เล่ห์ E-book

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9 ข้อเสนอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ต.ค. 58


ตอนที่  9 ข้อเสนอ


 

            “เมื่อคืนหลับสบายไหมครับ”

            ดลยาละสายตาจากหนังสือพิมพ์ธุรกิจกรอบเช้าที่กำลังสนใจขึ้นสบตาคมกล้าหยอกเย้ามีลับลมคมในของแทนปิรันย์ ระหว่างนั่งทานอาหารเช้าภายในห้องอาหาร  บรรณภพออกไปชมบรรยาศยามเช้าของตลาดแบกะดินแบบเช้าบ้านกับสุภาพที่รับอาสาพาไป มีพนักงานสองสามคนในทีมร่วมเดินทางไปด้วย  เธอเดาว่าหนึ่งในนั้นมีปัถย์ด้วยเพราะไม่เห็นเขาในห้องอาหาร ทำให้เธอมีเวลาพักหายใจหายคอไม่ต้องเจอหน้าบรรณภพแต่เช้าทั้งที่ไม่อยากเจอ  แต่แทนปิรันย์ก็โผล่มากวนจนได้ เขาพาตัวเองนั่งลงตรงหน้าพร้อมเรียกพนักงานสั่งอาหารเช้าเป็นไข่กวนกับกาแฟเสร็จสรรพ

“คุณดลยังไม่ได้ตอบเลยนะครับว่าเมื่อคืนหลับสบายดีไหม”

ดลยาถอนใจพับหนังสือพิมพ์เก็บ ตอบอย่างเสียไม่ได้ “ค่ะ สบายดี”

เขายิ้มชะโงกหน้ามากระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน “เหรอครับ แต่ผมว่าน่าจะไม่ได้นอนมากกว่า”

หญิงสาวตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจหัวใจหล่นไปอยู่ตาตุ่ม ยิ่งมองดวงตาพราวระยับของเขาก็ยิ่งทำให้เธอใจเสีย

แทนปิรันย์ยังคงยิ้มหน้าเป็นสบตาเธอนิ่ง “ถ้าอยากให้ความลับระหว่างคุณกับ.....” เขากวาดสายตามองไปรอบห้องอาหาร ก่อนจะหันมาเลิกคิ้วยิ้มมุมปากให้เธอ “ผู้ชายคนนั้นของคุณยังเป็นความลับอยู่  ทานข้าวเสร็จแล้วเราไปคุยกันที่ห้องทำงานผมต่อดีไหมครับ....นี่ไม่ใช่คำขอร้องนะ”

เขาเริ่มต้นทานอาหารเช้า ไม่สนใจว่าเธอจะนั่งคอแข็งตาวาวจ้องอยู่นาน

           

“คุณต้องการอะไร” 

ดลยาถามเสียงเย็นชาทันทีที่เดินเข้ามาในห้อง  เธอยังดูสวยสดในเสื้อเชิ้ตกึ่งทางการสีขาวกับกางเกงสีกากีปกปิดทรวดทรงองค์เอวสมส่วนเอาไว้อย่างดี แทนปิรันย์มองสำรวจร่างบางเร็วๆ อย่างเสียดายตามประสาผู้ชายอย่างแท้จริงเมื่อคิดว่าดอกไม้แสนงามที่หวังจะเด็ดมาชมโดนแมลงชอนไชเสียแล้ว 

เขาผายมือไปยังเก้าอี้ด้านหน้า “นั่งก่อนซิครับ  เรื่องที่เราจะคุยกันคงนาน กลัวว่าถ้ายืนนานๆคุณดลจะเมื่อยซะก่อน”

เขานึกว่าเธอจะปฏิเสธแต่ดลยาก็ยอมขยับมานั่งตามที่เขาเชิญ ดวงตาเธอมองตรงมาที่เขาอย่างเย็นชาไว้ตัวและห่างเหินยิ่งกว่าเดิมหลายเท่า เมื่อก่อนเขาคงเสียใจแต่ตอนนี้กลับรู้สึกสนุก แม้จะต้องยอมรับกับตัวเองว่าเธอเป็นผู้หญิงน่าสนใจมากยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต แต่คนมีเจ้าของจะตื้อไปก็เปล่าประโยชน์ อีกอย่างหนุ่มโสดน่าจับอย่างเขาไม่ขาดแคลนผู้หญิงเข้ามาทอดสะพานให้อยู่แล้ว

“คุณคงรู้ว่าความลับไม่มีในโลก”

