สายลมนิรันดร์ (ตีพิมพ์ B2S)

ตอนที่ 42 : ตอนที่ 41 หนีเสือปะทะปีศาจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21078
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 937 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

 


ตอนที่ 41 หนีเสือปะทะปีศาจ



 

“แม่นางข้ากับสามีนำอาหารกับเสื้อผ้ามาให้พวกเจ้า เผื่อพวกเจ้าจำเป็นต้องใช้ เจ้ามีเสื้อผ้าอยู่ไม่กี่ชุดเองไม่ใช่หรือ หวังว่าเจ้าคงไม่ถือสาที่ต้องสวมเสื้อผ้าของบุตรสาวข้า”

ความเมตตาของม่อเหอและฮูหยินของเขาทำให้มี่หมินซาบซึ้งยิ่งนัก หนึ่งเดือนที่ผ่านมาสองสามีภรรยาดูแลนางและหลี่ผิงดีมากจนหากไม่ได้พวกเขา นางกับหลี่ผิงซึ่งยังจำอะไรไม่ได้คงลำบาก

“ขอบคุณท่านทั้งสองมากเจ้าค่ะที่เมตตาข้ากับพี่ชาย”

“พูดอะไรแบบนั้น เจ้ากับพี่ชายช่วยชีวิตพวกเราไว้ ตอบแทนเท่านี้นับว่าน้อยไปต่างหาก” ม่อเหอรีบบอก

“อาการพี่ชายเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” ฮูหยินม่อถามและหันไปมองหลี่ผิงที่นั่งเรือออกไปตกปลาอยู่กลางทะเลสาบตั้งแต่เช้า

“แผลที่ศีรษะเขาหายดีแล้ว แต่ว่า...”

ฮูหยินม่อยื่นมือมาบีบมือนางให้กำลังใจ “อย่าเศร้าไปเลย ข้าเชื่อว่าอีกไม่นานเขาจะหายดี”

มี่หมินลังเลมานานว่าควรถามเรื่องฮ่องเต้หรือไม่ควร นางเป็นคนร้ายหนีคดีไม่อยากทำให้ทั้งสองสงสัย แต่ความไม่รู้ว่าฮ่องเต้อยู่หรือตายทำให้นางรู้สึกเหมือนตายลงช้าๆ “ข้า...ข้ามีเรื่องจะถามพวกท่าน”

“เรื่องอะไรหรือ?” ม่อเหอเป็นคนถามกลับ

“เอ่อ...” นางมองสองสามีภรรยาไปมา “ข้าอยากทราบว่าพวกท่านพอจะได้ยินข่าวอะไรจากเมืองหลวงบ้างหรือไม่” หากฮ่องเต้สวรรคตต้องเป็นเรื่องใหญ่โตที่ถูกพูดถึงและคงจะมาถึงที่นี่แน่นอน

ม่อเหอลูบหนวดเคราไปมา ส่วนฮูหยินก็ขมวดคิ้วยุ่ง จากนั้นม่อเหอก็พูดขึ้น “ข้าไม่แน่ใจว่าเจ้าอยากรู้เรื่องอะไร เพราะเราไม่ได้ข่าวอะไรเลย อ้อ...มีเรื่องหนึ่งน่าสนใจ ได้ข่าวว่าตอนนี้เสนาบดีเสียนส่างถูกฮ่องเต้ปลดจากตำแหน่งไปรั้งตำแหน่งที่ต่ำกว่ามาก เรื่องนี้สร้างความเสียใจให้กับเขาเป็นยิ่งนัก ข้าได้ยินเรื่องทั้งหมดมาจากทหารที่โรงเตี๊ยมอีกที ไม่ทราบว่าใช่เรื่องที่เจ้าอยากรู้ไหม?

มี่หมินตะลึง แล้วน้ำตาก็รื่นขึ้นมาในหน่วยตา...หากฮ่องเต้สามารถปลดใต้เท้าเสียนส่างได้ก็แสดงว่าพระองค์ปลอดภัย!

“ท่านพูดจริงหรือเจ้าคะ?

ฮูหยินม่อช่วยยืนยัน “ความจริงเรื่องนี้ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกัน ได้ข่าวว่าเขาเสียใจมากถึงกับล้มป่วย”

ม่อเหอพยักหน้าเห็นด้วย “มีอยู่หลายอย่างที่ไม่จีรังยื่นยืน หนึ่งคือชีวิต สองคืออำนาจ สามคือโชคลาภวาสนา อดีตเสนาบดีผู้นี้ช่างไม่รู้จักปล่อยวางเอาเสียเลย”

มี่หมินเห็นด้วยกับเขา คนเรายิ่งฐานะสูงส่ง ยิ่งมีอำนาจมากเท่าไหร่ก็ยิ่งปล่อยวางลำบากเท่านั้น!

