ฮองเฮาปีศาจแห่งราชวงศ์โจว

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 13 หมั้นหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,952
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 525 ครั้ง
    14 ส.ค. 62


ตอนที่ 13 หมั้นหมาย



 

“ท่านอ๋องไม่ได้เสด็จมาหาหม่อมฉันที่ตำหนักหลายวัน ในวังมีสนมอยู่มากมาย หม่อมฉันอดคิดไม่ได้ว่าทรงลืมหม่อมฉันไปแล้ว น่ายิ่งดียิ่งนักเพคะที่ไม่เป็นเช่นนั้น”

บนเตียงภายในตำหนัก ตงเหม่ยเอนกายซบบนร่างของท่านอ๋องช้าๆ แสร้งตัดพ้อต่อว่าเล็กน้อยไม่ให้มากมายจนเกินไปจนทำให้เขารำคาญแต่ก็ไม่ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไร บุรุษส่วนใหญ่ล้วนต้องการรู้สึกว่าตนเองยิ่งใหญ่และมีความสำคัญยิ่งยวด ไม่ว่าสูงส่งหรือต่ำต้อยทุกคนล้วนมีจุดอ่อนเหมือนกัน

ท่านอ๋องยกแขนโอบไหล่นาง “เจ้างดงามชวนหลงใหลเพียงนี้ข้าจะลืมเจ้าได้อย่างไร ต่อให้มีสนมอีกนับสิบคน ข้าก็ไม่ลืมความงดงามของเจ้า”

นางช้อนสายตาขึ้นมองเขาอย่างออดอ้อน “ความงดงามของหม่อมฉันมีไว้เพื่อท่านอ๋องเท่านั้นเพคะ”

“เจ้าช่างปากหวานยิ่งนัก” ท่านอ๋องยกมือขึ้นลูบแก้มนาง เขาเป็นชายที่มีหน้าตาคมคายผู้หนึ่ง บทรักบนเตียงนับว่าไม่เลว การอยู่กับเขาไม่ใช่เรื่องเลวร้าย ยิ่งคิดถึงสิ่งที่นางจะได้รับต่อให้เขาเป็นชายอัปลักษณ์นางก็ไม่สนใจ  

นางซบหน้าลงบนอกกว้าง “ท่านอ๋องคือชายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแคว้นอ้าย ชีวิตหม่อมฉันอยู่ในกำมือท่านอ๋องเพคะ”

“ยิ่งใหญ่ที่สุดในแคว้นอ้าย...” เขาบิดยิ้มเย้ยหยัน ลดมือลงไล้ริมฝีปากนาง “เจ้าพูดได้ดี ไม่ผิดตอนนี้ข้ายิ่งใหญ่ที่สุดในแคว้นอ้าย นอกจากข้าไม่มีผู้ใดมีอำนาจมากกว่า”

“เพคะ” นางเอื้อมมือออกไปหยิบสุรารินส่งให้ท่านอ๋อง “ได้ยินว่าท่านอ๋องส่งทหารไปตีเมืองจวี๋ฮวาของแคว้นหยิน” ด้วยเกรงว่าจะทำให้ท่านอ๋องไม่พอใจนางจึงไม่ได้พูดต่อว่าการรบครั้งนี้กองทัพของแคว้นอ้ายพ่ายแพ้ให้กับแคว้นหยิน

ท่านอ๋องก้มลงมองนางด้วยแววตาระมัดระวังขึ้นมาทันที “ไม่คิดว่าเจ้าสนใจเรื่องนี้ด้วย”

นางไม่หลบตา การหลบตาเป็นการแสดงพิรุธคนอย่างนางไม่เคยเผยพิรุธ “เพคะ ท่านอ๋องคงไม่ลืมว่าอดีตสามีหม่อมฉันต้องตายอย่างอนาถเพราะทหารแคว้นหยิน หม่อมฉันพอได้ยินว่าท่านอ๋องจะบุกแคว้นหยินจึงอดรู้สึกยินดีไม่ได้ที่จะได้เห็นพวกเขาย่อยยับในพริบตา”

ความเคลือบแคลงระมัดระวังหายไป “ข้ารู้ว่าเจ้าโกรธแค้นพวกเขายิ่งนักที่ทำลายชีวิตเจ้า ไม่ต้องห่วงครั้งนี้แม้เราจะตีเมืองจวี๋ฮวาไม่ได้เพราะทหารเกิดความอ่อนล้ามีโรคระบาด แต่ข้าจะจัดการตีเอาเมืองอื่นของแคว้นหยินมาเป็นของแคว้นอ้าย ทำให้พวกเขาย่อยยับในไม่ช้า”

“เพคะ ท่านอ๋องฉลาดปราดเปรื่อง หม่อมฉันเชื่อว่าท่านอ๋องทำได้พิชิตแคว้นหยินที่กำลังสับสนวุ่นวายเปลี่ยนถ่ายอำนาจ พวกเขาอ่อนแอยิ่งนักคงไม่มีทางสู้กองทัพของท่านอ๋องได้”