เธอมองเขาคอแข็งตาวาวเม้มริมฝีปากอิ่มแน่น ใบหน้าสวยอ่อนเยาว์และสวยสดเป็นสีระเรือ เขาแน่ใจว่าไม่ใช่ความอายเป็นความโกรธเสียมากกว่า แทนปิรันย์ยักไหล่ยิ้มกว้าง “และบังเอิญว่าความลับของคุณดลอยู่ในกำมือผม”

“คุณต้องการอะไร” เธอเน้นย้ำถ้อยคำเสียงห้วนสั้นไม่อยู่ในอารมณ์สนุก  

“ไม่อยากเชื่อเลยนะครับว่าทั้งที่มีผู้ชายมากมายให้เลือกคุณกลับเลือกเขา คุณแน่ใจได้ยังไงว่าเขาจะไม่ทำให้คุณต้องเดือดร้อนทีหลัง เขาอาจเป็นพวกหวังรวยทางลัดกอบโกยผลประโยชน์จากคุณก็ได้ เคยมีคนเตือนคุณเรื่องนี้หรือยัง ผมเดาว่ายังนะเพราะไม่มีใครรู้”

“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ!” เธอกระชากเสียงห้วนหน้าแดงสลับเขียวด้วยความโมโห น้ำเสียงที่พูดราบเรียบแต่จริงจังปกป้อง “อีกอย่างปัถย์ไม่ใช่คนแบบนั้น  คุณไม่รู้จักเขาไม่รู้ว่าเขาเป็นคนยังไงอย่าตัดสินแค่สิ่งที่ตาเห็น  บอกสิ่งที่คุณต้องการมาดีกว่าอย่าเสียเวลาเลย”

ชายหนุ่มชะโงกหน้าผ่านโต๊ะทำงานมากระซิบทั้งที่ในห้องงานมีกันแค่สองคน “ถ้าจะให้สมน้ำสมเนื้อกับความลับของคุณ  คุณคิดว่ามันน่าจะเป็นอะไรล่ะครับ”

เธอไม่ตอบ เขาเลยเฉลยให้

“เป็นแฟนกับผม คบกับผมไม่แน่นะคุณอาจติดใจผมมากกว่าสถาปนิกคนนั้นก็ได้” ไม่รู้ทำไมเขาถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมาทั้งที่ไม่ได้อยู่ในหัวแม้แต่น้อย อาจเพราะหมั่นไส้ท่าทางอวดดีของเธอเสียมากกว่า

“ไม่!”  เธอปฏิเสธทันที ยกมือกอดอกคล้ายต้องการปกป้องตัวเองจากเขา หรือกันไม่ให้ตบเขาซักฉาด ชายหนุ่มก็เดาไม่ออก หากเขาเป็นเธอคงเป็นอย่างหลัง

แทนปิรันย์ยิ้มเย็นให้เธอ “งั้นคงช่วยไม่ได้ถ้าบังเอิญมีคนรู้เรื่องนี้เข้า....”

คราวนี้ดวงตาเธอวาววับขึ้นราวกับแม่เสือทีเดียว “คุณปรัช ฉันไม่เห็นว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวกับคุณตรงไหน คุณจะไม่ได้ประโยชน์อะไรกับการเอาความลับฉันไปบอกใครนอกจากความสะใจเพราะอีโก้มากมายของคุณถูกหยาม เพราะฉันสนใจคนอื่นที่ไม่ใช่คุณ คุณจะคิดยังไงก็ช่างแต่คุณใช้เรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์ได้  ฉันจะไม่ยอมให้คุณเอาเรื่องฉันกับปัถย์มาแบลคเมล์เพื่อจะให้ฉันคบกับคุณหรือคบกับใคร คำตอบคือไม่ค่ะ”

เขาเกือบอ้าปากค้างเพราะรู้จักกับเธอมาสามสี่เดือนนี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินดลยาพูดประโยคยาวๆ กับเขาโดยไม่เกี่ยวกับงาน แสดงว่าเธอห่วงใยคู่รักของเธอมากกว่าที่เขาคิดไว้ซะอีก

เขากระตุมยิ้มเห็นชัดแล้วว่าเธอจะไม่ยอมเอาตัวเองมาแลกกับความลับที่พยายามปกปิด “ได้...ผมเข้าใจแล้ว ถ้าคุณไม่ยอมเรื่องนี้ ผมอยากแก้ไขอะไรเล็กๆ น้อยๆในสัญญาทำธุรกิจของเราแลกกับการที่ช่วยคุณปิดความลับครั้งนี้”

“อะไร?

