สายลมนิรันดร์ (ตีพิมพ์ B2S)

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 24 หนิงเหอชงอี๋ องค์หญิงแคว้นหยู

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1253 ครั้ง
    14 เม.ย. 62


 

ตอนที่ 24  หนิงเหอชงอี๋ องค์หญิงแคว้นหยู


 

ข่าวการตั้งครรภ์ของหนิงเหอนั้นสร้างความยินดีให้กับราชสำนักและแคว้นหยู ขณะเดียวกันก็สั่นสะเทือนฐานะของใครหลายคน โดยเฉพาะฮองเฮาและพระสนมตำแหน่งฟูเหรินทั้งสาม

ฮองเฮารู้สึกเจ็บปวดอยู่ลึกๆแม้จะไม่แสดงความรู้สึที่จนแล้วจนรอดนางก็ยังเป็นเพียงแต่ฮองเฮาผู้สูงศักดิ์แต่ไร้ซึ่งความใยดีของฮองเต้และเลือดเนื้อเชื้อไขของพระองค์  

ฟางเซียนกุ้ยเฟยไม่ปรารถนาให้หนิงเหอให้กำเนิดองค์ชายเพราะไม่อยากให้โอรสของตนเองมีคู่แข่ง นางไม่คิดว่าขณะที่ตนเองหมกมุ่นกับการกำจัดมี่หมินคนที่นางควรให้ความสนใจกลับถูกปล่อยผ่านจนกระทั่งตั้งครรภ์!

อินฉินซูเฟยไม่พอใจอย่างยิ่งที่หนิงเหอซึ่งมีฐานะต่ำกว่านางและเพิ่งเข้าวังสามารถตั้งครรภ์ให้กับฮ่องเต้ นางจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้ฮ่องเต้กลับมาสนใจนางอีกครั้ง

ฮุ้ยเจินเต๋อเฟยที่พำนักอยู่ที่พระตำหนักนอกวังกับไทเฮานั้นไม่มีใครทราบว่านางคิดหรือมีปฏิกิริยาอย่างไร แต่แน่นอนว่านางย่อไม่พอใจที่โอรสของนางนอกจากฮองเต้ไม่ให้ความสำคัญแล้ว ตอนนี้ยังอาจต้องมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน

ส่วนสนมคนอื่นๆนั้น ทุกคนแสดงความยินดีกับพระสนมหนิงเหอ แต่ในใจพวกนางล้วนใครจะทราบได้ว่ายินดีจากใจหรือเต็มไปด้วยความริษยา?

 

เฟยหลงรับฟังข่าวการตั้งครรภ์ของหนิงเหอที่หมอหลวงรายงานด้วยสีหน้าสงบนิ่งไม่ปรากฏร่องรอยยินดีหรือไม่ยินดี จากนั้นเขาจึงออกคำสั่งกับหมอหลวง

“เจ้าต้องดูแลพระสนมให้ดี กำชับคนในตำหนักด้วยว่าอย่าให้นางและลูกในท้องมีปัญหาอะไร ถ้ามีอะไรที่อยากได้ให้ส่งคนมาแจ้งที่หัวหน้าขันทีได้ทันที”

“หม่อมฉันจะทำอย่างสุดความสามารถพะยะค่ะฝ่าบาท”

“ไปได้แล้ว”

“หม่อมฉันทูลลาพะยะค่ะ”

หลังจากหมอหลวงจากไป ขันทีหน้าตำหนักก็มาบอกเขาว่ามี่หมินกลับมาถึงวังหลวงแล้ว เขาจึงให้คนพานางเข้ามา นางคุกเข่าตรงหน้าเขา สีหน้าดูสดใสเปล่งปลั่งบ่งบอกว่าสุขภาพนางดีขึ้นมากแล้วจากครั้งสุดท้ายที่เขาพบนาง

นางคงได้ยินเรื่องหนิงเหอตั้งครรภ์แล้ว นางเป็นคนเพียงคนเดียวที่รู้ความตั้งใจของเขาในเรื่องนี้ เขาหวังว่านางจะรู้ว่าเขาเกลียดสงครามและการความสูญเสียชีวิตทหารและราษฎรอันเกิดจากการสู้รบเพื่อสนองความต้องการอันยิ่งใหญ่ของฮ่องเต้เหมือนในอดีต เขาบอกตัวเองว่าเขาจะไม่มีวันให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้น

“หลังจากหลายวันที่เจ้าไม่อยู่ที่นี่ ในที่สุดเจ้าก็กลับมา ลุกขึ้นได้แล้ว” นางไม่ทราบว่าเขาเบื่อหน่ายมากเพียงใด ในห้องทรงอักษรให้ความรู้สึกว่างเปล่าอย่างประหลาด

“เพคะฝ่าบาท” นางลุกขึ้นเงยหน้ายิ้มให้เขา “หม่อมฉันได้ยินเรื่องพระสนมหนิงเหอชงอี๋ตั้งครรภ์ ยินดีด้วยเพคะฝ่าบาท”

“ข้าดีใจที่เจ้ารู้สึกยินดีไปกับข้า แต่ในใจเจ้าลึกๆแล้วรู้สึกเช่นนั้นจริงหรือ?

