[Identity V] มองไม่เห็นค่ะ ช่วยนำทางให้หน่อยได้มั้ย? (เฮเลน่า×โจเซฟ)

ตอนที่ 1 : บทที่1 เริ่มต้นทุกอย่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 294
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    21 ต.ค. 62


บทที่1

เริ่มต้นทุกอย่าง


...............................................................


       ฉันชื่อเฮเลน่า เกิดในครอบครัวช่างไม้ ฉันป่วยเป็นโรคเลือดคลั่งในสมองตั้งแต่ฉันยังเด็ก มีอยู่ครั้งนึงที่ฉันมีไข้สูงมาก สุดท้ายก็หมดสติไป


       พอได้ลืมตาอีกครั้ง ทุกอย่างรอบด้านก็พลันมืดมิด แม้แต่แสงจากตะวันก็ไม่เคยที่จะเห็นอีกเลย ทุกอย่างรอบไตัวมันมืดมิด ฉันที่อยู่ในวัยนี้ควรจะต้องสดใส ร่าเริง แต่ทำไมฉันถึงต้องทนทุกข์ทรมาน


       ชีวิตของฉันก็มีความโชคดีอยู่บ้าง เพราะคุณพ่อของฉันแม้จะเป็นช่างธรรมดา แต่เขาก็มีความขยันและอดทน 


       คุณพ่อมักพาฉันออกไปข้างนอกเพื่อสัมผัสธรรมชาติรอบตัว ให้ใช้มือสัมผัสลำธารน้ำ ให้ใช้จมูกดมกลิ่นหอมๆของดอกไม้ ให้ฟังเสียงใบไม้ปลิวไปตามสายลมด้วยหู คุณพ่อคอยสอนให้ใช้สิ่งที่ร่างกายมีให้เป็นประโยชน์ เพียงไม่นานนักฉันก็รู้จักธรรมชาติรอบตัว


       แม้ว่าตาจะมองไม่เห็น แต่ตอนนี้ฉันก็ได้รับรู้ถึงความสุขแล้ว พ่อของฉันยังคงทำไม้เท้าที่งดงามมาให้ฉัน เพื่อให้ไปไหนมาไหนได้สะดวกและสามารถใช้ในชีวิตประจำวันด้วยตนเองมากขึ้น


       แต่แค่นั้นก็ไม่พอต่อความรักที่พ่อมีให้ลูก คุณพ่อได้ใช้เงินเก็บเกือบทั้งหมดเพื่อที่จะจ้างคุณครูของสอนฉัน เธอชื่อมิสซาลีแวน คอยสอนอักษรเบลให้แก่ฉัน เพราะเหตุนี้ฉันจึงอ่านเขียนอักษรเบลได้และฉันก็ได้เรียนรู้มารยาทมาตรฐานในการใช้ชีวิตประจำวัน


       วันหนึ่งมิสซาลีแวนได้สังเกตเห็นว่าฉันมีพรสวรรค์ในด้านการประพันธ์วรรณกรรมได้อย่างชัดเจนและเธอก็ไม่เคยพบใครที่สามารถเรียนรู้อักษรเบลได้อย่างสมบูรณ์ในระยะเวลาอันสั้น 


       แต่พอพ่อได้ยิน เขากลับได้แต่เงียบ เพราะเพียงแค่ค่าจ้างของมิสซาลีแวน เขาก็แทบจะจ่ายไม่ไหวแล้ว เขาคงจะไม่สามารถส่งฉันไปเรียนที่วิทยาลัยศิลปศาสตร์ได้


       แต่เพราะฉันอยากเรียนจบสูงๆ ฉันจึงต้องขยัน มุมานะ แต่ด้วยฐานะทางบ้าน ฉันก็รู้ดีว่าคงจะไม่มีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนให้ฉันพอ


       แต่แล้วก็มีวันนึงที่มีจดหมายแปลกๆส่งมาให้ที่บ้าน แต่เมื่อพ่อเปิดดู จดหมายนั้นกลับเขียนด้วยอักษรเบลซึ่งเขาอ่านไม่ออก พ่อจึงมอบจดหมายนั้นให้แก่ฉัน


