ฮองเฮาปีศาจแห่งราชวงศ์โจว

ตอนที่ 18 : ตอนที่ 17 ความเสียใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 390 ครั้ง
    20 ส.ค. 62


ตอนที่ 17 ความเสียใจ



 

          “เจ้าคือผู้ที่ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ หากไม่เพราะเจ้าข้าคง...”

            พูดจบหลงอี้ผู้ปรายตามองนางด้วยท่าทางหวาดหวั่นก็ตบไหล่เฟิงหลงหนึ่งครั้งแล้วรีบชักมือกลับ เจิ้งซีนิ่วหน้าไม่เข้าใจเลยว่าเฟิงหลงไปช่วยชีวิตหลงอี้ไว้ตอนไหน ในเมื่อตั้งแต่พบเขาจนกระทั่งเขาพานางกับเฟิงหลงมาส่งที่ข้างบ่อน้ำ นางล้วนอยู่กับพวกเขาสองคนตลอด

            เฟิงหลงผงกศีรษะให้หลงอี้ ยังคงรักษาท่าทีห่างเหินเอาไว้ได้อย่างมั่นคงไม่เสื่อมคลาย

            หลงอี้ผู้ปรายตามองนางไม่หยุดก้มลงกระซิบกับเฟิงหลง ได้ยินแว่วๆ ว่า “ข้าไม่คิดเลยว่านางมีนิสัยเช่นนี้ หากข้ารู้...ครั้งนั้นคงไม่เอ่ยปากขอนางแต่งงาน น่าเสียดายยิ่งนักในบรรดาปีศาจทั้งหมดที่ข้ารู้จัก ไม่มีปีศาจตนใดงดงามชวนหลงใหลเท่านาง แต่เจ้าดูเถิดว่าความงามอันแสนล่อลวงของนางนั้นน่ากลัวเพียงใด”

            เฟิงหลงไม่พูดอะไร แม้จะไม่พูดแต่ดวงสีดำเข้มของเขาเขากลับพราวระยับน่ามอง

            เจิ้งซีสงสัยว่า นาง ที่หลงอี้เอ่ยถึงอย่างหวาดกลัวคือผู้ใด หรือว่าจะเป็นสาวใช้ปีศาจของเขาที่ปราสาทนั่น พวกนางเองก็ดูไม่เลวแม้จะเป็นเพียงปีศาจชั้นต่ำ แต่ก็มุ่งมั่นฝึกฝนบำเพ็ญตบะ หากยังมุ่งมั่นเช่นนี้ไม่เกินหนึ่งพันปีคงได้เลื่อนเป็นปีศาจชั้นสูงที่มีตบะพลังแก่กล้าสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้คน

            หลงอี้ถอนใจเสียงดังล้วงหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาส่งให้เฟิงหลง “ปีศาจอย่างเราไม่เคยติดหนี้บุญคุณผู้อื่นโดยเฉพาะมนุษย์ ข้าขอมอบเกล็ดมังกรของข้าให้เจ้าหนึ่งอัน มันมีพลังช่วยป้องกันอันตรายจากเวทมนต์ของปีศาจ” เขาเหลือบมองนางแล้วหน้าซีด “บางทีเจ้าอาจต้องใช้มันเมื่อถึงคราวจำเป็น เจ้าคงไม่มีทางรู้ว่านางจะทำอะไรเจ้าอีก บางทีนางอาจจะไม่แค่...”

            เจิ้งซีมองหลงอี้อย่างสงสาร ในเมื่อปีศาจที่อยู่ใกล้เฟิงหลงที่สุดก็คือนาง ซ้ำนางยังไร้ซึ่งพลังเพราะถูกเขาสะกด เกล็ดมังกรของหลงอี้ครั้งนี้คงเสียเปล่าแล้ว อีกอย่างเมื่อนางถูกคลายสะกด ด้วยตบะพลังของนางที่แก่กล้ากว่าหลงอี้หลายเท่า เกล็ดมังกรของเขาคงไม่สามารถช่วยเฟิงหลงรอดพ้นจากการถูกเสกเป็นลูกเต่าได้

            เฟิงหลงรับเกล็ดมังกรสีเงินมาจากหลงอี้ “ฟังดูมีประโยชน์ ข้าจะเก็บมันไว้ ขอบใจเจ้ามาก”

            หลงอี้ถอยไปที่บ่อน้ำ “พบกันเพียงไม่นานก็ต้องจากลา หวังว่าพวกเจ้าสองคนคงโชคดี”

            เจิ้งซีคิดถึงสุรารสเลิศของเขา “ครั้งหน้าหากพบกันอีก...”

            หลงอี้ตัดบทเสียงสั่นไม่รอให้นางพูดจนจบประโยค “หวังว่าคงไม่มีครั้งหน้าอีก” เขาหันไปยิ้มให้เฟิงหลง มองนางแล้วทำหน้าประหลาดก่อนรีบร้อนหายตัวไป ทิ้งไว้เพียงคำว่า “ลาก่อน”

            เจิ้งซีมองความว่างเปล่าที่อยู่ตรงหน้า บุรุษช่างเปลี่ยนใจได้ง่ายดายเหมือนดังเรื่องที่อู่ฮั่นเล่า เมื่อวานเขายังทำหน้าดีใจที่พบนาง ทวงคำขอแต่งงานแปดร้อยปีที่แล้ว วันนี้กลับรีบร้อนกล่าวลา

“เจ้าเสียใจนักหรือที่เขาจากไป?

