OS/SF | Diary's Pecktom

ตอนที่ 6 : ๒๓๕๔ : คำหมั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    23 พ.ค. 60

คำหมั้น



"พี่อิศ! พี่อิศรา!" เสียงของคะนึงนิจดังขึ้นอย่างดีใจพร้อมกับร่างระหงที่โผเข้ากอดเธออย่างรวดเร็ว หล่อนน้ำไหลพรากอย่างหยุดไม่อยู่พอๆกับอิศราที่ตอนนี้น้ำตาอาบแก้มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


หล่อนผละออกจากอ้อมกอดก่อนจะจับมือพี่สาวแน่น "อึก พี่--พี่ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยจ๊ะ?" คะนึงนิจกวาดสายตาไปรอบๆตัวของพี่สาวอย่างนึกเป็นห่วง


"พี่ไม่เป็นอะไร -- แต่ก็ต้องขอบคุณคุณหลวง..ที่ช่วยพี่เอาไว้ มิเช่นนั้นพี่คงโดนขายให้หลวงกรกันต์ไปแล้ว.." หล่อนเหลือบมองคุณหลวงที่กำลังยืนเอามือไพล่หลังมองเธออยู่บนเรือน


จู่ๆหัวใจเจ้ากรรมมันก็เต้นแรงแปลกๆ..


"พี่อิศรา เป็นอะไรหรือเปล่าจ๊ะ? หน้าแดงเถือกเลย" แม่นิจจับใบหน้าของหญิงสาวเบาๆ


"เปล่าดอก.. พี่ไม่เป็นอะไร"


"ถ้าเช่นนั้น -- เรากลับเรือนกันเถิดนะพี่ .. ตอนนี้พี่บดินทร์รู้สึกผิด -- ทำงานเสียจนหนัก หาทางช่วยพี่อยู่" หล่อนเม้มปากไปชั่วครู่ "ตอนนี้พี่เขากินมิได้นอนไม่หลับ.. พี่ไปเยี่ยมแกหน่อยนะจ๊ะ"


"งั้นรึ -- แต่.. พี่ต้องบอกคุณหลวงก่อน ไปรอพี่ที่ครัวก่อนเถิด เดี๋ยวพี่จะตามไป"


"จ้ะ"


อิศราปาดน้ำตาทิ้งพลางมองน้องสาวที่เดินไปยังหลังเรือน


ในที่สุดทุกอย่างมันก็จบเสียที..


หากแต่เธอกลับรู้สึกว่า..


มันเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างเสียมากกว่า




"คุณหลวงเจ้าคะ" อิศรานั่งพับเพียบลงกับพื้นอย่างเจียมตัว


ถึงจะถูกขายมาแล้ว ก็ใช่ว่าหล่อนจะเป็นเมียคุณหลวงเสียเมื่อไหร่


"ลุกขึ้นเถิดแม่อิศ" เขาหันมาพร้อมกับยิ้มบางๆให้หญิงสาว


"มิได้เจ้าค่ะ.. ให้อิฉันนั่งแบบนี้เถิด" หล่อนส่ายหน้าปฏิเสธ


ร่างสูงถอนหายใจออกมาเบาๆกับความดื้อรั้นของหญิงสาว


"ถือว่าเป็นคำสั่งของฉันได้รีไม่?" เขาเอ็ดเบาๆก่อนจะมองร่างระหงที่ตัดสินใจลุกขึ้นยืนประจัญหน้ากับเขาด้วยท่าทีประหม่าเล็กน้อย


แม่อิศราจะสวยเกินไปแล้ว..


"..."


"แม่มีอะไรรึ?" เขายิ้ม มองใบหน้าหวานที่มีคราบน้ำตากับจมูกรั้นที่ขึ้นสีแดงจางๆ


ก็น่ารักไม่หยอก..


