิฟฟี่ก้าวขาออกมาพลางทำหน้าน่าสงสาร


        "หยุด! ท่าขยับอีกนึงข้าทหารแทงเจ้าตายแน่!"


        "อะไรกัน คิดว่าข้ากลัวรึ? ขอข้าคุยกับฮารินก่อนเสีย" เมื่อเห็นว่าการทำหน้าน่าสงสารไม่ได้ผล อิฟฟี่จึงต้องเปลี่ยนแผน


        "ไม่! ทหาร ลงมือ!" ทันใดนั้นก็มีเสียงกรี๊ดดังขึ้น ผู้คนในงานต่างชลมุนวุ่นวาย อิฟฟี่ตัวแน่นิ่ง เหลือบไปมองคู่ชายหญิงตรงหน้าอย่างแค้นเคือง เลือดสีแดงไหลออกมาจากหน้าอกที่ถูกทหารท่านหนึ่งเอาดาบมาเสียบ อิฟฟี่กัดฟันและคุกเข่าลง เธอรู้สึกเจ็บอย่างมากและรู้ตัวว่าเธอไม่สามารถรักษาบาดอผลนี้ได้ เธอกำลังจะตายในไม่ช้าเพราะดาบนั้นแทงลึกจนมาถึงหัวใจ


        "เจ้าน่ะ ไม่ใช่คนที่ข้าต้องการ" ทันใดนั้นองค์ราชาก็ลงมาขวางหน้าไว้ก่อนจะสะบัดมือไปหนึ่งรอบ พลันเกิดลมแรงขึ้น ทหารต่างกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง หน้าขององค์ราชามีเส้นเลือดขึ้นปูด ไม่บอกก็รู้ได้ว่าท่านรู้สึกเช่นไร


        "หยุดเดี๋ยวนี้!" องค์ราชาพูดเสียงดังชัด ทุกคนพลันนิ่ง เหงื่อตก กลืนน้ำลายอย่างฝืดเคือง


        "เดี๋ยวจะมาจัดการทีหลัง เชิญเจ้าพวกโง่ทั้งสองอยู่กันอย่างมีความสุข!" องค์ราชาดีดนิ้วหนึ่งทีร่างของเขาและอิฟฟี่ก็หายไปทันที


        ย้ายตัวไปอีกทีที่ห้องพักอันแสนวุ่นวาย พวกหมอต่างพากันเดินเข้าออกกันเป็นว่าเล่น


        "อาการแย่มากค่ะ" หมอคนหนึ่งพูดบอกองค์ราชา


        "ไม่ใช่ว่าพวกปีศาจสามารถรักษาตัวเองได้หรอ รีบรักษาซะ เราไม่อยากจะมีปัญหากับทางนั้นหรอกนะ"


       "ไม่ไหวค่ะ เพราะโดนสมุนไพรหายากที่มีฤทธิ์ห้ามการรักษาของเหล่าปีศาจ ทางเราต้องส่งตัวกลับไปยังมิติหมอกให้เร็วที่สุดค่ะ!" ร่างขององค์หญิงถูกส่งผ่านประตูมิติไปยังมิติหมอกทันที ทางฝั่งของเหล่าปีศาจต่างก็คุยกันให้ว่อนว่าองค์หญิงบาดเจ็บ แน่นอนว่าผู้เป็นพ่อคงจะต้องโกรธมากแน่


        "เหตุใดจึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น!" ภายในห้องโถงราชาเผ่าปีศาจตะโกนลั่น ไม่เป็นพียงแค่การตะวาดลั่นธรรมดาเพราะมันส่งผลให้พื้น เพดานต่างมีรอยร้าว องค์ราชาพยายามสกดกั้นอารมณ์ของตน แต่ดูเหมือนท่านจะทำไม่ได้เสียแล้ว


        "...." เหล่าคนที่อยู่ภายในห้องโถงต่างเงียบกริบ ไม่กล้าแม้แต่ที่จะหายใจ ขนาดท่านพยายามควบคุมอารมณ์รอบด้านยังพังทลายขนาดนี้ หากท่านไม่ได้ยับยั้งอารมณ์นั่นเล่าจะเกิดอะไรขึ้น?