ม่อเหอกับภรรยากลับไปหลังจากนั้น มี่หมินตื่นเต้นมากจนแทบนั่งไม่ติดเมื่อได้ยินข่าวว่าฮ่องเต้ปลอดภัย พอหลี่ผิงพายเรือเข้าฝั่งนางก็พุ่งเข้าไปหาเขาตั้งใจจะชวนเขากลับเมืองหลวง แต่พอไปถึงกลับคิดได้ว่าต่อให้ฮ่องเต้ไม่สวรรคตนางก็ยังตกเป็นผู้ต้องหาลอบปลงพระชนม์อยู่ดี จนกว่านางจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองได้!

หลี่ผิงซึ่งก้าวขึ้นเรือมองนางอย่างแปลกใจ “อาจือเจ้าเมื่อสักครู่ทำหน้าดีใจหนักหนาแต่ตอนนี้กลับทำหน้าเศร้าราวกับทราบข่าวว่าญาติในบ้านเสีย มีอะไรอย่างนั้นหรือ?

เขาเรียกนางด้วยชื่อที่นางตั้งขึ้นเอง ตอนนี้นางคือจิ่นจือหรืออาจือ ส่วนเขาคือจิ่นเถาหรืออาเถาพี่ชายนาง

“ข้า...”

เขาก้าวเข้ามาใกล้ ท่าทางห่วงใย “ต่อให้ข้าจำอะไรไม่ได้สักอย่าง อย่างน้อยในฐานะพี่ชายเจ้าก็น่าจะบอกข้าได้หากมีเรื่องไม่สบายใจ”

บอกเขาไปตอนนี้หลี่ผิงก็คงไม่รู้เรื่อง นางเคยพยามแล้ว เขาจำไม่ได้สักอย่าง นี่ผ่านมาแล้วหนึ่งเดือนแล้วเขายังไม่มีวี่แววจะจดจำเรื่องราวต่างๆ ได้สักนิด “ไม่มีอะไร พอดีเมื่อสักครู่ท่านม่อกับฮูหยินมาพบแล้วก็นำเสื้อผ้ากับอาหารมาให้ ข้าแค่นึกเกรงใจเขาที่ต้องมาดูแลเขาเช่นนี้เลยกังวลขึ้นมาเท่านั้น”

เขายกมือถูข้างขมับที่รอยแผลยังทิ้งรอยไว้แล้วถอนใจ “เป็นความผิดของข้าเองที่ทำให้เจ้ามาลำบาก หากข้าจำได้...”

นางคว้ามือเขาไว้ ไม่อยากให้เขารู้สึกผิด “อย่าโทษตัวเองเลย ไม่ใช่ความผิดของท่าน” เขาเองก็ถือว่ามีบุญคุณกับนางที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้ ที่เขาต้องกลายเป็นคนความจำเสื่อมก็เพราะนาง แต่นางไม่อยากติดอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิตโดยไม่รู้ชะตากรรม

ป่านนี้ไม่ทราบว่าวังหลวงเกิดอะไรขึ้นบ้าง ฮ่องเต้ปลอดภัยนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุด แต่ไม่ทราบฮ่องเต้จะคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ทรงคิดว่านางมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ พระสนมซือเสียนกับพี่ลี่จะเป็นอย่างไร จะถูกลงโทษหรือไม่ที่มีความเกี่ยวข้องกับนาง หลวนเฉิงอาจจะยังปลอดภัยดีแต่ไม่มีใครรับประกันได้ว่าเขาจะไม่ถูกลงโทษเมื่อกลับถึงเมืองหลวง เขาเป็นหมอเลื่องชื่อ นางสนิทสนมกับเขา ฮ่องเต้ถูกวางยา พวกเขาจะสงสัยใครเล่าหากไม่สงสัยว่าหลวนเฉิงอาจเป็นคนให้ยาพิษนางไปปลงพระชนม์ฮ่องเต้

ส่วนเหตุผลของการลอบปลงพระชนม์ นางเรียนรู้มานานแล้วว่าในวังหลวงเรื่องจริงกับคำลวงบางครั้งแยกกันแทบไม่ออก ถ้ามีคนคิดจะใส่ร้ายนาง พวกเขาคงหาเหตุผลได้สักข้อ

“เป็นความผิดของข้าสิ ข้าเป็นพี่แต่ดูแลเจ้าไม่ได้ทั้งที่เราสองพี่น้องเพิ่งได้อยู่ด้วยกัน” หลี่ผิงไม่เห็นด้วย

นางมองหน้าเขา หลี่ผิงตอนนี้แม้ความจำเสื่อมแต่ก็ใช่จะไร้ความสามารถ หรือบางทีนางควรเสี่ยงชีวิตกลับเมืองหลวงเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง นางอาจตามหาเจียวเมิ่งและขอให้เขาช่วยนาง เขาเคยบอกเองว่ายินดีช่วยนางเพราะติดค้างบุญคุณหลวนเฉิง อีกอย่างกลับเมืองหลวงคราวนี้หลี่ผิงอาจจำอะไรขึ้นมาได้บ้าง

