King Of Mask #อีกากินทุเรียน

ตอนที่ 24 : DESERVE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 306
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    5 พ.ค. 60

22

DESERVE


[ LADY TUK ]


ณ วินเทอร์ลิน


ฉันนั่งมองลูกชายเพียงคนเดียวของฉันกำลังเดินไปมาในห้องด้วยความร้อนอกร้อนใจ ผิดกับฉันที่กำลังนั่งอยู่หัวโต๊ะอาหารที่ไร้ซึ่งการแตะต้องจากคนในห้อง -- ภูตวัดสายตามองฉันแล้วสาวเท้ามานั่งข้างๆอย่างไม่สบอารมณ์ทันที

“แม่ไม่จำเป็นต้องกลับมาก็ได้นะครับ” เขาพูดประโยคเดิมๆซ้ำขึ้นมาอีกครั้งของวัน “ถ้าเกิดว่า พีเค เกิดมีพวกที่ยังไม่เปิดเผยใบหน้าหรือกำลังรอเวลาแก้แค้น พวกเราจะแย่เอานะครับ” เขาขมวดคิ้วครุ่น

“ไม่ต้องห่วงหรอก ภู” ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหันไปหาคนสนิทที่ยืนอยู่ตรงมุมห้อง “บอกเขาทีสิคะ ว่าเหตุผลที่ฉันมาอยู่ที่นี่คืออะไร” 

“เอ่อ..” เชนอ้ำอึ้ง เขาเหลือบมองคุณชายที่กำลังทำหน้าบอกบุญไม่รับแล้วก้มหน้าตอบ “ที่เลดี้มาก็เพราะ.. งานหมั้นที่จะจัดขึ้นหลังจากการแข่งขันคโกชีครับ”

“งานของใครครับแม่” เขามองฉันด้วยแววตาวิตก ภูกลั้นอารมณ์เอาไว้ก่อนที่ฉันจะเอื้อมมือไปกุมมือเขาอย่างแผ่วเบา

“ของลูก กับโรส” เขาผินหน้าหนีทันทีที่ได้ยินชื่อเพื่อนสนิทที่วิ่งเล่นกันมาด้วยกันตอนเด็กๆ.. หญิงสาวผมแดงที่โตมาเป็นสาวสวย แถมยังเป็นลูกของคนสนิทของฉันด้วย ทำให้ฉันค่อนข้างจะมั่นใจว่าผู้หญิงคนนี้เชื่อใจได้ และพร้อมจะเป็นภรรยาของลูกชายฉันในอนาคตแน่ “ทุกอย่างจะราบรื่น รอให้จบการต่อสู้เมื่อไหร่ ค่อยมาคุยกันอีกที”

“แม่จะเอาเพื่อนคนเดียวของผมมาจับเป็นเมียให้ผมงั้นหรือครับ”

“เพื่อตระกูลของเรา -- ถึงลูกไม่ชอบ ยังไงก็ต้องทำ” ฉันลูบแก้มของลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเองเบาๆแล้วเหลือบมองชายวัยกลางคนที่ทำหน้าไม่ถูกอยู่ริมห้อง เขาส่งสายตาถามฉันเชิงว่า ทำแบบนี้จะดีหรือ? ซึ่งคำตอบของฉันมีอยู่ในใจแล้ว..


ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับฉันขึ้นมา ภูจะได้เป็นลอร์ดที่พร้อมจะปกป้องครอบครัวและประชาชนทุกคนได้อย่างเต็มที่



````````````````````



[ SARA ]


ฉันเดินออกมาจากปราสาทหินพร้อมกับของที่เตรียมเอาไว้ตั้งแต่คืนก่อน ภายในแปดของสภาย่อย ฉันเป็นคนเดียวที่ไม่ต้องมีใครมาติดตามให้วุ่นวาย.. และก็เป็นสิ่งดีสำหรับฉันที่ชอบทำอะไรโดยที่ไม่มีใครรู้ -- หรือจะเรียกว่าชอบทำตัวน่าสงสัยก็ได้

“เลดี้ซาร่า ไม่ได้ไปคโกชีหรือครับ” เสียงของอัศวินคนหนึ่งเอ่ยปากถามฉันด้วยท่าทีสงสัย ชายร่างใหญ่เดินเข้ามาใกล้ฉันในขณะที่มือข้างขวาถือหมวกเกราะสีทอง

“ฉันไม่จำเป็นต้องไปหรอกค่ะ” ฉันกลั้วขำแล้วถามอีกฝ่ายกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “แล้วไม่ใช่ว่าเซอร์จากัวร์ควรจะไปอยู่คุ้มกันลอร์ดเต็ดที่คโกชีหรือคะ” ฉันมองท่าทีอีกฝ่ายที่สะอึกไปเล็กน้อยก่อนจะเหยียดยิ้มให้ “จริงสิไม่ต้องตอบหรอกค่ะ..​ ฉันควรจะเข้าใจตั้งแต่แรกว่าคุณก็อยากจะใช้เวลาอยู่กับสาวดอกไม้เพียงลำพัง..”

“คุณพูดเรื่องอะไรหรือครับ เลดี้”

“แหม” ฉันยิ้ม “อย่าลืมนะคะ ว่าตัวเองก็ยังคบหาอยู่กับน้องสาวของดอกไม้อยู่”

“คุณรู้ได้ยังไง แล้วใครบอกคุณ” เขาเลิกคิ้ว จากใบหน้าที่กัดกลั้นอารมณ์แปรเปลี่ยนไปเป็นหน้าวิตก ก่อนที่คนตรงหน้าจะหันซ้ายขวาอย่างระแวดระวัง

“เทพแห่งควันบอกฉันหมดแหล่ะค่ะ” พูดจบฉันก็เดินออกมาจากอีกฝ่ายอย่างสบายคารมณ์ -- ที่จริงแล้วฉันรู้ทุกอย่างที่เป็นความลับ.. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมืองหรือเรื่องเล็กเรื่องน้อย ฉันก็ล้วนเสาะหาความจริงจากควันมาทั้งหมดแล้ว

ไม่ว่าจะถูกหรือผิด.. ใช่หรือไม่ใช่ -- ยังไงฉันก็ได้รับการดูแลจากพระเจ้าของฉันเมื่อฉันคอยบูชายัญมนุษย์ที่มีบาปส่งให้ท่านแบบนี้ทุกๆครั้งที่มีโอกาส


เพราะการสังเวยชีวิตมนุษย์ให้กับพระเจ้าเป็นสิ่งหนึ่งที่คอยยืดชีวิตของฉันไม่ให้ตาย



````````````````````



“ชั้นหกแล้วครับ!!! ตอนนี้สะบักสะบอมกันทั้งคู่! -- อย่าลืมนะครับว่าข้อมือข้างซ้ายของหน้ากากนักรบขาดไปตั้งแต่รอบที่แล้ว..​แต่ดูเหมือนว่าเขาจะยังคงสู้ได้อยู่นะครับ!”


คนตัวเล็กกุมแผลที่ต้นแขนเป็นรอยดาบยาวเฉือนไปถึงกระดูกจนเลือดอาบน่ากลัว เสื้อผ้าขาดหลุดลุ่ยไม่เหลือชิ้นดี แผ่นหลังบางมีทั้งรอยขีด รอยช้ำ แม้กระทั่งรอยแทงจากเหล็กที่ตัวของหน้ากากนักรบที่ชุดเกราะสีทองนั่นเริ่มจะแหว่งออกมาบ้างแล้ว หน้ากากหนามสีเขียวเปรอะเลือดจากแผลที่ศีรษะ หากแต่ร่างกายของคนตัวเล็กกลับยังยืนหยัดพร้อมกับดาบเปื้อนสนิมในมือข้างขวา

ส่วนอีกฝ่ายนั้นก็ดูไม่จืดไม่แพ้กัน ร่างสูงใหญ่ที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดเป็นจุดๆ บาดแผลฉกรรจ์ที่แขนข้างซ้ายที่ยังไม่หายดีเกิดฉีกขาดขึ้นมาอีกครั้งด้วยฝีมือของคนตัวเล็กที่เขาเพิ่งจะเอ่ยปากดูถูกเมื่อกว่าครึ่งชั่วโมงก่อน.. หน้ากากสีทองเริ่มฉีกแหว่งเฉยให้เห็นดวงตาสีเข้มกำลังจ้องมองศัตรูด้วยความโกรธเคือง มืออีกข้างไร้เรี่ยวแรงที่จะขยับ หากแต่ยังคงกำดาบเหล็กเงาแหลมไว้แน่น

