ฮองเฮาปีศาจแห่งราชวงศ์โจว

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 ของกำนัล 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 618 ครั้ง
    23 ก.ค. 62



ตอนที่ 2 ของกำนัล



                                                                     

          เช้าวันต่อมาเจิ้งซีก็ไปหาเฟิงหลงเพื่อทวงของที่เขาบอกว่าจะมอบให้นาง

          “เจ้าบอกว่ามีของจะมอบให้ข้า”

            เขานั่งอ่านตำรามเล่มหนึ่งอยู่บนเก้าอี้ใต้ต้นไม้ข้างอาราม ดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนใดๆ แม้จะมีผ้าพันแผลและร่องรอยของการบาดเจ็บปรากฏให้เห็น แต่เมื่อเทียบการวันที่มาถึงซึ่งเขาบาดเจ็บปางตายก็นับว่าเขาดีมาก คงเพราะน้ำค้างยอดไผ่ของนางที่เขาดื่มจนแทบหมดนั่น ทำให้บาดแผลเขาสมานตัวอย่างรวดเร็ว

            เฟิงหลงค่อยๆ ลดตำราในมือลง ตอบด้วยน้ำเสียเฉยเมยว่า “ข้ายังหาไม่เจอว่าเก็บมันไว้ที่ไหน” พูดจบก็หันหลังให้นางขวับ!

            เจิ้งซีรีบก้าวพรวดมาหยุดตรงหน้าเขา ยื่นหน้ามาใกล้พร้อมเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น “ข้าจะช่วยเจ้าหาเอง”

            เขาลดตำราลงส่วนหนึ่งจ้องหน้านาง ก่อนจะเลื่อนหนังสือกลับไปปิดหน้าไว้ “ไม่ต้อง ข้าไม่ชอบให้ใครหน้าไหนแตะต้องของที่เป็นของข้า”

            “ข้าไม่แตะก็ได้ ข้าจะใช้วิชาประจำตระกูลข้าตามหาให้เอง”

            “ประจำตระกูลอะไรกัน เจ้าเคยบอกว่าไม่เคยพบปีศาจหงส์ไฟเช่นเดียวกับเจ้ามาก่อน”

            นางเถียงเขากลับอย่างไม่ย่อท้อ “ก็ทั้งตระกูลมีข้าคนเดียวไม่ได้หรือ?

            เขาถอนหายใจเฮือก ท่าทางเบื่อหน่าย

            เจิ้งซีเม้มปากแน่นกำลังจะเอ่ยปากต่อว่าก็พอดีกับที่มองเห็นตำราที่เขาอ่านอยู่ นางสะดุ้งสุดตัวก้าวถอยหลังไปยืนตัวสั่นเทิ้ม ก่อนยกมือชี้หน้าเขา “เจ้า!...เจ้าเด็กบ้า ปีศาจอย่างพวกเราเคยสร้างความเดือดร้อนให้เจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน เหตุใดไม่ว่าตอนที่เจ้ายังเล็กหรือตอนนี้จึงคิดแต่จะสะกดปีศาจ!

            ตำราที่เฟิงหลงอ่านอยู่คือตำราสะกดปีศาจ เจิ้งซีเห็นแล้วแทบยกมือทึ้งผมเขาให้สาแก่ใจที่สนใจวิชาน่ารังเกียจเช่นนี้ ในเมื่อที่นี่มีนางเป็นปีศาจตนเดียว เขาไม่ศึกษาตำรานั่นมาสะกดนางจะไปสะกดปีศาจตนใด

            พอคิดถึงเรื่องทึ้งนางก็เหลือบมองเส้นผมที่ถูกรวบไว้อย่างดีบนศีรษะเขา คันมือคันไม้นึกอยากทำให้มันยุ่งเหยิงสักครั้ง

            เขาลดตำราลง ถามด้วยเสียงไม่ยินดียินร้ายอันเป็นเอกลักษณ์ “เจ้าจำไม่ได้หรือว่าสร้างความเดือดร้อนให้ข้า?

            อะไรกันๆ เมื่อก่อนนางแกล้งเขาเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เทียบกับคนอื่นแล้วเขาแทบไม่สนใจหรือตกใจกลัวด้วยซ้ำ ตลอดมาเขากลับถือสาเป็นเรื่องใหญ่เก็บความแค้นไว้ในใจ มนุษย์ช่างแสนจิตใจคับแคบยิ่งนัก!

            “ไม่คิดว่าเจ้าจะถือสาเรื่องในอดีต”

            “ทั้งอดีตและปัจจุบันรวมถึงอนาคต ข้าล้วนแต่ถือสา”

             “เอาล่ะๆ ในเมื่อเจ้าถือสาเรื่องนั้นนัก ข้าสาบานนับแต่นี้จะไม่แกล้งเจ้าอีก” นางยิ้มประจบยกมือขึ้นกล่าวคำสาบาน “ข้าขอสาบานต่อสวรรค์นับแต่นี้จะไม่กลั่นแกล้งเจ้าอีก” 

            เขาทำเสียง หึ ในลำคอ “เจ้าเป็นปีศาจแต่กลับสาบานต่อสวรรค์ได้อย่างไร?

