OS/SF | Diary's Pecktom

ตอนที่ 20 : FORGET ME NOT : Part 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    10 ก.ค. 60

B
E
R
L
I
N
 

FORGET ME NOT

(Part 1)



คนตัวเล็กเดินกลับมาจากโรงเรียนพร้อมกับสมุดโน๊ตเล่มเล็กในมือ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอดมองไปยังฟุตบาธเบื้องหน้าด้วยแววตาเหม่อลอย เขาอยากจะจดจำช่วงเวลาทุกอย่างเหล่านี้เอาไว้แม้ว่ามันจะเป็นความเหงาที่กัดกลืนชีวิตวัยรุ่นของเขาก็ตามที..

ใช่.. อิศราเป็นอัลไซเมอร์

ใช้เวลาอยู่นานกว่าหกปีที่แม่พาเขาไปหาหมอเพื่อรักษา แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้เขาหายขาดได้เสียที ถึงแม้ว่าจะรู้ แต่ก็อยากจะมีความหวังบ้างเท่านั้น.. --ทุกๆวันเขาจะต้องจดไว้ตลอดว่าตัวเองทำอะไรที่ไหนอย่างไรเหมือนพวกบ้าไดอารี่ แต่ทำยังไงได้ ในเมื่อมันเป็นหนทางเดียวที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ป่วยความจำเสื่อมอย่างเขานี่นา

คนตัวเล็กมองกลุ่มนักเรียนนานาชาติชั้นนำของประเทศข้ามถนนมาทางเขานิ่งๆ เขาไม่ใช่คนที่ใจร้อนถึงขนาดต้องวิ่งข้ามถนนเพื่อให้ทันสัญญาณไฟแดงที่จะเกิดขึ้นในอีกสามวิกับระยะทางเกือบยี่สิบเมตร แต่แม้ว่าจะเป็นอย่างนั้นก็ยังมีคนมาวิ่งชนเขาอยู่ดี..


ปั่กก!


"อ๊ะ.." เขาอุทานออกมาเบาๆ ไดอารี่ในมือตกไปอยู่ที่พื้นเสียได้ คนตัวเล็กเงยหน้ามองบุคคลที่กำลังตกใจกับการกระทำของตัวเองแล้วหันไปมองสัญญาณไฟที่บัดนี้ขึ้นเป็นสีแดงเรียบร้อยแล้ว เขาไม่สนใจ ก้มลงหยิบสมุดเล่มจิ๋วของตัวเองขึ้นมาใส่กระเป๋าให้เรียบร้อยแล้วลอบถอนหายใจ

เด็กนักเรียนของ Michael International School อีกแล้ว..

"ขอโทษด้วยนะครับ" ชายร่างสูงใบหน้าหล่อเหลาก้มหัวขอโทษเขาเล็กน้อย คนตัวเล็กพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบ

ไม่เป็นไรหรอก ยังไงพรุ่งนี้เขาก็ต้องลืมอยู่ดี

อิศราเดินเอื่อยๆไปที่ทางม้าลายพร้อมกับคนตัวสูงที่ก้มมองนาฬิกาเป็นระยะๆ คนตัวเล็กขมวดคิ้วเล็กน้อย น่าแปลกที่เห็นเด็กมิคาเอลวิ่งมาทางนี้ เพราะว่าโรงเรียนที่ว่าน่ะมันต้องข้ามถนนตรงนี้ แถมยังอยู่คนละฟากกับโรงเรียนเขาเลย..

แล้วทำไมผู้ชายคนนี้มาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะ?

สัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้ว ร่างสูงเบิกตากว้างเล็กน้อยก่อนจะรีบเดินตรงดิ่งข้ามถนนไปคนแรกทันที ดวงตาสีอัลมอนมองแผ่นหลังกว้างงงๆแล้วเริ่มเดินข้ามถนนเหมือนเด็กนักเรียนคนอื่นๆบ้าง คราวนี้เป้าหมายของเขาคือร้านหนังสือ

แม่บอกว่ามันจะช่วยทำให้เขาจดจำสิ่งต่างๆได้ไวขึ้น ถึงแม้ว่ามันจะไม่ค่อยได้ผลเท่าไหร่ก็ตาม.. ทุกวันนี้เขายังจำชื่อเพื่อนในห้องได้บ้างไม่ได้บ้างเลยด้วยซ้ำ


กริ๊ง..