            นางเหลือบมองเฟิงหลงที่เอาแต่ยืนจ้องหน้านางไม่ว่างตา “ไม่เลย ข้าเสียดายที่ไม่ได้ดื่มสุราที่เขาเก็บไว้หลายร้อยปีต่างหาก แต่ช่างเถิด น้ำค้างยอดไผ่ข้ารสชาติดีกว่าสุราของเขาร้อยดีพันดี”

            เฟิงหลงยิ้มไม่รู้เหตุใดสีหน้าเขาดูโล่งอกโล่งใจ “ไม่ต้องห่วง หลังจากเราเอาชนะศึกแคว้นอ้ายได้ ข้าจะพาเจ้าไปดื่มน้ำพุที่จวนหลังเก่าของข้า”

“จวนที่เข้าบอกว่าน้ำพุรสชาติดีกว่าน้ำค้างยอดไผ่ข้านะหรือ ฟังดูไม่เลว เช่นนั้นเรารีบไปพิชิตแคว้นอ้ายเถิด ข้าจะรอเจ้ากลับมาพาข้าไปที่นั่น”

“ข้าจะรีบกลับมา”

นางมองเกล็ดมังกรในมือเขา “ข้าไม่รู้มาก่อนเลยว่าเจ้าอยากได้ของวิเศษ ความจริงขนหงส์ไฟอันงดงามของข้ามีตบะพลังมากกว่าเกล็ดมังกรของหลงอี้ตั้งหลายเท่า หากเจ้าอยากได้ข้าจะมอบให้เจ้าก็ได้ ขอเพียง...” นางสะกดยิ้มเจ้าเล่ห์เอาไว้ ยื่นมือไปหาเขา “...คลายสะกดพลังให้ข้า เมื่อข้ากลายร่างแล้วข้ารับปากจะมอบขนหางให้เจ้าหนึ่งเส้นเป็นการตอบแทน” แม้นางจะไม่เคยแม้แต่คิดมอบขนหงส์ไฟอันล้ำค่าให้ผู้ใดมาก่อน แต่ใช้ขนสักเส้นสองเส้นหลอกล่อเจ้าเด็กคนนี้คงไม่เป็นไร

เฟิงหลงดูไม่กระตือรือร้นเอาเสียเลย เขาโยนเกล็ดมังกรขึ้นในอากาศแล้วรับไว้อย่างแม่นยำ “น่าเสียดายกับเจ้านั้นข้าต้องการมากกว่าขนเพียงหนึ่งเส้น”

นางคิดภาพตนเองเป็นหงส์ไร้ขนแล้วรีบชักมือกลับตัวสั่นยะเยือก ที่แท้เฟิงหลงก็ต้องการขนจากนางจำนวนมาก ทางที่ดีครั้งต่อไปอย่าได้เสนอจะมอบขนให้เขาเป็นดีที่สุด หาไม่แล้วนางอาจกลายเป็นหงส์ไฟที่ไม่เหลือขนสีแดงอาบเปลวเพลิงที่นางแสนภาคภูมิใจสักเส้น!

 

 


“ที่ข้าจัดงานเลี้ยงน้ำชาในครั้งนี้เพราะเห็นว่าสถานการณ์ของแคว้นเรากำลังสับสนวุ่นวายจากกองทัพของแคว้นหยิน พวกเจ้าบางคนอาจจะรู้สึกหวาดหวั่นไม่แน่ใจ ข้าจึงอยากทำให้ทุกคนคลายความวิตกกังวลแล้วมาร่วมกันส่งกำลังใจให้ทหารที่กำลังต่อสู้เพื่อปกป้องแคว้นของเราจะดีกว่า”

            จงฉวี่หลันเหลือบมองสนมทั้งหมดของท่านอ๋องที่มารวมกันในงานเลี้ยงตามเทียบเชิญของพระชายา จากนั้นจึงหลุบตาลงต่ำปิดซ่อนความวิตกกังวลเอาไว้ นางไม่เชื่อที่พระชายาบอกแม้สักนิดเพราะบัดนี้กองทัพแคว้นหยินได้นำกองทัพบุกมาประชิดเมืองหลวงแล้วรอวันบุกเข้ามา ดังนั้นนางจึงได้รวบรวมสมบัติล้ำค่าทั้งหมดที่ได้รับพระราชทานจากท่านอ๋องใส่หีบไว้ คืนนี้นางจะลอบออกจากวังพร้อมสาวใช้ไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่หน้าประตูวัง หนีไปให้ไกลจากแคว้นอ้ายที่กำลังล่มสลายเพราะความโง่เง่าของอ้ายอ๋องกับพระชายา

            จ้าวเฟิงหลงคนสารเลว เขายกทัพมาทำลายความฝันของนางจนหมดสิ้น บัดนี้แคว้นอ้ายไม่มีสิ่งใดให้อาวรณ์อีกแล้วไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งพระชายา สมบัติล้ำค่า หรืออำนาจที่มี เมื่อกองทัพของจ้าวเฟิงหลงยึดเมืองหลวงได้ เขาคงไม่ปล่อยนางอีกเป็นครั้งที่สอง ถึงอย่างไรเขาก็ไม่สนใจสตรีอยู่แล้ว นางจะหวังใช้เสน่ห์ที่มีกับเขาก็ไม่ได้ ยิ่งคิดจงฉวี่หลันก็ยิ่งเจ็บใจ

            นางเหลือบมองตงเหม่ย หญิงแพศยาคนนี้ก็คงมีแผนไม่ต่างจากนาง คนอย่างตงเหม่ยคงไม่มีวันยอมตายอยู่ที่นี่

            พระชายาแตะมือลงบนกาน้ำชาซึ่งทำจากกระเบื้องเนื้อดีที่วางอยู่ตรงหน้า “นี่เป็นชาอู่หลงที่ดีที่สุดที่ข้ามี ข้าอยากให้พวกเจ้าได้ลองลิ้มลอง” นางสั่งนางกำนัล “รินชาให้พระสนมทุกคนได้แล้ว”