แทนปิรันย์เสนอเงื่อนไขของโครงการที่จะทำให้สรัญทิพย์ต้องจ่ายเงินเพื่อปรับปรุงส่วนต่อเติมของอาคารหลักที่ยังไม่ได้ก่อสร้าง ซึ่งเขาเล็งไว้แต่แรกว่าควรจะทำ ดลยารับฟังเงียบๆ และพยักหน้ายอมรับอย่างใจเย็นจนเขาเองยังตกใจที่เธอยอมจ่ายเงินมากมายเพื่อให้ความลับยังเป็นความลับต่อไป  ทั้งสองร่างสัญญาและเซ็นส์เงียบๆ เมื่อเขาส่งเอกสารให้เธอรับมาถือไว้มองหน้าเขานิ่ง

“ฉันหวังว่าคุณจะรักษาสัญญา  เพราะถ้าคุณไม่ทำตามที่รับปากไว้ขอให้แน่ใจได้เลยว่าโครงการที่กำลังทำอยู่จะมีปัญหาแน่นอน ฉันไม่สนว่าจะทำอะไรไปบ้างลงทุนไปแค่ไหน เพราะฉันจะไม่ยอมทำงานร่วมกับคนไม่รักษาคำพูด ฉันยอมเสียมากกว่านี้ขอให้คุณรู้ไว้  แต่ถ้าคุณทำได้เราจะมีธุรกิจร่วมกันอีกนาน ซึ่งฉันเชื่อว่ามันจะต้องไปได้ดีกว่าเดิม”

แทนปิรันย์มองตามแผ่นหลังบอบบางที่หมุนตัวเดินดุ่มออกไป แล้วได้แต่หัวเราะกับตัวเอง  ดลยาเปรียบเหมือนลูกแมวน้อยน่ารักน่ากอดเมื่อเวลาเธอทำตัวแบบนั้น แต่เมื่อไหร่ที่ตีถูกจุดเธอจะกลายร่างเป็นแม่เสือ เขี้ยวเล็บพร้อมสรรพเตรียมต่อสู้ไม่เกรงหน้าอินทร์หน้าพรหม  เขารู้แล้วว่าทำไมเธอถึงได้รับการยอมรับแทบจะทันทีที่เข้ามาจับงานแทนบิดา ก็เพราะเธอสามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างง่ายดาย แทนที่จะปล่อยให้เขาข่มจนหงอ เธอขู่กลับและทำให้ผู้ชายจิตอ่อนบางคนมือไม้สั่นทีเดียว

ถึงเขาไม่ใช่หนุ่มจิตอ่อน แต่เขาก็จะช่วยเก็บความลับแสนล้ำค่าของเธอกับคู่รักไว้  เพื่อเห็นแก่ประโยชน์ร่วมกันระหว่างทั้งสองบริษัท และไม่แน่บุญที่ช่วยให้คู่รักได้หวานชื่นครั้งนี้อาจช่วยทำให้เขาได้พบรักจริงๆ กับเขาบ้าง

 

“ทำไมวันนี้ดูเครียดๆมีอะไรหรือเปล่าคะ”

ดลยาวางมือบนอกกว้างของคนที่นอนแนบข้างด้วยความห่วงใย  เพราะปัถย์ดูเคร่งขรึมไม่ชวนคุยเหมือนเดิมคล้ายมีเรื่องในใจที่เธอไม่รู้ เธอรู้สึกได้ว่าปัถย์ดูจะอึดอัดกับความสัมพันธ์ของทั้งคู่ แต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรกับเรื่องนี้ได้เลยเงียบเสีย  เธอยังไม่ได้บอกเขาเรื่องที่แทนปิรันย์รู้ความลับของทั้งคู่เพราะไม่อยากให้เขาไม่สบายใจ และแน่ใจว่าแทนปิรันย์จะเห็นแก่ประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่าความสะใจส่วนตัว 

“เปล่าครับไม่มีอะไร” เขาบีบมือเธอ ยิ้มให้อย่างเสียไม่ได้ก่อนจะขยับลุกขึ้นจากเตียงกว้างหายเข้าไปในห้องน้ำคล้ายหลบหน้า ดลยาถอนหายใจอย่างกลัดกลุ้มกวาดสายตามองไปทั่วภายในห้องนอนที่ตกแต่งแบบผู้ชายด้วยสีน้ำเงินเข้ม ฟอนิเจอร์ส่วนใหญ่ทำจากไม้ในสไตล์โมเดิร์นหลากหลายให้ความรู้สึกอบอุ่นปนหนักแน่นมั่นคงเหมือนนิสัยของเจ้าของห้องเช่นปัถย์ ระหว่างที่เขาเข้าห้องน้ำเธอเลยถือโอกาสแต่งตัวและออกไปนั่งดูทีวีในห้องรับแขกของบ้านหลังเล็ก  ปัถย์ตามมาหลังจากผ่านไปไม่นานอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยในชุดที่เตรียมพร้อมจะออกจากบ้าน

เธอขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ “จะออกไปไหนเหรอคะ”

เขาทรุดนั่งลงข้างๆ เธอบนโซฟาตัวเดียวกันใกล้พอจะได้กลิ่นสบู่ที่เขาใช้แต่ก็ห่างเกินกว่าที่เธอต้องการ “ผมนัดกับเพื่อนๆไว้”

“อ้อ” เธอพยักหน้าไม่อยากให้เขาไปเพราะด้วยภาระหน้าที่ที่แตกต่างทั้งคู่จึงหาเวลาว่างมาเจอกันได้น้อยเต็มทีแต่จะให้รั้งเขาไว้กับตนเองก็ไม่กล้า “จะไปเลยหรือเปล่าคะ ดลจะได้กลับ”

“ยังครับ อีกซักพักก็ได้  จะดื่มอะไรไหมเดี๋ยวผมหยิบให้”

“ค่ะ เอ่ออะไรก็ได้ค่ะ”

ปัถย์หายเข้าไปในห้องครัวและกลับออกมาพร้อมกับน้ำส้มสำหรับเธอและน้ำเปล่าสำหรับตัวเอง  เธอรับมาจิบเงียบๆ สายตาจับจ้องจอทีวีแต่ไม่รับรู้อะไรเพราะไม่มีสมาธิ

“อาทิตย์หน้าผมจะลาพักร้อนซักสี่ห้าวัน  ผมแจ้งฝ่ายบุคคลไว้แล้วนะครับ”

เธอหันมามองหน้าเขา น้ำส้มสดรสหวานที่ชอบดูจืดสนิทไปทันทีไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากปัถย์ ตั้งแต่รู้จักเขามาตลอดสองปีเธอรู้ว่าเขาไม่ลาพักร้อนหรือไปไหนไกลๆ หากไม่ใช่เรื่องงานก็เพราะเธอ เพราะคนอย่างดลยาไม่เคยลาพักผ่อนพักร้อนหรือลาไปไหน เธอทำงานดูแลธุระกิจของครอบครัวอย่างเต็มความสามารถจนแอบได้ยินเสียงพนักงานในบริษัทกระซิบกระซาบตั้งฉายาให้ว่าหุ่นยนต์ทำงานบ้าง เจ้าหญิงน้ำแข็งบ้าง

“ลาพักร้อนจะไปไหนหรือเปล่าคะ”

เขาบอกจุดหมายซึ่งเป็นจังหวัดหนึ่งในภาคอีสานพร้อมกับมองหน้าเธออย่างมีความหมาย ดวงตาคมกล้าทำให้เธอหวั่นไหวทุกครั้งสบตาเธอนิ่ง “คุณดลอยากจะไปด้วยหรือเปล่า”

เธอเกือบจะยิ้มกับคำชวนง่ายๆแต่เต็มไปด้วยความจริงใจของเขา แม้จะรู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ดลยาหลบตาจ้องมองหยดน้ำเล็กๆเกาะเต็มรอบแก้วเพราะความเย็น หัวใจหนักอึ้งโดยไม่ทราบสาเหตุ “เอ่อ....ดลมีงานค่ะ นัดประชุมกับผู้ถือหุ้นไว้คงไปไหนไม่ได้”

ปัถย์เงียบอยู่นานไม่เซ้าซี้อะไรอีกตามปกตินิสัยของเขา ทั้งที่ส่วนหนึ่งเธออยากให้เขาทำ ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง  “งั้นผมไปก่อนดีกว่า”

เธอรีบลุกตาม “จะกลับดึกไหมคะ” เธอรู้ตัวดีว่าไม่มีสิทธิ์ถามแต่ก็อดไม่ได้ สายตาเหลือบแลนาฬิกาบอกเวลาเกือบหกโมงเย็น

“ไม่แน่ใจเหมือนกันอาจจะดึก”

“อ้อ....งั้นก็ถ้าเมาอย่าขับรถกลับเองนะคะ เดี๋ยวดลจะโทรหาอีกที”

