เล่ห์ E-book

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 ความลับไม่มีในโลก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 350
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ต.ค. 58


ตอนที่  8 ความลับไม่มีในโลก


 

“ดล....กลับมาช้าจริงๆเลยลูกคนนี่แม่รอทั้งวัน “

ดลยาเกือบจะหมุนตัวกลับไปยังรถที่พึ่งจอดหลังกลับจากไปดูโครงการร่วมทุนกับเครือปาริตฉัตร เมื่อเข้าใจว่าเหตุผลที่มารดารอคอยเธอกลับมาเพราะอะไร  หากแทนปิรันย์เป็นคนที่คอยตามตอแยเธอไม่เลิกลาทั้งที่เธอวางตัวห่างเหินเย็นชาใส่เขาแล้ว บรรณภพก็เป็นยิ่งกว่าตัวก่อกวน  เธอปฏิเสธเขาทุกครั้งเมื่อมีคำชวนออกไปไหนมาไหนกับเขา เธอไม่ชอบที่เขาทำตัวราวกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอทั้งที่ไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากคนที่มารดาเธอพยายามยัดเยียดให้  และเขาก็ใช้มารดามาบีบเธอไปทุกครั้งเช่นกัน จากรู้สึกเฉยๆ กับเขาตอนนี้เธอเริ่มรู้สึกเกลียดเขาจับใจทีเดียว

“แม่นัดคุณหญิงปิ่นกับตาภพไว้ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนซิลูกแต่งตัวสวยๆนะแม่รอในห้องนั่งเล่นเสร็จเมื่อไหร่ให้คนไปตามด้วยแล้วกัน”

“แม่คะ ดลเหนื่อยขอพักซักวันได้ไหมคะ” 

“ดล!” คุณหญิงพิริยาที่ไม่เคยโดนลูกสาวคนโตขัดใจส่ายหน้าไม่เห็นด้วย “อย่ามาเหนื่อยตอนนี้หน่อยเลย ไปๆไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แม่จะรอ”

ดลยาเม้มปากแน่น ข่มกลั้นความขมขื่นลงไปในอก

“แม่ทำไมชอบไปบังคับพี่ดลอยู่เรื่อยนะ” ดลินโผล่ออกมาจากไหนไม่รู้เข้ามาสมทบ มองมารดาแล้วทำปากยื่น “ถ้าแม่อยากได้นายบรรณภพเป็นลูกเขยขนาดนั้นให้แต่งกับลินไหมล่ะ”

“ยัยลิน พูดอะไรแบบนี้เป็นสาวเป็นนาง โอ้ยลูกคนนี้....” มารดาเธอหน้าแดงสลับเขียว เอื้อมมือจะไปหยิกแขนดลินแต่น้องสาวตัวแสบของเธอเหมือนจะรู้ทันก้าวถอยหลังยกมือกอดอกหมับ

”ก็มันจริงนี่นา....ลินขอเถอะค่ะอย่าไปยัดเยียดเขาให้พี่ดลหน่อยเลย แม่เห็นไหมว่าพี่ดลพึ่งกลับมาถึงบ้าน เหนื่อยจนจะยืนไม่อยู่แล้ว”

ดลยาเกือบจะยิ้มให้น้องสาวทั้งที่เหนื่อยจริงๆ อย่างดลินว่าแต่ไม่ใช่ความเหนื่อยกายเป็นเหนื่อยใจซะมากกว่า งานโครงการร่วมทุนเดินหน้าไปตามแผนอย่างมีประสิทธิภาพ คนจากเครือปาริฉัตรทั้งเก่งและทำงานด้วยง่ายแม้แต่ตัวแทนปิรันย์เองเวลาทำงานเขาก็ทำตัวน่ารักไม่น่ารำคาญ  ยกเว้นเรื่องส่วนตัวเพราะตลอดอาทิตย์เธอต้องรับมือกับแทนปิรันย์ที่คงถือคติตื้อเท่านั้นที่ครองโลก  นอกจากนี้เธอยังต้องคอยหลบหลีกสายตาสอดรู้สอดเห็นของสาวสวยอย่างไอยราที่คอยตามแทนปิรันย์ราวกับเงาตามตัว และชอบใช้สายตาจิกกัดเธอแทนคำพูดทุกครั้งที่แทนปิรันย์เข้ามาพูดคุยกับเธอ  ดลยายอมรับกับตัวเองว่าทั้งเบื่อและหน่ายสองหนุ่มสาวเต็มกลืน เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะพูดคุยกับปัถย์เป็นการส่วนตัวเลยแม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่ดูเหมือนเขาเองก็ยินดีจะทำตัวห่างเหินจากเธอไปเงียบๆ ราวกับคนไม่รู้จักกันมาก่อน

