สายลมนิรันดร์ (ตีพิมพ์ B2S)

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 เดิมพัน!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2064 ครั้ง
    21 มิ.ย. 62


ตอนที่ 2 เดิมพัน



 

ณ ตำหนักเลี่ยงเฟิ่งของพระสนมเอกชางกุ้ยเฟย

“ทอดพระเนตรองค์ชายใหญ่สิเพคะพระสนม ทรงปรีชาสามารถเช่นนี้ มิน่าฝ่าบาทจึงได้ทรงโปรดปรานองค์ชายนัก” 

ฟางเซียนอมยิ้มกับคำยกยอของอิ๋งกุ้ยนางกำนัลคนสนิท อิ๋งกุ้ยเคยเป็นข้ารับใช้อยู่กับนางมาตั้งแต่ก่อนเขาวัง นางมองโอรสองค์เดียวของนางเลือดเนื้อเชื้อไขของฮ่องเต้ที่กำลังแข่งยิงธนูกับเชื้อพระวงศ์คนอื่นบนลานหน้าตำหนัก ปีนี้ ลู่เสียน อายุ 8 ขวบแล้ว ลูกทำให้ตำแหน่งของนางในวังหลังมั่นคงและทำให้ตำแหน่งฮองเฮาสั่นคลอนไม่น้อย จนบัดนี้หลังจากได้รับแต่งตั้งมานับสิบปีฮองเฮาก็ยังไม่สามารถให้กำเนิดองค์ชายหรือองค์หญิงได้สักคน

นางบอกตัวเองว่าลูกของนางจะต้องได้เป็นรัชทายาท ครอบครองบัลลังก์ต่อจากฮ่องเต้ มีแต่ลู่เสียนเท่านั้นที่คู่ควรกับตำแหน่งนี้ “ข้าได้ข่าวว่าเมื่อคืนฮุ่ยเจินให้กำเนิดองค์ชายแต่ฝ่าบาทไม่แม้แต่เสด็จไปที่นั่น ป่านนี้นางกับไทเฮาคงแทบกระอักเลือดด้วยความผิดหวัง”

 อิ๋งกุ้ยพยักหน้า “เพคะ หม่อมฉันได้ยินมาเช่นนั้น พระสนมกังวลมาตลอดว่านางจะให้กำเนิดองค์ชาย แย่งชิงความโปรดปรานของฝ่าบาท ตอนนี้ไม่ต้องกังวลแล้วเพคะ ดูเหมือนว่าฝ่าบาทจะเลิกให้ความสำคัญกับนางแล้ว แม้ว่านางจะให้กำเนิดองค์ชายก็ตาม”

นางเคยหวั่นไหวอยู่ช่วงหนึ่งตอนฮุ่ยเจินเข้าวังมาในครั้งแรก เกรงว่าฝ่าบาทจะโปรดปรานหญิงอื่นมากกว่านาง เพราะฮุ่ยเจินช่างเรียบร้อยอ่อนหวาน งดงามหาตัวจับยาก มีสายเลือดชนชั้นสูง แม้นางจะมั่นใจว่าฮ่องเต้โปรดปรานนาง แต่นางก็ยังอดหวั่นไหวไม่ได้ตามประสาสตรีที่หวังว่ตนเองจะเป็นคนที่สำคัญที่สุดสำหรับฮ่องเต้ไปตลอด

“นั่นสินะ ข้าคิดมากไปจริงๆ”

“หม่อมฉันแน่ใจเพคะว่าด้วยความโปรดปรานที่ฝ่าบาทมีต่อพระสนม จะไม่มีวันที่สตรีคนใดจะสั่นคลอนฐานะของพระสนมและองค์ชาย”

นางหัวเราะเบาๆ อย่างพอใจ มั่นใจในความรักใคร่ที่ฮ่องเต้มอบให้ “ตราบใดที่ยังมีข้าอยู่พวกนางจะไม่มีวันเหนือกว่าข้าต่อให้คนๆ นั้นเป็นฮองเฮา เจ้าเตรียมองค์ชายให้พร้อม ข้าจะพาเขาไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ที่ตำหนักใหญ่ ให้ทุกคนรู้ว่าแม้องค์ชายรองจะถือกำเนิดแต่โอรสของข้ายังคงเป็นองค์ชายที่ฝ่าบาทใส่ใจที่สุด”

“เพคะพระสนม”

 


ณ ตำหนักอี่อี๋ของหลี่ฮองเฮา

“เจ้าว่าอะไรนะ เมื่อคืนฝ่าบาทมีรับสั่งให้ส่งหมอหลวงไปรักษาพระสนมคนหนึ่งที่ตำหนักอย่างนั้นหรือ?หลิ่งจีคนสนิทของฮองเฮาถามด้วยความแปลกใจเมื่อได้รับรายงานจากขันทีที่นางส่งไปสืบข่าวที่ตำหนักใหญ่

“เจ้าค่ะ คนของเราที่ตำหนักใหญ่ยืนยันฝ่าบาททรงทำเช่นนั้น นอกจากนี้ยัง...”

“ยังอะไร?

“นอกจากนี้หัวหน้าขันทียังคอยกำชับหมอหลวงให้รักษาพระสนมให้ดี อย่าได้มีความผิดพลาดใดๆ หากพระสนมหายประชวรให้รีบมารายงานเพคะ”

ฮองเฮาซึ่งนั่งฟังการสนทนามานานเอ่ยปากถามเป็นครั้งแรก “พระสนมที่ล้มป่วยนั่นชื่ออะไร?

