ฮองเฮาปีศาจแห่งราชวงศ์โจว

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 หลอก?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,969
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 536 ครั้ง
    18 ก.ค. 62

 


ตอนที่ 1 หลอก?


                                                                     

           “หลังจากสลบไปสามวันสามคืนเต็มๆ ในที่สุดศิษย์น้องสิบสองก็ฟื้นเสียที ข้ายังอดเป็นห่วงไม่ได้กลัวว่าเขาจะไม่ฟื้น”

            “ใช่ๆ ข้าเองตอนคอยใส่ยาที่บาดแผลให้เขาก็แอบกังวลเช่นกันเพราะเขานอนนิ่งไม่ขยับเลย ดีว่าหน้าอกเขายังขยับขึ้นลงทำให้รู้เขามีลมหายใจทำให้ข้าพอจะหายกังวลอยู่บ้าง เขาบาดเจ็บนักคราวนี้คงจะหนักหนาที่สุดแล้วในชีวิต”

            เจิ้งซีนั่งจิบน้ำค้างรสชาติแสนชุ่มคออยู่บนต้นไม้มองลงไปยังบรรดาศิษย์ของอารามจูเชวี่ยคุยขณะพวกเขาร่วมดื่มชากันถึงอาการของเฟิงหลงที่ศาลาข้างอารามที่อยู่ใกล้ๆแล้วอดรู้สึกผิดไม่ได้เพราะคนที่ทำให้ น้องสิบสองของพวกเขาหลับไปตลอดสามวันสามคืนก็คือนาง นางยังโมโหไม่เลิกลาที่พอฟื้นขึ้นมาเจ้าเด็กนั่นก็หลับใส่นางอีกรอบไม่มีแม้แต่คำทักทาย สมควรทำให้เขาสลบไปอีกสักสิบวันเหลือเกิน!

            แต่เกรงว่าศิษย์พี่ของเขากับอาจารย์จะสงสัยว่าเขาตายไปแล้ว ช่างเถิด...ในฐานะผู้อาวุโสที่อายุมากกว่าเขาตั้งสามพันเจ็ดร้อยปีนางจะไม่ถือสาหาความ

            อยากรู้นักว่าตอนนี้เจ้าเด็กนั่นทำอะไรอยู่? คิดได้ดังนั้นเจิ้งซีก็เสกให้แก้วที่นางถืออยู่หายไปก่อนจะหายตัวไปที่ห้องพักของเฟิงหลง เขาตื่นแล้วกำลังนั่งทำหน้าตาบูดบึ้งไม่สบอารมณ์กับร่างกายที่ยังบาดเจ็บบนเตียง นางจึงปรากฏกายให้เขาเห็นพร้อมกับทักทาย

            “ฟื้นแล้วรึ?

             เขากลับนั่งนิ่งราวกับมองไม่เห็นนาง?

            เจิ้งซีก้มลงมองตนเองอีกครั้งว่าไม่ได้ใช้วิชาพรางกาย นางถึงกับคลี่กระโปรงสีขาวของตนและลองหมุนตัวไปรอบๆ ขยับตัวไปมาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาทั่วห้อง ก่อนขยับเข้าไปใกล้เฟิงหลงที่นั่งอยู่บนเตียง แต่เขาก็ยังนั่งเฉยสีหน้าไม่ทุกข์ไม่ร้อนและไม่สนใจใยดีนางเช่นเคย

            “เจ้าเด็กนี่...หรือว่าตาบอดไปแล้ว!?

