ฮองเฮาปีศาจแห่งราชวงศ์โจว

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 ศิษย์สิบสามแห่งอารามจูเชวี่ย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,963
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 440 ครั้ง
    1 ส.ค. 62


ตอนที่ 4 ศิษย์สิบสามแห่งอารามจูเชวี่ย



 

            “ท่านแม่ทัพมาถึงแล้ว....”

            “ท่านแม่ทัพ...”

            “ท่านแม่ทัพพวกเรารอท่านอยู่พอดี”

            เสียงเกาหยุนโฉว จางจินหมิงรองแม่ทัพทั้งสองที่เฟิงหลงไว้เนื้อเชื่อใจดังขึ้นพร้อมกับทหารคนอื่นที่กำลังหารืออยู่ภายในกระโจมเมื่อเขาก้าวเข้าไปด้านใน ทุกคนยินดีเมื่อเขามาถึงค่าย เกาหยุนโฉวกับจางจินหมิงคือทหารสองคนที่ขึ้นไปพบเขาบนเขาเพื่อส่งข่าว แต่พอเห็นหนุ่มน้อยหน้าตาเกลี้ยงเกลาอ้อนแอ้นที่เดินก้มหน้าตามหลังเขามาด้วยความไม่เต็มใจต่างก็ทำหน้าแปลกใจ

            “ท่านแม่ทัพแล้วคนผู้นี้คือใครหรือขอรับ?” เกาหยุนโฉวถามคำถามแทนทุกคน

            เขาเหลือบมองเจิ้งซี “นี่คือศิษย์น้องสิบสามของข้าเสี่ยวซี”

            เสี่ยวซี มองเขาตาขวางหน้าตาไม่สบอารามณ์แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น ระหว่างเดินทางลงจากเขานางถูกเขาจับแต่งตัวเป็นชายเพื่อไม่ให้ทุกคนสงสัย และเพื่อให้ง่ายต่อการใช้ชีวิตอยู่ในค่ายทหารติดตามเขาในฐานะศิษย์น้อง ในฐานะศิษย์น้องของเขาจะไม่มีใครไม่ให้เกียรตินาง เขายืนยันกับนางให้เข้าใจแล้วว่าเขาจะไม่ถอดสร้อยสะกดพลังปีศาจให้นาง

            “...ข้าจะไม่ถอนสะกดจนกว่าสงครามครั้งนี้จะสิ้นสุดและข้าได้ครอบครองทุกอย่าง”

            นางด่าว่าเขาอตัญญูที่ทำกับผู้มีพระคุณที่คอยดูแลเขามานานหลายปี ตลอดทางนางขู่ว่าหลังจากสามารถใช้พลังปีศาจได้อีกครั้งนางจะเสกให้เขาเป็นคางคก เป็นเต่า เป็นกระต่าย เป็นก้อนหินดินทราย หลังจากขู่เขาจนเหนื่อยนางก็ถอนหายใจออกมาเสียงดังที่ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ก่อนจะหลับสนิทอยู่บนหลังม้าในอ้อมแขนเขานั่นเอง

            “ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าอารามจูเชวี่ยมีศิษย์คนที่สิบสาม นึกว่าท่านแม่ทัพเป็นศิษย์คนสุดท้ายของที่นั่น” จางจินหมิงมองเจิ้งซีด้วยความสงสัยไม่เลิก

            “อาจารย์เพิ่งรับเขาเป็นศิษย์ไม่นาน พวกเจ้าอยู่ที่นี่เลยไม่รู้ว่าอารามจูเชวี่ยมีศิษย์เพิ่มมาอีกคน” เฟิงหลงแก้ตัว

ข้างกันนั้นเจิ้งซีพึมพำเบาๆ “ศิษย์น้อง...เหอะ!” จากนั้นก็จ้องเขาอย่างขุ่นเคืองยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าที่เคยเกลี้ยงเกลาอยู่เป็นนิจบัดนี้มอมแมมด้วยความฝุ่นเพราะทั้งสองเร่งเดินทางตลอดสองวันสองคืนแทบไม่ได้พัก

พอเขานั่งลงบนเก้าอี้นางก็นั่งลงข้างๆ มองซ้ายมองขวา เที่ยวมองสำรวจใบหน้าของทหารทุกคนในกระโจมด้วยความอยากรู้อยากเห็น ก่อนจะก้มลงมองแผนที่แล้วอุทาน

“แผนที่นี่ผิดแล้ว”

ลู่เหลียนผู้ฉลาดรอบรู้คือเจ้าของแผนที่ที่อยู่ตรงหน้าทุกคน เขามองเจิ้งซี ไม่ได้ไม่พอใจแต่เขาสงสัย “แผนที่อันนี้ข้าเป็นคนวาดขึ้นมาเอง คุณชายบอกว่าแผนที่ของข้าผิดอย่างนั้นหรือ?