นางทำหน้าสับสนไม่เข้าใจ “พระสนมตั้งครรภ์หม่อมฉันในฐานะข้ารับใช้ของฝ่าบาทจะไม่ได้ยินดีได้อย่างไรเล่าเพคะ”

“ข้ารับใช้...นั่นสินะ” เขากดยิ้มมุมปาก ตอนนี้นางไม่เข้าใจ สักวันนางจะต้องเข้าใจว่าเขาหมายความว่าอย่างไร จากนั้นเขาจึงเอ่ยปาก “เจ้าเพิ่งกลับมาถึงควรพักผ่อนให้มาก ถ้าไม่จำเป็นอย่าเพิ่งทำอะไรที่ต้องใช้แรงมากมาย พรุ่งนี้ให้มาที่นี่เหมือนเดิม”

“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันทูลละ...” นางทำท่าจะเอ่ยลา

เขายกมือห้ามไว้ “ข้ายังพูดไม่จบ ข้าให้คนไปสืบเรื่องนางกำนัลที่เจ้าบอกแล้ว”

นางมีท่าทางอยากรู้ขึ้นมาทันที “นางว่าอย่างไรบ้างเพคะ”

เฟยหลงลุกขึ้นเดินไปหามี่หมิน “เจ้าคิดหรือว่าต่อให้มีชีวิตนางจะยอมรับว่าวางยาพิษเจ้า”

“มีชีวิตหมายความว่า...”

“นางตายแล้ว”

นางผงะใบหน้าที่เคยสดใสซีดลง “ตายแล้วหรือเพคะ?!

“ไม่ผิด มีคนพบศพนางในห้องเช้าวันต่อมาหลังจากเจ้าถูกวางยา พวกเขาบอกว่านางกินยาพิษเข้าไปเพราะหวาดกลัวที่ต้องถูกลงโทษ เจ้าเป็นคนฉลาดบอกข้าสิว่านางฆ่าตัวตายเองหรือมีคนทำให้นางตายกันแน่”

“ฝ่าบาทเรื่องนี้...” นางมีสีหน้าลำบากใจที่จะพูดออกมา “เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ หม่อมฉันไม่อาจคาดเดาโดยไร้หลักฐานและเหตุผลเพคะ”

เขาเข้าใจว่าเรื่องนี้อาจเกี่ยวพันถึงคนที่มีฐานะสูงส่งกว่านาง นางพูดอะไรออกมาอาจส่งผลกระทบใหญ่หลวง “เฉพาะนั้นจนกว่าเราจะรู้ความจริงว่าใครอยู่เบื้องหลังหรือนางทำเพราะอะไร เพื่อความปลอดภัยของเจ้าเอง ต่อไปนี้อาหารทุกอย่างที่เจ้าจะกินต้องให้หัวหน้านางกำนัลหรือจูกงกงเป็นคนจัดการ ห้ามเจ้ากินอะไรที่คนอื่นนำมาให้อีกเด็ดขาด”

นางพยักหน้า “เพคะ”

“ข้าให้เจียวเมิ่งเป็นคนสืบเรื่องนี้” พอเห็นสีหน้ายินดีของนางเขาอดถามไม่ได้ “เจ้าคงมั่นใจในฝีมือเขามาก”

“ใต้เจียวเมิ่งหรือเพคะ แน่นอนเพคะเขาเป็นคนที่ฝ่าบาทไว้วางพระทัย หม่อมฉันจะสงสัยในความสามารถเขาได้อย่างไร”

 เขายื่นหน้าไปใกล้กระซิบเบาๆว่า “หวังว่าเจ้าจะไม่ลืมว่าเขาเป็นคนของตระกูลเสียน เจ้าอาจไว้ใจเขาได้แต่จะต้องไม่วางใจในตัวเขาหรือใครมากเกินไปเพราะไม่แน่คนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้อาจจะเป็นคนที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลเจียวเมิ่งมากนัก”

พอได้หว่านเพาะความหวาดระแวงในใจของมี่หมินแล้ว เฟยหลงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา เมื่อขันทีนำน้ำแกงผสมสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกายเข้ามาเขาจึงบังคับให้นางดื่มและออกปากไล่นาง “เจ้าไปได้แล้ว”

 

“จะ...เจ้าว่าอะไรนะ มี่หมินนาง...นางยังไม่ตาย!

ฟางเซียนผุดลุกขึ้นและทรุดลงไปนั่งใหม่อีกรอบเมื่อได้ยินอิ๋งกุ้ยบอกว่าผู้หญิงคนนั้นกลับมาที่วังหลวงแล้วและทันทีที่มาถึงฮ่องเต้ก็มีรับสั่งให้นางเข้าเฝ้าทันที

“เพคะ หม่อมฉันเห็นมากับตาว่านางยังมีชีวิตอยู่และตอนนี้ก็กลับมาถึงวังหลวงแล้ว”

นางส่ายหน้า “เป็นไปไม่ได้นางได้รับพิษแล้วจะรอดมาได้ยังไง”

“บางทีระหว่างอยู่นอกวังอาจมีคนสามารถหายาถอนพิษมาให้นางได้เพคะ” อิ๋นกุ้ยเดาเพราะนั่นเป็นเพียงหนทางเดียวสำหรับคนที่ถูกพิษชนิดนี้

ฟางเซียนยกมือที่เย็นเฉียบของตนเองขึ้นกุมอก สิ่งเดียวที่นางอยากรู้ตอนนี้คือฮ่องเต้ทราบหรือไม่ว่าเป็นฝีมือนาง “ฝ่าบาทคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง ทรงทราบหรือไม่ว่า...”