เขาพยักหน้าเดินไปคว้าเสื้อแจ็กเก็ตกับกุญแจและกระเป๋าเงินบนชั้นวางของที่วางไว้ประจำมาเตรียมพร้อม  ดลยาเลยรู้โดยไม่ต้องบอกว่าเธอเองก็ต้องกลับเช่นกัน ครั้งนี้เมื่อทั้งสองจากกันไม่มีรอยยิ้มหวาน ไม่มีคำพูดแสนอบอุ่นหรือสัมผัสอื่นใด มีเพียงความเงียบงันและความอึดอัดประดักประเดิน ราวกับว่าทั้งคู่ไม่เคยนอนแนบข้างกอดก่ายกันบนเตียงกว้าง ราวกับเขาและเธอเป็นเพียงคนแปลกหน้า

ดลยาแอบเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาเงียบๆ โดยไม่รู้ตัวระหว่างขับรถออกจากบ้านหลังน้อยที่เคยเป็นแหล่งพักพิงหัวใจมอบพลังและความอบอุ่นที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต

 

“เป็นอะไรทำไมวันนี้กระดกเอาๆแกอยากจะเมาแต่หัววันเลยหรือไง”

เอกรัฐเพื่อนสนิทที่เล่าเรียนมาด้วยกันตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยทักอย่างแปลกใจ แม้เพื่อนจะทักแบบนั้นปัถย์ก็ยังยกแก้วน้ำสีอำพันในมือขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด หวังจะให้เหล้าช่วยปลดปล่อยเขาจากความทุกข์เศร้าที่มีแต่จะทับถมเพิ่มมากขึ้นทุกวัน  ทุกครั้งที่เห็นภาพดลยากับชายคนอื่นเดินเคียงข้างกันไป ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงคนรอบข้างซุบซิบพูดคุยว่าเธอกับผู้ชายที่ไม่ใช่เขาเหล่านั้นเหมาะสมกันมากเพียงใด เขารู้สึกเหมือนหัวใจตายลงช้าๆ โดยไม่อาจทำอะไรเพื่อแก้ไขมันได้เลย

“เปล่า ไม่มีอะไร” เขาปฏิเสธเพราะเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะนำมาปรึกษาใครได้

“รับอะไรเพิ่มอีกไหมคะ” พนักงานบริการสาวสวยที่ทำหน้าที่บริการภายในร้านขยับเข้ามาหาทั้งคู่  เขาไม่สังเกตว่าเอกรัฐกระดิกนิ้วเรียกจนได้ยินเสียง

“ครับ ถ้าน้องว่างช่วยมานั่งเป็นเพื่อนพี่กับเพื่อนหน่อย เรียกเพื่อนมาอีกก็ได้นะ”

“ไอ้เอก!!

“เฮ้ยไม่เอาน่า นานทีปีหนจะได้ปล่อยแก่ซักที”

ปัถย์ส่ายหน้าไม่เห็นด้วยไม่อยากหนีผู้หญิงอีกคนเพื่อมาเจอปัญหากับผู้หญิงอื่น แต่ก็ไม่อยากขัดความสุขเพื่อนที่นานๆ จะได้เจอกันซักครั้งเลยปล่อยเลยตามเลย  สาวน้อยหน้าตาหมดจดสองคนจึงมานั่งเบียดอยู่ข้างกายและทำหน้าที่บริการเขากับเอกรัฐ

“งานแกเป็นไงบ้างวะ  ได้ข่าวว่าไปคุมงานที่เพชรบูรณ์”

เขาพยักหน้า “ก็สนุกดี ได้เจอพี่ธันวาด้วย”

“อ้าวจริงเหรอวะ แหมโชคดีจริง เออ....ได้ข่าวว่าไอ้เอ็มมันเปิดบริษัทของตัวเองแล้ว แกได้ไปดูบ้างหรือเปล่าเห็นว่าอยู่แถวลาดพร้าว”

“ได้ข่าวเหมือนกันแต่ไม่ได้แวะไป ช่วงที่มันเปิดฉันอยู่ต่างจังหวัด”

เอกรัฐทำเสียงอืออาอย่างเข้าใจ สองหนุ่มยกเหล้าขึ้นจิบไปเรื่อยๆ  “แล้วแกล่ะไม่อยากเปิดบริษัทของตัวเองบ้างเหรอ ฉันว่าฝีมืออย่างแกนี่ไปรุ่งแน่ๆว่ะ”