เจิ้งซีพยักหน้า “ใช่ ข้าจำได้ว่าตรงภูเขาจื่อลู่มีทางเข้าออกได้อีกสองทาง ทั้งสองทางจะสามารถตัดทะลุมาถึงเส้นทางหลักที่เจ้าวาดนี้ได้ แต่เจ้ากลับเขียนไว้แค่ทางเดียว เมื่อพันปีที่แล้วตอนข้าย้ายมาจากป่าแดนใต้ยังเคยได้หยุดพักบนยอดเขาจื่อลู่เคยเห็นไม่ผิดแน่”

“พันปี? ทุกคนอุทานพร้อมกัน

เฟิงหลงเข้าไปแทรกก่อนนางจะทำความลับแตก เปิดเผยความจริงว่าตนเองเป็นอะไร “ศิษย์น้องสิบสามหมายถึงหนึ่งปี แผนนี้เราค่อยมาดูอีกที บางทีอาจจะจริงดังเขาว่า อาจมีเส้นทางอีกเส้นให้ผ่านภูเขาจื่อลู่ อี๋เป่า...”

อี๋เป่าผู้ถูกเรียกก้าวออกมา “ขอรับท่านแม่ทัพ...” เขาคือทหารหนุ่มวัยสิบแปดปีที่คอยดูแลรับใช้ใกล้ชิดเขามาหลายปี โชคดีศึกที่เมืองเพ่ยหยางอี๋เป่าไม่ได้ไปรบด้วยทำให้ไม่ต้องสังเวยให้กับทหารแคว้นอ้าย

“พาศิษย์น้องสิบสามของข้าไปที่กระโจมที่พักข้า เขาเดินทางเหนื่อยมาทั้งวัน เกรงว่าหากปล่อยไว้จะเลอะเลือนยิ่งกว่านี้ เขานานแล้วที่ไม่ได้ออกจากหุบผาหงส์ เจ้าดูแลเขาให้ดี”

อี๋เป่ายิ้ม “ขอรับท่านแม่ทัพ”         

 



            “นานแล้วที่ไม่ได้ออกมาจากหุบผาหงส์ ก็แค่พันปีเท่านั้นเอง”

            เจิ้งซีมองประตูทางเข้ากระโจมแล้วค้อนตาแทบคว่ำเมื่อคิดถึงคำพูดของเฟิงหลง เจ้าเด็กบ้า! บังอาจนักกล้าสะกดปีศาจเช่นนาง คอยดูเถิดนางคลายสะกดได้เมื่อไหร่จะเสกให้เขากลายเป็นลูกเต่าอยู่สักปีสองปี

            “ท่าน...บ่นอะไรหรือขอรับ?” อี๋เป่าถามนาง

            นางโบกมือ “ไม่มีอะไร” ก่อนจะมองไปรอบๆ กระโจมที่พักที่ถูกจัดเตรียมไว้รอเฟิงหลงด้วยความสนใจใคร่รู้ ทั้งความทุกยาก แม้จะคับแคบกว่าถ้ำบนเขานางมากแต่ก็สะอาดสะอ้านนับว่าไม่เลว น่าเสียดายมีเตียงอยู่หลังเดียว คืนนี้เฟิงหลงคงต้องลงไปนอนบนพื้น แต่ก็สมน้ำหน้าเขาแล้วที่ลักพาตัวนางมาที่นี่

            ตั้งแต่ถูกลักพาตัวลงจากเขานางรู้สึกว่าหัวตานางกว้างขึ้นมาก ได้เห็นอะไรหลายอย่างที่ไม่คิดว่าจะได้เห็น ความทุกข์ยากของผู้คนที่เผชิญพิษภัยของสงคราม ความอดยากหิวโหยและสิ้นหวัง ตลอดทางนางเห็นมันในแววตาของผู้คน แต่ขณะเดียวกันนางก็เห็นประกายแห่งความหวังเรืองรองในสายตาของเหล่าทหารเมื่อรู้ว่าเฟิงหลงมาถึง

            นางยังสงสัยเจ้าเด็กจอมร้ายกาจนั่นจะทำอะไรได้?

            นางหันไปหาอี๋เป่า “เจ้าคอยรับใช้เจ้าเด็ก...เอ่อ...ศิษย์พี่ของข้ามานานกี่ปีแล้ว เขาเป็นอย่างไรบ้าง?

