[Identity V] มองไม่เห็นค่ะ ช่วยนำทางให้หน่อยได้มั้ย? (เฮเลน่า×โจเซฟ)

ตอนที่ 6 : บทที่6 เกมที่สอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    19 เม.ย. 63


บทที่6

เกมที่สอง


................................................................


       ฉันทำการนั่งพักอยู่พักใหญ่ ร่างกายของฉันนั้นอ่อนแอมาแต่ไหนแต่ไร อีกอย่างก็คืออีกไม่กี่นาทีจะมีเกมที่ฉันต้องไปเล่น หากไม่เก็บพลังงานไว้เดี๋ยวจะแย่เอา 


       ที่แน่ๆฉันเสียดายที่ไม่ได้คุยกับเทรซี่ เป็นเพราะไอบ้าคนนึงดันมาฉุดฉันซะก่อน แถมยังโยนภาระมาทิ้งให้กันอีก บุรุษซะเปล่า แย่ชะมัด 


       ฉันหยิบไม้เท้าติดตัวและเดินออกนอกห้องไป แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น พอฉันเปิดประตูออกไปก็เจอนาอิบยืนดักรอ! ฉันจึงต้องชักประตูกลับมา แต่มันดันไม่ทัน นาอิบเขาเอาเท้ามาแทรกก่อน ตามด้วยเอาตัวมาแทรก เราต่างก็ยืดยื้อกันไปมา แน่นอนว่าฉันต้องสู้แรงเขาไม่ไหว อีกไม่นานนาอิบคงจะเข้ามาได้


       "ต้องการอะไรกันแน่คะ" ฉันถามออกไป


       "หึๆ ก็แค่อยากมาสั่งสอนน่ะ"


       "ไม่ต้องการค่ะ เชิญกลับไปด้วยค่ะ!" ฉันยิ้มอย่างไม่เป็นมิตร แม้ว่าจะไล่ยังไงนาอิบก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมถอย แถมจะเข้ามาให้ได้ด้วย


       "นี่ เธอน่ะ ไม่ได้ตาบอดใช่มั้ยล่ะ?"


       "อะไร ก็เห็นอยู่ว่าฉันตาบอด อย่ามาใส่ร้ายกันสิคะ" ฉันยังคงพูดเสียงหวาน แต่ในใจนี่คือโกรธจนเป็นฟืนเป็นไฟ


       "ก็เห็นอยู่ว่าเขาไม่ต้อนรับก็ยังจะหน้าด้านไปพยายามอีกนะ" เสียงดังขึ้นมาจากนอกประตู ปรากฏร่างของชาย เอิ่ม...ชายอีกแล้ว ฉันล่ะเบื่อจริงๆนะเนี่ย ชายคนนี้สวมเสื้อขาดๆลายดำสลับขาวเสมือนนักโทษแหกคุก ใบหน้าสดใส หล่อเหลาคมคาย เขาแสยะยิ้มออกมาเผยให้เห็นถึงเขี้ยวเล็กดูน่าเอ็นดู แต่หากดูรวมๆแล้วคนนี้ดูมีความเจ้าเล่ห์เอามากๆ ที่แน่ๆฉันต้องเข้าข้างเขาเสียก่อน!


       "ใช่ๆ ท่านช่วยเอาชายผู้นี้ออกไปได้หรือไม่"


       "หืม? แล้วเหตุใดต้องทำแบบนั้นด้วยเล่า" ฉันยิ้มค้าง อะไรกัน-_-


       "เห็นมั้ย อย่ามายุ่งเรื่องพวกเราเลย เดินผ่านไปๆเลยก็ดี" นาอิบบอก ฉันนี่ของขึ้นเลย ไม่ช่วยก็ไม่ต้องช่วยก็ได้ เชอะ! ฉันก่นด่าชายมีเขี้ยว(?)ในใจ ฉันหยุดผลักประตูกลับกะทันหัน ทำให้สมดุลเปลี่ยนไป กลายเป็นว่านาอิบกำลังจะล้ม เลยร้องเสียงหลง "เหว๋อ!" 


