[fic Identity V] รักที่อยู่บนเส้นด้าย ( แจ็ค×น้องของแจ็ค ) [จบ]

ตอนที่ 1 : บทที่1 เรื่องราว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 467
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    24 เม.ย. 62

บทที่1

เรื่องราว


.................................................................



       ความรู้สึกยามที่เราโดนทิ้ง...มันช่างรู้สึกเจ็บปวดยิ่งนัก


.

.

.


          ณ หมู่บ้านแห่งหนึ่ง


       "พี่แจ็ค! พี่แจ็ค!" เสียงของเด็กคนนึงเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้น แววตาฉายความดีใจอย่างเก็บไม่มิด เธอมีนามว่า 'จูน แจร่า'


       "ว่าไง  เรียกพี่ทำไมหรอ?" พี่ชายเอ่ยตอบอย่างใจเย็นและมองไปตามเสียงเรียกของผู้ที่เป็นน้องสาวของตน 


       "วันนี้วันอะไรคะ รู้รึเปล่า?" เด็กสาวยังคงยิ้มต่อไป รอตำตอบของพี่ซึ่งเป็นพี่


       "ก็วันเกิดของน้องไง พี่จำได้อยู่แล้ว" 'แจ็ค' ผู้เป็นพี่ชาย เอ่ยตอบน้องอย่างอ่อนโยน จูนมองพี่ของตนและยิ้มออกมาอย่างพอใจกับคำตอบ


       "อยากได้อะไรเอ่ย?" แจ็คมองน้องสาวพลางคิดไปมา สุดท้ายก็ตัดสินใจไปเที่ยวพร้อมกับซื้อของที่น้องอยากได้มาเป็นของขวัญวันเกิด


       "หนูรักพี่ที่สุดเลย!!" เสียงของจูนดังก้องกังวาน หลายคนหันมามองและหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นภาพความสุขของพี่น้องที่ได้มาใช้เวลาร่วมกัน


       "พี่ก็ด้วย" เสียงของผู้เป็นพี่ชายแฝงความนัยไว้....ว่าไม่ใช่เพียงความรักแบบพี่น้อง 


.

.

.


       "เฮือก!" ฉันสะดุ้งตื่น ฝันงั้นหรอ เป็นความเก่าที่ฉันเคยใช้ชีวิตอยู่กับอย่างมีความสุข แต่บัดนี้มันกลับไม่เป็นแบบเดิม ทุกสิ่งแตกสลายไปภายในพริบตาในวันนั้น วันที่เรียกว่า 'วันเกิด'


       ฉันอาศัยอยู่คนเดียว ฐานะปานกลาง หากไม่นับเมื่อก่อน พี่ของฉันทำอาชีพเป็นช่างตัดผม แต่เขากลับหายตัวไปอย่างลึกลับ คืนสุดท้ายที่เห็นคือ วันเกิดของฉันใน5ปีก่อน ฉันเห็นเขา..ฆ่าผู้หญิงในซอยแคบของหมู่บ้าน


       ฉันไม่สนว่าพี่จะเลวร้ายขนาดไหน เขาคงจะมีเหตุจำเป็น หวังว่าสักวันนึง พี่จะกลับมาหาฉันอีกรอบ จริงๆแล้วฉันก็ยังมีแม่ แต่ท่านยอมรับความจริงที่ฉันเล่าไม่ได้และจากฉันไปด้วยการฆ่าตัวตาย ขอไม่เล่าเรื่องของพ่อละกัน 


       สรุปรวมๆตอนนี้ฉันอายุ15ปี ไม่มีครอบครัว ชีวิตของฉันที่ทุกคนจากไปมันช่างลำบาก อยู่อย่างเดียวดาย เรียนไม่ทันจบก็ต้องหาทำงานเพราะมรดกที่พ่อแม่ให้ก็คงไม่พอที่จะใช้จ่าย มากสุดคงได้สักเดือน


       ยังดีที่เพื่อนบ้านคอยสอนอะไรต่างๆให้ จึงทำอาหารเป็น ดูแลบ้านได้ ถึงอย่างนั้นก็ยังคงต้องออกทำงานและเรียนหนังสือ ฉันทำงานเป็นพนักงานที่ร้านสะดวกซื้อ หากเป็นวันหยุดก็จะทำงานล้างรถหรืออะไรต่างๆที่ได้รายได้


       ชีวิตยังคงวกวนไปเรื่อยๆ มันทั้งรู้สึกเหงาและก็ทำให้รู้ว่าโลกนี้มันอยู่ยาก หากไม่มีเงินหรืออำนาจก็จะโดนกดขี่


       ฉันอยากจะโทษพี่ โทษทุกคนที่ทำให้ชีวิตฉันต้องวอดวาย ในขณะที่เพื่อนๆได้มีความสุขกับครอบครัว ฉันต้องคอยมาทำงานพิเศษ ในขณะที่ทุกคนเรียนอย่างสบายใจ ฉันยังต้องมาคอยตั้งใจเรียนอย่างหนักเพื่อจะได้รับทุนการศึกษาและในขณะที่ทุกคนเดินเล่นกัน กินขนมอย่างสบายใจ ฉันกลับต้องมาดูแลจัดการบ้านทุกอย่าง