            อี๋เป่ายิ้มให้นาง “ท่านแม่ทัพแม้จะอายุยังน้อยแต่ก็เป็นคนที่ฉลาดและเก่งที่สุดเท่าที่ข้าเคยรู้จักมา ทั้งยังกล้าหาญและไม่เกรงกลัวสิ่งใด”

            แน่ล่ะ หากเขารู้จักกลัวจะกล้าสะกดปีศาจอายุสามพันเจ็ดร้อยกว่าปีด้วยของขวัญที่ให้นางรึ!

            อี๋เป่าคงนึกว่านางอยากรู้จึงรีบเล่าต่อ “มีครั้งหนึ่งข้าจำได้ ตอนนั้นข้าเพิ่งเข้าร่วมกองทัพไม่ถึงเดือน กองทัพของเรายกทัพไปที่แคว้นอ้ายเพื่อตีเมืองหู ที่นั่นเป็นเมืองที่มีกำแพงสูงล้อมรอบยากต่อการโจมตี แม่ทัพคนอื่นถอดใจคิดจะยกทัพกลับ แต่ท่านแม่ทัพของเราที่ตอนนั้นเป็นเพียงนายกองอาสาเสี่ยงชีวิตลอบเข้าไปในเมืองหูเปิดประตูเมืองให้พวกทหารเข้าไปทั้งยังนับทหารแค่ห้าร้อยคนยึดเมืองหูได้สำเร็จ ท่านแม่ทัพของเราได้รับความดีความชอบแต่งตั้งให้เป็นรองแม่ทัพ แต่น่าเสียดายทันทีที่ส่งมอบเมืองหูให้แม่ทัพจงซินบุตรชายเสนาบดีจงเหลียงดูแล เขากลับเอาแต่เสวยสุขไม่สนใจปกป้องเมือง ไม่ถึงปีเมืองหูก็ถูกแคว้นอ้ายยกทัพมาตียึดเมืองกลับคืน”

            เจิ้งซีอ้าปากห้าว ดูท่าแล้วอี๋เป่าคงจะพูดเรื่องแม่ทัพผู้เก่งกล้าของเขาไปทั้งคืน นางแตะไหล่เขา “นั่งลงก่อน ข้ายืนเมื่อยหมดแล้ว” นางนั่งลงบนเตียง ในห้องไม่มีเก้าอี้ อี๋เป่ามองซ้ายมองขวาไม่รู้จะเอาตัวไปนั่งไว้ตรงไหน นางลดสายตาลงมองพื้นพรมหน้าแดงแล้วพยักหน้าให้เขา เขานิ่งหน้ายกมือเกาศีรษะสองสามครั้ง จากนั้นก็นั่งลง

            นางโบกมือ “เล่าต่อสิ” นานแล้วไม่ได้ฟังเรื่องน่าสนใจ วันนี้มีคนอาสามาเล่าให้ฟังโดยไม่เสียเงินสักอีแปะ นับว่าคุ้มแล้ว

            “อ้อ...ยังมีอีกอย่าง” อี๋เป่าอุทานเหมือนเพิ่งคิดได้ “ตอนนั้นเราเดินทางไปที่ชายแดนแคว้นหยางเพื่อสู้รบกับทหารของหยาง ที่นั่นท่านแม่ทัพสามารถเอาชนะและสังหารแม่ทัพทีเก่งที่สุดของแคว้นหยางที่ยกทัพมากกว่าทัพเราตั้งหนึ่งเท่า ศึกครั้งนั้นทำให้ทัพของหยางระส่ำระสายเสียขวัญอย่างหนักถึงกับต้องถอยร่นเข้าไปไม่กล้าบุกมาประชิดชายแดนเราอยู่หลายเดือน ภาพท่านแม่ทัพ...”

            เจิ้งซียกมือปิดปากหาวอีกรอบ เรื่องราวที่อี๋เป่าเล่าช่างน่าเพลิดเพลินยิ่งนัก หากเขาไปทำมาหากินเป็นนักเล่านิทานในโรงน้ำชาคงได้เงินเป็นกอบเป็นกำ แต่ตอนนี้นางง่วงมากแล้ว กำลังจะบอกให้เขาหยุด อี๋เป่าก็พูดขึ้น

            “นอกจากความกล้าหาญแล้วท่านแม่ทัพยังเต็มไปด้วยความเมตตา”

            เจิ้งซีแทบไม่เชื่อหู หายง่วงโดยพลัน “เมตตา?