ท่านอ๋องฟังคำเยินยอของนางอย่างพอใจ “เจ้าช่างพูดจาน่าฟัง อยู่กับเจ้าแล้วข้ารู้สึกสบายใจขึ้นมาก ดี...พรุ่งนี้ข้าจะให้คนนำรางวัลมาให้เจ้า เป็นกำไลหยกชิ้นหนึ่งที่ทุกคนล้วนอยากครอบครอง แต่เจ้าสร้างความชอบทำให้ข้าพอใจ ข้าจึงยกมันให้เจ้า”

นางเก็บซ่อนความละโมบเอาไว้ ลุกขึ้นคุกเข่าก้มศีรษะจรดพื้น “ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ”

ท่านอ๋องรั้งนางเข้าไปหา ริมฝีปากคู่นั้นลดลงมาหานาง ตงเหม่ยใช้ทุกสิ่งที่ได้เรียนรู้มาในอดีตปรนเปรอให้กับท่านอ๋องอย่างทุ่มเท แต่หลังจากความร้อนแรงผ่านพ้นไปท่านอ๋องกลับเอาแต่นอนนิ่งท่าทางเหม่อลอยคล้ายมีเรื่องบางอย่างที่คิดไม่ตก 

นางสังเกตว่าอ้ายอ๋องเป็นเช่นนี้บ่อยครั้ง จึงแสร้งกระซิบถามเสียงหวาน “ท่านอ๋องมีสิ่งใดไม่สบายใจหรือเพคะ หากหม่อมฉัน...”

“เจ้าช่างห่วงใย แต่เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เจ้าจะจัดการได้ สนมรักนอนเสียเถิด อย่าลืมว่าพรุ่งนี้มาของขวัญล้ำค่ารอเจ้าอยู่” เขาบอกนางแล้วนิ่งเงียบไป

นางแสร้งทำเป็นหลับ ภายในใจครุ่นคิดถึงสิ่งที่เคยได้ยินมาว่าในอดีตท่านอ๋องมักถูกพระชายาและเหล่าขุนนางกดดันเรื่องชาติกำเนิดเสมอเพราะเขาได้ตำแหน่งอ๋องมาจากการแต่งงานกับองค์หญิงแคว้นอ้าย ตัวเขาเป็นเพียงญาติห่างๆ ไร้ฐานะที่อดีตอ๋ององค์ก่อนเลี้ยงเอาไว้รับใช้ในวัง ในอดีตตอนอดีตอ๋องแคว้นอ้ายยังอยู่ อ้ายตี้ไร้ความหมายไม่มีใครเห็นหัว อดีตอ๋องสิ้นไปเขาจึงเริ่มมีอำนาจขึ้นมาปกครองแคว้นอ้ายด้วยตนเองแทนที่จะอยู่ภายใต้เงาของพระชายาและเหล่าขุนนางเหมือนในอดีต

บางทีข่าวลือเหล่านี้อาจเป็นความจริง นี่อาจเป็นเหตุผลว่าเหตุใดเขาจึงไม่ค่อยใส่ใจพระชายาผู้สูงส่งนัก ส่วนสตรีผู้นั้นที่นางเคยพบหน้าไม่กี่ครั้งก็แสนจะเย็นชาห่างเหิน ใครเล่าจะอยากให้สตรีมีอำนาจเหนือกว่าตนเอง ใครเล่าอยากมองสตรีที่จะคอยย้ำเตือนให้รู้สึกถึงความต่ำต้อยของตนเอง

นางไล้มือไปตามอกกว้าง ริมฝีปากคลี่ยิ้ม พรุ่งนี้นางอาจไปเข้าเฝ้าพระชายาเพื่อจะได้ลองหยั่งเชิงดูว่าแท้จริงแล้วเป็นหญิงผู้นั้นมีนิสัยเช่นไร นางห่างเหินเย็นชากับท่านอ๋องพระสวามีจริงหรือไม่ หรือแค่แสร้งเล่นละครตบตาทุกคน

 



“นี่คือภาพวาดของคุณหนูตระกูลหวางนามมู่ตั๋น นางเป็นบุตรสาวของเจ้าเมืองกวานเยี่ยนขอรับ อย่างที่เห็นในภาพนางเป็นสตรีที่หน้าตางดงามอ่อนหวาน แม่สื่อส่งจดหมายมาด้วยบอกว่านางมีความสามารถในการเล่นพิณได้ล้ำเลิศเหนือใคร นางนับว่าน่าสนใจ”

เจิ้งซีรับภาพวาดบุตรสาวเจ้าเมืองตงไห่มาพิจารณาแล้วเห็นด้วยกับอี๋เป่าว่านางเป็นสตรีที่งดงามผู้หนึ่ง แต่...

