ฮองเฮาปีศาจแห่งราชวงศ์โจว

ตอนที่ 15 : ตอนที่ 14 แค่ห่วงใยเท่านั้น?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,060
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 411 ครั้ง
    17 ส.ค. 62


ตอนที่ 14  แค่ห่วงใยเท่านั้น?


 


ณ แคว้นอ้ายแผนการสร้างความแตกแยกภายในที่เฟิงหลงวางเอาไว้นั้นกำลังดำเนินไปอย่างช้าๆ

จงฉวี่หลันตั้งใจเต็มที่ว่าจะต้องหาทางดึงพระชายาผู้เย็นชาของท่านอ๋องมาอยู่ในกำมือของนางให้ได้ แต่หญิงคนนั้นไม่เปิดช่องโหว่เลย ดังนั้นนางจึงพุ่งเป้าไปที่คนข้างกายของพระชายา หลังจากนางสอบถามนางกำนัลของนางจนรู้ว่าพระชายาสนิทสนมกับญาติผู้น้ององค์หญิงซานซาน จงฉวี่หลันก็เริ่มแผนการของนาง

 


เช้าวันหนึ่งหลังจากได้ยินว่าองค์หญิงผู้นั้นเข้าวังนางก็ออกไปรอพบที่อุทยาน นางมองเห็นสตรีผู้หนึ่งกำลังหยุดสนทนากับนางกำนัลอยู่กลางอุทยาน นางถามนางกำนัลข้างกาย

“หากข้าจำไม่ผิดนั่นคงองค์หญิงซานซาน”

 “เพคะ”

“นางดูงดงามไม่เลว น่าแปลกที่ท่านอ๋องไม่คิดจะแต่งตั้งนางเป็นสนม”

“อาจเพราะพระชายาไม่ยินยอมเพคะ องค์หญิงซานซานจึงไม่ถูกแตะต้อง”

จงฉวี่หลันสะกดรอยยิ้มพึงพอใจเอาไว้ นางเดินไปหาซานซาน “องค์หญิงมาเข้าเฝ้าพระชายาหรือเพคะ?

สตรีผู้นั้นพอเห็นนางก็ทำหน้าไม่พอใจ “ข้าจะมาทำหรือไม่ทำสิ่งใดล้วนไม่เกี่ยวกับคนอย่างเจ้า”

จงฉวี่หลันยิ้มแสร้งทำเป็นไม่ถือสา ทั้งที่หากเป็นที่แคว้นหยินตอนนางมีฐานะเป็นสนมเอกเป็นที่หลงใหลของท่านอ๋อง นางคงสั่งโบยคนที่ลบหลู่นางเช่นนี้จนตาย “หม่อมฉันเองเป็นสนมของท่านอ๋อง หากเทียบตามฐานะแล้วมีฐานะสูงกว่าองค์หญิง แต่เพราะเห็นแก่หน้าองค์หญิงว่าเป็นเชื้อพระวงศ์จึงให้เกียรติท่าน ไม่คิดว่าท่านจะไม่ให้เกียรติแม้แต่ตนเอง หรือองค์หญิงเห็นว่าใกล้ชิดกับพระชายาจึงคิดจะรังแกสนมของท่านอ๋องเช่นหม่อมฉัน”

ใบหน้าขององค์หญิงแดงก่ำ ดวงตาฉายแววไม่พอใจ ดังที่นางกำนัลบอกว่าองค์หญิงซานซานไม่ใช่สตรีที่จะเก็บงำความคิดและความรู้สึกเอาไว้ได้ดีนัก

“เจ้าเป็นแค่หญิงแคว้นหยินที่ถูกเนรเทศใช้มารยากับท่านอ๋องจึงได้รับแต่งตั้งเป็นสนม กล้าดีอย่างไรพูดจากับข้าเช่นนี้?

“หม่อมฉันพูดความจริงองค์หญิงถือสาด้วยหรือเพคะ หากพูดถึงความจริงแล้ว มีข่าวลืออีกอย่างเกี่ยวกับองค์หญิงที่หม่อมฉันได้ยินมา”

ซานซานฮุบเหยื่อนทันใด “ข่าวลืออะไร?

นางก้าวเข้าไปใกล้ ก้มลงกระซิบช้าๆ “ข่าวลือที่ว่าแท้จริงแล้วท่านเองก็อยากเป็นสนมของท่านอ๋องจนตัวสั่น แต่เพราะเกรงกลัวพระชายาท่านจึงไม่ตอบรับข้อเสนอที่ท่านอ๋องหยิบยื่นให้ ดังนั้นตลอดเวลาหลายปีจึงเอาแต่ริษยาสตรีที่ได้อยู่ข้างกายท่านอ๋อง ท่านแท้จริงแล้วริษยาพระชายาญาติของท่าน ท่านไม่อยากให้นางมีความสุขจึงได้คอยเป่าหูนางเรื่องท่านอ๋องอยู่เสมอ ทั้งยังยุยงให้พระชายากับท่านอ๋องห่างเหินต่อกัน ช่างน่าสงสารพระชายา เลี้ยงงูพิษไว้ใกล้ตัวโดยไม่รู้อะไรเลย”

ดวงตาของซานซานบอกทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายใน ความเสียใจ ความริษยา ความเกลียดชัง จงฉวี่หลันหัวเราะออกมา ไม่คิดว่าเรื่องโกหกที่นางคิดขึ้นจะเป็นความจริง

“แต่ก็คงโทษใครไม่ได้ พระชายาโง่เขลาเอง หญิงโง่เขลาไม่เหมาะกับตำแหน่งสูงส่งเช่นนี้ ตอนนี้ท่านอ๋องโปรดปรานข้า อีกไม่นานตำแหน่งพระชายาที่นางครอบครองอยู่อาจจะไม่ใช่ของนางอีกต่อไป ส่วนเจ้าก็คงไม่มีโอกาสมาคอยยั่วยวนท่านอ๋องได้อีก”

 



จงฉวี่หลันกลับมาคอยที่ตำหนักของตนเองอย่างใจเย็น ไม่นานนักพระชายาผู้เย็นชาของแคว้นหยินก็มาที่ตำหนักนางพร้อมทั้งองค์หญิงซานซาน นางกำนัลและขันที

นางลุกขึ้นแสร้งทำหน้าตกใจ “พระชายาเสด็จมาถึงตำหนักหม่อมฉัน...”

นางพูดไม่ทันจบพระชายาก็แทรกขึ้นมา “ได้ยินว่าเจ้าบอกกับซานซานว่าท่านอ๋องหลงใหลในตัวเจ้านัก อีกไม่นานเจ้าจะได้ครอบครองตำแหน่งพระชายาแทนที่ข้า เจ้าเป็นหญิงต่างบ้านต่างเมืองคงไม่รู้ว่าที่นี่มีกฎระเบียบว่าของสตรีที่ลบหลู่พระชายาจะได้รับผลเช่นไร” หยี่เหยียนหันไปออกคำสั่งกับขันที “ลงโทษนางให้หลาบจำที่บังอาจดูหมิ่นเหยียดหยามข้าและองค์หญิง”

“พะยะค่ะพระชายา” ขันทีสองคนของพระชายาเข้ามาจับตัวนางไว้ นางกำนัลของพระชายามองนางด้วยแววตาเอาเรื่อง

จงฉวี่หลันพยายามดิ้นรนพอเป็นพิธี ปากก็ปฏิเสธเสียงสั่น “พระชายาคิดจะทำอะไร ไม่นะเพคะ! หม่อมฉันไม่ได้พูดเช่นนั้น องค์หญิงท่านเหตุใดต้องส่งร้ายข้ากับพระชายา”

“หุบปาก เจ้าพูดมันออกมาข้าได้ยินชัด มัวรออะไรอยู่ลงโทษนางให้หลาบจำได้แล้ว” ซานซานตวาด

เมื่อฝ่ามือของนางกำนัลของพระชายาปะทะใบหน้านางถึงสี่ครั้งติดจนเจ็บระบบไปทั่วใบหน้า อดีตสนมเอกจงฉวี่หลันก็สาบานกับตนเองว่าความเจ็บปวดครั้งนี้จะต้องได้รับการตอบแทนอย่างสาสม!

 พระชายากับคนของพวกนางจากไป จงฉวี่หลันก็รีบหอบเอาใบหน้าบวมช้ำของตนเองไปเข้าเฝ้าท่านอ๋องทันที เมื่อพบท่านอ๋องนางโผลเข้าหาอ้ายตี้ด้วยน้ำตาไหลอาบแก้ม ปากก็พร่ำอ้อนวอนปริ่มว่าจะขาดใจ

“หม่อมฉันถูกพระชายากับองค์หญิงซานซานลบหลู่ทั้งยังทำร้ายอย่างป่าเถื่อนทั้งที่ไม่ได้ทำสิ่งใดผิด นาง...ทำเช่นนี้ราวกับไม่เห็นท่านอ๋องในสายตา ท่านอ๋องเพคะได้โปรดคืนความเป็นธรรมให้กับหม่อมฉันด้วยเพคะ!

 


อ้ายตี้นั้นเมื่อมองสนมผู้งดงามของตนถูกลบหลู่เขารู้สึกเวทนานางและไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจยิ่งกว่าคือที่นางพูดออกมา

ไม่เห็นท่านอ๋องในสายตา

เขากำมือแน่น ถูกแล้วตลอดมาหยี่เหยียนล้วนไม่เห็นเขาในสายตา นางคงคิดว่าเพราะนางมีฐานะสูงส่งกว่าเขาไม่ว่าเขาจะเป็นเพียงชายไร้ฐานะหรืออ๋อง นางจึงไม่เคยสนใจ ไม่ไว้หน้าเขา เมื่อก่อนนางทำให้เขาดูไม่มีความสำคัญ ตอนนี้พอเขามีความสำคัญนางก็ทำเหมือนเขาไม่มีตัวตนสำหรับนาง