            “ขอรับ ท่านแม่ทัพอาจมีชื่อเสียงว่าเป็นทหารที่โหดเหี้ยม แต่นั่นก็แค่เรื่องที่คนพูดกันไป แท้จริงเขาแล้วใจดีมีเมตตามาก”

            นางคิดภาพเฟิงหลงที่ใจดีมีเมตตาไม่ออก นางลดสายตาลงมองกำไลบนข้อมือ เจิ้งซีถูมือเข้าหากัน “เจ้าบอกว่าเข้าใจดีมีเมตตา บอกข้าสิว่าเขาเมตตาอย่างไรเจ้าจึงยกย่องเขานัก”

            อี๋เป่ายิ้มกว้าง “มีครั้งหนึ่งในสนามรบ ทหารคนหนึ่งถูกทำร้ายบาดเจ็บนอนรอตายด้วยความทรมาน ทหารได้ขอให้ท่านแม่ทัพฆ่าเขาเสีย...”

            “แต่เขาปฏิเสธตัดสินใจจะช่วยชีวิตทหารคนนั้นแทน?

            อี๋เป่าส่ายหน้า “ไม่เลยขอรับ ท่านแม่ทัพทำตามคำขอ ฆ่าทหารคนนั้นให้หมดสิ้นความทุกข์ทรมาน”

            เจิ้งซีสะดุ้งรีบเอากำไลไปซ่อนไว้ด้านหลัง ต่อไปนางคงจะอ้อนวอนขอความเมตตาจากเฟิงหลงไม่ได้อีกแล้ว! 

            “มีอีกเรื่องที่ข้าอยากเล่า...”

            นางจึงยกมือห้าม “พอก่อน...เก็บไว้เล่าพรุ่งนี้ ไม่ๆ อีกสักสามสี่วันก็ได้ ข้าง่วงแล้วจะนอนพักผ่อนสักหลายวัน เจ้าออกไปเถิด” เจิ้งซีทิ้งตัวลงนอนอย่างน้อยนางจะได้นอนเอาแรงสักสามสี่วันอย่างที่ชอบทำก่อนคิดหาวิธีคล้ายสะกดพลังเพื่อหนีกลับหุบผาหงส์

            อี๋เป่าเป็นคนที่เชื่อฟังคำสั่งอย่างที่สุด “ขอรับ หากท่านไม่หิว...”

            นางลุกขึ้นมานั่งทันที ร้องเสียงดังว่า “หิว!

            อี๋เป่าสะดุ้ง หัวเราะเบาๆ “ท่านคงหิวมาก ข้าจะไปนำอาหารมาให้”

            แต่...อาหารที่อี๋เป่ายกเข้ามาแทบทำให้นางตาถลน เพราะเห็นนกตัวหนึ่งถูกย่างไฟจนเกรียมนำมาวางบนจาน เจิ้งซีก็น้ำตาริน โธ่เจ้านกน้อย...น่าสงสารเหลือเกิน มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่โหดร้ายที่สุดกินได้แม้แต่นกตัวเล็กๆ ตัวหนึ่ง นางเป็นนกตัวใหญ่กว่านกตัวนี้มาก หากพวกเขาเห็น...เจิ้งซีตัดสินใจเดี๋ยวนั้นว่าอย่าให้คนอื่นรู้ว่านางเป็นหงส์ไฟจะดีที่สุด หากยังอยากมีชีวิตรอดกลับหุบผาหงส์!

            อี๋เป่ามองหน้านาง “ท่านไม่กินหรือขอรับ? นี่เป็นอาหารที่ดีที่สุดที่เรามีตอนนี้ แคว้นหยินนอกจากราชสำนักที่มีอาหารกินจนอิ่มหนำทุกมือ นอกนั้นก็ล้วนอดยาก โดยเฉพาะชาวบ้าน เราเองโชคดีล่าสัตว์ได้และมีเสบียงเก็บไว้จึงทำให้ไม่อดยากมากนัก”

            นางส่ายหน้า จะให้นางกินนกที่อาจเป็นเครือญาติกันได้อย่างไร “ไม่ ข้ากินไม่ลง เอาออกไปเถอะ”

            อี๋เป่ามองนางด้วยแววตานับถือ “ท่านสมเป็นศิษย์น้องของท่านแม่ทัพ ได้ยินว่าชาวบ้านเดือดร้อนก็เห็นใจจนกินอะไรไม่ลง ขอรับข้าจะรีบนำออกไป”

            นางมองตามหลังอี๋เป่า ไม่เข้าใจเมื่อสักครู่เขาพูดอะไร ใครกินอะไรไม่ลงเพราะเห็นใจใคร เฮ้อ...มนุษย์ข้างล่างนี่ช่างเข้าใจยากเหลือเกิน