       ความคิดนี้มันคอยเตือนฉันว่าฉันมีความสามารถมากกว่าคนอื่น สิ่งที่ทุกคนทำไม่ได้ ฉันกลับทำได้ แต่ในลึกๆ...ก็หวังให้มีใครมาปลอบและแบ่งเบาภาระอันหนักอึ้งที่ฉันต้องคอยแบกมาโดยตลอดคนเดียว


       พ่อแม่ของฉันเสียชีวิตและไม่มีทางที่จะวกกลับมาช่วยเหลือฉัน คนข้างบ้านก็หวังประโยชน์ ชอบมองฉันด้วยสายตาที่น่ารังเกียจ ดังนั้นเหลือเพียงแต่พี่ที่หายตัวไป แค่หวังว่าจะมาช่วยให้ฉันออกไปจากขุมนรกนี้...


.

.

.


          ติ๊งต๊องๆ


       เสียงกดออดที่ประตูดังขึ้นมาอย่างไม่ขาดสาย แต่ก็ไม่ได้รัวขนาดที่รีบเร่ง ฉันที่นอนเครียดอยู่บนโซฟาเงยหน้าขึ้นไปมองเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับลุกไปเปิดดูผู้ที่กดออด คงเป็นเพื่อนบ้านละมั้ง ฉันคิดและหลับตาลงอีกครั้ง


       "พัสดุมาส่งครับ" ฉันต้องแปลกใจที่เป็นพัสดุ จะมีใครบ้างที่จะมาส่งให้ฉัน คงส่งผิดคนแล้วล่ะ ฉันพยายามหลับตาลงอีกครั้งและฟังเสียงอย่างเงียบๆ 


       เสียงออดหน้าประตูหายไป แสดงความหมายว่าเขาได้จากไปแล้ว ด้วยความสงสัย จึงเดินไปหยิบกล่องพัสดุขึ้นมา ซึ่งมีจดหมายแนบเอาไว้


       "จากใครกัน?" ฉันพยายามหาชื่อผู้ส่ง แต่ไม่ว่าจะหาตรงไหนก็ไม่มีชื่อผู้ส่งเลยแม้แต่น้อย แอบสงสัย ทว่ามือก็รีบแกะทันทีโดยที่ไม่คิดอะไร ซึ่งความหวังที่คิดว่าพี่อาจจะส่งมาก็หายไปทันทีที่เปิดเสร็จ แววตาของฉันเศร้าหมองทันที ได้แต่คิดว่าเป็นฝันที่ลมแล้งมากที่สุดในชีวิต ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ยังคงหวัง..


       เมื่อแกะกล่องพัสดุเสร็จก็ดูจดหมายที่แนบมาทันที ในจดหมายมีเขียนสถานที่ของคฤหาสน์หลังหนึ่ง มันดูน่าสงสัย จึงค้นหาสถานที่นี้ ทว่าก็ต้องแปลกใจอีกรอบเพราะไม่ว่าจะหายังไงก็ไม่มีสถานที่นี้อยู่ในเน็ตเลยแม้แต่น้อย


       ฉันวางจดหมายลงและดูพัสดุที่พึ่งจะแกะไปเมื่อครู่ แววตาฉายความสงสัยออกมา ข้างในมีเพียงกุญแจสีเงินที่ดูมีราคา เอาไปขายดีมั้ยนะ? อะไรบางอย่างในตัวบอกให้หยุดคิดเรื่องที่จะเอาไปขายและสิ่งที่อยู่ข้างกับกุญแจก็คือ ภาพของสร้อยคอที่อยู่บนโต๊ะของฉัน ฉันรู้สึกถึงหัวใจที่เต้นแรงดังเป็นจังหวะ รู้สึกบอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันเป็นเพราะเหตุใด


       ฉันไม่รีรอ รีบเตรียมตัว ฉันลุกขึ้นไปอาบน้ำ แต่งตัว พร้อมกับใส่ชุดเปิดไหล่ที่พี่เคยซื้อมาให้เป็นของขวัญ จากนั้นเตรียมกระเป๋า ใส่ของจำเป็นเช่นโทรศัพท์มือถือและเงินจำนวนหนึ่ง ขณะที่กำลังจะออกจากบ้าน ก็เหลียวหลังไปมอง ถ้าหากพี่กลับมาตอนที่ฉันไม่อยู่ล่ะ...ฉันรีบเข้าบ้านตนเอง เขียนโน้ตบอกพี่และวางลงบนโต๊ะ