"คือว่า..หากคุณหลวงไม่ว่าอะไร -- อิฉันจะขอคุณหลวงกลับเรือนน่ะเจ้าค่ะ" หล่อนก้มหน้า รู้สึกผิดที่ทำให้อีกฝ่ายอาจจะโมโหขึ้นมาได้ง่ายๆ


แหงสิ.. ค่าตัวหล่อนใช่ว่าจะถูกเสียเมื่อไหร่


จู่ๆจะปล่อยไปก็คงจะโมโหมิใช่น้อย


"ได้สิ" หลวงผลิตพยักหน้าเบาๆ เขาอยากเห็นแม่อิศยิ้มให้เขาบ้างสักครั้ง -- หากจะทำให้แม่มีความสุขเขาก็จะทำ


หล่อนรีบเงยหน้าขึ้นทันที ริมฝีปากบางระบายยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ทำเอาหัวใจของคุณหลวงเต้นแรงขึ้นมาเสียดื้อๆ


"แต่แม่ต้องสัญญากับฉันก่อน" เขาตีหน้าขรึมอีกครั้ง อิศราเลิกคิ้วสงสัยก่อนจะเอ่ยปากถามเสียงใสทันที


"สัญญาอะไรหรือเจ้าคะ?"


"แม่ต้องสัญญาว่าแม่จะกลับมาหาฉัน"


อิศราใจกระตุก หล่อนมองใบหน้าหล่อเหลาของคุณหลวงก่อนจะยิ้มเขินแก้เก้อ แก้มเนียนใสขึ้นสีฝาดอย่างน่ารักแล้วตอบตกลงกลับไป


"เจ้าค่ะ อิฉันจะกลับมาหาคุณหลวง" เธอพยักหน้าเบาๆ


"ฉันจะรอแม่นะ" เขายิ้ม




ทั้งแม่อิศราและคุณหลวงต่างก็เริ่มมีใจให้กันนับจากนั้นเป็นต้นมาจนบ่าวไพร่ที่หลงใหลในความหล่อเหลาของคุณหลวงต่างก็ต้องยอมแพ้กันไปอย่างนึกเสียดาย


โดยเฉพาะแม่สุที่เป็นตัวตั้งตัวตีก็นึกอยากจะร้องไห้ออกมาทุกครั้งที่เห็นทั้งคู่เกี้ยวกันต่อหน้า


แต่ก็เอาเถอะ..


ความรักของคุณหลวงกับแม่อิศราก็คงจะไม่ล้มเลิกกันง่ายๆดอก


ทั้งหยอดคำหวาน หรือจะไปทำบุญด้วยกันทุกวันพระ สร้างสมบารมีด้วยกัน


พวกหล่อนก็ต้องยอมแพ้กันไปเอง..



หรือแม้บางครั้ง.. ที่คุณหลวงเผลอมองสาวอื่นโดยมิได้ตั้งใจ


ก็ถูกแม่อิศราง้องอนกันไปเสียตั้งหลายวัน


"แม่อิศรา ออกมาคุยกับฉันหน่อยได้รึไม่"


"..." หล่อนเงียบ


"แม่อิศ -- ฉันอธิบายได้นะ แม่เปิดประตูให้ฉันเถิด"


"..."


"เฮ้อ.. ฉันจะทำอย่างไรดี แม่พริม แม่อิศไม่คุยกับฉันมาตั้งสองวันแล้วนะ" เขาหันไปขอความเห็นจากหญิงสาวที่ยืนค้อมตัวอยู่ข้างๆพร้อมเคาะประตูอีกครั้ง "แม่อิศรา"


"ก็คุณหลวงไปมองหญิงอื่นเช่นนั้น แม่อิศก็คงจะยิ้มเห็นดีเห็นงามด้วยหรอกเจ้าค่ะ เป็นอิฉัน อิฉันก็โกรธนะเจ้าคะ"


"…"


"อิฉันตอบตามความจริงเฉยๆน่ะเจ้าค่ะ"


"โถ่ -- แม่อิศรา ..ฉันรักแม่คนเดียว ออกมาให้ฉันเห็นหน้าเถิดนะ" เขาทำหน้าเศร้าอยู่หน้าประตู รู้สึกผิดก็รู้สึก อยากจะขอโทษแต่แม่ก็ไม่ให้อภัยง่ายๆ


จะให้เขาทำเช่นไรเล่า..