“ท่านคิดอย่างไรกับที่นี่บ้าง” นางถามหลี่ผิง

เขามองไปรอบๆ แล้วถอนใจ “ข้าเชื่อว่าต่อให้จำอะไรไม่ได้ ข้าก็ไม่เคยอยู่ในที่ที่สงบและงดงามเช่นนี้มาก่อน”

มี่หมินตั้งใจจะชวนเขากลับเมืองหลวงแต่พอได้ยินเช่นนี้นางก็พูดต่อไม่ออก “ดีแล้วที่ท่านชอบที่นี่”

 

หลี่ผิงซึ่งสวมชุดสีดดำพรางกายไปกับความมืดมองสตรีบนเตียงที่นอนหลับสนิทไม่รู้ว่าเขาเข้ามาในห้องของนาง

นางคิดว่าเขาจำไม่ได้แต่ความจริงเขาจำเรื่องราวทั้งหมดได้นานแล้ว แม้ตอนแรกเขาจะความจำเสื่อมจริงๆ หลี่ผิงไม่แน่ใจว่าดีใจหรือเสียใจที่เขาไม่ใช่อาเถาพี่ชายนางและนางไม่ใช่อาจือน้องสาวเขา

เขาคิดถึงคำพูดของฮองเฮาผู้เป็นพี่สาว

“...ระหว่างอุดมการณ์ของเจ้ากับความรุ่งเรืองของตระกูล สิ่งใดสำคัญกว่ากัน”

เขาลังเลไม่แน่ใจว่าสิ่งใดสำคัญกว่ากันระหว่างความต้องการของเขาและของตระกูล ไม่แน่ใจในความต้องการของฮองเฮาว่าอยากให้เขาจัดการมี่หมินอย่างไร เขาไม่อยากส่งนางให้พี่สาวตนเองเช่นกันเพราะไม่แน่ใจว่าฮองเฮาจะทำอะไรกับนาง ฮองเฮาเห็นนางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง ตอนนั้นเขาไม่รู้สึกอะไร แต่ตอนนี้หลังจากใช้ชีวิตร่วมกับนางในฐานะพี่น้องมาสักพักเขาก็เกิดความผูกพันธ์กับนางอย่างเลี่ยงไม่ได้

เขาไม่แปลกใจเลยเหตุใดฮ่องเต้จึงสนใจนาง เมื่อเขาอยู่ใกล้ๆ นางเขารู้สึกถึงความอบอุ่น สดใส ในวังหลวงที่เต็มไปด้วยความแก่งแย่งนางเปรียบดังสายลมฤดูใบไม้ผลิที่พัดผ่านเข้ามา

สำหรับหลี่ผิงแล้วมี่หมินเหมือนน้องสาวที่เขาไม่เคยมีและอยากจะมี ความรู้สึกปกป้องจึงเกิดขึ้นในใจ เขาไม่อยากให้นางกลับวังหลวงเลย อยากเป็นพี่ชายความจำเสื่อมของนางจริงๆ ไม่มีอดีต ไม่มีความทรงจำ ทั้งสองอาจสามารถไปได้ทุกที่ดังที่ใจต้องการ

เพราะคิดแบบนี้เขาจึงไม่ได้บอกนางว่าเขาจำทุกอย่างได้แล้ว

ในชีวิตเขาในฐานะคุณชายตระกูลหลี่ที่ทรงอำนาจและมั่งคั่ง ตระกูลที่เต็มไปด้วยลูกหลานที่แสนทะเยอทะยาน เขาไม่เคยพบความสงบใจครั้งใดในชีวิตเท่ากับตอนอยู่ที่บ้านริมทะเลสาบมาก่อน 

แต่มี่หมินไม่ใช่คนที่จะหลบหนีความจริง เขารู้ว่านางคือคนที่เข้มแข็งและไม่ยอมแพ้คนหนึ่ง นางจะไม่มีวันยอมให้ชื่อเสียงนางมัวหมองไปตลอดในข้อหาลอบปลงพระชนม์ และนางจะไม่ยอมให้คนที่นางรักต้องเดือดร้อนไปด้วย

บางทีเขาอาจจะเลิกทำตัวเป็นชายความจำเสื่อมพานางไปเมืองเจียอินต่อ ช่วยให้นางได้กลับวังหลวงและหลังจากช่วยนางแล้วเขาอาจหายตัวไป ลืมเสียว่าตนเองเป็นใคร มีหน้าที่อะไร

 

อีกสองวันต่อมาระหว่างมี่หมินอ่านตำราทำอาหารที่ฮูหยินม่อนำมาให้จนค่ำมืดดึกดื่นนั้น นางจำได้ว่าลืมเก็บเสื้อผ้าที่ซักตากไว้ด้านหลังบ้านจึงออกจากห้องตั้งใจจะไปเก็บเสื้อผ้า แต่ระหว่างเดินผ่านหน้าห้องหลี่ผิงนั้นนางได้ยินเสียงพูดคุยกันเบาๆ ดังมาจากข้างใน นางนิ่งและหยุดฟังสงสัยว่าเขาคุยกับใครในเมื่อบ้านหลังมีแค่นางและเขา?

