เล่ห์ E-book

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7 ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ต.ค. 58





ตอนที่ 7 ความจริง

 

            ตลอดทั้งอาทิตย์ขณะที่ทีมงานยุ่งวุ่นวายกับการเตรียมตัวไปเริ่มโครงการใหม่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์  ดลยากลับต้องยุ่งวุ่นวายกับความพยายามจับคู่ของมารดา  บรรณภพโผล่มาหาเธอที่บริษัทแทบจะวันเว้นวันเพื่อชวนออกไปทานข้าวบ้างดูหนังบ้างจนเธอคร้านจะปฏิเสธ  พอเธอปฏิเสธมากๆ แทนที่เขาจะถอดใจ เขากลับเข้าหามารดาให้ท่านมากดดันเธอแทน 

การได้เดินทางมาเพชรบูรณ์เพื่อดูความก้าวหน้าของโครงการจึงทำให้เธอทั้งโล่งใจที่จะได้หนีหน้าเขาและดีใจที่จะได้เจอหน้าปัถย์เหมือนใจต้องการ แต่ทันทีที่เหยียบย่างเท้าลงจากรถ เธอกลับต้องได้พบกับผู้ร่วมทุนซึ่งรอการมาถึงของเธอแทน

            “ยินดีที่ต้อนรับสู่อาณาจักรของเราครับคุณดล”  แทนปิรัณย์เรียกเธออย่างสนิทสนมตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอหน้า และดลยาก็ต้องยอมรับอย่างยุติธรรมว่าเขาเป็นชายหนุ่มที่มีบุคคลิกหน้าตาดีมีเสน่ห์จริงๆ  กรรณิกาเลขาคนเก่งของเธอแทบอ่อนละลายไปกับเขาทันทีที่ได้เจอหน้า

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะได้ยินชื่อเสียงของคุณแทนปิรัณย์มานาน”

เขายิ้มกว้างจนมองเห็นลักยิ้มข้างแก้มน่ามอง ไม่แปลกใจเลยที่สาวน้อยสาวใหญ่ในบริษัทเธอต่างก็แอบพูดถึงสองหนุ่มพี่น้องฝาแฝดลับหลังด้วยความปลาบปลื้มแต่สำหรับดลยาแล้วไม่มีชายหนุ่มคนไหนเทียบเท่าปัถย์ได้เลย 

“เรียกปรัชดีกว่าครับ  ไหนๆเราก็ต้องทำงานด้วยกันอีกนานสนิทสนมคุ้นเคยกันไว้คงจะดีที่สุด ถือเป็นเกียรตินะครับที่ได้ร่วมงานกับผู้หญิงที่ทั้งสวยทั้งเก่งอย่างคุณดล”

เธอพยักหน้ายิ้มให้เขาอย่างสุภาพเมินคำหวาของเขาไปเสีย “เช่นกันค่ะ แล้วคุณเอ่อ.....”

“นายปราชญ์ไม่อยู่ครับ  ขึ้นไปเชียงรายจะกลับคงอาทิตย์หน้า เอาไว้เรามาคุยเรื่องงานกันอีกทีตอนเย็นดีไหมครับ ตอนนี้ผมว่าให้คุณดลไปพักผ่อนก่อนดีกว่าเดินทางมาเหนื่อยๆ”