            นางกำนัลที่ถือกาน้ำชาอยู่ด้านหลังพระสนมทั้งยี่สิบคนทำตามรับสั่ง รินชาลงบนถ้วยใบเล็กสีดำที่วางอยู่ 

            จงฉวี่หลันปรายตามองพระชายาที่นั่งอยู่ด้านหน้าเหนือทุกคน ทั้งสีหน้าและแววตาของพระชายาดูไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร อยากแสดงน้ำใจหรือ…ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่แววตาของผู้ที่ต้องการแสดงน้ำใจต่อผู้อื่น มันดูสาแก่ใจมากกว่า

            นางเองเคยอยู่ในวังมานาน ในงานเลี้ยงน้ำชาครั้งนี้รู้ดีว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล จำนวนนางกำนัลและขันทีรับใช้ที่มากจนผิดสังเกต ใบหน้าเคร่งเครียดของทุกคนที่ปรากฏ รวมถึงความรู้สึกไม่สบายใจที่เกิดขึ้น นางคงต้องระมัดระวังตัวให้ดี

พระชายาหยิบถ้วยชาของตนเองขึ้นชู “เชิญดื่ม”

สนมทุกคนหยิบถ้วยชาของตนเองขึ้นมาดื่มด้วยไม่อยากขัดรับสั่งพระชายา จงฉวี่หลันยกถ้วยชาขึ้นแสร้งทำเป็นจิบชา เมื่อนางวางถ้วยชาลงสิ่งที่คาดไว้ก็เกิดขึ้น

สนมทั้งหลายต่างยกมือกุมอกสีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดทุรนทุราย ก่อนกระอักเลือดออกมา!

ตงเหม่ยถามพระชายาเสียงสั่น “พระชายา…ท่าน…ท่านให้พวกเราดื่มอะไร ในชาถ้วยนี้มีอะไร?!

พระชายาเหยียดยิ้มแววตาเต็มไปด้วยความอำมหิต “ในน้ำชาที่ข้ามอบให้พวกเจ้ามียาพิษผสมอยู่ ข้าไม่อยากให้พวกเจ้าหวาดกลัวกับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่อยากให้ต้องวางแผนหลบหนีออกจากวังหลวงไปใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน ถึงอย่างไรพวกเจ้าก็เป็นสนมผู้สูงศักดิ์ของท่านอ๋อง คงไม่มีนักหากต้องลำบากเช่นนั้น ข้าจึงช่วยสงเคราะห์ให้ พวกเจ้าไม่ซาบซึ้งเลยหรือ?

          สิ้นคำอธิบายของพระชายามีเสียงกรีดร้องหวาดกลัว เสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดทุรนทุรายตามมา ตงเหม่ยอาเจียนเอายาพิษออกมาแต่ก็ทำไม่ได้ นางจึงพยายามลุกขึ้นร้องเรียกให้นางกำนัลของนางรีบตามหมอหลวง แต่คนของนางถูกนางกำนัลพระสนมยับยั้งเอาไว้

สนมบางคนยกมือชี้หน้าพระชายาอย่างอาฆาตแค้นด้วยมือที่สั่นเทา “เจ้า…เจ้ามันปีศาจ…”

“ข้าคือพระชายาแคว้นอ้ายต่างหาก จะเป็นปีศาจได้อย่างไร”

“ท่านอ๋องจะต้องฆ่าเจ้า…ที่ทำกับข้า...” ตงเหม่ยกระอักเลือดสีแดงฉานออกมา พึมพำแผ่วเบาเป็นประโยคสุดท้ายว่า “จะต้องฆ่าเจ้าแก้แค้นให้ข้า”

เพียงพริบตาสนมทั้งหมดสิบเก้าคนของท่านอ๋องก็สิ้นใจเพราะยาพิษจากน้ำมือพระชายาผู้มองทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยแววตาว่างเปล่าราวปีศาจ!

จงฉวี่หลันผงะตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวแทบสิ้นสติ นางไม่เคยเห็นการเข่นฆ่าที่น่ากลัวเช่นนี้มาก่อน โชคดีนางรู้ทันจึงไม่ดื่มยาพิษเข้าไป หากนางดื่มก็คงไม่รอดเช่นเดียวกับคนอื่น

พระชายามองนาง “เจ้ายังอยู่อีกหรือ?

“ข้ารู้ว่าเจ้าคิดจะทำอะไร ข้าเองก็เคยประทานความตายให้ผู้อื่นด้วยยาพิษ มีหรือจะรู้ไม่ทันเจ้า”

“เจ้าฉลาดไม่เลว สมแล้วเป็นอดีตสนมเอกของแคว้นหยิน”

“ท่านอ๋องจะไม่มีวันปล่อยเจ้าไปที่ทำเรื่องอำมหิตต่ำช้าเพียงนี้!” บางทีนี่อาจเป็นโอกาสของนาง พระชายาแน่นอนย่อมถูกประหารเพราะการกระทำอันโหดเหี้ยม หากนางสามารถเกลี่ยกล่อมท่านอ๋องให้ยอมสวามิภักดิ์ต่อแคว้นหยิน เขาจะได้ปกป้องครองแคว้นอ้ายต่อไปแม้ในฐานะส่วนหนึ่งของแคว้นหยิน แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าตาย นางสามารถบอกกับจ้าวเฟิงหลงได้ว่าทั้งหมดเป็นฝีมือนางที่ทำให้เขาไม่ต้องทำสงครามออกรบให้สูญเสียชีวิตโดยไม่จำเป็น