            เจิ้งซีทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง บนเตียงแม้จะไม่สบายเท่าเตียงนางบนถ้ำแต่ก็ดีกว่านอนพื้น พอมองพื้นแข็งๆ นางก็ยิ้มกริ่ม ดีแล้วให้เฟิงหลงนอนบนพื้นทุกข์ทรมานให้สุดๆ จนสุดท้ายเขาก็เปลี่ยนใจพานางกลับไปที่หุบผาหงส์

           



            “ตั้งแต่เราเริ่มรวบรวมผู้คนและทหารที่ยินดีเข้าร่วมทัพ เสนาบดีจงเหลียนก็เริ่มเป่าหูท่านอ๋องกล่าวหาว่าเราก่อกบฏ ตอนนี้จงซินกำลังนำทหารสองหมื่นคนมาที่นี่เพื่อปราบทัพเรา ท่านแม่ทัพตอนนี้เรารออีกไม่ได้แล้วนะขอรับ ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจเสียทีว่าจะยังภักดีหรือ...ทำในสิ่งที่ควร”

            เฟิงหลงฟังที่เกาหยุนโฉวแล้วหลุบตาลงมองแผนที่ เขาได้ตัดสินใจมานานแล้วตั้งแต่ต้องนอนรอความตายอยู่ในสนามรบว่าต่อให้รบจนตัวตาย ตราบใดที่เขาไม่มีอำนาจในมือเป็นเพียงทหารที่ต้องทำตามคำสั่ง เขาก็จะไม่มีวันปกป้องราษฎรเอาไว้ได้ ไม่วันนี้ก็พรุ่งนี้ที่ทุกคนทั้งทหารและราษฎรจะต้องสังเวยชีวิตให้กับสงครามเช่นเดียวกับบิดาและมารดาเขาในอดีต หากยังปล่อยให้สงครามยืดเยื้อต่อไป หากยังปล่อยให้ขุนนางกังฉินมีอำนาจ ตอนนี้เขามีทหารห้าพันคนที่พร้อมจะร่วมรบไปกับเขาจนตัวตายและชาวบ้านที่ยินดีสนับสนุน ดังนั้นเขาจะไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดลอยไปอีกแล้ว

            เฟยหลงวางม้าไม้ตัวหนึ่งลงบนแผนที่บริเวณช่องเขาจื่อลู่เมืองฮันยางที่เจิ้งซีบอกกับพวกเขาว่าแผนที่ที่วาดขึ้นนั้นผิด  “ด้วยจำนวนทหารถึงสองหมื่นคนทัพของจงซินเขาจะไม่ยกทัพไปที่แม่น้ำเซินหู แต่จะจะต้องยกทัพผ่านมาทางเขาจื่อลู่เมืองฮันยาง เขามีกำลังมากกว่าเราสามเท่า หากรบกันซึ่งหน้ามีโอกาสไม่ถึงสามในสิบส่วนที่เราจะเอาชนะ แต่ศิษย์น้องของข้าบอกกับพวกเราแล้วว่าที่นี่มีทางเข้าออกได้อีกสองทาง...” เขาชี้ไปที่ช่องเขาซึ่งเจิ้งซีบอกว่ามีทางตัดผ่านมา “เราจะรอให้ทหารยกทัพเข้าไปให้ช่องเขาเป็นกำแพงธรรชาติขังทัพเขาไว้จนถึงจุดนี้ จากนั้นเราก็จะใช้เส้นทางทั้งสองที่ตัดผ่านด้านหน้าและด้านหลังบุกขยี้ทัพของจงซินให้สิ้นชื่อภายในหุบเขาจื่อลู่ ทัพหลวงแตกพ่าย กำลังใจของทหารจะระส่ำระสาย ทั้งยังอาจจะทำให้เราได้กำลังทหารเพิ่มขึ้นมาอีกมาก หากเราทำได้ตามที่ข้าคิดไว้การจะบุกเมืองหลวงย่อมไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้”

            “ท่านแม่ทัพ...” ทุกคนต่างมีสีหน้ายินดีเมื่อได้ยินการตัดสินใจของเขา

            เขายิ้มให้ทุกคน “ใช่...ข้าตัดสินใจแล้ว จะไม่มีวันเปลี่ยนใจ จนกว่าเราจะพิชิตอ๋องแคว้นเหยินคืนความสงบให้กับแผ่นดิน เราจะไม่ยอมแพ้เด็ดขาด”

            ทุกคนต่างคุกเข่าลงให้เขา “ท่านแม่ทัพเราขอฝากชีวิตไว้กับท่านแล้ว”

