[fic Identity V] รักที่อยู่บนเส้นด้าย ( แจ็ค×น้องของแจ็ค ) [จบ]

ตอนที่ 2 : บทที่2 สำรวจคฤหาสน์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 418
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    25 เม.ย. 62


บทที่2

สำรวจคฤหาสน์


.................................................................



       ลำคอของฉันแห้งผาก แต่กลับรู้สึกสบายตัวแปลกๆ ฉันพยายามที่จะลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่รู้สึกคือความเย็นของแอร์ที่มากระทบกับผิวกายของฉัน ที่นี่ทั้งมืดและเงียบ ฉันพยายามปรับสายตาให้เข้ากับที่มืด เห็นลางๆว่าเป็นห้องนอน เนื่องจากที่นี่มีทั้งเตียงนอนที่ฉันนอนอยู่ รวมถึงโต๊ะเก้าอี้กระจกของใช้ในชีวิตประจำวันอีกมากมาย


       นี่ฉันโดนลักพาตัวงั้นหรอ?


       ความคิดหายไปทันที เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ความรู้สึกหวาดระแวงถูกเติมเต็มเข้าไปแทนที่ความรู้สึกสบายตัว ฉันไม่รอช้า รีบคว้าหาอาวุธที่อยู่ใกล้ตัว ซึ่งถ้าคาดเดาไม่ผิด มันคือกระจก อย่างน้อยถ้าฟาดหรือคว้างใส่แรงๆก็คงจะหัวแตกจนสลบไป


       ฉันกำกระจกแน่น ค่อยๆย่องไปที่ประตู เตรียมพร้อมที่จะฟาดใส่ผู้ที่ลักพาตัวฉันมา ใกล้เข้ามาแล้ว.. เสียงฝีเท้าหยุดอยู่ที่หน้าประตู จากนั้นก็เปิดประตูเข้ามา..


       เพล้ง!


       "เห้ย! ทำอะไรของเธอเนี่ย!?" 


       ฉันไม่รอฟังคำบ่นคำพูดอะไรทั้งสิ้นรีบผลักเขาออกไปและวิ่งเดินหาประตูทางออก ที่น่าแปลกใจเขาคนนั้นกลับบาดเจ็บแค่นิดเดียว แถมยังวิ่งตามฉันมาด้วย 


       "นายมันโรคจิต! บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าทางออกอยู่ไหน!!" ฉันตะโกนออกไปสุดเสียงและวิ่งต่อไปเรื่อยๆ จากสภาพที่นี่คงใหญ่น่าดู แต่ฉันกลับไม่เคยเห็นมันเลยสักนิดเดียว 


       "หยุดวิ่งเถอะหน่า เธอออกไปจากที่นี่ไม่ได้หรอก แล้วก็นะ ฉันไม่ใช่โรคจิต!" เขาคนนั้นยังคงพูดและคว้ามือของฉันเอาไว้ ฉันได้แต่อ้ำอึ้ง พยายามแกะมือที่จับฉันไว้อยู่


       "เสียงเอะอะอะไรกัน ดังไปถึงข้างล่างเชียว" เสียงของผู้มาเยือนอีกคนเอ่ยขึ้นมา ร่างของเขาราวกับปลาหมึก มีหนวดยึบยับออกมาจากส่วนล่างของเขา แค่มองก็รู้สึกแปลกใจยิ่งกว่าเดิม


       "อ่าวๆ ใช้กำลังกับผู้หญิง ไม่สมกับเป็นนายเลยนะ 'โจ๊กเกอร์' " เจ้าหนวกหมึกยังคงเอ่ยต่อไป จะว่าไปแล้วโจ๊กกอร์อย่างนั้นหรอ? คงจะเป็นไอร่างยักษ์ที่มาจับมือฉันแน่ๆ


       "ก็อยู่ๆยัยนี้ก็เอากระจกมาฟาดใส่ แถมยังบอกว่าฉันโรคจิตนี่นา"