"ถ้าแม่ไม่เปิดประตู.. ฉันจะนั่งอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหนจริงๆนะ"


"..."


"ให้ยุงหามตายไปเลยดีรึไม่?"


"..."



อิศราที่อยู่ข้างในห้องเริ่มใจไม่ดี หล่อนเม้มปากอย่างไม่แน่ใจก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นไปที่ประตู


เสียงของคุณหลวงเงียบหายไปได้สักพักแล้ว..


หรือว่าจะพูดจริง


หล่อนยื่นมือไปปลดล็อคกลอนก่อนจะเปิดประตูออกมา


"..." อิศราเงียบเมื่อพบแต่ความว่างเปล่าเพียงเท่านั้น


ไหนบอกจะนั่งรอให้ยุงหามไง..


โกหกงั้นรึ?


"ยอมเปิดประตูให้ฉันแล้วรึแม่" เสียงทุ้มของคุณหลวงดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่โผล่มาอยู่ข้างประตู


"!!!" อิศราสะดุ้งเฮือกก่อนจะรีบดันประตูปิดทันที 


ปึก..


"แม่อย่าหนีหน้าฉันเลย" หลวงผลิตดันประตูเอาไว้ก่อนจะถือวิสาสะช่วงที่หญิงสาวชะงักไปชั่วครู่แทรกตัวเข้าไปในห้องแล้วล็อคประตูห้องเสร็จสรรพ


"คุณหลวง! ทำอะไรน่ะเจ้าคะ" หล่อนรีบถอยห่างจากร่างสูงทันทีอย่างไม่ไว้ใจ นี่มันก็ดึกดื่นแล้วจะมาอยู่ในห้องด้วยกันเพียงลำพังได้อย่างไร..


มันไม่งาม!


บ่าวคนอื่นเห็นจะคิดว่าเธอเป็นคนอย่างไรกัน..


"ก็แม่ไม่คุยกับฉัน ฉันก็ต้องทำแบบนี้สิ" เขาถอนหายใจก่อนจะมองใบหน้าหวานที่ผินหน้าหนีไม่พอใจเขาอยู่แล้วก็ต้องใจฮวบทันที "โถ่.. แม่อิศรา อย่าโกรธฉันเลยนะ" เขาว่าพลางเลื่อนตัวเข้าไปกอดเอวบางจากด้านหลังแล้วเอาคางเกยไหล่ของอีกฝ่ายเอาไว้


"คุณหลวง! ออกไปนะเจ้าคะ มันไม่งาม" หล่อนสะดุ้งก่อนจะรีบหันไปเอ็ดร่างสูงที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง แต่ทว่าจมูกโด่งของคนตัวสูงกลับฝังลงไปที่แก้มเนียนของหญิงสาวอย่างพอดิบพอดี..


คุณหลวง!!


ร่างสูงแค่นยิ้มแล้วมองใบหน้าหวานที่ขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอาย


"แม่อิศรา" เขาพลิกตัวของหญิงสาวเข้าหาก่อนจะมองลึกลงไปในดวงตาคู่สวย ร่างสูงกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้แล้วพูดเสียงอ่อน "ฉันรู้..ว่าฉันทำผิดกับแม่"


"…"


"แต่ -- ฉันมิได้มีเจตนานอกใจแม่จริงๆ"


"..."


"หากแม่ไม่เชื่อ --" เขาชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะดึงแหวนจากนิ้วนางข้างขวาออกมา อิศราเบิกตากว้างแล้วรีบส่ายหน้าพัลวัน "นี่เป็นแหวนของแม่ฉัน.. ถูกสืบต่อมารุ่นสู่รุ่น"


"คุณหลวง.." หล่อนก้มหน้า กลัวว่าตัวเองจะต่ำต้อยเกินกว่าจะรับของมีค่าเช่นนี้เอาไว้ได้


"ถ้าหากฉันจะให้แม่เก็บเอาไว้ แม่จะว่าอะไรหรือไม่?"