       ฉันหลบนาอิบและแลบลิ้นใส่เขา รีบเดินออกจากห้องและทิ้งเขาไว้อย่างนั้น เอาล่ะไปห้องเล่นเกมกัรดีกว่ส ถึงเวลาแก้มือแล้ว! 


       'จะว่าไปแล้วไปทางไหนกันนะ?' ก็นะ เคยไปอยู่ครั้งเดียวใครจะไปจำได้ล่ะ ฉันกำไม้เท้าแน่น เอาไงดีนะ ต้องหาใครสักคนที่จะนำทางไป จะว่าไปแล้วเจ้าเขี้ยวล่ะยังอยู่รึเปล่า


       "นาย!" ฉันเรียกเจ้าเขี้ยวที่เดินอยู่ด้านหลังฉัน


       "ว่า?" เสียงห้วนๆขานตอบดังขึ้น


       "ช่วยพาฉันไปห้องเล่นเกมหน่อยสิ!" 


       "หะ?"


       "นะๆๆ" ฉันขยับตัวเข้าไปใกล้เจ้าเขี้ยว เขาพยักหน้างึกๆด้วยสีหน้างุนงง 


       "ฉันเฮเลน่า นายล่ะ"


       "ลูก้า เอาจริงๆก็พึ่งมาใหม่แหละ ไม่รู้จะพาไปถูกทางรึเปล่านะ" ฉันเดินตามเขาไป อย่างน้อยเขาก็ยังใจดีและดูมีมารยาท ถึงแม้หน้าตาจะดูไม่น่าเชื่อถือก็เถอะ ระหว่างทางก็มีคุยกันบ้างเล็กๆน้อยๆอย่างเช่น อาชีพอะไร มีความสามารถแบบไหน รวมถึงคุยเรื่องเหตุผลที่มาที่นี่ด้วยเช่นกัน


       "ฉันมาเพราะต้องการทุนน่ะ แล้วก็ต้องการที่อยากจะรักษาตาให้หายด้วย" ฉันพูดพลางแตะที่ดวงตา ถึงตอนนี้จะมองเห็นทุกอย่างชัดกว่าเดิม30% แต่อย่างน้อยก็หวังว่ามันจะหายขาด


       "แล้วนายล่ะ?"


       "หึ... คิดว่าไงล่ะ เรื่องของผมมันค่อนข้างจะแปลกล่ะ แถมไม่มีอะไรพิเศษด้วย" 


       "ไม่อยากเล่าหรอ ไม่ต้องเล่าก็ได้ พอดีเป็นคนดีน่ะ ไม่บังคับ" ฉันพูดยอตนเองพลางหัวเราะ ก็ฉันมันคนดีไม่ห่างเหินไงล่ะ! พูดแล้วฉันก็หัวเราะหนักกว่าเดิม 


       "นี่ไง ถึงแล้ว" ไม่ทันไรก็ถึงเสียได้ กำลังสนุกอยู่เลย ฉันยู่ปากอย่างเสียดาย


       "ขอบคุณมากเลยค่ะ" ฉันยิ้มหวานให้ก่อนจะเดินเข้าห้องเล่นเกมไป นั่งลงบนที่เก้าอี้ไม้สีน้ำตาล ตอนนี้ขาดอยู่แค่หนึ่งคนนั่นคือฝั่งฮันเตอร์ ฉันนั่งนิ่ง มีแอบเหล่ไปมองคนอื่นบ้างแต่รวมๆก็คือแทบจะไม่ขยับ รู้สึกเกร็งแหะ


       ตานี้มีฉัน ผู้หญิงสองและอีกชายหนึ่ง ผู้หญิงคนนั้นฉันรู้จักนะ ฉันเหลือบไปมองหญิงชุดราตรีสีดำ เธอมีผมสีเทาขาว สวมแหวนเพชรสีม่วง มีของประจำตัวคือน้ำหอม วีร่ารึเปล่านะ ฉันมองกี่ทีก็แอบหลงใหลใบหน้านั่น เป็นคนที่สวยจริงๆ ฉันนึกย้อนกลับไป ส่วนคนที่เหลือฉันไม่รู้จักสักคน 