       'เจ้าของคฤหาสน์จะสามารถจ่ายค่าเล่าเรียนให้ได้ จึงขอเชิญให้มาเข้าร่วมเกมในครั้งนี้' เมื่ออ่านจบฉันก็ตัดสินใจไปที่นั่นทันที เอาไม้เท้าของคุณพ่อไปด้วย ไม่ว่ายังไงมันก็คือการตัดสินใจของฉันเอง ขอโทษที่ไม่ได้บอกคุณพ่อ ลาก่อน


       ฉันแอบออกมากลางดึกก่อนจะตรงไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ แน่นอนว่ากว่าจะมาถึงที่นี่ได้มันยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ฉันตาบอด รวมถึงพอถามใครก็ไม่มีใครสามารถตอบได้ว่าคฤหาสน์นี้อยู่ที่ใด พอเดินตามที่จดหมายบอกมันกลับพาฉันเข้าป่า


       ป่านี้ดูเงียบสงัดไม่มีลมผ่าน แต่พอฉันเดินตรงไปเรื่อยๆบรรยากาศรอบด้านก็เปลี่ยนไป มีลมประทะหน้า กลิ่นของอิฐเศษไม้ลอยเข้ามาแตะจมูก สงสัยคฤหาสน์นั่นคงจะอยู่ตรงหน้าของฉันเสียแล้ว


       ฉันก้าวขาเข้าไปพลางเอามือไปแตะๆ มีอักษรเบลเขียนไว้ว่า'ผู้ล่า' หมายความว่าไงกันนะ ฉันเดินไปถึงประตูทางเข้า เคาะประตูเบาๆก่อนจะออกเสียงถามไป


       "เออ...มีใครอยู่รึเปล่าคะ? ฉันมาตามจดหมายค่ะ" ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาใดๆทั้งสิ้น ฉันขมวดคิ้ว นี่มันก็นานแล้วนะ


       "คะ..คือว่า" ฉันตะโกนถามออกไปอีกครั้ง เอื้อมมือไปดันประตู มีคำบางอย่างเขียนไว้อีกแล้ว 'Identity V' ชื่อของคฤหาสน์หลังนี้รึเปล่านะ


       แอ๊ด.... ประตูขยับอย่างน่าประหลาด ยังไม่ทันจะออกแรงมันก็เปิดเอง แถมด้านใน ไม่มีคนคอยมาเปิดให้ด้วย


       ฉันใช้ไม้เท้าเคาะและเดินอย่างระมัดระวัง หวังว่าจะมีคนออกมาต้อนรับฉันนะ


       "ประตูเปิดงั้นหรอ?" เสียงห้าวๆของใครคนนึงดังขึ้น ทันทีที่ฉันก้าวขาเข้ามาในคฤหาสน์นี้ ฉันมองเห็นทุกิย่างตรงหน้าลางๆ อะไรกันฉันไม่ได้บอด100%งั้นหรอหรือมันจะเกี่ยวกับจดหมายและที่แห่งนี้


       ฉันมองไปรอบๆ ถึงแม้มันจะมืดก็เถอะ ฉันยกมือขึ้นมาดู ทำนิ้วหนึ่ง สอง สาม ใช่...ฉันมองเห็นมันได้ลางๆ แต่ทุกอย่างมันสีดำเทาไปหมด 


       ปัง!


       "ประตูปิดไปแล้วอ่ะ!" เสียงห้าวๆของคนเดิมยังคงดังขึ้น ประตูปิดไปแล้ว? ฉันหันไปมองด้านหลัง แม้จะเห็นเป็นเงาๆ แต่เพื่อความมั่นใจเลยเอื้อมมือไปแตะ ใช่...มันปิดไปแล้ว 


       "ทำไมเธอถึงเปิดมันได้! เปิดให้พวกเราออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!!" ฉันงุนงงกับคำพูดของพวกเขา ประตูมันก็เปิดได้ง่ายๆถ้าผลักมันไม่ใช่หรอ


       "เออ..คือ" ฉันกำไม้เท้าแน่น อ้าปากจะถามเกมที่ว่าแต่คนตรงหน้าดันเอามือมาจับไหล่และเขย่ารัวๆ


       "บอกผมมาเดี๋ยวนี้นะ! บอกมา!!" ฉันหลับตาแน่นก่อนจะผลักเขาออกอย่างแรง อะไรของเขา?