            อา...เขาอาจได้รับบาดเจ็บหนักจนตามองไม่เห็นก่อนหน้านี้ฟื้นขึ้นมาจึงได้มองไม่เห็นนางเหมือนเช่นตอนนี้ เจิ้งซีเม้มปากแน่นมองดูเขาด้วยความสงสารจับใจ ก่อนจะกล่าวกับตนเอง “ที่แท้เจ้าก็ตามองไม่เห็น ข้าหรือมัวแต่โมโหที่เจ้าไม่ทักทายข้าทั้งที่เราไม่ได้พบกันนานหลายปี ข้านี่โง่เง่าเหลือเกิน!” ด่าจบนางก็เขกหัวตัวเองหนึ่งครั้ง

            แต่...คนที่นางคิดว่าตาบอดนั้นกลับเอื้อมมือไปหยิบกาน้ำรินใส่ถ้วยจนเต็มและยกขึ้นดื่มโดยไม่หกแม้เพียงครึ่งหยด ก่อนจะวางถ้วยลงที่เดิมถอนใจออกมาเสียงดังสีหน้าเปลี่ยนเป็นพึงพอใจ!

            “เอ๊ะ? เจ้าไม่ได้ตาบอดรึ?

            คราวนี้เขาเลื่อนสายตาที่เกือบจะเป็นดุดันนั้นมาที่นาง เอ่ยปากเป็นคำแรกหลังจากไม่ได้พบหน้ากันมาเจ็ดปี “ตาบอด ใครกัน?

            “ก็เจ้า...เมื่อสักครู่เจ้าทำเหมือนไม่เห็นข้า”

            “ข้าเห็นเจ้าชัดเจนดี” ดวงตาเขาทอประกายแปลกๆ คล้ายตอนที่เขารู้สึกตัวเมื่อคืนและมองนางตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า “เจ้าเล่นงิ้วต่อหน้าข้าเหตุใดจะไม่เห็น”

            เจิ้งซีหน้าแดงก่ำ นางค่อนข้างแน่ใจว่าตลอดสามพันกว่าปีมานี้มีคนเพียงไม่กี่คนทำให้นางหน้าแดงเช่นเขา นางยกนิ้วชี้หน้าเขา “เจ้าเด็กไม่รู้สึกนึก ข้าอุตส่าห์กังวลนึกว่าเจ้าตาบอด ความกังวลของข้าช่างสูญเปล่าสิ้นดี”

            “ก็ไม่สูญเปล่าเสียทีเดียว” จากนั้นเขาก็กวาดตามองนางอีกรอบ “ไม่พบกันเจ็ดปีเจ้ายังไม่เปลี่ยนเลย”

            ไม่เปลี่ยนของเขาคงหมายถึงนางยังตัวเท่าเดิมส่วนเขาตัวสูงใหญ่กว่านางมาก เจิ้งซีเม้มปากแน่นในที่สุดหลังจากอดทนมานานตั้งแต่เขาอายุเพียงไม่กี่ขวบ...ในที่สุดนางก็กระทืบเท้าใส่เขา!

            “เจ้าเด็กบ้า! กล้าดีอย่างไรมาหาว่าข้าตัวเตี้ยเท่าเดิม ถึงแม้เจ้าจะตัวโตกว่าข้าตั้งหนึ่งเท่า แต่อย่าคิดว่าจะเก่งกว่าข้า ถึงอย่างไรข้าก็เป็นปีศาจอายุสามพันเจ็ดร้อยกว่าปี ข้าย่อมต้องเก่งกว่ามนุษย์ธรรมดาเช่นเจ้าแน่”

            เฟิงหลงนิ่วหน้าเล็กน้อย ก่อนจะถอนใจออกมาเสียงดัง

            หลังจากข่มเขาด้วยอายุและความเป็นปีศาจแล้วนางก็หายโกรธเป็นปลิดทิ้ง ไม่ทราบเหตุใดนางจึงไม่เคยโกรธเขาได้นานนัก นางขยับเข้าไปใกล้ก้มลงมองบาดแผลของเขาที่ถูกปิดไว้ด้วยผ้าพันแผล “เจ็ดปีที่ผ่านมาชีวิตเจ้าคงหนักหนาไม่น้อย เล่าให้ข้าฟังสิเกิดอะไรขึ้นบ้าง ใครทำให้เจ้าบาดเจ็บปางตายเพียงนี้”

            “เจ้าจะไปแก้แค้นให้ข้า?