“ข้าว่านางดูอ่อนแอเกินไป ไม่เหมาะกับศิษย์พี่ของข้า”

อี๋เป่ายกมือเกาหัว “คุณชายรู้ได้อย่างไรขอรับว่านางอ่อนแอ ข้าดูไม่ออกเลย”

นางถอนใจอี๋เป่าช่างดูคนไม่เก่งเอาเสียเลย เจิ้งซีชี้ไปที่แววตา “แววตานางดูอ่อนหวานอ่อนโยนเกินไปจนกลายเป็นอ่อนแอ ซ้ำริมฝีปากนี่ก็ยังใช้ไม่ได้” หากเลือกเอาสตรีอ่อนแอมาเป็นพระชายาเฟิงหลง หญิงคนนั้นคงน่าเวทนายิ่งนักที่ต้องมาอยู่กับคนเฉยชาเช่นเขา เกรงว่าไม่ทันครบปีคงตรอมใจตายไปเสียก่อน

อี๋เป่าก้มหน้าลงมามองใกล้ๆ แล้วเริ่มคล้อยตาม “คุณชายเสี่ยวซีช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก”

เจิ้งซียิ้มกว้าง “เอาล่ะ คนต่อไป”

ม่านเหวินกับสุ่ยเจินที่มาช่วยนางวิจารณ์สาวงามหยิบภาพวาดสาวงามอีกภาพขึ้นมาส่งให้นาง “นี่เป็นภาพวาดของคุณหนูเหยียนหลิงตี้บุตรสาวใต้เท้าเหยียนเจ้าค่ะ”

“ประเสริฐ! คุณหนูเหยียนผู้นี้ดูไม่เลว หน้าตางดงามหมดจด ดวงตาเป็นประกายแจ่มใส รอยยิ้มอ่อนหวานแต่แฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง ไม่เลวๆ” นางหยิบจดหมายแนะนำตัวหลิงตี้ขึ้นมาอ่านแล้วสะดุ้ง โอ้...ดูเหมือนคุณหนูเหยียนผู้นี้จะชื่นชอบอาหารที่ปรุงจากสัตว์ปีกมากที่สุดโดยเฉพาะนก เฟิงหลงเองตอนเมาสุราก็ชอบกินนกเช่นกัน เลือกคนทั้งสองมาอยู่ด้วยกันชีวิตนางคงไม่ปลอดภัย นางกระแอมกระไอก่อนบอกพวกเขา “...เสียอย่างเดียว” 

“อะไรหรือขอรับ/เจ้าคะ” ทั้งอี๋เป่า ม่านเหวินกับสุ่ยเจินถามขึ้นพร้อมกัน

“นางดูเอ่อ...มือนาง...เล็กเกินไป มือเล็กเช่นนี้ดูไม่สง่างามสมฐานะพระชายาของท่านอ๋อง เลือกนางมาเราอาจถูกตำหนิได้ เอาล่ะคนต่อไป...”

ทั้งสามคนเลือกเอาบุตรสาวขุนนางกับชนชั้นสูงมาอีกนับสิบคน แต่เจิ้งซียังไม่เห็นว่ามีใครเหมาะสมกับเฟิงหลงสักคน พวกนางล้วนมีข้อเสียมากกว่าข้อดี ไม่สูงไปก็ผอมไป ไม่คล้ำไปก็ขาวไป เจิ้งซียกมือตบหน้าผาก ไม่คิดว่าการเลือกชายาให้เจ้าเด็กนั่นจะยากกว่าที่นางคิดไว้ นางเคยคิดเสมอว่าตั้งแต่เด็กเขาก็เป็นคนช่างเลือกพิถีพิถันเกินไป สงสัยหลังจากหลายปีที่รู้จักเขา เขาคงถ่ายทอดความช่างเลือกนั้นมาให้นางด้วย 

สุ่ยเจินหยิบภาพสุดท้ายขึ้นมาคลี่ออก เจิ้งซีมองหญิงในภาพที่กำลังยื่นอยู่ริมหน้าผาในชุดสีแดงสดเหม่อมองบางสิ่งที่อยู่ไกลสุดสายตา จิตรกรได้วาดให้เห็นเพียงใบหน้าบางส่วนของหญิงผู้นี้แต่ก็มองเห็นความหมดจดได้รูป แต่ขณะเดียวกันก็ดูลึกลับซับซ้อน นางยื่นมือออกไปไล้เส้นผมผมยาวสยายสีดำสนิทของหญิงในภาพ ทั้งชุดและเส้นผมคล้ายกำลังปลิวไสวล้อกับสายลมราวกับนกที่กำลังสยายปีกเตรียมโบยบิน

เจิ้งซีนิ่วหน้า “หญิงผู้นี้ดูคุ้นตาคล้ายเคยเห็นมาก่อน นางเป็นลูกเต้าเหล่าใครกัน?

พวกเขาทั้งสองมองภาพแล้วจ้องมาที่นางเป็นตาเดียว

นางยกมือลูบปลายคาง “อี๋เป่า...”

อี๋เป่าไอเบาๆ “เอ่อ...ข้าเองก็ไม่รู้ขอรับว่านางเป็นใคร มีชื่อเสียงว่าอย่างไร รู้แต่ว่าท่านอ๋องให้ส่งมารวมกับภาพสาวงามทั้งหมด”

เจิ้งซีนิ่วหน้า หรือว่านี่จะเป็นสตรีที่เฟิงหลงพึงใจผู้นั้น?