            เจิ้งซีพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ เจ้าเด็กนี่ฉลาดกว่าที่นางคิดไว้ แถมยังรู้ทันนางเสียอีก นางสะบัดหน้าหนี “ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว กลับไปรอของกำนัลจากปีศาจมังกรเขียวยังดีเสียกว่า”

            นางตั้งใจจะเรียกเมฆมงคลเหาะขึ้นไปบนฟ้า แต่ยังไม่ทันได้ทำเช่นนั้นด้านหลังก็ได้ยินเสียงอุทานด้วยความเจ็บปวดของเฟิงหลง เจิ้งซีหันไปมองพบว่าเขาแทนที่จะนั่งบนเก้าอี้กลับลงไปนอนแผ่อยู่บนพื้นสีหน้าเจ็บปวดรวดร้าว

            “เด็กน้อย!” นางลืมสิ้นถึงความขุ่นข้องหมองใจที่เขาสนใจการสะกดปีศาจ รีบเข้าไปช่วยประคองเขาขึ้นมา “เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ยังบาดเจ็บอยู่อีกหรือ เอานี่ดื่มน้ำค้างยอดไผ่ที่ข้าเก็บมาเมื่อวานเสีย มันจะช่วยทำให้ความเจ็บปวดของเจ้าลดลง” นางเสกถ้วยกับขวดบรรจุน้ำค้างยอดไผ่ขึ้นกลางอากาศรินส่งให้เขาดื่มจนหมด

            หลังจากดื่มจนหมดเฟิงหลงก็เปลี่ยนจากสีหน้าเจ็บปวดเป็นผ่อนคลาย เขาบอกกับนางหน้าตาเฉยว่า “เมื่อสักครู่เผลอพลัดตกเก้าอี้เท่านั้น ไม่ได้เจ็บปวดมากมาย น้ำค้างยอดไผ่เจ้ารสชาติไม่เลว คงจะดีไม่น้อยหากได้ดื่มมากกว่านี้”

            นางตัวแข็งทื่อ ยกมือชี้หน้าเขา “นี่เจ้า!

            น่าตายนัก! ถูกเด็กเมื่อวานซืนหลอก!

            นางลุกขึ้นตั้งใจจะหนีกลับทั้งโกรธทั้งอาย แต่พอขยับตัวก็ถูกคว้าชายกระโปรงเอาไว้ นางหันไปตวาดเขาด้วยน้ำเสียงน่ากลัวที่สุดเท่าที่จะทำได้ “ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!

            แทนที่จะทำให้เฟิงหลงหวาดกลัว เขากลับมองนางเฉย

            เจิ้งซีเม้มปากแน่น ตัดสินใจจะลองอีกครั้ง “ปล่อย-ข้า-เดี๋ยว-นี้!

            ระหว่างนางกำลงถลึงตาใส่เฟิงหลง จู่ๆ หวังจิ้งก็เดินผ่านมาทางนี้ นางเห็นจึงรีบฟ้องเขาทันที “หวังจิ้งเจ้าดูเอาเถิด ศิษย์คนสุดท้ายของเจ้าคนนี้ช่างไร้มารยาทกับข้ายิ่งนัก หากเขาไม่ยอมปล่อยข้าจะเสกเขาให้กลายเป็นคางคก!

            แทนที่เขาจะเอ่ยปากตำหนิลูกศิษย์ เขากลับมองนางกับเฟิงหลงแล้วพยักหน้าช้าๆ เอ่ยออกมาเพียงประโยคสั้นๆ “เหมาะสมแล้วๆ”

            จากนั้นเขาก็เดินผ่านไป ทิ้งนางไว้กับความสงสัยของคำว่า เหมาะสม นางหาได้เข้าใจคำว่าเหมาะสมของเขาคือสิ่งที่เฟิงหลงทำกับนาง หรือที่นางข่มขู่ว่าจะทำกับเฟิงหลง หวังจิ้งช่างแก่ช่างเลอะเลือน พึ่งพาไม่ได้เอาเสียเลย!

            นางหยุดความสับสนใจจิตใจเอาไว้ ถลึงตาใส่เฟิงหลง กระชากกระโปรงตนเองอย่างแรง “ปล่อยข้านะ หากไม่แล้วข้าจะเสก...”

            นางพูดไม่ทันจบประโยคเขาก็ปล่อยมือตามคำสั่ง ทำให้เจิ้งซีไม่ทันระวังล้มหงายหลังลงคลุกฝุ่นทันที!  

            เฟิงหลงเยื้องย่างมายืนจ้องหน้านาง ความโกรธของนางแทบทำให้ใบหน้าร้อนฉ่า...ไม่มีใครบอกเขาเลยหรือว่าไม่ควรยืนค้ำหัวผู้อาวุโส ยิ่งเป็นผู้อาวุโสอายุสามพันเจ็ดร้อยกว่าปียิ่งไม่สมควร!

            เขานั่งลงในจังหวะที่นางลุกขึ้น ยื่นมือออกไปดึงเศษหญ้าออกจากผมนาง “ข้าคิดออกแล้วว่าเก็บของที่จะให้เจ้าไว้ที่ใด เกรงว่าหากเจ้ารีบร้อนจากไปจะไม่มีโอกาสได้มอบให้”

            ความโมโหโกรธาของเจิ้งซีหายวับ “จริงรึ?

            “จริงสิ ข้าเก็บมันไว้ในห้องพักใต้หมอน...” คล้ายเขาจะยื่นมือมาสัมผัสใบหน้านางแต่ก็ชะงัก รีบชักมือกลับลุกขึ้นยืน “ตามข้ามา”

            นางตามเข้าไปด้วยความตื่นเต้น แต่...เจ้าเด็กไม่รู้จักกลัวนี่เที่ยวค้นหาของชิ้นนั้นทั่วห้องพักก็หาไม่พบ ทำให้ความตื่นเต้นของนางเหี่ยเฉาลงยิ่งกว่าต้นไผ่ที่ขาดน้ำ

            เขายกมือกุมศีรษะท่าทางกลัดกลุ้มสุดขีดแล้วบอกกับนาง “ดูเหมือนข้าจะลืมไปอีกแล้ว ทั้งที่มั่นใจว่าจำได้ หากได้ไปพักผ่อนยังสถานที่ที่ปลอดโปร่งกว้างขวางและสงบร่มรื่นกว่านี้คงจะจำได้”

            นางคิดตามที่เขาพูด สถานที่ดังที่เขาเอ่ยมาในความคิดของนางเห็นจะมีแต่ป่าไผ่บนยอดเขาเท่านั้น ดังนั้นนางจึงเสนอ “เจ้าคิดว่าป่าไผ่บนยอดเขาของข้าเหมาะหรือไม่?