“อึกก..” คนตัวเล็กกำดาบแน่น สายตาคู่สวยจ้องมองอีกฝ่ายด้วยความเคียดแค้น “แก..ฆ่าพี่ชายฉัน” เขากัดฟันพูดพลางพ่นลมหายใจออกมาทางจมูก ความเจ็บปวดที่บาดแผลข้างซ้ายยังคงกัดกินความอดทนของเจ้าของหน้ากากไปเรื่อยๆ

“ฉันรู้อยู่แล้ว” เขาแค่นหัวเราะ ดวงตาทมิฬน่ากลัวจ้องเขาผ่านทางหน้ากากที่แหว่งอยู่อย่างนึกสนุก “มันก็พล่ามไปเรื่อยก่อนที่มันจะตาย”

ร่างบางกัดฟันกรอดอย่างโมโหแล้วรอฟังประโยคต่อไปจากปากอีกฝ่าย

“ฉันต้องกลับไปหาน้องของฉัน อย่างนั้นอย่างนี้” หน้ากากนักรบยิ้มออกมาอย่างน่าขนลุกแล้วพูดต่อ “ผลสุดท้ายก็รู้ๆกันอยู่สินะว่าใครชนะ คนแบบนั้นขี้ขลาดเกินกว่าที่จะอยู่บนสนามแข่งใหญ่โตแบบนี้ แล้วเห็นทีว่าไม่ใช่แค่พี่ชายแล้วมั้งที่จะจบชีวิตแบบไม่สวย หึๆ”

“หุบปาก!” ร่างเล็กหวดดาบใส่อีกฝ่ายพร้อมกับหัวใจที่เต้นระส่ำด้วยความโกรธ ดวงตาเรียวสวยตอนนี้เริ่มจะรื้นน้ำตาขึ้นมาบ้างแต่ก็ยังไม่วายจ้องจะแก้แค้นให้พี่ชายของตนเองด้วยแรงทั้งหมดที่มี

หน้ากากนักรบรวบแรงฮึดของตัวเองเคลื่อนตัวหนีจากดาบของอีกฝ่ายแล้วยกดาบของตัวเองขึ้นมาถือด้วยความสั่นเทา หากแต่กลับดูน่ากลัวไม่แพ้กัน

หน้ากากทุเรียนยกขาถีบหน้าท้องของร่างสูงใหญ่ให้ล้มไปกองที่พื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงอั่กก่อนจะเร่งฝีเท้าให้ขึ้นไปยันชั้นที่เจ็ดทันที

“จะไปไหน!!”



ร่างสูงโปร่งนั่งกำมือแน่นอยู่บนที่นั่งสำหรับผู้เข้าแข่งขันที่เหลือ หน้ากากระฆังและหน้ากากปลาหมึกก็ยังคงนั่งคุยกันอย่างออกรสไม่วายส่งเสียงเชียร์หน้ากากหนามน้อยที่กำลังหลบดาบแหลมคมของชายร่างสูงได้อย่างหวุดหวิด

จากที่นั่งดูอย่างอารมณ์ดี ตอนนี้กลับรู้สึกมวลท้องไปหมด ดวงตาสีฟ้ามหาสมุทรจ้องมองโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างตรงหน้าอย่างไม่มั่นใจ.. เขายอมรับว่าเด็กคนนั้นเก่งมากในการเรียนรู้การป้องกันตัว แถมยังตั้งใจซ้อมวันต่อวันจนเก่งได้ประมาณหนึ่ง แต่ทว่าคราวนี้ ฝ่ายตรงข้ามกลับเป็นศัตรูที่พรากชีวิตพี่ชายของคนตัวเล็ก 

อารมณ์ที่อ่อนไหวอาจจะเป็นหนทางที่จะทำให้หน้ากากทุเรียนแพ้เอาได้ง่ายๆ.. ดังนั้นเขาถึงได้กังวลว่าเด็กคนนั้นจะควบคุมสติของตัวเองได้หรือเปล่า..?