เขาประคองจงฉวี่หลันให้ลุกขึ้น กล่าวปลอบโยนนาง “ไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดการเรื่องนี้ให้เจ้าเอง”

นางร้องไห้ซบลงกับอกเขา “ตอนพระชายาเสด็จมาที่ตำหนักหม่อมฉันคิดว่าเพราะนางไม่พอใจที่ท่านอ๋องให้ความเมตตาหม่อมฉันมากกว่าใคร ในฐานะหญิงคนหนึ่งเรื่องเช่นนี้ย่อมเกิดขึ้นได้ แต่...แต่หม่อมฉันไม่คิดว่านางไม่ได้มาเพราะหึงหวง แต่นางมาเพราะคิดว่าตนเองสามารถทำอะไรกับใครก็ได้ทั้งนั้น ท่านอ๋องเพคะในอดีตหม่อมฉันเคยรับใช้หยินอ๋อง ที่นั่นท่านอ๋องเป็นใหญ่ที่สุดในแผ่นดิน หากเขาไม่สั่งไม่มีใครกล้าลงมือทำสิ่งใด แต่ที่นี่...ที่นี่ช่างแตกต่าง หม่อมฉันรู้สึกว่า...”

“รู้สึกว่าอะไร?

นางสะอื้นเบาๆ เงยหน้าขึ้นบอกเขา “หม่อมฉันรู้สึกว่าพระชายาไม่เห็นท่านอ๋องในสายตาเลยเพคะ”

 


หลังจากปลอบโยนสนมจงจนนางหยุดร้องไห้ ท่านอ๋องก็มุ่งตรงไปยังตำหนักของพระชายาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อท่านอ๋องไปถึงก็สั่งให้ข้ารับใช้ทั้งหมดออกไป เหลือเพียงท่านอ๋องกับพระชายา แม้แต่สนมฉือที่มาเข้าเฝ้าถวายพระพรพระชายาผู้เป็นหนึ่งในสนมคนโปรดก็ยังถูกสั่งให้ออกไป

ไม่มีใครรู้ว่าภายในตำหนักพระชายาเกิดอะไรขึ้นบ้าง รู้แต่เมื่อว่าท่านอ๋องจากมาพระชายานิ่งเงียบอยู่นาน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด ไม่มีน้ำตา แต่ก็ไม่มีรอยยิ้มเช่นกัน เมื่อนางเคลื่อนไหวอีกครั้งคือการเรียกหาขุนนางที่คอยสนับสนุนนางให้เข้าเฝ้า

ต่อมาขุนนางเหล่านั้นไม่ว่าท่านอ๋องจะเสนอสิ่งใดล้วนไม่สนับสนุน สร้างความไม่พอใจท่านอ๋องมากกว่าครั้งใด เขาถึงกับประกาศว่าจะปลดขุนนางทุกคนที่ขัดคำสั่งเขาออกจากตำแหน่งให้หมด

สถานการณ์ภายในแคว้นเริ่มตึงเครียด สถานการณชายแดนแคว้นอ้ายกับหยินก็เริ่มทวีความร้อนแรงเมื่อแคว้นหยินเริ่มจัดเตรียมกองทัพที่ใช้เวลาฝึกฝนมาหลายเดือน

 


เฟิงหลงอ่านข้อความในจดหมายที่ถูกส่งมาแล้วพับเก็บสีหน้าเต็มไปด้วยความพอใจกับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ผ่านมาหลายเดือนแล้วนับแต่เขาส่งสตรีทั้งสองไปที่แคว้นอ้าย ตอนนี้กองทัพของเขาได้เตรียมพร้อมแล้ว เหลือเพียงทุกอย่างที่แคว้นอ้ายเป็นไปดังที่เขาคาดไว้ เขาก็จะได้ยกทัพบุกพิชิตแคว้นอ้ายดังที่ตั้งใจไว้

เขายื่นมือไปแตะต้นไผ่ที่กำลังผลิใบสีเขียวสด ต้นไผ่ที่เขาดูแลอย่างดีมาตลอดหลายเดือน แววตาคมกล้านั้นอ่อนโยนลงเมื่อคิดถึงสตรีผู้ทำให้เขาทุ่มเททำสิ่งต่างๆ มากมาย เขาไม่รู้ว่าต้องรออีกนานเท่าใดนางจึงจะเข้าใจในสิ่งที่เขาได้พยายามบอกนางอย่างอ้อมๆ ตั้งแต่กลับจากบ้านของสือไท่ นางก็ยังไม่หยุดคิดจะหาชายาผู้เหมาะสมคู่ควรให้เขา เขาดีใจที่นางยังไม่พบสตรีผู้นั้น

เฟิงหลงหมุนตัวกำลังจะกลับตำหนักของตน พลันก็มีร่างของคนๆ ปรากฏกายขึ้น พร้อมกับถลาเข้ามาซบอกเขา

“ข้าได้ยินว่าท่านได้ขึ้นเป็นอ๋องแล้ว ข้าดูคนไม่ผิดเลยท่านช่างมีพลังชีวิตแก่กล้าไม่เหมือนคนธรรมดาทั่วไป ตำแหน่งอ๋องแคว้นหยินเหมาะกับท่านแล้ว”

เฟิงหลงก้มลงมองสตรีที่กำลังซบอยู่บนอกตน ก่อนจะใช้มือดันร่างของหยุ่นเหยาปีศาจจิ้งจอกสาวออกห่าง เขาปัดเสื้อที่มีรอยยับเล็กน้อยแล้วถามนาง “เจ้ามาทำอะไรที่นี่?