“...คุณชายตอนนี้นายท่านและทุกคนเป็นห่วงท่านมาก ข้าไม่ได้บอกว่าพบท่านแล้วตามที่ท่านขอไว้ แต่นี่ผ่านมาหนึ่งเดือนแล้วนะขอรับ ท่านไม่คิดจะกลับตระกูลหลี่จริงหรือ? 

“ไม่ ข้ายังมีงานต้องทำ ข้ากลับไม่ได้” หลี่ผิงตอบกลับชายคนนั้นที่เอ่ยปากถามเขา

มี่หมินยืนตัวแข็งทื่อ...เขาไม่ได้ความจำเสื่อม เขาจำได้ทุกอย่าง! เหตุใดเขาต้องโกหกนางว่าตนเองความจำเสื่อม หรือเขาไม่ได้คิดจะช่วยนางตั้งแต่แรกแต่คิดจะ...นางคิดไม่ออกเลยว่าเหตุใดหลี่ผิงทำเช่นนี้

นางจะต้องหนีไปจากหลี่ผิงและหาทางกลับวังหลวงด้วยตนเองเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์

มี่หมินหมุนตัวหันหลังกลับแต่เพราะความรีบร้อนนางจึงชนเข้ากับกระถางดอกไม้ที่วางอยู่จนหล่นแตกกระจาย!

“นั่นใครนะ!” เสียงชายที่อยู่กับหลี่ผิงดังขึ้น

ประตูห้องหลี่ผิงถูกเปิดออกทันใด พร้อมกับหลี่ผิงและชายที่นางไม่เคยพบหน้ามาก่อนสวมชุดสีดำสนิทพุ่งออกมา มี่หมินวิ่งหนีไปเท่าที่นางจะทำได้ แต่นางไปไม่ได้ไม่ไกลหลี่ผิงก็คว้าตัวนางเอาไว้ได้

“ปล่อยข้านะ!” นางร้อง “ท่านโกหกข้าว่าความจำเสื่อม ท่านโกหกมาตลอด!

“ฟังข้าก่อน”

“ไม่ ข้าไม่ฟัง!” นางส่ายหน้าจนผมกระจาย “ยังมีอะไรที่ข้าต้องฟังอีก ท่านโกหกข้ามาตั้งแต่แรก ท่านช่วยข้าเพื่ออะไรกันแน่?

เขาคว้าต้นแขนนางทั้งสองข้างกุมไว้แน่นและเขย่าร่างนางเบาๆ “ฟังนะ ข้าความจำเสื่อมจริงๆ ตอนแรก แต่หลังจากมาอยู่ที่นี่ไม่นานข้าก็เริ่มจำได้ แต่ที่ข้ายังไม่บอกความจริงกับเจ้าก็เพราะ...”

“เพราะอะไร?

แววตาเขาเต็มไปด้วยความสับสน เขาพึมพำว่า “ข้าเองก็ไม่แน่ใจ”

หลี่ผิงอาจไม่ได้เลวร้ายเกินไป หากเขาคิดจะฆ่าเขาคงฆ่านางไปแล้ว บางทีนางขอร้องเขาดีๆ เขาอาจจะยอมปล่อยนาง “ท่านปล่อยข้าไปเสียเถิด ข้าไม่ต้องการความช่วยเหลือท่านแล้ว ข้าจะกลับเมืองหลวงด้วยตนเองไปพิสูจน์ว่าข้าไม่ได้ลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้”

“หึ! เจ้าคิดจริงๆ หรือว่ากลับไปตอนนี้เจ้าจะมีชีวิตรอดไปถึงเมืองหลวง ไม่ได้ข้าต้องทำตามที่รับปากกับฝ่าบาทไว้พาเจ้าไปเมืองเจียอิน”

“ฝ่าบาทหรือ?

เขาพยักหน้าปล่อยมือจากแขนนาง “ใช่ ก่อนฝ่าบาทจะสิ้นสติทรงรับสั่งกับข้าให้ข้าพาเจ้าไปที่เมืองเจียอิน ข้าเดาว่าคงให้เจ้าหลบอยู่ที่นั่นไปก่อนจนกว่าเรื่องราวทุกอย่างจะคลี่คลาย จนกว่าฝ่าบาทจะส่งคนไปรับเจ้าที่เมืองเจียอิน”

หัวใจมี่หมินเต็มไปด้วยความสุขล้ำลึกเมื่อคิดว่าฮ่องเต้ปกป้องนางและเชื่อมั่นในตัวนางว่านางไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น “คนเมื่อสักครู่ที่ท่านคุยด้วยคงเป็นคนของท่าน เขาว่าอย่างไรบ้าง อาการฝ่าบาทเป็นอย่างไร?