“ตกลงดลจะไปกับแม่หรือเปล่าหรืออยากพัก” มารดายังไม่วายหันมาขอคำตอบท่าทางไม่สบอารมณ์นัก

“วันหลังนะคะ วันนี้ดลขอพักผ่อนดีกว่า”

ท่านขมวดคิ้วตวัดสายตามองหน้าดลินและหันกลับมามองหน้าเธอ “ก็ได้ วันนี้แม่ยกให้ แต่พรุ่งนี้แม่ห้ามมีนัดที่ไหนอีกนะ ครอบครัวคุณหญิงปิ่นจะมาทานข้าวที่บ้านเรา”

เธอจำต้องพยักหน้าทั้งที่อยากจะถอนใจด้วยความเบื่อหน่าย “ค่ะ”

“งั้นขึ้นไปพักผ่อนเถอะ” ท่านโบกมือ ท้ายประโยคมีแววห่วงใยพอให้เธอดีใจอยู่บ้างว่ามารดาไม่ได้มองเธอเป็นมดงานของครอบครัว “อ้อทานอะไรมาหรือยังถ้ายังเดี๋ยวแม่ให้คนไปเตรียมให้”

“ทานแล้วค่ะ” ดลยารีบหมุนตัวขึ้นห้องกลัวมารดาเปลี่ยนใจ หากครั้งนี้ไม่มีน้องสาวเข้ามาเบรคไว้ไม่รู้ว่าเธอต้องหอบสังขารไปทานข้าวเป็นเพื่อนมารดาหรือไม่  

คล้อยหลังได้ยินเสียงท่านกับดลินคุยกันเสียงดังซึ่งคงไม่พ้นบ่นพฤติกรรมแสนไม่งามของดลินในความคิดของมารดา แต่ดลยากลับอิจฉาความเป็นอิสระของน้องสาวทุกครั้ง

หากเป็นนก ดลินก็คงเป็นนกน้อยแสนสวยสีสันสดใสที่โผบินไปได้จนถึงเส้นขอบฟ้า ส่วนเธอคงเป็นนกที่ถูกขังไว้ในกรงทองแสนสวย หมดอิสระ หมดโอกาสโผบิน ถูกกักขังไว้จนแทบจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

 

บรรณภพส่งยิ้มและตักอาหารให้หญิงสาวข้างกายอย่างเอาใจ ท่ามกลางบรรยากาศการทานอาหารระหว่างสองครอบครัวที่หวังจะเป็นทองแผ่นเดียวกัน เขายิ้มให้คุณหญิงพิริยาที่กำลังคุยกับมารดาเขาเรื่องงานสังคมที่พวกท่านไปร่วมด้วยช่วยกันหาผู้บริจาคเงินเพื่อการกุศล ขณะที่บิดาเขากับบิดาดลยาคุยกันเรื่องทิศทางธุรกิจและการลงทุนใหม่ๆที่น่าสนใจ แม้คุณทักดนัยจะเกษียรตัวเองมอบตำแหน่งประธานบริษัทให้ลูกสาวคนเก่งอย่างดลยาควบคุมมานานเกือบสี่ปีแล้วก็ตามแต่ท่านก็ยังเป็นคนมีความรู้มองการณ์ไกล และกว้างขวางในวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์  เขาดีใจที่สามารถฝ่าด่านมารดาและบิดาเธอจนมานั่งอยู่ตรงนี้  คงต้องขอบคุณความสนิทสนมเป็นอันดีระหว่างครอบครัวเขาและดลยา จะเหลือเพียงด่านเดียวที่เขายังไม่สามารถฝ่าเข้าไปได้และยังไม่มีทีท่าว่าจะได้ในเร็วๆ นี้คือดลยาเท่านั้น

ตั้งแต่รู้จักกันมาหลังจากการแนะนำของมารดาเธอ เธอยังไม่เคยตอบรับคำชวนไปไหนมาไหนกับเขาโดยที่คุณพิริยาไม่ต้องใช้กำลังภายในช่วยเขาเลยซักครั้ง ราวกับพยายามสร้างกำแพงขึ้นมากันขวางและกันเขาออกไปไกลตา

“ไม่อร่อยเหรอครับ  ทำไมคุณดลทานน้อยจัง”  เขารีบถามเมื่อเห็นดลยารวบช้อนเข้าหากัน  และยกผ้าขึ้นเช็ดปาก

“เปล่าค่ะ”

“ทานของหวานไหมจ๊ะหนูดล” มารดาเขาถามอย่างเอาใจ ท่านปลื้มในตัวดลยามากเพราะทั้งสวยและเก่ง คิดว่าเหมาะสมกับเขาทุกประการจนไม่อยากให้หลุดมือไป