นางทำหน้าเศร้าเสียใจ “น่าเสียใจเสียนี่กระไรที่ปีศาจผู้งดงามเช่นข้าถูกไถ่ถามด้วยถ้อยคำเย็นชาเช่นนี้ เสียดายที่ตั้งแต่เราจากกันข้าเอาแต่คิดถึงท่านทั้งวันทั้งคืน ไม่คิดว่าท่านจะหลงใหลปีศาจน้อยตนนั้นจนหมดความสนใจในตัวสตรีเช่นข้า”

เขาหมดความสนใจในตัวนางตามที่นางพูดไม่ว่าตอนนี้หรือตอนนั้นเพราะไม่เห็นประโยชน์อันใดจะเสวนากับปีศาจจ้องจอกสาวตนนี้ เฟิงหลงตั้งใจจะเดินหนี นางก้าวมาขวางเขาเอาไว้ นางเปิดปกเสื้อนอกออกเล็กน้อยให้เขามองเห็นเนินอกอิ่มรำไร ถามเขาเสียงหวาน

“เจ้าไม่สนใจข้าจริงหรือ ปีศาจจิ้งจอกอย่างพวกเราขึ้นชื่อเรื่องความงดงามและเสน่ห์อันเลื่องลือ ไม่มีใครเมื่อพบเจอไม่หลงใหลข้า เหตุใดเจ้าเอาแต่ทำตัวเป็นพวกตัดแขนเสื้อหลงใหลบุรุษด้วยกันอยู่อีก”

เขามองนางแล้วเห็นด้วยกับที่นางพูด นางงดงามเปี่ยมเสน่ห์ชวนหลงใหล แต่ไหนแต่ไรเขาหาใช่ชายที่หลงใหลหญิงใดอย่างง่ายดาย จะมีก็เพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ น่าเศร้าใจที่นางยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

“เจ้ามายั่วยวนข้าเพื่ออะไร?

นางดึงเสื้อกลับเข้าที่เม้มปากทำท่าลังเล เดินไปนั่งบนม้านั่งใกล้ๆ แล้วบอกเขา “ความจริงข้าต้องการตบะพลังจากเจ้า แต่...ข้าก็อยากหาเรื่องทำด้วย เจ้าคงไม่รู้ว่าปีศาจอย่างพวกเรามีชีวิตอันยาวนานและน่าเบื่อหน่ายเพียงใด เพียงหลับตาก็คล้ายว่าเวลาผ่านไปนานแสนนานจนผู้คนที่เรารู้จักคุ้นเคยล้มตายไปนานแล้ว”

“เข้าเป็นใคร?

“เจ้าหมายถึงใคร?

“คนที่ทำให้เจ้ารู้สึกเบื่อหน่ายเกินทน”

นางมองเขานิ่ง “เจ้าอ่านใจปีศาจได้ด้วยหรือ?

“ไม่เลย เพียงแต่ข้ารู้สึกได้ว่าเจ้าอาจรู้สึกบางอย่างกับมนุษย์”

นางหลุบตาลงมองมือตนเอง เผยยิ้มจริงใจที่ไม่ใช่ยิ้มยั่วยวนที่นางพยายามแสดงให้เขาเห็น “ถูกแล้วข้าเคยมีคนๆ หนึ่งที่รู้จักคุ้นเคย คนที่อาจนับได้ว่าเป็นสหาย แต่เขาก็จากไปหลายปีแล้ว”

“เกิดอะไรขึ้นกับเขา?

ดวงตาที่มักฉายแววเจ้าเล่ห์ของนางปรากฏร่องรอยแห่งความอาลัยอาวรณ์แวบหนึ่งให้เขาเห็น นางเงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างใจลอย “เขาสิ้นอายุขัยดังเช่นที่มนุษย์ควรเป็น จากไปอย่างเงียบเชียบ เจ้าเองวันหนึ่งก็คงต้องเป็นเช่นนั้น”

“ข้ารู้แล้ว”

“แต่เจ้าก็ยังอดไม่ได้ที่จะหลงใหลปีศาจเช่นพวกเรา”

“คงเป็นเช่นเดียวกับที่เจ้าเคยหลงใหลมนุษย์ เราสองเผ่าพันธุ์ต่างไม่อาจปล่อยวางอีกฝ่าย”