       "ก็นายนะ! พาฉันมาที่ไหนก็ไม่รู้! แถมพวกนายยังหน้าตาแปลกๆอีกด้วย! ไม่ว่านายว่าโรคจิตแล้วจะให้เรียกว่าอะไร!!" ฉันสะบัดมือออกจากการจับของโจ๊กเกอร์และมองพวกเขาด้วยสีหน้าหวาดระแวงสุดขีด 


       "...." พวกเขาทั้งสองเงียบกันทั้งคู่ มองหน้ากันด้วยความสงสัย


       "ทางออกล่ะ อยู่ไหน" ฉันพูดออกมาด้วยความใจเย็น แต่กลับกัน ใจของฉันเต้นแรงไม่หยุด กลัวจะไม่ได้กลับบ้าน ถ้ารู้อย่างนี้ไม่มาตั้งแต่แรกน่าจะดีกว่า


       "พวกเราที่นี่ทุกคน ออกไปไม่ได้หรอก แล้วก็ที่นี่ใครเข้ามาแล้วก็แสดงว่ายินยอมที่จะเข้าร่วมเกมนี้" ฉันมองพวกเขาด้วยสายตาคาดเดา ตอนแรกหนวกหมึกบอกว่าดังไปถึงข้างล่าง แสดงว่าทางออกต้องอยู่ข้างล่าง ไม่มีทางที่จะเข้ามาแล้วออกไม่ได้ แล้วก็นะ...ในโลกนี้นะไม่มีเวทย์มนตร์หรอกนะ


       ฉันตัดสินใจเดินไปทางบันไดที่หนวกหมึกขึ้นมา มองลงไปว่ามีอะไรบ้างและเดินลงไป เห็นประตูบานใหญ่อยู่ตรงกลาง เห็นมั้ย ไม่มีทางที่จะเข้ามาโดยไม่ผ่านประตูนี้


       ฉันยิ้มอย่างพอใจ พลางใช้มือดันประตูออกไป แต่ไม่ว่าจะดันด้วยแรงเท่าไร ประตูก็ไม่มีท่าทีว่าจะขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย ฉันเริ่มขมวดคิ้วเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ


       "ก็บอกไปแล้วไงคุณหนู ว่ามันเปิดไม่ได้" เจ้าหนวดหมึกยังคงบอกฉันว่าไม่มีทางที่จะออกไปจากที่นี่


       "แต่ฉันยังต้องกลับไปหาพี่นะ! พี่อาจจะพึ่งกลับมารอฉันที่บ้านก็ได้! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ!" ฉันทุบประตูดังออกมาเป็น 'ตึงๆ' หวังเพียงให้ออกไปจากที่นี่


       "ก็บอกไปแล้วว่าไม่มีทางออกไป ถึงเธอจะทุบหรือทำลายมันได้...ไม่สิประตูนี้มันทำลายไม่ได้ พวกเราเคยลองมาหลายรอบแล้ว แม้แต่รอยขีดข่วนก็ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ แล้วจะนับภาษาอะไรกับผู้หญิงตัวเล็กคนนึง" ฉันเม้มปากเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว หันไปจ้องมองคนที่อยู่ที่นี่ด้วยสายตาประเมิน


       สุดท้ายก็หยุดความคิดที่จะทำลายประตู ที่นี่มีอยู่กันแค่ไม่กี่คนเอง แปลว่าพวกเขาอาจจะพึ่งเข้ามาพร้อมกับฉันก็ได้ แต่ทำไมพวกเขาถึงรู้อะไรมากกว่าฉันและยังบอกว่าเคยลองทำลายประตูมาหลายรอบ แสดงว่าคนพวกนี้ก็ไม่ใช่คนที่คิดเรื่องบ้าๆนี้ขึ้นมา แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่า..เขาอาจจะแฝงตัวเข้ามาอยู่ในกลุ่มคนพวกนี้ก็ได้


       "จะไปไหน?"