“ไม่เป็นไรค่ะ ดลอิ่มแล้วจริงๆ” เธอปฏิเสธยิ้มเรียบๆให้มารดาเขา

“ยัยดลชอบทานน้อยแบบนี้แหละค่ะ ถึงได้ไม่อ้วนผอมแทบจะปลิวลมได้อยู่แล้ว” มารดาเธอยิ้มทั้งปากและดวงตาชวนเพื่อนรักคุยอย่างถูกคอ ท่านมีความสุขเธอดีใจแต่ทำไมต้องมีความสุขบนความทุกข์ของเธอด้วย

“สาวๆ สมัยนี้ก็แบบนี้แหละค่ะเห็นคุณแม่บอกว่าหนูดลไปคุมงานที่เพชรบูรณ์บ่อยๆ ถ้ายังไงชวนภพไปด้วยซิจ๊ะ ช่วงนี้ปิดเทอมพอดีกำลังว่าง”

“นั่นซิครับ ให้ผมทำหน้าที่ขับรถไปส่งคุณดลแทนคนขับรถก็ได้ครับ ผมเต็มใจ” เขารีบรับอาสาหวังจะได้ใกล้ชิดเธอมากขึ้น เขาไม่เชื่อว่าผู้หญิงใจทนใจแข็งอยู่ได้นานหากได้ใกล้ชิดถูกเอาอกเอาใจจากผู้ชายที่ดีพร้อมอย่างเขา บรรณภพยอมรับว่าตนเองไม่ได้ดีเลิศราวพระเอกในนิยายแต่เขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ชายคนไหน ด้วยอาชีพอาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดัง ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยเป็นที่นับหน้าถือตา ตระกูลเขาก็เป็นตระกูลเก่าแก่มีทรัพย์สมบัติในระดับเศรษฐีตระกูลหนึ่ง 

“ดีเลย ป้าก็ห่วงถ้าเพราะไปตั้งไกลแล้วโครงการก็อีกนาน ยัยดลคงต้องไปดูอย่างน้อยก็เดือนละครั้ง มีตาภพไปด้วยคงเบาใจขึ้นเยอะจริงไหมคะคุณ” คุณพิริยาหันไปถามสามีที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะ

ท่านพยักหน้า “อืมมมม เอาซิเผื่อสนใจเรียนรู้งานเอาไว้ วันไหนเบื่อสอนภพจะได้มาทำธุรกิจกับลุง”

“แล้วกันคุณดนัยทีนี้ใครจะช่วยดูโรงงานให้ผมละครับ นี่ก็กะว่าจะกล่อมให้กลับมาช่วยงานที่บ้านแต่เห็นว่าชอบเป็นชอบสอนหนังสือมากกว่าเลยปล่อยๆไปก่อน”

บรรณภพยิ้มกว้างกับคำกระเซ้าหยอกเย้าของบิดากับคุณทักดนัยขณะที่คนอื่นๆหัวเราะ  เขาหันไปหาดลยารอยยิ้มมีอันต้องหุบลงเพราะใบหน้าสวยหมดจดนั้นดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันที

“ถ้ายังไงอาทิตย์หน้าดลจะไปดูอีก ชวนภพเขาด้วยนะ”  บิดาเธอกำชับ

“ค่ะ”

เขารู้สึกว่าเธอรับคำราวกับไม่อาจปฏิเสธความต้องการของบิดามารดาได้  จนเมื่อทานอาหารเสร็จเขาถือโอกาสชวนเธอไปเดินเล่นโดยมีมารดาคะยั้นคะยอ ดลยาลุกเดินนำเขาออกมาที่สวนหลังบ้านโดยไม่สนใจว่าเขาจะเดินมาด้วยหรือไม่ ชายหนุ่มมองตามแผ่นหลังบอบบางอย่างครุ่นคิด

ประสบการณ์ที่ผ่านมากับผู้หญิงหลายคนในอดีตของเขาไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนเป็นแบบดลยาเลย เพราะผู้หญิงส่วนมากเมื่อรู้จักชื่อเสียงตระกูลเขาก็แทบจะเป็นฝ่ายทอดสะพานให้เขาซะเอง  บวกกับการมีรูปเป็นทรัพย์ก็ยิ่งทำให้เขาได้เปรียบ เขาเดาว่าอาจเพราะเธอไม่ชินกับความสัมพันธ์แบบนี้ บวกกับตำแหน่งที่ถือเป็นเบอร์หนึ่งในฐานะนักธุรกิจหญิงคนเก่ง ดลยาเลยกลายเป็นสาวในฝันของหนุ่มๆ หลายคนที่ได้แต่มองแต่ไม่กล้าเอื้อมมาคว้า มารดาเธอบอกเขาเองว่าดลยาไม่เคยมีแฟนและคบใครมาก่อน