“นางเป็นใครกันนะ?” นางพึมพำ

สุ่ยเจินเหลือบมองหน้านางแล้วหน้าแดงซ่าน “คุณชายเอ่อ...ไม่คิดว่าหน้าตาของหญิงในภาพเหมือนท่านหรือเจ้าคะ”

“ข้า?” นางชี้หน้าตนเอง

“อื้อ” พวกเขาสามคนพยักหน้าพร้อมกัน

นางยกมือแตะแก้ม หัวเราะอย่างขบขัน “พวกเจ้าล้อข้าเล่นแล้ว นางจะเหมือนข้าได้อย่างไร ข้าเป็น...” นางกำลังจะบอกว่าปีศาจ แต่คิดได้ว่าพวกเขาไม่ควรรู้ เจิ้งซีจึงพูดต่อ “...เป็นชายผู้หนึ่ง”

“บางทีนางอาจเป็นพี่สาวหรือญาติของท่าน” ม่านเหวินเดา

“ข้าไม่มีพี่สาว ญาติก็ไม่ดี” ตั้งแต่ถือกำเนิดนางก็อยู่ตัวคนเดียวมานานแสนนาน “ช่างเถิดๆ พวกเจ้าคงดูภาพสาวงามจนตาลาย วันนี้เราพอแค่นี้พรุ่งนี้เราค่อยมาช่วยกันเลือกต่อ เอาล่ะ...วันนี้ไปพักผ่อนได้แล้ว”

เจิ้งซีเอ่ยปากไม่นานพวกเขาก็แยกย้ายกันไปพักผ่อน นางจึงไปหาเฟิงหลงตั้งใจจะเอาไปถามเขาให้รู้เรื่องว่าหญิงคนนี้เป็นใคร

แต่...พอไปถึงเฟิงหลงก็ออกมารอนางอยู่หน้าตำหนัก

“วันนี้ข้าจะพาเจ้าไปมอบของหมั้นให้คนผู้หนึ่ง เรารีบไปกันเถิด”

 



“พระชายาเพคะ สนมฉือมาเข้าเฝ้าเพคะ”

หยี่เหยียนที่กำลังเล่นกับนกในกรงสัตว์เลี้ยงของนางแปลกใจที่สนมผู้นั้นอยากพบนาง นางลุกขึ้นเดินไปนั่งที่โต๊ะน้ำชา “ให้นางเข้ามา”

ฉือตงเหม่ยก้าวเข้ามาพร้อมด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานงดงาม “ถวายพระพรพระชายาเพคะ”

นางมองอีกฝ่ายนิ่งอย่างประเมินท่าที ก่อนจะทำมือให้ลุกขึ้น “เจ้ามาหาข้าถึงตำหนักมีเรื่องอะไร?

ตงเหม่ยยิ้ม “ไม่มีอะไรเพคะ หม่อมฉันแค่อยากร่วมดื่มชากับพระชายาเท่านั้น”

นางไม่เชื่อว่าจะมีเท่านี้ หยี่เหยียนเก็บซ่อนความสงสัยไว้ผายมือให้ตงเหม่ยนั่งแล้วให้นางกำนัลยกน้ำชามาให้

ตงเหม่ยหลังจากจิบชาก็เอ่ยปาก “ตั้งแต่หม่อมฉันเข้าวังมาก็ได้รับความเมตตาจากท่านอ๋องไม่น้อย เรื่องนี้คงเพราะความใจกว้างของพระชายาที่เปิดโอกาสให้หม่อมฉันได้มีโอกาสได้ถวายการรับใช้ ความจริงหม่อมฉันเองอยากมาเข้าเฝ้าพระชายานานแล้วแต่ไม่มีโอกาส หวังว่าพระชายาจะไม่ถือสา” มือบอบบางเลื่อนไปกุมที่กำไลหยกชิ้นงาม

นี่คือเป็นกำไลหยกที่มีคนบอกว่าท่านอ๋องให้นำนำไปมอบให้สนมฉือเมื่อเช้าหลังจากนางถวายการรับใช้เป็นที่พอใจเมื่อคืน

อ้ายตี้มีสนมมากมาย ในราชสำนักทุกคนล้วนยกย่องที่นางมีจิตใจกว้างขวางดุจแม่น้ำ ใครเล่าจะเข้าใจความรู้สึกนางอย่างแท้จริง ต้องมองดูชายที่นางรัก คนที่นางเลือกมาเป็นสามีด้วยตนเองแปรเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ เขาหลงใหลในอำนาจ มองไม่เห็นนางที่คอยสนับสนุนเขามานานหลายปีก่อนเขาจะได้รับตำแหน่งอ๋อง เมื่อเขาได้เป็นใหญ่ เขาแทนที่จะดีกับนางกลับคิดว่านางรวมหัวกับขุนนางเหยียดหยามเขาลับหลัง ทำให้นางช้ำใจด้วยการรับหญิงมากมายหลายคนเป็นสนม คนแล้วคนเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า นางไม่เคยปริปากเรื่องนี้ แต่ใช่ว่าไม่รู้สึกอะไร อ้ายตี้ยังไม่มีโอรสสืบทอดตำแหน่ง เขาคงไม่รู้สตรีทุกคนที่ตั้งครรภ์ล้วนถูกนางกำจัดก่อนเขาจะรู้ หากเขายังแล้งน้ำใจต่อนาง เขาก็จะไม่มีวันได้สมหวัง!