"ยินดีต้อนรับค่า"

เขายิ้มนิดๆให้พนักงานสาวตามมารยาท ก่อนจะเดินลากขาไปที่หมวดหนังสือที่ตัวเองสนใจทันที ที่จริงแล้วเขาค่อนข้างมีปัญหากับการซื้อหนังสืออยู่บ่อยๆ เพราะบางทีเขาก็ซื้อเล่มซ้ำจนแม่ต้องเสนอทางให้เขาจดชื่อหนังสือทุกเล่มที่เคยซื้อเอาไว้ เช่นเดียวกับการบ้านทั้งหมดในแต่ละวันด้วย..

คนตัวเล็กหยิบไดอารี่ของตัวเองขึ้นมาจากกระเป๋าแล้วไล่เปิดไปที่หน้าล่าสุดของเมื่อวานตัวอักษรน่ารักปรากฏขึ้นพร้อมกับดอกจันตัวใหญ่ๆที่มุมล่างของหนังสือ


*อย่าลืมซื้อหนังสือ The Man In The Corner ให้พี่ท๊อป*


เข้าใจล่ะ.. ไม่น่าล่ะทำไมเมื่อเช้าพี่ถึงบอกให้เขามาร้านหนังสือ

อิศราเดินเข้าไปที่หมวดหนังสือลึกลับ/ระทึกขวัญด้วยความสนอกสนใจ น่าแปลกดีเหมือนกัน ทั้งๆที่เขาเคยเดินมาตรงนี้ไม่ต่ำกว่าสิบครั้ง แต่ทุกๆครั้งเขาก็มีความรู้สึกเหมือนเดิมเสมอราวกับว่ามาที่นี่เป็นครั้งแรก..

เขามองหาหนังสือที่ชื่อเดียวกับในโทรศัพท์ ครั้งนี้คงไม่พลาดเมื่อคนที่เป็นคนอยากได้หนังสือไม่ใช่ตัวเขาเอง แต่ก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมพี่ชายเขาถึงให้เขาที่เป็นอัลไซเมอร์มาซื้อหนังสือให้ทั้งที่เป็นของที่ตัวเองควรจะมาซื้อเอง.. -- มือเรียวหยิบหนังสือที่ตนเองหาอยู่ขึ้นมาไว้ในมือ มันเป็นนวนิยายต่างประเทศที่เพิ่งจะถูกแปลได้ไม่นานมานี้ แถมยังขายดีเป็นพลุแตกอีกด้วย

ถามว่าทำไมเขาถึงรู้น่ะหรอ? ก็เล่มนี้มันตั้งโชว์อยู่ที่หน้าร้านแถมยังเขียนตัวเบ้อเริ่มว่าเป็นหนังสือขายดีประจำสัปดาห์ แต่ไหนๆก็ไหนแล้ว การที่เขาจะมาร้านหนังสือก็คงจะมีได้ไม่บ่อยนักซื้อหนังสือให้ตัวเองเลยแล้วกัน..


กริ๊ง..


"ยินดีต้อนรับค่า"

ร่างสูงเดินเข้ามาในร้านพร้อมกีตาร์ที่สะพายอยู่ที่บ่า เขายิ้มบางๆให้กับพนักงานสาวหน้าเคาท์เตอร์จนหล่อนเขินหน้าแดงไปถึงใบหูก่อนจะเดินเข้าไปในหมวดนวนิยายต่างประเทศที่มีไม่มากนัก

"..~" เขาฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีจนลืมสังเกตไปว่ายังมีใครอีกคนอยู่ในร้านด้วย

มือหนาคว้าหนังสือแนวรักโรแมนติกขึ้นมาเล่มหนึ่ง พนันได้เลยว่าถ้าเพื่อนเขามาเห็นมีหวังโดนล้อยันลูกบวชแน่


ตึก.. ตึก..