“ฝ่าบาทปลอดภัยดี”

“หากฝ่าบาทปลอดภัยข้าก็สามารถกลับไปที่เมืองหลวงได้โดยไม่จำเป็นต้องไปเมืองเจียอินอีก”

เขาส่ายหน้า “ไม่ได้ เจ้ากลับเมืองหลวงตอนนี้ไม่ได้”

“ทำไม?” นางเชื่ออยู่อย่างหนึ่ง เชื่อหมดหัวใจว่าฮ่องเต้จะทรงปกป้องนางจากความอยุติธรรมและอันตรายทั้งปวง

“เพราะ...” เขามีสีหน้าลำบากใจ “สถานการณ์การตอนนี้ยังไม่ได้ ข้าให้เจ้ากลับเมืองหลวงไม่ได้ อีกอย่างไปเมืองเจียอินจะใกล้และเร็วกว่ากลับเมืองหลวงซึ่งเราไม่ทราบว่ามีอันตรายซ่อนอยู่หรือไม่ ข้าได้ยินมาว่าไทเฮาถูกฮ่องเต้สั่งกักบริเวณให้อยู่แต่ในตำหนัก เจ้าจะเป็นพยานเพียงคนเดียวที่มีผลทำให้นางอยู่หรือตาย คนอย่างนางคงทำได้ทุกอย่างเพื่อเอาชีวิตเจ้า ข้าไม่อยากเสี่ยง”

แม้อยากกลับเมืองหลวงแต่นางก็เห็นด้วยกับเหตุผลของเขา “หากเราไม่กลับเมืองหลวงเช่นนั้นเรารีบไปเมืองเจียอินกันเถิด หากท่านยังคิดจะพาข้าไปอยู่” นางดักคอ

เขาเม้มปากกลับมาเป็นชายคนเดิมคือค่อนข้างวางตัวห่างเหิน เขานิ่งคิดไปชั่วขณะสุดท้ายก็ถอนใจ “ได้ ข้าจะพาเจ้าไปที่นั่น”

 

ทั้งสองร่ำลาสามีภรรยาตระกูลม่อและออกเดินทางออกเดินทางไปยังเมืองเจียอินที่ต้องใช้เวลาขี่ม้าเกือบสี่วันจึงจะไปถึง แต่การเดินทางไปเมืองเจียอินของนางและหลี่ผิงดูเหมือนจะยากลำบากยิ่งกว่าที่คิดไปและอาจเป็นไปไม่ได้เสียแล้วเมื่อระหว่างทางทั้งสองถูกฉิงลี่ฉุนอดีตอ๋องแค้วนฉิงและทหารของเขาเกือบยี่สิบคนที่จับตัวเอาไว้!

“ดูสิว่าข้าพบอะไร นี่มิใช้ขุนนางผู้ภักดีแห่งราชวงศ์โจวกับนางกำนัลของฮ่องเต้หรอกหรือ น่าแปลกใจอะไรอย่างนี้ที่เห็นพวกเจ้ามาอยู่ที่นี่” ฉิงลี่ฉุนหัวเราะเสียงน่ากลัว ดูสาสมใจนักที่สามารถจับนางและทำหลี่ผิงบาดเจ็บจากการต่อสู้กับทหารที่มากับอดีตอ๋องแคว้นฉิงมัดเอาไว้จนดิ้นไม่หลุด เขาคว้าปลายคางหลี่ผิงและบีบแน่น “พวกเจ้าคงสงสัยว่าข้าตามมาจับพวกเจ้าได้อย่างไร จะบอกให้ก็ได้ว่าระหว่างพวกเจ้าสองคนแวะพักที่โรงเตี๊ยมในหมู่บ้านก่อนหน้านี้ ข้าก็บังเอิญมองเห็นพวกเจ้าสองคนเข้าพอดี”

หลี่ผิงมองฉิงลี่ฉุนอย่างโกรธแค้น สะบัดหน้าหนี “เอามือสกปรกของเจ้าออกไปจากหน้าข้า!

ฉิงลี่ฉุนเหยียดยิ้มมองมาที่นาง ดวงตาวาวขึ้น “ได้...ข้าแตะต้องนางแทนจะเหมาะกว่า”

“อย่านะ!” ทั้งนางและหลี่ผิงร้องออกมาแทบจะพร้อมกัน

ฉิงลี่ฉุนมองนางกับหลี่ผิงสลับกันไปมา ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ “คุณชายหลี่คงมิใช่เจ้าแอบชวนนางกำนัลของฮ่องเต้หนีมากับเจ้าใช่หรือไม่ เจ้าถึงได้หวงนางนัก”

“มีเพียงคนชั่วช้าเช่นเจ้าจึงคิดเรื่องเช่นนี้ได้” หลี่ผิงด่าอย่างไม่เกรงกลัว

ฉิงลี่ฉุนหน้าแดงก่ำยกมือขึ้นตบหน้าหลี่ผิงจนเลือดเขากลบปาก! “นี่สำหรับที่เจ้าลบหลู่ข้าและถ้าเจ้ากล้าพูดอีกคำข้าจะให้คนตัดลิ้นเจ้าออกมาซะ!