“สวนสวยดีนะครับ” เขาตามมาทันเธอจนได้ ร่างบางยืนหันหลังให้เขาใต้ต้นไม้เลื้อยดอกสีเหลืองสวยส่งกลิ่นหอมกรุ่น

“ฝีมือคนสวนของคุณพ่อคะ ท่านชอบทำสวน” น้ำเสียงเธออ่อนลงเล็กน้อย เขาเลยถือโอกาสรุกต่อ

“คุณแม่ผมก็ชอบทำสวนเหมือนกัน ถ้าได้คุยกันเรื่องนี้คงคุยได้ทั้งวัน”

“ค่ะ คงอย่างนั้น  คุณมีธุระอะไรอีกหรือเปล่าคะ”

บรรณภพเอบถอนหายใจความหงุดหงิดที่เธอไม่สนใจทำให้เขาชักอยากเอาชนะขึ้นมาอีก ทั้งที่เคยคิดว่าสามารถใจเย็นกับเธอได้ยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหน เพราะเธอจะเป็นคนพิเศษ เป็นภรรยาและแม่ของลูกเขาในอนาคต “อย่าทำเสียงห่างเหินแบบนั้นซิครับ  คุณก็รู้ว่าพ่อกับแม่เราอยากให้เราเป็นอะไรกัน”

ดลยาปรายตามองเขาท่าทางไร้อารมณ์อย่างยิ่งจนเขานึกอยากเขย่าเธอให้เลิกทำท่าเย็นชาใส่เขาซะที “ฉันรู้ค่ะ และคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้”

เธอไม่รอให้เขาพูดด้วยซ้ำเมื่อเอ่ยขอตัวอย่างรวดเร็วและหมุนตัวเดินหนีไปทันที  บรรณภพขบเคี่ยวเคี้ยวฟันตามร่างบางไปตลอดทาง  เขาจะทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับเธอเป็นไปได้แน่นอน

 

 ขณะที่ดลยาเผชิญกับปัญหาการจับคู่ของครอบครัว ปัถย์ก็ต้องเผชิญกับความเจ็บช้ำอีกครั้ง อาทิตย์ต่อมาเขาตั้งหน้าตั้งตารอเจอหน้าดลยา แต่เธอมาพร้อมกับบรรณภพ  ผู้ชายที่เหมาะสมกับเธอทุกประการอีกคน

กรรณิกากระวีกระวาดเข้ามาเมาส์กับอรสาเหมือนเช่นเคย “คนนี้แหละที่พี่บอก” เธอยักคิ้วหลิ่วตากับอรสา “มาวินยิ่งกว่าคุณปรัชแน่นอน คุณพิมพ์ส่งมาเองเลยนะ”

“สาได้ข่าวว่าทั้งอาทิตย์เขาไปหาคุณดลแทบทุกวัน...” อรสาทำเสียงเล็กเสียงน้อย “จริงหรือเปล่าคะ”

“ใช่แล้วล่ะ แถมหอบดอกไม้มาทุกวันจะเต็มห้องทำงานคุณดลอยู่แล้ว”

“จริงเหรอคะ โอโห้ถ้ามีผู้ชายหล่อๆ พ่อรวยหอบดอกไม้แบบนี้มาให้สาบ้างนะ รักตายเลย”

“น้อยๆหน่อยยัยสา  ผู้ชายสติดีๆที่ไหนจะตาถั่วแบบนั้น” จิรภพเข้าไปร่วมกวนประสาทเหมือนเช่นทุกครั้ง อรสาหันมาแว้ดใส่ ขณะที่ปัถย์ทำได้เพียงนั่งฟังเรื่องที่ไม่อยากฟังเพราะยังต้องทำงานอีกหลายอย่าง

“ไอ้โจ้ แก...อย่าให้ฉันมีแฟนบ้างนะจะควงมาเย้ยพวกโสดระยะสุดท้ายอย่างแกให้ดู”

“หาให้ได้ก่อนเถอะแล้วค่อยคิดจะควงมาเย้ยฉันยัยสาเอ้ย” จิรภพจิ่มนิ้วที่หน้าผากอรสา ท่ามกลางเสียงหัวเราะของคนอื่นๆ 

“เฮ้ยไอ้สองคนนี้ทะเลากันได้ตลอดซิน่า” สุภาพหัวเราะลงลูกคอ “ไอ้โจ้แกมาทางนี้ซิ มาดูนี่หน่อยอย่าพึ่งไปกัดยัยสา ว่างๆ ค่อยกัดกัน”