“ทูลฮองเฮาสนมที่ล้มป่วยนามว่าซือเสียน ตำแหน่งไฉหนวี่เพคะ”

“ซือเสียน?” นางสบตากับคนสนิทเพราะจำไม่ได้ว่าสนมผู้นี้เป็นใครมีหน้าตาอย่างไร

หลิ่งจีผู้มีความจำดีเป็นเลิศและรอบรู้รีบบอก “ทูลฮองเฮาพระสนมซือเสียนเข้าวังมาเมื่อห้าปีก่อน นางเคยถวายการรับใช้ฝ่าบาทไม่กี่ครั้ง ฝ่าบาทก็ไม่ได้เสด็จไปหานางที่ตำหนักอีก เพราะเหตุนี้นางจึงไม่มีความสำคัญนักเพคะ”

“หากไม่สำคัญฝ่าบาทคงไม่ใส่ใจนาง นางล้มป่วยจริงหรือแค่เรียกร้องความสนใจจากฝ่าบาท”

“เมื่อวันก่อนในอุทยานซูเฟยไม่พอใจอะไรบางอย่างในตัวนาง ทำให้ลงมือกับนางอย่างหนักมือเจ็บตัวไม่น้อย นางอาจล้มป่วยเพราะเหตุนี้เพคะ”

“อินฉินก่อเรื่องรังแกสนมคนอื่นอีกแล้วหรือ?” ซูเฟยตระกูลมู่นั้นเย่อหยิ่งจองหอง นางมีนิสัยชอบรังแกสนมคนอื่นที่ฐานะต่ำกว่าและข้ารับใช้อยู่เป็นประจำด้วยถือว่านางเป็นคนโปรดและมีบิดาเป็นขุนนางใหญ่  

“เพคะ เรื่องนี้ไม่มีใครทราบนอกจากนางกำนัลไม่กี่คน อีกอย่างแหนี่ผู้นั้นไม่เป็นที่โปรดปรานจึงไม่มีใครใส่ใจเพคะ”  

สนมที่ฮ่องเต้ไม่โปรดปรานไม่เหลียวแลก็เท่ากับตายไปแล้ว ไม่ทราบเหตุใดฮ่องเต้จึงใส่พระทัยสนมที่ไม่ทรงโปรดมานาน?

การที่ฮ่องเต้ไม่เสด็จไปที่ตำหนักฮุ่ยเจินนั้นนางเข้าใจดีว่าเพราะต้องการแสดงให้ไทเฮา ฮุ่ยเจินและตระกูลเสียนเห็นว่าทรงรู้ทันแผนการของพวกนางทุกอย่าง อีกทั้งยังไม่ต้องการองค์ชายรอง เด็กคนนั้นจะเกิดมาหรือไม่ล้วนไร้ความหมาย

ฮองเฮาเองก็พอใจกับเรื่องนี้อยู่เงียบๆ นางไม่ต้องการหอกข้างแคร่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งจากที่มีอยู่แล้วอย่างฟางเซียน ผู้หญิงคนนั้นได้ครอบครองความโปรดปรานของฮ่องเต้มานานและอาจรวมถึงความรักความใคร่ของฮ่องเต้หากว่าพระองค์ทรงมีสิ่งเหล่านั้น แต่นางรู้จักฮ่องเต้มานานนับสิบปี นางเชื่อไม่ลงว่าชายที่ทรงอำนาจและแสนเย็นชาผู้นั้นจะรักใครมากกว่าตนเองและบัลลังก์!

ฮองเฮาจิกเล็บเข้าไปในเนื้อของตนเอง ทั้งสองต่างให้กำเนิดองค์ชายแก่ฮ่องเต้ไม่ว่าฮ่องเต้จะต้องการหรือไม่ ทั้งที่นางซึ่งเป็นถึงฮองเฮาไม่มีโอกาสแม้แต่อุ้มชูลูกของนางเลยสักครั้ง!

ครั้งหนึ่งในฐานะผู้หญิงนางคิดฝันลมๆ แล้งๆ ถึงการได้ครอบครองหัวใจและความรักของฮ่องเต้ นางเคยเชื่อว่าที่ได้รับแต่งตั้งเป็นฮองเฮาเพราะฮ่องเต้ต้องการนางอย่างแท้จริง แต่ความฝันนั้นสลายไปเมื่อฮ่องเต้รับสตรีมากหน้าหลายตาเข้ามาเป็นสนม ต่อมาก็รับฟางเซียนเข้ามา ค่อยๆ เลื่อนฐานะให้นางจนรั้งตำแหน่งกุ้ยเฟย หลายปีที่ผ่านมาดูเหมือนฮ่องเต้จะมอบความโปรดปรานให้สตรีที่แสนอวดดีคนนั้น คนที่แสดงออกทุกทางเพื่อให้นางเจ็บช้ำว่าแม้จะเป็นฮองเฮาแต่ก็มีเพียงตำแหน่ง สำหรับฮ่องเต้ฟางเซียนสำคัญที่สุด  

ผู้หญิงชั้นต่ำ! คงหมายตาคิดจะรั้งตำแหน่งฮองเฮาแทนที่นาง

บิดาฟางเซียนเป็นเพียงพ่อค้าธรรมดากลับคิดจะยกตนเทียบนางซึ่งเป็นถึงฮองเฮาของแผ่นดิน ชิงจูเม้มปากนางไม่มีวันยอมให้ฟางเซียนมาแทนที่นาง!