“ท่านอ๋อง…” พระชายายังคงยิ้ม “เขาจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว ดี...ในเมื่อเจ้ารู้ทันข้าไม่ดื่มชาที่มียาพิษก็ไม่เป็นไร” พระชายาออกคำสั่งกับนางกำนัล “จับตัวนางไว้แล้วกรอกยาพิษให้นางเสีย”

จงฉวี่หลันผวาเฮือกพยายามจะหนีไป แต่นางก็ถูกนางกำนัลของพระชายาจับเขาไว้เสียก่อน ซ้ำยังกดนางให้คุกเข่าลงกับพื้นบีบปลายคางนางแน่นให้เปิดปาก “ปล่อยข้านะ! ข้าเป็นสนมของท่านอ๋องพวกเจ้ากล้าดีอย่างไร หยี่เหยียนเจ้ามันสารเลว หากเจ้ากล้าทำอันตรายข้า…”

แม้ว่านางไม่เต็มใจจะดื่ม แต่จงฉี่หลันไม่อาจสู้กับคนห้าคนที่จับนางกรอกยาพิษได้ ท้ายที่สุดเมื่อเผลอกลืนยาพิษเข้าสู่ร่างกาย ความเจ็บปวดมากมายราวกายถูกแผดเผาด้วยเปลวไฟก็แผ่กระจายไปทั่วร่างนาง นางสำลักเลือดออกมา มองพระชายาด้วยแววตาอาฆาต

“ข้า…ข้าจะฆ่า...เจ้า!

พระยาชาบอกกับนางว่า “ในเมื่อเจ้ากำลังจะตายคงไม่มีโอกาสฆ่าข้าแล้ว ไว้รอแก้แค้นข้าในปรโลกก็แล้วกัน”

 


หลังกลับจากหารือกับขุนนางที่ท้องพระโรง อ้ายตี้ได้ยินเรื่องงานเลี้ยงน้ำชาของหยี่เหยียนที่ตำหนักของนาง ในยามศึกสงครามเช่นนี้นางกลับจัดงานเลี้ยงน้ำชาราวกับไม่สนใจสิ่งใด เขารู้สึกกังวลใจอย่างประหลาดว่านางอาจทำอะไรบางอย่าง ดังนั้นจึงตัดสินใจไปดูว่างานเลี้ยงน้ำชาครั้งนี้ว่าเป็นอย่างไร

เขาไม่คิดเมื่อไปถึงจะได้เห็นภาพที่ทำให้เขายืนนิ่งด้วยความตกตะลึงและหวาดกลัวถึงขีดสุด ภาพที่สนมทุกคนของเขาตายด้วยยาพิษอย่างอนาถเกลื่อนกราดราวใบไม้ที่หลุดร่วงลงจากต้น!

“พระสนม…” ขันทีและนางกำนัลรับใช้ที่ตามเขามาถึงกับทรุดกายลงคุกเข่า บางคนสิ้นสติด้วยความตกใจกับสิ่งที่ได้เห็น

เขามองไปที่หยี่เหยียนซึ่งยังคงนั่งอยู่บนที่นั่งของนาง มองทุกคนตายไปต่อหน้าอย่างใจเย็น

“หยี่เหยียน…นี่เจ้าทำอะไรลงไป!

นางส่งยิ้มให้เขา “ท่านอ๋องไม่รู้หรือเพคะ พวกนางถูกหม่อมฉันวางยาพิษ ตายหมดทุกคนแล้ว น่าเสียดายท่านอ๋องมาถึงไม่ทันได้ดูใจสนมจงที่ทรงโปรดปราน นางเพิ่งสิ้นลมหายใจไปเมื่อสักครู่นี้เอง หากมาเร็วกว่านี้อาจได้สั่งเสียร่ำลานางเป็นครั้งสุดท้าย”

เขามองสนมจงผู้งดงามซึ่งนอนตายอยู่ใกล้ๆ “เจ้าเสียสติไปแล้ว”

หยี่เหยียนลุกขึ้นเดินมาหาเขา “เสียสติ…ไม่เลยเพคะ หม่อมฉันมีสติครบถ้วน ความจริงอยากทำเรื่องนี้มาตั้งนานแล้ว แต่ไม่มีโอกาส โชคดีแคว้นหยินยกทัพมาประชิดเมืองหลวงทำให้หม่อมฉันกล้าลงมือเสียที ท่านอ๋องไม่ยินดีกับหม่อมฉันหรือเพคะที่ได้ทำในสิ่งที่ต้องการ”

เขามองใบหน้างดงามของนาง มองใบหน้าที่เขาคุ้นเคยซึ่งบัดนี้ไม่เหลือความอ่อนหวานอ่อนโยนใดๆ เหมือนในอดีต นี่ไม่ใช่หยี่เหยียนที่เขารู้จัก

“ในยามที่บ้านเมืองเผชิญศึกสงครามเจ้าควรจะสนับสนุนข้า แต่เจ้ากลับทำเรื่องต่ำช้าลอบวางยาพิษสนมทุกคนของข้า เจ้ามันไม่ใช่คน!

นางหยิบกาน้ำชามารินใส่ถ้วยส่งให้เขา “เจ้ารักใคร่ห่วงใยพวกนางมากเหลือเกิน ไม่ลองดื่มยาพิษถ้วยนี้สักถ้วย เจ้าจะได้สมหวังไปอยู่กับพวกนางเสวยสุขในปรโลก”

เขามองนางอย่างเย็นชา ไม่มีความสำนึกผิดหรือเสียใจแม้เพียงนิดในแววตานาง “ความจริงควรเป็นเจ้ามากกว่าที่ดื่ม เสียแรงเจ้าเป็นถึงพระชายา เจ้ามันไม่สมควรกับตำแหน่งพระชายาแคว้นอ้ายเลยสักนิด”

นางทิ้งกาน้ำชาลงกับพื้นตบหน้าเขาฉาดใหญ่!