“โธ่พี่พวกผมไม่ใช่หมานะครับ” สองหนุ่มสาวค้อนหัวหน้าและรุ่นพี่ตาคว่ำ

“จะไปรู้เหรอวะ เห็นใกล้กันทีไรกัดกันทุกที...เอานี่...” เขายื่นเอกสารให้ลูกน้อง “เอานี่ไปดูซิว่าต้องแก้อะไรอีกไหม เออปัถย์ตอนบ่ายเรามีนัดคุยงานกับทีมทางโน้นนะไม่มีธุระที่ไหนใช่ไหม พี่ฝากเข้าประชุมแทนหน่อยนะพอดีคุณดลให้เข้าไปคุยด้วย”

“ครับพี่” ปัถย์พยักหน้าม้วนเก็บแบบแปลนหลังจากดูเสร็จ เขารู้ว่าระหว่างคุณนนท์หัวหน้าโครงการไม่อยู่ต้องเดินทางไปต่างประเทศ สุภาพในฐานะมือสองต้องทำหน้าที่แทน

“อ้อแล้วก็หลังประชุมเสร็จ  คุณดลเรียกให้ไปพบที่ห้องทำงานสงสัยมีเรื่องแบบจะถามมั้งอย่าลืมล่ะ”

หัวใจเขากระตุกวูบก่ำกึ่งระหว่างดีใจกับกังวลเพราะดลยาไม่เคยเรียกเขาไปพบเป็นการส่วนตัวมาก่อน  “ครับ”

“วันนี้เป็นอะไรครับพี่ปัถย์เห็นเอาแต่ได้ครับพี่ ดีครับท่านมาตั้งแต่เมื่อเช้าแล้วนะครับ ใจลอยแบบนี้เป็นอาการระยะแรกของคนมีฟามรัก”  จิรภพยื่นหน้าจากเอกสารที่กำลังดูขึ้นมาคุยด้วย

ทุกสายตาเลยมองมาที่เขาเป็นตาเดียว ยังไม่ทันได้แก้ตัวอรสาก็ทำหน้าที่แทน

 “ไอ้โจ้! งานแกเสร็จแล้วเหรอถึงมายุ่งเรื่องพี่ปัถย์”

สองคู่กัดแลบลิ้นปลิ้นตาใส่กันไปมา ปัถย์เลยรอดตัวไม่ตอบคำถามถึงพฤติกรรมเงียบขรึมไม่เล่นหัวกับน้องๆ ในระยะหลัง

 

ปัถย์เคาะประตูแล้วเปิดเข้าไปในห้องทำงานของดลยา เขาเห็นแฟ้มเอกสารหลายอันวางอยู่บนโต๊ะทำงานเธออย่างป็นระเบียบพร้อมกับคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊คและอุปกรณ์อื่นๆ เขาเคยเข้ามาในนี้นับครั้งได้ซึ่งส่วนมากมีแต่เรื่องงานไม่มีเรื่องส่วนตัว เดาว่าครั้งนี้ก็คงเหมือนกัน

“ปิดประตูก่อนซิคะ” เธอพยักหน้าไปทางประตู เขาเลยทำตามที่เธอสั่ง  ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับหญิงสาวแสนสวยคนเดียวกับที่เคยนอนอยู่ในอ้อมแขนเขา ผู้หญิงที่เขารัก และยังเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ทำให้เขาปวดใจ

เธอยิ้มและเป็นฝ่ายเริ่มสนทนา “อาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นยังไงบ้างคะ”

“บ้านพักหลังที่ห้าเสร็จแล้วครับ ตอนนี้กำลังคุยกันว่าจะสร้างปีกฝั่งตะวันออกหรือตะวันตก....”

“ปัถย์...” เธอเรียกเขาน้ำเสียงดูอ่อนอกอ่อนใจ “ดลถามเรื่องคุณไม่ใช่เรื่องงาน”

ทั้งที่ห้ามตัวเองไม่ให้ดีใจให้วางตัวห่างเหินเย็นชาเหมือนอย่างที่เธอทำ แต่นิสัยเหล่านั้นก็ไม่ใช่นิสัยเขา สุดท้ายปัถย์เลยส่งยิ้มอ่อนโยนอบอุ่นให้เธอ “ครับ ผมสบายดี”

ดลยาหัวเราะเบาๆ ไม่บ่อยนักจะได้เห็นเธอในอิริยาบถนี้ เธอหมุนตัวไปหยิบของหลังโต๊ะทำงาน พร้อมกับส่งถุงกระดาษใบใหญ่ข้ามโต๊ะให้เขา “ช่วงนี้อากาศหนาว ดลซื้อเสื้อกันหนาวมาฝาก ลองดูซิคะว่าชอบไหม”  