            นางส่ายหน้า นางเป็นปีศาจหงส์ไฟมีพลังมากกว่ามนุษย์ก็จริงแต่ปีศาจอายุพันปีเช่นนางไม่เคยทำร้ายสิ่งมีชีวิตใดไม่แม้แต่เพื่อเป็นอาหาร สำหรับนางแค่แกล้งพวกเขาให้ตกใจเล่นดังที่คอยแกล้งศิษย์จูเชวี่ยมาหลายร้อยปี เพียงเท่านี้ก็พอแล้ว “ข้าก็แค่อยากรู้”

            “เจ้าไม่อยากรู้หรอก ความโหดร้ายและความฉ้อฉลของมนุษย์คงเหนือกว่าจินตนาการและการรับรู้ของเจ้า” จากนั้นเขาก็คล้ายจะใจลอยคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

            นางนั่งลงข้างเตียง ถือโอกาสที่เขาเผลอหยิบขนมที่ศิษย์พี่นำมาวางไว้ให้เผื่อเขาหิวมาใส่ปาก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางชอบหยิบขนมของเฟิงหลงมากิน ตอนเขายังเด็กนางก็มักจะเข้ามาในห้องหรือตอนเขากินข้าว หยิบขนมของเขามากินบ้าง เขาไม่เคยบ่นที่ขนมหายหรืออาจเพราะไม่ทันสังเกตจึงไม่รู้ แต่ช่างเถิดถือว่านี่เป็นค่าชดเชยที่เขาชอบทำเป็นไม่สนใจนางแถมไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงไม่เคารพอายุของนางที่มากกว่าเขาไม่ทราบว่ากี่เท่า

            นางกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบขนมมาอีกชิ้น แต่เฟิงหลงมองมาพอดี เจิ้งซีรีบชักมือกลับแสร้งหัวเราะกลบกลื่นเสกกาน้ำค้างกับจอกออกมากลางอากาศ “เจ้าเพิ่งฟื้นคงคอแห้งมาก มาๆ ดื่มน้ำค้างที่ข้าไปเก็บรวบรวมจากยอดไผ่บนยอดเขานี่เสีย เห็นแก่เจ้ากำลังบาดเจ็บข้าแบ่งให้เจ้าครึ่งถ้วย”

            เขาเหลือบตามองนาง ดวงตาเขาที่ดูจะดำสนิทกว่าคนทั่วไปแวววาวเล็กน้อย นางรีบรินน้ำค้างส่งให้เขาหวังว่าเขาจะไม่เห็นสิ่งที่นางทำ เขารับน้ำค้างไปจิบช้าๆ ก่อนจะชม

            “รสชาติไม่เลว”

           นางยิ้มกริ่มพยักหน้าเห็นด้วย

            “แต่เกรงว่าน้ำในบ่อน้ำพุที่จวนข้าจะรสชาติดีกว่าสองในสามส่วน”

            เจิ้งซีแทบเต้น “เจ้า! น้ำค้างนี่ข้าพยายามเก็บรวบรวมใช้เวลาหนึ่งปีจึงจะได้มาสักถ้วย แต่เจ้ากลับมาบอกว่ารสชาติน้ำในจวนเจ้าดีกว่าได้อย่างไร” นางขุ่นเคืองยิ่งนัก แต่หลังจากขุ่นเคืองแล้วแล้วนางก็หยุดขุ่นเคือง สงสัยว่าที่เขาพูดจริงหรือ น้ำพุในจวนเขารสชาติดีกว่าน้ำค้างของนาง นางอดถามเขาไม่ได้ “จริงรึ?

            “เรื่องอะไร?