            เขานิ่งคิดไปชั่วขณะ เจิ้งซีมองเขาอย่างขุ่นเคือง ดูเถิดนางไม่เคยเสนอให้ปีศาจหรือมนุษย์คนใดไปเยือนที่นั่นมาก่อน พอเสนอให้เจ้าเด็กนี่เขากลับทำหน้าครุ่นคิดอย่างนักแทนที่จะรีบตอบรับด้วยความยินดี นางกำลังจะอ้าปากบอกเขาว่าไม่ให้ไปแล้ว เขาก็ชิงตัดหน้านาง

            “ป่าไผ่บนเขาฟังดูไม่เลว”

            เจิ้งซีคิดถึงน้ำค้างยอดไผ่ที่เขาดื่มของนางไปจดหมดแล้วซ่อนยิ้ม ยื่นมือไปตบไหล่เขา “เอาล่ะ พรุ่งนี้เช้ามืดข้าจะมารับเจ้าไปที่นั่น”

           


            เจิ้งซีทำตามที่บอกกับเฟิงหลง เช้ามืดวันต่อมานางรีบลงเขามารับเขา พาขี่อยู่บนเมฆมงคลเหินไปบนท้องฟ้าโดยมีเฟิงหลงอยู่ใกล้ๆ เจิ้งซีแอบหัวเราะคนเดียวในใจ คอยดูเถิดนางจะใช้ให้เขาเก็บน้ำค้างให้นางจนหมดแรงทีเดียว ลงโทษที่เขาดื่มของนางไปจนหมดไม่เหลือสักหยด หลังจากนั้นก็จะให้เรารดน้ำพรวนดินรอบต้นไม้ที่นางปลูก ไม่หมดแรงนางจะไม่ปล่อยเขากลับลงมา

            นางพาเขาร่อนลงบนพื้นดิน จากนั้นจึงส่งขวดใบเล็กให้เขา “เอานี่ เก็บน้ำค้างยอดไผ่ใส่ในขวดไปนี้ ไม่เต็มห้ามเจ้ากลับลงไป”

            “บนยอดเขาสูงชันอันตราย ต่อให้อยากกลับก็คงกลับเองไม่ได้” เขารับขวดจากนางไปถือไว้ “ข้าจะพยายาม”

             “ประเสริฐ” เจิ้งซีปรบมือ ไม่คิดว่าเขาจะหลอกง่ายเพียงนี้ นับว่าครั้งนี้นางก้าวหน้ามาก ต่อไปคงจะหลอกเขาได้คล่องแคล่วกว่านี้

            เฟิงหลงผละไปเจิ้งซีก็หาที่นั่งกระดิกเท้ารอชื่นชมผลงานเขา ระหว่างนั้นจู่ๆ มังกรเขียวหมิงฉวนลอยละลิ่วจากบนฟ้าหล่นตุ๊บลงตรงหน้านาง!

            เขารีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น หน้าแดงก่ำเมื่อพบว่านางมองอยู่ แก้ตัวเสียงอ่อยว่า“ข้าไม่ค่อยได้เดินทางบ่อยนัก จึงใช้เมฆมงคลไม่คล่องแคล่ว หวังว่าเจ้าจะไม่ถือสา”

            นางโบกมือ “ช่างเถิด อย่าใส่ใจเลย” เขากับนางหาได้เกี่ยวข้องกัน ต่อให้เขาตกจากเมฆมงคลทุกครั้งที่ใช้มันนางก็ไม่เดือดร้อน

            เขากระแอมกระไอสองครั้งจากนั้นก็หยิบกล่องใบหนึ่งออกมาส่งให้นาง “นี่เป็นของกำนัลที่ข้าเตรียมมาให้เจ้า”

            เจิ้งซีตื่นเต้นยินดียิ่งนัก ไม่เสียแรงที่ลงทุนไปมากเพียงนี้ นางรีบยื่นมือออกไปรับ ก่อนจะคิดได้ว่าควรจะกล่าวขอบคุณเขาเช่นเดียวกับที่คุณหนูลูกเศรษฐีทำ นางชม้ายชายตาให้เขา “ขอบใจเจ้ามาก”

            เขายิ้มใบหน้าแดงระเรื่อ “ข้ายินดีที่ทำให้เจ้าพอใจ”

            “เจ้ามีของกำนัลมาให้ข้า ข้าพอใจแน่นอน” หวังว่าเขาจะเข้าใจความหมายของประโยคนี้ มันก็คล้ายกับคำว่า หากเขามีของมาให้นางย่อมยินดีพบหน้า หากไม่มีสิ่งใด แม้แต่หน้าก็ไม่อยากเห็น แต่นางกำลังรับบทคุณหนูผู้แสนดี ย่อมเอ่ยปากอย่างตรงไปตรงมาไม่ได้

            “เจ้าบอกว่าต้องการเวลาสำหรับการตัดสินใจ นี่ก็ผ่านมาสองวันแล้วไม่ทราบว่า...”