ในขณะที่เขาเดินเข้าไปข้างในหนึ่งก้าว ร่างเล็กก็เดินออกมาหนึ่งก้าวอย่างไม่รู้ตัว เด็กหนุ่มมองหนังสือทั้งสองเล่มในมือแล้วตัดสินใจเดินไปจ่ายตังที่เคาท์เตอร์หน้าร้าน คนตัวเล็กวางหนังสือลงบนเคาท์เตอร์พร้อมหยิบกระเป๋าสตางค์ของตัวเองออกมา

"สามร้อยสี่สิบบาทค่ะ" หล่อนเงยหน้าจากหน้าจอ เขาจึงหยิบเงินออกมาจากกระเป๋าตังให้หล่อนโดยลืมไปว่าเงินเขามีเพียงสามร้อยบาทเท่านั้น..

"..." คนตัวเล็กเงียบ รีบล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหาเงินอีกสี่สิบบาทที่เหลือด้วยความลุกลี้ลุกลนจนพนักงานเริ่มเข้าใจสถานการณ์ นี่เป็นเรื่องบ่อยที่เธอต้องเจอในการทำงานหน้าเคาท์เตอร์ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเท่าไหร่หรอก..

คนตัวสูงเดินออกมาจากชั้นหนังสือพร้อมหนังสือเล่มหนึ่งในมือ เขามองร่างที่กำลังหาเงินอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่ตรงหน้าแล้วเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

"เอ่อ..คือว่า.." ร่างเล็กในชุดนักเรียนเอกชนพูดเสียงสั่นด้วยความประหม่าจนเขาเผลอยิ้มออกมากับท่าทีน่ารักแบบนั้น ดูยังไงๆส่วนสูงแค่นี้กับท่าทางเด็กๆก็คงจะเป็นเด็กมอสามไม่ก็มอสี่ล่ะมั้ง.. "เอาหนังสือเล่มนั้นออกได้มั้ยฮะ.."

"เล่ม..นี้หรอคะ?"

"..." เขาพยักหน้าเบาๆแทนคำตอบก่อนจะหันไปมองคนตัวสูงที่ยืนดูมาได้สักพัก ร่างเล็กเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ผู้ชายคนเมื่อกี๊ที่ชนเขานี่นา.. ไปเอากีตาร์เองหรอกหรอ?

"งั้นทั้งหมดก็หนึ่งร้อยเจ็ดสิบบาทนะคะ" หล่อนยื่นแบงค์ร้อยคืนให้คนตัวเล็ก เขารับมันมาไว้ในมือแล้วเม้มปากด้วยความประหม่า จู่ๆก็รู้สึกเหมือนว่าโดนจ้องยังไงยังงั้น..

ร่างสูงยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดู ที่แท้เด็กคนนี้ก็คือคนที่พกไดอารี่นั่นนี่เอง ไม่น่าล่ะทำไมถึงได้คุ้นแปลกๆ

"เงินทอนนะคะ ขอบคุณค่ะ"

"ขอบคุณฮะ.." เด็กหนุ่มเก็บเงินใส่ในกระเป๋าแล้วรับถุงหนังสือมาจากพนักงานสาว เขาเดินออกมาจากร้านหนังสือด้วยความผิดหวังเจือปนกับความอายเล็กน้อย.. เห็นทีจะต้องเอาไปเขียนในไดอารี่ด้วยแล้วสิว่าวันนี้เกิดทำเรื่องน่าอายแบบนั้น.. วันหลังจะได้เช็คเงินในกระเป๋าก่อน"เฮ้อ.."

เด็กหนุ่มเดินลากขามาเรื่อยๆ วันนี้ก็วันศุกร์แล้ว นั่นหมายความว่าวันพรุ่งนี้เป็นวันที่เขาต้องไปเดินเที่ยวกับพี่ชายที่อยู่โรงเรียน Michale International School เหมือนกัน.. ถึงจะเป็นพี่ชายไม่แท้ก็เถอะนะ -- พ่อแม่เขาคงไม่ใจปล้ำถึงขนาดยอมเสียค่าเทอมเป็นแสนให้เขาที่เป็นอัลไซเมอร์เรียนหรอก เสียเงินเปล่า..