นางเงยหน้าหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงสดใส “เจ้านอกจากมีพลังชีวิตน่าสนใจแล้วยังฉลาดเฉลียวไม่เบา ข้าเองเคยใกล้ชิดกับมนุษย์แต่นั่นก็นานมากแล้ว เป็นเพียงเรื่องในอดีตที่ข้าไม่อาจหวนกลับไม่ว่าต้องการเพียงใด ตอนนี้ปีศาจอย่างข้าก็มีแต่ต้องใช้ชีวิตต่อไปเท่านั้น ความจริงข้าควรเข้าสู่ภวังค์หลับใหลเพื่อสะสมตบะพลังเช่นปีศาจตนอื่น แต่ข้ายังไม่อยากทำเช่นนั้น ข้ายังมีตบะพลังไม่มากพอ เกรงว่าเมื่อหลับใหลนานเกินไปจะลืมทุกสิ่งทุกที่เคยเกิดขึ้น”

เฟิงหลงมองนางอย่างละเอียดถี่ถ้วน นางมีชีวิตมานานห้าร้อยปีแทนที่จะฝึกฝนสมาธิเพื่อสั่งสมพลังแต่เอาเวลามาอยู่ร่วมกับมนุษย์ นางช่างแตกต่างจากเจิ้งซีที่แทบไม่รู้จักมนุษย์และใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฝึกฝน แม้เจิ้งซีจะอยู่มายาวนานกว่าปีศาจสาวตนนี้มากก็ตาม

พอคิดถึงเจิ้งซีนางก็เดินยิ้มร่าเข้ามาพร้อมกับม้วนภาพในมือ นางเห็นปีศาจจิ้งจอกสาวแล้วชะงัก “เจ้า...”

หยุ่นเหยาถลาไปหาเจิ้งซีทำเช่นเดียวกับที่ทำกับเขา ซบหน้าลงบนอกนาง “คุณชายท่านคงจำข้าได้ แน่นอนต้องจำได้อยู่แล้ว ใครเล่าจะลืมปีศาจจิ้งจอกที่งดงามเปี่ยมเสน่ห์เช่นข้า ท่านคงคิดถึงข้ามาก”

เจิ้งซียกมือกอดอกแน่นถอยห่างจากอีกฝ่าย “อาจคิดถึงบ้างในฐานะที่เจ้าเป็นปีศาจตัวที่สองที่ข้าพบในรอบหลายร้อยปีเท่านั้น”

 “หลายร้อยปี ข้ามาคิดๆ ดูแล้วกลิ่นของเจ้าแตกต่างจากปีศาจทุกคนที่ข้าเคยพบ เจ้าเป็นปีศาจอะไรกันแน่?

“ข้าเป็นหงส์ไฟ”

“หงส์ไฟ!...ที่แท้เจ้าก็เป็นปีศาจหงส์ไฟที่มังกรเขียวตนนั้นกำลังตามหาอยู่”

“มังกรเขียว...” เจิ้งซีทำหน้านึกดูเหมือนนางจะลืมว่าที่คู่หมั้นนางไปแล้วจริงๆ ก่อนทำเสียงจดจำได้ “เจ้าหมายถึงหมิงฉวนนะหรือ?

“ใช่ ระหว่างเขาเดินทางไปทางตะวันออก ข้าพบเขาโดยบังเอิญ เขาบอกว่ากำลังตามหาว่าปีศาจหงส์ไฟตนหนึ่งที่หายตัวไปจากหุบผาหงส์ ที่แท้ก็เป็นเจ้านี่เอง”

นางยกมือตกหน้าผาก “ไม่คิดเลยว่าหมิงฉวนจะกำลังตามหาข้า สงสัยคงเพราะรับของกำนัลเขามาสองครั้งเขาจึงอยากได้คืน ข้าจะทำอย่างไรดีหากเขามา ข้าทำมันหายไปหมดแล้ว”

“ของกำนัล?

“อื้อ...” เจิ้งซีพยักหน้า “เขา...เขาบอกว่าอยากแต่งงานกับข้า จึงได้ให้ของกำนัลมาสองชิ้น”

หยุ่นเหยามองเจิ้งซีด้วยความริษยาอันไม่มีพิษภัย “เดี๋ยวนี้ทั้งปีศาจและมนุษย์ต่างเป็นพวกตัดแขนเสื้อกันหมดแล้ว น่าตายนัก! เสน่ห์ของข้าบัดนี้หมดสิ้นความหมายในสายตาพวกเขา”

เจิ้งซีมองหยุ่นเหยา “ไม่เลย สำหรับข้าเจ้ายังงดงามเปี่ยมเสน่ห์ หากว่าแบบเจ้าหมายถึงงดงาม”

หยุ่นเหยาหยุดคร่ำครวญ ขยับเข้าไปใกล้เจิ้งซี “เจ้าปากหวานเหลือเกิน ดีกว่าพวกเขามากมาย ว่าแต่เจ้ามาอยู่ที่นี่กับเขา หากให้ข้าเดาเจ้าคงตกหลุมรักมนุษย์จึงทิ้งมังกรเขียวที่น่าสงสารตนนั้นแล้วหนีตามเขามา”

“หา?” เจิ้งซีทำหน้าสับสนไม่เข้าใจอย่างแท้จริง “ข้าไม่ได้หนีตามเขามา ข้าถูก...”