            “แค่สองวันเท่านั้น ยังมีเวลาอีกหลายสิบวัน”

            หมิงฉวนเป็นมังกรที่ว่าง่ายมาก ช่างแตกต่างจากเฟิงหลงยิ่งนัก เขาพยักหน้า “ข้าเข้าใจแล้ว”

            เจิ้งซีหมดเรื่องที่จะพูดกับเขา ในใจนึกอยากรู้ว่าเขานำสิ่งใดมาให้ แต่จะเปิดออกตอนนี้ก็เกรงว่าจะไม่เหมาะนัก นางจึงยืนจ้องหน้าเขาอยู่เช่นนั้น เขาเองก็คล้ายจะหมดเรื่องคุยเช่นกัน ทั้งสองต่างยืนจ้องหน้ากันไปมา ในที่สุดเขาก็กระแอมกระไออีกครั้งและเอ่ยลา

            “วันนี้ข้าคงต้องขอลา”

            “หวังว่าครั้งหน้าจะได้พบกันอีก...พร้อมของกำนัล” นางไม่ลืมย้ำกับเขาเรื่องนี้

            เขาหัวเราะเสียงแห้งแล้วเรียกเมฆมงคลเหาะเหินจากไป ทันทีที่เขาจากไป นางรีบเปิดกล่องออกมาดู ความตื่นเต้นของเจิ้งซีหายวับไปในอากาศ ของกำนัลที่หมิงฉวนนำมาให้คือจิ้งหรีดตัวหนึ่ง!

            นางพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ดีแล้วที่ไม่เลือกเขาเป็นสามี ช่างตระหนี่ถี่เหนียวยิ่งนัก ของกำนัลที่หามาให้ว่าที่ภรรยาแทนที่จะล้ำค่ากว่านี้กลับให้จิ้งหรีดมาเพียงตัวเดียว

            หรือเขาคิดว่านางเป็นหงส์กินจิ้งหรีดเป็นอาหาร?

            เจิ้งซีได้แต่หวังว่าครั้งหน้าหมิงฉวนนั่นจะเข้าใจว่าแม้จะเป็นหงส์แต่นางหาได้กินสัตว์เป็นอาหาร นางกลับมานั่งกระดิกเท้ารอเฟิงหลงต่อ ราวหนึ่งชั่วยามหลังจากนั้นเขาก็โผล่มาพร้อมกับน้ำค้างยอดไผ่เต็มขวด  

            เขามองกล่องที่นางวางไว้ข้างกายแล้วถาม “นั่นอะไร?

            “นี่นะหรือ มันคือกล่องใส่จิ้งหรีดกับจิ้งหรีดที่ว่าที่คู่หมั้นของข้านำมามอบให้เป็นของกำนัล”

            เขานั่งลงตรงข้ามกับนาง แค่นหัวเราะออกมาอย่าดูแคลน “คู่หมั้นเจ้าผู้นี้ช่างไม่เอาไหน ของล้ำค่ามีมากมายกลับหามาให้ได้เพียงจิ้งหรีดตัวเดียว ดูแล้วเขาคงไม่ได้จริงใจกับเจ้านัก”

            “ข้าก็ไม่ได้จริงใจกับเขาเช่นกัน” พอพูดออกไปแล้วเจิ้งซีก็แทบยกมือตบปากตัวเองเมื่อเฟิงหลงเลิกคิ้วมองมาด้วยความสงสัย นางหัวเราะแหะๆ “ข้าหมายถึงน่าเสียดายที่ข้าจริงใจกับเขายิ่งนัก แต่เขากลับ...” นางมองจิ้งหรีดตัวน้อยแล้วรู้สึกขายหน้าไม่หยุด

            “หากเป็นข้าคงไม่เก็บไว้ให้เสียใจ”

            นางหาได้เสียใจแต่ เจ็บใจ เสียมากว่า นางเป็นปีศาจหงส์ไฟอายุตั้งสามพันเจ็ดร้อยกว่าปี ของกำนัลที่ได้มากลับสู้คุณหนูลูกเศรษฐีที่อายุไม่ถึงยี่สิบปีไม่ได้ หากปล่อยให้คนอื่นล่วงรู้ คงถูกหัวเราะเยาะไม่หยุด เจิ้งซีตัดสินใจจะทำตามที่เฟิงหลงแนะนำ “ข้าจะปล่อยมันไป”

            นางปล่อยจิ้งหรีดตัวน้อยออกจากกล่อง เฟิงหลงเฝ้ามองสิ่งที่นางทำอย่างเฉยเมย นางลุกขึ้นเสกถังน้ำส่งให้เขา “ข้าจะไปเก็บเม็ดไผ่ด้านหลังเขา ระหว่างนี้เจ้าก็ช่วยรดน้ำต้นไผ่ที่ข้าปลูกไว้ก็แล้วกัน”

            เฟิงหลงไม่ว่าอะไร เป็นอีกครั้งที่เขาทำตามคำสั่งนางอย่างว่าง่าย เจิ้งซีเที่ยวเก็บเม็ดไผ่กินอย่างมีความสุข แต่ระหว่างที่เก็บอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงร้องอันไพเราะดังขึ้นทั่วป่าไผ่ เป็นเสียงที่นางไม่เคยได้ยินมาก่อน นางรีบตามเสียงนั้นไปจนวนกลับมาที่ที่เฟิงหลงนั่งอยู่ เขานั่งอยู่บนก้อนหิน ข้างกายมีกล่องใส่จิ้งหรีดของนางวางอยู่ นางรีบเดินเข้าไปดูพบว่าจิ้งหรีดตัวน้อยนั่นคือที่มาของเสียงอันไพเราะ