            “เรื่องน้ำพุในจวนเจ้า”

            เขาไม่ยอมตอบในทันที ดวงตาคมกล้านั้นหลุบต่ำใบหน้าเกลี้ยงเกลาเปลี่ยนไปจนแทบไม่เหลือเค้าเด็กน้อยที่นางรู้จักในวันวานแม้จะมีบางส่วนที่ทำให้พอจดจำได้อยู่บ้างว่าเขาคือใคร เขาผิวคล้ำขึ้นมาก ดวงตาหรือก็ดูจะดำสนิทยิ่งกว่าเดิม ปากบางเฉียบนั้นคล้ายจะเม้มแน่นอยู่เสมอเช่นเดียวกับคิ้วเข้มๆ เหนือดวงตาซึ่งมักขมวดเป็นปมเวลาเขาขบคิดอะไรบางอย่าง แต่ไหนแต่ไรเขาไม่ใช่คนที่ยิ้มง่ายเหมือนคนอื่น แต่เวลาเขายิ้มจะมีรอยบุ๋มเล็กๆ อยู่ข้างแก้ม นางชอบมากเป็นพิเศษเคยพยายามจะทำให้เขายิ้มอยู่หลายครั้งหลายหนแต่ทำไม่เคยสำเร็จ สุดท้ายจึงเลิกพยายามไปเอง

            “ข้าถามเจ้าอยู่”

            เขายกถ้วยของนางขึ้นจิบช้าๆ ละเลียดชิมทีละหยดจนนางแทบทนรอคำตอบไม่ไหว

            เจิ้งซีผุดลุกขึ้น “หากเจ้าไม่อยากบอก...”

            “จริงสิ” เขาพยักหน้า ก่อนจะยื่นถ้วยที่ว่างเปล่ามาตรงหน้านาง บอกนางด้วยเสียงจริงจัง  “หากเจ้าอยากทราบว่าน้ำพุในจวนข้ามีรสชาติดีกว่าอย่างไร ข้าคงต้องขอชิมน้ำค้างของเจ้าอีกสักถ้วยเพื่อจะได้เปรียบเทียบกันให้แน่ใจ”

            เจิ้งซีหรี่ตามองเขาสลับกับถ้วยใบเล็กที่ถูกยื่นมาตรงหน้า นางลังเลอยู่ชั่วขณะด้วยความหวง แต่ความอยากรู้มีอำนาจเหนือกว่า ในที่สุดนางก็ยอมเติมน้ำค้างของนางให้เขาอีกถ้วย แต่...ไม่ทราบเหตุใดเจ้าเด็กนี่ยิ่งดื่มยิ่งคิดไม่ออก ตลอดเช้านั้นเขาจึงหลอกดื่มน้ำค้างยอดไผ่ของนางไปเกือบหมด!

            นางมองใบหน้าไม่รู้ร้อนรู้หนาวของเขาที่ทอดกายลงนอนบนเตียงแล้วก้มลงมองน้ำค้างที่หลงเหลืออยู่เพียงก้นถ้วย น่าตายนัก! เป็นถึงปีศาจอายุสามพันกว่าปีกลับถูกมนุษย์อายุเท่านี้หลอกเสียได้!

            นางฮึดฮัดหมุนตัวกำลังจะใช้วิชาหายตัวไป ตั้งใจว่าจะไม่มาปรากฏตัวอีกจนกว่าเขาจะหายดีและลงเขาไป แต่...

            “ความจริงข้ามีของมาให้เจ้า แต่ไม่ทราบว่าเก็บไว้ที่ใด พรุ่งนี้หากเจ้ามาอีกข้าจะมอบให้แต่หากเจ้าไม่มาคงต้องมอบให้คนอื่น น่าเสียดายมันเป็นสิ่งที่งดงามที่สุดเท่าที่ข้าเคยเห็นมา”

            เจิ้งซีหยุดกึกสงสัยเหลือเกินว่าเจ้าเด็กไม่เคยสนใจใยดีสิ่งใดคนนี้มีสิ่งใดมาฝากนาง แล้วมันงดงามมากจริงหรือ งดงามจนคนอย่างเขายังออกปากชื่นชม

            ดังนั้นนางจึงหันไปหาเขาแล้วยิ้มกว้าง พยักหน้า “อืม...พรุ่งนี้ข้าจะมาเยี่ยมเจ้าอีก”