ตึกๆๆ


"น้องๆ"

"..." ร่างเล็กหันไปมองด้วยความสงสัย แต่ก็ต้องสงสัยหนักเข้าไปใหญ่เมื่อคนตรงหน้าคือคนที่ชนเขา แถมยังเจอกันสองครั้งแล้วด้วย..นี่เป็นครั้งที่สามแล้วสิ "มีอะไรหรอครับ..?" ทั้งๆที่ควรจะอายุเท่าๆกับเขาแต่ทำไมถึงเรียกเขาว่าน้องได้ล่ะ..

"อ่ะ.. พี่ให้" คนตรงหน้ายื่นหนังสือที่เขาจะซื้อให้พร้อมกับรอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้า อิศราขมวดคิ้วงงๆแต่ก็ยอมรับมันเอาไว้ "ถือซะว่าหายกันตอนที่ชนแล้วกันนะ"

อื้อหือ..ต้องรวยขนาดไหนถึงใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายกับคนไม่รู้จักได้เนี่ย..

"ขอบคุณครับ.." เขาเม้มริมฝีปากด้วยความประหม่า การกระทำนั้นเรียกรอยยิ้มจากร่างสูงได้เป็นอย่างดี..

"น้องชื่ออะไรอ่ะครับ? พี่ชื่อเป๊กนะ"

"..." เขาเงียบไปสักพัก ผู้หญิงโรงเรียนเขาที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นก็ซุบซิบกันเสียงดังใหญ่จนต้องหันไปมอง

อะไรกัน..

"^^"

"ผม..ชื่อทอมฮะ" ตอบไปเท่านั้นก่อนจะขยับตัวออกห่างอีกฝ่ายด้วยความไม่ไว้ใจจนร่างสูงตรงหน้าทำหน้าเหรอหราสะบัดมือไปมาพัลวัน

"เฮ้ยๆๆ เดี๋ยวก่อนๆ พี่ไม่ได้มาร้าย -- ไม่รู้จักพี่จริงๆหรอเนี่ย.."

"ครับ?"

"ก็..ปกติจะมีคนจำได้นะเนี่ย.. น้องไม่รู้จักพี่หรอครับ?"

"..." คนตัวเล็กส่ายหน้าแทนคำตอบก่อนจะก้มมองของในมือด้วยความเกรงใจ "เดี๋ยวผมเอาเงินมาคืนวันหลังแล้วกันนะครับ"

"เฮ้ย ไม่ต้องๆ พี่ซื้อให้แล้วก็เอาไปเถอะ" เขายิ้มออกมา เด็กคนนี้น่ารักจนน่าลักพาตัวไปไว้ที่บ้านจริงๆ.. แถมดูเป็นคนไม่ไว้ใจใครง่ายๆด้วยสิ

"ขอบคุณครับ" ร่างบางผงกหัวให้นิดๆอีกครั้ง อยากจะพูดออกไปเหลือเกินว่าพรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาตัวเองก็คงจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าหนังสือเล่มนี้ซื้อมาตอนไหน

ผลิตโชคยิ้มกว้าง ชักอยากจะรู้จักเด็กคนนี้ให้มากขึ้นแล้วสิ.. ถูกชะตาด้วยแปลกๆ "วันนี้น้องว่างมั้ยล่ะครับ? ถ้าอยากทดแทนพี่ก็เลี้ยงไอศกรีมที่เพิ่งเปิดใหม่หัวมุมนู้นหน่อยสิ" เขาพูดยิ้มๆ

อะไรกัน ไหนบอกว่าซื้อให้แล้วก็เอาไปเลยไง "ว่างฮะ.." พูดเท่านั้นคนตัวสูงก็ยิ้มกว้างออกมาได้ง่ายๆ อิศราขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมคนตรงหน้าถึงได้อยากรู้จักเขานักหนาขนาดนี้ด้วย?เขาไม่ใช่คนโง่ถึงขนาดที่ดูไม่ออกหรอกนะ..