            นางอุทานอย่างตื่นเต้นว่า “ที่แท้เสียงอันไพเราะนี้ก็เป็นเสียงจากจิ้งหรีดของข้านี่เอง”

            ดวงตาเข้มจัดของเฟิงหลงละจากจิ้งหรีดตวัดมาที่นาง “ในเมื่อเจ้าปล่อยมันไปแล้วและข้าก็จับมันมาได้ เกรงว่าประโยคของเจ้าเมื่อสักครู่จะหมายถึงจิ้งหรีดของข้ามากกว่า”



          เจิ้งซีอ้าปากค้าง “เจ้านี่! ของข้าต่างหาก”

            เขาหลับตาไม่สนใจท่าทางเดือดดาลของนาง พึมพำอย่างพอใจว่า “ช่างเป็นเสียงที่เราะยิ่งนัก ไม่เสียแรงที่พยายามตั้งมากมายกว่าจะได้มา”

            เจิ้งซีแทบตีอกชกตัว เจ้าเด็กไม่รู้จักกลัวนี่พยายามตั้งมากมายอะไรกัน พยายามหลอกล่อนางตั้งมากมายต่างหาก!

            เฟิงหลงก้มลงพูดกับจิ้งหรีด “นายเก่าเจ้าไม่เห็นค่าทอดทิ้งเจ้าอย่างไม่ใยดี ไม่ต้องห่วงข้าจะดูแลเจ้าเอง”

            นายเก่าที่ไม่เห็นค่า จิ้งหรีดตัวนั้นถลึงตาใส่เขา “เจ้าใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกลวงเอาของผู้อื่นเช่นนี้คอยดูเถิดสวรรค์จะลงโทษ”

            “เจ้าเคยบอกเองไม่แน่ใจว่าสวรรค์มีอยู่จริงหรือไม่ เหตุใดข้าต้องกังวลว่าสวรรค์จะลงโทษ”

             เจิ้งซีหยุดชะงัก จริงของนางไม่เคยรู้ว่าสวรรค์มีหรือไม่มีอยู่จริง เคยได้ยินมนุษย์พูดถึงสวรรค์จนติดปากมานานนับพันปีทำให้ปีศาจเช่นนางเริ่มคล้อยตาม “เรื่องสวรรค์นั้นช่างเถิด เอาล่ะตอนนี้ส่งจิ้งหรีดมาให้ข้าได้แล้ว นั่นคือของกำนัลจากว่าที่เจ้าบ่าวของข้า” ดูเหมือนหมิงฉวนจะเลือกได้ไม่เลว เลือกจิ้งหรีดที่ส่งเสียงร้องได้ไพเราะเช่นนี้ แต่น่าเสียดายเขากลับไม่ยอมบอกนางว่าอะไรเป็นอะไร ทำให้นางเห็นทองคำเป็นก้อนกรวดไปเสีย  

            เฟิงหลงนอกจากจะไม่ยอมคืนของกำนัลให้ตามคำสั่งแล้วยังถือโอกาสวิจารณ์หมิงฉวนอย่างไม่ไว้หน้านาง “ว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าคนนี้ดูท่าทางเหลาะแหละไม่เอาไหน น่าเสียดายข้านึกว่าเจ้าจะเลือกได้ดีกว่านี้”

            “เหลาะแหละไม่เอาไหน?” เจิ้งซีลืมสิ้นเรื่องจิ้งหรีดที่ถูกเขายึดไปแบบหน้าด้านๆ แม้ไม่คิดจะแต่งงานกับหมิงฉวนแต่นางไม่เคยมีประสบการณ์รักๆ ใคร่ๆ ควรถามเจ้าเด็กนี่เอาไว้เป็นความรู้ เผื่อในอนาคตเจอชายที่ถูกใจนางจะได้แยกแยะได้ว่าแบบไหนถึงเรียกว่า สง่างามสูงส่ง แบบไหนเรียกว่า เหลาะแหละไม่เอาไหน

            “อื้อ”

            “อะไรในตัวเขาที่ทำให้เจ้าคิดว่าเขาแหละแหละไม่เอาไหน”

            เฟิงหลงปรายตามองนางแล้วบิดยิ้ม “เจ้าดูไม่ออกหรือ”

            ครั้นจะยอมรับว่าดูไม่ออกก็เกรงว่าจะถูกเจ้าเด็กนี่ดูหมิ่นหาว่าไม่เอาไหน เจิ้งซีจึงเชิดหน้าขึ้น “เหตุใดจะดูไม่ออก หมิงฉวนผู้นั้นเก้าในสิบส่วนล้วนดูดีกว่า...” นางมองเฟิงหลงช้าๆ ไม่กล้านำมังกรเขียวมาเปรียบเทียบกับเด็กไม่รู้จักกลัวผู้นี้ “...ดูดีกว่าหวังจิ้งอาจารย์เจ้า”

            เขากลอกตามองฟ้าแล้วพึมพำว่า “ซื้อบื้อ”

            “เจ้าว่าใครซื่อ...” เจิ้งซีรีบเม้มปากแน่นเมื่อเห็นว่าเฟิงหลงกำลังก้มหน้าพูดกับจิ้งหรีด นางลูบอกถอนใจที่แท้เขาก็หมายถึงจิ้งหรีดนั่นเองที่ซื้อบื้อ

            ประโยคต่อมาของเฟิงหลงทำให้นางแทบไม่เชื่อหู “เห็นแก่ที่เรารู้จักกันมานาน หากเจ้าไม่รู้ว่าจะดูคนอย่างไรข้าจะเล่าให้ฟัง”