            ระหว่างนั่งอยู่บนก้อนเมฆมงคลเพื่อพานางเหาะไปป่าไผ่บนยอดเขา เจิ้งซีมีสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่อง นางบอกตนเองไว้เอาไว้พรุ่งนี้เถิดนางจะเป็นฝ่ายหลอกเขาบ้าง เขาหากนับอายุเทียบกับนางแล้วก็อาจเรียกได้ว่าเป็นเพียงเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม มีหรือจะมาเจ้าเล่ห์ไปกว่าปีศาจอายุสามพันเจ็ดร้อยปีเช่นนาง

            นางเหาะลงบนป่าไผ่หวังจะหาเมล็ดไผ่กินประทังความหิว ระหว่างกำลังเดินอยู่ในป่าไผ่ที่นางปลูกเองกับมือก็มีเสียงดัง ตุ๊บ! ดังอยู่ไม่ไกล นางรีบหายตัวไปยังจุดที่มีเสียงดัง ตรงนั้นนางเห็นบุรุษผู้หนึ่งยืนเอามือลูบเนื้อตัวปัดใบไผ่แห้งออกจากเสื้อผ้าท่าทางรีบร้อนกระวนกระวาย พอเห็นว่านางยืนมองอยู่ด้วยความแปลกใจเขาก็รีบยกมือขึ้น

            “แม่นางเป็นเจ้านั่นเอง”

            คำว่า เป็นเจ้านั่นเอง ดูเหมือนจะเป็นคำพูดของคนที่เคยพบหน้ากันมาก่อน นางแน่ใจไม่เคยพบหน้าเขาเลยตลอดชีวิตสามพันกว่าปี เขาอาจจะจำคนผิด พอเขาทักมาเช่นนี้เพื่อไม่ให้เขาเสียหน้าเจิ้งซีจึงทักกลับบ้าง

            “คุณชายเป็นท่านนั่นเอง”

            เขาทำหน้าสับสนขึ้นมาวูบหนึ่ง “เจ้ารู้จักข้าด้วยหรือ?

            “ไม่รู้จัก”

            “แต่ว่าเมื่อสักครู่เจ้าทำเหมือนรู้จักข้า”

            “ท่านเองก็ทำเหมือนรู้จักข้าเช่นกัน”

            เขาชะงักหัวเราะออกมาเบาๆ ยกมือขึ้นลูบต้นคอ ท่าทางเช่นนี้นางเห็นมาบ่อยครั้ง มันเกิดขึ้นตอนบรรดาศิษย์ส่วนใหญ่ของอารามจูเชวี่ยเพิ่งจะเดินทางมาฝึกฝนและพบนางเป็นครั้งแรกก่อนจะทราบว่านางเป็นปีศาจและมีอายุมากเพียงใด

            นางพิจารณาใบหน้าเขาช้าๆ เขาหากเทียบกับเฟิงหลงเขาดูจะผิวขาวกว่ามากราวกับคุณหนูที่ผิวกายไม่ต้องแสงแดด คิ้วเข้ม จมูกโด่ง ปากบาง รูปร่างสูงไม่น้อยไปกว่าเฟิงหลง ดูรวมๆ แล้วอาจพอจะเรียกได้ว่าเขา หมดจด ในหมู่ปีศาจและมนุษย์

            “ความจริงข้ารู้จักเจ้ามาก่อน ไม่ได้หมายถึงเคยพบเจ้าแต่เคยได้ยินชื่อเสียงของเจ้ามานาน ข้าหมิงฉวนเป็นปีศาจมังกรเขียว”   

            “มังกรเขียว?

