King Of Mask #อีกากินทุเรียน

ตอนที่ 10 : DURIAN

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 502
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    23 มี.ค. 60

9

DURIAN




[ BLACK ]


ผมนั่งมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเฉยชา ..เหมือนกับว่าคนพวกนี้มาซ้อมดาบกันเล่นๆยังไงอย่างนั้น ..ครับ ผมเข้าร่วมการแข่งขันหน้ากากนี่ด้วย และถ้าจะถามเหตุผล ทุกๆคนคงจะรู้ดีใช่ไหมล่ะครับว่าเป็นเพราะใคร?


เด็กน้อยเอ้ย


ซ้อมได้ไม่เท่าไหร่ก็มาแข่งซะแล้ว ส่วนตัวผมเองก็ไม่ค่อยกังวลกับการแข่งของตัวเองเท่าไหร่ เพราะว่าสิ่งที่ผมกังวลมากกว่าคือเจ้าหน้ากากทุเรียนที่กำลังนั่งเหม่ออะไรไม่รู้อยู่ที่นั่งหน้าประตูเหล็กที่ผมมองจากตรงกรรมการไปก็เห็นแล้ว

ทหารสองคนเดินเข้ามาในสนามแล้วแบกร่างไร้วิญญาณของเจ้าของฉายาหน้ากากกลองออกไปท่ามกลางเสียงโหวกเหวกโวยวายน่ารำคาญของพวกชาวบ้านนับหมื่นในสเตเดียม ผมเหลือบมองเจ้าของตาน้ำข้าวที่นั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าอย่างสบายคารมณ์อยู่ข้างบนในสภาพของหน้ากากจิงโจ้สีดำสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า

ส่วนผมก็ผลันตัวเองมาเป็นหน้ากากอีกาดำที่ใช้จงอยปากแหลมเอามาคาดปิดดวงตาแทนผ้า และเสื้อผ้าที่ถูกจัดเตรียมไว้อย่างดีตั้งแต่วันแรกที่ผมเอ่ยปากสั่งให้คนสนิทไปหามาให้ 

ผมมองหน้ากากโดรนที่มั่นใจว่ายิ้มจนเหงือกบานภายใต้หน้ากากนั่นแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ


“มาต่อกันกับคู่ที่สองในวันนี้เลยดีกว่านะครับ!!” กันต์พูดเสียงดัง “ขอเสียงปรบมือให้กับหน้ากากฟินิกซ์!!!”



เฮ!!!



ร่างระหงของหญิงสาวเจ้าของฉายาเดินออกมาพร้อมกับดาบ..มีดสามง่ามในมือ หล่อนไม่ได้ทำท่าอะไรมากมาย ชุดที่สุดแสนจะไม่เข้าท่าสำหรับการต่อสู้ถูกลมพัดไปมาจนเห็นไปถึงไหนต่อไหน เสียงของพวกหื่นกามก็ดังขึ้นกลบเสียงผู้หญิงทั้งสเตเดียมจนหมด..

“…” ผมเหลือบมองไปประตูเหล็กอีกฝั่ง..


“และขอเสียงปรบมือให้กับ..หน้ากากนักรบ!!!”


ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาในสนามพร้อมกับดาบขนาดใหญ่ในมือ.. เขาตะโกนเสียงดังไปทั่วจนผมต้องขมวดคิ้วเพราะไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูด

“ดูน่ากลัวจังเลยนะ” เสียงของหญิงสาวที่นั่งข้างๆทำให้ผมต้องหันไปมอง “ไม่ได้ยินหรอ?” หน้ากากเกอิชานั่นเอง..

“…” ผมส่ายหน้าแทนคำตอบ

“เขาพูดว่าจะฆ่าจนกว่าเลือดจะหมดตัว” เธอตีหน้านิ่ง “ส่วนใหญ่พวกที่มาก็เป็นทหารเก่าในทราสาทหิน ไม่ก็นักฆ่าทั้งนั้น” 

“แล้ว..?”

“นี่เธอไม่เข้าใจหรอ?”

“ไม่” ผมส่ายหน้าอีกครั้ง

“ใครที่ได้เป็นKing หรือ Queen of mask จะได้เป็นผู้ครอบครองอาณาจักรทั้งห้าภายใต้อำนาจของสภาย่อยทั้งเจ็ดคนนั้นไง” หล่อนเพยิดหน้าไปทางชายหญิงที่กำลังจ้องมองการต่อสู้ของหน้ากากทั้งสองอย่างสบายคารมณ์

“ไม่เห็นมีใครบอกเรื่องนี้ แล้วเธอรู้ได้ไง?” ผมถามกลับ

“…อย่ารู้เลย” หล่อนยิ้มบางๆแล้วหยิบจ้องมองลงไปในสนามแข่ง

ร่างของหญิงสาวชุดแดงเปื้อนเลือดไปทั่วทั้งตัว หล่อนเซไปมาก่อนจะสะบัดหน้าเรียกสติ แต่ชายหนุ่มกลับกระชากผมเธออย่างแรงจนเธอล้มลงไปนอนกับสนาม มือเรียวที่ถือมีดสามง่ามดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัดแต่ทว่าเธอกลับยังหายใจออกมาเหมือนคนกำลังจะสิ้นใจ

“…” ผมมองลงไปในสนาม ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยเลือดที่ไหลมาจากหัวที่แตกไปเพราะมือของศัตรูผู้ที่เรียกตัวเองว่านักรบ.. จนบัดนี้กำแพงข้างสนามยังคงมีรอยเลือดของเธออยู่เลยด้วยซ้ำ..