มี่หมินอุทานมองอดีตอ๋องแคว้นฉิงด้วยแววตาตกตะลึง ไม่เคยพบใครป่าเถื่อนเพียงนี้มาก่อน ด้านหลังมีเสียงเอื่อยๆ คล้ายกำลังเบื่อหน่ายดังขึ้น

“ท่านอุตส่าห์ใช้ให้คนของข้าตามสองคนนี้มาเพื่อจับตัว ข้านึกว่าพวกเขาสำคัญมากมาย ที่แท้ก็แค่ขุนนางกับนางกำนัลคนหนึ่ง ท่านไม่คิดว่าทำเกินไปหน่อยหรือ?

ชายร่างสูงใบหน้าคมคายผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้น เขาแต่งกายด้วยชุดรัดกุมสีน้ำเงินเข้ม ท่าทางองอาจกล้าหาญเย่อหยิ่งและดูแตกต่างจากคนอื่นๆ แม้แต่อดีตอ๋องอย่างฉิงลี่ฉุนยังหมองลงเล็กน้อยเมื่อชายคนนี้ปรากฏตัว

ฉิงลี่ฉุนยืดตัวขึ้นพูดกับชายคนนั้น “ใครบอกว่าสองคนนี้ไม่สำคัญ”

“ท่านเพิ่งบอกเองว่าเขาเป็นขุนนาง ส่วนนางก็เป็นนางกำนัลเท่านั้นมิใช่รึ?

ฉิงลี่ฉุนเหยียดยิ้ม “ใช่ แต่เขาไม่ใช่ขุนนางธรรมดาทั่วไป เขาคือหลี่ผิงคุณชายตระกูลหลี่ที่ทรงอำนาจในราชสำนัก บุตรชายอัครมหาเสนาบดีหลี่กันฝู ส่วนนาง...” เขามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น “...นางคือนางกำนัลที่รับใช้ข้างกายฮ่องเต้”

“ก็แค่นางกำนัลรับใช้ข้างกายฮ่องเต้” เขามองนางอย่างไม่สนใจ ดูจะสนใจหลี่ผิงมากกว่า “ปล่อยนางไปเสียและพาตัวหลี่ผิงผู้นี้ไปกับเรา ไม่แน่หลี่กันฝูอาจจะยอมแลกตัวเขากับเงินก้อนโต”

“พวกเจ้าคิดจะจับข้าเรียกค่าไถ่รึ?” หลี่ผิงถามเสียงเข้มแต่ไม่มีใครสนใจเขา

ฉิงลี่ฉุนส่ายหน้าช้าๆ “ท่านอ๋องน้อยท่านคงไม่ทราบว่ากับนางจะใช้คำว่าก็ แค่ ไม่ได้ ข้าจะพูดอย่างไรดีท่านจึงจะเข้าใจว่านางสำคัญกับฮ่องเต้ยิ่งกว่าพระสนมตำแหน่งเต๋อเฟยของเขาเสียอีก” จากนั้นเขาก็เล่าเรื่องที่ไทเฮาจะยกนางให้เขาและฮ่องเต้เปลี่ยนเป็นยกพระสนมฮุ่ยเจินให้เขาแทน “...นางคือของรักของหวงของจ้าวเฟยหลง เจ้าสารเลวนั่นที่บังอาจปลดข้าจากตำแหน่งและทำให้ข้าต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ เช่นนี้ ข้าจะต้องแก้แค้นเขาให้สาสมให้ได้!

คราวนี้ดวงตาที่มองผ่านางไปของชายที่ฉิงลี่ฉุนเรียกท่านอ๋องน้อยเริ่มจับจ้องนางอย่างจริงจังเป็นครั้งแรก มี่หมินขยับตัวเข้าหาหลี่ผิงโดยไม่รู้ตัว

“อย่างนั้นรึ?

“ไม่ผิด ฮ่องเต้ให้ความสำคัญกับนางมาก ตอนนี้สวรรค์เข้าข้างเราแล้ว แคว้นเป่ยของท่านกับข้าต่างมีความแค้นต่อฮ่องเต้เช่นเดียวกัน เรามิสู้ใช้โอกาสนี้ทำให้จ้าวเฟยหลงเจ็บปวดทรมานจนถึงที่สุดด้วยการย่ำยีดวงใจของเขาเสียให้สิ้นซาก เขาจะได้ลิ้มรสการสูญเสียว่ามีรสชาติอย่างไร” พูดจบเขาก็ยื่นมือออกมาหานางกระชากนางเข้าไปหา

“ปล่อยข้านะ!” มี่หมินหวีดร้องด้วยความหวาดกลัวจับใจเข้าใจความหมายที่เขาพูดเป็นอย่างไร นางไม่เคยรู้สึกกลัวเท่านี้มาก่อน

“หากเจ้าแตะต้องนาง ข้าจะฆ่าเจ้า!” หลี่ผิงคำรามกระเสือกระสนในสภาพที่ถูกมัดคิดจะมาช่วยนางแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้!

