สายลมนิรันดร์ (ตีพิมพ์ B2S)

ตอนที่ 38 : ตอนที่ 37 สิ้นฤดูหนาวกล่าวคำลา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20791
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1117 ครั้ง
    2 พ.ค. 62

 

ตอนที่ 37 สิ้นฤดูหนาวกล่าวคำลา


 

หลังออกจากร้านหมอดูผู้มีสีหน้าตระหนกตกใจสุดขีดโดยไม่ทราบสาเหตุผู้นั้น ทั้งสองก็แวะชมการแสดงงิ้วใกล้ๆ

งิ้วบนเวทีแสดงเรื่องของหญิงคนหนึ่งที่พรัดพรากจากสามีและลูกในช่วงสงคราม เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างมีสีสันทั้งตลก ขบขันและเสียดสีนางต้องเผชิญอุปสรรคมากมายนางจึงสมหวังได้พบสามีและลูกชาย แต่สามีกลับมีภรรยาใหม่ที่มีฐานะร่ำรวย แถมลูกชายก็กลายเป็นคนพิการเพราะพิษภัยสงคราม นางเกือบคิดสั้นฆ่าตัวตาย!

คนดูต่างทอดถอนใจกับชะตากรรมอันเลวร้ายของนาง เรื่องควรจะจบแบบโศกนาฏกรรม แต่เรื่องกลับตาลปัตรเป็นนางความจำเสื่อมจำสามีและลูกผิดคน แท้ที่จริงสามีและลูกต่างเป็นห่วงเป็นใยที่นางหายออกไปจากบ้านและกำลังออกตามหานางเช่นกัน

ท้ายที่สุดหญิงคนนั้นก็ได้พบกับครอบครัวจริงๆ ของนางและได้อยู่กับพวกเขา แม้นางจะจำพวกเขาไม่ได้เลย!

คนดูคล้ายถูกหลอกมาตั้งแต่ต้นเรื่อง พวกเขาไม่ทราบจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี มี่หมินก็เช่นเดียวกันพอการแสดงจบลงนางจึงเริ่มออกตามหาร้านพุทราเชื่อมที่นางตั้งใจจะมาที่นี่เพื่อลิ้มรส

ในที่สุดหลังจากเดินหาไปทั่วถนนมี่หมินก็ตามหาร้านขายพุทราเชื่อมจนพบ นางรีบตรงเข้าไปที่ร้านควักเงินขอซื้อพุทราเชื่อมจากคนขายเสียสี่ไม้จนถือแทบไม่ไหว นางกินอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะเดินออกจากร้านตรงไปยังลานการแสดงมายากล ซึ่งต้องเดินผ่านตรอกเล็กๆ ทะลุไปจึงจะถึง

“เจ้าซื้อไปตั้งมากขนาดนี้จะกินหมดหรือ?” ฮ่องเต้ถามนาง

“กินวันนี้ไม่หมดก็เก็บไว้กินอีกได้ขอรับ ร้านนี้ไม่ค่อยมาขายที่เมืองหลวงนอกจากมีเทศกาลไหว้ศาลเจ้า คุณชายจะลองชิมดูบ้างไหม?” นางเอ่ยชวนอย่างร่าเริงลืมไปว่าไม่ควร  

ฮ่องเต้ปรายตามองนางสลับกับพุทราเชื่อมในมือด้วยแววตาแปลกๆ มี่หมินหน้าแดงรีบลดมือลงยกพุทราที่นางกินไปแล้วครึ่งหนึ่งขึ้น แต่ก็ถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือแข็งแรงของฮ่องเต้เสียก่อน

ฝ่ามือฮ่องเต้ที่จับยึดข้อมือนางช่างร้อนผ่าวเหลือเกินและดวงตานั้นก็ไม่ได้มองที่พุทราเชื่อมอีกแต่กลับจ้องริมฝีปากนางนิ่ง นางหยุดเคี้ยวค่อยๆ กลืนพุทราเชื่อมในปากลงคอ ก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว แต่ซอยที่คับแคบก้าวเพียงครั้งเดียวแผ่นหลังนางก็ชนเข้ากับกำแพงด้านหลัง แถมยังมีร่างสูงใหญ่ด้านหน้าปิดเอาไว้ไม่สามารถขยับไปไหนได้อีก