            “เจ้าคงพอจะได้ยินบ้างว่าในแดนตะวันออกมีมังกรตนหนึ่งอาศัยอยู่ มังกรตนนั้นคือข้าเอง ข้าอยู่มาสามพันห้าร้อยปีช่างน่าเสียดายที่อยู่มาจนป่านนี้แต่กลับเป็นครั้งแรกที่เราสองคนได้พบกัน”

            สิ่งที่เจิ้งซีทำคือพยักหน้าแล้วร้อง “อื้อ”

            สิ้นคำว่า อื้อ ใบหน้ามังกรเขียวก็พลันสว่างไสวขึ้นกว่าเดิม “ข้าดีใจที่เจ้าคิดเช่นเดียวกับข้า”

            “ข้าย่อมคิดเช่นเดียวกับเจ้าแน่นอน” ผ่านมาหลายร้อยปีแล้วตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่พบปีศาจชั้นสูงสักตน ทำให้เขาพอใจสักเล็กน้อยด้วยการพยักหน้าและเห็นด้วยกับเรื่องที่เขาพูดไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าแรงแต่อย่างใด

            พลันบนแก้มของมังกรเขียวก็มีสีระเรื่อปรากฏขึ้นอย่างน่าสงสัย  “เจ้าคงเคยได้ยินคำกล่าวว่ามังกรเขียวกับหงส์ไฟเกิดมาคู่กัน...”

            เจิ้งซีที่กำลังเข่มนมองไปที่เท้าของมังกรเขียวหมิงฉวนเงยหน้าขึ้น “หา?

            ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยได้ยินเรื่องเช่นนี้มาก่อน ใครบอกกันว่าหงส์ไฟคู่กับมังกรเขียว ทำเช่นนี้มิเท่ากับตัดโอกาสนางให้ไร้ตัวเลือกหรอกหรือ หากวันหนึ่งนางเกิดตกลงปลงใจกับมังกรน้ำหรือจิ้งจอกเก้าหางจะทำอย่างไร ยังไม่นับว่าหากนางแต่งงานไปแล้วต้องเลิกกับสามีเพราะนางต้องครองคู่กับมังกรเขียวเช่นเขาตามคำบอกเล่าที่นางไม่เคยรู้ว่ามี เจิ้งซียกมือตบหน้าผาก กลัดกลุ้มเกินบรรยาย

            เขาหาได้สนใจคำว่า หา หรือสีหน้า กลัดกลุ้มเกินบรรยาย ของนาง ยังคงพูดต่อราวกับเตรียมถ้อยคำเหล่านี้มาตลอดการเดินทางอันยาวไกลจากเขตตะวันออก

            “ตลอดสามพันกว่าปีข้าอยู่อย่างเดียวดายมาตลอด ข้าได้ยินว่าเจ้าอาศัยอยู่ที่นี่จึงสู้ดั้นด้นเดินทางมา หวังว่าเจ้าคงยินดีแต่งงานเป็นภรรยาของข้าและย้ายไปอยู่เขตตะวันออกด้วยกันชั่วนิรันดร์” พูดจบเขาก็มองนางด้วยความคาดหวังเต็มเปี่ยม

            นางค่อยๆ ลดมือลงจากหน้าผาก เขม่นมองไปที่เท้าของหมิงฉวนอีกครั้ง ลังเลว่าควรปฏิเสธเขาไปตอนนี้หรือให้เขามีเวลาทำใจสักสามสี่ห้าวันก่อนปฏิเสธ

            เจิ้งซีคิดถึงเรื่องที่อู่ฮั่นศิษย์คนที่สิบของอารามเคยนำมาเล่าให้พวกพี่ๆ น้องๆ ของเขาฟังระหว่างจิบชา เป็นเรื่องของคุณหนูลูกสาวเศรษฐีผู้มีใบหน้างดงามคนหนึ่ง