“ฉันคิดว่าเด็กคนนั้นไม่มีทางแพ้หรอก” เสียงของหญิงสาวที่นั่งข้างๆเอ่ยเสียงเรียบ “ดูสิ สภาพแบบนั้นเป็นคนปกติตายไปแล้ว”

“…”

“เชื่อใจเขาหน่อย” หล่อนหันมาแล้วเพยิดหน้าไปในสนาม “หน้ากากนักรบสะบักสะบอมขนาดนั้น แขนขาด ใช้แขนได้ข้างเดียว แต่เด็กคนนั้นใช้แขนได้ทั้งสองข้าง”

“เธอไม่เห็นหรือไงว่าแขนซ้ายของเขาขยับไม่ได้” เขาสวนทันควัน “โอกาสที่จะชนะจะขึ้นกับร่างกายหรอ”

“…”

“เขาเพิ่งถูกคนนั้นฆ่าพี่ชายตัวเองมาหยกๆนะ”

“แล้วนั่นไม่ใช่เหตุผลที่เด็กนั่นต้องชนะหรือไง? เชื่อใจเขาไว้สิ ตอนนี้นายเป็นคนเดียวที่เขาจะฟังนะ” หญิงสาวขมวดคิ้วครุ่น เธอรู้ดีว่าตอนนี้ทั้งคู่ชอบพอกันอยู่ แถมในตอนนี้กำลังใจก็ใช่ว่าจะไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับเด็กคนนั้นที่กำลังจะแพ้อยู่ร่อมร่อ


ยังไงตอนนี้ก็ต้องรอดูกันต่อไปล่ะนะ..




“อั่ก!!!” คนตัวเล็กล้มลงไปกับบันไดที่จะขึ้นไปยังชั้นสูงสุด อาวุธเพียงสิ่งเดียวที่เขาเห็นในตอนนี้มีเพียงเชือกที่แขวนอยู่ที่ชั้นเจ็ดเท่านั้น

“หึ! แล้วจะได้รู้ ว่าใครจะได้เป็นราชา!” เขาง้างดาบขึ้นด้วยมือที่โชกเลือด คนตัวเล็กอ้าปากอุทานแล้วรีบตั้งสติเบี่ยงตัวหลบได้อย่างหวุดหวิดอีกครั้ง “ไอ้หนามเขียว!!!” เขาคำรามออกมาเสียงดัง ดาบแหลมคมฝังลงไปในบันไดไม้เก่าคร่ำคร่าทำให้เขาจำเป็นต้องเสียเวลาออกแรงดึงอีกครั้ง

“อึกก..” ร่างบางกลั้นเสียงร้องของตัวเองพลางตะเกียดตะกายขึ้นไปชั้นแปดให้เร็วที่สุด ใบหน้าหวานภายใต้หน้ากากชุ่มเหงื่อและเลือดเต็มไปหมด หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวในขณะที่พาตัวเองขึ้นมาที่จุดสูงสุดของสิ่งก่อสร้างโคลงเคลงนี่ “!!!” หน้ากากทุเรียนวิ่งกะเผลกไปยังปืนที่อยู่บนพื้นทันที

แต่ทว่าเสียงวิ่งไล่ตามหลังมาก็ฉุดสติของเขาให้รีบหันไปมอง ชายร่างใหญ่พุ่งเขามาเขาอย่างรวดเร็วทั้งที่คนตัวเล็กยังไม่ทันจะได้ตั้งตัวเป็นเหตุให้ทั้งคู่เสียหลักลงไปกองกันที่พื้น เขารีบตะครุบร่างเล็กเอาไว้แล้วขึ้นคร่อมอย่างรวดเร็ว มือสากบีบคอระหงอย่างแรงพลางพึมพำคำเดิมๆออกมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ฉันคือราชา.. ฉันคือราชา..” ยิ่งพูดมากเท่าไหร่ แรงบีบก็ยิ่งรัดแน่นขึ้นจนคนตัวเล็กเริ่มจะหายใจกระอักกระอ่วน ดวงตาทมิฬของหน้ากากนักรบจ้องเขาตาเขียวแล้วเหยียดยิ้มออกมาอย่างมีชัย

“อ่อก..” มือเรียวเอื้อมไปหยิบปืนกระบอกเก่าที่ตกอยู่ห่างจากปลายนิ้วเพียงไม่กี่เซนแล้วยกขึ้นเล็งไปที่หัวของอีกฝ่ายด้วยมือที่สั่นเทา..