"งั้นน้องทอมไปกับพี่นะครับ"

"..." เพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงสิบนาทีเนี่ยนะ-- เชื่อเขาเลย.. "ก็ได้ฮะ"

เผลอตอบตกลงไปแล้วด้วยสิ


"งี้เราก็อยู่รุ่นเดียวกันอ่ะดิ ฮ่ะๆ"

"ใช่.." อิศราพยักหน้าเบาๆ คิดไว้ไม่ผิดจริงๆว่าต้องอายุเท่ากันแน่ๆทเขาใช้ช้อนพลาสติกจิ้มสตรอเบอร์รี่ตรงหน้าด้วยความประหม่าแล้วมองคนตัวสูงที่ทำตัวเป็นจุดสนใจมาได้สักพักแล้

ก็หล่อซะขนาดนี้นี่นา..

"แล้วบ้านทอมอยู่ไหนอ่ะ ให้เราไปเป็นเพื่อนเปล่า?" เป๊กเลิกคิ้วสงสัย ถึงอยู่คุยกันได้ไม่นานแต่ก็รู้เรื่องส่วนตัวอย่างกับเป็นเพื่อนกันมาเป็นปี แต่กระนั้นคนตัวสูงก็ยังไม่รู้ถึงโรคประจำตัวของคนตัวเล็กล่ะนะ..

"อ๋อ.. เอ่อ ไม่เป็นไรหรอก เป๊กกลับเลยก็ได้นะ" ร่างบางพูดเสียงเบาก่อนจะวางช้อนลงเหมือนเด็กไม่อยากอาหาร ผลิตโชคเห็นเช่นนั้นถึงได้รู้ว่าคนตรงหน้าทำตัวไม่ถูกเพราะเขา.. คนตัวสูงหุบยิ้มลงพร้อมมองไปรอบข้าง โต๊ะทุกตัวจับจ้องมาทางเขา แถมบางคนยังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายเอาไว้อีก..

ก็เขาเป็นเน็ตไอดอลนี่--

"ไปกันเถอะ" เขาฉุดข้อมือคนตัวเล็กให้ตามออกไปข้างนอกท่ามกลางความสนใจของผู้คนรอบข้าง อิศราเลิกคิ้วเหรอหราแต่ก็ยอมอ่อนคล้อยตามไปอย่างไม่ปฏิเสธ

ทั้งคู่เดินมากันจนถึงป้ายรถเมล์ที่เปลี่ยวผู้คน ตอนนี้พระอาทิตย์แปรเปลี่ยนเป็นสีส้มเต็มทีแล้ว นั่นหมายความว่าถ้าผ่านช่วงเวลานี้ไป คนตรงหน้าเขาก็จะหายไปจากความทรงจำเขาเช่นเดียวกับผู้คนที่ผ่านๆมา

"ขอโทษนะที่ทำให้ลำบากใจ" จู่ๆร่างสูงก็พูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมาแผ่วเบา "ฉันไม่ได้อยากทำให้นายอึดอัด.. เอาไว้คราวหน้าฉันจะแก้ตัวใหม่แล้วกันนะ"

อิศราส่ายหน้าก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ "ไม่จำเป็นแล้วล่ะ"

หากแต่รอยยิ้มนั้นมันกลับเศร้าเหลือเกิน..

"ทำไมล่ะ?" ผลิตโชคเลิกคิ้ว

"ยังไงพรุ่งนี้ผมก็ต้องลืมอยู่แล้ว.. --ขอบคุณที่มาส่งนะครับ" คนตัวเล็กผงกหัวเล็กน้อยก่อนจะวิ่งขึ้นรถเมล์ที่เพิ่งมาถึงทันที มันไม่ใช่สายที่นั่งไปบ้านเขาด้วยซ้ำ แต่กระนั้นเขากลับรู้สึกแย่ที่จะมองหน้าของคนตัวสูงนานๆเสียมากกว่า.. 