“พระสนมโปรดวางใจตอนนี้ไม่มีใครสามารถสืบสาวเรื่องราวมาถึงที่นี่ได้ โชคดีพระสนมคิดการณ์ลอบคอบกำจัดนางกำนัลห้องเครื่องคนนั้นเสียก่อน หากนางยังอยู่ไม่แน่ฝ่าบาทอาจจะทราบ”

นางค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาช้าๆ สีหน้าสงบนิ่งลงเมื่อสามารถตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว “แต่เราจะประมาทไม่ได้ ยังเหลือคนที่ขายยาให้กับเจ้า เราต้องจัดการเขาด้วยอีกคน ถ้าเขาถูกจับเขาจะทำให้เรื่องทุกอย่างวุ่นวาย” ฟางเซียนก้มลงกระซิบกับคนสนิท “ส่งข่าวถึงท่านพ่อของข้า บอกเขาให้ช่วยจัดการเรื่องนี้”

อิ๋นกุ้ยพยักหน้า “เพคะ”

บางทีเรื่องกำจัดมี่หมินตอนนี้นางอาจจะต้องวางมือไปก่อน เพราะหากนางคิดไม่ผิด ฮ่องเต้จะต้องคอยจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของมี่หมินอย่างระมัดระวัง “เรื่องของเด็กคนนั้น เอาไว้ให้มีโอกาสเหมาะสมกว่านี้เราค่อยลงมืออีกครั้ง”

“เพคะ...แล้วเรื่องพระสนมหนิงเหอเล่าเพคะ พระสนมจะทำอย่างไรใต้เท้าหย่งกังวลเรื่องนี้เป็นอย่างมากเกรงว่าหากพระสนมให้กำเนิด...” อิ๋นกุ้ยไม่กล้าพูดต่อด้วยเกรงว่านางจะไม่พอใจ

หนิงเหอชงอี๋ตั้งครรภ์อ่อนๆ ไม่แน่ว่าจะสามารถให้กำเนิดองค์ชายได้ นางเองก็ไม่พอใจและเจ็บปวดกับเรื่องนี้แต่ไม่สามารถพูดหรือแสดงท่าทีใดๆ “ตอนนี้ฮ่องเต้ให้ความสำคัญกับนางเช่นกัน เราไม่ควรแหวกหญ้าให้งูตื่นหรือทำให้พระองค์หันมาเพ่งเล็งเรามากกว่าฮองเฮา ทางที่ดีเรื่องนี้ให้ฮ่องเฮาออกหน้าจัดการจะเหมาะกว่า”

“ออกหน้าจัดการ?

มุมปากฟางเซียนคลี่ยิ้มงดงามที่ไปไม่ถึงดวงตาและทำหน้าใบหน้าของนางไม่ได้ชวนมองนัก “เจ้าไม่รู้หรือว่าฮองเฮาสนับสนุนซือเสียนเพราะอะไร ซือเสียนไร้ฐานะไร้ความสำคัญ หากตั้งครรภ์ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่ฮองเฮาจะแย่งเอาลูกนางมาเลี้ยงดูอุ้มชูเป็นลูกของตนเอง แต่หนิงเหอเป็นองค์หญิงจากแคว้นหยู ฮองเฮาย่อมไม่อาจทำกับนางได้ดังใจเพราะมีแคว้นหยูหนุนหลังอยู่ เพราะฉะนั้นการตั้งครรภ์ของหนิงเหอไม่เพียงไม่เป็นผลดีต่อข้าและฮุ่ยเจิน มันยังไม่เป็นผลดีต่อแผนการของฮองเฮาด้วย บอกใต้เท้าหย่งว่าไม่ต้องห่วง ตอนนี้องค์ชายใหญ่ยังสำคัญที่สุดในพระทัยฝ่าบาทและข้าจะไม่ยอมให้ใครมาทำให้พระองค์เปลี่ยนใจ”

รวมถึงความสำคัญของนางในพระทัยฮ่องเต้ด้วย!