            เจิ้งซีรีบก้าวเข้าไปนั่งข้างเขา รอฟังสิ่งที่เขาพูดอย่างใจจดใจจ่อ

            เขากำลังจะอ้าปากแต่ก็เปลี่ยนเป็นไอออกมาเบาๆ ยกมือขึ้นบีบนวดต้นคอกับไหล่ไปมา “จู่ๆ ก็รู้สึกปวดเมื่อยขึ้นมาจนไม่มีเรี่ยวแรงจะพูด หากมีคนมานวดให้คงดีไม่น้อย”

            เจิ้งซีไม่เข้าใจเลยว่าปวดเมื่อยไร้เรี่ยวแรงเกี่ยวข้องอย่างไรกับปากที่ใช้พูดจา

            เขาหันมามองหน้านาง นางมองไปรอบๆ คิดได้ว่าที่นี่มีเพียงเขาและนาง เจิ้งซียกนิ้วชี้หน้าตนเอง “ข้าหรือ” พอเขาพยักหน้านางก็โกรธเป็นไฟ “นี่เจ้าบังอาจเหินไปแล้ว ข้าอายุมากกว่าเจ้านับแล้วก็ได้สามพันเจ็ดร้อยปี เจ้ากล้าดีอย่างไรมาใช้ข้านวดไหล่ให้เจ้า!

            เขาก้มลงมองนางตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วปรามาศ “ที่เจ้าโวยวายยกอายุมาข่มข้าเช่นนี้คงเพราะทำไม่ได้”

            เจิ้งซีโกรธจนลมออกหู “เจ้าเด็กเมื่อวานซืนกล้าลบหลู่ข้า ก็แค่นวดไหล่ทำไมข้าจะทำไม่ได้” จากนั้นจึงลุกขึ้นพันแขนเสื้อขึ้นสูง “มาข้าจะแสดงฝีมือให้ดู แค่นวดเจ้าจะเป็นไรไป”

            นางลงมือนวดไหล่ให้เฟิงหลง เขานอกจากไม่สำนึกบุญคุณยังวิจารย์การนวดของนาง

            “หนักไป”

            เจิ้งซีเม้มปากลดน้ำหนักมือลง

            เขากลับเอาแต่ใจอย่างยิ่งบอกว่า “เบาไป”

            นางแทบเต้นด้วยความโมโห กำลังจะเงื้อมือขึ้นเสกเขาให้กลายเป็นคางคก เขากลับพยักหน้าเอ่ยชมนาง “น้ำหนักเท่านี้ดีมาก เจ้านวดได้ไม่เลว”

            เจิ้งซียิ้มกว้าง ลืมสิ้นความขุ่นข้องหมองใจ นวดต่อไปไม่หยุด พร้อมกับเอ่ยชมตัวเองไปด้วย “ข้าบอกแล้วว่าข้าทำได้ ถึงแม้ตลอดสามพันกว่าปีจะไม่เคยนวดให้ใครมาก่อนก็ตาม”

            จากนั้นความปวดเมื่อยของเฟิงหลงก็ลุกลามจากไหล่ไปที่แขน ที่มือและที่ขา นางรู้ตัวว่ากำลังปรนนิบัติเขาประดุจทาสก็ตอนที่เขานั่งหลับตาพริ้มท่าทางมีความสุข!

            เจิ้งซีนิ้วหน้า...รู้ราวกับถูกหลอกอย่างไรไม่รู้ นางหยุดมืออ้าปากเตรียมต่อว่าเขาที่บังอาจใช้ผู้อาวุโสเช่นนาง เฟิงหลงกลับลุกขึ้นยืนหยิบกล่องจิ้งหรีดยัดใส่อกเสื้อ มองไปรอบๆ แล้วชวนนาง

            “ตอนนี้สายมากแล้ว เราลงไปที่อารามกันเถิด ป่านนี้อาจารย์กับศิษย์พี่คงสงสัยแล้วว่าข้าหายตัวไปไหน”

            นางยังหงุดหงิดที่เขาหลอกใช้ ไม่คิดจะลงไปส่งเขา ให้เขาปีนเขาลงไปเองเถิด นางหมุนตัวสะบัดแขนเสื้อหันหลังให้เขา “เจ้าหลอกใช้ข้าได้ครั้งหนึ่งคิดจะหลอกใช้ข้าอีกครั้ง ไม่มีทาง!

            ด้านหลงเฟิงหลงถอนใจเสียงดัง “น่าเสียดายวันนี้ข้าได้ยินว่าพ่อครัวทำขนมของโปรดของข้าเอาไว้ ลงไปช้าเช่นนี้ส่วนของข้าคงถูกคนอื่นแย่งกินจนหมด”

            พอได้ยินคำว่า ของโปรด ของเฟิงหลง นางก็หูผึ่งตาโต เจ้าเด็กนี่เป็นเด็กช่างเลือก ของกินอะไรไม่อร่อยเขาล้วนไม่แตะต้อง ดังนั้นของโปรดของเขาจึงเป็นของอร่อยทั้งสิ้น นางค่อยๆ หันไปถามเขา “พ่อครัวทำขนมของโปรดเจ้าจริงรึ?

