สายลมนิรันดร์ (ตีพิมพ์ B2S)

ตอนที่ 21 : ตอนที่ 20 อาจมีสักวัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23743
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1392 ครั้ง
    9 เม.ย. 62

 

ตอนที่ 20 อาจมีสักวัน

 


เฟยหลงออกจากวังเพื่อชมสวนดอกเหมยสีแดงแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ห่างจากเมืองหลวงนัก เขาชอบมาที่นี่เสมอเมื่อเข้าฤดูหนาว สีแดงอันโดดเด่นของดอกเหมยกับสีขาของหิมะที่ส่งเสริมกันและกันนั้นทำให้เขารู้สึกสงบนิ่ง ตลอดทางในรถม้ามี่หมินไม่พูดอะไรกับเขาและเมื่อมาถึงสวนนางก็คอยเดินนตามหลังเขาเงียบๆ เขาหยุดเมื่อมาถึงต้นดอกเหมยที่อายุเก่าแก่ที่สุดและหันไปมานาง พอเห็นเขาหยุดนางก็หยุดบ้าง ยืนห่างจากเขาไปหลายก้าว ใบหน้าก้มต่ำไม่ยอมสบตา

ในชุดของบุรุษที่ปกปิดร่างบอบบางนั้น ท่าทางนางแปลกไปมากนับแต่วันที่เห็นเขาเผชิญหน้ากับหลิวเหวิน คล้ายลังเลที่จะเข้าใกล้เขา บางครั้งนางลอบมอบสำรวจเขาด้วยแววตาอ่านไม่ออก นั่นทำให้เขาหงุดหงิดงุ่นง่านอย่างบอกไม่ถูก!

“เจ้าคงคิดว่าข้าโหดร้ายมากที่ทำอย่างนั้น”

“เพคะ?” นางเงยหน้าขึ้น

“เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างอ๋องแคว้นเย่กับเสียนเฟย การที่ข้าใช้พวกนางแม่ลูกเป็นตัวประกันที่นี่ เจ้าคงรู้สึกว่าข้าช่างโหดร้ายผิดมนุษย์มนา”

นางก้มหน้าลงอีกครั้ง ซ่อนสีหน้าและแววตาจากเขา “หม่อมฉันไม่บังอาจคิดเช่นนั้นเพคะ”

เฟยหลงเป็นฝ่ายเดินไปหานาง ดันปลายคางนางขึ้น “เวลาพูดเจ้าควรมองหน้าข้า เจ้าบอกเองว่าดวงตาโกหกใครไม่เป็น ข้าอยากเห็นว่าเจ้าพูดจริงหรือว่ากำลังโกหก”

ดวงตาของนางที่มองตอบเขายังเต็มไปด้วยความเปิดเผยตรงไปตรงมาดังเคย เพียงแต่มันมีประกายแห่งความเศร้าเจืออยู่ “หม่อมฉันเข้าใจดีเพคะว่าเหตุใดฝ่าบาทต้องทำเช่นนั้น เพียงแต่อดรู้สึกสงสารพวกเขาไม่ได้ที่ต้องมีชะตากรรมเช่นนี้ แม้นั่นจะเป็นสิ่งที่ได้เลือกแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้นฝ่าบาทโปรดวางพระทัยหม่อมฉันไม่ได้คิดจะตำหนิพระองค์จริงๆ เพคะ”

เขารู้สึกโล่งใจขึ้นมาทันที “ดีแล้วที่เจ้าเข้าใจ บางครั้งทุกสิ่งก็ไม่ได้ง่ายดายดังที่เราคิดไว้ บางครั้งเราก็จำเป็นต้องเลือกทำบางอย่างที่แม้จะผิดแต่ก็ต้องทำ”

กลีบดอกเหมยร่วงหล่นลงมาติดบนเส้นผมที่ถูกรวบไว้ เขาหยิบมันขึ้นมาถือไว้และอธิบายกับนางอย่างที่เขาไม่คิดจะเสียเวลาอธิบายกับใครหน้าไหน “หลิวเหวินเป็นคนบุ่มบ่ามไม่คิดหน้าคิดหลัง หากไม่ควบคุมเขาให้ดีและปล่อยให้เขาก่อสงครามจะมีคนต้องบาดเจ็บล้มตายจำนวนมาก ข้าจะฆ่าเขาก็ได้แต่ผู้นำคนใหม่ของแคว้นเย่ก็จะใช้ข้ออ้างนั้นในการก่อสร้างครามเช่นกัน ข้าเกลียดสงคราม เกลียดการฆ่าฟันและนองเลือด หากมีหนทางที่ข้าสามารถทำเพื่อหยุดมันยั้งมันได้ข้าก็จะทำ สวีเจากับองค์หญิงคือคนที่จะควบคุมไม่ให้หลิวเหวินสร้างปัญหา เมื่อพวกนางอยู่ในกำมือข้าเขาจะไม่กล้าแม้แต่จะคิด”