       "จะทำอะไรกันแน่คะ? ประตูคุณก็แค่ผลัก มันก็เปิดไม่ใช่หรอคะ! จะมาเขย่าตัวฉันทำไม!" ฉันพูดใส่เสียงดัง คิดว่าฉันตาบอดแล้วจะยอมให้รังแกเอาเปรียบแบบที่ผ่านมานะหรอ? ไม่มีทาง!


       "ก็มันเปิดไม่ได้! เธอต้องเป็นคนอยู่เบื้องหลังทุกอย่างแน่ๆ!" 


       "เบื้องหลัง? ฉันไม่เป็นสักหน่อย ถ้าคุณจะมาหลอกเรื่องที่จะจ่ายค่าเล่าเรียนให้ ฉันก็ขอลา!" ฉันพูดอย่างหงุดหงิด ไม่เคยอารมณ์เสียขนาดนี้มาก่อน


       "ใจเย็นๆครีเชอร์ นายไม่เห็นหรอว่าเธอตาบอด แล้วถ้าเธอเป็นคนบ่งการทั้งหมดเธอจะมาที่นี่ให้เราเห็นทำไม?"


       "แกไม่ต้องมาพูดเลยนาอิบ!"


       "พวกนายทุกคนนั่นแหละที่ควรหยุด!!" เสียงใสๆแต่ดูดุดันดังขึ้นกลางคัน พลันทุกคนก็เงียบลง สัมผัสได้ถึงเสียงฝีเท้าก้าวมาที่ฉัน


       "ต้องขอโทษแทนพวกเขาด้วยนะ ฉันเอมิลี่ เป็นตัวแทนในการดูแลเซอร์ที่เข้ามาใหม่ เธอเฮเลน่าใช่มั้ยจ๊ะ?" ฉันที่กำไม้เท้าอยู่ผ่อนคลายลง พยักหน้ารับงึกๆ


       "งั้นตามฉันมาเลยจ่ะ" คุณเอมิลี่อธิบายทุกอย่างเกี่ยวกับคฤหาสน์หลังนี้ รวมถึงเกมนั่น ทุกอย่างฟังดูเหมือนคำโกหก ออกไปจากที่นี่ไม่ได้? มันเป็นเกมไล่ล่า? สุดท้ายเมื่อเอมิลี่ทำหน้าที่ของเธอจบเธอก็พาฉันมายังห้องพักก่อนที่จะเดินจากไป 


       แม้เสียงของเธอจะนุ่มนวลเพียงใด แม้ฉันจะไม่สามารถมองสีหน้าของเธอคนนั้นได้ แต่ฉันก็รับรู้ได้ว่าเธอปิดบังบางอย่างไว้ ฉันเห็นนะ เงาสีดำของผู้หญิงคนนึงที่ตามคุณหมอเอมิลี่ไปและพูดประโยคเดิมๆว่า 'เอาชีวิตของฉันกลับคืนมา'


       ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ล้วนแต่ปิดบังบางอย่างไว้ ที่นี่ดูลึกลับมาก ไม่แน่จากตอนที่ฉันพยายามมาที่นี่ ทุกคนที่ฉันถามต่างก็ปฏิเสธว่าไม่รู้จักที่นี่ แปลว่านี่มันคงจะเป็นเรื่องจริง ที่ไม่มีใครรู้ที่แห่งนี้ยกเว้นผู้ที่ได้รับคำเชิญจดหมายนั่น


       ดูถูกดูแคลน เอารัดเอาเปรียบ ไม่ว่าอะไร ฉันก็เคยรับรู้มันมาหมดแล้ว คนเราต่างก็เห็นแก่ตัว แม้แต่ฉันก็เป็นไม่ต่างกับคนพวกนั้น นั่นแหละคือสิ่งที่แสดงให้รู้ว่าพวกเราคือ 'มนุษย์'