            ลูกสาวเศรษฐีผู้นี้มีชายหนุ่มมาหลงรักมากมายแต่นางไม่รักใครตอบ ด้วยความมีจิตใจเมตตาทุกครั้งที่มีคนมาขอความรักนางจึงไม่ปฏิเสธในทันทีด้วยเกรงว่าเขาจะเสียใจผิดหวังจนฆ่าตัวตาย ดังนั้นนางจึงมักจะรอให้เวลาผ่านไปราวหนึ่งถึงสองเดือน หนึ่งถึงสองเดือนนั้นนางมักจะได้รับของกำนัลล้ำค่า หลังจากนั้นนางจะปฏิเสธไปอย่างละมุนละม่อม ไม่มีบุรุษคนใดฆ่าตัวตายจากการตัดรักสะบั้นสัมพันธ์ของนางทั้งสิ้น ส่วนมากพวกเขาล้วนโมโหโกรธาแทน

            เจิ้งซีพยักหน้ากับตนเอง ให้เขาโมโหย่อมดีกว่าให้เขานึกอยากฆ่าตัวตาย นางจึงฉีกยิ้มเสกพัดขึ้นมาคลี่ออกปิดหน้าไว้ส่วนหนึ่ง แสร้งทำท่าเอียงอายเช่นเดียวกับคุณหนูลูกเศรษฐีแล้วบอกกับมังกรเขียวไปว่า “เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ท่านเร่งรัดข้าเช่นนี้เกรงว่าจะไม่อาจตัดสินใจ ข้าขอเวลาตัดสินใจสักหนึ่งถึงสองเดือนได้หรือไม่”

            เขามีท่าทางลังเลแต่ไม่นานนักก็ตอบตกลง “ตกลง ข้าจะรอคำตอบจากเจ้า เช่นนั้นข้าขอลา....”

            นางรีบลดพัดลง “หวังว่าระหว่างนี้ท่านคงไม่ลืมของกำนัล”

            “ของกำนัล?” เขาทำหน้าสับสน ก่อนพยักหน้าและเหินฟ้าจากไปพร้อมเมฆมงคลทั้งอย่างนั้น

            พอเขาจากไปนางก็ยิ้มปลาบปลื้มกับความสำเร็จ แต่พอมองเห็นต้นไผ่ที่นางสู้อุตส่าห์ดูแลมานานถูกเหยียบย่ำ นางก็รีบปรี่เข้าไปเสกเหยือกน้ำออกมารดน้ำพรวนดินต้นไผ่น้อยๆ ของนางจนมั่นใจว่ามันคงไม่ตายไปเสียก่อน

            ดูเถิดจะให้แต่งงานกับคนที่บังอาจเหยียบไผ่ที่นางปลูกมาสี่ร้อยกว่าปีและยังไม่โตเหล่านี้ได้อย่างไร นางไม่มีเมล็ดไผ่จะให้กินอะไร อย่างอื่นเช่นขนมที่ขโมยของเฟิงหลงกินก็อร่อยดีอยู่หรอกแต่ไม่อาจสู้เมล็ดไผ่ทีนางปลูกเองกับมือได้

            หลังจากนั้นเจิ้งซีก็เรียกเมฆมงคลของนางพาเหาะขึ้นไปบนถ้ำที่ยอดเขาเพื่อพักผ่อน ระหว่างนี้นางก็เฝ้ารอของ กำนัล ที่หมิงฉวนจะนำมามอบให้ไปพลางๆ

           

           

           

           


__________________________________________________________________

ใครหลอกใครนะ?


อ่านสายลมนิรันดร์เครียดไหม มาๆ เรื่องนี้เน้นมึนไม่เน้นเครียด 555


ณ เชิงดอย


             

           

           

                           

 

 

           

           

             

           

           

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 536 ครั้ง

922 ความคิดเห็น

  1. #483 Thantipp (@Thantipp) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 09:24
    หมิงฉวนก็คือยังงงๆอยู่เลย
    #483
    0
  2. #473 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 19:38