“ฮองเฮาเพคะหากว่าไฉหนี่ผู้นั้นได้รับความโปรดปรานจนตั้งครรภ์ขึ้นมาอีก เกรงว่าเหล่าขุนนางคงยิ่งกดดันพระองค์ที่ไม่มีโอรส”

“ข้ารู้แล้ว”  เนื่องจากนางไม่มีโอรส ฐานะนางจึงไม่มั่นคงนัก อีกทั้งในพระทัยของฮ่องเต้นางเป็นเพียงฮองเฮาตามฐานะ ฮ่องเต้ร่วมเตียงกับนางตามหน้าที่เท่านั้น ทั้งที่นางเคยหลงรักพระองค์และคาดหวังให้พระองค์รักตอบ แต่หลายปีที่นางทราบว่าทั้งหมดเป็นแค่ฝัน  

“เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ ข้าทราบมาว่าฝ่าบาทเองก็ระมัดระวังที่จะไม่ให้สนมคนใดตั้งครรภ์ขึ้นมาอีก การตั้งครรภ์ของฮุ่ยเจินเป็นความผิดพลาด เพราะเหตุนี้พระองค์จึงโกรธนางกับไทเฮาจนไม่ยอมสนใจองค์ชายรอง หากฝ่าบาทไม่ยอมให้ตั้งครรภ์จะไม่มีสนมคนใดบังอาจขัดรับสั่งและเสี่ยงกับการถูกหมางเมิน”

       

  

“ท่านเป็นชายที่อ้างว้างและขมขื่น”

ระหว่างอ่านฎีกา จู่ๆเฟยหลงก็คิดถึงคำพูดประโยคนี้ของนางกำนัลฐานะต่ำต้อยคนนั้นขึ้นมา เขาวางฎีกาลงกับโต๊ะมองไปรอบห้องทรงอักษรสถานที่ซึ่งฮ่องเต้คนแล้วคนเล่าเคยมานั่งอยู่ในนี้และจากไป บ้างจากไปด้วยดี บ้างถูกลอบสังหาร บ้างถูกคนสนิทหรือแม้แต่สตรีที่รักทรยศหักหลังจนตรอมใจ ฮ่องเต้ทุกคนล้วนต้องพบพาลเรื่องเหล่านี้

แล้วเขาเล่าในฐานะฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะมีจุดจบอย่างไร?

ที่นี่กว้างใหญ่แต่ให้ความรู้สึกว่างเปล่าอย่างประหลาดดังที่นางว่าไว้ไม่มีผิด เขาหันไปหาหัวหน้าขันที “เรื่องของนางกำนัลคนนั้นไปถึงไหนแล้ว?

            จูกงกงซึ่งทำหน้าที่ควบคุมดูแลเหล่าขันทีทั้งหมดในวังหลวงและคอยรับใช้ใกล้ชิดเขาที่สุดเงยหน้าขึ้น “ฝ่าบาททรงหมายถึงนางกำนัลคนใดหรือพะยะค่ะ”

            “เจ้าคงไม่ทราบสินะเพราะตอนนั้นเจ้าอยู่ที่ตำหนักใหญ่” เขาให้คนไปตามขันทีรับใช้ที่ตามเสด็จวันนั้น

พอขันทีทราบเรื่องที่เขาถามถึงก็รีบรายงาน “ทูลฝ่าบาทนางกำนัลคนนั้นเป็นนางกำนัลรับใช้ในตำหนักพระสนมซือเสียนตำแหน่งไฉหนวี่มีชื่อว่ามี่หมินพะยะค่ะ”

มี่หมิน นางกับชื่อนางช่างเหมาะสมกันดี...คนลึกลับ

“เจ้ารู้อะไรเกี่ยวกับนางบ้าง?

อีกฝ่ายหน้าแดงก้มศีรษะแทบจรดพื้น “ฝ่าบาทนางเพิ่งเข้าวังมาเมื่อหนึ่งปีก่อน เป็นนางกำนัลระดับล่าง ประวัติของนางจึงมีไม่มากนักพะยะค่ะ”

จูกงกงเสนอ “ฝ่าบาทหากต้องการทราบเรื่องของนางไม่สู้ให้คนไปตามตัวนางมาพบที่ตำหนัก หากฝ่าบาททรงอนุญาตกระหม่อมจะให้คนไปพานางมาเดี๋ยวนี้พะยะค่ะ”

เขาอยากทราบว่านางจะมีท่าทางอย่างไรเมื่อทราบว่าเขาคือใคร แต่เขามั่นใจว่าตนเองไม่มีสิ่งใดที่ต้องการจากนางกำนัลคนนั้น แม้คำพูดของนางจะติดค้างในใจมาหลายวัน

“ไม่ต้อง ข้าไม่ต้องการสิ่งใดจากนาง”

หลังจากตรวจฎีกาจนหมดเฟยหลงจึงออกจากตำหนักกุนชิงไปยังหอตำราหลวง เขาเลือกใช้เส้นทางผ่านไปทางตำหนักไฉหนวี่คนนั้น เมื่อผ่านหน้าตำหนักพบว่าแถวนั้นเงียบเหงา แปลงดอกไม้หรือก็ไม่งดงามมีหญ้าขึ้นต่างจากตำหนักพระสนมคนอื่นที่เขาแวะเวียนไปหา ขณะกำลังจะเดินผ่านไปเขาเห็นแผ่นหลังบอบบางของใครบางคนในชุดนางกำนัลกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่ที่แปลงดอกไม้ เฟยหลงหยุดชะงักทำให้หัวหน้าขันทีและข้ารับใช้อีกสี่ห้าคนที่คอยตามเสด็จหยุดเดินไปด้วย