“ฝ่าบาทเคยคิดจะปล่อยพวกนางไปหรือไม่เพคะ?

คำถามของนางทำให้เขาหยุดคิด “อาจมีสักวัน หากข้าแน่ใจมากพอแต่ไม่ใช่ในเร็วๆ นี้”

ดวงตาของมี่หมินเป็นประกายบางอย่างและหายไป

“เจ้ากำลังคิดอะไรอยู่?

นางยิ้มกว้าง “เหตุใดไม่บอกพวกเขาเล่าเพคะ หากอ๋องแคว้นเย่ผู้นั้นทราบ หม่อมฉันเชื่อมั่นว่าเขาจะไม่กล้าก่อปัญหาแน่นอนและพระสนมจะได้ไม่เศร้าโศกและขมขื่นเช่นนี้”

นางอาจฉลาดแต่นางซื่อตรงเกินไป นางยังไม่เข้าใจว่าตลอดสามปีที่ผ่านมาเขาได้หว่านเพาะเมล็ดพันธุ์แห่งบางอย่างเพื่อทำให้สวีเจาเปลี่ยนใจจากหลิวเหวินมาที่เขา เขาทำสำเร็จนางมีใจให้เขา ที่เขาทำทั้งหมดก็เพื่อลงโทษนางที่คิดจะหลอกลวงเขาตั้งแต่ต้น!

“ข้าไม่แน่ใจว่านางจะยินดี”

“ทำไมเล่าเพคะ?” พูดจบมี่หมินก็จามออกมาเสียงดังห่อตัวเบาๆคล้ายกำลังหนาวสั่น นางมีสีหน้าละอายใจ “ขออภัยเพคะ”

“สักวันเจ้าจะเข้าใจ” เขาตัดบทและเปลี่ยนเรื่องคุย “อากาศเริ่มเย็นลงทุกที ชุดเจ้าบางขนาดนี้ทำไมยังกล้าใส่ออกมาเดินเล่นกลางหิมะกับข้าอีก”

“หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ”

เขาถอนใจ ถอดเสื้อคลุมตั้งใจจะสวมให้นาง “สวมนี้ไว้”

“ฝ่าบาทไม่ได้นะเพคะ...”

“หากเจ้าปฏิเสธข้าจะลงโทษเจ้า”

นางจึงยอมให้เขาสวมเสื้อคลุมให้ “ขอบพระทัยเพคะ หากฝ่าบาทประชวรหม่อมฉันต้องถูกจูกงกงตำหนิแน่”

เขายิ้มมุมปากแน่นอนจูกงกงไม่มีวันกล้าตำหนินาง

เฟยหลงพอใจเมื่อเห็นนางอบอุ่นมากพอ เขาขยับที่คลุมศีรษะขึ้นจนมันแทบจะปิดใบหน้านาง มองเห็นเพียงใบหน้าเล็กๆ และดวงตาใสกระจ่าง เขาเกิดความปรารถนาให้เวลาที่อยู่ตรงนี้ยาวนานออกไป ได้มองเข้าไปในดวงตานางและเชื่อมั่นในตัวใครสักคนหมดใจเหมือนในอดีต

เขารู้สึกว่าร่างกายสั่นสะท้านขึ้นมาอีกและหิมะเริ่มตกลงมาเรื่อยๆ “หิมะเริ่มตกหนักแล้ว เรากลับวังหลวงกันเถอะ”

“เพคะ หม่อมฉันเองก็เริ่มรู้สึกว่าอากาศหนาวมาก”

คนขับรถม้านำรถม้ามาจอดรับเขา แต่ระหว่างทางหิมะตกหนักจนรถม้าวิ่งต่อไม่ได้ คนขับรถม้ากับทหารองครักษ์จึงแนะนำ