       "นี่เดมี่ เก็บขวดเหล้าของเธอไปเถอะ มันกลิ่นแรง" วีร่าเอามือปิดจมูกข้างนึง ส่วนมืออีกข้างก็ปัดๆกลิ่นเหล้าที่ลอยกลางอากาศ


       "ขอโทษนะ แต่มันช่วยไม่ได้" คนที่ชื่อเดมี่บอก เธอดูมีความใจเย็น ไม่ดูหยิ่งทะนงแบบวีร่า ส่วนคนสุดท้ายก็นั่งนิ่งเงียบไม่ต่างกับฉัน เป็นผู้ชายที่สะพายกระเป๋าเป้ ถือหนังสือบางอย่างในมือ หน้าตาเขาดูมีความอ่อนนุ่ม(?) ดูๆแล้วก็น่ารักอยู่ เขาคือนักสำรวจ


       ขณะที่ฉันนึกไปมาพอลืมตาอีกทีสถานที่ก็เปลี่ยน ที่นี่มีเสียงเพลงที่ฟังแล้วดูเหมือนจะออกแนวสนุกสนาน แต่ทำไงได้ ก็ที่นี่มันสวนสนุกนี่นา! ฉันหันซ้ายขวาพลางร้องวาวออกมา น่าเล่นจัง มีรถไฟเหาะด้วย นี่น่ะหรอสิ่งที่เขาว่ากันว่าเป็น้ครื่องเล่นที่ทำให้รู้สึกหวาดเสียว ฉันอยู่ข้างๆรถไฟเหาะ น่าแปลกที่ภายหน้าฉันก็มีเครื่องถอดรหัสด้วย


       ฉันลงมือถอดรหัสได้ไม่กี่วิก็หยุดและเคาะไม้เท้า ปรากฏร่างเงาสีแดงอยู่แถวๆฝั่งซ้ายที่มีบ้านใหญ่ๆ แถมกำลังตีอะไรอยู่ด้วย เจอเพื่อนแล้วสินะ งั้นดีเลย ฉันจะได้อยู่สบายๆหน่อย ฉันยิ้มหน้าบานอย่างอารมณ์ดี ไม่แน่ว่าตอนนี้อาจจะมีดอกไม้บานอยู่บนหัวฉันแล้วก็เป็นได้


       หลัลจากที่ถอดเสร็จฉันก็เดินไปที่รถไฟเหาะ ลองนั่งเล่นสักหน่อยดีมั้ย? ตึกตัก ตึกตัก อยู่ๆเสียงหัวใจก็ดังขึ้น มันทำให้ฉันรู้สึกกลัวๆ พอเห็นหน้าของฮันเตอร์ที่กำลังเดินมามันทำให้ฉันรู้สึกกลัวขึ้นมาจริงๆ


       "อยู่นี่เอง มายอาย" ฉันสะดุ้ง ผู้ล่าคนนี้สวมหมวกสีดำและหน้ากาก มีกรงเล็บและหมอกในมือ เขาตัวสูงมาก แถมกำลังเดินมาทางฉัน ฉันจึงถือโอกาสนั่งรถไฟเหาะไปซะเลย


       "บ๊ายบายค่ะ" ฉันบอกผู้ล่าไป 


       "ไม่ให้ไปหรอก!" ชายสวมหน้ากากบอก รถไฟเหาะได้เคลื่อนตัว ซึ่งก็ตรงกับจังหวะที่ผู้ล่าง้างมือตี ฉันหลับตาแน่นคิดว่าไม่รอด แต่ที่ไหนได้ ฉันกำลังขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะบงไปด้วยความเร็วสูง


       "กรี๊ด!!!!" ฉันหวีดร้องออกมา ตามที่ฉันรู้มามันจะต้องหยุดจามจุดพัก แต่หากมีคนไปปิดไฟมันละก็ แทนที่มันจะหยุดมันก็จะไม่หยุดน่ะสิ! 


       "ดะ..เดี๋ยวสิ มะ..มีตีลังกาด้วย?" ฉันอ้าปากค้างเมื่อตรงหน้าเป็นรางกลับหัว โอแม่เจ้า อย่าลืมเก็บศพให้ข้าด้วยนะท่านพระเจ้า! กรี๊ด!!!!!