นางวางมือบนข้อมือตงเหม่ยไล้หยกเนื้อดี ก่อนจะชักมือกลับ “ข้าไม่ถือสา”

“ขอบพระทัยเพคะ”

“หวังว่าเจ้าจะถวายการรับใช้ท่านอ๋องอย่างดีไม่ทำให้เขาขุ่นเคืองใจ ท่านอ๋องไม่เหมือนชายอื่นที่เจ้ารู้จัก เขาไม่ใช่คนที่จะยอมรับความผิดหวังได้ดีนัก”

“เพคะ ในฐานะสนมของท่านอ๋องหม่อมฉันจะจำคำแนะนำของพระชายาเอาไว้ให้มั่น”

ตงเหม่ยช่างดูว่าง่ายและเชื่อฟัง ทั้งที่แววตาช่างดูไม่เหมือนคนที่มีนิสัยเช่นนั้นเลย “วันนี้เจ้ามาหาข้านอกจากมาดื่มน้ำชาคงมีเรื่องเท่านี้”

“ไม่เพคะ อันที่จริงยังมีอีกเรื่องหนึ่ง” ตงเหม่ยมีท่าทางลังเล “หม่อมฉัน...หม่อมฉันเพิ่งเข้าวังมาไม่นานยังไม่รู้ธรรมเนียม ไม่แน่ใจว่าควรพูดหรือไม่”

“มีอะไรก็พูดมา ไม่ต้องอ้อมค้อม”

ตงเหม่ยหลุบตาลงมองมือตนเอง “หลายวันก่อนสนมจงมาหาหม่อมฉันที่ตำหนัก นาง...นางดูไม่พอใจนักที่ท่านอ๋องรับหม่อมฉันเข้าวัง ทั้งยังวางอำนาจราวกับนางมีสิทธิ์อนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ใครเป็นสนมของท่านอ๋อง เรื่องนี้ไม่รู้ว่าพระชายารู้หรือไม่”

นางได้ยินมาเช่นกันว่าจงฉวี่หลันไปหาตงเหม่ยที่ตำหนัก แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ตงเหม่ยนำเรื่องนี้มาพูดกับนางทั้งที่ผ่านมาหลายวัน ต้องการอะไรกันแน่?

“ข้าได้ยินมาเช่นกัน นางทำอะไรเจ้าบ้าง?

“นาง...” ดวงตาตงเหม่ยมีน้ำตาคลอ “นางบอกว่าหม่อมฉันเป็นเพียงหญิงหม้ายไร้หัวนอนปลายเท้าไม่คู่ควรกับตำแหน่งสนมของท่านอ๋อง นาง...นางบอกว่าจะหาทางทำให้หม่อมฉันต้องถูกขับออกไปจากที่นี่ให้ได้” ตงเหม่ยลุกขึ้นมาคุกเข่าตรงหน้านาง “ตั้งแต่เข้าวังมาหม่อมฉันก็ได้ยินว่าท่านอ๋องโปรดปรานสนมจงยิ่งนัก หม่อมฉันเป็นเพียงอดีตหญิงหม้ายที่ต้องอยู่อย่างเดียวดาย เมื่อได้รับพระเมตตาจากท่านอ๋องทั้งชีวิตไม่ได้ต้องการสิ่งใดนอกจากรับใช้ท่านอ๋องและพระชายาเท่านั้น ขอพระชายาได้โปรดเมตตาหม่อมฉันด้วยเพคะ”

หากหญิงผู้นี้กำลังเล่นละครตบตานางก็นับว่าทำได้ไม่เลว ตงเหม่ยคิดใช้ยืมมือนางกำจัดคู่แข่งที่กำลังได้รับความโปรดปรานเช่นกัน นับว่าดูถูกนางมากไปแล้ว

นางเหยียดยิ้ม “สนมฉือวางใจเถิด ตอนนี้เจ้าเป็นคนโปรดท่านอ๋องคงไม่มีใครแตะต้องเจ้าได้ เรื่องสนมจงเจ้าไม่ควรเก็บมาใส่ใจ นางก็แค่ริษยาเจ้าเท่านั้น ทีหลังอย่าเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ข้าฟังอีก”

 “แต่ว่า...หม่อมฉันเป็นเพียงสนมฐานะต่ำต้อยนางจะมาริษยาหม่อมฉันด้วยเหตุใดเพคะ หากนางจะริษยาใครสักคน ไม่สู้ริษยาพระชายา...” ตงเหม่ยชะงัก ก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไรอีก

หยี่เหยียนมองอีกฝ่ายแล้วบิดยิ้ม ก่อนโบกมือ “เจ้าไปได้แล้ว”

เมื่อตงเหม่ยจากไป นางเรียกนางกำนัลคนสนิทเข้ามาหา “ให้คนคอยจับตาสนมฉือกับสนมจงเอาไว้ให้ดี”