นางคิดถึงมี่หมินและความไม่สบายใจเมื่อคิดถึงมี่หมินพร้อมฮ่องเต้ ทุกคนคิดว่าฮ่องเต้ให้ความสำคัญกับหนิงเหอแต่ฮ่องเต้เพียงเอาใจใส่ผู้หญิงคนนั้นมากกว่าสนมคนอื่นเล็กน้อยเท่านั้น เทียบพระสนมตำแหน่งเฟยเหรินแล้วยังนับว่าห่างไกล หากให้ความสำคัญหนิงเหอเท่ากับที่ทรงให้ความสำคัญกับนางกำนัลเช่นมี่หมิน ป่านนี้หนิงเหอคงได้ครอบครองตำแหน่งเสียนเฟยที่ว่างอยู่แล้ว

“หม่อมฉันจะรีบนำเรื่องนี้ไปบอกกับใต้เท้าหย่งเพคะ”

“ดี บอกใต้เท้าด้วยว่าสะดวกเมื่อไหร่ เชิญเขามาร่วมดื่มน้ำชากับข้า ข้ามีหลายเรื่องที่ต้องหารือกับเขา”

“เพคะพระสนม”

 

ขณะอยู่ในอ่างอาบน้ำมีนางกำนัลหลายคนคอยดูแล เติมน้ำและโรยกลีบกุหลาบลงมาเพิ่มจนมันลอยอยู่บนผิวน้ำโดยรอบเพื่อเพิ่มกลิ่นหอมให้กับผิวกาย ฮองเฮามองกลีบดอกไม้อย่างใจลอย

“ฮองเฮาเพคะ จะให้หม่อมฉันเติมน้ำหอมลงในน้ำอีกหรือไม่เพคะ?

นางพยักหน้า “ได้”

หลิ่งจีที่คุกเข่าอยู่ข้างอ่างนำผ้ามาขัดผิวให้นางเบาๆ ปากก็เอ่ยชมถึงความงดงามของผิวกายที่ได้รับการดูแลอย่างดีมาตั้งแต่เด็กของนาง

นางอดเหยียดยิ้มไม่ได้ นางดงามไร้ที่ติจริงหรือ หากเป็นเช่นนั้นเหตุใดฮ่องเต้จึงไม่เคยเหลียวแลนางในฐานะผู้หญิงคนหนึ่งเลยสักครั้ง  

วันนี้ฮ่องเต้เลือกป้ายพระสนมหนิงเหอชงอี๋คนโปรดคนใหม่ คงเพราะพระองค์อยากอยู่กับนางหลังจากทราบเรื่องที่นางตั้งครรภ์ นางเผลอยกมือวางบนท้องที่แบบราบของตนเอง ทั้งชีวิตนางคงไม่มีโอกาสดีเช่นนั้น แต่นางจะไม่ยอมให้ตนเองหมดหวังและถูกเขี่ยทิ้งง่ายๆ!

“นางกำนัลคนนั้นที่ข้าให้เจ้าไปสืบได้เรื่องอะไรมาบ้าง”

“ทูลฮองเฮานางชื่อมี่หมินเป็นเด็กกำพร้าที่ครอบครัวพระสนมซือเสียนรับเลี้ยงตั้งแต่เด็ก เข้าวังมาเพราะมารดาพระสนมอยากให้มาดูแลนาง แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใดนางจึงได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดฝ่าบาท มีคนบอกว่าเพราะพระสนมซือเสียนขอร้องฮ่องเต้ให้รับตัวนางไว้เป็นนางกำนัลที่ตำหนักใหญ่ ฮ่องเต้เห็นแก่พระสนมจึงรับนางเป็นนางกำนัลที่นั่นเพคะ”

“ความสัมพันธ์นางกับฮ่องเต้เป็นอย่างไร?

“ฮ่องเต้ปฏิบัติกับนางไม่ต่างจากนางกำนัลคนอื่นเพคะ แต่...”

“แต่อะไร?” เสียงนางเข้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“ทุกครั้งที่ฝ่าบาทเสด็จออกนอกวังมี่หมินมักตามเสด็จด้วยเพคะ”

ฮ่องเต้ปฏิบัติกับผู้หญิงคนนั้นไม่ต่างจากคนอื่นจริงหรือ หากไม่ต่างเหตุใดต้องพานางไปด้วยทุกครั้ง นางรู้ว่าเมื่อก่อนฮ่องเสด็จออกจากวังมักไปกับราชองครักษ์หรือขุนนางที่พระองค์ไว้ใจเงียบๆ ไม่เคยพานางกำนัลคนใดไปกับพระองค์มาก่อน เพียงเท่านี้ก็บอกอะไรเราได้มากแล้ว

 บางทีมี่หมินอาจจะเกี่ยวข้องกับโสมพันปีที่ฮ่องเต้นำออกจากวังหลวงเมื่อหลายวันก่อนและเป็นต้นเหตุที่ทำให้พระองค์ไม่เสด็จกลับวังหลวงจนกระทั่งถึงเช้าวันงานเลี้ยงน้ำชาที่พระตำหนักฤดูร้อน

ฮองเฮาช้อนกลีบดอกกุหลาบขึ้นในอุ้งมือตนเอง ก่อนจะบีบแน่นจนกลีบกุหลาบชอกช้ำ “หลิ่งจีบางทีเราอาจจะเจอคนที่เราตามหาแล้ว เจ้าส่งคนไปคอยจับตาดูนางให้ดี ข้าต้องการทราบความเคลื่อนไหวของนางทุกอย่าง”

“เพคะฮองเฮา”