เธอดีใจที่ได้เข้าพักในบ้านพักที่มีความเป็นส่วนตัวและอยู่ห่างออกมาจากคนอื่นๆ รอบๆบ้านอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเหมาะกับการพักผ่อนอย่างแท้จริง กรรณิกาพักอยู่บ้านพักหลังใกล้ๆ เธอพยายามเลียบๆ เคียงๆถามถึงที่พนักงานคนอื่นโดยไม่ให้อีกฝ่ายสงสัยจึงได้รู้ว่าปัถย์และพนักงานพักอยู่โซนด้านหน้า มีสำนักงานอยู่ใกล้ๆสำหรับทำงาน  ตัวโครงสร้างได้ค่อยๆเริ่มดำเนินการไปแล้วก่อนเธอมาจึงมีคนงานเข้าๆ ออกๆบริเวณก่อสร้างไม่ขาดแต่ก็ต้องชมทั้งส่วนของเครือปาริฉัตรและคนของเธอที่ทำงานได้มีประสิทธิภาพ เธอจึงแทบไม่ต้องกังวลอะไรมากนอกจากตรวจสอบความเรียบร้อยและรายละเอียดโครงการอื่นๆ เธอส่งข้อความหาปัถย์ตั้งแต่ก่อนออกป่านนี้เขาคงรู้แล้วว่าเธอมาถึงแต่เพราะมีคนมากมายที่อาจสังเกตเห็นความสนิทสนมของทั้งคู่ เขากับเธอจึงยังไม่ได้เจอกันจนกระทั่งตอนเย็น 

ภายในห้องอาหารขนาดจุคนได้เกือบ 20 คน อาหารแบบบุฟเฟ่ถูกจัดเรียงไว้น่าทาน  เพื่อนร่วมโต๊ะของเธอเป็นแทนปิรัณย์ คนอื่นแยกย้ายไปทานต่างหาก ปัถย์กำลังนั่งทานอาหารกับกลุ่มพนักงานรุ่นพี่รุ่นน้องของเขาอีกด้านหนึ่ง ทั้งสองสบตากันแวบเดียวเพียงช่วงสั้นๆ แต่ก็ทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจราวกับได้น้ำทิพย์ชะโลมใจที่แห้งแล้ง

“ทานเยอะๆนะครับ ผมรับรองได้ว่าแม่ครัวที่นี่ฝีมือไม่ผิดหวัง ส่งตรงมาจากโรงแรมในเครือฯของเราเพื่อทำอาหารให้พนักงานที่นี่ทานโดยเฉพาะ” แทนปิรัณย์ตักอาหารใส่จานให้เธออย่างเอาใจ ดวงตาคมกล้าดูทั้งแวววาวและพราวระยับ สมแล้วที่ใครๆบอกว่าเขาเจ้าชู้ แม้เจ้าตัวอาจจะไม่ใช่คนนิสัยเจ้าชู้แต่บุคคลิกของเขาทำให้คนเข้าใจผิดได้ง่ายๆ

“ขอบคุณค่ะ”  

“คุณดลเคยไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนไหมครับ”  เขาชวนคุยท่าทางผ่อนคลาย 

ดลยาอยากทำได้อย่างเขาที่สามารถพูดคุยกับคนแปลกหน้าราวกับเพื่อนสนิท เธอส่ายหน้า “ไปเที่ยวคงไม่เคยค่ะ แต่ถ้าไปเรื่องงานก็เคยไปสองสามครั้ง”

“หวังว่าครั้งหน้าที่คุณดลไป จะให้โอกาสผมได้พาเที่ยวบ้างนะครับ  ผมรับรองได้เลยครับว่าคุณดลจะไม่ผิดหวัง”

เธอรู้ว่าครอบครัวเขาอาศัยอยู่ที่นั่น สร้างอาณาจักรไร่องุ่นและไวน์ชั้นเลิศมีชื่อเสียง “ขอบคุณค่ะ”

แทนปิรัณย์อมยิ้ม “คุณดลเป็นคนที่คุยไม่เก่งเลยนะครับ  ตั้งแต่คุยกันมาผมนับคำว่าขอบคุณได้ประมาณสิบคำเห็นจะได้  ถ้ามีอีกคำนี่ผมคงแย่เพราะไม่รู้ว่าอันไหนขอบคุณจริงอันไหนเพราะหมั่นไส้ไม่อยากฟังผมพูดแล้ว”

คราวนี้ดลยาเลยผ่อนคลายความเครียดลงและยิ้มกับเขาอย่างจริงใจ  “ค่ะ  ทุกคนที่ฉันรู้จักก็คิดแบบคุณกันหมด”