"อิ..อิฉันไม่สมควรดอกเจ้าค่ะ -- คุณหลวงเก็บเอาไว้เถิดนะเจ้าคะ"


"อิศรา" เขาเชยคางของหญิงสาวขึ้น จ้องดวงตาที่บัดนี้สั่นระริกแล้วจับมือขวาของอีกฝ่ายขึ้นมาใส่แหวนประจำตระกูล "ไม่ว่าแม่จะไปอยู่ที่ไหน แม่ก็ยังมีแหวนวงนี้ที่เป็นตัวแทนของฉัน -- ว่าแม่ยังมีฉันอยู่ และฉันก็มีแม่อยู่ในใจตลอดเวลา"


"..."


"ถือเสียว่าเป็นของหมั้นหมายไปก่อน"


"คุณหลวง--"


"แล้วสักวันเราจะได้อยู่ด้วยกัน ฉันสัญญา" เขาเกลี่ยมแก้มใสที่ขึ้นสีระเรื่อแล้วจุมพิตเบาๆที่หน้าผากมน 


แม้ว่าแม่อิศราจะเป็นเพียงไพร่ธรรมดา หากแต่หล่อนกลับทำตัวเหมือนสตรีที่ได้รับการสั่งสอนมาอย่างดี ทั้งกริยา มารยาท คำพูดคำจาก็ไพเราะเสนาะหู ผิดกับสตรีบางคนที่มียศมิใช่น้อยๆ แต่กลับทำตัวไม่งามสมกับที่พ่อแม่เลี้ยงดูเหมือนไข่ในหินเลยสักนิด


"แม่จะรอฉันได้รึไม่?" เขาถามเสียงแผ่ว ใบหน้าหล่อเหลาคลอเคลียกับแก้มใสที่บัดนี้ขึ้นสีแดงแจ๋อย่างน่ารัก เห็นเช่นนี้ก็ยิ่งอยากแกล้ง


"รอ..รอเจ้าค่ะ" ว่าพลางดันคนมือไวออกห่าง ไม่กล้าแม้แต่จะสบตา มิเช่นนั้นเธอคงกลายเป็นลูกตำลึงเต็มตัวเป็นแน่


คุณหลวงแค่นหัวเราะในลำคอ แต่ยังไม่ปล่อยเอวบางที่กอดไว้หลวมๆตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ก่อนจะเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น


อิศรามองอีกคนด้วยหัวใจที่เต้นระรัวแล้วหลับตาลงช้าๆ ลมหายใจร้อนที่เป่ารดอยู่ข้างแก้มยิ่งทำให้เธอประหม่าเข้าไปใหญ่ ริมฝีปากหนาประทับจูบลงบนปากสีสดของหญิงสาวแผ่วเบาไร้การลุกล้ำ หากแต่กลับทำให้ร่างเล็กๆเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้นถ้าไม่ได้อีกฝ่ายรวบเอวเอาไว้เสียก่อน


ตอนนี้ ..อิศรายอมหลวงผลิตแล้วจริงๆ


ทั้งคู่จุมพิตกันอย่างเนิ่นนานโดยลืมเวลาไปเสียสนิท


แม้ตอนนี้จะยังไม่ได้เป็นอะไรกันแต่ก็รับรู้กันในจิตใจได้เป็นอย่างดีว่า


เรือนหลวงผลิตจะต้องมีคุณหญิงเป็นแม่อิศราเพียงคนเดียวเท่านั้น



'ฉันจะรักแม่ทุกชาติไป'



END.

จบชุดที่หนึ่งเจ้าค่ะ

ยังมีโมเม้นต์ ๒๓๕๔ ต่ออีกนะเจ้าคะ

แต่ต้องรออีกหน่อย

เพราะปั่นการบ้านหนักม้ากก

แล้วยังมีเรื่องอื่นมาจ่ออีกเพียบบ

เช่นนั้นแล้ว.. King of mask จะอัพต่อหลังจากนี้นะเจ้าคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #174 kaisooLL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 06:05
    เขินนนนนน จะหวานไปไหนคะ
    #174
    0
  2. #56 pun_7226 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2560 / 16:37
    'ฉันจะรักแม่ทุกชาติไป'แปลว่าชาตินี้ก็...//โดนตบ
    #56
    0