“ฝ่าบาทหิมะตกหนักเช่นนี้คงกลับไม่ถึงวังหลวง เพื่อความปลอดภัยควรหาที่พักชั่วคราวก่อนพะยะค่ะ”

“มีตำหนักนอกวังหลังหนึ่งอยู่ไม่ไกล ไปหลบหิมะที่นั่นก็ได้”

เมื่อไปถึงตำหนักนอกวังหลังนั้น หิมะก็ตกหนักจนมองไม่เห็นเส้นทาง เขาพามี่หมินเข้าไปด้านใน ผู้ดูแลที่นี่ไม่ถามมากไม่นานก็นำน้ำชาอุ่นๆถูกนำมาให้ พอเห็นไปหามี่หมินนางก็เกือบจะนั่งหลับใบหน้าแดงก่ำจนน่าตกใจ

เขาปลุกนาง “หมินเอ๋อเจ้าง่วงหรือ?

“เพคะ หม่อมฉันรู้สึก...เหมือนมีกองไฟลุกอยู่ภายในกายและ...” นางไอแห้งๆออกมา

เขายกมือทาบหน้าผากนาง ตัวนางร้อนจัดจนน่ากลัวแต่นางกลับตัวสั่นด้วยความหนาวเหน็บ “เจ้าป่วยทำไม่บอกข้า”

“ไม่มีอะไรเพคะ แค่...” นางโบกมือไปมาอย่างอ่อนแรง “รู้สึกร้อนมากเท่านั้นเอง ไม่อยากให้ฝ่าบาททรงกังวล”

“เด็กโง่เจ้าไม่สบายยังมาไม่ยอมปริปาก คงเพราะชุดของเจ้า ครั้งหน้าหากเจ้าดื้อดึงปิดปากเงียบแบบนี้ ข้าจะสั่งโบยเจ้า”

นางเอื้อมมือออกมาคว้าปกเสื้อเขาไว้ เอนตัวมาและเพราะท่าทางไร้เรี่ยวแรงทำให้นางซบลงกับอกเขา บอกเสียงงึมงำ “ไม่เพคะ! ไม่...โบย ฝ่าบาทเคยรับสั่งหากถูกใครลงโทษอย่างไร้เหตุผล หม่อมฉันมีสิทธิ์ขัดขืน”

เฟยหลงก้มลงมองศีรษะและใบหน้าที่ซุกอยู่กับอกด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก ก่อนมุมปากจะคลี่ยิ้มและเขายกมือขึ้นโอบนางไว้ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน “แน่นอน เจ้ามีสิทธิ์ขัดขืนและข้าจะอยู่ข้างเจ้าเสมอเพราะข้ารู้ดีว่าเจ้าจะไม่มีวันสร้างปัญหา แต่ปัญหามักจะมาหาเจ้าเอง”

นางเงียบไปอีก เขารู้สึกว่าตัวนางร้อนขึ้นมากจนผิดปกติจึงอุ้มนางไปที่เตียง ออกคำสั่ง “ใครอยู่ข้างนอกเข้ามาในนี้เร็วเข้า”

จูกงกงเป็นคนเข้ามาก่อน พอเห็นมี่หมินนอนอยู่บนเตียงก็ละล่ำละลักถาม “ฝ่าบาทเกิดอะไรขึ้นหรือพะยะค่ะ?

“นางไม่สบายไปเรียกนางกำนัลและให้คนเตรียมน้ำกับผ้าเข้ามา”

 

“ข้ามาเข้าเฝ้าฝ่าบาท ไปทูลฝ่าบาทด้วย”

ขันทีหน้าตำหนักทำหน้าเลิกลั่กเมื่อนางแจ้งความต้องการที่จะเข้าเฝ้าฮ่องเต้ “เอ่อ...พระสนม...”

ฟางเซียนจึงย้ำอีกครั้ง “เจ้าไม่ได้ยินหรือ? ข้าบอกว่าข้ามาเข้าเฝ้าฮ่องเต้ทำไมยังไม่ไปทูลอีก”

“พระสนมฝ่าบาท...ฝ่าบาทไม่อยู่ในตำหนักพะยะค่ะ”

“ฝ่าบาทเสด็จไปที่ไหน?