เฟิงหลงไอออกมาเบาๆ เจิ้งซีมองเขาแล้วทำหน้าขัดเคือง

“เจ้าอะไร? หรือว่าเจ้า...” หยุ่นเหยาเหลือบมองเขา “ล่อลวงให้เขาหลงใหลจนพาเจ้ามาที่นี่”

เจิ้งซีพึมพำคำว่า ล่อลวง แล้วเงยหน้ามองฟ้าทำหน้าขบคิดอย่างหนัก นางอาจไม่เข้าใจความหมายของคำว่าล่อลวงที่หยุ่นเหยากล่าวด้วยซ้ำ บางทีนางอาจจะคิดว่าล่อลวงกับหลอกลวงนั้นมีความหมายเดียวกัน

หยุ่นเหยามองม้วนภาพในมือเจิ้งซีแล้วถือวิสาสะดึงมาเปิดออกดู จากนั้นก็เบิ่งตามองหน้าเจิ้งซีสลับกับภาพแล้วอุทาน “เจ้าให้คนวาดภาพเจ้าตอนสวมชุดสตรี หงส์ไฟน้อยเจ้านับว่ามีความคิดอ่านล้ำลึกแต่ชายอย่างไรก็เป็นชาย เขาชื่นชอบเจ้าที่เป็นชายไม่ใช่หญิง ข้าคิดว่าเจ้าไม่จำเป็นต้องพยายามมากมายถึงเพียงนี้ ไม่ต้องยั่วยวนให้เขาหลงใหล ข้าแน่ใจว่าเขาแล้วถึงอย่างไรในอนาคตก็คงไม่คิดละเลยเจ้า”

“ใครบอกเจ้าข้าว่าเป็นชาย ข้าตั้งแต่วันที่ฟักออกจากไข่สามพันเจ็ดร้อยกว่าปีก็เกิดมาเป็นหญิงมาตลอด อีกอย่างภาพนี้ไม่ใช่ของข้า เป็นภาพของเฟิงหลงให้ข้ามาต่างหาก”

หยุ่นเหยากวาดตามองเจิ้งซีใหม่อีกถึงสองรอบเต็มๆ ก่อนจะหัวเราะคิกคักด้วยน้ำเสียงโล่งอกโล่งใจ “ข้าคิดแล้ว ใบหน้าเช่นนี้ของเจ้าไม่น่าจะมีบุรุษคนใดได้ครอบครอง ที่แท้เป็นข้าเข้าใจผิดอยู่ตั้งนาน” จากนั้นนางก็เหลือบมองเขาด้วยแววตาเจ้าเล่ห์ ค่อยๆ เยื้องย่างมาหาเขาอีกรอบ “อา...ดูเหมือนไม่ใช่ปีศาจล่อลวงมนุษย์ แต่เป็นมนุษย์ที่พยายามล่อลวงปีศาจ ร้ายกาจ...ร้ายกาจยิ่งนัก”

เฟิงหลงทำเป็นไม่ได้ยิน

หยุ่นเหยาก้มลงถามเขา “ข้าควรบอกนางหรือไม่ว่าเจ้าหลงใหลใฝ่ฝันปีศาจหงส์ไฟเช่นนางจนแทบโงหัวไม่ขึ้น”

เขาสะกดรอยยิ้มเอาไว้ “เรื่องนี้หากเจ้าคิดจะยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยว ข้าจะไม่ให้อภัยเจ้าต่อให้เป็นปีศาจก็ตาม”

ใกล้กันนั้นเจิ้งซีมองภาพแล้วถอนใจเสียงดังทั้งยังกลัดกลุ้ม “หญิงผู้นี้เป็นลูกเต้าเหล่าใครกันนะ?

หยุ่นเหยานิ่วหน้าก่อนจะมองเขาอย่างเวทนาเล็กน้อย นางแตะไหล่เขา “แต่นาง...เจ้าแน่ใจหรือว่าในร้อยปีนี้เจ้าจะทำให้นางรู้ว่าเจ้ารู้สึกอย่างไรกับนาง”

“ข้าแน่ใจ”

“มนุษย์ที่มีความรักล้วนโง่งมงาย”

เขาลดสายตาลงมองใบหน้านาง “เช่นเดียวกับปีศาจ เจ้าเองหากไม่เข้าสู่ภวังค์เพื่อฝึกฝนสร้างตบะก็จะต้องสูญสลายไปในที่สุด เรื่องนี้เจ้ารู้ดี แต่เจ้ายังไม่อาจตัดใจทำเช่นนั้นได้เพราะเกรงว่าจะลืมคนผู้หนึ่งไปจากใจ หากพูดถึงความโง่เขลาทุกเผ่าพันธุ์ล้วนแต่เท่าเทียมกัน”

            นางทอดถอนใจ “นั่นสินะ”

 



            ปีศาจจิ้งจอกจากไปด้วยรอยยิ้มลึกลับเป็นปริศนา เจิ้งซีไม่สนใจนางอีก นางส่งภาพให้เฟิงหลง

“ข้าตั้งใจจะถามเจ้ามาหลายวันแล้ว นางเป็นใคร?