       มองบ้านอีกรอบ เช็คทุกอย่างในบ้าน ล็อคหน้าต่างทุกบานและเห็นสร้อยคอที่วางอยู่บนโต๊ะตนเอง แววตาอ่อนแสงลงทันที หยิบสร้อยคอขึ้นมาสวม มันคือสร้อยคอที่มีอยู่บนโลกแค่สองอันเท่านั้น พี่ของฉันเป็นคนออกแบบมันและให้ช่างเขาทำ มันเป็นของคู่ที่คล้ายกันมาก แตกต่างกันตรงที่ของพี่จะเขียนชื่อของพี่ ของฉันก็จะเขียนชื่อฉัน 


       หลังจากทำอะไรเรีบยร้อยแล้ว ฉันก็ล็อคประตูบ้านเป็นอย่างสุดท้าย มองบ้านตนเองอีกครั้ง รู้สึกเหมือนกับว่าจะไม่ได้กลับมาที่นี่อีก แต่ตัดสินใจแล้วว่าจะไป ฉันก็จะต้องไป...ลาก่อนบ้านของฉัน


.

.

.


       ฉันทำการนั่งวินมอไซต์มาตามที่บอกในจดหมาย พอใกล้จะถึงก็ไม่มีถนนที่เชื่อมไปยังจุดหมายเลยแม้แต่น้อย มันทำให้ฉันกังวล เมื่อวินมอไซต์เห็นท่าทีของฉัน เขาก็สั่งให้ฉันลง เขาบอกว่าไม่ว่างที่จะมาส่งที่ๆไม่มีอยู่จริงและก็จากไป ทิ้งให้ฉันยืนอยู่ที่เดิม


       ที่นี่ไม่มีรถวิ่งผ่านเลย ไม่มีหมู่บ้านหรือแม้แต่สิ่งก่อสร้างเลยแม้แต่น้อย มันเกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมที่นี่ถึงไม่มีคนกัน ฉันเดินไปเรื่อยๆแถวๆที่จดหมายบอกไว้ มาขนาดนี้จะถอยก็ไม่ได้ 


       "มีใครอยู่แถวนี้มั้ยคะ" ฉันตะโกนพูดออกมาอย่างไม่ดังและไม่เบา สิ่งที่ได้ยินกลับมาคือความเงียบ ฉันตัดสินใจเดินเข้าไปในป่า ก็ไม่มั่นใจว่าเป็นป่าแต่เพราะมีต้นไม้อยู่จึงคาดว่าน่าจะใช่ ตรงนี้คือที่ที่จดหมายบอก ฉันหันซ้ายหันขวาและตะโกนพูดให้ดังกว่าครั้งที่แล้ว


        "คือว่า..ฉันมาตามที่จดหมาย ไม่ทราบว่าต้องการอะไรคะ แล้วทำไมถึงรู้เรื่องสร้อยนั้นคะ" ทันทีที่พูดจบร่างกายของฉันก็หนักอึ้ง รู้สึกเหมือนล้มลงกับพื้น ขยับร่างกายไม่ได้ แม้แต่ดวงตาก็ยังรู้สึกหนักไปหมด ตั้งใจจะขอความช่วยเหลือ เห็นเพียงเท้าของใครบางคนที่มายืนอยู่ข้างๆตัวฉัน ใครกัน? คุ้นเคยจัง...


.

.

.


.................................................................




จูน แจร่า

(น้องสาวของแจ็ค)


.................................................................



สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ ตอนแรกกะจะแต่งเรื่องเก่าให้จบก่อน แต่เห็นมีคนเริ่มมาติดตามกัน ก็เลยมาแต่งก่อนนิดนึง ผิดพลาดหรืออ่านไม่ลื่นกันตรงไหนก็บอกกันได้นะคะ


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ คอมเมนต์กันเยอะๆนะคะ^^



.................................................................


เรื่องอื่นของไรท์ จิ้มเลย~


http://writer.dek-d.com/sasa8989/writer/view.php?id=1927924


--The liar princess and the blind prince--



http://writer.dek-d.com/sasa8989/writer/view.php?id=1917929


--(Identity V) oc [จบ]--

ปล. เป็นเรื่องเก่า อาจจะอ่านไม่ค่อยลื่นเนอะ


  .................................................................


.

.

.

.

.

.


.................................................................

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

81 ความคิดเห็น

  1. #2 Saya555 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 13:16
    มาต่อเร็วๆนะคะเนื้อเรื่องน่าสนุกมากดลยค่ะ
    #2
    1
    • #2-1 sasa8989(จากตอนที่ 1)
      24 เมษายน 2562 / 13:20
      ขอบคุณมากเลยค่ะ ดีใจที่สนุกกับเรื่องของไรท์นะคะ พน.น่าจะมาลงอีกรอบค่ะ
      #2-1
  2. #1 appsaen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 11:13

    เนื้อเรื่องดีร์ค่ะสู้ๆนะคะรอต่อไปค่ะ
    #1
    1
    • #1-1 sasa8989(จากตอนที่ 1)
      24 เมษายน 2562 / 12:06
      ขอบคุณมากค่ะ จะตั้งใจแต่งต่อไปค่ะ หากเกิดข้อผิดพลาดอะไรสามารถบอกกันได้นะคะ
      #1-1