“ก็แปลกดีไปอีกแบบนะครับ ถ้าคุณดลมีแฟนที่พูดมากอย่างผมเราก็จะได้อยู่กันยืดเพราะคนหนึ่งพูดอีกคนฟัง” เขาตีขลุมยกตัวอย่างเสียเห็นภาพหน้าตาเฉย

ดลยาถามเขาเรื่องโครงการและรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเพื่อพยายามดึงเขาไปจากเรื่องส่วนตัว แทนปิรัณย์คงจะรู้แต่เขาไม่ว่าอะไรและตอบคำถามเธอตรงไปตรงมา  จากการพูดคุยกับเขาได้ไม่นานเธอก็รู้ว่านอกจากจะหล่อเหลา แทนปิรัณย์นับว่าเป็นคนเก่งมีความรู้ความสามารถไม่ยิ่งหย่อนไปกว่านักธุรกิจหลายคนที่เธอชื่นชมอย่างเช่นบิดาและเพื่อนท่านหลายคน และเมื่อเทียบอายุที่ยังน้อยก็นับว่าเขาก้าวหน้ากว่าคนเหล่านั้นมากทีเดียว

             

            “พี่ภาพคะเห็นเขาว่าคุณปรัชเล่นขายขนมจีบคุณดลของพวกเราตั้งแต่ก้าวแรกที่ลงจากรถอย่างงี้ เราไม่ต้องเตรียมตัวตัดชุดไปงานแต่งเจ้านายเลยเหรอคะเนี้ย  ทั้งหล่อทั้งรวยแบบนั้นแถมยังเก่ง ผู้หญิงคนไหนไม่ใจอ่อนก็ไม่ใช่ผู้หญิงแล้ว ทำไมเราไม่มีโมเม้นนี้บ้างนะ” อรสายื่นหน้ามากระซิบกับสุภาพ สนุกคะนองตามประสาสาวห้าวปากกับใจตรงกัน แต่ถ้อยคำที่พูดออกมาแทงลึกเข้าไปในหัวใจของคนร่วมโต๊ะอย่างจัง 

            ปัถย์พยายามจะเบือนหน้าหนีภาพบาดตาบาดใจระหว่างดลยากับแทนปิรัณย์ แต่ไม่รู้ทำไมสายตาเขาคอยแต่วนเวียนไปทางนั้นซ้ำๆ ราวกับพวกโรคจิตรักความเจ็บปวด หัวใจร้อนรุ่มในอกแต่ก็ทำได้แค่เพียงนั่งมองอยู่ห่างๆ ไม่มีสิทธิ์อาจเอื้อมไปขัดขวางก้าวก่ายได้เลย ฝ่ามือหนาที่จับช้อนกำแน่น นั่งมองทุกคนคุยกันด้วยความรู้สึกซังกะตาย

“เออ...อันนี่พี่ไม่รู้ว่ะยัยสาเพราะพี่ไม่ใช่ผู้หญิง” สุภาพปฏิเสธตักของหวานเข้าปากด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย 

“โธ่พี่นี่ไม่มีเซนส์เอาซะเลยไม่เห็นเหรอว่าคุณปรัชญ์มองคุณดลตาหวานฉ่ำแบบนั้น  ถ้าคุณดลโอเคด้วยนะรับรองนอกจากได้ร่วมธุรกิจยังอาจได้ร่วมหอลงโลง อิจฉาอ่ะ”

“ถ้าสมกันแล้วแกจะถอนใจทำไมวะ” สุภาพมองหน้ารุ่นน้องสาวอย่างไม่เข้าใจ 

อรสาทำปากยื่น “โธ่พี่...ฉันนะแอบปลื้มคุณปรัชตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า เนื้อคู่ในฝันชัดๆ”

“ฝันดีสำหรับแกแต่ฝันร้ายสำหรับเขา....เชื่อดิ” จิรภาพแทรกเข้ามา

อรสาแทบหันไปเขกหัวเพื่อนสนิทด้วยความหมั่นไส้ “ไอ้คุณโจ้ แกไม่พูดสักครั้งไม่มีใครเขาหาว่าเป็นใบ้หรอกรู้ไหม”