            “ไม่ผิด”

            เจิ้งซีฉีกยิ้มกว้างบอกอย่างใจกว้างว่า “เอาล่ะ ไหนข้ามาส่งแล้วก็ต้องพากลับลงไป รีบไปกันเถิดก่อนขนมส่วนของเจ้าจะถูกกินไม่เหลือ”

 


            หลังจากไปส่งเฟิงหลงเจิ้งซีก็ขี่เมฆมงคลกลับถ้ำของนางบนยอดเขา นางยิ้มกว้างมีความสุขยิ่งนัก ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้เจ้าเด็กนั่นจะยกขนมของเขาให้นางจนหมด

            เมื่อนางไปถึงถ้ำก็นั่งกินขนมไปชมเมฆที่ลอยอยู่บนฟ้าไปมา จากนั้นจึงนอนพักเอาแรง ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหนอาจจะแค่หนึ่งวันหรือสิบวัน พอตื่นขึ้นมานางเห็นว่าไม่มีสิ่งใดให้ทำจึงตัดสินใจนอนต่อ แต่นางคงนอนมากไปดังนั้นนอนเท่าไหร่ก็ไม่หลับ เจิ้งซีลุกขึ้นนั่ง

            “เอ...คล้ายว่าลืมอะไรไปบางอย่าง...”

            นางพยายามคิดว่าตนเองลืมอะไรไปก่อนลุกพรวดพราดขึ้นเมื่อจำได้ว่า “เจ้าเด็กบ้านั่นหลอกเอาจิ้งหรีดข้า!

            นางคล้าเสื้อคลุมมาสวมขี่เมฆมงคลลงไปที่อารามจูเชวี่ยเพื่อทวงของของนางคืนจากเฟิงหลง คนแรกที่นางพบคืออู่ฮั่น เขากำลังกวาดลานหน้าอารามพอเห็นนางก็รีบก้มศีรษะให้นางอย่างนอบน้อม

            นางมอบไปรอบๆ “ข้านอนหลับไปแค่วันเดียว ใบไม้ก็ร่วงลงมาเต็มลานเสียแล้ว น่าดดีใจแทนหวังจิ้งยิ่งนักที่มีศิษย์ขยันขันแข็งพวกเจ้า หากขี้เกียจแล้วไซร้อารามคงไม่น่าดูเช่นนี้”

            “นอนหลับไปวันเดียวหรือขอรับ?” อู่ฮั่นทำหน้าประหลาดใจยกนิ้วขึ้นนับ “แต่นี่มันผ่านมาสิบวันแล้วนะขอรับตั้งแต่ที่ข้าเห็นท่านพาน้องสิบสองมาส่งที่อาราม”

            “สิบวัน!” เจิ้งซียิ้มเจื่อน ที่แท้ก็เผลอนอนหลับไปถึงสิบวัน ป่านนี้จิ้งหรีดตัวนั้นไม่รู้ว่าถูกเฟิงหลงใช้แรงงานให้ส่งเสียงร้องทั้งวันทั้งคืนจนคอแหบแห้งตรอมใจตายไปแล้ว  

            นางรีบโบกมือเกรงว่าอู่ฮั่นจะรู้ว่านางเผลอหลับไม่รู้วันรู้เวลา “ช่างเถิดๆ ข้าพูดผิดไป ใช่...ไม่ได้มาสิบวันที่นี่ดูไม่เลว ว่าแต่ศิษย์น้องสิบสองของเจ้าอยู่ที่ไหน”

            “ศิษย์น้องสิบสองมีคนมาขอพบ ป่านนี้เขาคงกำลังสนทนากับชายสองคนนั่นที่ลานใต้ต้นไม้ใกล้กับที่พักของเขาขอรับ”

            อู่ฮั่นพูดจบนางก็หายตัวไปยังที่ที่คาดว่าเฟิงหลงจะอยู่ ดังที่อู่ฮั่นบอกวันนี้เฟิงหลงไม่ได้อยู่คนเดียว มีชายอีกสองคนนั่งคุยอยู่กับเขาด้วย พวกเขาดูไม่เหมือนชาวบ้านแถวหุบผาหงส์ที่นางเคยเห็น ทั้งสองคนนั้นและเฟิงหลงสนทนากันด้วยท่าทางเคร่งขรึมจริงจัง

            ด้วยความอยากรู้อยากเห็น นางรีบใช้วิชาพรางกายย่องเข้าไปใกล้เพื่อจะฟังพวกเขาสนทนากัน ประโยคแรกที่นางได้ยินคือ

            “...ตั้งแต่หายตัวไปกองทัพก็ปั่นป่วนวุ่นวายพ่ายแพ้ให้กับศัตรูนับครั้งไม่ถ้วน ทหารจำนวนมากล้มตายในสนามลม ที่มีชีวิตอยู่ก็สูญเสียขวัญกำลังใจไปเสียสิ้น ส่วนท่านอ๋องกับเหล่าขุนนางที่เมืองหลวงก็ไม่สนใจใยดีราษฎรเอาแต่เสพสุขไปวันๆ ท่านแม่ทัพข้าคิดว่าถึงเวลาที่เราต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว ก่อนแคว้นหยินจะล่มสลาย”

            “เจ้าหมายความว่าอย่างไร?

            ชายสองคนนั้นมองหน้ากันแล้วหันมาหาเฟิงหลง เสียงที่พูดลดลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ “ข้าคิดว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องจัดการสิ่งที่ควรจัดการ พวกเราทหารทุกคนรบเคียงบ่าเคียงไหล่ท่านมานานรู้ดีท่านเป็นคนเช่นไร พวกเรายินดีสนับสนุนท่านไม่ว่าท่านจะทำอะไร ไม่ว่าท่านอยากเป็นแค่แม่ทัพหรืออยากเป็นอ๋องแคว้นหยิน”

            โอ๊ะโอ...ฟังที่พวกเขาสนทนากันแล้วคล้ายได้กลิ่นแห่งสมครามและการนองเลือดโชยมาแต่ไกล 