นางเลยได้แต่ยืนนิ่งทำหน้าไม่ถูก หัวใจเต้นระรัวในอก ถามพระองค์เสียงสั่น “ฝะ...ฝ่า...เอ่อ...คุณชายไม่เดินต่อแล้วหรือขอรับ”

ฮ่องเต้ก้มหน้าลงมาถามนาง “เดินต่อไปไหน ที่นี่ไม่มีอะไรที่ข้าสนใจอีกแล้ว”

มี่หมินกลืนน้ำลายก้มลงมองพื้น ความหวานชุ่มของพุทราเชื่อมที่แม้จะกลืนลงไปแต่ก็ยังคงรสชาติในปาก “แต่...แต่เรายังไม่ได้ไปดูมายากลที่ลานตรงโน้นเลยนะขอรับ”

“มายากลก็แค่สิ่งลวงตา...” ทรงยกมือขึ้นแตะปลายคางนางดันขึ้นสบตา ก้มลงมาใกล้จนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดใบหน้านาง “...มีหรือจะสู้ของจริงที่อยู่ตรงหน้าข้าได้”

นางทำตัวไม่ถูกยกพุทราเชื่อมในมืออีกข้างมาตรงหน้าฮ่องเต้ “ฝ่าบาทลองชิมดูสักคำสิขอรับ มัน...รสชาติดีมาก”

ปากสีสดหยักยิ้มลึกลับ “ข้าเชื่อว่ามีสิ่งอื่นที่รสชาติดีมากกว่าพุทราเชื่อมที่เจ้าถืออยู่...” จากนั้นจึงดันมือนางข้างนั้นออก ก้มหน้าลงมา

มี่หมินยืนตัวแข็งทำตัวไม่ถูกไม่แน่ใจว่าฮ่องเต้กำลังจะทำอะไร หรือว่า...คงไม่...นางกำลังจะยกมือปิดปากฮ่องเต้ก็พอดีมีชายสามคนเดินผ่านมาในตรอกพอดี

หนึ่งในพวกเขาหยุดชะงักแล้วกล่าวถากถาง “ฟ้าดินคงวิปริตหรือไม่ก็เพราะเทพจันทราผูกด้ายแดงให้พวกเขาฝาผิดตัว วันนี้ข้าถึงได้เห็นชายสองคนมายืนพรอดรักกันในตรอกนี่”

ชายสองคนยืนพรอดรัก?

มี่หมินก้มลงมองชุดตนและและฮ่องเต้ที่สวมฉลองพระองค์สีดำสนิทไม่บ่งบอกฐานะ ทั้งนางและฮ่องเต้ต่างยืนอยู่ใกล้ชิดกันอย่างยิ่ง แถมมือข้างหนึ่งของพระองค์ยังแตะปลายคางนางไว้!

อา...คนพวกนี้คงไม่ได้ว่านางกับฮ่องเต้ใช่หรือไม่?

นางดันอกกว้างออกห่างแต่ฮ่องเต้กลับไม่ยอมขยับหนีถอยไปจากนาง สีหน้าหรือก็สงบนิ่งเหลือเชื่อ

“พวกท่านเข้าใจผิดแล้ว” นางรีบค้านด้วยเกรงจะทำให้พระบารมีของฮ่องเต้มัวหมอง ฮ่องเต้ถูกหาว่าเป็นพวกตัดแขนเสื้อ! นางคงเดือดร้อนแน่! “ขะ...ข้ากับคุณชายกำลัง...กำลังเป่าฝุ่นออกจากตาต่างหาก” พอพูดออกไปแล้วมี่หมินก็รู้สึกว่าตนเองช่างโง่เขลาสิ้นดี!

“เป่าฝุ่นออกจากตา...” ชายคนนั้นมองไปรอบๆ “ในซอยมืดๆ เนี่ยนะรึ?