       "องค์ราชา! องค์ราชา!" องครักษ์ผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างลุกลี้ลุกลน "มีอะไร!" องค์ราชาตวาดอย่างอารมณ์เสียสุดๆ


       "เออ..องค์หญิง สิ้นชีวิตแล้ว!" ทุกอย่างนิ่ง ทุกคนเงียบอย่างตะลึง ในที่สุดแรงกดดันมหาศาลที่อัดอั้นก็ถูกปล่อยออกมา พลันรอบด้านก็พลังทลายเสมือนมีแผ่นดินไหว


       "เจ้าพวกมนุษยกาวิน!!!" 






       ณ ห้องพักของอิฟฟี่


       ย้ายกลับไปที่ห้องของอิฟฟี่ มีร่างแน่นิ่งไม่หายใจอยู่บนเตียง แม้ชื่อเสียงเสียงของเธอจะป่นปี้ขนาดไหน แต่ความงามของเธอนั้นเป็นเรื่องจริง ขนาดตายยังงามขนาดนี้ คงมิอาจมีใครสู้ได้ มีหลายคนมาร้องไห้ พร่ำเพ้อว่าเธอยังไม่ตาย อิฟฟี่นั้นเหมือนจะได้ยินเสียงของทั้งพี่ พ่อ เหล่าคนที่รักเธอ อิฟฟี่ไม่เคยรู้สึกเสียใจขนาดนี้มาก่อน เป็นไปได้ เธอเองก็อยากจะเริ่มชีวิตใหม่อีกครั้ง ได้อยู่กับครอบครัวที่รักเธออีกครั้ง อยากที่จะทำทุกอย่างใหม่ จะไม่ไปหลงกับความรักบ้าๆที่ทำให้เธอร้องสิ้นชีวิตอย่างเดียวดาย


        ผู้เป็นพ่อกุมมือของอิฟฟี่ไว้ ความตายนั้นยิ่งใหญ่ ไม่มีใครสามารถต่อต้านมันได้เมื่อมาถึง แม้แต่พระราชาที่มีอำนาจเงินทองมากมายขนาดไหนก็ไม่สามารถใช้มันเพื่อยื้อฉุดดวงชีวิตให้มีเวลามากกว่านี้ ตอนนี้ร่างของเธอมันเริ่มแข็งตัวและเย็นเสียแล้ว มีเสียงฟ้าผ่าสองสามทีก่อนที่ฝนจะตกลงมาหนักประดับเพิ่มความเศร้าให้หลายสิบเท่า ขนาดที่ทุกคนกำลังเศร้า พวกเขาก็เห็นบางอย่างที่ทำให้เศร้ายิ่งกว่าเดิม ร่างของอิฟฟี่นั้นมีน้ำตาไหลออกมาอาบแก้มทั้งสองข้าง พลันรู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงเบาๆ


       'ขอโทษนะ...' 


       'ข้าไม่ได้หวังให้ยกโทษให้ข้า แต่ข้าขอโอกาส ขอโอกาสอีกสักครั้ง ขอให้ครั้งนี้เป็นเพียงบทเรียนให้แก่ข้า' 


       เสียงร้องไห้อย่างโศกเศร้าถึงที่สุดยังคงดังต่อเนื่องไปหลายวัน ข่าวการเสียชีวิตขององค์หญิงอิฟฟี่ อโรรัตนสกุล ดังไปทั่วทั้งกาวิน


.

.

.


'ได้'

'คำขอของเจ้าเป็นจริงแล้ว'






        ย้อนกลับไปเป็นเวลาเกือบ11ปี ณ มิติหมอกห้องส่วนตัวของอิฟฟี่ ภายในห้องนั้นเงียบ ไม่มีใครอยู่นอกจากร่างแน่นิ่งที่บัดนี้ไร้บาดแผลบนตัว ตอนนี้อิฟฟี่ย้อนเวลากลับมาเสียแล้ว อิฟฟี่ย้อนกลับมาตอนที่เธอมีอุบัติเหตุโดนรถชนตอนวัย15 เธอสลบแบบไม่ฟื้นเป็ยเวลาสี่สันมาแล้ว นี่ก็ย่างเข้าวันที่ห้า

        กึก...


        ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นร่างที่แน่นิ่งกลับขยับเล็กน้อย มีเสียงหายใจขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เปลือกตาขยับอย่างช้าๆก่อนจะเปิดโพล่ง ดวงตาสีดำเปลี่ยนสีแดงภายในพริบตา ร่างนั้นลุกขึ้นมาจากเตียง ขยับปากออกเล็กน้อยราวกับจะพูดบางอย่าง เผยให้เห็นเขี้ยวที่โผล่ออกมา


         ร่างนั้นเดินไปทางประตูอย่างยากลำบาก รู้สึกไร้เรี่ยวแรงแต่ก็ยังฝืน ทันใดนั้นประตูก็เปิดออกมาจากทางด้านนอกจนเกิดเสียง 'แอ๊ด' คนที่อยู่ภายในห้องพลันตกใจและถอยหลังไปสามสี่ก้าว คนที่เปิดประตูเข้ามาเป็นหนุ่มคนหนึ่ง ทันทีที่เปิดตูเปิดออกชายคนนั้นก็ตกใจจนทำแจกันที่อยู่ในมือตกแตก


        เพล้ง! ชายคนนั้นยืนค้าง อ้าปากพะงาบๆและพูดขึ้น "อะ..อีฟ พี่ตื่นแล้ว..." เสียงที่หลุดออกมานั้นเบามาก ตัวอีฟเองก็มองอย่างไม่เข้าใจ ชายคนนี้มีผมสีดำแต่ตาสีม่วง เขากำลังจะหันหลังกลับไปทางเดิมที่ตนมาแต่ก็ถูกอีฟผลักจนเซล้มกันไป อีฟนั้นคร่อมอยู่ด้านบน ดวงตาเปลี่ยนสีเป็นดำแดงสลับกันไปหยุด


        "พะ..พี่ เดี๋ยว!" ในที่สุดอีฟก็ก้มลงและอ้าปากกัดไปที่คอของหนุ่มตรงหน้า ดูดเลือดอย่างตะกละตะกลาม


        "อึก! อีฟ!" อีฟดูดเลือดต่อไปจนร่างที่โดนกดอยู่หน้านิ่วเพราะเจ็บ หลังจากที่อีฟดูดเลือดจนพอใจก็เงยหน้าขึ้น มีเลือดเปื้อนที่มุมปากและมือ ช่างดูมีเสน่ห์เหลือเกิน ทางฝั่งน้องชายเองก็จ้องมองคนตรงหน้าต่อไปพร้อมกับเอามือมาแตะบริเวณที่โดนกัด อีฟเลียเลือดที่มุมปากและเลือดที่เปื้อนนิ้วตนเอง


        ตึก! ตึก! ตึก!


        "เกิดอะไรขึ้น!" เสียงฝีเท้าดังขึ้นพร้อมกับเสียงตะโกนเสียงดัง ตอนแรกพวกเขานึกว่ามีคนบุกรุก แต่ที่ไหนได้ เมื่อพวกเขามาถึงกลับเห็นอีฟคร่อมน้องชายอยู่ แถมอยู่ในสภาพที่มีเลือดเปรอะเต็มไปหมด ไม่ใช่แค่นี้ อีฟยังอยู่ในชุดเสื้อชั้นในสายเดียว ที่สายมันเลื่อนมาอยู่ที่แขน มองแล้วรู้สึกเหมือนทั้งสองกำลังทำอะไรที่คิดดีไม่ได้เลย


        องค์ราชา "...


        พี่ชายคนโต "..."


        พี่ชายคนกลาง "..."


        องครักษ์ "..."


        "เดี๋ยวครับ! ผมไม่ได้ทำอะไรนะ!!!" ฝ่ายน้องชายแย้งขึ้นพร้อมกับหน้าที่แดงก่ำเมื่อรู้ว่าทุกคนกำลังเข้าใจอะไรผิด


        "แต่ภาพมันสื่อ" เสียงของพี่ชายคนกลางดังขึ้น ทำเอาทุกคนพยักหน้าตามๆกัน


        "ไม่ใช่ๆ โถ่พี่!"


.

.

.

.

.


.................................................................


แฟนเพจจิ้มเลย


https://www.facebook.com/Bxben_s-658269717965307/


..................................................................


ขอบคุณสำหรับทุกการติดตาม ทุกคอมเมนต์และทุกกำลังใจด้วยเด้อ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

32 ความคิดเห็น