“เหรอครับไอ้คุณสา....” สองหนุ่มสาวเริ่มทำสงครามประสาทกันอีกครั้ง จนสุภาพต้องห้ามทัพเหมือนเช่นทุกครั้ง

“พอๆ พวกแกสองคนนี่กัดกันได้ทุกที่ทุกเวลา มาต่างจังหวัดก็ยังไม่เว้น ถ้าแต่งงานกันรับรองเลยแบบนี้ลูกหัวปีท้ายปีแน่นอน”

สองเพื่อนซี้ทำหน้าผะอืดผะอมจนแม้แต่กรรณิกาที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ยังอดหัวเราะไม่ได้

“พี่ว่าคุณพิมพ์คงเลือกลูกเขยไว้ให้คุณดลแล้วล่ะค่ะ” กรรณิกาแทรกขึ้นอดนำเรื่องซุบซิบมาเล่าให้น้องๆ ฟังไม่ได้เพราะสนิทสนมกับกลุ่มนี้เป็นอย่างดี

“อ้าวทำไมครับพี่” จิรภพทำหน้าเหวอ

"คุณบรรณภพลูกชายเพื่อนคุณพิมพ์น่ะซิ อาทิตย์ที่ผ่านมานี่เข้าออกบริษัทเรามาหาคุณดลวันเว้นวัน  บางวันคุณพิมพ์พามาเองซะด้วย"

“ต้องเป็นคนที่เราเห็นที่ร้านอาหารวันนั้นแน่เลย” อรสาหันไปทำตาโตใส่จิรภพ

“ได้ข่าวว่าเป็นหนุ่มนักเรียนนอก ฐานะระดับเศรษฐีพอกัน แถมกำลังจะเข้าเป็นอาจารย์สอนที่มหาลัยเก่งพอตัวเลยแหละ”  กรรณิกาเริ่มได้พูดก็รู้สึกออกรสออกชาติ ไม่ทันสนใจว่ามีใบหน้าคนๆหนึ่งหมองคล้ำลงไปทุกที “พ่อแม่ทั้งสองฝ่ายเปิดไฟเขียวให้แบบนี้คงไม่นานหรอก เราคงได้ข่าวดีของคุณดล”  

หลายคนบนโต๊ะส่งเสียงเห็นด้วยเซ็งแซ่  ปัถย์รู้สึกหัวหมุนสมองอื้ออึงไปกับข้อมูลความสัมพันธ์ของผู้หญิงที่ตนเองรักกับชายอื่น

“เป็นอะไรหรือเปล่าปัถย์หน้าซีดๆ” สุภาพหันไปถามรุ่นน้องเพราะเห็นปัถย์นั่งนิ่งมานานใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด “ไม่สบายหรือเปล่า” 

ปัถย์เหมือนพึ่งรู้สึกตัวว่ากำลังตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน เขายกมือลูบหน้ารีบขยับลุกขึ้นจนถอยหลังชนกับเก้าอี้ที่ตนเองนั่งจนครูดไปกับพื้นเสียงดังเรียกสายตาหลายๆคนในห้องอาหารให้หันมามอง “เอ่อ...ผมรู้สึกมึนหัวนิดหน่อย ขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะครับ”

สุภาพพยักหน้าถามอย่างห่วงใย “เอาซิ ไปพักผ่อนเถอะ มียาหรือยังถ้ายังพี่จะไปบอกพนักงานให้”

“มีแล้วครับ ขอตัวก่อนนะครับ”

ปัถย์แทบจะพุ่งตัวออกจากห้องอาหารตรงดิ่งกลับที่พักทันทีราวกับมีปีศาจไล่หลังแต่ความจริงแล้วไม่ใช่ปีศาจหากเป็นความเศร้าล้ำลึกที่นับวันจะท้วมทนในหัวใจเขาจนแทบล้นออกมา เขาไม่รู้ว่าตนเองจะทนเฝ้ามองดลยากับชายคนอื่นฟังเรื่องเธอกับคนที่เหมาะสมคู่ควรซึ่งอาจกลายเป็นสามีเธอในอนาคตแทนที่ผู้ชายธรรมดาๆ อย่างเขา