ความตาย เป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้..



ผมละสายตาไปมองเด็กน้อยที่ยืนเกาะลูกกรงอยู่ด้วยสีหน้าโมโหจนผมได้แต่คิดในใจว่าไปสนิท รู้จักกันตอนไหน?

“นั่นหน้ากากนักรบเขาจะทำอะไรน่ะครับ!!!” เสียงของกันต์ดูตื่นตกใจปนตื่นเต้น ทำใจผมต้องหันกลับไปมองอีกครั้ง

มันกำลังค่อยๆใช้อาวุธของหน้ากากฟินิกซ์แทงลงไปที่หน้าอกและหัวเข่า เสียงกรีดร้องทรมาณจนแทบขาดใจแผดดังไปทั่ว เสียงเชียร์กับเสียงพากษ์ยังคงดังกระหึ่ม มีทั้งคนชอบและโห่ไล่ หน้ากากนักรบยื่นมือออกไปกระชากหน้ากากของหญิงสาวก่อนจะเหยียบมันจนหัก

ร่างของหญิงสาวดิ้นทุรนทุรายด้วยความทรมาณก่อนจะค่อยๆนิ่งไปในที่สุด..


“ผู้ชนะคือ.. หน้ากากนักรบ!!!!”



เฮ!!!!




แต่มันขึ้นอยู่กับคนที่เลือกเส้นทางของตัวเองว่าจะให้มันเกิดขึ้นเดี๋ยวนี้หรือช่วงสุดท้ายของชีวิตเท่านั้นเอง..



````````````````````



[ DURIAN ]



ผมมองร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวที่เต็มไปด้วยเลือดแล้วเหลือบไปมองร่างใหญ่ที่กำลังยกดาบขึ้นอย่างภาคภูมิ มือทั้งสองข้างเต็มไปด้วยเลือดของผู้หญิงที่เขาเพิ่งจะฆ่าไปหมาดๆ..



ฆ่าผู้หญิงมันน่าภูมิใจตรงไหน..



“…” ผมถอนหายใจออกมาด้วยความโมโหแล้วกำด้ามปืนแน่น สายาก็จ้องไปยังประตูเหล็กอีกฝั่งที่มีร่างโปร่งชุดดำลางๆยืนอยู่ตรงนั้น.. เขากำลังมองผมอยู่เหมือนกัน..

อะไรจะเกิดก็คงต้องเกิดแล้วล่ะ ผมเม้มปากแล้วยืนรอฟังเสียงของผู้พากษ์ที่ตอนนี้กำลังชื่นชมหน้ากากนักรบอย่างออกหน้าออกตาแล้วควงปืนในมือไปพลางๆ

ทั้งๆที่เขาควรจะหุบปาก แต่กลับทำให้ในหัวของผมมีแต่คำว่าโมโห ผมยังจำน้ำเสียงสั่นๆแฝงไปด้วยความกลัวของฟินิกซ์ได้เป็นอย่างดี.. สายตาที่มองมีดสามง่ามนั่นมันดูเศร้าหมองไม่ต่างอะไรจากผม บางทีเธออาจจะกำลังเดือดร้อนเรื่องเงินจนต้องมาร่วมประลองในครั้งนี้มั้ง..



“เอ้า!! ต้อนรับหน้ากากทุเรียนด้วยเสียงเชียร์!!!”



ครืดด.. แกร๊ง..



ประตูเหล็กเปิดออกเตรียมพร้อมให้ผมก้าวลงไปในสนาม ผมถอนหายใจแล้วทิ้งความกลัวไว้ข้างหลัง.. ทั้งๆที่เลือกมาแล้วก็ต้องกลับไปมีชีวิตอยู่ต่อให้ได้ ต่อให้มันจะต้องเจ็บปวดแต่ก็ไม่มีทางให้กลับแล้ว.. เส้นทางที่เลือกมาแล้วก็ต้องสานต่อให้มันจบๆ..

ผมก้าวออกมายืนตรงกลางสนาม เสียงเชียร์ยังคงดังอย่างต่อเนื่อง สายตาของผมกวาดมองไปรอบๆ อย่างน้อยหัวใจของผมมันก็เริ่มชื้นน้ำมาบ้างแล้วถึงแม้ว่ามันจะสั่นๆไปบ้างก็ตาม.. ผมควงปืนในมือแล้วเรียกสติของตัวเองกลับมาหวังจะให้การต่อสู้มันจบไปเร็วๆ



“และขอต้อนรับ!! หน้ากากทักซิโด้เข้าสู่สนาม!!!”



เขาเดินออกมานิ่งๆไม่ไหวติงต่อเสียงของผู้คน มือของเขามีทั้งหน้าไม้และขวานที่ใช้ในการต่อสู้ เขาฉีกยิ้มแล้วยกหน้าไม้ขึ้นมาจ่อตรงหน้าผม ส่วนผมก็เล็งปืนไปที่เขาอย่างไม่มีใครยอมใคร

“ใจเย็นก่อนครับทั้งคู่!!! ยังไม่ได้ยินเสียงสัญญาณ ใจเย็นก่อนครับ!!” เสียงผู้พากษ์ยังทำหน้าที่ดีอย่างต่อเนื่อง


ใครสน?