อิศรานั่งลงที่เบาะหลังติดกำแพง ชำเรืองมองร่างสูงที่กำลังยืนทบทวนคำพูดของเขาก่อนจะจะรีบหยิบไดอารี่เล่มจิ๋วออกมาจากกระเป๋าพร้อมปากกาคู่ใจ

เรื่องราวในวันนี้เขาจะลืมไม่ได้เด็ดขาด..


07/07/XX

การบ้าน : 

คณิตศาสตร์หน้า 164 ข้อ 1-18 (ส่งตอนเช้า)

ชีทภาษาอังกฤษ (ส่งวันอังคาร)

วิทยาศาสตร์ แบบฝึกหัดหน้า 227 (ส่งคาบหน้า)

สังคม ใบงานกลุ่ม (ส่งคาบหน้า)


ไดอารี่ที่รัก..

วันนี้ที่โรงเรียนก็เหมือนเดิม ผมยังจำผู้หญิงที่นั่งริมหน้าต่างไม่ได้เลย.. แต่ตอนนี้เธอเริ่มจะชินกับการมีเพื่อนเป็นอัลไซเมอร์อย่างผมแล้วล่ะ เธอชื่อว่าชุติมน เป็นคนนิสัยดีนะ ถึงจะดูเหนื่อยๆกับผมก็ตามทีเถอะ ส่วนเพื่อนอีกคนในห้องที่ผมคุ้นหน้าแต่จำไม่ได้นั่นก็คือว่าน เขาบอกว่ารู้จักกับผมตั้งแต่อนุบาล.. จริงๆแล้วผมเคยรู้จักคนแบบนี้ด้วยหรอ? ผมเป็นคนแบบไหนกันนะ?

ตอนเย็นวันนี้ มีเรื่องแปลกนิดหน่อยเกิดขึ้นกับผม เมื่อกี๊ผมเพิ่งจะเดินหนีผู้ชายคนนึงออกมา.. เขาชื่อว่า--


คนตัวเล็กชะงักปากกาในมือไปชั่วครู่ ผู้ชายคนนั้นชื่ออะไรนะ..? -- หันไปมองทางข้างนอกก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตระหนกเมื่อเห็นร่างสูงที่กำลังวิ่งตามรถเมล์ของเขาอยู่ ใบหน้านั้นหอบเล็กน้อยแต่ก็ยังพยายามวิ่งให้ตีเสมอกับรถเมล์คันโต

"ฉันชื่อเป๊ก!! -- เป๊ก ผลิตโชค!!!" เขาตะโกนชื่อของตัวเองออกมาเสียงดังจนคนรอบห้างหันมามองด้วยความสงสัย จู่ๆน้ำตามันก็รื้นออกมาเสียดื้อๆ หัวใจดวงน้อยที่ห่อเหี่ยวมานานบัดนี้มันกลับสั่นไหวเพราะคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่ชั่วโมง..

"..." เขากำปากกาในมือแน่น ร่างสูงหยุดวิ่งเพียงแค่นั้นเมื่อทางข้างหน้าเป็นถนนที่รถผ่านไม่หยุด อิศรารีบชะโงกหน้าออกไปมอง เจ้าของร่างสูงกระชับกระเป๋ากีตาร์ของตัวเองข้างหลังแล้วป้องปากตะโกนออกมาเสียงดังแข่งกับระยะทางที่เริ่มจะห่างออกไปเรื่อยๆ..

"อย่าลืมฉันนะ!!!"

น้ำตาสีใสไหลลงมาตามแก้มเนียน คนตัวเล็กหลุดยิ้มออกมาเป็นครั้งแรกทำเอาคนมองใจกระตุกเพราะความน่ารักนั้น..

"อื้อ!!"