            เขาประคองทุกคนให้ลุกขึ้น “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่พวกเจ้าจะมาคุกเข่าให้ข้า เรามาช่วยกันวางแผนเตรียมความพร้อมก่อนทหารของจงซินจะยกทัพมาถึงเมืองฮันยางเถอะ”

            ลู่เหลียนซึ่งเป็นผู้วาดแผนที่ยังคาใจ “ข้าไปสำรวจที่นั่นหลายครั้ง ไม่เคยเห็นเส้นทางที่ว่ามาก่อน”

            เขาแน่ใจว่าเจิ้งซีไม่ได้โกหก แต่เพื่อเตรียมความพร้อมเขาจึงบอกกับลู่เหลียน “ส่งคนไปสำรวจเส้นทางที่ศิษย์น้องของข้าบอกแล้วรีบกลับมา เราจะได้รู้แน่ว่าแผนที่ข้าพูดไปใช้ได้จริงหรือไม่”

            ลู่เหลียนพยักหน้า “ขอรับท่านแม่ทัพ ข้าจะรีบส่งคนไปที่นั่นทันที”

            “ดี เขากลับมาเมื่อไหร่ให้รีบมารายงานข้า”

            จากนั้นพวกเขาก็เล่าให้ฟังถึงสถานการณ์ในกองทัพ จำนวนอาหาร เสบียงและอาวุธที่มี

             เฟิงหลงคิดถึงความทุกข์ยากของชาวบ้านที่เขาพบเจอระหว่างทางมาที่นี่ “กำชับทหารของเราทุกคนให้ดีอ อย่าทำร้ายชาวบ้านโดยเฉพาะเด็กกับผู้หญิงในทุกๆ ที่ที่เราผ่านไปไม่ว่าในแคว้นหยินหรือแคว้นอื่น ใครขัดคำสั่งให้ลงโทษสถานนัก”

            “ขอรับท่านแม่ทัพ” จางจินหมิงในฐานะรองแม่ทัพผู้เคร่งครัดรับคำสั่ง “ข้าจะกำชับพวกเขาให้ดี ไม่ให้ทำร้ายคนที่ไม่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้เรายังทำตามที่ท่านสั่งแบ่งอาหารให้ชาวบ้านในหมู่บ้านรอบๆ ค่ายเท่าที่เราจะทำได้ ช่วยพวกเขาซ่อมแซมบ้านเรือน ช่วยเก็บเกี่ยวผลผลิต นั่นทำให้ชาวบ้านไม่ได้รู้สึกว่าเรากำลังทำสิ่งที่ไม่ควร พวกเขาไม่คิดจะขัดขวางซ้ำยังสนับสนุน บางคนถึงกับแบ่งอาหารที่เก็บไว้มาเป็นเสบียง”

            เขาพยักหน้า “หากอยากจะให้ชาวบ้านสนับสนุนเราต้องแบ่งปันและดีกับพวกเขาก่อน เรื่องที่เราจะทำเป็นเรื่องใหญ่ มีคนคอยสนับสนุนย่อมนับว่าเป็นเรื่องดี ขอเพียงเราทำแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ กว่าจะถึงเมืองหลวงคงมีชาวบ้านที่พร้อมจะร่วมรบไปกับเราอีกมาก แม้จะเป็นการรบที่พวกเขาไม่จำเป็นต้องจับดาบก็ตาม”

            ทุกคนต่างเห็นด้วย ชาวบ้านลำบากมานาน พวกเขาหมดหวังจะพึ่งพาราชสำนัก ดังนั้นขอเพียงมีคนหยิบยื่นความช่วยเหลือให้เล็กน้อย มีเหลือพวกเขาจะไม่ซาบซึ้ง

            พวกเขาคุยกันอีกนาน ก่อนจะออกไปตรวจตรารอบๆ ค่าย พูดคุยหารือกับเหล่านายกองและทหารหลายคน เมื่อเห็นว่าดึกมากแล้วเฟิงหลงจึงบอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน 

            เขากลับมาถึงกระโจมที่พักของตนเอง อี๋เป่ามายืนยามเฝ้ารอที่ด้านหน้าอย่างซื่อสัตย์

            “ท่านแม่ทัพ...ตอนนี้ศิษย์น้องของท่านแม่ทัพหลับไปแล้ว ข้ายกอาหารมาให้เขา แต่เขาพอได้ยินว่าชาวบ้านอดอยากอย่างไรก็ไม่ยอมแตะอาหาร พรุ่งนี้มีอะไรที่เขาอยากกินเป็นพิเศษไหมขอรับ ข้าจะให้พ่อครัวเตรียมไว้ให้”