“คุณดลไปเที่ยวที่ไหนมาครับ” เขาถามเพราะอยากชวนคุย ปกติดลยาไม่ค่อยซื้ออะไรให้เขานักรวมถึงไม่เคยเห็นเธอซื้อให้ใครเช่นกัน นั่นอาจเพราะทั้งคู่ไม่ค่อยไปเที่ยวไหนด้วยกัน

เธอหลบตาเขาแทบจะทันทีที่เขาหลุดปากถามออกไป “กับเพื่อนค่ะ”

“คุณดลมีเพื่อนแล้วเหรอครับ ผมนึกว่าไม่มีซะอีก”  ปัถย์ยังไม่สังเกตเห็นความผิดปกติของหญิงสาวตรงหน้า เลยล้อเลียนยิ้มๆ เพราะดลยาเคยเล่าให้เขาฟังว่าเธอไม่มีเพื่อนสนิทเลยมีแต่คนรู้จักผิวเผินทั่วไป เขายังเคยบอกเธอว่าไม่เชื่อแต่ตลอดระยะเวลาสองปีที่สนิทสนมกัน  นอกจากที่ทำงานกับมาหาเขา ปัถย์ก็ไม่เคยเห็นเธอไปไหนมาไหนกับใครหรือมีเพื่อนจริงๆ จนบางครั้งเขาก็แปลกใจว่าเป็นไปได้อย่างไรที่คนเราจะอยู่อย่างเดียวดายไร้เพื่อนสนิทไว้คอยคบหาพูดคุยปรึกษาหรือปลอบใจ 

ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่นเธอสบตาเขานิ่ง บอกเสียงราบเรียบไม่มีการหยอกล้อ “เพื่อนคุณแม่ค่ะ ”

เขานิ่งขึงเข้าใจและรู้ว่าคำตอบของเธอจะทำร้ายจิตใจแต่ก็ยังถาม “คนที่มากับคุณดลด้วยใช่ไหมครับ ผู้ชายคนนั้น....เขาดูดีนะครับ”

เธอไม่ตอบแต่เขาก็รู้ดี  ชายหนุ่มเหยียดยิ้มกับตัวเอง “คุณดลมีธุระอะไรอีกหรือเปล่าครับ ผมต้องไปคุยงานกับพี่ธันวา”

เธอสบตาเขานิ่งเพียงชั่วครูก่อนจะเบือนหน้าหนีหัวใจเขากระตุกวูบเมื่อได้ยินน้ำเสียงแหบพร่าของเธอ “ไม่มีอะไรแล้วค่ะ ขอโทษที่รบกวน”

ดลยาผลุดลุกขึ้นยืนหันหลังให้เขา หัวใจปัถย์ปวดหนึบเมื่อเห็นเธอเสียใจ

“คุณดล...ผม....” ปัถย์ขยับเข้าไปยืนซ้อนด้านหลังร่างบอบบางโอบกอดเธอทั้งที่รู้ว่าไม่ควร  “ผมขอโทษ ผมรู้ว่าไม่มีสิทธิ์ถามคุณแบบนั้น ถ้าทำให้คุณไม่สบายใจ...ผมขอโทษ”

ร่างบางแข็งขืนในตอนแรกอ่อนลง เธอหมุนตัวมากอดเขาไว้เช่นกัน กลิ่นหอมกรุ่นคุ้นเคยกรุ่นคงอยู่ในใจ จนเขานึกอยากกอดเก็บเธอไว้แบบนี้ไปตลอดกาล  “ดลซิคะต้องขอโทษ”

“คืนนี้ให้ผมไปหาที่ห้องไหมครับ” เขากับดลยาพยายามอย่างยิ่งที่จะเก็บความลับระหว่างทั้งสองไว้จึงจำกัดการพบปะกันเฉพาะบ้านเขาพักเขา สามเดือนตั้งแต่มาอยู่ที่นี่มีเพียงครั้งเดียวที่เขาไปหาเธอหลังจากมีเรื่องเข้าใจผิดกัน แต่ก็มีบางครั้งเช่นครั้งนี้ที่เขาอยากใกล้ชิดเธอเหลือเกิน

ดลยาหน้าแดงดวงตาสีนิลอ่อนแสงลงเล็กน้อย ผิวแก้มเนียนซับสีเลือดขึ้นมาทันที “เอ่อ...ดลเป็นหวัดนะคะ คุณจะติดหวัดกับดลซะมากกว่า”

ปัถย์ยิ้มกว้างนิ้วแข็งแกร่งช้อนปลายคางเธอขึ้นให้สบตา “ดีเหมือนกันไม่ได้ป่วยเป็นไข้หวัดมานานแล้ว”