        คนที่ชื่อเอมิลี่รู้ว่าฉันตาบอด แต่ก็ไม่คิดที่จะช่วยเหลือฉันหากฉันไม่เอ่ยขอ


       ฉันเดินเข้าไปในห้องพักอย่างเดี่ยวดาย ไม่มีใครคอยนำทางฉันแบบเมื่อก่อน พ่อที่คอยดูแล ตอนนี้เป็นฉันเองที่หนีออกมาจากเขา คอยดูเถอะนะ คนตาบอดคนนี้แหละจะทำทุกอย่างด้วยตนเองให้ได้


       ฉันเดินสำรวจห้องของตนเอง มันมีของครบแถบจะทุกอย่าง ไม่ว่าจะหันไปไหน ภายในห้องนี้กลับเต็มไปด้วยตุ๊กตา ตอนแรกนึกว่าเป็นของเครื่องใช้ แต่เมื่อเดินไปสัมผัสกลับพบว่าเป็นตุ๊กตาหมี ตุ๊กตาหมีงั้นหรอ ไม่ได้เล่นมานานเลยแหะ เมื่อก่อนพ่อมักจะซื้อมาให้ตัวนึง มันเป็นเหมือนกำลังใจที่ทำให้ฉันมีฉันจนมาถึงทุกวันนี้


       "เด็กงั้นหรอ?" เสียงผู้ชายดังขึ้นอีกรอบ มันไม่ใช่สองเสียงก่อนหน้านี้ เขาผู้ชายตนนี้มาพร้อมกับกลิ่นหอมแปลกๆ


       "ใครหรอคะ?" ฉันเอ่ยถามอย่างสุภาพ หันไปทางหน้าต่างที่มีลมมาประทะเบาๆ 


       "ตาบอดงั้นหรอ ยังงี้ก็ง่ายหน่อย" ฉันฟังเสียงที่ถูกกล่าวขึ้น มันเต็มไปด้วยความรู้สึกโล่งใจ สงสารและดูถูก


       คนตาบอดไม่ใช่คนที่อ่อนแอ แต่เป็นคนที่แข็งแกร่งต่างหาก ฉันตอบเขาในใจ เห็นฉันเป็นเด็ก อายุน้อย ตาบอด แต่ยังไงก็ไม่ใช่ว่าฉันจะคิดไม่เป็น ฉันน่ะ ผ่านอะไรมามากกว่าเด็กปกติ คิดยิ่งกว่าเด็กไหนๆ 


       "แล้วยังไงคะ? ถ้าจะมาแค่มาดูถูก สงสาร ก็กลับไปเถอะค่ะ"


       "เธอรู้?"

 

       "คนที่ตาบอดต้องใช้สิ่งอื่นรับรู้แทนตา ดังนั้นคนตาบอดจึงมีสัมผัสที่ดีกว่าคนปกติแม้ว่าร่างกายจะอ่อนแอ อย่างเช่นตอนนี้ น้ำเสียงของคุณคือแปลกใจ แต่คุณก็ยังคงดูถูกคนตาบอดอยู่" ฉันวางตุ๊กตาหมีลง เลยไปหยิบไม้เท้าก่อนจะลากเก้าอี้มาวางไว้ใกล้ๆหน้าต่าง


       "นั่งมั้ยคะ ถ้ายืนที่หน้าต่างนานๆอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้"


       "ไม่กลัวผมเลยหรอ? ผมฮันเตอร์เชียวนะ? ทำร้ายพวกเธอมาโดยตลอดเลยด้วย"


       "ผู้ล่า? งั้นคุณกลัวคนตาบอดมั้ยล่ะคะ ฉันก็รับรู้ได้เหมือนกันนะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของใครสักคนคุณก็พยายามหาวิธีนำเขากลับมา พี่น้อง? ไหนจะภาพที่คุณเก็บไว้กับตัวนั่นอีก" 


       ฉันเงยหน้าขึ้นไปมอง มันมีเหมือนใครยืนลางๆแต่ก็หายไปแล้ว แถมเอาแต่พูดว่าพี่ขอโทษอย่าพยายามเอาเขากลับมาอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นภาพที่เก็บไว้ตรงกระเป๋าเสื้อมันก็มีดวงวิญญาณที่ถูกกักขังไว้


       "ฮะๆ เธอรู้?"