            “เจ้าเอาอะไรมาให้เขากิน”

            อี๋เป่ายิ้มกว้าง “นกย่างขอรับ”

            เฟิงหลงแทบคิดภาพออกเลยว่าเจิ้งซีจะมีสีหน้าอย่างไร “ศิษย์น้องข้าคนนี้เป็นคนค่อนข้างเลือกกิน เขากินแต่เมล็ดไผ่กับผลไม้ พรุ่งนี้เจ้าก็เอาผลไม้มาให้เขาแทนก็แล้วกัน ตอนนี้เจ้าเองก็เหนื่อยมาทั้งวัน ไปนอนได้แล้ว”  

            อี๋เป่าจากไปหลังจากนั้น เฟิงหลงจึงเข้าไปในกระโจม เทียนถูกจุดไว้เล่มหนึ่งคงเป็นฝีมืออี๋เป่า เขามองไปบนเตียงแล้วนิ่วหน้า แต่พอลดสายตาลงมองพื้นหน้าเตียงก็เห็นเจิ้งซีนอนอยู่ตรงนั้น เขาไม่คิดว่านางจะยอมสละเตียงให้เขาแล้วลงไปนอนบนพื้น คงเป็นนางหล่นลงไปเองมากกว่า

            ไม่เคยรู้มาก่อนว่าปีศาจหงส์ไฟอายุสามพันเจ็ดร้อยยี่สิบสองปีตนนี้ชอบนอนดิ้น เขาก้าวเข้าไปอุ้มร่างบางขึ้น นางละเมอพึมพำต่อว่าเขา

            “เสี่ยวเฟิงเจ้า...เจ้าเด็กร้ายกาจ!” นางคงฝันถึงเขา พอต่อว่าเขาแล้วก็มีสีหน้าพึงพอใจจากนั้นก็หลับต่อ

            เขายิ้มก้มลงกระซิบข้างหูนางว่า “ส่วนเจ้าก็เป็นปีศาจอ่อนหัด”

            เขาวางนางลงบนเตียงนั่งลงข้างๆ แล้วเอื้อมมือออกไปแตะไล้ไข่มุกมังกรดำที่ใช้สะกดพลังปีศาจของนาง นางคงไม่รู้ว่าสามปีก่อนเขาต้องเสี่ยงตายลอบเข้าไปในพระราชวังของแคว้นหยางขโมยไข่มุกเม็ดนี้มาจากอ๋องแคว้นหยางเพราะรู้ว่ามันมีพลังแกร่งกล้าสามารถสะกดพลังปีศาจของนางได้ จนป่านนี้แคว้นหยางยังไม่รู้ว่าไข่มุกเม็ดนี้อยู่ที่ไหนถูกใครขโมยไป มีเพียงคนสองคนที่รู้ว่ามันอยู่กับเขา หนึ่งคือเขา สองคือองค์หญิงแคว้นหยางผู้งดงาม

            เฟิงหลงยิ้ม...ไม่เสียแรงที่ยอมทำสิ่งที่ฝืนใจ ถึงแม้จะฝืนใจแต่ในเมื่อได้สมปรารถนา เขาหรือจะไม่ทำ

            เขาไล้ข้อมือบอบบางของเจิ้งซี มองใบหน้าหมดจดที่แม้แต่องค์หญิงแคว้นหยางผู้ได้ชื่อว่างดงามล่มเมืองก็ไม่อาจเทียบได้ ตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการที่สุดในชีวิตก็ได้มาแล้ว เหลืออีกแค่อย่างเดียวเขาก็จะได้ทุกอย่างไว้ในกำมือ

            เฟิงหลงไม่ได้อยากเป็นแค่อ๋องแคว้นหยิน แต่เขาอยากจะเป็นฮ่องเต้องค์แรกที่รวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่ง!  




___________________________________________________________________

แม้จะเป็นปีศาจอ่อนหัด...แต่ก็มีประโยชน์นะ อิอิ

 


ณ เชิงดอย



ปล. ขออนุญาติตอบคำถาม 

นิยายเรื่องนี้ไม่ได้อิงประวัติศาสตร์ใดๆ ทั้งนั้น ทุกเรื่องเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นจริงค่ะ (มโนล้วนๆ)

ความจริงไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีราชวงศ์โจวอยู่จริงๆ (แต่ชอบชื่อฮ่องเต้องค์แรกนะคะ จีฟา ชื่อเท่ห์มาก) รวมถึงเรื่องฮองเฮาปีศาจที่มีเรื่องราวในประวัติศาสตร์เกี่ยวพันกับฮ่องเต้องค์แรกราชวงศ์โจวด้วย!!! 