นางลุกขึ้นก้าวจากอางอาบน้ำ นางกำนัลสองคนนำผ้ามาซับน้ำออกจากผิวกายจนแห้งจึงนำเสื้อผ้ามาให้นางสวม กลิ่นกุหลาบอบอวนในอากาศ ความงดงามเพียบพร้อมของนางเมื่ออยู่กับชายที่ไร้หัวใจและไม่เหลียวแลนางเช่นฮ่องเต้ช่างเปล่าประโยชน์สิ้นดี นางบอกตัวเองว่าสักวันนางจะไม่ต้องเป็นฝ่ายเฝ้ารอแต่ฮ่องเต้จะต้องเป็นฝ่ายมาหานางด้วยพระองค์เอง

 

ตำหนักเฝินลู่ พระสนมหนิงเหอชงอี๋

มี่หมินมองภาพฮ่องเต้ประทับอยู่กับพระสนมหนิงเหอผู้งดงามเปี่ยมเสน่ห์ภายในตำหนัก พระสนมกำลังมีความสุขที่ตั้งครรภ์ ต่อไปนี้ฐานะจะมั่นคงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหากทรงให้กำเนิดองค์ชาย มีคนบอกว่าพระสนมอาจได้เลื่อนฐานะเป็นเสียนเฟยแทนที่พระสนมสวีเจาที่ถูกลดฐานะลงมา

อนิจจาพระสนมหนิงเหอช่างไม่รู้เลยว่านางและลูกมีชะตากรรมที่ฮ่องเต้กำหนดไว้ให้แล้ว นั่นคือเป็นเครื่องมือให้พระองค์ใช้เพื่อครอบครองแคว้นหยูในอนาคต

นางเหลือบมองพระพักตร์ฮ่องเต้ขณะนิ่งฟังพระสนมเล่าเรื่องในอดีตของตนให้พระองค์ฟัง ใบหน้าพระสนมฉายแววกระตือรือร้นและเอียงอายในบางครั้ง ส่วนฮ่องเต้นั้นคล้ายจะทรงตั้งใจฟังและใส่ใจแต่ขณะเดียวกันก็คล้ายเย็นชาไร้ความรู้สึกใดๆ

มี่หมินนึกเวทนาพระสนมแวบหนึ่ง นางคงไม่ทราบว่านี่คือชายที่น่ากลัวและอาจจะเลือดเย็นที่สุดเท่าที่นางเคยรู้จักมา...เพราะนี่คือฮ่องเต้ผู้เป็นเจ้าของชีวิตคนทั้งปวง!

นางได้ยินฮ่องเต้ตรัสกับพระสนม “เจ้าต้องดูแลตัวเองให้ดี”

“เพคะฝ่าบาท” มือของพระสนมวางบนหน้าท้อง ใบหน้าแดงระเรื่ออย่างคนกำลังมีความสุข “ขอบพระทัยฝ่าบาทที่ทรงห่วงใยเพคะ”

“เจ้ากำลังตั้งครรภ์ข้าจะไม่ห่วงเจ้าได้อย่างไร”

“หม่อมฉันให้คนไปส่งข่าวให้เสด็จพ่อกับเสด็จแม่แล้ว อีกไม่นานพวกท่านคงทราบข่าวที่น่ายินดีครั้งนี้ ฝ่าบาทคิดว่าเสด็จพ่อกับเสด็จแม่จะทรงคิดอย่างไรเพคะ”

“พวกเขาสองคนจะต้องยินดีไปกับเจ้า เพราะเจ้าได้สร้างความดีความชอบ”

พระสนมยิ้มกว้าง “เพคะ”

“ข้าจะให้คนนำของขวัญไปให้พวกเขาที่สนับสนุนให้เจ้าเข้าวังตั้งแต่ต้น ได้ข่าวว่าแคว้นหยูปีนี้ได้ผลผลิตข้าวน้อยทำให้ค่อนข้างขาดแคลนต่างจากที่นี่ ข้าจะให้ใต้เท้าอู่นำข้าวไปมอบให้อ๋องแคว้นหยูหนึ่งร้อยเกวียนเพื่อบรรเทาความขาดแคลนครั้งนี้”

“ฝ่าบาท....” พระสนมมีสีหน้าตื้นตันรีบลุกขึ้นตั้งใจจะคุกเข่า แต่ฮ่องเต้รั้งแขนนางไว้ “เจ้ากำลังตั้งครรภ์ไม่จำเป็นต้องมากพิธี”

มี่หมินหลุบตาลงต่ำ พรุ่งนี้ข่าวฮ่องเต้พระราชทานข้าวให้แคว้นหยูหนึ่งร้อยเกวียนจะต้องถูกพูดถึงไปทั่ววังหลวงและเรื่องนี้จะสั่นสะเทือนพระสนมคนโปรดทุกคนรวมไปถึงฮองเฮา...บางทีอาจรวมถึงไทเฮาที่อยู่นอกวังด้วยเช่นกัน

“ตอนนี้ดึกมากแล้วเจ้าควรพักผ่อนได้แล้ว” ฮ่องเต้หันไปหานางกำนัลพระสนม “พาพระสนมไปพักผ่อนได้แล้ว ดูแลนางให้ดี”

“เพคะฝ่าบาท”

พระสนมคล้ายแปลกใจที่ฮ่องเต้ไม่ประทับอยู่กับนางที่ตำหนักแต่ก็ไม่กล้าคัดค้าน ได้แต่น้องรับพระบัญชา “ขอบพระทัยฝ่าบาทเพคะ หม่อมฉันทูลลา”