“ข้าหมายถึงฝุ่นเอ่อ...เข้าตาข้าพอดีตอนเดินเข้ามา”

พวกเขาทำเสียงเชอะ! ในคอพร้อมกัน “เชื่อก็บ้าแล้ว!

ชายอีกคนกล่าวขึ้น “นี่เป็นวันไหว้เทพจันทราขอพรให้สมหวังในความรัก พวกเขาสองคนอาจจะมาขอพรบ้างกระมัง”

อีกสองคนเห็นด้วย “ต้องใช่แน่...เหอะ! คิดจริงๆ หรือว่าต่อให้มีเทพจันทราอยู่จะช่วยพวกเจ้าได้”

“ไม่ใช่...” มี่หมินค้านเสียงดังเพราะต้องการปกป้องฮ่องเต้แม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าพระองค์เป็นใครมีฐานะอย่างไร “พวกท่านกำลังเข้าใจผิด ข้ากับคุณชายเราไม่ใช่พวกตัดแขนเสื้อนะ!

ชายคนหนึ่งยิ้มยียวน “เจ้าสองคนกอดกันแนบแน่น แถมยังมาอยู่ในซอยตามลำพังเช่นนี้ พวกข้าเห็นทีจะเชื่อไม่ลง”

มี่หมินจนปัญญาจะแก้ตัว เกือบจะบอกแล้วว่านางเป็นหญิงไม่ใช่ชายดังที่เห็น แต่ฮ่องเต้ก็ขยับยืดตัวขึ้นเสียก่อน ดวงตาวาวโรจน์เอาเรื่องทั้งไม่สบอารมณ์ ทรงหันไปมองพวกเขาแล้วกล่าวด้วยประโยคสั้นๆ ด้วยประโยคเดียว

“หากข้าจะพลอดรักแล้วพวกเจ้ามีปัญหาอย่างนั้นรึ?

สามคนนั้นสะดุ้งเฮือก ก้าวถอยหลังไปคนละทางไม่กล้าต่อปากต่อคำ พอฮ่องเต้ขยับตัวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวพวกเขาก็รีบร้อนลนลานออกไปทันที!

พอไล่พวกเขาไปแล้วฮ่องเต้ก็หันขวับมาหานาง มี่หมินสะดุ้งเฮือกแทบทำพุทราเชื่อมหลุดจากมือ!

ฮ่องเต้ยื่นมือมาแตะริมฝีปากนางเกลี่ยเบาๆ ทิ้งความร้อนผ่าวไว้เป็นทางก่อนชักมือกลับ ก้มลงกระซิบ “ปากเจ้าเปื้อนน้ำตาลหมดแล้ว เดี๋ยวคนอื่นก็คิดว่าข้ามีเด็กรับใช้ตะกละไม่รู้ความอยู่ด้วย”

 มี่หมินยืนหน้าร้อนผ่าว ก้มหน้าสำนึกผิด ที่แท้เรื่องทั้งหมดพฤติกรรมแปลกของฮ่องเต้เมื่อสักครู่ก็เพราะเกรงว่านางจะทำให้พระองค์ขายหน้านั่นเอง

นางเผลอคิดวูบหนึ่งฮ่องเต้อาจจะ...ไม่!...นางคงคิดไปเองมากกว่า ฮ่องเต้หรือจะทำแบบนั้น

“เจ้าจะยืนอยู่ตรงนั้นอีกนานแค่ไหน ยังไม่รีบมาอีก”

พอนางเงยหน้าขึ้นก็พบว่าฮ่องเต้เดินนำไปก่อนแล้ว มี่หมินรีบเดินตามไป ขาฮ่องเต้ยาวกว่านางมาก นางเดินเท่าไหร่ก็ตามไม่ทัน สุดท้ายจึงต้องเรียกเพราะเกรงว่าหากออกไปจนพ้นซอกนี้จะหลงทางเพราะคนที่พลุกพล่าน “คุณชายรอข้าด้วยขอรับ ท่านจะไปไหนหรือขอรับ?