“ข้าต่างหากควรพูดคำนี้ คนชั้นต่ำอย่างเจ้าต่างหากที่ไม่เหมาะกับตำแหน่งอ๋องแห่งอ้าย เจ้าทำทุกสิ่งโดยไม่ยั้งคิด สั่งปลดขุนนางของข้าที่ไม่สนับสนุนเจ้า ทั้งยังสั่งประหารแม่ทัพกู้ผู้มากความสามารถที่จะนำพาทหารออกรบ เจ้ากำลังนำแคว้นของข้าไปสู่หายนะ!

เขามองนางอยู่นานแล้วหัวเราะเสียงแหบพร่าขมขื่น “หลังจากข้าทนฟังเสด็จพ่อของเจ้าและขุนนางทั้งหลายพูดคำนี้ลับหลังข้า ข้าสงสัยอยู่ว่าเจ้าจะพูดมันออกมาเมื่อไหร่ ในที่สุดเจ้าก็พูดคำนี้ออกมาจนได้ ถูกแล้วข้ามันคนชั้นต่ำ น่าแปลกที่ตอนนั้นเจ้าเลือกข้าแทนที่จะเป็นชายอื่นที่สูงส่งกว่าข้า”

“หากข้ารู้ว่าทุกอย่างจะเป็นเช่นนี้ ข้าคงไม่เลือกเจ้า นั่นคือสิ่งที่ข้าเสียใจที่สุด”

เขาเคยคิดว่าคงไม่เสียใจไปมากกว่านี้ แต่น่าแปลกที่ถ้อยคำของนางทำให้เขาเสียใจยิ่งกว่าครั้งใด มากกว่าคำดูหมิ่นดูแคลนทั้งหลายของเหล่าขุนนางที่เขาได้รับมาหลายปี  “เจ้าโทษว่าข้านำแคว้นอ้ายสู่หายนะ เจ้าต่างหากที่ทำ พวกเจ้าสองพ่อลูกและขุนนางเหล่านั้นไม่เคยไว้ใจข้า ไม่เคยเชื่อว่าคนชั้นต่ำอย่างข้าสามารถเป็นอ๋องที่ดีได้ ไม่ว่าข้าจะทำสิ่งใดพยายามสักเพียงใด ข้าก็ยังคงเป็นได้แค่คนชั้นต่ำไร้ฐานะคนเดิม เพราะฉะนั้นคนที่ควรเสียใจจึงเป็นข้า ไม่ใช่เจ้า!

น้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากดวงตาของหยี่เหยียน นางหลับตาลงหัวเราะออกมาเสียงพร่า ก่อนจะลืมตาขึ้นมองสบตาเขา “เราสองคนต่างมีเรื่องให้ต้องเสียใจมากมาย ช่างดีเหลือเกิน”

เขาเม้มปากแน่นไม่อาจทนมองหน้านางอีก หันไปออกคำสั่งกับทหารองครักษ์ “พระชายาทำเรื่องต่ำช้าเข่นฆ่าวางยาพิษสนมทั้งหลาย ควบคุมตัวนางเอาไว้ ขังไว้ในตำหนัก ไม่มีคำสั่งข้าห้ามปล่อยนางออก”

            “ไม่ต้อง!” นางตวาดเชิดหน้าขึ้นด้วยท่าทางเย่อหยิ่งสมกับสายเลือดอันสูงส่งทำให้ทหารองครักษ์ไม่กล้าเข้าควบคุมตัวนาง “ข้าจะไปที่นั่นเอง ระหว่างอยู่ในนั้นข้าจะรอฟังว่าในฐานะอ๋องแห่งอ้ายเจ้าปกป้องแผ่นดินของบรรพบุรุษอย่างไร เจ้าทำให้ข้าผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า ครั้งนี้คงไม่ทำให้ผิดหวังอีก”

            นางช่างรู้วิธีทำให้เขารู้สึกไร้ความสามารถเสมอ ศึกครั้งนี้กองทัพแคว้นหยินยกมานับแสนคน เขามีทหารไม่ถึงครึ่งของกองทัพอันน่าเกรงขาม ยังมองไม่เห็นทางจะชนะ หากเขาพ่ายแพ้เขาคงกลายเป็นชายไร้ความสามารถเช่นเดิมในสายตานาง ทำให้นางต้องผิดหวังอีกครั้ง

            เขามองตามแผ่นหลังนาง นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่ทั้งสองได้พบหน้ากัน วูบหนึ่งอ้ายตี้นึกเสียใจ ตลอดหลายปีที่ผ่านมาหากเขากับนางไม่มีฐานะท่านอ๋องและพระชายา ไม่มีคำดูหมิ่นเหยียดหยาม ไม่มีความทะยานอยากที่คอยผลักดัน ทั้งสองคงสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข หากเป็นเช่นนั้นคงดีไม่น้อย

แต่...วันนี้ทุกอย่างสายเกินไปแล้ว

 


            สองวันหลังจากนั้นกองทัพของแคว้นหยินก็ยกทัพตีฝ่าทหารของแคว้นอ้ายบุกเข้าสู่เมืองหลวง แม้ทหารที่รักษาพระราชวงจะต่อสู้อย่างกล้าหาญก็ยังไม่สามารถต้านทานกองทัพอันแข็งแกร่งของจ้าวเฟิงหลงผู้นำทัพเกาะเหล็กสองหมื่นคนบุกทะลวงประตูทางทิศตะวันออกของเมืองหลวงพร้อมกับกองทัพม้าของเกาหยุนโฉว เปิดทางให้ทหารเข้ามายึดเมือง ทำให้ภายในสองวันแคว้นอ้ายก็ได้ตกอยู่ใต้อำนาจของแคว้นหยินและความเมตตาปราณีของอ๋องแห่งหยิน