“พวกเราไม่ทราบพะยะค่ะ”

“นี่พวกเจ้าดูแลฝ่าบาทอย่างไร เหตุใดจึงไม่ทราบว่าฮ่องเต้ประทับอยู่ที่ไหน?” นางถามอย่างเอาเรื่องทำให้ขันทีทั้งสองลนลานคุกเข่า

ด้านหลังเสียงฮองเฮาดังขึ้น “ข้าไม่เคยทราบมาก่อนว่าเจ้าก็มีเรื่องร้อนใจเช่นกัน แต่เจ้าดุด่าข้ารับใช้จะได้ประโยชน์อะไรอย่างนั้นหรือ?

ฟางเซียนข่มกลั้นโทสะเอาไว้ นางไม่น่าปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลเลย นางค่อยๆ หันไปหาฮองเฮาที่ยืนอยู่กับข้ารับใช้ “ฮองเฮาถวายพระพรเพคะ”

ฮองเฮาก้าวเดินมาหยุดตรงหน้านาง “กุ้ยเฟยมาเข้าเฝ้ามาฝ่าบาทคงมีเรื่องสำคัญมาก”

นางแสร้งยิ้ม “เพคะ เป็นเรื่องขององค์ชาย ในฐานะแม่หม่อมฉันอดร้อนใจไม่ได้จึงเผลอแสดงอารมณ์มากไป หวังว่าฮองเฮาจะเข้าใจและไม่ถือสา” ฮองเฮาไม่มีลูกทั้งที่อยากมีใจแทบขาด การบอกว่าฮองเฮาจะเข้าใจนั้นเท่ากับตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแนบเนียน

“แน่นอนข้าเข้าใจ แต่ตอนนี้ฝ่าบาทไม่ได้ประทับอยู่ที่นี่ หากเจ้ามีอะไรให้ข้าช่วย ข้าก็ยินดี”

นางไม่ทราบว่าฮ่องเต้ประทับอยู่ที่ไหน ปกติพระองค์ต้องทรงงานอยู่ที่ตำหนักกุนชิง นางมองไปยังประตูตำหนัก หรือว่าฮ่องเต้ปฏิเสธที่จะพบนาง หรือว่านางไร้ความหมายอย่างสิ้นเชิงแล้ว

“เรื่องเล็กน้อยหม่อมฉันไม่บังอาจรบกวนเพคะ แต่หม่อมฉันไม่ทราบว่าฝ่าบาทประทับอยู่ที่ใด หากจะทรงชี้แนะ...”

“ข้าได้ยินมาว่าฮ่องเต้เสด็จออกไปนอกวัง ยังไม่เสด็จกลับ” ฮองเฮามองออกไปนอกหลังคาทางเดินหน้าตำหนัก หิมะโปรยปรายอย่างหนัก “เกรงว่าหากหิมะยังตกเช่นนี้จะทำให้การเดินทางกลับล่าช้าออกไปอีก แต่ไม่ต้องห่วงเพราะมีคนที่ไว้ใจได้ตามเสด็จไปด้วย ข้ากำชับให้พวกเขาทุกคนจะดูแลฝ่าบาทอย่างดี”

นางไม่เห็นมี่หมินที่นี่ เด็กนั่นคงไปกับฮ่องเต้ด้วย ดี...ยิ่งหิมะตกหนัก ยิ่งฮ่องเต้นำพามี่หมินห่างไกลจากหมอหลวง ฝ่าบาทก็จะได้เห็นเด็กคนนั้นตายไปต่อหน้าต่อตาและไม่มสามารถเยื้อชีวิตนางเอาไว้!

“หม่อมฉันก็คิดเช่นนั้นเพคะ ฝ่าบาทเป็นโอรสสวรรค์ย่อมไม่มีอันตรายใดกล้ากล้ำกราย หม่อมฉันไม่รบกวนฮองเฮาแล้วเพคะ หม่อมฉันทูลลา”

 

อาการป่วยของมี่หมินยังไม่ดีขึ้นแม้จะผ่านไปหลายชั่วยาม นางยังมีอาการหนาวสั่นสะท้านและไม่รู้สึกตัวแม้ว่าจะห่มผ้าให้นางหลายผืนแล้วก็ตาม ขณะเดียวกันร่างกายนางยังร้อนผ่าวมีเหงื่อผุดผายจนเปียกชุ่ม

เฟยหลงคอยอยู่ใกล้ๆด้วยความเป็นห่วง เฝ้ามองดูใบหน้าซีดเซียวของนางแล้วจึงหันไปสั่งจูกงกง “ให้คนไปตามหมอหลวงมาที่นี่ทันที”