เธอยิ้มหน้าแดงยิ่งกว่าเดิมอย่างน่ารักจนเขาอดใจไม่ไหว ปัถย์ประทับริมฝีปากจุมพิตริมฝีปากอิ่มอย่างอ่อนโยนในคราแรกก่อนจะเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนเรียกร้องจนดลยาหายใจหอบดันอกเขาไว้เบาๆเสียงกระซิบแหบพร่า “ปัถย์คะ”

ปัถย์ครางในอกด้วยไฟเสน่หาที่กำลังลุกไหม้ เขากอดรัดร่างบอบบางสมบูรณ์ด้วยวัยสาวแนบกายพรมจุมพิตไปทั่วใบหน้าหวานก่อนจะซบหน้าลงกับซอกคอเธอและถอนหายใจแผ่วเบา  “ผมขอโทษ....” เขาดันร่างเธอออกจากอ้อมแขนสัมผัสใบหน้าหวานอย่างอ่อนโยน  ยิ้มให้ด้วยความรู้สึกท่วมท้นในหัวใจ “งั้นผมไปก่อนนะครับ”

“ค่ะ”

 

แสงดาวยาวค่ำคืนดึกดื่นบนท้องฟ้าเปล่งแสงระยิบระยับ ในช่วงเวลาที่ท้องฟ้าเปิดโล่งเช่นนี้ หากมองขึ้นไปบนท้องฟ้าสามารถมองเห็นแนวทางช้างเผือกเป็นเหมือนอัญมณีถูกโรยข้ามขอบฟ้า เปล่งประกายระยับระยับ ลมหนาวพัดเอื่อยส่งผลให้ร่างสูงที่ยืนมองดาวบนฟ้ายกมือขึ้นกอดอกโดยอัตโนมัติ

แทนปิรันย์ถอนหายใจแผ่วเบากับตนเองระหว่างนั่งอยู่บนระเบียงบ้านพักที่ถูกปิดไฟให้มืดสนิท เฝ้ามองดวงดาวในเวลาเกือบค่อนรุ่ง เขาปิดไฟ เพื่อจะได้มองเห็นดวงดาวบนฟ้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้นเพราะไม่อาจนอนหลับได้สนิทนักเขาเลยต้องตื่นมานั่งดูดาวอย่างเดียวดายเช่นนี้ซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามาจากสาเหตุใด อาจจะเป็นเพราะความเหงา ความเบื่อหน่าย หรือความเคยชินเขาก็สุดรู้   หรืออาจเป็นเพราะหญิงสาวที่พักอยู่ในบ้านพักหลังข้างเคียง ดวงตาคมปรายตามองไปยังบ้านพักที่ดลยาพักอยู่แต่มีอันต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นสิ่งที่ไม่คาดว่าจะเห็น

ภาพชายคนหนึ่งเปิดประตูออกมาจากห้องพักของดลยาซึ่งระเบียงหน้าบ้านมืดสนิทเช่นเดียวกับบ้านพักเขา แทนปิรันย์เกือบจะหมุนตัวไปหยิบปืนในห้องพักเพราะคิดว่าเป็นคนร้ายด้วยความเป็นห่วงหญิงสาว แต่ภาพดลยาเดินออกมาจากห้องกอดชายคนนั้นด้วยท่าทางรักใคร่สนิทสนมทำให้เขาได้แต่ยืนค้างนิ่งอึ่งด้วยไม่คิดว่าเธอจะมีนิสัยเช่นนี้ เพราะดลยาทั้งดูไว้ตัวและเย็นชากับคนอื่นๆ แม้แต่เขาที่เพียรพยายามสานสัมพันธ์กับเธอ

ต้องเป็นผู้ชายที่มากับเธอแน่นอน แทนปิรันย์ค่อนข้างแน่ใจเพราะผู้ชายคนนั้นแสดงชัดเจนว่ามีอภิสิทธิ์ทำตัวสนิทสนมกับดลยามากกว่าใครๆ  เขาได้ยินพนักงานเธอพูดกันเบาๆด้วยซ้ำว่าบรรณภพเป็นว่าที่คู่หมั้นที่พ่อแม่เธอยินดียกตำแหน่งลูกเขยให้ แม้ดลยาจะมีท่าทางเฉยเมยกับชายคนนั้นจนเขาคิดว่าพนักงานของเธอเข้าใจผิด ชายหนุ่มเสยผมอย่างหงุดหงิดเมื่อรู้ว่าผู้หญิงที่ตนเอาชนะใจมาหลายเดือนมีเจ้าของจับจองโดยที่เขาไม่รู้ตัว ต้องยอมรับว่าถึงแม้ว่าผู้ชายคนนั้นจะเป็นศรัตูหัวใจแต่ก็ถือว่าเธอเลือกได้ดี 