            อ้ายตี้อ๋องแห่งอ้ายผู้ออกรบร่วมกับทหารนับหมื่นถูกธนูปลิดชีวิตสิ้นใจตายในสนามรบ มีข่าวว่าพระชายาแห่งอ้ายเมื่อทราบข่าวว่าทหารบุกเข้าถึงวังหลวงก็ดื่มยาพิษ สิ้นลมหายใจอยู่ในตำหนักของนางเองอย่างเดียวดาย

เสนาบดีและขุนนางที่เหลือรอดชีวิตตัดสินใจยอมแพ้ ยินดีคุกเข่าสวามิภักดิ์ต่ออ๋องแห่งหยินจ้าวเฟิงหลงแต่โดยดี  

 

ภายในท้องพระโรงแคว้นอ้าย เฟิงหลงมองเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางแห่งอ้ายที่คุกเข่าอยู่ตรงหน้า เขารู้คนเหล่านี้ที่ยินยอมสวามิภักดิ์เพราะหวาดกลัวเขากับกองทัพ ในใจพวกเขายังคงต่อต้านไม่ยินยอม หากเป็นเขาก็คงเช่นกัน

“ข้ารู้ที่พวกเจ้าคุกเข่าให้ข้าในวันนี้เพราะพวกเจ้าไร้ทางเลือก”

ไม่มีใครตอบโต้หรือปริปาก ทุกคนยังเอาแต่ก้มหน้านิ่ง บางคนที่อายุน้อยตัวสั่นเทิ้ม

“แต่สิ่งที่ข้าจะบอกทุกคนคือ ข้าไม่ใช่คนกระหายเลือดที่ชื่นชมการเข่นฆ่าทำลายชีวิตผู้บริสุทธิ์”

แวบหนึ่งมีเชื้อพระวงส์อายุน้อยผู้หนึ่งใจกล้าพอจะเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาที่ไร้ความเชื่อมั่น เพราะตั้งแต่เข้าร่วมในสงครามเมื่ออายุได้สิบห้าปี มือเขาเปื้อนเลือดมากมาย อีกทั้งชื่อเสียงเขาในการรบกับแคว้นอ้ายยังมีไม่น้อย

“สิ่งที่ข้าจะบอกคือหากพวกเจ้าจงรักภักดี พวกเจ้าทุกคนรวมถึงราษฎรแค้วนอ้ายจะได้มีชีวิตอยู่อย่างสงบ อ้ายกับหยินเมื่อรวมเป็นหนึ่งจะไม่มีแคว้นใดกล้ารุกราน แต่หากใครอยากทบสอบความอดทนของข้าว่ามีมากน้อยเพียงใด ข้าก็ยินดี”

เสนาบดีแคว้นอ้ายเงยหน้าขึ้นกล่าว “ทูลท่านอ๋องตอนนี้เราก้มศีรษะสาวมิภักดิ์ต่อท่านอ๋องแล้ว ขอเพียงท่านอ๋องปกครองผู้คนในแคว้นอ้ายอย่างยุติธรรมไม่เข่มเหงรังแกเข่นฆ่าทุกคนอย่างไร้เหตุผล เราย่อมไม่มีวันกล้าลบหลู่ท่านอ๋องทรยศต่อความไว้วางใจในครั้งนี้พะยะค่ะ”

เขากวาดตามองทุกคนอีกครั้ง “ข้าก็หวังเช่นนั้น นับจากนี้ขอให้จำไว้แผ่นดินทั้งสองได้รวมเป็นหนึ่งแล้วและต่อไปเราจะรวมทั้งอีกทั้งห้าแคว้นให้เป็นหนึ่งเดียว”

มีเสียงพึมพำของเหล่าขุนนางและเชื้อพระวงศ์แห่งอ้ายตามมา พร้อมกันนั้นเขาก็เห็นแววตาที่แฝงไว้ด้วยความทะเยอทะยาน ความปรารถนาอันยิ่งใหญ่เช่นเดียวกับเขา

เขาเหยียดยิ้ม ความทะเยอทะยานเป็นสิ่งดีหากไม่มากเกินไป “พวกเจ้าทุกคนหากจงรักภักดีในภายภาคหน้าหากข้ารวบรวมแผ่นดินได้ดังที่ต้องการ คนผู้นั้นจะเป็นเช่นไรคงไม่ต้องให้ข้าบอก”

 

ข่าวเรื่องการพิชิตแคว้นอ้ายของอ๋องแห่งหยินแพร่กระจายไปถึงแคว้นอื่น สร้างความตกตะลึงให้อ๋องอีกห้าแคว้นที่เหลือไม่น้อยโดยเฉพาะแคว้นหยางที่มีชายแดนติดกับแคว้นหยิน ทันทีที่รู้ข่าวพวกเขาก็เร่งระดมพลเสริมกองทัพให้แข็งแกร่ง ด้วยเกรงว่าแคว้นต่อไปที่จ้าวเฟิงหลงจะมุ่งยึดครองคือแคว้นของตน

 


สิบวันหลังการยึดแคว้นอ้ายเฟิงหลงได้แต่งตั้งจางจินหมิงดูแลแคว้นอ้ายร่วมกับขุนนางแห่งแคว้นอ้ายที่คอยสนับสนุนเขาอย่างลับๆ มาตลอดเพื่อตอบแทนน้ำใจอีกฝ่าย ทั้งยังแสดงให้ฝ่ายแคว้นอ้ายเห็นว่าเขามีความจริงใจในสิ่งที่ได้เอ่ยออกไป  