“!!!”

“อั่ก!”



ปัง!!!



ร่างสูงใหญ่ของหน้ากากนักรบล้มพับลงตรงหน้าร่างบางทันที คนตัวเล็กรีบกุมแผลที่แขนข้างซ้ายแล้วใช้เท้าถีบตัวเองออกมาจากการรัดกุมของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว


“ไม่น่าเชื่อครับ!! แชมป์ของทีมเอได้แก่.. หน้ากากทุเรียน!!!”


“แฮ่ก ๆ..” เขาหายใจโรยรินพลางเอนตัวพิงเสาไม้ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มรอบสารทิศ



เฮ!!!



ด่านต่อไป.. เห็นทีจะเป็นหน้ากากอีกาที่เขาต้องเอาชนะ..


เวรเอ้ย..



    #themaskkiller

เดาสิ ว่าตอนต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น

อิ_อิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

  1. #316 Gokowgo (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 14:20
    โอ้ยยย ไรต์วางบอมป์โหดมากกกกก ตอนนี้สงสารน้องทุสุดเลย แง เจ็บทั้งตัว เจ็บทั้งใจ แต่ก็แก้แค้นให้พี่ชายได้แล้วนะ งื้ออออ รู้สึกว่าต้องมีลับลมคมในในส่วนของพวกลอร์ดแน่ๆเลย ไหนจะคำทำนายของยายแก่ และตระกูล+ปม ของทั้งโจ้กับอีกาอีก น้องทุก็ดูเหมือนคนมีตระกูลคนนึงด้วย โอ้ยยยยย ทำไมเราอ่านฟิคแล้วเราเครียดล่ะ //เรื่องเรียนจริงจังขนาดนี้มั้ย?555 ไรต์สู้ๆน้าาาาา เป็นกำลังใจให้ ต้องต่อให้จบนะ ชอบเรื่องนี้มากกก ถึงจะโหดเลือดสาด และพี่อีกาโหดมากๆก็เหอะ แง!!! หนูกลัวพี่เค้าจังเลย

    ไรต์ขออะไร1อย่าง อย่าให้โจ้ ทุ กา ระฆัง ตายนะ เราไม่อยากปวดใจแล้ววววว แค่ตอนพี่โดรนตาย เราก็เศร้าพอแล้วนะ สงสารน้องทุ

    ปล.ดีใจจัง พี่ระฆังมีบทแล้ววว รอคอยมานานแสนนาน
    #316
    0
  2. #312 แอลบี (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 15:45
    ตรงส่วนของสภาลอร์ดนี่ดูลับลมคมในมากเลยค่ะ มันต้องมีเงื่อนงำแน่ๆ แล้วทุจะฆ่าอีกาได้หรอ หรือจะยกเลิกการแข่งขัน โอ้ยใจ ㅠㅠ
    #312
    0
  3. #311 HUNTER-LAW1 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 00:35
    โครตลุ้นนนน
    #311
    0
  4. #310 oum (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 07:45
    ลุ้นมาก รอตอนต่อไป
    #310
    0
  5. #309 oum (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 07:44
    ลุ้นมาก รอตอนต่อไป
    #309
    0
  6. #308 Jamine Sangnai (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 23:35
    จะเกิดการมาม่าขึ้นสิ
    #308
    0
  7. #307 Ztart (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 09:59
    น้องทุของพี่ สู้ๆนะ อ่าาไปนี่เจ็บแผลแทนเลย
    #307
    0
  8. #306 NarinmeFukawa (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 09:22
    วงวารทุอ่ะ
    #306
    0
  9. #305 Pronatchapolly (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 08:32
    งื้ออออเกิบไปเเล้วววววรอนะครัชชช
    #305
    0
  10. #304 Marita nt. (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 08:14
    โอ๊ยยย ไรท์ อย่าเพิ่งทำร้ายกันแบบนี้ หาคะแนนให้คุณสีดำหน่อยเร๊ววววว
    #304
    0