“ฝ่าบาทหิมะตกหนักเช่นนี้ เกรงว่าการเดินทางไปกลับจะยิ่งลำบากไม่ทันการณ์ หม่อมฉันว่าลองไปตามหมอแถวนี้มารักษานางดีหรือไม่พะยะค่ะ”

เขามองออกไปนอกหน้าต่างและเห็นด้วยว่ารอหมอหลวงอาจไม่ทัน “ได้ ให้คนไปตามหมอแถวนี้มา ถึงอย่างไรก็ต้องพาเขามาที่นี่ ต่อให้ต้องลากตัวมาก็ต้องเอามาให้ได้”

“พะยะค่ะฝ่าบาท”

หลังจากนั้นราวหนึ่งชั่วยามหมอก็ถูกพาตัวมา หมอรีบลงมือตรวจชีพจรของมี่หมิน

“นางเป็นอะไร?

“นางป่วยเป็นไข้ธรรมดาเท่านั้นขอรับ” พูดจบหมอก็จัดการให้คนนำยาไปต้ม ไม่นานนักยาก็ถูกนำมาให้มี่หมินดื่ม ระหว่างนั้นเขาให้หมอรอดูอาการนางไปก่อนไม่ต้องรีบกลับ แต่ทันทีที่ดื่มยาเข้าไปนางก็สำลักออกมาเป็นเลือดสีแดงสด!

หมอวัยชรามีสีหน้าตกใจสุดขีด เช่นเดียวกับเฟยหลงที่เข้าไปประคองนางเอาไว้

“เจ้าให้ยาอะไรนางกิน?

“เป็นยาสมุนไพรที่ใช้ลดไข้เท่านั้นขอรับ”

หมอรีบเข้ามาจับชีพจรมี่หมินอีกถึงสามครั้งก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่านางป่วยด้วยสาเหตุใด ทำให้ใบหน้าที่เคยสดใสหมองคล้ำลงเรื่อยๆ “เอ่อ...นายท่านแม่นางผู้นี้ดูภายนอกเหมือนว่านางกำนัลป่วยเป็นไข้ธรรมดา แต่ข้าน้อยตรวจชีพจรนางพบว่าจังหวะชีพจรไม่สม่ำเสมอ เดี๋ยวช้าเดี๋ยวเร็วไม่ทราบสาเหตุ ซ้ำนางยังมีไข้สูงตลอดเวลาดื่มยาเข้าไปกลับอาเจียนเป็นเลือด ข้าน้อยไม่เคยรักษาคนที่มีอาการเช่นนี้มาก่อนเลยขอรับ”

“เจ้ากำลังจะบอกว่ารักษานางไม่ได้อย่างนั้นรึ?” เขาถามเสียงต่ำเย็นเฉียบที่ทำให้คนฟังขนลุก เขานึกว่านางป่วยเพราะอากาศเย็นไม่คิดว่านางจะป่วยหนักจนแม้แต่หมอก็รักษาไม่ได้ ก่อนออกจากวังนางยังดูปกติทุกอย่างไม่มีวี่แววของคนป่วยหนัก จะเป็นไปได้อย่างไรที่นางล้มป่วยถึงขนาดนี้!

หมอหน้าซีด “นายท่านข้า...ข้าจนปัญญาแล้วขอรับ ข้าน้อยรักษาคนมายี่สิบปีไม่เคยพบใครมีอาการเช่นนี้มาก่อน โปรดให้อภัยด้วย”

“นี่เจ้า!

“ข้าน้อยทำสุดความสามารถแล้ว” หมอแก้ต่างให้ตนเอง “ข้าที่รักษาคนมานานยังรักษานางไม่ได้ คนอื่นก็คงเช่นกัน”

“ดี” เฟยหลงพยักหน้าบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ข่มขวัญคนฟังสุดขีด “เจ้าทำสุดความสามารถแล้วข้าเข้าใจ แต่รู้ไว้ว่าถ้านางเป็นอะไรไปเจ้าก็ต้องเป็นไปกับนางด้วย”

หมอผงะถอยหลังกรูดละล่ำละลักบอก “ขะ...ข้าได้ยินว่าที่จวนใต้เท้าลู่เจ๋อหมอเทวดาหลวนเฉิงอาศัยอยู่ บะ...บางทีเขาอาจช่วยรักษานางได้”