“เพคะพระชายา”

 



“บ้านหลังนี้ตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางป่าเขา เขาคงเป็นผู้ที่รักสันโดษยิ่งนัก น่านับถือๆ”

เจิ้งซีพยักหน้ากับตนเอง ชื่นชมผู้อาศัยในบ้านริมทะเลสาบอันสงบเงียบและงดงามที่เฟิงหลงพานางขี่ม้าออกนอกเมืองมาไกลจนกระทั่งมาถึงที่นี่ ตลอดทางนางพยายามหลอกล่อให้เขาบอกนางว่ากำลังจะไปที่ไหน เขาเอาแต่สงวนท่าทีไม่ยอมปริปาก

“ว่าแต่เสี่ยวเฟิงคนที่เจ้ามาหาด้วยตนเองผู้นี้เป็นใครกัน”

“เขาเป็นผู้มีพระคุณของเรา” พูดจบเขาก็ผลักประตูเข้าไป

“ของเรา?” เจิ้งซีนิ่วหน้าก้าวตามเข้าไป นางไม่รู้เลยว่านางมีผู้มีพระคุณอยู่ที่นี่ นางไปติดหนี้บุญคุณคนๆ นี้ตั้งแต่เมื่อไหร่หนอ

ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้าไปในเขตบ้าน ชายชราผู้หนึ่งก็ออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส “อา...ท่านแม่ทัพเป็นท่านนั่นเอง ไม่สิ...ตอนนี้กระหม่อมต้องคุกเข่าคารวะท่านในฐานะอ๋องแคว้นหยินแล้ว...” ชายชราคนนั้นกำลังจะคุกเข่า แต่เฟิงหลงคว้าแขนเขาเอาไว้

“ท่านสือท่านไม่ต้องมากพิธี ข้ายังเป็นคนเดิม”

พวกเขาสองคนทักทายกันดุจสหายที่ไม่ได้พบกันมานาน จากนั้นเฟิงหลงก็มองไปที่บ้านแล้วถามขึ้น “ข้าได้ยินว่าลูกสะใภ้ท่านเพิ่งให้กำเนิดหลานสาว”

“พะยะค่ะ เป็นเด็กที่น่าตาน่าเอ็นดูผู้หนึ่ง” ท่านสือยิ้มด้วยรอยยิ้มยินดี

“ท่านคงจำคำสัญญาของข้าที่เคยมอบให้ท่านได้”

ชายชรายกมือลูบหนวดเคราไปมา ก่อนจะเหลือบมองนาง เขาแม้จะแก่ชราแต่ดวงตาเขาเป็นประกายแจ่มใสเช่นดียวกับหวังจิ้ง เขาชะงักไปเล็กน้อยที่เห็นนาง ทั้งยังจ้องสร้อยข้อมือที่เฟิงหลงสะกดนางเอาไว้ไม่วางตาอยู่นาน “กระหม่อมจำได้ดีพะยะค่ะ” 

“ข้าอยาพบเด็กคนนั้น”

ท่านสือพยักหน้าเดินนำเฟิงหลงกับนางเข้าไปในบ้าน พาเข้าไปในห้องเลี้ยงเด็กห้องหนึ่ง ตรงกลางห้องมีเปลสำหรับเด็กวางอยู่พร้อมพี่เลี้ยงที่คอยดูแล เจิ้งซีก้มลงมองพบเด็กทารกผู้หนึ่งกำลังนอนดูนิ้วอย่างสบายใจ

“นี่คือหลานสาวกระหม่อมพะยะค่ะ นางมีชื่อว่าอิ้งเยว่”

เด็กทารกมนุษย์น้อยตัวอ้วนกลมช่างน่าเกลียดน่าชังยิ่งนัก เจิ้งซีไม่เคยพบเจอเด็กทารกเช่นนี้มาก่อน นางนึกอยากจะยื่นนิ้วไปเขี่ยแก้มของเด็กคนนี้แทบขาดใจ ดีว่ายังสามารถรักษาท่าทางน่าเชื่อถือแบบผู้อาวุโสเอาไว้ได้

เฟิงหลงมองทารกน้อยอิ้งเยว่ด้วยความพอใจ เขาหยิบขลุ่ยไม้ไผ่ออกมาส่งให้ท่านสือ “นี่เป็นของหมั้นของข้ามอบให้ท่านเก็บไว้แทนอิ้งเยว่ เมื่อใดที่นางเติบโตพอจะแต่งงานให้นางนำขลุ่ยอันนี้ไปหาข้า”

เจิ้งซีสะดุ้ง โอ๊ะโอ! ที่แท้สตรีที่เฟิงหลงพึงพอใจเพิ่งถือกำเนิดหรอกหรือนี่?!