ปัถย์หลับตา เขาเคยคิดเรื่องนี้เป็นร้อยครั้งตั้งแต่สมัยเรียนจบมาใหม่ๆ ว่าหากเก็บเงินได้มากพอจะออกมาเปิดบริษัทรับออกแบบบ้านของตัวเอง ซึ่งเขาก็พร้อมจะสานต่อความฝันหลังจากนั้นอีกห้าปีต่อมา ช่วงนั้นเขาสองจิตสองใจสุภาพก็สนับสนุนไม่คัดค้านอะไร แต่ตัวแปรสำคัญกลับก้าวเขามาในชีวิต ดลยา หากเขาลาออกจากบริษัทของเธอ ความสัมพันธ์ลับๆ ของทั้งคู่คงจบลงตามไปด้วย และเขายังไม่พร้อมให้มันเป็นแบบนั้น หัวใจเขาคงเจ็บปวดเจียนตาย

“ฉันคิดอยู่เหมือนกัน แต่...คงต้องรออีกซักพัก”

เอกรัฐส่ายหน้าไม่เห็นด้วย  “รออะไรวะ ถ้าแกไม่พร้อมเรื่องทุนฉันให้ยืมก็ได้นะ”

ปัถย์ยิ้มให้เพื่อนอย่างขอบคุณ ครอบครัวเอกรัฐมีฐานะร่ำรวยระดับหนึ่งของจังหวัดเพราะทำธุรกิจเลี้ยงหอยมุก ในบรรดาเพื่อนทั้งหมดเขากับเอกรัฐสนิทสนมกันมากที่สุดมีปัญหาอะไรก็ต่างคอยให้คำปรึกษาช่วยหรือกันเรื่อยมา

“ขอบใจมาก ทุนฉันพร้อมแล้วแต่มีเรื่องอื่น....ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก”

“ตามใจ ถ้าเดือดร้อนขาดเหลืออะไรก็บอกแล้วกันฉันยินดีช่วยแกเต็มที่เลยเพื่อน ถ้าไม่มีแกฉันคงเรียนไม่จบ แม่คงตัดออกจากกองมรดก ทุกวันนี้แม่ยังถามว่าเมื่อไหร่แกจะไปเที่ยวที่บ้าน ท่านจะได้ตอบแทนอย่างสาสมที่ช่วยทั้งผลักทั้งดันให้ฉันเรียนจบจนได้”

สองหนุ่มมองหน้ากันและหัวเราะเบาๆ เอกรัฐขึ้นชื่อว่าเที่ยวเก่ง ขี้เกียจอ่านหนังสือทำให้เรียนไม่ทันเพื่อน มีปัถย์ที่คอยช่วยทั้งข่มทั้งขู่ให้เรียนจนจบอย่างที่เจ้าตัวว่า 

เวลาผ่านไปร่วมสองชั่วโมงสองหนุ่มจึงได้ตัดสินใจแยกย้าย เอกรัฐชวนไปเที่ยวต่อแต่เขาปฏิเสธอยากกลับบ้านพักผ่อน  ปัถย์รู้สึกว่าเขามึนเมามากกว่าปกติไม่ไว้ใจให้ตนเองขับรถ ถ้อยคำหวานๆ ของดลยายังตามมาหลอกหลอนในหัว

ถ้าเมาอย่าขับรถกลับเองนะคะ 

“ไหวไหมเนี้ยให้ฉันขับรถไปส่งดีกว่า” เอกรัฐเข้ามาช่วยประคอง  ปัถย์ยกมือขึ้นกุมศรีษะจำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่เมาแบบนี้คือเมื่อไหร่อาจเป็นตั้งแต่ลองกินเหล้าครั้งแรกตอนอายุ 18 ปี  หูแว่วได้ยินเสียงเอกรัฐคุยกับใครบางคน

“น้องปูเป้ครับ เดี๋ยวพี่ไปส่งเพื่อนก่อนนะแล้วเราค่อยไปเที่ยวกันต่อ”

“ค่ะ พี่เอกว่าไงปูเป้ก็ว่างั้นแหละ”

“แหมน่ารักจริงๆ ไปเถอะก่อนเพื่อนพี่จะหมอบอยู่แถวนี้ ไม่รู้เป็นอะไรของมันปกติไม่ค่อยเห็นดื่ม”

“อกหักมั้งคะ ท่าทางแบบนี้”

ปัถย์พยายามเปิดเปลือกตาขึ้นมองเสียงหวานของสาวข้างกาย ระหว่างถูกดันขึ้นรถ สงสัยว่าทำไมหนอเธอถึงได้รู้ดีเสียจริง แม้ไม่ใช่ก็ใกล้เคียงทีเดียว