ทรงหยุดรอนาง “เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าอยากไปดูมายากล”

นางหยุดยืนข้างพระองค์ “ขอรับ แต่เมื่อสักครู่คุณชายบอกเองนี่ขอรับว่ามายากลก็เป็นเพียงภาพลวงตา”

ทรงยื่นมือมาตบแก้มนางเบาๆ “อาหนิวเจ้าคงไม่ทราบ นอกจากอยากทราบความจริงแล้ว บางครั้งคนเราก็ต้องการภาพลวงตาเช่นกัน”

 

ในฤดูหนาวนั้นหลังจากเทศกาลไหว้ศาลเจ้าเทพจันทรามี่หมินก็ไม่ได้ออกจากวังหลวงอีกเลย

นางยังคงทำหน้าที่เดิมของนางคือคอยรับใช้ในห้องทรงอักษร ยังคงเขียนจดหมายตอบโต้กับหลวนเฉิงเป็นระยะไม่เคยขาดและทราบว่าเมื่อสิ้นฤดูหนาวเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เมื่ออากาศอบอุ่นขึ้นเขาจะออกเดินทางอีกครั้ง มี่หมินอิจฉาเขาอยู่ลึกๆ ในใจที่มีชีวิตอิสระเหลือเกิน หลวนเฉิงเปรียบดังนก ไม่มีทางที่จะอยู่ในกรง ไม่มีใครจับเขาใส่กรงได้เช่นกัน นางเข้าใจดีว่าเหตุใดเขาจึงไม่เคยคิดเป็นขุนนาง เพราะการเป็นขุนนางรับใช้ราชสำนักนั้นไม่ง่ายเลย

นางอยากพบเขาที่สุด อย่างน้อยนางก็อยากเอ่ยลาและอวยพรให้เขาด้วยตนเอง นางไม่คิดว่าไม่นานนักหลังจากคิดเช่นนั้น นางก็ได้พบเขา!

 

“ยาเม็ดเล็กๆ นี่มีคุณสมบัติมากมายขนาดนั้นเชียวหรือ?

เฟยหลงมองยาสองเม็ดในกล่องไม้ขนาดเล็กสองกล่องที่หลวนเฉิงนำมามอบให้เขา หลวนเฉิงบอกเขาว่านี่เป็นยาสมุนไพรหายากราวกับงมเข็มในมหาสมุทรที่เขารวบรวมมาหลายปีเจ็ดชนิด มีคุณสมบัติในการยับยั้งพิษทุกชนิดเป็นเวลาหกชั่วยาม ซึ่งก็มากพอให้ผู้ถูกพิษได้รับการรักษาและได้รับยาถอนพิษ หลวนเฉิงนำมามอบให้เขาสองเม็ด เม็ดหนึ่งสำหรับเขา อีกเม็ดสำหรับมี่หมิน

เขาคิดว่าชายคนนี้คงไม่อยากให้เขาเลย หลงนเฉิงคงอยากมอบยาทั้งสองเม็ดนี่ให้มี่หมินมากกว่า แต่ก็จะไม่มีข้ออ้างในการมาเข้าเฝ้าฮ่องเต้ 

 “เป็นเช่นนั้นพะยะค่ะฝ่าบาท”

“บอกข้าหน่อยสิว่าเหตุใดเจ้าจึงนำยาล้ำค่าเช่นนี้มามอบให้ข้า”

หลวนเฉิงตอบอย่างตรงไปตรงมา “ฝ่าบาททรงทราบดีพอๆ กับหม่อมฉันว่าในวังหลวงมีหลายครั้งที่คนถูกวางยาพิษจนสิ้นชีวิต ในฐานะหมอหม่อมฉันไม่อยากให้...ไม่อยากให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นกับฝ่าบาทและคนที่หม่อมฉันห่วงใย” หลวนเฉิงไม่ได้บอกว่าคนที่เขาห่วงใยคือใคร ไม่แม้แต่เหลือบมองนางซึ่งยืนอยู่ข้างๆ จูกงกงด้วยซ้ำ แต่เขาก็ทราบว่าหลวนเฉิงหมายถึงใคร

มี่หมินมองหลวนเฉิงด้วยสีหน้านับถือและตื้นตันราวกับว่าหลวนเฉิงเป็นเทพเซียนที่นางนับถือมาแสนนาน