 จังหวะนั้นนางกำนัลเงยหน้าขึ้นพอดี นางมีสีหน้าพออกพอใจในมือถือหญ้าสีเขียวเต็มกำมือ นางยื่นบางอย่างส่งให้ใครบางคน หญ้าที่ขึ้นค่อนข้างสูงในแปลงทำให้เขาเพิ่งสังเกตเห็นว่าใกล้ๆ กันมีขันทีสูงวัยคนหนึ่งยืนอยู่

“ท่านนำใบกับรากไปทำความสะอาดและต้มดื่มตอนร้อนๆ มันจะช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัวของท่านและทำให้นอนหลับสนิทขึ้น”

เสียงของนางทำให้เขาจำได้ว่านางคือใคร...นางคือนางกำนัลปากกล้าคนนั้นนั่นเอง

ขันทีผู้นั้นมีสีหน้าพอใจยิ่ง “ขอบคุณเจ้ามากสำหรับสมุนไพรนี่ ข้าจะลองดู ข้าแน่ใจว่ามันต้องได้ผลดีแน่เหมือนครั้งที่แล้วตอนข้าปวดฟันยังได้เจ้าช่วยหาสมุนไพรมารักษาจนหาย เจ้าช่างมีน้ำใจนักข้าคงต้องไปก่อน” พูดจบขันทีก็โค้งให้นางหนึ่งครั้งและจากไป

นางยกมือปาดเหงื่อยิ้มกว้าง รอยยิ้มส่งให้ใบหน้าของนางชวนมองอย่างประหลาด มันเปิดเผยและจริงใจอย่างยิ่ง นางก้มลงค้นหาสมุนไพรในดงหญ้าของนางต่อไม่ทราบว่ามีคนกำลังมองอยู่

นางเป็นหมอด้วยหรือ หากเป็นหมอเหตุใดวันนั้นต้องไปคุกเข่าอ้อนวอนที่สำหนักหมอหลวง

“ฝ่าบาทจะให้กระหม่อมตามนางมาเข้าเฝ้าหรือไม่พะยะค่ะ” จูกงกงถามด้วยความหวังดี

เขายกมือห้าม “ไม่ต้อง ไปกันเถอะ”

เขาแน่ใจว่าเขาต้องได้พบนางในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน

 


“ท่านแน่ใจหรือว่าฝ่าบาท...ฝ่าบาทต้องการให้ข้าเข้าเฝ้า ท่าน...ท่านมิได้เข้าใจผิดใช่หรือไม่?

มี่หมินรวบรวมความกล้าถามขันทีสองคนในชุดสีดำมันเงาที่กำลังเดินนำนางข้ามเขตแบ่งระหว่างตำหนักใหญ่ซึ่งเป็นที่ประทับของฮ่องเต้และวังหลังที่ประทับของฮองเฮาและพระสนมทั้งหลายอีกครั้งหลังจากถามเขาไปแล้วถึงสองรอบ

นางไม่ทราบว่าเพราเหตุใดฮ่องเต้จึงต้องการพบนาง?

 สามวันแล้วหลังจากหมอหลวงยอมมารักษาที่ตำหนัก อาการประชวรของพระสนมดีขึ้นมากแล้ว หมอหลวงกำชับให้นางกับพี่ลี่ดูแลพระสนมให้ดี

คืนนั้นไม่ทราบเพราะเหตุใดหลังจากชายแปลกหน้าคนนั้นหายลับไปหมอหลวงก็ยอมเปิดประตูออกมาและยอมตามนางกลับตำหนักเพื่อรักษาอาการประชวรของพระสนม

คงเพราะพวกเขาทนฟังคำขอร้องของนางไม่ไหว

พระสนมอาจหายประชวรทางกาย แต่จิตใจนั้นอ่อนแอลงทุกวัน ทั้งยังปลงตกว่าอีกไม่นานคงจากโลกใบนี้ไป มี่หมินดีใจที่สามารถช่วยชีวิตพระสนมได้แต่ก็เศร้าใจที่ทำไม่ได้มากกว่านั้น  พระสนมอยากออกจากวังหลวง แต่ไม่อาจทำได้ สตรีที่เข้าสู่วังหลังไม่อาจออกไปจนกว่าจะสิ้นชีวิต!

ขันทีที่ดูสูงวัยกว่าหยุดทำให้นางและขันทีอีกคนหยุดเดินไปด้วย เขาหันมามองนางด้วยหางตา แววตาเย่อหยิ่งนัก “เจ้าคิดว่ารับสั่งฝ่าบาทเป็นเรื่องเข้าใจผิดได้อย่างนั้นหรือ?

นางรีบปฏิเสธ “ข้า...ข้ามิกล้า เพียงแต่ข้าเป็นแค่นางกำนัลฐานะต่ำต้อย ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้เข้าเฝ้าฮ่องเต้จึงอดถามไม่ได้เท่านั้น” ความจริงคือนางไม่คิดว่าฮ่องเต้จะทราบว่านางมีตัวตน นางไม่เคยรู้จักพระองค์ ไม่เคยเข้าเฝ้า ไม่เคยพบหน้า นางไม่ทราบด้วยซ้ำว่าฮ่องเต้มีหน้าตาเป็นเช่นไร เป็นไปได้อย่างไรที่ฮ่องเต้จะมีรับสั่งให้นางเข้าเฝ้า “ข้าเกรงว่าหากพวกท่านเข้าใจผิดในเรื่องนี้ ไม่ใช่เพียงข้าที่เดือนร้อนแต่จะพลอยทำให้พวกท่านเดือดร้อนไปด้วย จึงต้องการถามย้ำให้แน่ใจ” 

 “เจ้าพูดก็มีเหตุผลแต่ไม่ต้องห่วง พวกเราไม่ได้เข้าใจผิด” ขันทีที่อายุน้อยกว่ากล่าวกับนาง