       "แฮ่กๆ ค่อยยังชั่วหน่อย" ฉันลงจากรถไฟเหาะด้วยสีหน้าไม่สู้ดี แต่อย่างน้อยฉันก็รอดจากผู้ล่าได้ แถมตอนนี้เหลือแค่1เครื่อง! เร็วมากๆเลย แถมก็ยังไม่มีคนโดนตี ดีกว่าตี้ก่อนมากๆด้วย


       ฉันเดินแบบ กะเผลกๆไปที่เครื่องถอดรหัส พบว่ามีนักสำรวจกำลังถอดรหัสอยู่ ฉันลงมือช่วยเขาพลางทำความรู้จัก เขาบอกว่าชื่อเคิร์ท เป็นสายถอดรหัสเหมือนกับฉัน อีกไม่นาน เครื่องสุดท้ายก็จะเสร็จ จะว่าไปแล้วฉันลืมเค่ะไม้เท้าน่ะ... คิดเสร็จฉันก็เคาะไม้เท้าทันที เห็นร่างเงาสีดำของฮันเตอร์ไกลๆ ปลอดภัย! ฉันยิ้มร่าอีกครั้ง


       ฉันจุดเครื่องไป เดินไปหาประตูที่ใกล้ที่สุด รู้ตัวอีกทีคุณเคิร์ทก็หายไปเสียแล้ว ฉันเลยเปิดประตูคนเดียว อย่างน้อยก็ยังสบายใจได้ว่าฮันเตอร์คงเดินมาไม่ทันอ่ะนะ


       วูบๆ... มีเสียงบางอย่างดังจึ้นมาพร้อมกับแสงสีดำแดง ฉันยืนค้าง คุ้นๆว่ามันคือการเทเลพอร์ต 


       "เจอกันอีกแล้วนะครับ คุณผู้หญิง" 


       "เหว๋อ!" ฉันร้องพลางเดินหนี แต่ไม่ทัน ผู้ล่าตีฉันล้มไป อิบอ๋ายแล้ว! 


       "ปล่อยหนูไปเถอะนะ" ฉันกุมมืออ้อนวอนร้องขอ ถึงแม้ว่าจะเจ็บแผลที่โดนเล็บข่วน อย่างน้อยท่าทำแบบนี้อาจจะรอดก็ได้นะ หมดกันภาพลักษณ์ของฉัน


        "ไม่-มี-ทาง" เขากล่าวก่อนจะจับฉันนั่งเก้าอี้ โถ่;-; คราวหลังฉันคงต้องมีมารยาหญิงให้มากกว่านี้สินะ ฉันนั่งขอพรให้กลับคฤหาสน์อย่างปลอดภัย 'โอมมมมมม เพี้ยง!' ใช่ซะที่ไหนล่ะ! ฉันนั่งวิงวอนบนเก้าอี้พร้อมกับแหกปากไม่หยุด


        "จะไม่ปล่อยหนูจริงหรอคะ" ฉันถาม


        "จริง" เขากล่าว


        "จริงหรอคะ" ฉันถามอีกรอบ


        "จริง" เขาตอบกลับมา


        "ไม่สงสารหนูหรอ"


        "ไม่!" เขาบอกอย่างเหลืออด


        "ปล่อยหนูเถอะ" ฉันอ้อนวอน


        "ไม่" และเขาก็ตอบด้วยเสียงดังฟังชัด 


        "คราวหน้าหนูจะแก้แค้น! รอก่อนเถอะ หึ!" ฉันบ่นใส่เขา


        "จะแล้วกัน โชคดีนะหนู" เขาโบกมือลาก่อนที่เก้าอี้จะลอยขึ้นฟ้า 


       "ฮือออ ใจร้ายอ่าาาา" เสียงของฉันก้องกังวานไปทั่วทั้งแมพ...



.

.

.

.

.

 

................................................................


สวัสดีทุกคนที่มาใหม่นะคะ ไรท์อาจจะหายๆไปนานจนแต่งได้ไม่ค่อยดีมาก

.

.

.



แฟนเพจจิ้มเลย


https://www.facebook.com/Bxben_s-658269717965307/



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #13 หิมะสีเลือด (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 15:18

    พยายามต่อไปน่ะเฮเลน่า

    #13
    0