เขาเขม่นมองนางแล้วหันไปถามหลวนเฉิง “เจ้ามีข้อแม้เพียงอย่างเดียวคือยาเม็ดหนึ่งจะต้องถูกมอบให้มี่หมิน แล้วเจ้าจะว่าอย่างไรหากข้าไม่คิดจะมอบมันให้นาง”

ใบหน้าซึ่งอ่อนโยนเป็นนิจสมกับอาชีพหมอของเขาเปลี่ยนไปแวบหนึ่ง ก่อนก้มศีรษะลงคล้ายจะยิ้มรู้เท่าทัน “หม่อมฉันเชื่อว่าฝ่าบาทจะมอบมันให้นางพะยะค่ะ”

เขาเกลียดที่ชายคนนี้อ่านใจเขาออกและเกลียดยิ่งกว่าที่คนที่ควรรู้ใจเขาที่สุดกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลยสักนิด เฟยหลงหยิบกล่องยาขึ้นมาถือ “เจ้าบอกว่าหากใครก็ตามถูกพิษให้รีบกินยาเม็ดนี้เข้าไปแล้วจะสามารถยับยั้งพิษได้หกชั่วยาม”

“พะยะค่ะ ยาเม็ดนี้จะช่วยยับยั้งพิษเอาไว้ไม่ให้พิษเข้าไปทำลายอวัยวะภายใน เวลาหกชั่วยามนั้นมากพอที่จะหายาถอนพิษได้ทันเวลา หากนานกว่านั้นพิษจะค่อยๆ เข้าไปทำลายอวัยวะต่างๆ จนยากจะแก้ไข”

เขาหวังว่าทั้งเขาและมี่หมินจะไม่ต้องใช้ยาสองเม็ดนี้และที่หลวนเฉิงบากหน้าเข้าวังมาทั้งที่ไม่อยากเป็นขุนนางก็เพราะมี่หมิน อยู่นอกวังหลวนเฉิงคงห่วงนางมากเกรงว่านางจะตกอยู่ในอันตราย เขาเองก็ใช่ว่าไม่ห่วงนางจึงให้นางคอยอยู่ข้างกายไม่ห่าง นอกจากนี้เขายังรู้ด้วยว่านางกับหลวนเฉิงติดต่อกันผ่านจดหมายตลอด

เฟยหลงส่งยาทั้งสองกล่องให้จูกงกงเก็บไว้ “เก็บไว้ให้ดี”

“พะยะค่ะฝ่าบาท” จูกงกงรับคำ

เฟยหลงลุกขึ้นจากที่นั่ง เดินลงไปหยุดตรงหน้าหลวนเฉิงที่ยืนอยู่กลางห้อง “เจ้าสร้างความดีความชอบ ข้าควรให้รางวัลเจ้า”

“ฝ่าบาทหม่อมฉันไม่ต้องการสิ่งใดพะยะค่ะ”

เขาสบตาอีกฝ่าย “ไม่มีสิ่งใดที่เจ้าต้องการเลยหรือ?

ดวงตาสดใสฉลาดเฉลียวหลุบต่ำลง ปกปิดความรู้สึกภายใน “หม่อมฉันก็เป็นดังคนทั่วไปที่มีความต้องการ แต่คนเราไม่จำเป็นต้องครอบครองทุกสิ่งที่ตนเองต้องการ โดยเฉพาะหากความต้องการนั้นจะทำให้คน...ให้สิ่งที่เรารักลำบาก”

ชายคนนี้กำลังเตือนเขาอยู่หรือไม่ เขาไม่แน่ใจ “คนเราล้วนคิดไม่เหมือนกัน คนๆ หนึ่งอาจสามารถปล่อยวางสิ่งที่ต้องการ แต่บางคนก็ไม่เป็นเช่นนั้น หากสามารถฉุดรั้งได้ก็จะพยามทำทุกวิถีทางเพราะไม่อยากจะต้องมานั่งเสียใจทีหลัง”

หลวนเฉิงคงเข้าใจดีว่าเขาหมายถึงอะไรและไม่คิดจะตอบโต้ เขามองชายผู้มากความสามารถคนนี้ หลวนเฉิงเปรียบดังแสงสว่าง ส่วนเขาซึ่งเป็นฮ่องเต้ใช้ชีวิตดุจด้านมืด!