หน้าที่ของจินหมิงไม่เพียงแต่รับคำสั่งเขาคอยดูแลแคว้นอ้ายให้สงบร่มเย็นและควบคุมเหล่าขุนนางแคว้นหยินที่อาจกระด้างกระเดื่องเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรวบรวมกองทัพของอ้ายให้เป็นหนึ่งอีกครั้ง หากเขาต้องการพิชิตอีกห้าแคว้น เขาต้องมีกองทัพของหยินที่ยอมสวามิภักดิ์คอยหนุนหลัง      

 



“คุณชายเสี่ยวซีลูกท้อมาแล้วขอรับ”

เจิ้งซีลงจากเตียงไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่ตั้งอยู่กลางกระโจม พออี๋เป่าวางผลท้อลงนางก็หยิบขึ้นมาถือไว้ในมือ มองผลท้ออวบอ้วนแล้วถอนใจด้วยความเบื่อหน่าย ไม่รู้สึกหิวแม้แต่น้อย

“ศิษย์พี่ข้ายังไม่กลับมาอีกหรือ?

“ยังไม่กลับมาขอรับ แต่ม้าเร็วส่งข่าวมาว่าตอนนี้ทุกอย่างที่แคว้นอ้ายลุล่วงแล้ว อีกไม่นานท่านอ๋องก็คงเสด็จกลับมาแล้วขอรับ คุณชายเสี่ยวซีอย่าได้กังวลเลย”

นางมองอี๋เป่าที่คอยดูแลรับใช้นาง เฟิงหลงออกเดินทางไปเมื่อสิบกว่าวันก่อน เขาไม่ยอมให้นางไปด้วย ดังนั้นนางจึงเอาแต่กินแล้วก็นอน พอเบื่อมากๆ อี๋เป่าก็จะพาออกไปเดินเล่นรอบๆ ค่ายทหาร ไม่เคยคิดเลยว่าพอไม่เห็นเขาในสายตาจะทำให้นางรู้สึกเบื่อหน่ายได้ถึงเพียงนี้

“ใครบอกว่าข้าห่วงเขา ข้าเบื่อต่างหาก ข้าเอาแต่กินแล้วก็นอนจนขนนกของข้ายุ่งเหยิงไปหมด หากท่านอ๋องของเจ้ายังไม่กลับมาภายในวันนี้ ข้าคงเบื่อจนสิ้นใจระหว่างรอเขากลับมาแน่”

อี๋เป่าพึมพำว่า “หากเกิดอะไรขึ้นกับท่าน ท่านอ๋องคงตัดหัวข้าเช่นกัน”

นางมองผลท้อในมืออีกครั้ง เมื่อเช้าระหว่างเดินเล่นนางแอบได้ยินทหารบางคนในค่ายบอกว่าจะเข้าไปร่วมงานเทศกาลในหมู่บ้าน เจิ้งซีเหลือบมองซ้ายขวาแล้วกระซิบกับอี๋เป่า “แต่หากเจ้าพาข้าเข้าไปร่วมงานเทศกาลในหมู่บ้าน ข้าอาจพอทนไหว”

อี๋เป่าทำหน้าตกใจ “ไม่ได้นะขอรับ ท่านอ๋องมีรับสั่งให้ข้าดูแลคุณชายให้ดี ห้ามพาคุณชายออกจากค่ายทหาร”

“เจ้าไม่คิดหรือคำว่าดูแลให้ดีช่างขัดแย้งกับคำว่าห้าม หากเจ้าห้ามไม่ให้ข้าทำทุกอย่าง จะเรียกว่าดูแลอย่างดีได้อย่างไร?

“เรื่องนี้...”

เจิ้งซีแทบปรบมือที่ทำให้อี๋เป่าสับสนงงงันจนพูดไม่ออก

“แต่หากท่านอ๋องกลับมาแล้วทรงรู้ว่าข้าขัดรับสั่ง หัวข้าคงหลุดจากบ่า”

นางตบไหล่อี๋เป่า “ไม่ต้องกังวล ข้ารับรองว่าหากเจ้าพาข้าไป ท่านอ๋องกลับมาถึงเมื่อใดเราจะไม่ปริปากบอกเขาแม้เพียงครึ่งคำ เขาไม่มีทางรับรู้”

            นางยังเกลี้ยกล่อมอี๋เป่าไม่สำเร็จ อยู่ๆ ก็มีเสียงดังมาจากหน้ากระโจมว่า “ท่านอ๋องผู้นั้นรับรู้แล้ว”

          นางกับอี๋เป่ามองไปยังที่มาของเสียง พบเฟิงหลงยืนอยู่ในชุดเกาะกอดอกมองนางด้วยแววตาเอาเรื่อง!

            “ท่านอ๋อง...” อี๋เป่ามีสีหน้ายินดี เขามองนางแล้วรีบร้อนกล่าวลา ทิ้งให้นางเผชิญหน้ากับเฟิงหลงตามลำพัง

นางมองตามอี๋เป่าตาละห้อย คิดหาวิธีที่จะทำให้เฟิงหลงหายขุ่นเคือง นางมองไปยังเตียงนอนที่ตนเองครอบครองและมักจบลงด้วยการลงไปนอนอยู่ข้างเตียงเสมอ เจิ้งซีกลืนน้ำลาย “เฟิงเอ๋อร์เจ้าเพิ่งกลับมาถึงคงเหนื่อยมาก คืนนี้...คืนนี้ผู้อาวุโสจะสละเตียงให้เจ้านอนเอง”

เขาทำเสียง หึ เบาๆ เดินเข้า เขาขยับถอดชุดเกาะออก ทันใดนั้นก็มีจดหมายฉบับหนึ่งหลุดร่วงลงมา เจิ้งซีรีบเอื้อมมือไปหยิบมาเปิดอ่าน ก่อนหันไปถามเขา

“ซือเชี่ยนคือใคร?