ฉิงลี่ฉุนหัวเราะร่าสาแก่ใจรัดร่างนางแน่น แต่ก่อนเขาจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้นก็มีดาบเล่มยาวยื่นมาจ่อคอเขา พร้อมกับเสียงห้วนๆของ ท่านอ๋องน้อย พูดขึ้น

“ข้าก็จะฆ่าท่านเช่นกัน ข้าอาจจะเห็นด้วยที่จะจับสองคนนี้ไปและหาวิธีทำให้ฮ่องเต้เจ็บปวดเสียใจหรือสูญเสียดังเช่นที่เสด็จพ่อของข้าเคยรู้สึกเมื่อต้องสูญเสียน้องสาวคนเดียวไป แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะปล่อยให้ท่านย่ำยีสตรีคนนี้ตามความพอใจของท่าน”

“จางหย่งนี่เจ้า!” ฉิงลี่ฉุนมีสีหน้าไม่พอใจ คลายอ้อมแขนจากนาง

มี่หมินผวาถอยห่างหวาดกลัวจนตัวสั่นและรู้สึกแขยะแขยงกับสัมผัสของฉิงลี่ฉุนมี่สักครู่ นี่คือชายที่มีใบหน้าดุจสตรีที่แสนงามแต่จิตใจดำมืดราวปีศาจ!

สีหน้าของชายที่ชื่อจางหย่งและอาจเป็นโอรสของอ๋องแคว้นเป่ยยังไม่เปลี่ยนแม้สักนิด “หากจะใช้ทหารของข้า อาศัยคนของข้าปกป้องศีรษะของท่านจากฮ่องเต้และอ๋องแคว้นฉิงคนปัจจุบัน ท่านก็ต้องใช้วิธีการของข้า จงจำไว้ว่าข้าไม่ได้เห็นด้วยกับที่ท่านพ่อยอมรับท่านให้อยู่กับเราที่แคว้นตั้งแต่แรก ชื่อเสียงท่านเน่าเหม็นเสียยิ่งกว่าปลาเน่าๆ ที่ลอยมาตามลมเสียอีก เพราะฉะนั้นอย่าทำให้ข้าหมดความอดทนและมีเรื่องตัดหัวท่านส่งฮ่องเต้จะดีกว่า ข้ายังไม่อยากผิดกับสัญญากับเสด็จพ่อ”

นางและทุกคนดูออกว่าฉิงลี่ฉุนนั้นแสนจะโกรธแคว้นองค์ชายจากแคว้นเป่ยผู้มีนามว่าจางหย่งยิ่งนัก แต่เขาต้องอาศัยพึ่งพาแคว้นเป่ยดังนั้นเขาจึงได้แต่สะบัดแขนเสื้อและเดินหนีไปสงบสติอารมณ์ของตนเอง

นางกับหลี่ผิงถูกจับขึ้นรถม้าที่มีการควบคุมแน่นหนาทั้งที่ยังถูกผูกเอาไว้และจางหย่งกับฉิงลี่ฉุนก็เริ่มพาคนออกเดินทางซึ่งนางไม่ทราบว่าพวกเขากำลังจะไปที่ไหน ในใจหวาดกลัวแทบสิ้นสติที่ไม่อาจรู้ชะตากรรมตนเองว่าจะเป็นอย่างไรและจบอย่างไร

หลี่ผิงซึ่งได้รับบาดเจ็บกระซิบกับนางว่า “ไม่ต้องห่วง ข้าจะ...จะปกป้องเจ้าเอง”

นางอดยิ้มให้เขาไม่ได้ “ท่านกำลังบาดเจ็บอย่าห่วงข้านักเลย พักผ่อนก่อนเถิด”

เขาหัวเราะและไอออกมาครั้งหนึ่ง แผลที่แขนแม้จะถูกห้ามเลือดแล้วก็ยังมีเลือดซึมออกมาบ้าง “หน้าที่ข้าคือปกป้องเจ้า หากข้าทำไม่ได้ข้าจะกลับไปเผชิญหน้ากับฝ่าบาทได้อย่างไร ไม่ต้องห่วงระหว่างนี้ข้าจะคิดหาทางหนีไปจากพวกเขา ก่อนออกเดินทางข้าทำสัญลักษณ์ไว้ที่กระท่อมริมทะเลสาบเพื่อบอกคนของข้าว่ากำลังจะไปที่ไหน บางทีเขาอาจตามมาและมาช่วยพวกเราให้พ้นไปจากคนพวกนี้”

นางภาวนาให้เป็นเช่นนั้น “ท่านคิดว่าพวกเขาจะพาเราไปที่ไหน?