แทนปิรันย์เกือบจะหมุนตัวกลับบ้านพักด้วยความหงุดหงิด ถ้าไม่เพราะร่างสูงในเงามืดของชายคนนั้นจะเดินเลยผ่านบ้านพักที่บรรณภพพักอยู่ไป ชายในเงามืดเดินไปอย่างเงียบเชียบ ก่อนเอี้ยวตัวกลับมามองด้านหลัง แสงไฟบริเวณนั้นทำให้เขามองเห็นใบหน้าชายคนดังกล่าวชัดเจน แม้เพียงแว๊บเดียวเขาก็รู้ว่าชายคนนั้นไม่ใช่บรรณภพ! ร่างสูงนิ่งอึ่งไม่คาดคิดว่าชายที่ดลยาอุตส่าซุกซ่อนไว้ไม่ให้ใครรู้เห็นจนต้องแอบพบปะกันจะเป็นแค่พนักงานในบริษัทเธอ เป็นแค่สถาปนิกธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น!!

ให้ตายเถอะถ้าเธอเลือกบรรณภพเขายังจะรู้สึกดีกว่านี้  แต่เขาก็อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้ ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าหญิงน้ำแข็งที่ใครๆพูดถึงจะใจกล้าขนาดลักลอบสานสัมพันธ์กับพนักงานในบริษัทตนเอง  สงสัยเขาคงต้องมองดลยาใหม่เสียแล้ว

 

กลับถึงห้องแล้ว พักผ่อนนะครับ

ดลยาอมยิ้มกับข้อความที่ปัถย์ส่งมาให้หลังเขาออกจากห้องพักไปไม่นาน  เธอซบหน้าลงกับหมอนที่ปัถย์ใช้หนุนนอนร่วมกับเธอบนเตียงกว้างมาค่อนคืน ได้กลิ่นน้ำยาหลังโกนหนวดและกลิ่นกายเฉพาะของเขาที่เธอคุ้นชินแล้วต้องยิ้มกับตัวเองอย่างมีความสุข  เธอยอมรับว่าหลังจากที่ต้องยุ่งวุ่นวายกับงานมากมาย ต้องหลบเลี่ยงผู้ชายอย่างบรรณภพที่มารดาเห็นดีเห็นชอบอยากได้มาเป็นลูกเขยหรือเกิน การได้นอนในอ้อมแขนของปัถย์ทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้รับพลังเพิ่มมากขึ้น ได้รับความสุขและความรักจากสัมผัสอ่อนโยนแต่เร่าร้อนของเขา แม้ส่วนหนึ่งในหัวใจเธอยังรู้สึกเศร้าระหว่างนอนมองภาพท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากความมืดเป็นแสงสีงดงามตระกาลตา 

หากได้นอนในอ้อมแขนเขาจนถึงเช้าจะเป็นเช่นไร หากได้ตื่นขึ้นพร้อมกัน กระซิบหยอกเย้า มอบความอบอุ่นให้แก่กันและกัน หากได้ใช้ชีวิตอยู่ผู้ชายคนเดียวที่เธอรัก  โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขมากมาย เธอคงไม่ขออะไรอีกแล้ว

 

 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

185 ความคิดเห็น

  1. #144 ingnon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 13:53
    #ร้องไห้รัวๆ
    #144
    0
  2. #67 sonrisa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:33
    เฮ้อออเศร้า
    #67
    0
  3. #31 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:04
    เป็นจากซึ้งกินใจ เป็นรักเศร้าๆดีกว่าคะเราว่า จะเหมาะกว่า เพราะเรื่องมันเศร้าาาาาาาาาเหลือเกิน.
    #31
    0
  4. #22 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 มกราคม 2558 / 06:03
    ชีวิตเป็นของเราเองนะเรารักครอบครัวแต่อย่าให้ต้อมาบีบกันขนาดนี้เลย
    #22
    0
  5. #21 violinette (@violette) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 23:36
    โอ๊ยยยยยยยย อ่านตอนนี้แล้วเพลงนี้มันมาค่าาา 
    https://www.youtube.com/watch?v=6DLv4_cqN7I
    #21
    0
  6. #20 pipesama (@pipesama) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 19:38
    ดราม่า
    #20
    0
  7. #19 pinzzz (@pp-pin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 17:30
    ฮือออออเศร้า เจ็บปวดแทนพระเอกนางเอก และเศร้าที่พรุ่งนี้ไม่อัพ ฮาาาาาาา
    #19
    0
  8. #18 24862 (@thanaya) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มกราคม 2558 / 16:49
    สนุกมากๆเลย 
    #18
    0