“ท่านอ๋อง...” ท่านสือมีสีหน้ากึ่งตกใจกึ่งลังเล

เจิ้งซียกมือลูบปลายคาง หากนางเป็นชายชราผู้นี้ก็คงตกใจเช่นกัน ปีนี้เฟิงหลงอายุเกือบยี่สิบสามปีแล้ว แต่อิ้งเยว่น้อยเพิ่งลืมตาเกิดมา กว่าอิ้งเยว่จะเติบโตเฟิงหลงก็คงกลายเป็นชายวัยกลางคนไม่หนุ่มแน่นเหมือนทุกวันนี้ ให้เด็กสาวแต่งงานกับชายสูงวัย คิดแล้วชีวิตอิ้งเยว่น้อยคงเหี่ยวเฉายิ่งนัก ยังไม่นับเรื่องที่ของหมั้นเขาช่างไร้ราคาค่างวดเป็นเพียงขลุ่ยอันเดียวที่สลักคำว่า หยวนหลง เท่านั้น

นางก้มลงมองอิ้งเยว่ทารกน้อยผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างเห็นใจ อิ้งเยว่ยังไม่หยุดดูดนิ้วอย่างเอร็ดอร่อย คงไม่รับรู้ว่าจะมีชะตากรรมเช่นไร

เฟิงหลงยังคงกดดันท่านสือให้รับของหมั้นอันไม่มีราคาจากเขาอย่างเงียบๆ ท้ายที่สุดชายชราก็ทนไม่ไหว ยื่นมือมารับขลุ่ยจากเขา

“ขอบพระทัยท่านอ๋องที่รักษาสัญญา แม้ว่า...” เขาเหลือบมองนาง “...จะคิดไม่ถึงเลยก็ตามว่าเรื่องที่ท่านเล่ามันจะเป็นเรื่องจริง”

“ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นจริงได้เพราะความช่วยเหลือของท่าน หากวันนั้นท่านไม่บอกข้าเรื่องนั้น ข้าคงไม่มีวันสมหวัง”

            เจิ้งซีมองพวกเขาสองคนไปมา ไม่รู้พวกเขาคุยอะไรกัน หากคิดจะรำลึกความหลังครั้งเก่า เหตุใดต้องชวนนางมาให้เหนื่อยเปล่า กว่าจะมาถึงนางกินลูกท้อหมดไปตั้งสามผล

ทั้งสองกลับออกมาจากบ้านหลังนั้น เจิ้งซีเดินตามหลังเขาไปที่ม้าซึ่งถูกผูกไว้เงียบๆ เขาหมกมุ่นครุ่นคิด นางก็ครุ่นคิดเช่นกัน ท้ายที่สุดก็อดไม่ไหว

“เจ้ายังไม่ได้บอกข้าเลยชายชราคนนั้นเป็นใคร”

“เขาเคยเป็นนักปราชญ์อันดับหนึ่งแห่งแคว้นหยางรับใช้อดีตอ๋องแคว้นหยางมานาน เมื่อท่านอ๋องสิ้นพระชนม์เขาถูกใส่ร้ายจนต้องหนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ที่นี่ เขามีบุญคุณต่อข้าในเรื่องที่สำคัญมากเรื่องหนึ่ง”

ที่แท้ก็เป็นการตอบแทนบุญคุณ “ดังนั้นเจ้าจึงพาข้ามาถึงนี่เพื่อจะมอบของหมั้นให้หลานสาวเขา เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าต้องรอเด็กคนนั้นอีกหลายปีกว่านางจะเติบโตพอแต่งงานเป็นชายาเจ้า”

เขาหยุดแล้วหันกลับมามองนาง บอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่า “ข้าไม่ได้หมั้นนางให้ตัวข้าเอง”

“หากไม่หมั้นนางให้ตนเอง แล้วเจ้าหมั้นนางให้ใคร?

เขามองนางแล้วยิ้มเล็กน้อย “ให้ลูกชายข้า”

“หา?” นางอุทานคิดภาพเด็กทารกของเฟิงหลงแล้วให้รู้สึกประหลาด ก่อนจะถามเขาด้วยน้ำเสียงสะเทือนใจสุดขีด “เสี่ยวเฟิงเหตุใดจึงแล้งน้ำใจต่อผู้อาวุโสเช่นนี้ เจ้ามีลูกชายทั้งคนแต่กลับไม่ยอมพามาคารวะข้า”

 เขาบิดยิ้ม ยื่นมือมาจัดปกเสื้อที่ยับย่นของนางให้เรียบร้อย “ตอนนี้เด็กคนนั้นยังไม่เกิด แต่เมื่อใดที่เขาเกิดมาเจ้าจะได้รู้จักเขาก่อนคนอื่น ข้ารับรอง”

นางยิ้มกว้างตบไหล่เขา “เจ้าช่างมีน้ำใจยิ่งนัก ข้าจะจัดเตรียมของขวัญไว้ให้เขา รับรองว่าจะต้องมีค่ากว่าขลุ่ยอันนั้นของเจ้า”

“เขาคงดีใจที่เจ้าเอ็นดูเขาเพียงนี้”

“เอ็นดูแน่นอน” นางรับรองแข็งขัน ตลอดทางสงสัยว่าลูกชายเฟิงหลงที่ยังไม่เกิดจะมีหน้าตาเช่นไร หวังว่าคงไม่นิสัยเหมือนผู้เป็นบิดา หากเป็นเช่นนั้นคนเป็นมารดาคงลำบากไม่น้อย

เพียงแค่คิดก็อดสงสารหญิงคนนั้นไม่ได้เสียแล้ว!