เฟิงหลงนั่งลงตรงข้ามนาง รินน้ำให้ตนเอง เขายกขึ้นดื่มจนหมดก่อนตอบคำถาม “นางคือองค์หญิงแคว้นหยาง”





_________________________________________________________________

        มีคนถามเมื่อไหร่จะได้กินนก นี่ยังไปไม่ถึงไหนเลยะ 5555

        ตั้งใจว่าเรื่องนี้จะมีสัก 70 ตอน เพราะฉะนั้นใจเย็นๆ นะคะ




          ขอบคุณที่ติดตามค่ะ^^

ณ เชิงดอย

               

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 390 ครั้ง

855 ความคิดเห็น

  1. #590 Auzy Lersrith (@auzyhahn) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 07:00
    น่ารักมากๆๆๆรอค่ะๆๆ
    #590
    0
  2. #589 waaxq (@kwangbaby) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2562 / 05:20
    จะกินนก นกยังไม่รู้ตัวเลย~~~
    #589
    0
  3. #588 กรุ่นกลิ่นบุหงา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 16:38

    พอไรท์บอกมี 70 ตอน นี่รีบเลื่อนขึ้นไปดูเลยว่าถึงตอนที่เท่าไหร่แร่ะ อ้อ...เพิ่งถึงตอนที่ 17 เอง หนทางสายนกนี่อีกยาวไกลเลย...เฟิงหลงสู้ๆๆๆน๊าาา55++

    #588
    0
  4. #587 winanya19 (@winanya19) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 14:00
    นกน้อย ต้องรอคอยไปอีกนาน
    #587
    0
  5. #586 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 12:34

    น้องนกยังไม่รู้อะไรเลย คงไม่ต้องรีบร้อนหรอก สัก 10 หรือ 20 ปี คงได้กินอ่ะ

    #586
    0
  6. #585 miff77 (@miff77) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 12:25
    หนาวค่ะ หนาวมาก บนยอดดอยหนาว ไรท์พาลงดอยด่วน
    #585
    0
  7. #584 siranyaa_jeen (@siranyaa_jeen) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 12:15

    ค้างงงงงงงงงมาต่อค่ะ
    #584
    0
  8. #583 Aemie (@tharay_m) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 07:59
    ใจเย็นน่าดูเชียว เฟิงเอ๋อ
    #583
    0
  9. #582 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 07:36

    รอนกโดนถอนขนอยู่เนี่ย
    #582
    0
  10. #581 meechan2 (@meechan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 07:14
    รออาเฟิงถอนขนนกอยู่นะ..มาให้ไวเลย
    #581
    0
  11. #579 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 06:46
    ตัวละครโผล่มาอีกละ แต่จะทำอะไรเจิ้งซีของเราได้ 5555 รอดูความมึนของหงส์ไฟ
    #579
    0
  12. #578 KkT_7 (@kaewta43) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 06:44

    รอจ้า มาเร็วเด้อ
    #578
    0
  13. #577 Goody2526 (@Goody2526) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 06:13
    องค์หญิงแคว้นหยางจะมากนะตุ้นให้นกรู้ตัวบ้างรึยัง
    #577
    0
  14. #576 miff77 (@miff77) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 05:53
    70 ตอน ต้องรีบเก็บตังค์ กินมาม่าตั้งแต่วันนี้แล้ว
    #576
    0
  15. #575 satam1979 (@satamsomtua) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 02:06

    55555 เจิ้งซี เฟิงเอ๋อร์ของเจ้าไม่อยากได้ขนนกของเจ้า
    #575
    0
  16. #574 KazumiRinko (@ManutsanunPm) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 01:32
    ไรต์ต้องการให้เราอดตาย รอจนถึง 70 ตอน (นอนกอดหมอนร้องไห้แปป)
    #574
    0
  17. วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 01:27
    แอบสงสารอ๋องแคว้นอ้ายกับพระชายาเหมือนกันนะ เจอกันครั้งสุดท้ายก็ยังไม่มีโอกาสคุยกันดีๆเลย
    #573
    0
  18. #572 Angun1998 (@angunpraio) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 01:09
    อ่ะ ตัวแปรใหม่มาอีกแล้วว555 ซีเอ้ยซี
    #572
    0
  19. #571 hydrangeapink (@hydrangeapink) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 01:00
    ผู้อาวุโส จะหาชายาให้ได้จริงๆเหรอ ไม่มีใครถูกใจสักคน 555
    #571
    0
  20. #570 Naritsara2528 (@Naritsara2528) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 00:34
    หื่อออออ งั้นถอนขนนกก่อนก้อได้ จะได้เลิกซื่อสะที
    #570
    0
  21. #569 lamai1212 (@lamai1212) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 00:19
    ขอบคุณค่ะรอจ้า
    #569
    0
  22. #568 Pat In (@opianc) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 22:54
    รอนะคะ
    #568
    0
  23. #567 Princess2010 (@Princess2010) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 22:54
    รอค่าาาา
    #567
    0
  24. #566 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 22:47
    อย่าให้มีพวกผู้หญิงคนอื่นเข้ามาเลยท่านอ๋องมีนางเอกคนเดี๋ยวก็พอแล้ว
    #566
    1
    • #566-1 (@sarok147) (จากตอนที่ 18)
      22 สิงหาคม 2562 / 21:27
      แค่น้องนกคนเดียวก็ปวดหัวแย่แล้วววว 5555
      #566-1
  25. #565 นมิชา (@naa-rak) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 22:47
    ถ่านไฟเก่ามั้ยน้อ
    #565
    0