    ซื่ออะไรขนาดนี้เนี่ย น่ารักมากๆๆ
    #473
    0
  3. #398 jisjyk (@jisjyk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 18:25
    น่ารักอะ โง้ยยยยยย
    #398
    0
  4. #136 siranyaa_jeen (@siranyaa_jeen) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 19:55
    เอ่อนางเจ้าเล่ห์??สมกับเป็นปิศ่าจที่อยู่มาหลายพันปีจริงๆ??555555
    #136
    0
  5. #85 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 19:02
    เจิ้งซีเป็นปีศาจใสๆ 5555
    #85
    0
  6. #59 trp1021 (@trp1021) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 12:56
    ....เหมือนจะเห็นอนาคตที่แบบ นองเลือด
    #59
    0
  7. #57 9peony (@9peony) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 11:48
    สายลมนิรันดิ์ ไม่เครียดค่า แต่ไม่มุ้งมิ้งน่ารักเท่าเรื่องนี้
    #57
    0
  8. #52 Angun1998 (@angunpraio) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 21:16
    นางเอกน่ารักอ่ะ เฟิงหลงนี่มันร้ายจริงๆ 555555555
    #52
    0
  9. #50 iamagril (@iamagril) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 14:16
    มึนๆๆๆ
    #50
    0
  10. #48 4458656 (@4458656) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 12:30
    ชอบๆๆๆ รอติดตามนะค่ะ
    #48
    0
  11. #44 นภัสวัน (@ding2017) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 10:27

    นำมามอบให้ไปพราง ๆ

    คำว่า พราง ในประโยคนี้

    จะต้องสะกด พลาง ๆ นะคะ

    #44
    1
  12. #31 best_sala (@best_sala) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 01:27
    ชอบเรื่องนี้~~~ รอเล่มละไม่พูดไรมาก 555
    #31
    1
    • #31-1 ณ เชิงดอย (@sarok147) (จากตอนที่ 2)
      18 กรกฎาคม 2562 / 11:25
      เดี๋ยวพึ่งแต่งได้สองตอน!!!! 5555
      #31-1
  13. #30 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 17:39
    งงกับตัวละครเรื่องนี้จริงๆ ในหัวคิดอะร้ายยย 555
    #30
    0
  14. #29 NaNankkkk (@NaNankkkk) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 15:34
    ชอบๆ รีบมาต่อน่า
    #29
    0
  15. #28 Aum110440 (@Aum110440) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 14:18
    นางเอกน่านักเกินไปละ อยู่มานานเป็นพันปียังโดนเด็กแต่หลักสิบหลอก555+
    #28
    0
  16. #25 popeye1a (@popeye1a) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 17:47
    ชอบอะชอบ นางเอกมาสายมึนๆ 55555
    #25
    0
  17. #23 ACH'S (@avajarin) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2562 / 00:17
    นางเอกน่ารักก
    #23
    0
  18. #20 satam1979 (@satamsomtua) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 00:14

    น่ารักเชียวแม่นางปิศาจหงษ์ไฟ
    #20
    0
  19. #17 Princess2010 (@Princess2010) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 18:39
    กลัวใจตอนจบมากอ่ะไรท์ สุขนิยมมั้ยไรท์55555
    #17
    2
    • #17-1 ณ เชิงดอย (@sarok147) (จากตอนที่ 2)
      2 กรกฎาคม 2562 / 16:01
      แน่นอนค่า เรื่องนี้เน้นฮาไม่เน้นเครียด มั้งเนอะ 555
      #17-1
  20. #16 Aingploy (@Aingploy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 17:26
    ขำ แต่กลัวตอนจบมากค่ะ
    #16
    0
  21. #15 jeabmedy (@jeabmedy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:42
    อ่านไปหัวเราะไป นางเอกน่ารักดี
    #15
    0
  22. วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 16:01
    ชอบมากเลยเรื่องนี้

    อยากให้ทำเล่มด้วยค่ะ ซื้อเฟยฟลง แล้วจะมาเอา เรื่องนี้ อิอิ
    #14
    1
  23. #12 sawitree9300 (@sawitree9300) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 10:45

    สนุกมากค่ะ
    #12
    0
  24. #11 JKHH (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 10:21

    น่ารักกกกกก

    #11
    0