“โธ่น้องปูเป้ครับ หน้าตาหล่อๆ อย่างเพื่อนพี่คนนี้จะมีผู้หญิงคนไหนหักอกมันได้ลงครับ น้องดูหน้าหล่อๆ ของมันดีๆซิ ถ้าหน้าอย่างพี่ก็ไม่แน่”

“จริงด้วยค่ะ” สาวน้อยหัวเราะคิกคักกับเอกรัฐ  “เพื่อนพี่มีแฟนหรือยังคะ”

“ทำไมน้องสนใจมันเหรอครับ”

“อุ้ยเปล่าค่ะ” สาวน้อยปฏิเสธ

“ยังไม่มี ไม่รู้มันจะรักษาความโสดไปถึงไหน”

“เป็นเกย์หรือเปล่าคะ”

“อ้าว แล้วกันงั้นพี่ก็เป็นคู่เกย์มันนะซิ”

สาวน้อยร้องว้ายเบาๆ “อุ้ยไม่ใช่หรอกค่ะ พี่เอกหน้าโหดขนาดนี้คงไม่ใช่หรอก เอะหรือว่าเป็น....”

พูดจบเขาก็ได้ยินเสียงหัวเราะลั่นของเพื่อนรักกับหญิงสาว พร้อมกับพูดคุยหยอกล้อกันไปตลอดทาง  เขาไม่แน่ใจว่ารถวิ่งมานานแค่ไหนจนมาหยุดหน้าบ้าน  ปัถย์ขยับลงจากรถแต่สังขารไม่ให้จนแทบจะถลาหน้าทิ่มกำแพง

“เฮ้ยไอ้ปัถย์ใจเย็นๆ ซิวะ น้องปูเป้ฝากประคองเพื่อนพี่ที่ขอเปิดประตูรั้วเดี๋ยวเดียว “

ร่างนุ่นนิ่มบ่งบอกว่าเป็นผู้หญิงเข้ามาประคองเขาไว้ ระหว่างเอกรัฐจัดการเปิดประตูหน้าบ้าน “พามันเข้าไปในบ้านก่อนนะ เดียวพี่หาของในรถก่อน”  

“ค่ะ อุ้ยเดินดีๆ นะคะคุณปัถย์”

“ผมเข้าไปเองดีกว่า” เขาพยายามจะขืนตัวออกแต่เธอไม่ยอม

“อย่าดื้อซิคะ คุณนะยืนแทบจะไม่อยู่รับรองค่ะว่าฉันไม่ทำอะไรหรอก ฉันไม่ชอบเกย์” สาวน้อยพูดจบก็หัวเราะคิกคักจนเขาอ่อนใจ อีกอย่างเขาก็มึนหัวแทบประคองตัวไม่อยู่เลยจำต้องเดินตามการประคองของเธอเข้าไปถึงหน้าประตูบ้าน

“กุญแจอยู่ไหนคะ”

ปัถย์พยายามเปิดเปลือกตาหนักอึ้งขึ้น รู้สึกย่ำแย่จนแทบสบถสาบานว่าจะไม่ดื่มเหล้าจนเมาแบบนี้อีก เขาตบประตามกระเป๋าเสื้อเพื่อหากุญแจแต่ไม่เจอเลยตบไปตามกระเป๋ากางเกงด้วย

“เจอหรือยังคะ”

“โทษที แป๊บนะผมหาไม่เจอ....”

สาวน้อยยื่นหน้ามาใกล้ถามน้ำเสียงแก่แดดแก่ลม “ให้ปูเป้ช่วยหาไหมคะ”

ปัถย์หัวเพราะพรืด มองหาความอ่อนเยาว์ภายใต้เครื่องสำอางหนาเตอะ “อายุเท่าไหร่แล้วเราเต็มสิบแปดหรือยัง”

เธอทำปากยื่นมองเขาตาคว่ำ “ยี่สิบแล้วค่ะ บรรลุนิติภาวะแล้ว”

“แน่ใจนะ” เขาเลิกคิ้วมองหน้าเธอ รู้สึกว่าสาวน้อยคนนี้ไม่เหมือนผู้หญิงที่ทำงานในคลับในบาร์คนอื่น เธอไม่ได้ดูกร้านโลกจนหมดเสน่ห์ หรืออาจเป็นเพราะเขาเมาสติสตังค์เลยหดหาย