เป็นความรู้ใหม่เลยค่ะ ขอบคุณที่นำมาเล่าให้ฟังนะคะ

^^

 


           

           

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 440 ครั้ง

922 ความคิดเห็น

  1. #833 Aom Pornpilas (@themoviie) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 กันยายน 2562 / 10:28
    ต้องใช้แผนชายงามแน่เลย55
    #833
    0
  2. #631 Foke_kung (@Foke_kung) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2562 / 22:14
    เดี๋ยววววเธอทำอะไรกะองค์หญิงอ่ะะะะะะ
    #631
    0
  3. #487 Thantipp (@Thantipp) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 10:15
    แววพี่เต้มาแล้ว55555555
    #487
    0
  4. วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 17:48
    ขนาดนางเอกยังจำได้แค่สามพันเจ็ดร้อย แต่เด็กเจ้าเล่ห์จำได้ละเอียดขนาดสามพันเจ็ดร้อยยี่สิบสอง ไม่ธรรมดานะเนี่ย
    #468
    0
  5. #149 Juwin (@Juwin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 21:28

    มิน่าพี่เต้ในสายลมนิรันดร ฉลาดเพราะมีเชื้อความเจ้าเล่ห์จาก เฟยหลงนี่เอง

    สนุกคะ นางเอกไม่ทันเด็กน้อยเลยคะ

    ขำมาก

    #149
    0
  6. #148 parada2520 (@parada2520) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 09:25
    รอค่ะสนุกมาก
    #148
    0
  7. #147 Thitar (@Thitar) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 03:13
    รอนะคะ
    #147
    0
  8. #146 HwaSeong_GREY (@suchawadee99) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 17:38
    รอเล่ม
    #146
    0
  9. #145 PiyaaRr (@PiyaaRr) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 09:36
    สงสารน้องหลงกลเจ้าเด็กมากเล่ห์ตลอด
    #145
    0
  10. #144 munongmu (@munongmu) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 08:19

    เสี่ยวเฟิงแกนอกกายเฟิ่งซี

    ย๊ากกกกก(กระโดดถีบสองขา)
    #144
    0
  11. #143 hydrangeapink (@hydrangeapink) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 01:36
    สงสารนาง อยู่มาตั้ง 3 พันปีมาโดนเด็กหลอก 55
    #143
    0
  12. #142 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 22:19
    เสี่ยวเฟิงไปทำอะไรกับองค์หญิงแคว้นหยางอ่ะ พูด!!!!
    #142
    0
  13. #141 siranyaa_jeen (@siranyaa_jeen) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 21:00

    มาต่อเร็วๆน้าสนุกมากๆเลยค่ะ
    #141
    0
  14. #139 Yunha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 20:42

    ฝืนใจไปมีอะไรกะองค์หญิงแคว้นนั้นหรือเปล่าคะ

    #139
    0
  15. #137 Barea (@boonyaratku7) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 20:01
    อืมมม มีความทะเยอทะยานดี
    #137
    0
  16. #134 satam1979 (@satamsomtua) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 19:07
    เจ้าเฟิงหลง เจ้ามันจอมเจ้าเล่ห์
    #134
    0
  17. #133 BambY (@papanut) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 19:06
    สิ่งที่ต้องการที่สุดในชีวิตก็ได้มาแล้ว...หมายถึงปีศาจอ่อนหัดอะหรอ แหมมมม เห็นแววหลงเมียมาแต่ไกล
    #133
    0
  18. #132 MSmiw (@MSmiw) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 19:06

    จอมวางแผนยิ่งนัก
    #132
    0
  19. #129 kungkankk (@kungkankk) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 17:00
    ร้ายกาจจจ แต่ฮ่องเต้ของไรท์เราเชื่อว่าจะดีงาม ไม่ทำให้เมียและคนอ่านผิดหวังนะ5555
    #129
    0
  20. #128 lamai1212 (@lamai1212) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 16:50
    สนุกมากขอบคุณค่ะ
    #128
    0
  21. #127 Angun1998 (@angunpraio) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 16:36
    เขินนังเฟิง รู้เลยนะคะว่าหลงเมีย(ถึงจะยังไม่ได้)หัวปักหัวปำแน่ๆ วี๊ดดดด
    #127
    0
  22. #126 KkT_7 (@kaewta43) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 16:32
    สนุกมาก ต้องลุ้นตลอดเลยมาอัพเร็วๆเด้อ
    #126
    0
  23. วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 16:30
    ติดเรื่องนี้งอมแงม 5555
    #125
    0