มี่หมินตามฮ่องเต้กลับตำหนักพร้อมข้ารับใช้คนอื่นๆ ทั้งที่ดวงอาทิตย์เพิ่งลับขอบฟ้าไปไม่นาน แสงจากโคมไฟนำทางในมือขันทีส่องแสงสีเหลืองนวลมองไกลๆ คล้ายแสงหิ่งห้อยขนาดใหญ่ พระองค์เสด็จเข้าไปในตำหนักใหญ่ นางคิดว่าหน้าที่ของนางจบลงแล้วเหมือนทุกครั้งและเตรียมตัวจะกลับไปพักผ่อนที่ห้องพัก แต่ก็ถูกเรียกไว้

“เจ้ามานี่ก่อน”

นางตามเสด็จเข้าไปในตำหนักใหญ่ “ฝ่าบาทมีสิ่งใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ”

ฮ่องเต้ประทับลงบนที่นั่งและผายมือให้นางนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่ด้านหน้าไม่ใกล้แต่ก็ไม่ไกลจากฮ่องเต้นัก “ข้าให้คนไปตามหมอหลวงมาตรวจชีพจรเจ้า เขากำลังมา”

“แต่เมื่อเช้าหมอหลวงก็เพิ่งตรวจไปนี่เพคะ”

“เมื่อเช้าก็ส่วนเมื่อเช้า ตอนนี้ก็ส่วนตอนนี้” จากนั้นจึงทำมือให้จูกงกงรินสุราให้พระองค์ไม่คิดจะให้นางโต้แย้งอีก

หมอหลวงมาถึงในเวลาไม่นานนัก เขาคือใต้เท้าหาวหมอหลวงประจำองค์ฮ่องเต้ เมื่อตรวจชีพจรนางเรียบร้อยก็บอกเหมือนเมื่อเช้า “ทูลฝ่าบาทพิษในร่างกายนางสลายหมดแล้ว จังหวะชีพจรเป็นปกติ ไม่มีสิ่งใดต้องกังวลแล้วพะยะค่ะ”

“ดี” ฮ่องเต้พยักหน้าครั้งหนึ่ง “ท่านนำยาที่จูกงกงบอกไว้เตรียมมาพร้อมแล้วใช่ไหม?

            “พะยะค่ะ หม่อมฉันนำมาพร้อมแล้ว” จากนั้นเขาจึงหันสบตาผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านหลัง ผู้ช่วยคนนี้ประคองถาดซึ่งมีถ้วยกระเบื้องปิดฝาสนิทยืนนิ่งมานานก้าวออกมา ส่งยาให้หมอหลวง เขาประคองถ้วยกระเบื้องมาส่งให้นาง “แม่นางนี่คือยาบำร่างกายเจ้าให้หายในเร็ววัน”

“แต่ใต้เท้าเมื่อสักครู่ท่านเพิ่งบอกว่าข้าปกติทุกอย่าง เหตุใดต้องกินยาเล่าเจ้าคะ”

หมอหลวงเหลือบมองฮ่องเต้และไม่ยอมสบตานาง

ฮ่องเต้ตวัดสายตามองนางด้วยแววตาเย็นชา “ตอนหลวนเฉิงคนนั้นบอกให้เจ้ากินยาเจ้ากินโดยไม่ถามเขาสักคำ ตอนนี้หมอหลวงที่ข้าให้มารักษาเจ้าให้เจ้ากินยาเจ้ากลับถามมากมาย เจ้าคิดว่าข้าควรรู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้?

มี่หมินกลืนน้ำลายเฮือก รีบรับยากจากหมอหลวงมาดื่มโดยไม่ถามไถ่อีกไม่ว่าจะเป็นยาอะไร หากฮ่องเต้อยากให้นางตายด้วยการประทานยาพิษคงไม่ลำบากตามหลวนเฉิงมารักษานางและพระราชทานโสมพันปีอันล้ำค่าให้อย่างแน่นอน อีกอย่างนางยังสงสัยว่าเหตุใดที่ทรงตรัสถึงหลวนเฉิงต้องเรียกเขาว่า หลวนเฉิงคนนั้น ทุกครั้ง

ฮ่องเต้บิดยิ้มมุมปาก จิบสุราในมือ “ต่อไปเจ้าจะต้องดื่มยาชนิดนี้จนกว่าข้าจะแน่ใจว่าเจ้าหายเป็นปกติแล้วจริงๆ”

“เพคะ”

“ไปได้แล้ว”

“ขอบพระทัยเพคะ”

“ข้าหมายถึงหมอหลวง”

มี่หมินยิ้มเจื่อน หมอหลวงกับผู้ช่วยทูลลากลับไปทิ้งให้นางอยู่กับฮ่องเต้และจูกงกง พระองค์สั่งให้จูกงกงยกกระดานหมากล้อมมาวางและเรียกนางเข้าไปหา มี่หมินตื่นเต้นเกินระงับ...นี่เป็นครั้งแรกนับแต่นางพ่ายแพ้ที่ฮ่องเต้ชวนนางเล่นหมากล้อม หากครั้งนี้นางชนะนางจะขอให้ฮ่องเต้อนุญาตให้นางอกจากวังหลวง!