“เจ้าช่างเป็นคนที่น่านับถือยิ่งนัก น่าเสียดายที่ไม่คิดเป็นขุนนาง” เขาเสียดายอย่างแท้จริงที่คนดีๆ มีความสามารถเช่นนี้ไม่คิดจะรับใช้ราชสำนัก

หลวนเฉิงยิ้มแววตาอ่อนโยน “แม้ไม่ได้เป็นขุนนางรับใช้ราชสำนักแต่หากมีสิ่งใดที่หม่อมฉันสามารถช่วยได้ หม่อมฉันก็ยินดีพะยะค่ะ”

เขาเหลือบมองมี่หมินแล้วจึงเอ่ยปากเบาๆ “ข้าหวังว่าจะไม่ต้องใช้ความสามารถของเจ้า”

เขาทราบว่ามี่หมินมีเรื่องอยากจะคุยกับหลวนเฉิงก่อนชายคนนี้กลับ หลวนเฉิงก็คงเช่นกัน อย่างน้อยเห็นแก่ความดีความชอบเขาจะเมตตาผู้ชายคนนี้สักครั้ง เขาจึงหันไปหานาง “มี่หมิน...”

“เพคะฝ่าบาท”

“เขาจะกลับแล้ว เจ้าไปส่งเขาที่ประตูทางออกจากเขตตำหนักใหญ่ ห้ามไปไกลกว่านั้น” ระยะทางจากตำหนักกุนชิงถึงทางออกเขตตำหนักใหญ่ไม่สั้นไม่ยาวไม่สลับซับซ้อน หวังว่าพวกเขาจะใช้โอกาสนี้พูดคุยกันให้จบ

 “เพคะฝ่าบาท”

พอเห็นสีหน้ามี่หมินยิ้มระรื่นเขาก็นึกอยากเปลี่ยนใจ! เขาจึงสั่งนางต่อ “เจ้ารีบไปแล้วก็รีบกลับมา อย่าให้ข้าต้องรอนาน”

 

มี่หมินเดินอยู่ข้างหลวนเฉิงด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย นางดีใจอย่างยิ่งที่ได้พบเขาก่อนเขาออกเดินทาง ไม่คิดว่าเข้าจะเข้าวังเพื่อถวายยาที่เขาคิดค้นขึ้นให้ฮ่องเต้และยังเผื่อแผ่มาถึงนาง

เมื่อเดินไปถึงต้นไม้ที่กำลังผลิใบสีเขียว นางจึงหยุดเดินทำให้เขาหยุดตาม “ท่านจะออกเดินทางเมื่อไหร่?

“อีกสามวันนับจากนี้”

“อีกสามวัน...ครั้งนี้ท่านจะไปที่ไหน?

เขายิ้มให้นางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนคุ้นตา “ครั้งนี้ข้าตั้งใจจะเดินทางขึ้นเหนือ ที่นั่นมีสมุนไพรหายากที่ข้ากำลังตามหา ข้าอยากไปค้นหามันด้วยตนเอง”

“อ้อ...” นางพยักหน้าเข้าใจเหตุผลของเขา “ท่านกลับมาต้องสัญญานะว่าจะบรรยายทุกอย่างที่เห็นให้ข้าฟังผ่านจดหมาย”

“แน่นอน ข้ารับปากเจ้า”

“หรือไม่ท่านก็เข้าวังมา...”