เขาหวังว่าหากมีซักวันที่ต้องปล่อยเธอไป  หัวใจเขาคงสามารถปล่อยวางความทุกข์โศกพวกนี้ หวังว่าตนจะทำได้และปล่อยเธอไป หากหัวใจเป็นเหมือนกระดาษ เขาคงใช้ยางลบลบความรู้สึกรักเธอออกไปได้อย่างงง่ายดายจนไม่เหลือร่องรอยใดในความทรงจำแต่หัวใจเขามีเลือดเนื้อและคงเจ็บปวดทรมานให้กับความรักครั้งนี้ไปนานแสนนาน

 

ดลยาสะดุ้งตกใจตั้งแต่ได้ยินเสียงเก้าอี้ครูดกับพื้นและเห็นร่างสูงของปัถย์เดินลิ่วออกไปด้วยใบหน้าซีดเผือด แม้อยากตามเขาไปเพื่อถามสาเหตุแห่งความไม่สบายใจแต่เธอจำเป็นต้องนั่งคุยกับแทนปิรัณย์ต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นและเมื่อไม่มีสมาธิเธอก็กลายเป็นเพื่อนคุยได้แย่มากทีเดียว

“คุณดลดูเหม่อๆ มีอะไรหรือเปล่าครับ”

เธอรีบตะครุบโอกาสปลีกตัวจากแทนปิรัณย์ไว้ทันทีที่เขาหยิบยื่นให้  “ค่ะ งั้นขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะคะ เอาไว้พรุ่งนี้เราค่อยคุยเรื่องที่ค้างไว้ต่อ”

แทนปิรัณย์ทำหน้าแปลกใจแต่ก็ไม่ทัดทาน เธอจึงขอตัวผละจาก เมื่อแน่ใจว่าทุกคนยังคงทานอาหารและพูดคุยกันต่อไม่มีใครออกมา ดลยาหลบออกไปบ้านพักของปัถย์ เคาะประตูอยู่นานกว่าเขาจะเปิดประตูออกมาด้วยใบหน้าเหน็ดเหนื่อยอิดโรยแต่ดวงตากลับแดงก่ำ

“ปัถย์...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทำไมหน้าซีดแบบนี้” หญิงสาวยกมือลูบไล้สัมผัสใบหน้าเขาอย่างลืมตัวด้วยความห่วงใย แต่เหมือนเขาจะตกใจมากกว่าปัถย์ผงะไปกับสัมผัสเธอราวกับรังเกียจ

“เปล่าครับ ผมไม่เป็นอะไร กลับไปก่อนเถอะเดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะไม่ดี”

ดลยารู้สึกราวกับถูกตบ ใบหน้าชาไปทั้งแถบเมื่อเขาออกปากไล่ หญิงสาวเม้มปากแน่นข่มกลั้นความน้อยเนื้อต่ำใจ บอกเสียงสั่นเครือ “ดลเห็นว่าคุณออกมาก่อนนึกว่าไม่สบาย ขอโทษนะคะที่มารบกวน” 

“คุณดล....” เขารั้งแขนเธอไว้บีบเบาๆ ให้เธอหันมาสบตาคมกล้าแดงก่ำ“ผมแค่ไม่อยากให้...ไม่อยากให้ใครเห็นเพราะ...ผมไม่ได้ห่วงตัวเอง คุณเข้าใจใช่ไหมครับ” ฝ่ามือหนายกขึ้นลูบไล้ใบหน้าเธออย่างอ่อนโยนเป็นสัมผัสที่เธอแสนจะคุ้นเคยและคิดถึง