นางยังมีข้อสงสัย เหตุใดพวกเขาจึงไม่ยอมให้นางบอกใครแม้แต่พระสนมหรือพี่ลี่ว่าฮ่องเต้มีรับสั่งให้นางเข้าเฝ้า เหตุใดพวกเขาต้องเดินอย่างเงียบเชียบและคอยหลบเลี่ยงผู้คนไปยังเส้นทางที่แทบจะปลอดคนเช่นนี้ ราวกับพวกเขากำลังเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ

การที่นางเข้าเฝ้าฮ่องเต้ต้องเป็นความลับด้วยหรือ? หรือว่านี่คือวิธีจัดการนางกำนัลคนหนึ่งให้หายไปอย่างไร้ร่องรอย หากนางหายไปก็จะไม่มีใครทราบว่านางไปที่ไหนหรือกับใคร

มี่หมินเริ่มเดินช้าลงโดยไม่รู้ตัว จนขันทีผู้มีสีหน้าเคร่งขรึมต้องคอยหันมามอง สุดท้ายเขาก็กระตุ้นให้นางรีบเดิน

“รีบเดินเข้าเถิด ฝ่าบาทรอเจ้าอยู่”

“เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจแล้ว แต่...”

“เจ้ายังมีคำถามอีกหรือ?

นางเม้มปากส่ายหน้า “ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ” ปลอบตัวเองว่านางไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ไม่ได้ล่วงเกินใคร....นอกจากชายแปลกหน้าคนนั้นที่นางเผลอพลั้งปากพูดไปโดยไม่คิดเพราะความกระวนกระวายและหวาดกลัว นอกนั้นไม่มีใครอีก นางไม่แม้แต่จะเฉียดใกล้บรรดาพระสนมหรือนางกำนัลคนอื่นด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นนางย่อมไม่มีศัตรูที่ไหนในวังให้คิดอยากเอาชีวิต

พวกเขาพานางเดินผ่านตำหนักต่างๆ และสถานที่งดงามแปลกตาทั้งอุทยาน ส่วนหิน สระบัวจนกระทั่งไปถึงตำหนักหลังหนึ่งที่ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามบ่งบอกฐานะผู้ครอบครอง แต่ถึงอย่างนั้นบรรยากาศโดยรอบกลับเงียบสงบร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่และสระน้ำใกล้ๆ ทำให้รู้สึกราวกับกำลังอยู่กลางป่า

นางถูกพาไปหาขันทีสูงวัยที่แต่งกายต่างจากขันทีคนอื่นเพราะชุดเขาเป็นสีน้ำตาลเข้ม นางเดาว่าเขาคงเป็นหัวหน้าขันทีที่คอยรับใช้ใกล้ชิดฮ่องเต้มากกว่าใคร เขามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าราวกับจะตรวจตราความเรียบร้อย พยักหน้าให้นางกำนัลสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ตรวจค้นร่างกายนางจนแน่ใจแล้วว่าไม่ได้ซ่อนอาวุธไว้จึงสั่งให้ขันทีที่ยืนอยู่เปิดประตูพานางเดินเข้าไปในตำหนัก

ภายในเงียบสนิทจนแทบไม่มีเสียงใดๆ นางเดินไปเงียบๆ จนถึงฉากกั้นสีขาวที่มีภาพมังกรสีทองกำลังโผบินขึ้นฟ้างดงามล้ำค่า เขาจึงหยุดเดินก้มศีรษะและเอ่ยปาก

“ฝ่าบาท นางมาถึงแล้วพะยะค่ะ”

ด้านในเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้น “ให้นางเข้ามา”

มี่หมินกะพริบตา เสียงนี้คุ้นหูอย่างประหลาดคล้ายเคยได้ยินที่ใดมาก่อน แต่จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อนางไม่เคยเข้าใกล้ฮ่องเต้เลยแม้จะอยู่ในวังมาหนึ่งปีแล้วก็ตาม

หัวหน้าขันทีผายมือ “เชิญ” ก่อนเดินนำนางเข้าไป

นางเดินตามหลังหัวหน้าขันทีผ่านฉากกั้นเข้าไปด้านใน พอเขาหยุดหันมามองนางก็รีบคุกเข่าและก้มศีรษะจรดพื้น ไม่กล้าปริปากเพียงครึ่งคำ นางอดตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวไม่ได้ จะเป็นอย่างไรหากฮ่องเต้เกิดไม่พอพระทัยนางขึ้นมาดื้อๆ นางจะถูกตัดหัวหรือไม่ นางเคยได้ยินมาว่าฮ่องเต้นั้นทรงเด็ดขาดน่าเกรงขาม แม้แต่เหล่าขุนนางยังหวาดกลัวเมื่ออยู่ต่อหน้าพระพักตร์ มี่หมินไม่กล้าแม้แต่เงยหน้าขึ้นมองว่าชายผู้ได้ชื่อว่ามีอำนาจสูงสุดในแผ่นดินนั้นมีหน้าตาเช่นไร

“เงยหน้าขึ้นสิ”

นางตัวแข็งทื่อขยับตัวไม่ได้เพราะความตื่นเต้นหวาดหวั่น หวาดกลัวไปสารพัด

“ฝ่าบาทรับสั่งให้เจ้าเงยหน้าขึ้น เจ้าไม่ได้ยินหรือ?” หัวหน้าขันทีกระซิบ “เงยหน้าขึ้นสิ”