_______________________________________________________________

ช่วงนี้ไรท์ติดรีไรท์ สายลมนิรันดร์ เพื่อส่งต้นฉบับกับสำนักพิมพ์อยู่นะคะ 

เรื่องนี้จะมาต่อหลังจากสิ้นเดือน ก.ค. ค่ะ 

ช่วงนี้พอเห็นวันเวลาแล้วก็ อ๊ากกกกกกกก 5555 เวลาผ่านไปเร็วเนอะ งานก็ชุมยังกะยุง 



ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

ณ เชิงดอย


ปล.มีคนถามสุขนิยมไหม อะแน่นอน สปอยล์สุดๆ ^^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 618 ครั้ง

954 ความคิดเห็น

  1. #732 Aoaom2529 (@Aoaom2529) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 21:34
    สนุกมากค่ะ ตลกมากด้วย
    #732
    0
  2. #711 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 09:01
    เจิ้งชีเหมือนเด็ก 555
    #711
    0
  3. #485 Thantipp (@Thantipp) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 09:43
    จุดเริ่มต้นสินะ
    #485
    0
  4. #466 mew-ja (@moonlight-mew) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 15:50
    -ที่อยู่มาสามพันกว่าปีเนี่ย ไม่ช่วยอะไรเลยใช่ไหมมมม โอ้ยยยย ใสอะไรเบอร์นี้ ฮ่าๆๆๆๆ
    #466
    0
  5. #399 jisjyk (@jisjyk) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 18:59
    ถึงจะอยู่มาสามพันกว่าปีแต่วันๆคงไม่ได้ออกไปไหนอะ ใสอะไรเบอร์นี้ โอ้ยยยยย555555555555
    #399
    0
  6. #335 hongse2 (@hongse) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2562 / 17:29
    ชอบปีศาจค่ะนางเป็นนางเอกได้นะค่ะน่ารักดีอะค่ะ
    #335
    0
  7. #138 siranyaa_jeen (@siranyaa_jeen) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 20:16

    โอ้ยแพ้เฟิงหลงทุกทาง555+ยอมใจนางอยู่มาพันปีรึพันวันเนี่ยไม่รู้จะสงสารรึหัวเราะดีกร๊ากกกกกกกก
    #138
    0
  8. #86 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 19:32
    เดี๋ยวต้องจากกันอีกแล้วสินะ ปีศาจอะไรเนี่ย หลับยาวไปสิบวันก็ยังไม่รู้เรื่อง 555
    #86
    0
  9. #80 KkT_7 (@kaewta43) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 21:12

    สนุกมากค่ะไรท์มาต่อเร็วๆเด้อ รออยู่
    #80
    0
  10. #79 MSmiw (@MSmiw) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 11:16

    สนุกมากค่ะ
    #79
    0
  11. #78 Larwan (@Larwan) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2562 / 06:31

    สนุกมากค่ะ รอนะคะ

    #78
    0
  12. #76 tukta_2018 (@tukta_2018) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 17:58

    สู้ๆๆๆค่ะ...
    #76
    0
  13. #75 mooda (@mooda) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 15:58
    มาดูปีศาจโดนเด็กแกล้ง
    #75
    0
  14. #74 CrescentMoonStar (@CrescentMoonStar) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 15:31
    หมั้นไส้เด็ก
    #74
    0
  15. #73 satam1979 (@satamsomtua) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 13:12

    สู้ๆค่ะไรท์เป็นกำลังใจให้
    โดนเด็กหลอกตลอด ตามไม่ทันความเจ้าเล่ห์ของเด็กเลย 5555 นางน่ารัก
    #73
    0
  16. #72 LoogKonGlang (@Xilifang) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 12:02
    ชักจะเกลียดเด็กแหะ มาหลอกผู้อาวุโสช้ำแล้วช้ำอีก หลอกอีกก็ช้ำใจ ชิ
    #72
    0
  17. #71 9peony (@9peony) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 11:22
    เราก็ติดสายลมนิรันด์ เหมือนกันนนนนน
    #71
    0
  18. #70 นู๋ไหมไหม (@mainoy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 10:56
    นางน่ารัก 😏😏😏
    #70
    0
  19. #69 BambY (@papanut) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 10:50
    โดนหลอกตลอดๆ เด็กมันเจ้าเล่ห์มากหรือปีศาจซื่อเกินไปเนี่ย ให้ตายเถอะ! 5555
    #69
    0
  20. #68 munongmu (@munongmu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 10:49
    ก็นางเป็นผ้าขาวอ่ะเนอะ
    #68
    0
  21. #67 kwangtkd (@kwangtkd) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 09:43

    สนุกมากๆๆๆๆค่ะ รอนะคะ
    #67
    0
  22. #66 Aum110440 (@Aum110440) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 09:04
    โดนหลอกยุเรื่อยเลยนะเนี่ย 5555
    #66
    0
  23. #65 PiyaaRr (@PiyaaRr) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 09:03
    น้องโดนหลอกตลอด น่าเห็นใจ
    #65
    0
  24. #64 3575e (@3575e) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 09:02
    สนุกอีกแล้ว รอค่าาา
    #64
    0
  25. #63 iamagril (@iamagril) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 08:39
    ไรท์ เฟิงหลง คุณชายรอง ใช่มั้ย
    #63
    2
    • #63-1 ติ๊ก (จากตอนที่ 3)
      23 กรกฎาคม 2562 / 12:17
      ฮ่องเต้เฟยหลง ประทานชื่อให้ลูกชายมี่หมิ่น องค์ชาย4

      เฟิงหลงเป็นชื่อปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ เราลุ้นว่า

      องค์ชาย4. ใช่ปฐมกษัตริย์กลับชาติมาเกิดรึป่าว
      #63-1