สำหรับเธอแล้วปัถย์เป็นเหมือนยาเสพติดที่เธอขาดไม่ได้และไม่ยินดีจะขาด เป็นเหมือนพลังอันยิ่งใหญ่ที่คอยปลอบชะโลมจิตใจที่แห้งผากชาด้านของเธอเสมอมา  แค่คิดว่าเขาหมางเมินไม่ใยดีเธอก็รู้สึกราวมึนงงทำตัวไม่ถูกเสียแล้ว

ดลยาพยักหน้าทั้งที่ดวงตายังคงแสบร้อน แต่ความหนักหน่วงที่จุกแน่นค่อยๆคลายลงเมื่อเห็นว่าเขายังห่วงใยในตัวเธอเหมือนเดิม  “ดลรู้ค่ะ แต่ก็อดห่วงคุณไม่ได้”

เขาถอนหายใจเบาๆก่อนจะดึงเธอเข้าไปกอด กระซิบแนบศรีษะเธอเบาๆ  “ถ้าอย่างนั้นกลับไปก่อนนะครับ เดี๋ยวผมตามไป”

เธอยิ้มให้เขาอย่างยินดีพร้อมกับส่งกุญแจสำรองที่แอบขอไว้กับพนักงานมาให้ชายหนุ่มไว้ก่อนจะหมุนตัวกลับ

บ้านพักของเธอถูกจัดเตรียมไว้อย่างดีกว้างขวางแม้จะไม่หรูหราแต่ก็สะดวกสบายและสะอาดน่าอยู่  ด้านในเป็นห้องน้ำ ด้านหน้าเป็นห้องรับแขก  เธอยิ้มเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูก่อนที่ประตูห้องจะถูกเปิดเข้ามาพร้อมกับร่างสูงของปัถย์

เขาเข้ามากอดเธอทันทีด้วยอ้อมแขนแข็งแรงอุ่นจัดหญิงสาวซบหน้าลงกับอกกว้างแสนอบอุ่นยิ้มให้กับตนเองแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่สบายเธอรีบผละออกยกมือขึ้นอังหน้าผากวัดอุณภูมิ  “ตกลงไม่สบายเป็นอะไรหรือเปล่าคะ ทานยาหรือยัง”

เขายิ้มให้เธอเป็นรอยยิ้มไม่สดใสดังเคยจนเธอเป็นกังวล แต่ปัถย์ก็ยังปฏิเสธ  เขาดึงมือเธอไปกุมมือเธอไว้ก่อนยกขึ้นจุมพิตแผ่วเบาจนครบทุกนิ้ว

 “เปล่าครับไม่มีอะไรหรอก  คุณดลซิครับอากาศที่นี่เย็นทำไมถึงใส่เสื้อแค่นี้” เขาขมวดคิ้วนิ่วหน้าไม่ชอบใจกับเสื้อเนื้อบางที่เธอสวม

“จริงๆไม่ได้เตรียมเสื้อกันหนาวมาเลยค่ะไม่คิดว่าอากาศหน้าฝนของที่นี่จะหนาวแบบนี้”

“หาเสื้อผ้าหนาๆมาใส่ก็ดีนะครับจะได้ไม่เป็นหวัด  ที่นี่อากาศเย็นตลอดทั้งปีแบบนี้แหละ หน้าหนาวจะหนาวกว่านี้เยอะ”

เธอพยักหน้าอย่างเอาใจ ก่อนเป็นฝ่ายสอดแขนโอบรอบเอวสอบซบหน้าลงกับอก ฟังเสียงหัวใจเขาเต้นอย่างมั่นคงสม่ำเสมอ “รับทราบค่ะ พรุ่งนี้คนขับรถจะไปส่งเอกสารให้ดลที่กรุงเทพฯเดี๋ยวดลจะโทรไปสั่งให้แม่บ้านเตรียมเสื้อกันหนาวมาให้ พอใจหรือยังคะ” เธอกระเซ้ายิ้มๆ

ปัถย์ยิ้มพอใจกอดเธอแน่นขึ้นไปอีก “ผมเป็นห่วง”