“ทำไมหรือ?

“เพราะในบรรดาว่าที่ชายาเจ้าทั้งหมด นางเป็นเพียงคนเดียวที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ไม่รู้ว่าเป็นลูกเต้าเหล่าใคร ในเมื่อภาพนี้เจ้าให้มาข้าจึงคิดว่าเจ้าน่าจะรู้”

“เจ้าไม่รู้จริงหรือ?

นางยกมือลูบหน้า “ความจริงอี๋เป่า ม่านเหวินกับสุ่ยเจินบอกว่าหญิงในภาพหน้าตาเหมือนข้า ปีศาจจิ้งจอกเมื่อสักครู่ก็บอกว่าเหมือน...” เจิ้งซีช้อนสายตาขึ้นมองเฟิงหลง “...เสี่ยวเฟิงคงไม่ใช่เจ้าวาดภาพข้าเพราะตกหลุมรักผู้อาวุโสใช่หรือไม่?

อยู่ๆ ใบหน้าของเฟิงหลงก็ค่อยๆ แดงก่ำอย่างไม่เคยเป็น!

เจิ้งซีก้าวถอยหลังไปสองก้าว นางรีบบอก “เฟิงเอ๋อร์ข้าล้อเล่นเท่านั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องโกรธเคืองถึงเพียงนี้”  

“เจ้านี่...” เขาทำหน้าเอือมระอา เอื้อมมือออกมากระชากนางเข้าไปในอ้อมแขนกอดรัดไว้แน่นจนนางแทบหายใจไม่ออก ก่อนจะก้มหน้าลงมาหา จังหวะนั้นนางกำนัลห้องเครื่องสองคนก็โผล่มาพร้อมผลท้อในชามหลายผล

“คุณชายเสี่ยวซีพวกเรา...”

พวกนางมองนางที่อยู่ในเฟิงหลงแล้วทำหน้าตกใจ ทั้งสองละล่ำละลักบอกพร้อมยกมือปิดหน้าทำเอาผลท้อในมือหลุดกระเด็นไปคนละทิศละทาง “พะ...พวกเราไม่เห็นอะไรทั้งนั้น ไม่เห็นเลยเพคะ!

นางรีบผละออกห่างจากเฟิงหลง ปัดเสื้อผ้าวุ่นวาย มองผลท้ออย่างเสียดายแล้วจึงหันไปบอกกับนางกำนัลทั้งสองด้วยเกรงจะเข้าใจผิดเหมือนปีศาจจิ้งจอกทำให้ชื่อเสียงของเฟิงหลงเสื่อมเสีย “เมื่อสักครู่ข้ากับศิษย์พี่ใกล้ชิดกันในฐานะศิษย์พี่ศิษย์น้องเท่านั้น รวมถึงการนอนอยู่ด้วยกันทุกคืนในตำหนักข้าก็เช่นเดียวกัน เขาก็แค่...แค่ห่วงใยข้าเท่านั้น พวกเจ้าอย่าคิดมากเลย”

“นอนอยู่ด้วยกัน...” นางกำนัลน้อยพึมพำออกมามองนางกับเฟิงหลงตาโตเท่าไข่ห่าน

ด้านหลังนางไม่เข้าใจเหตุใดเฟิงหลงจึงต้องถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้ม?

 

หลังจากนั้นไม่นานข่าวว่าท่านอ๋องไม่สนใจรับหญิงใดเป็นชายาเป็นเพราะเขาหลงใหลศิษย์น้องของเขาอย่างยิ่งก็แพร่สะพัดไปยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ทำเอาเหล่าขุนนางต่างนำเรื่องนี้มาหารือเร่งด่วนว่าจะทำอย่างไรให้ท่านอ๋องไม่หลงใหลศิษย์น้องมากไปกว่านี้!





___________________________________________________________

ช่วงนี้ทั้งยุ่งทั้งขี้เกียจ กินๆ นอนๆ 5555 (สงสัยติดเชื้อจากเจิ้งซี)


ใช่ค่ะ ปะป๋าไม่ถือเรื่องอายุ ปะป๋าเลยคิดว่าลูกชาย (ที่ยังไม่ปฏิสนธิ) คงไม่ถือเช่นกัน อิอิ


ขอบคุณที่ติดตามค่า

ณ เชิงดอย

   

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 411 ครั้ง

891 ความคิดเห็น

  1. #727 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 21:31
    คิดว่าจะรู้ตัวแต่ก็ไม่สมเป็นเจิ้งซีจริงๆ
    #727
    0
  2. #511 waaxq (@kwangbaby) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 02:31
    เอ็นดู 5555555555555555 ซื่อบื้อ แต่โคตรน่ารักเลย
    #511
    0
  3. #510 Naritsara2528 (@Naritsara2528) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 22:21

    ไม่รุ้จะพูดยังไงดีกะนกตัวนี้ รีบกินนกเถอะเฮีย นกจะได้ฉลาดสักที5555
    #510
    0
  4. #507 ilovejaebum (@ilovejaebum) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 19:59