เฟยหลงมองหน้านาง หรือว่าจะเป็นหลวนเฉิงคู่หมั้นคนนั้นของนาง ไม่น่าเชื่อว่าเขาจะมีโอกาสได้พบอีกฝ่ายเร็วถึงขนาดนี้

เขาบอกกับจูกงกง “รีบให้คนไปตามตัวหลวนเฉิงมาที่นี่นี่เดี๋ยวนี้”

“พะยะค่ะฝ่าบาท”

 

ทันทีที่หลวนเฉิงทราบว่ามี่หมินป่วยหนักอยู่ที่ตำหนักนอกวังเขาก็รีบเก็บเครื่องมื่อและยาที่จำเป็นใส่กล่องขึ้นรถม้าไปที่นั่นทันทีโดยไม่เสียเวลาแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ

ตลอดการเดินทางเขาสงสัยว่ามี่หมินมาทำอะไรที่ตำหนักนอกวัง หรือนางมากับพระสนม เหตุใดนางจึงล้มป่วยหนักถึงขั้นต้องให้ทหารราชองครักษ์มาเรียกตัวไปด่วนขนาดนี้

“ท่านหมอถึงแล้ว” คนขับรถม้าลงมาเปิดประตูให้เขา

หลวนเฉิงรีบก้าวเข้าไปในตำหนัก มีขันทีผู้หนึ่งยืนรอเขาด้วยท่าทางกระวนกระวาย พอเห็นเขาก็รีบเข้ามาถาม

“ท่านคงเป็นท่านหมอหลวนเฉิง”

“ใช่ ข้าเอง”

“เชิญท่านตามข้ามา ฝ่าบาทรอท่านอยู่”

ฮ่องเต้? เหตุใดฮ่องเต้จึงมาประทับอยู่ที่นี่ เขาเก็บความแปลกใจไว้ “เชิญนำทางข้าไปได้เลย”

ทันทีที่ขันทีเปิดประตูห้องๆ หนึ่ง หลวนเฉิงก้าวเข้าไปด้านใน ในนั้นเขาพบชายคนหนึ่งท่าทางสูงส่งทรงอำนาจสวมชุดสีดำสนิทกำลังยืนอยู่ข้างหน้าต่าง ชายคนนั้นมองออกไปด้านนอกสีหน้าเรียบเฉยจนเกือบเป็นเย็นชาแต่แววตาตกอยู่ในความวิตกกังวลอย่างหนัก

ชายคนนี้คงเป็นฮ่องเต้ไม่ผิดแน่

            เขามองไปบนเตียงและเห็นสตรีเพียงคนเดียวที่อยู่ในใจเขามานานนอนอยู่บนนั้นใบหน้าเซียวจัดจนแทบไร้สีเลือด หลวนเฉิงอุทานออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ “มี่เอ๋อ!

            ฮ่องเต้หันมาในจังหวะที่เขารีบส่าวเท้าเข้าไปข้างเตียง “เจ้าคงเป็นหลวนเฉิง”

ทั้งที่อยากลงมือรักษามี่หมินเลยแต่เขาก็รู้ดีกว่าจะละเลยมารยาทต่อฮ่องเต้ไม่ได้ หลวนเฉิงจึงจำต้องหยุดคุกเข่า “พะยะค่ะหม่อมฉันเองฝ่าบาท”

“ลุกขึ้นได้แล้ว รีบดูอาการนางว่าเป็นอะไรบ้าง”

ฮ่องเต้ไม่สนใจพิธีรีตองทำให้หลวนเฉิงสบายใจขึ้นมาก แม้จะยังไม่ทราบเหตุใดฮ่องเต้จึงมาอยู่ที่นี่กับมี่หมิน เขาไม่รอให้บอกรีบลงมือตรวจชีพจรของมี่หมิน แตะมือที่หน้าผากและเปิดเปลือกตาขึ้น ในทันทีเขาก็ทราบว่านางถูกพิษ!

หลวนเฉิงตะลึงไปชั่วขณะ มี่เอ๋อเจ้าอยู่ในวังมีฐานะเป็นแค่นางกำนัลเล็กๆคนหนึ่ง ใครกันต้องการชีวิตเจ้า!