ฉันจะไม่มีวันลืมนาย เป๊ก ผลิตโชค.. – อิศรา


ฉันจะตามหานายจนกว่าเราจะได้พบกันอีก – ผลิตโชค



Plz waiting for Part 2

เย้ๆๆๆ ดราม่ามาแล้ววว (อีกละ)

ใครรอ 2018 อยู่ต้องใจเย็นๆนะ มันจะจบแล้ว5555

อย่าลืมคอมเม้นติชมไว้ข้างล่างแล้วเจอกันตอนหน้านะฮับ!

บะบัยยยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

184 ความคิดเห็น

  1. #184 .... (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2561 / 08:35

    หลายๆคนอาจจะมองว่ามันเป็นพล็อตดราม่า แต่เราว่ามันโรแมนติกดีนะ สัมผัสได้ถึงความจริงใจกว่าพล็อตอื่นๆที่อ่านมาแล้ว เซนส์ความมโนขั้นสุดของอิฉันเลยคิดต่อหลังตอนจบว่า ในทุกๆวันพี่เป๊คพยายามที่จะเข้าหาน้องทอมทอมที่ป่วยเป็นอัลไซเมอร์รึเปล่า ความสัมผัสมันดูลึกซึ้ง ซับซ้อนมากกว่าคนที่เพิ่งรู้จักกันครั้งแล้วแล้วบังเอิญถูกใจ มันดูมีอะไรมากกว่านั้น สังเกตุจากที่วิ่งไล่ตามรถแล้วตะโกนบอกชื่อแล้วทิ้งท้ายว่า อย่าลืมฉันนะ ประทับใจตรงนี้มากๆ

    #184
    0
  2. #154 Palitian (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 13:10
    ตอนแรกก็ซึ้งกินใจ ชอบบทพี่เป๊กมากเนื้อเรื่องดีมากๆค่ะ
    พอมาถึงบทพี่เป๊กตะโกนบอกชื่อตัวเองเท่านั้นแหละ น้ำตารื้นเลย ชอบมากกก ฮรือออ 
    #154
    0
  3. #121 คุณหลวงผลิต (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 21:43
    ผมนี่น้ำตาคลอเลยครับ งื้อออ
    #121
    0
  4. #114 ก็ชอบอ่ะ จะทำไม (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 22:00
    มันเศร้าอ่ะ กลัวตอนจบอ่ะ
    #114
    0
  5. #104 XingInPRAE (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 19:57
    สารภาพตามตรงว่าเราเคยอ่านพล็อตแนวนี้แล้วรู้สึกไม่ชอบมากเพราะมันทำให้เราร้องไห้หนักมาก ?? ซึ่งเรื่องนี้ก็คงทำให้เราร้องไห้ไม่ต่างกัน แต่เราเชื่อว่าระหว่างทางก่อนที่เรื่องจะจบ(ไม่ว่ามันจะจบยังไง) มันจะเต็มไปด้วยความรักที่งดงามของคนสองคน ฮืออออออ
    แม้จะเจ็บแต่เราจะรออ่านต่อนะคะ สู้ๆนะ
    ปล.เราชอบงานเขียนของคุณมากค่ะ ปกติถ้ามาแนวนี้เราจะไม่อ่านเลย แต่เพราะเป็นคุณที่เป็นคนแต่งเราเลยรอที่จะได้อ่าน แฮ่ อย่าโกรธเราที่เราคอมเม้นแบบนี้นะคะ ><
    #104
    0
  6. #103 OILio (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 13:07
    น้ำตารื้นตามทอมทอมเลยย
    #103
    0
  7. #102 มังกรไงมังกรเอง (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:15
    รออ ฮรื่ออรออออ รอเรื่องนี้กว่า2018 อีกก
    #102
    0
  8. #101 Little Kookkai Wirunpun (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 13:09
    มันก็จะเศร้าหน่อยๆ เอาใจช่วยทั้งพี่เป๊กและน้องทอมเลย ขอให้ได้เจอกันบ่อยๆนะ
    #101
    0
  9. #100 พี่แพม (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 12:32
    ทำไมมันดีจัง มันออกจะเศร้านะ แต่ว่าถ้าได้ทำความรู้จีกกันใหม่ทุกวันมันน่าจะดี555
    #100
    0