แต่...ฮ่องเต้กลับสั่งจูกงกง “เจ้าเองก็ฝีมือไม่เลว เล่นกับนางสักกระดานให้ข้าดู”

“เอ๋?” ทั้งนางและจูกงกงทำหน้าประหลาดและอุทานออกมาพร้อมกัน ก่อนจูกงกงจะตั้งตัวได้เร็วกว่านาง “พะยะค่ะฝ่าบาท”

มี่หมินเล่นหมากล้อมกับจูกงกงอย่างหมดอาลัยตายอยาก แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังเอาชนะเขาได้ไม่ยาก จูกงกงมองนางอย่างชื่นชม “ฝีมือข้านับว่าห่างไกลจากเจ้านัก นับถือๆ”

มี่หมินบอกอย่างถ่อมตน “มิกล้า” นางเหลือบมองฮ่องเต้ที่ทอดพระเนตรตลอดการเล่น หวังว่าพระองค์จะเปลี่ยนใจ

แต่ฮ่องเต้ก็ยังไม่เปลี่ยนใจ ทรงโบกมือไล่ “ดึกพวกเจ้าออกไปได้แล้ว”

เมื่อออกมาถึงหน้าตำหนักมี่หมินคิดได้ว่านางคิดถึงเรื่องที่เคยคุยกับหลวนเฉิงจึงตัดสินใจถามจูกงกง “จูกงกงข้าเคยได้ยินมาว่าข้ารับใช้ในวังหลวงเมื่อจะแต่งงานสามารถออกจากวังได้จริงหรือไม่?

กงกงมองนางด้วยแววตาปราณี “เจ้าได้ยินมาถูกแล้ว แต่เจ้านายของข้ารับใช้คนนั้นจะต้องอนุญาตจึงจะออกไปได้”

มี่หมินยิ้มกว้าง “เช่นนั้นหากข้าหาคนแต่งงานด้วยได้ก็สามารถขอให้ฝ่าบาทอนุญาตให้ออกจากวังได้ ดีจริงๆ”

จูกงกงทำหน้าตกใจ “เจ้าว่าอะไรนะ?

“ท่านคงทราบแล้วว่าความจริงข้าเข้าวังมาเพราะซือเสียนเหม่ยเหริน ตั้งใจว่าจะอยู่ที่นี่รับใช้นางไม่เกินสองปี นี่ผ่านมาสองปีกว่าแล้วยังไม่ได้ออกไปตามที่ตั้งใจไว้ ข้าก็เลยคิดว่าหากข้าสามารถหาคนที่เหมาะสมแต่งงานกับเขา ฝ่าบาทจะพระราชทานอนุญาตให้ข้าออกจากวังหลวงดังที่ตั้งใจ”

จูกงกงส่ายหน้า “ไม่ได้เด็ดขาด!

“เอ๊ะแต่เมื่อสักครู่ท่านบอกว่า...”

 “มี่หมินข้าบอกเจ้าก็จริงแต่...” จูกงกงมีสีหน้ากลัดกลุ้ม “แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เจ้านายจะอนุญาตให้ไป ฝ่าบาทไม่มีทาง...”

“ไม่มีทางอะไร?

“ให้เจ้าออกไป”

นางหน้าเสีย “ทำไมฝ่าบาทไม่ทรงพระราชทานอนุญาต ข้าเป็นเพียงนางกำนัลต่ำต้อย ไม่มีข้าสักคนก็มีคนเป็นสิบเป็นร้อยทำหน้าที่แทนข้า จูกงกงท่านกำลังล้อข้าเล่นแล้ว”

“นั่นก็ใช่แต่ว่า...ข้าเชื่อว่าฝ่าบาทเลือกเจ้ามารับใช้ที่ตำหนักใหญ่เพราะมีเหตุผล”

ใช่...มีเหตุผล เพราะนางแพ้เดิมพันฮ่องเต้!

“เรื่องนั้นข้าทราบดี”

“ในเมื่อเจ้าทราบแล้วเหตุใดยังจะออกจากวังอีก”

นางเงยหน้ามองดวงจันทร์ “เพราะข้าไม่เคยคิดจะอยู่ที่นี่ ยิ่งเมื่อข้ามีโอกาสเข้ามาในวังหลวงข้าก็ยิ่งรู้ว่าที่นี่ไม่เหมาะกับข้า” สถานที่ที่เต็มไปด้วยการแย่งชิงอำนาจและแสนอันตรายแห่งนี้ ไม่เหมาะกับการใช้ชีวิตเลยสักนิด “ข้ารู้ว่าอีกทางที่จะได้ออกไปคือสร้างความดีความชอบ ข้าไม่ใช่ขุนนาง ไม่ใช่แม่ทัพผู้กล้า ข้าเป็นเพียงนางกำนัลเล็กๆ ทางเดียวที่คนฐานะอย่างข้าทำได้ก็เหลือเพียงทางเดียวที่จะได้ออกไป...นั่นคือแต่งงาน”