“นางเป็นอย่างไรบ้าง เจ้ารักษานางได้ใช่หรือไม่?” ฮ่องเต้ตรัสถามทันทีที่เขาสอดมือนางกลับเข้าไปในผ้าห่ม

เขาตัดสินใจบอกไปตรงๆ “ฝ่าบาทนางถูกวางยาพิษพะยะค่ะ หากเราไม่รีบหาทางรักษาเกรงว่าอาจจะสายไป”

“เจ้าว่าอะไรนะ?” ใบหน้าที่เรียบเฉยจนเกือบเย็นชาของฮ่องเต้เปลี่ยนไปเป็นซีดเผือดและคาดไม่ถึงเช่นกัน

“นางถูกวางยาพิษพะยะค่ะ”

เขาเห็นมือของฮ่องเต้กำแน่น แววตาอำมหิตปรากฏขึ้นแวบหนึ่งและหายไป “นางถูกพิษอะไร เจ้าพอมีหนทางรักษานางหรือไม่?

โชคดีตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาเดินทางไปทั่วแผ่นดินพบเจอและรักษาอาการป่วยรวมถึงอาการถูกพิษมากมายจึงทราบว่าพิษในร่างกายมี่หมินนั้นคือพิษอะไร

“พิษที่นางได้รับมาจากดอกไม้ชนิดหนึ่งของชนเผ่านอกด่าน เมื่อคนถูกพิษจะมีอาการคล้ายคนป่วยธรรมดา ร่างกายหนาวสั่นแต่มีเหงื่อออกมากกว่าปกติ ไข้ขึ้นสูงตลอดเวลา แต่จังหวะชีพจรแปรปรวนดวงตาเลื่อนลอยไม่รู้สึกตัว หากไม่ได้รับการรักษาด้วยยาถอนพิษ พิษจะเข้าสู่กระแสเลือดทำลายอวัยวะภายใน ไม่เกินสามวันก็จะไร้หนทางเยียวยา โชคดีหม่อมฉันมียาถอนพิษแต่ต้องกลับไปเอาที่จวนใต้เท้าลู่เจ๋อ แต่...”

“แต่อะไร?

“ยาถอนพิษจะต้องใช้คู่กับโสมพันปีจึงจะได้ผล โสมจะช่วยให้ยาพิษไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกายนางในอนาคต แต่โสมพันปีเป็นของล้ำค่า หม่อมฉันไม่มี...”

ฮ่องเต้ทรงตัดพระทัยได้ในทันทีทั้งที่เขายังพูดไม่จบ “เจ้าไม่ต้องห่วงเรื่องโสมพันปี ในวังหลวงมีข้าจะให้คนไปนำมันมา ส่วนเจ้ารีบกลับไปเอายาถอนพิษมาที่นี่ ข้าจะให้คนไปกับเจ้าด้วย ถึงอย่างไรก็ต้องเอายาถอนพิษกลับมาให้เร็วที่สุด”

ตลอดทางกลับจวนใต้เท้าลู่เจ๋อนั้นหลวนเฉิงคิดถึงความสัมพันธ์ของมี่หมินกับฮ่องเต้ นางมีความสำคัญกับฮ่องเต้แค่ไหนกัน โสมพันปีไม่เพียงล้ำค่าแต่มันประเมินค่าไม่ได้เพราะเปรียบเหมือนยาอายุวัฒนะ แม้แต่เชื้อพระวงศ์ชั้นสูงและอ๋องแคว้นต่างๆก็ยังไม่สามารถหามาครอง

แต่ฮ่องเต้กลับพร้อมจะยอมสละโสมพันปีเพื่อมี่หมิน

ในหัวหลวนเฉิงมีภาพที่เขาเห็นก่อนออกจากห้องนั้น ภาพที่ฮ่องเต้ยื่นมือไปใช้ผ้าซับเหงื่อบนหน้าผากให้มี่หมิน พระองค์จะทราบหรือไม่ก็ตามแต่การกระทำนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนยิ่งยวดราวกับนางคือแก้วบอบบางที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ!

 

เฟยหลงนั่งอยู่ข้างเตียงมองใบหน้าซีดเซียวและริมฝีปากขาวซีดของมี่หมินด้วยแววตาห่วงใย ขณะชีวิตนางแขวนอยู่บนเส้นดาย

การถูกวางยาพิษในวังหลังไม่ใช่ไม่เคยเกิดขึ้น มีสนมนางกำนัลมากมายถูกสังเวยให้กับความริษยาอาฆาตและบาดหมาง เพียงแต่เขาไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับสตรีที่อยู่ข้างกายเขาคนนี้!