“จากที่พวกเราอยู่เดินทางไปทางตะวันตกประมาณห้าวันก็จะถึงแคว้นเป่ย บางทีพวกเขาอาจพาเราไปที่นั่น”

“น่าแปลก พวกเขามาทำอะไรที่นี่”

“ข้าเองก็แปลกใจเช่นกัน พวกเขาแต่งกายไม่บ่งบอกฐานะ ดูแล้วคงกำลังเคลื่อนไหวบางอย่าง อาจจะเกี่ยวกับเรื่องที่ฉิงลี่ฉุนถูกปลดจากตำแหน่งอ๋องแคว้นฉิง”

“ฝ่าบาทให้ท่านไปสืบเรื่องนี้”

“ใช่ น่าเสียดายข้ายังไม่ได้สืบให้ละเอียดก็เกิดเรื่องเสียก่อน”

นางก้มหน้าหลบตาเขา อดละอายใจไม่ได้ที่ทำให้เขายุ่งยากเพราะนางอีกครั้งและครั้งนี้อาจเอาชีวิตไม่รอด 

“เจ้าคงจำที่ข้าทูลฝ่าบาทได้ว่าอ๋องแคว้นเป่ยให้ที่หลบซ่อนกับฉิงลี่ฉุนได้” เขาชวนนางคุย “เจ้าอาจเคยได้ยินเรื่องในอดีตที่ราชสำนักประหารชีวิตน้องสาวคนเดียวของท่านอ๋อง ทำให้แคว้นเป่ยโกรธแค้นกระด้างกระเดื่องต่อราชสำนักมาหลายปี แต่ฝ่าบาททรงมีพระเมตตาจึงไม่ได้เอาเรื่องเขาอย่างจริงจังมากนัก”

“เจ้าค่ะ ข้าเคยได้ยิน” นั่นเอาจเป็นเหตุผลให้อ๋องแคว้นเป่ยร่วมมือกับฉิงลี่ฉุน ฉิงลี่ฉุนเป็นคนชั่วช้าร้ายกาจ เขาจะต้องวางแผนทำอะไรบางอย่าง

ดวงตาของหลี่ผิงวาวขึ้น “ครั้งนี้หากฝ่าบาททรงทราบว่าแคว้นเป่ยร่วมมือกับฉิงลี่ฉุนทำอะไรลงไป แคว้นเป่ยคงราบเป็นหน้ากอง”   



_______________________________________________

ต้องเรียกว่าช่วงนี้เคราะซ้ำกรรมซัดนางเอกเราเหลือเกิน >_<

เอาน่ะ นางจะได้แข็งแกร่ง!!!


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

ณ เชิงดอย






 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 937 ครั้ง

3,748 ความคิดเห็น

  1. #1302 Lovlygirl (@Lovlygirl) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 19:11

    สรุปมีดีแค่หมากล้อมกับสังเกต

    #1302
    1
    • #1302-1 กาน (จากตอนที่ 42)
      25 มิถุนายน 2562 / 18:37
      คิดว่าไรท์คงจะสื่อถึงนางเอก เรื่องประสบการณ์ การพบเจอเหตุการณ์ต่างๆทั้งดีและไม่จะทำให้นางมีมุมมองความคิดต่างจากเดิมและเข้มแข่งขึ้นก้อเป็นได้
      #1302-1
  2. #1288 differ21 (@differ21) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 12:04

    ปลาเน่าๆนี่ควรลอยมาตามน้ำนะคะ ไม่ใช่ลอยมาตามลม =*=

    #1288
    0
  3. วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 01:24
    แต่งเก่งมากค่ะ สนุกดี แต่หลังจากวางยาแล้วดึงเช็งมาก ยืดมากจ้ะ
    #1275
    0
  4. #954 oil-kp (@oil-kp) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 11:41
    นางเอกเป็นแบบนี้จะแข็งแกร่งได้จริงหรือ^^
    #954
    0
  5. #576 ฝนโปรยไพร (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 00:43

    ดูเหมือนฮ่องเต้จะอ่อนแอเกินไปหรือเปล่า

    #576
    0
  6. #505 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 17:31
    อาจจะตายก่อนแข็งแกร่งคนแบบนี้
    #505
    0
  7. #482 tavigar_25 (@tavigar_25) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 11:57
    แบบนี้ก็ดีนางจะได้เดินออกจากทุ่งลาเวนเดอร์มารับรู้ชีวิตมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้นจะได้เข้มแข็งขึ้น
    #482
    0
  8. #450 maeioumiw (@maeioumiw) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 01:12
    เนื่อเรื่องยืดมากกกก
    #450
    0
  9. #184 THEJlovely (@michigolovely) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 01:48
    นางเอกทำบุญบ้างนะ ซวยตลอด 555
    #184
    0
  10. #67 ฟหกด (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 13:09

    สนุกมากกกกกกกกกกก​ รออยู่นะคะ

    #67
    0
  11. #66 Oiljang89 (@Oiljang89) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 11:47
    ใครจะมาช่วยนางเอกได้กันนะ
    #66
    0