นางกลืนน้ำลายกลั้นหายใจค่อยๆ เงยหน้าขึ้นช้าๆ มองฉลองพระองค์ที่ทรงสวมอยู่บนพระวรกายของฮ่องเต้ ทรงสวมชุดสีดำสนิทปักดิ้นทองลวดลายมังกรแสนอ่อนช้อยและสง่างาม ชุดนี้ทำให้ดูทรงอำนาจอย่างที่สุด ไม่ต้องบอกว่าเป็นฮ่องเต้ทุกคนก็คงทราบโดยทันที นางไล่สายตาจากชุดไปที่ใบหน้า ฝ่าบาทมีผิวขาวจัดเกลี้ยงเกลา ริมฝีปากสีสดหยักลึกรับกับจมูกโด่งเป็นสัน เมื่อนางเหลือบมองไปที่ดวงตา มี่หมินพบว่าตนเองกำลังมองเข้าไปในดวงตาสีนิลเข้มข้นไร้อารมณ์คู่หนึ่ง!

นางกวาดมองเขาทั่วทั้งร่างซ้ำอีกครั้งราวกับไม่อยากเชื่อแล้วยกมือปิดปาก สวรรค์! หากชายตรงนี้นางคือฮ่องเต้...เหตุใดเขาจึงเหมือนชายคนนั้นที่นางพบหน้าสำนักหมอหลวงเล่า?!

ชายตรงหน้าจ้องมองนางด้วยแววตาว่างเปล่าไร้อารมณ์ ไม่พูดกับนางอีกแม้แต่คำเดียว เอาแต่นั่งจ้องนางอยู่อย่างนั้นด้วยแววตากดดัน

เมื่อไม่อาจประสานสายตากับชายตรงหน้าได้นานกว่านี้ มี่หมินจึงก้มศีรษะลงไปตามเดิม ครั้งนี้เหงื่อเริ่มผุดพายตามมือและหน้าผาก นางเคยบอกว่าแววตาเขาช่างอ้างว้างขมขื่น...สวรรค์! นางบอกว่าฮ่องเต้เป็นชายอ้างว้างและขมขื่น!

“เจ้าไม่มีอะไรจะพูดหรือ?

นางสะอึกกำมือแน่นจนเจ็บ “ฝ่าบาท...หม่อมฉัน...”

“ทำไม...เจ้าก้มหน้าเช่นนี้ไม่กล้ามองหน้าข้า ไม่กล้าบอกแล้วหรือว่าแววตาข้าเป็นเช่นไร หรือว่าข้าอัปลักษณ์จนเจ้าไม่อาจทนมองได้ เงยหน้าขึ้นสิ”

นางสะดุ้งกับคำต่อว่ากลายๆ นั้น ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง...ครั้งนี้ไม่มีความอ้างว้างและข่มขื่นในแววตา ราวกับทรงเก็บซ่อนไว้อย่างดี แววตาฮ่องเต้บัดนี้เต็มไปด้วยความเฉลียวฉลาดและ...เย็นชา!

อัปลักษณ์หรือ? ไม่เลย เกรงว่าฮ่องเต้นอกจากจะมีฐานะสูงส่งแล้วยังมีใบหน้าล่อลวงสตรี ดุจดอกไม้ที่กำลังล่อแมลงด้วยสีสัดฉูดฉาดบาดตาที่สุด มิน่าฮ่องเต้จึงมีสนมนางในมากมาย มิน่าจึงมีสตรีอยากถวายการรับใช้พระองค์ เพราะฮ่องเต้ทรงมีหน้าตาเช่นนี้นี่เอง

นางส่ายหน้า “หม่อมฉัน....หม่อมฉันมิกล้าเพคะ”

ฮ่องเต้กวาดมองนางทั่วทั้งตัวเร็วๆ แล้วถาม “คืนนั้นเจ้าดูเหมือนจะฉลาดเฉลียวปากกล้าไม่เบา เหตุใดวันนี้เมื่อพบกันอีกครั้งกลับเอาแต่นั่งก้มหน้าตัวสั่นเทา”

นางไม่ทราบฮ่องเต้กำลังชมหรือข่มขู่นางกันแน่ มี่หมินจึงเอาแต่ก้มหน้านิ่ง

“เจ้าจะไม่พูดอะไรหน่อยหรือ?

นางรวบรวมกำลังใจตอบโต้กลับไป “หม่อมฉัน...หม่อมฉันไม่ทราบจะพูดอะไรเพคะ”

“ไม่ทราบจะพูดอะไร วันนี้ดูท่าเจ้าคงลืมเอาลิ้นมาด้วย” แล้วฮ่องเต้ก็โบกมือให้หัวหน้าขันที ไม่ถึงอึดใจกระดานหมากล้อมก็ถูกยกเข้ามาวางตรงหน้าพระองค์และนาง “หมากล้อมนอกจากจะใช้ความคิดตนเองแล้วยังอาศัยการอ่านความคิดคู่แข่งในการเดินหมาก เจ้าเล่นเป็นหรือไม่”

หลวนเฉิงเคยสอนนางนับครั้งไม่ถ้วนเกี่ยวกับการเดินหมาก เขามักจะสอนนางเสมอว่าการเดินหมากบ่งบอกลักษณะนิสัยของผู้คนได้เป็นอย่างดีว่าคนผู้นั้นใจร้อนวู่วามหรือฉลาดล้ำลึก  เขายังบอกว่าฝีมือการเดินของนางไม่ธรรมดา เมื่อก่อนนางแพ้เขาทุกครั้ง นานหลายปีกว่าที่นางจะสามารถเอาชนะเขาได้ ตอนนั้นเขาหัวเราะอย่างพอใจและเอ่ยปากชมนาง

“ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจ้าฝึกเล่นฝีมือเจ้าก็ไม่ธรรมดา ตอนนี้เจ้าเล่นจนเชี่ยวชาญทำให้ข้าพ่ายแพ้ ในบรรดาคนทั้งหมดเจ้าเป็นคนที่อ่านใจยากที่สุด”

“อ่านใจยาก ข้านะหรือ?” นางถามเขาด้วยความอยากรู้

เขามองนางแล้วยิ้ม “ใช่ บางครั้งเจ้าดูเปิดเผยตรงไปตรงมา บางครั้งดูใสซื่อไร้พิษภัย แต่ในบางครั้งเจ้ากลับมีเล่ห์เหลี่ยมจนทำให้คู่แข่งเดาทางไม่ถูกและประมาทในฝีมือ ที่สำคัญเจ้าไม่กระเหี้ยนกระหือรือจะเอาชนะ เจ้าเฝ้ารออย่างใจเย็นให้คู่แข่งเพลี่ยงพล้ำ คุณสมบัติข้อนี้นับเป็นคุณสมบัติที่ดีของนักเดินหมากชั้นเลิศ” 

นางไม่ทราบตอนนี้ต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ทรงคิดว่านางเป็นเช่นไร เปิดเผยตรงไปตรงมา ไร้พิษภัยหรือมีเล่ห์เหลี่ยม “เพคะ หม่อมฉันเล่นได้”

“เล่นได้กับเล่นเป็นนั้นแตกต่าง สรุปแล้วเจ้าเล่นได้หรือเล่นเป็น”

มี่หมินลังเลไม่กล้ายกหางตนเอง “เล่นได้เพคะ”

ฮ่องเต้ปรายตามองนางแล้วเริ่มจัดหมากบนกระดาน “ข้าเห็นแล้วว่านอกจากเจ้าจะดูคนเก่ง เจ้ายังมีความภักดีต่อนายหญิงของเจ้าเป็นอย่างมาก เอาอย่างนี้แล้วกันข้าจะเดิมพันกับเจ้า หากเจ้าสามารถเอาชนะข้าได้ ข้าจะดีกับนายหญิงของเจ้าให้มากกว่าเดิม”

หัวใจของนางแทบโลดขึ้นด้วยความยินดี จะเป็นอย่างไรหากนางสามารถทำให้ฮ่องเต้กลับไปสนใจพระสนมอีกครั้ง ทำให้พระสนมรู้สึกอยากมีชีวิตอยู่ต่อ หากพระสนมมีความสุขหายประชวรนางก็จะได้ออกจากวังหลวงไปใช้ชีวิตข้างนอกอีกครั้ง...นี่คือทั้งหมดที่นางฝัน

มี่หมินรีบตอบรับอย่างกระตือรือร้นทันที “หม่อมฉันยินดี...”

“ข้ายังพูดไม่จบ” น้ำเสียงฮ่องเต้เต็มไปด้วยความเหี้ยมเกรียมและเหมือนจะสนุกสนานขึ้นมาดื้อๆ “หากเจ้าชนะข้าจะใส่ใจนายหญิงของเจ้าให้ดี แต่ถ้าหากเจ้าแพ้...ชีวิตเจ้าเป็นของข้า”

 


เฟยหลงรู้สึกพอใจอย่างไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้สตรีตรงหน้ารู้สึกพรั่นพรึงได้...และก็อดคิดไม่ได้ว่าแม้นางจะแต่งกายด้วยชุดที่แสนธรรมดาไร้เครื่องประดับใดๆ และมีสีหน้าพรั่นพรึงเช่นนี้ เขากลับพบว่าตนเองไม่อาจละสายตาจากนาง

นางไม่ใช่สตรีที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอ แม้ว่านางจะเป็นสตรีที่งดงามแปลกตาและไม่อาจมองข้าม แต่เขามีสตรีในวังหลังมากมายที่งดงามไร้ที่ติ สตรีที่มีชาติกำเนิดสูงส่งทั้งองค์หญิงจากต่างแคว้น บุตรีหัวหน้าเผ่า ลูกสาวขุนนางใหญ่ พ่อค้าฐานะร่ำรวยที่ถูกเลี้ยงดูอย่างดี ทั้งหมดล้วนอยู่ได้ด้วยความเมตตาของเขา

เขาให้ความสำคัญกับสนมทุกนางแตกต่างกันไป บางคนเขาดูแลตามหน้าที่ บางคนเขาใส่ใจใยดีอย่างแท้จริง ทุกคนพร้อมจะทุ่มเทกายใจถวายการรับใช้เขาอย่างสุดความสามารถ แต่หลายวันที่ผ่านมาเขากลับไม่ได้คิดถึงสนมคนใดนอกจากนางกำนัลไร้ฐานะผู้นี้  

 เขาบอกไม่ได้ว่าเหตุใดจึงสนใจนางและหลายวันที่ผ่านมาเฝ้าสงสัยว่านางกำนัลเล็กๆ คนนั้นที่คุกเข่าตัวสั่นเปียกปอนหน้าขาวซีดเป็นเช่นไร นางยังคงภักดีต่อนายหญิงของนางหรือไม่ เหนือสิ่งอื่นใดเขาอยากแสดงให้นางเห็นว่าความภักดีนั้นไม่มีจริง!