เขายื่นมือออกไปไล้ริมฝีปากนางช้าๆ แน่ใจด้วยนิสัยของนาง นางไม่เคยสร้างศัตรูด้วยตนเอง หากจะมีใครต้องการเอาชีวิตนางก็เพราะเหตุผลอื่น...ก็เพราะคนอื่น

เฟยหลงบอกตัวเองในใจว่า...หมินเอ๋อไม่ว่าใครที่อยากให้เจ้าตาย ข้าจะต้องหาตัวคนๆนั้นให้พบและให้ประสบชะตากรรมเช่นเดียวกับที่เจ้าต้องเผชิญ




----------------------------------------------------------------------------

พรุ่งนี้ไรเตอร์ไป ตจว. อาจไม่ได้อัพนะคะ 

ขอบคุณที่ติดตามค่ะ 


ณ เชิงดอย


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.392K ครั้ง

3,748 ความคิดเห็น

  1. #1988 chocolato.p (@yhing_haw_kaun) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 20:08
    โชคดีที่มีคุณหมอ เฮ้อออ
    #1988
    0
  2. #1837 What&Why (@enjoyyyyy) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 00:30
    ถ้าห่วงใยรึรู้สึกรักมี่หมินจริงๆ ฮ่องเต้ต้องปล่อยมี่หมินไป ไม่เชื่อหรอกว่าฮ่องเต้จะคิดไม่ได้ว่ามี่หมินอาจถูกวางยาพิษเพราะตัวฮ่องเต้เองอะ
    #1837
    0
  3. #1722 moonbless (@moonbless) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 12:31

    ชอบเรื่องนี้มากค่ะ อ่านลื่นไหลดี มีความชื่นชอบนิยายแนวนี้อยู่แล้ว ชอบเฮียเต้และน้องหมิ่น รอลุ้นว่านางจะถูกเฮียเต้จัดวางตรงไหนในท้ายที่สุด แต่รี้ดมีความสงสารหมอหลวงเฉิงมากๆ นางน่ารักละมุนละไมที่สุดสมเป็นหมอ(เสียดายพระรองดีๆ คนนี้รี้ดขอได้มั้ย อยากได้ผู้ดีๆแบบนี้มากกก) ขอให้ไรท์จัดหาคนดีๆมาดามใจเฉิงเฉิงได้โดยเร็ว
    #1722
    0
  4. #1658 YukiKiyu (@YukiKiyu) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 07:15

    หมอน่าสงสาร
    #1658
    0
  5. #1122 NRAI (@NRAI) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 21:55

    เฉิงเฉิงงงงงงง~

    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-10.png

    #1122
    0
  6. #1025 Chichaya Pongkun (@plengzaha) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 01:31
    จะพยายามเม้นให้กำลังใจนะคะะะะ
    #1025
    0
  7. #1009 xวาuxวาu (@mojikiss) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 21:42

    สงสารเฉิงเฉิงอ่ะ
    #1009
    0
  8. #843 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 16:38
    สงสารท่านหมออ่ะ ใจสลายแน่เลย
    #843
    0
  9. #696 Maoyu-i (@Maoyu-i) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2562 / 23:05
    ชอบฮ่องเต้นะ แต่รีดทีมท่านหมอ ท่านหมอมาก่อน ฮ่องเต้ก็ดีมาก แต่รีดสงสารหมอ ฮืออ
    #696
    0
  10. #318 Jellydolphin (@Jellydolphin) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2562 / 16:51
    ตะกล้าทำอะไรสนมรักเหรอ
    #318
    0
  11. #265 r123123 (@r123123) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 12:49

    ขอให้จับให้ได้

    #265
    0
  12. #259 dreaminfo (@dreaminfo) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 19:25
    เอาเลยพ่อพระเอก...คนคนนั้นคือเจ้ฟาง...จัดไปเลยพ่อพระเอก
    #259
    0
  13. #98 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 23:53
    สงสารท่านหมออ่ะเห้อ
    #98
    0
  14. #18 rotee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 08:06

    ในที่สุดก็พบกัน ขวางหนามของพี่เต้และของรีด

    #18
    0
  15. #17 มมมม (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 22:59

    ฮ่องเต้จัดการเลยเพคะ

    #17
    0
  16. #16 jipjip_7 (@jipjip_7) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 19:53
    โอ๊ยยย สงสารอ่า
    #16
    0
  17. #15 tuktan2528 (@tuktan2528) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 19:50
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-10.png จับคนร้ายมาลงโทษให้ได้นะ
    #15
    0