       "ไม่ใช่เรื่องของนาย" ฉันตอบแบบผ่านๆและเดินออกมาจากตรงหน้าประตู รู้สึกอารมณ์เสียหน่อยๆ ฉันทำการเดินสำรวจบ้านหลังนี้ แต่คงต้องบอกว่าคฤหาสน์จะดีกว่าเพราะมันใหญ่มาก..


       เริ่มจากชั้นแรกทางด้านขวาของประตูทางเข้า พื้นเป็นสีน้ำตาลอ่อนผสมสีน้ำตาลเข้มสลับไปมาราวกับกระดานหมากรุกและพรมสีแดงเข้มราวกับต้อนรับเข้าวัง ผนังเป็นสีครีมใกล้เคียงสีขาว ยิ่งมีแสงไฟจากหลอดตะเกียงติดตามผนังให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้น ตามด้วยลวดลายสีทองที่สลักตามผนังไปจนสุดทาง แสดงถึงฐานะของผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้


       ฉันมองไปทางด้านขวา เดินเข้าไปตามทาง ข้างในเขียนป้ายห้องซักรีดต่อด้วยห้องครัวและห้องน้ำ ประตูของแต่ละห้องไม่ต่างกันมาก เป็นสีขาวและสลักลวลายตามขอบประตู ลวยลายที่สลักเป็นแบบเดียวกับที่อยู่บนผนัง ข้างในห้องซักรีดก็มีเตารีด โต๊ะรีด เสื้อผ้า รวมถึงเครื่องซักผ้า ของแต่ละอย่างดูมีราคา ห้องไม่กว้างมากแต่ก็ถือว่าใหญ่กว่าห้องปกติทั่วไป ฉันสังเกตเห็นว่าของใช้ทุกอย่างล้วนแต่มีตราประทับเป็นรูปเส้นโค้งๆที่เลี้ยวไปทางเดียวกัน..


       ฉันไม่ใส่ใจอะไรมาก เดินเข้าไปสำรวจห้องครัวต่อ ซึ่งเป็นห้องที่ดูใหญ่ ใหญ่กว่าก้องซักรีด3เท่า มีอุปกรณ์ทุกอย่างครบถ้วน ประดับประดาด้วยต้นไม้ดอกไม้เป็นหลัก ห้องนี้ออกอนวหรูหราแต่ก็ไปทางแนวพืชพรรณ นี่สินะห้องครัวของคนรวย


       ฉันเข้าห้องสุดท้ายของทางเดินทางฝั่งขวาของประตูทางเข้า เปิดเข้าไปและกวาดตามอง ก็เหมืนห้องน้ำทั่วไป ดูสะอาดสะอ้านกว่าที่คิด กระจกก็ใส ถังขยะหรือทิชชู่ก็มีพร้อม ฉันละสายตาและออกไปจากห้องน้ำ


       ฉันเดินตามทางกลับไปที่หน้าประตูที่เดิม จ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น ตราสัญลักษณ์โค้งๆที่เอียงไปทางเดียวกันคืออะไร ทำไมเจอบ่อยจัง เพื่อไม่ให้สับสน ฉันจะตั้งชื่อว่าประตูหลักละกัน ฉันหันไปมองทางที่มีเหลืออยู่2ทางต่อ ก็คือขึ้นบันไดไปชั้นบนหรือจะเลี้ยวไปทางซ้าย แต่ก่อนอื่นข้างหน้าประตูหลักไม่มีทางไปต่อ แต่มีโต๊ะวางอยู่ คงจะเป็นโต๊ะกินข้าวละมั้ง? 


       ฉันเลือกที่จะเดินไปทางซ้ายของประตูหลัก เห็นอยู่ห้องเดียว ฉันเปิดเข้าไปดูเสร็จก็ต้องร้อง 'อ๋อ' ทันที มันไม่ใช่ห้อง แต่เป็นสวน มีดอกไม้ต้นไม้หลากหลายชนิด มีทั้งเก้าอี้ โต๊ะ ประดับวางไว้ คงเป็นเสมือนที่พักผ่อน ฉันตั้งใจจะขึ้นไปตรวจชั้นบน แต่ก็สะดุดตาไปเห็นอะไรบางอย่าง..