เขานิ่งไปชั่วขณะ รอยยิ้มเลือนหาย “วังหลวงไม่ใช่สถานที่ที่จะเข้าออกได้ง่ายดายนัก แต่ข้าจะพยาม”

มี่หมินยิ้มกว้างมองหน้าเขาแล้วรู้สึกว่าเขาผอมไปเล็กน้อย “ท่านดูซูบไปไม่น้อย คงเพราะเอาแต่คิดค้นยาชนิดต่างๆ กลับไปท่านต้องดูแลตัวเองให้ดี ท่านเป็นหมอเทวดาหากท่านป่วยเกรงว่าหมอทั่วไปคงรักษาท่านได้ไม่ดีนัก”

“เจ้าก็เช่นกันต้องดูแลตัวเองและจำที่ข้าบอกไว้ให้ดีว่าในวังหลวงคนที่เจ้าจะสามารถพึ่งพาและไว้ใจได้ที่สุดคือฮ่องเต้ นอกนั้น...ข้ายังไม่แน่ใจ”

พอคิดถึงฮ่องเต้มี่หมินก็อดหน้าแดงไม่ได้ นางยังจำการเดินทางไปเมืองอันฉีได้ดี จำตอนที่ตนเองตื่นขึ้นมาบนเตียงของฮ่องเต้โดยที่พระองค์ยืนจ้องนางอยู่ข้างเตียงด้วยหน้าอ่านไม่ออกในทุกเช้า พอนางถามว่าเหตุใดจึงขึ้นมานอนบนนี้ ฮ่องเต้ก็บอกว่านางละเมอปีนขึ้นเตียงเอง!

นางไม่เคยทราบมาก่อนว่าตนเองนอนละเมอ?

โชคดีที่ฮ่องเต้ไม่เอาเรื่องนาง หากว่านางล่วงเกิน ลบหลู่เบื้องสูงและคิดจะยั่วยวนพระองค์ นางยังไม่อยากถูกโบยดังที่นางกำนัลคนสนิทของไทเฮาถูกลงโทษ

“ฮ่องเต้...”

“มีอะไรหรือ?” หลวนเฉิงเลิกคิ้ว “มี่เอ๋อเจ้าหน้าแดง”

นางยกมือลูบแก้มบอกให้ตนเองเลิกคิดเรื่องนี้ เหตุการณ์ครั้งนั้นเกิดขึ้นหลายเดือนแล้วฮ่องเต้ไม่ตรัสถึงมันอีก นางก็ไม่ควรคิดถึงเช่นกัน แก้ตัวพัลวัน “อ้อ...ข้า...คงเพราะอากาศเริ่มอบอุ่นข้าก็เลย...รู้สึกร้อน”

เขาไม่ว่าอะไรเพียงแต่ยิ้มให้ นางมองหน้าเขาไม่เข้าใจว่าทำไมรอยยิ้มเขาช่างแสนเศร้านัก?

ลมแรงๆ พัดผ่านมาวูบหนึ่งทำให้เส้นผมนางปลิวสยายรับสายลม ความรู้สึกบางอย่างปรากฏขึ้นในดวงตาหลวนเฉิง เขายกมือขึ้นคล้ายจะสัมผัสเส้นผมนาง แต่กลับชะงักค้างอยู่กับที่แล้วค่อยๆ ลดมือลง

เขายิ้มให้นาง กล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังราวกับกระซิบว่า “ข้าหวังเหลือเกินว่าเจ้าจะมีความสุข”

นางเอื้อมมือออกไปคว้ามือเขามากุมไว้ บอกด้วยความจริงใจ “ข้าก็หวังว่าท่านจะมีความสุขเช่นกัน ท่านคือสหายที่ดีที่สุดสำหรับข้า”

คล้ายว่าเขาจะหยุดหายไปไปชั่วขณะ ก่อนจะมีเสียงถอนหายใจแผ่วเบา เขาพูดในสิ่งที่นางไม่เข้าใจ “นั่นสินะ บางทีครั้งหน้าที่ข้ากลับมาทุกอย่างอาจไม่เหมือนเดิมแล้วก็ได้”




________________________________________________

ช่วงนี้อากาศร้อนมาก 

ย้ายบ้านใหม่แอร์ก็ไม่เย็นรอล้างแอร์ 

ร้องไห้แป๊บ T_T

ชีวิตไม่หวานเหมือนมี่กะฝ่าบาทเลย 555


ณ เชิงดอย


 