____________________________________________________________

 เสี่ยงเฟิงเป็นคนรอบคอบ ลูกยังไม่เกิดก็หาคู่หมั้นให้แล้ว ^_^

ส่วนเสี่ยวซี ควรสงสาร...นางดีไหม? >_<



ขอบคุณที่ติตตามค่ะ

ณ เชิงดอย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 525 ครั้ง

922 ความคิดเห็น

  1. #776 *!POPEYE!* (@_-phuntira-_) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 กันยายน 2562 / 10:42

    ไม่ใช่ท่านสือเข้าใจผิด สอนหลานโตมาให้รักคนพ่อแทนลูกนะ ยุ่งเลย

    #776
    0
  2. #725 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2562 / 21:07
    จะจบแบบเศร้ามั้ยอ่า นางเอกอายุยืนมากเลย
    #725
    0
  3. #672 Skybo (@Skybo) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 11:58
    รอไปๆ ทั้งลูก ทั้งเมีย
    #672
    0
  4. #535 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2562 / 20:04
    เสี่ยวเฟิงคิดว่า หญิงบื้อนางนี้ที่เจ้าชอบ จะรู้ตัวเร็วหรือ

    ข้าว่าเด็กคนนี้คงรอลูกเจ้าอีกนานนนนน
    #535
    0
  5. #484 ติ๊ก (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 09:39

    ปาป๊ายังรักคนแก่กว่าเป็นพันปีเลย ว่าที่ชายาลูกชายแก่กว่าไม่กี่ปี จิ๊บๆ เนอะ 555+


    #484
    0
  6. #481 miff77 (@miff77) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 18:44
    วันนี้ยังคงรอ
    #481
    0
  7. #480 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 08:50

    ลูกชายยังไม่ทันได้ปฏิสนธิเลย มีคู่หมั้นซะละ 5555
    #480
    0
  8. #478 saitgong (@saitgong) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 00:13
    อย่างงี้ลูกผู้ชายเด็กกว่า?
    #478
    2
    • #478-1 (@sarok147) (จากตอนที่ 14)
      16 สิงหาคม 2562 / 08:48
      เสี่ยวเฟิงไม่ถือค่ะ ปะป๋าชอบคนมีอายุ55555
      #478-1
  9. #477 supaporn11 (@mamomo11824) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 21:45
    ซีซีช่างน่าสงสาร 5555
    #477
    0
  10. วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 21:00
    ปวดหัวกับน้องนกจริงๆ55555
    #475
    0
  11. #470 นกน้อย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 19:00

    รอลุ้นว่าเมื่อไหร่จะได้กินนก

    #470
    0
  12. #465 winanya19 (@winanya19) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 13:41
    55555ขำหนักมาก ไม่รู้จะบรรยายออกมาแบบไหน55555
    #465
    0
  13. #463 ลูกคนโต (@audy-siriwat) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 07:26
    เมื่อไหร่จะรู้ตัวหนอยัยนกบื้อ
    #463
    0
  14. #462 popeye1a (@popeye1a) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 06:33
    เป็นปีศาจใสๆ 55555
    #462
    0
  15. #461 siranyaa_jeen (@siranyaa_jeen) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 06:31

    ชั้นขำ5555 นางซื่อเกิ้นนนนน
    #461
    0
  16. #460 Princess2010 (@Princess2010) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 23:55
    ใสซื่อมากกกก555555
    #460
    0
  17. #459 Goody2526 (@Goody2526) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 23:26
    ปีศาจ3723ปีโดนตุ๋นตลอดๆๆ
    #459
    0
  18. #458 HwaSeong_GREY (@suchawadee99) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 23:09
    ยังไม่รู้ตัวอีก 55555
    #458
    0
  19. #457 MSmiw (@MSmiw) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 23:05
    ซื่อเสียจริงแมีปีศาจสามพันปี555
    #457
    0
  20. #456 satam1979 (@satamsomtua) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 23:01

    5555โอ๊ยน้อเจิ้งซี ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
    #456
    0
  21. #455 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 22:34
    ปล่อยนางไปเถอะค่ะไรท์ ให้นางอ๊องไปอ๊องมาแบบนี้แหละ น่ารักดี 555
    #455
    0
  22. #454 Naritsara2528 (@Naritsara2528) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 22:30
    แมเฮียยังไม่ได้กินนกเลย คิดว่าได้ลูกชายล่วงหน้าสะแล้ว 5555
    #454
    0
  23. #453 goldenage (@goldenage) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 22:29
    สงสารเเสี่ยวซี ผู้อาวุโสที่ไม่รู้อะไรเล้ย 55555
    #453
    0
  24. #452 MolNaru (@MolNaru) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 22:28
    เสี่ยวซี~ เอ่อ~~~~~~
    #452
    0
  25. #451 Angun1998 (@angunpraio) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2562 / 22:05
    สงสารใครดีอะทีนี้5555555 คิดไกลมากแม่ เตรียมไว้หม๊ด555555
    #451
    0