 

       "ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะที่ฉันรู้ฉันเห็น" ฉันเดินกลับไปนั่งที่เตียง อย่างคนที่ฉันไม่เห็นก็คงจะเป็นผู้ชายที่จู่ๆก็เข้ามาเขย่าตัวฉัน รวมถึงผู้ชายอีกคนที่ถูกเรียกว่านาอิบ ฉันก็ไม่เห็น


       "ฉันเฮเลน่า คุณล่ะ?" ฉันส่งยิ้มหวานไปให้ 


       "เออ.. ผมโจเซฟ พอเธอยิ้มแล้วดูเหมือนไม่ใช่เธอเมื่อกี้เลยนะ"


       "ก็เพราะต้องคอยสวมหน้ากากทำเป็นไม่รู้ พวกนานถึงได้มองฉันว่าอ่อนแอ แต่สังคมมนุษย์หากดีเด่นเกินไปก็จะถูกกำจัด สู้ซะเป็นคนอ่อนแอจะดีกว่านะ รู้มั้ย?" ฉันยังคงยิ้มต่อไป


       "งั้นหรอ? แกล้งทำเป็นอ่อนแอ เฮเลน่า เธอเป็นคนที่ฉลาดเหมือนกันนะครับ แต่ไม่บอกผมน่าจะดีกว่านะ" 


       "ไม่รู้สิคะ ก็คุณดันมาดูถูก ฉันเลยเผลอตัว" ฉันหัวเราะเบาๆ


       "งั้นให้รู้ไว้ด้วยว่าผมเริ่มสนใจคนแบบเฮเลน่าแล้วสิ ผมแนะนำให้ยิ้มแบบเมื่อกี้แล้วทำเหมือนเป็นเด็กทั่วไปกว่านี้จะดีกว่านะครับ แล้วผมจะมาใหม่ หวังว่าจะทำให้ฉันประหลาดใจได้มากกว่านี้นะครับ:)" ว่าแล้วเขาก็หายตัวไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมของผู้ชาย


       "หอมจัง งั้นก็หวังไว้เหมือนกันนะคะว่าฉันจะทำให้คุณโจเซฟประหลาดใจได้" ฉันยิ้มอย่างเด็กปกติทั่วไปก่อนที่จะเดินออกจากจากห้องพัก


       ยิ้มและทำตัวเป็นเด็กต่อไปงั้นหรอ?


       ฉันก็เป็นเด็กอยู่แล้วนิ แต่ถ้าเด็กกว่านี้ ก็ได้อยู่นะ จะใส่หน้ากากแบบที่ไม่มีใครรู้เลยล่ะ หวังว่าฉันจะเป็นเด็กที่น่าเอ็นดูสำหรับทุกคนนะคะ :)


.

.

.

.

.



..............................................................


แฟนเพจ จิ้มเลย ส่งแฟนอาร์ตได้นะและยังแจ้งเตือนหากไรต์มีเรื่องใหม่หรือตอนใหม่มาลง


https://www.facebook.com/Bxben_s-658269717965307/


ฝากกดไลค์กดแชร์กันด้วยน้า


.................................................................


มาเปิดเรื่องฮับ รอหลังจากเรื่องหลักจบจะมาอัพ ไม่ก็ต้องติดตามกันเยอะจะเอาไปพิจารณา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

16 ความคิดเห็น

  1. #2 rorobobo996 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2562 / 18:29

    กี้ดไนางเอกกับพระเอกเจอกันเร็วเวอร์เป็นกำลังใจให้นะคะไรท์
    #2
    1
    • #2-1 Yu124(จากตอนที่ 1)
      23 ตุลาคม 2562 / 18:36

      ใช่ บางทีอาจจะเร็วเกินไป55
      #2-1
  2. #1 Khon210450 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 20:53
    เข้าเรื่องเร็วเกิ๊น
    #1
    2
    • #1-1 Yu124(จากตอนที่ 1)
      22 ตุลาคม 2562 / 20:54

      เงอะ ขอโทษได้ป่ะล่ะ><
      #1-1