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.117K ครั้ง

3,748 ความคิดเห็น

  1. #2756 Whatever it is (@oil-sup) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 12:18
    ฮือออ อยากได้เฉิงเฉิง
    #2756
    0
  2. วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 12:12
    ฮือ ท่านหมอออ
    #2755
    0
  3. #2247 เงาดอกไม้ (@gnelp_) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2562 / 00:17
    ฮือออออ พระอาจาาาาาาาารย์
    ม่ายยยยย
    #2247
    1
    • #2247-1 Strawberrya_a (@Strawberrya) (จากตอนที่ 38)
      28 มิถุนายน 2562 / 20:58
      พระอาจารย์เลยหรอ555
      #2247-1
  4. #2081 Tady_12 (@Tady_12) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 22:46
    จะร้องไห้ สงสารเฉิงเฉิง
    #2081
    0
  5. #2003 Angun1998 (@angunpraio) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2562 / 01:30
    สงสารเฉิงเฉิง ฮืออออเปลี่ยนพระเอกได้มั้ย เฉิงเฉิงผู้อบอุ่นของน้อง
    #2003
    0
  6. #1681 june_dd (@pornanan8681) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 21:23
    ขอเปลี่ยนพระเอกได้มั๊ย?
    #1681
    0
  7. #1172 Kamo (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 16:46

    หาคู่ให้เฉิงเฉิงด่วน

    #1172
    0
  8. #1135 KnitMaker (@jeeka) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 00:01
    เสียใจ สงสารท่านหมอโอ๋ๆ
    #1135
    0
  9. #943 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 07:35
    ท่านหมออ สงสาร จริงๆ เราคิดเหมือนฮ่องเต้นะ มี่หมินไม่ได้ฉลาดหรอก ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย เฮ้อ
    #943
    0
  10. #925 mntp_ (@mntp_) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 23:49
    เป็นสงสารท่านหมอ คู่กับหนูก็ได้ค่ะหมอ!
    #925
    0
  11. #716 waterrr (@waterrrrr) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 14:00
    ฉันสงสารหมออ ฉันเปลี่ยนใจ ขอหมอได้มั้ยย ไม่เอาฮ่องเต้แล้ว ฮืออออ
    #716
    0
  12. #713 Lunar116 (@Lunar116) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 12:35

    สงสารท่านหมอ แต่ยังไงคนไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ ฮือออ

    #713
    0
  13. #669 Lunaaaaaaaaaaa (@horn) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 13:57
    พระรองที่แสนดีอีกแล้ววววว
    #669
    0
  14. #589 ลอยลำไล (@kazka) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 10:57
    ความเฟรนด์โซนนี้ ฮืออออ
    #589
    0
  15. #573 ฝนโปรยไพร (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 00:07

    หลวนเฉิงคือแสงสว่างจริงๆ

    #573
    0
  16. #562 Bluesky (@momossd) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 18:53
    เฉิงเฉิงงงงงงงงงงง มาให้ข้าปลอบบบบบบบบ โอ๋ๆนะ
    #562
    0
  17. #477 J'Sun (@lovelyztk) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 08:33
    โอยยยย บราเธอร์โซนนนนนน
    #477
    0
  18. #417 Whanzaaaa (@Whanzaaaa) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 14:23

    สงสารหลวนเฉิง หนูมี่โชคดีนะ ฮ่องเต้รัก หมอเทวดาก็มารักอีก

    #417
    0
  19. #377 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 14:49
    สงสารเชิงเชิง
    #377
    0
  20. #310 amie_ppcy (@amie_ppcy) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 14:40
    สงสารเฉินเฉินอ่ะ เขารักเขาหวงเขาดูแลอย่างดีมาตลอด แต่ต้องเสียนางในดวงใจให้พี่เต้ ฮือ
    #310
    0
  21. #249 kanplou (@kanplou) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 12:55
    สงสารท่านหมอเทวดาจัง
    #249
    0
  22. #204 kikkhun (@kikkhun) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 22:22
    งื้อออ สงสารเฉินเฉิน
    #204
    0
  23. #182 THEJlovely (@michigolovely) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 01:03
    หาเมียให้หมอหน่อย สงสารนาง 555
    #182
    0