       คฤหาสน์อีกหลังงั้นหรอ!?


       มันตั้งอีกข้างๆกันเลย แต่ไม่มีทางไปอีกคฤหาสน์ ฉันจึงกะจะไปตรวจที่ชั้นสองก่อนแล้วค่อยหาวิธีไปคฤหาสน์นั่น..


       "สวัสดีครับ คุณฮันเตอร์คนใหม่ ไม่ทราบว่าคุณชื่ออะไรหรอครับ?" ฉันหันไปมองด้วยความสงสัยเล็กน้อย ฮันเตอร์?


       "เออ..ชื่อจูน แจร่า ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ จะว่าไปแล้วฮันเตอร์คืออะไรหรอคะ?" ฉันถามเขาออกมาด้วยความแปลกใจ ที่แปลกใจคือเสื้อผ้าและลักษณะของคนๆนี้ แต่คำว่าฮันเตอร์ก็มีส่วนร่วมที่ทำให้ฉันแปลกใจเช่นกัน


       "ผมโจเซฟครับ คุณจูนไม่รู้เรื่องพวกนี้เลยหรือครับ?" ฉันมองโจเซฟด้วยสายตาพิจารณา ทำไมแต่งตัวแปลกจัง เนื่องจากฉันเคยผ่านอะไรที่เลวร้ายและได้รู้ว่าที่แท้จริงแล้วโลกไม่ได้สวยอย่างที่คิด มันทำให้ฉันไม่ไม่ค่อยที่จะเชื่อใจใครง่ายๆ ยกเว้นพี่ของฉัน..


       "ใช่ค่ะ ฉันไม่รู้อะไรเลย ไม่ทราบว่าจะรบกวนรึเปล่าคะถ้าหากให้คุณเล่าเรื่องต่างๆของที่นี่?" ฉันปั้นรอยยิ้มจอมปลอมขึ้นมาและส่งยิ้มให้โจเซฟ


       "ได้อยู่แล้วครับคนสวย คุณดูเป็นคนฉลาดและช่างสังเกตจนดูไม่สมกับวัยของคุณเลยนะครับเนี่ย:)" 

.

.

.

.

.

.................................................................


เรื่องอื่นของไรท์ จิ้มเลย~


http://writer.dek-d.com/sasa8989/writer/view.php?id=1927924

--The liar princess and the blind prince--


http://writer.dek-d.com/sasa8989/writer/view.php?id=1917929

--(Identity V) oc [จบ]--

ปล. เป็นเรื่องเก่า อาจจะอ่านไม่ค่อยลื่นเนอะ


.................................................................


บอกตรงๆเลยว่า....


ไรต์ดีใจมากกกกเลย ที่มีคนคอมเมนต์ว่านิยายไรต์น่าอ่าน สนุก แถมยังให้หัวใจ บอกว่าจะรอ 


ไรต์เลยรีบแต่งมากๆ หากการรีบของไรต์ทำให้เนื้อหามันแย่ขึ้นก็ขอโทษนะ บอกกันได้ ไม่ต้องกลัวไรต์ฉีดยาแล้ว55


.................................................................





ภาพชัดกันรึเปล่า ไรต์เซฟภาพมาชัดนะ แต่พอลงในนี้ ไรต์เห็นว่ามันไม่ค่อยชัด


.................................................................


ขอบคุณที่ให้กำลังใจค่ะ




แฟนเพจ จิ้มเลย พึ่งสร้างมาใหม่ๆ ลงแฟนอาร์ตได้แล้วน้า


https://www.facebook.com/Bxben_s-658269717965307/



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #3 appsaen (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2562 / 12:26

    ปู่โจ~รออยู่นะคะไรต์สู้ๆนะคะสนุกมากค่ะ
    #3
    1
    • #3-1 sasa8989(จากตอนที่ 2)
      25 เมษายน 2562 / 12:36
      ขอบคุณค่า//ไรต์ยิ้มแก้มปริ
      #3-1