“แน่ค่ะ ต้องเอาบัตรประชาชนมาให้ดูไหมถึงจะเชื่อ”

“โอเคยี่สิบก็ยี่สิบ” เขารีบยกมือยอมแพ้เมื่อเห็นว่าเธอมองอย่างไม่พอใจ อย่างน้อยเธอก็ช่วยเขาไม่ให้ล้มหัวทิ่มเข้าไปในสวนหน้าบ้าน ในที่สุดชายหนุ่มก็หากุญแจเจอ “อยู่นี่เอง”

“ให้ปูเป้เปิดให้ดีกว่าขืนให้คุณเปิดไม่รู้พรุ่งนี้จะเปิดได้ไหม” เธอคว้ากุญแจไปจากมือเขา

ปัถย์หัวเราะเบาๆ “ปากจัดเหมือนกันนะเรา”

เธอทำปากยื่นยักคิ้วให้เขาอย่างเจ้าเล่ห์ “แน่นอน เอ้าเสร็จแล้วเข้าไปได้แล้วค่ะ”

ปัถย์ก้าวตามสาวน้อยนามปูเป้ที่คงเป็นชื่อปลอมเข้าไปในบ้านตัวเอง แต่เมื่อแสงไฟที่มืดๆ สว่างขึ้นและร่างบางของใครบางคนยืนโดดเด่นอยู่กลางห้อง พร้อมน้ำเสียงเย็นเฉียบราบเรียบชวนสะท้าน

“ปัถย์....กลับมาแล้วเหรอคะ”

ปัถย์แทบหายเมาเป็นปลิดทิ้ง “คุณดล!

“อ้าว...มีเมียแล้วก็ไม่บอก” สาวน้อยข้างกายเขาอุทานเบาๆ ไม่รู้ว่าผิดหวังหรือแปลกใจ ทำปากยื่นกระเง้ากระงอดใส่เขา “ไหนบอกว่าโสดไง”

ปัถย์กลืนน้ำลายเฮือกรีบปลดแขนออกจากมือสาวน้อยที่ช่วยประคองมาตลอดทางสายตาไม่คลาดไปจากใบหน้าสวยของดลยาที่ตอนนี้น่ากลัวอย่างยิ่ง “คุณดล...ผมเอ่อ.....” 

เขาพยายามคิดหาคำแก้ตัวจ้าละหวั่น แต่สมองกลับตีบตันอย่างไม่น่าเชื่อและเอกรัฐก็เข้ามาทำให้เรื่องย่ำแย่ไปแบบกู่ไม่กลับ

“อ้าวทำไมยังยืนอยู่ตรงนี้อีก นึกว่าน้องปูเป้ไปส่งแกถึงเตียงแล้วซะอีก” เอกรัฐหัวเราะฮาอย่างครื้นเครงก่อนจะเบรคจนตัวโก่งเมื่อเห็นว่ามีบุคคลที่สี่อยู่ในบ้านด้วย “อ้าว....เอ่อ...” เขาหันมาหาปัถย์ กระซิบกระซาบ “ใครวะไอ้ปัถย์”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

185 ความคิดเห็น

  1. #145 ingnon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 14:00
    พี่ปัตถ์หายไปไหนนนนนนนน
    #145
    0
  2. #35 noomamjaa (@noomamjaa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:57
     แล้ว เค้าพลาดการติดตามเรื่องนี้ไปได้อย่างไร อิอิ เป็นแฟนตั้งแต่ ใต้เงารักแล้วค่ะ
    มาเจอนามปากกาคุ้นๆ เข้ามาอ่านก็ปาเข้าไปตอนที่ 9 แล้ว แต่ก็ได้อ่านรวดเดียว 9 ตอนเลย 

    น่าเห็นใจ ทั้งดลและปัถย์จริงๆ ที่สำคัญต่างคนต่างปากหนัก
    ไม่ยอมบอกว่าต่างฝ่ายต่างมีใจให้กัน ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์ฉาบฉวย
    เอาใจช่วยนะคะ คุณดลจะผ่านงานแต่งงานไปยังไงนะ
    #35
    0
  3. #34 pipesama (@pipesama) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:04
    ใจคอคุณปัถย์จะไม่สู้เพื่อคุณดลเลยเหรอ
    #34
    0
  4. #33 violinette (@violette) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:02
    โอย ปัถย์เลือกที่จะหนี สงสารดล เฮ่ออออ
    #33
    0
  5. #32 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:26
    T^T พี่ปรัช พี่เอก มาช่วยพี่ปัตย์พังงานแต่งงานที.
    #32
    0