    เมื่อไหร่เจิ้งซีจะรู้อะ อยากเห็นฉากหวานๆแล้วว
    #507
    0
  5. #506 satam1979 (@satamsomtua) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 19:59

    55555เป็นข่าวดังเลยทีนี้
    #506
    0
  6. #505 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 19:22
    สงสารเฟิงหลงอ่ะ เจ้ซี!!! แก้ตัวยังไงให้ไฟลามทุ่งขนาดนี้ 555
    #505
    0
  7. วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 15:16
    เจ๊จิ้งจอกก็น่าสงสารนะ แต่พญานกน่าสงสารกว่า55555
    #504
    0
  8. #503 กลิ่นจันทร์ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 15:08

    55++ เปลี่ยนชื่อเรื่องเป็นพญานกอยากกินเจ๊นกแสนซื่อ(บื้อ)ดีไหมคะไรท์ 55ชอบๆๆๆ ชอบเรื่องเน้

    #503
    0
  9. #502 mooda (@mooda) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 14:38
    ประมาณว่าลูกขายจะดำเนินตามรอยพ่อ ชอบผู้หญิงอายุมากกว่านะคะไรท์
    #502
    0
  10. #501 goldenage (@goldenage) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 14:34
    สงสารพระเอกมาก เจ้าเล่ห์แสนกลยังไงก็แพ้ทางคนซื่อ 5555
    #501
    0
  11. #500 Aemie (@tharay_m) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 14:29
    เฮ้อออ เอ็นดูเฟิงเอ๋อร์
    #500
    0
  12. #499 Pat In (@opianc) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 13:57
    รอนะคะ
    #499
    0
  13. #498 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 13:32
    ขุนนางพวกที่ต่อสู้มากับท่านอ๋องล้วนเป็นพวกคนดีคงไม่คิดยุ่งเกี่ยวกับวังหลังเราว่าท่านอ๋องน่าจะประกาศให้ทราบว่าไม่ต้องการความภักดีโดยการรับสตรีเข้าวังแต่ต้องการความภักดีด้วยใจและความสามารถมากว่ามีเมียมากก็มากความตัวอย่างมีให้เห็นกับอ๋องที่ผ่านมาและอ๋องต่างแคว้นที่โดนทำลายจากสตรีทั้งสิ้นแบบนี้ขุนนางคงไม่กดดันเรื่องเมียให้อีกถึงจะมีเมียคนเดียวก็ตาม
    #498
    0
  14. #497 siranyaa_jeen (@siranyaa_jeen) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 12:47

    ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆ
    #497
    0
  15. #496 Moo-Many (@Moo-Many) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 12:25

    เค้ารู้กันจนหมดบ้านหมดเมืองล่ะ เสี่ยวซียังใสใสอยุ่เลย555 สงสารเสี่ยวเฟิง พ่อพญานก นกอีกนาน

    #496
    0
  16. #495 miff77 (@miff77) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 12:05
    อ่านเรื่องนี้ยิ้มทั้งวัน
    #495
    0
  17. #494 popeye1a (@popeye1a) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 12:03
    เมื่อไหร่ยัยซีจะรู้ตัววววว โอ้ยเพลียแทนเสี่ยวเฟิง5555
    #494
    0
  18. #493 SupachaneeVichit (@SupachaneeVichit) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 11:46
    น่ารักกกก
    #493
    0
  19. #492 Angun1998 (@angunpraio) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 11:37
    ขอญาตตบนางกำนัลได้มั้ยคะ ว้อยยยย คนหรือสก็อตไบท์ ขัดเก่ง!!!
    #492
    1
    • #492-1 (@sarok147) (จากตอนที่ 15)
      17 สิงหาคม 2562 / 19:49
      55555555 ขำๆ มุกนี้ได้ ชอบๆ
      #492-1
  20. #491 meechan2 (@meechan) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 11:08

    หมดกันฮาซี..ยิ่งพูดยิ่งไปกันใหญ่..อาเฟิงจับถลกหนังอาซีเลยดิ..แหม!มันหมั่นเขี้ยวนัก..
    #491
    0
  21. #490 PiyaaRr (@PiyaaRr) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 11:07
    น่าสงสารเสี่ยวเฟิง เขินจนหน้าแดงแต่ถูกเข้าใจผิดว่าโกรธนี่มันอนาถมาก เสี่ยวซีนี่ซื่อบื้อเกินเยียวยาแล้ว
    #490
    0
  22. #489 Aum110440 (@Aum110440) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 11:02

    555+ ซักสงสารเสี่ยวเฟิงขึ้นมาแล้วล่ะ ตั้งนานแล้วเสี่ยวซียังไม่รุตัว เฮ้อ!!!
    #489
    0
  23. #488 memolunla (@memolunla) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 10:58
    55555555555

    อ่านแล้วขำก๊ากได้ทุกตอน
    สงสารเฟิงหลงจริงๆ

    ขนาดนางจิ้งจอกยังไม่แน่ใจว่าร้อยปีเสี่ยวซือจะเก็ทไหม
    #488
    0