“เห็นการต่อสู้ก่อนหน้านี้แล้วหงุดหงิดนะ” เขาพูดยิ้มๆ

“ก็คงงั้น”

“ทั้งๆที่จบได้ง่ายๆยังจะเล่นต่อ” เขาเลิกคิ้ว “ให้มันจบๆไปเถอะน่า”

“ใครที่ต้องพูดประโยคนั้น?” ผมถามกลับแล้วกดไกปืนเบาๆ

“หรือบางทีเราควรจะทำให้มันแฟร์ๆกันไป?” เขาถามพลางลดหน้าไม้ในมือลงแล้วเพยิดหน้าให้ผมลดปืนลงบ้าง

“ยังไง”

“แล้วแต่แก”

“…” ผมนิ่งไปสักพักแล้วชูเหรียญขึ้นมา “แกดีด”

เขาโยนขวานลงพื้น “งั้นก็ได้” พูดจบก็แย่งเหรียญไปจากมือผมแล้วยกยิ้ม ผมลดปืนลงบ้าง..


ทำไมผมจะไม่รู้ว่าเขากำลังจะทำอะไร?


กริ๊ง..


เขาดีดเหรียญในมือขึ้นสูง ดวงตาสีดำทมิฬยังคงจ้องจะเอาชีวิตผม เสียงผู้พากษ์ส่งสัญญาณให้จุดปืนใหญ่เริ่มการแข่งขัน.. ทั้งๆที่เราสองคนกำลังจะจบมันลงด้วยกันแท้ๆ

เขายกปืนหน้าไม้ขึ้นเพื่อจะยิงใส่กลางหัวผม.. แต่เพราะความหนักของปืนเบากว่าหน้าไม้ มันเลยทำให้ผมยกขึ้นไวกว่า และ..



ปัง!!!



หมับ..



ผมรับเหรียญสีทองมาไว้ในมือ เสียงกระสุนของผมกับเสียงปืนใหญ่ดังขึ้นพร้อมกันจนคนดูบางคนเหวอไปด้วยซ้ำเมื่อเห็นร่างโปร่งของหน้ากากทักซิโด้ล้มลงไปนอนที่พื้น



“ด..เดี๋ยวครับ!!!! หน้ากากทักซิโด้ล้มลงไปตั้งแต่การแข่งขันเพิ่งจะเริ่ม!!”


ผมยกมือทั้งสองขึ้นเหมือนยอมแพ้ หัวใจสั่นไหวไปหมด ดีใจจนอยากร้องออกมาดังๆ..



“ผู้ชนะคือหน้ากากทุเรียน!!!”



รอบต่อไป ขอแค่อย่ายากไปกว่านี้ก็พอ..

แค่จะลั่นไกที ความรู้สึกผิดมันก็เต็มอกไปหมดแล้ว..



#themaskkiller

แต่งโคตรยากเลยยย

ตำหนิได้นะคะ สัญญาจะเอาไปพัฒนาให้ดีกว่านี้TT

เดี๋ยวตอนสองตอนหน้าก็ถึงตาคุณสีดำแล้วว

ฝากติดตามกันด้วยน้าาาา

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

361 ความคิดเห็น

  1. #59 piixms (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 16:47
    TT ตื่นเต้นตามน้องทุ แอร้ย
    #59
    0
  2. #58 batos (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 15:32
    เพลงมือปืนลอยขึ้นมาในหัวเลยค่ะ เรื่องน่าติดตามมาก ถ้าอ้างอิงจากในรายกายก็ต้องเจอทั้งคุณสีฟ้าแล้วก็คุณสีดำเลยสินะ.... ม่าแน่ๆเราสัมผัสได้
    #58
    0
  3. #57 69HourS (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 12:18
    กลัวว่าคุณสีดำต้องมาสู้กับน้องทุ ฮือออออ T ได้กลิ่นมาม่ามาไกล
    #57
    0
  4. #56 Stella Siciliano (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 11:47
    ได้กลิ่นมาม่าเบาๆ สนุกมากเลยค่ะ
    #56
    0
  5. #55 Ztart (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 11:11
    น้องทุผู้เด็ดเดี่ยวทรนง
    #55
    0
  6. #54 ฺBRABBIT (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 11:08
    แววดราม่ากรุ่นมากกก  บีบใจจัง =_= 

    แต่ก็อ่านต่อไป 55
    #54
    0
  7. #52 Lukky-happy1240 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 10:52
    <3 allทุ !!! ชอบบบค่าาา
    #52
    0