เขามองนางแล้วถอนใจเสียงดัง “ข้าขอเตือนเจ้าในฐานะของคนที่อยู่ในวังและรับใช้ฝ่าบาทมานานว่าทางที่ดีเจ้าอย่าทูลขอฝ่าบาทเรื่องนี้ดีกว่า”

พูดจบจูกงกงก็ขอตัวจากไป นางมองตามแผ่นหลังเขา บางทีอาจเป็นเพราะจูกงกงภักดีต่อฮ่องเต้สุดชีวิต เขาจึงทนไม่ได้ที่คิดว่ามีคนอยากไปจากวังหลวงไม่ปรารถนาจะรับใช้ฮ่องเต้จนตัวตายเช่นเขา หรือเพราะจูกงกงเป็นขันที เขาจึงไม่เข้าใจและไม่สนับสนุนให้ใครแต่งงาน!?



_________________________________________________________________________________

ลำนำแสงจันทร์น่าจะยาวสุดที่เคยแต่งมา ปาไปหกสิบกว่าตอน 5555

เรื่องนี้ไม่รู้จะจบตรงไหน๊


ขอบคุณที่ติดตามค่ะ

ณ เชิงดอย

 

 

 

 

 

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.253K ครั้ง

3,750 ความคิดเห็น

  1. #2761 little lion (@icesysoha) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 15:29
    คิดไปถึงตอนที่นางได้แต่งให้หลงหลงนางจะโครตแกร่งเบอร์ไหนว่ะ ทั้งเมียเขา ทั้งลูกเขา ทั้งต้องมามากเขาแต่งคนนู่นมีลูกกับคนนี้อีก โห่ๆๆๆ
    #2761
    0
  2. #1993 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 20:34
    โถน้องเอ๊ย 5555555
    #1993
    0
  3. #1665 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 10:43
    ลูกเอ้ย​เรื่องแบบนี้ ซื่อบื้อ​
    #1665
    0
  4. #1234 katekate (@fairykate27) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 21:00
    โถ่น้อล เก่งทุกเรื่อง แต่ทำม๊ายย ไม่รู้เลยว่าใครหลงรักบ้าง แง้งๆ
    #1234
    0
  5. #1031 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 07:24

    สงสารเนอะ
    #1031
    0
  6. #999 Suwimon_11 (@Suwimon_11) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 20:02
    น้องอยู่ในวังก็มีแต่ภัย แถมน้องไม่ชอบอีกต่างหาก ฮ่องเต้ปล่อยน้องไปเถอะ ขอจบแบบไม่เหมือนใคร ให้ฮ่องเต้อกหัก
    #999
    0
  7. #953 Nulak Saiyasit (@lukzaa) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 11:07

    เชื่อจูกงๆๆเถอะ​ ไม่ควรขอๆๆ

    #953
    0
  8. #903 poom7 (@poomjk) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 21:46

    สมุดมาก ขอบคุณค่ะ
    #903
    1
    • #903-1 poom7 (@poomjk) (จากตอนที่ 25)
      8 มิถุนายน 2562 / 21:47
      #สนุกมาก
      #903-1
  9. #846 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 18:19
    มี่หมินนี่ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
    #846
    0
  10. #824 up2meup2u (@up2meup2u) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 08:58

    น้องจะซื่อไปถึงไหนค่ะลูก
    #824
    0
  11. #742 Phoomesri567 (@Phoomesri567) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2562 / 02:05
    สนุกมากกก อ่านรวดเดียวอีกแล้ววว 5555 ที่ชอบเรื่องนี้สุดๆก็เพราะตอนยาวด้วยนี่เเหละ สู้ๆนะคะ
    #742
    0
  12. #604 jongkolnee9620 (@jongkolnee9620) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2562 / 19:50
    ชอบมาก
    #604
    0
  13. #569 ฝนโปรยไพร (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 21:10

    นางเอกฉลาดจริงๆ

    #569
    0
  14. #414 maeioumiw (@maeioumiw) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 13:57
    ใสซื่อเกินไป ไหนบอกฉลาด
    #414
    0
  15. #374 Barbara13 (@paning13) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 14:10
    พี่เต้จะเลี้ยงไว้ทำลูกแน่ๆ
    #374
    0
  16. #343 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 23:20
    จูกงกงแอบชอบมี่หมินต่างหาก แฮ่ 5555
    #343
    0
  17. #289 Sudrarat (@Sudrarat) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 04:04

    ไม่ยากจับเข้าหอมีลูกลงโทษกุ้ยเฟยโละวังหลังทิ้งจบ อิอิล้อเล่น

    #289
    0
  18. #29 pipesama (@pipesama) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 00:00
    มี่หมินฉลาดแต่เรื่องคนอื่น แต่เรื่องตัวเองดูไม่ออก ดูเหมือนว่านอกจากฮองเฮาฝ่าบาทก็เตรียมแผนให้นางแล้ว
    #29
    0
  19. #28 rotee (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 22:59

    ช้าๆได้พร้าเล่มงาม ลุ้นๆๆๆคะ

    #28
    0
  20. #27 turtle.B (@_beerbjp) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 21:36
    เมื่อไรเขาจะได้กันค่ะ รอนานาแล้ว
    #27
    0