เขาเป็นชายที่อ้างว้างและขมขื่น...นางเข้าใจถูกแล้ว นอกจากนี้เขายังเลือดเย็นด้วย หากนางเพียงแค่เล่นละครตบตาผู้คน เขาจะกระชากหน้ากากนางให้หลุดเอง! “ว่าอย่างไร เจ้ายินดีจะเดิมพันหรือไม่...ชีวิตนายหญิงหรือชีวิตเจ้า”

นางลังเลนั่งทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่พักใหญ่ ก่อนจะยอมตกลง “เพคะ หม่อมฉันยินดีเดิมพัน ชีวิตหม่อมฉันกับ...ความรุ่งโรจน์ของพระสนม”

“ดี” เขาเหยียดยิ้ม นางอาจไม่ทราบว่าเขาเล่นหมากล้อมมาทั้งชีวิต ไม่เคยมีใครเอาชนะเขาได้แม้แต่ฟางเซียนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นสตรีที่ฉลาดเฉลียวที่สุดเท่าที่เขาเคยพบ

เขาอาจต้องเริ่มคิดแล้วว่าจะจัดการนางกำนัลน้อยตรงหน้าอย่างไร สีหน้านางนั้นช่างดูออกง่ายดายว่านางไม่มั่นใจเอาเสียเลยว่าจะเอาชนะเขาได้ เขาสามารถดูคนอย่างนางได้อย่างทะลุปรุโปร่งเช่นเดียวกับหนังสือธรรมดาๆ สักเล่ม

ปรากฏว่าหลังจากผ่านไปถึงหนึ่งชั่วยามนางก็สามารถเอาชนะเขาได้อย่างหมดจด!

หัวหน้าขันทียืนก้มหน้านิ่งไม่กล้าปริปาก สตรีตรงหน้าเขาก้มหน้านิ่งไม่สบตาเขาเช่นกัน เฟยหลงจ้องมองกระดานหมอกล้อมด้วยแววตาว่างเปล่าไม่อยากเชื่อสายตา

เขาแพ้ได้อย่างไรกัน แพ้นางกำนัลหน้าซื่อตาใสท่าทางไร้พิษสงคนหนึ่ง!

“นี่เจ้า....”

นางก้มศีรษะลงจรดพื้นทวงสัญญากับเขาอย่างไม่เกรงกลัวว่า “หม่อมฉันขอบพระทัยฝ่าบาทแทนลู่ไฉหนวี่ในความเมตตาเพคะ”

ระหว่างนางก้มหน้าอยู่ตรงหน้าเขา แวบหนึ่งเขาเห็นรอยยิ้มยินดีที่ริมฝีปากอิ่มของนาง...รอยยิ้มที่ส่งให้ใบหน้านางงดงามขึ้นอีกหลายเท่า!

อา...ที่แท้เป็นเขาที่ถูกนางอ่านจนทะลุปรุโปร่ง!

 



-------------------------------------------------------------------------

รีไรท์จ้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.064K ครั้ง

3,750 ความคิดเห็น

  1. #1962 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 16:06
    ฟาดฟาดดดดดค่า 5555555555
    #1962
    0
  2. #1829 What&Why (@enjoyyyyy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2562 / 21:06
    ยังคงรอวันให้นางเอกได้เจอหยวนเฉินอีกครั้งอยู่นะ ฮือออ
    #1829
    0
  3. #1639 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 23:34
    กรี๊ดดดดด แค่นี้ก็ฟิน
    #1639
    0
  4. #1597 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 08:41

    ว้าว​ นิยายคุณภาพ​
    #1597
    0
  5. #1285 chaompph (@JINDARAT85) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 10:32
    ฮือออเป็นเรื่องที่ดีมากกก น่าลุ้นมากๆๆเลยย
    #1285
    0
  6. #1164 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 14:09

    ชอบๆ จุงง นางเอกฉลาดดด

    #1164
    0
  7. #1100 AomJanya (@AomJanya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 19:34
    หนึ่งชั่วโมง ใช้ ครึ่งชั่วยามแทนจะดีกว่าค่ะ
    #1100
    0
  8. #1055 piamya (@piamya) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 16:09

    สนุกมากค่ะ

    #1055
    0
  9. #1024 Callmeyou (@MARKTUAN190) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 01:25
    เพราะคิดว่าใสใสเนี้ยแหละเลยพลาด
    #1024
    0
  10. #969 \\^o^// miNi_Mint \\^o^// (@ni_mint) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 14:25
    ไยดี*
    พิษสง*
    #969
    0
  11. #951 F9A7B (@wanicha-28) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 10:34
    ว้ายเเพ้! 55555555
    เเง ชอบอ่าาา
    #951
    0
  12. #637 galaxy_ann1 (@galaxy_ann1) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 00:30
    สนุกมากค่ะ
    #637
    0
  13. #577 BrownEye (@monsicha51241) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 01:09
    ลุ้นมาก นางเอกเก่งงงงงงงง
    #577
    0
  14. #551 ฝนโปรยไพร (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 13:04

    นางเอกมีอาวุธลับสำคัญคืออ่านคนออก

    ฉลาดขั้นเทพ

    #551
    0
  15. #326 fai_btam (@fai_btam) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 19:23
    คำผิดเยอะนะคะ แต่ก็ค่อยๆแกไปดนาะ
    #326
    0
  16. #308 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 13:04

    คำผิดเย้อะะะะ

    #308
    0
  17. #294 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 08:16
    ฮ่องเต้สนใจแล้ว
    #294
    0
  18. #177 numayza555 (@numayza555) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 23:41
    สนุกกกก
    #177
    0
  19. #175 kaewkan (@pamanthai) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 22:41

    สนุกคะติดตามเป็นกำลังใจให้คะ

    #175
    0
  20. #146 nott299 (@nott29969619) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 01:37
    สนุกดีครับ ชอบๆ
    #146
    0
  21. #90 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 22:15
    ชนะด้วยล่ะนางเก่ง
    #90
    0