“ตกลงว่าคุณไม่เป็นอะไรจริงๆใช่ไหมคะ” เธอไม่วายห่วงแม้เขาจะปฏิเสธ แต่จากที่สังเกตดูเขาไม่ปกตินัก  

“ครับผมสบายดี เป็นยังไงบ้างชอบที่นี่หรือเปล่า”

เธอยิ้มกว้าง “ค่ะสวยเหมาะกับโครงการที่สุด ต้องชมทางเครือปาริฉัตรนะคะเลือสถานที่ได้เหมาะขนาดนี้”

ทั้งสองขยับขึ้นนอนบนเตียงกว้าง เธอซุกหน้าลงกับอ้อมแขนอบอุ่นโดยมีผ้าห่มคลุมทับอีกชั้น ปัถย์ช้อนใบหน้าเธอขึ้นรับจูบจากเขาเป็นจูบดูดดื่มอ่อนหวานชวนละลายเหมือนเช่นทุกครั้งแต่ครั้งนี้สิ่งที่ต่างออกไปคือความล้ำลึกเข้มข้นยาวนานราวกับต้องการประทับตราว่าเธอเป็นของเขาและของเขา 

ดลยาถึงกับตัวสั่นน้อยๆเมื่อเขาถอนจูบออกจากริมฝีปากอิ่มร้อนจัด ลมหายใจร้อนๆเป่ารดใบหน้ากันและกัน ฝ่ามือหนาเลื่อนลงลูบไล้เอวบางและเริ่มปลดกระดุมเสื้อเธอออก ริมฝีปากร้อนผ่าวพรมจูบไปตามคำคอและแนวคางเรียวปลุกเร้าให้เธอตอบสนองสัมผัสเขา

“แน่ใจนะครับว่าคุณดลไม่เหนื่อยเกินไป...”

เธอรีบส่ายหน้าปฏิเสธเสียงแหบพร่า สัมผัสลูบไล้เขาเช่นกัน “ไม่ค่ะ...ไม่เหนื่อยเลยซักนิด”

“ผมคงต้องกลับตอนก่อนเช้า” เขาพึมพำจุมพิตแผ่วเบาลงมาตามรอยแยกของสาบเสื้อเปิดกว้างเหนือเนินอกอิ่มเต็มของเธอที่ยังถูกห่อหุ้มปกปิดไว้ด้วยชั้นในเนื้อดีราคาแพง

“ค่ะ....” เธอสอดนิ้วเข้าลูบไล้เส้นผมดกดำหนานุ่มมือของเขา แหงนเงยใบหน้าเปิดลำคอให้เขาจับจ้องด้วยสัมผัสชวนหลงไหนจากปากและจมูกโด่ง ดีใจว่าคืนนี้จะได้มีเวลาอยู่กับผู้ชายที่เธอรักนานขึ้นกว่าเดิม หลังจากเปลื้องเสื้อผ้าเธอออกจนหมดหญิงสาวหลับตาแน่นเมื่อเขาผละออกเพื่อจัดการกับเสื้อผ้าของตนเอง ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆของปัถย์ก่อนร่างสูงจะขยับร่างกายเปลือยเปล่าแข็งแกร่งทาบทับและเริ่มต้นจุดไฟเสน่หาอันไม่สิ้นสุดในกายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

แทนปิรัณย์ใช้เวลาอีกเกือบสามเดือนเรียนรู้นิสัยใจคอของทายาทคนสวยของเครือสรัญทิพย์ว่าดลยาแม้จะสวยชนิดไม่อาจละสายตาแต่ก็ดูเย็นชาและห่างเหินอย่างยิ่ง  จึงไม่แปลกใจเลยที่แอบได้ยินพนักงานเธอเรียกเจ้านายลับหลังว่าเจ้าหญิงน้ำแข็ง  แต่หากมองข้ามความเย็นชาห่างเหินที่เธอพยายามแสดงออกไปเขาก็ได้พบว่าเธอเป็นหญิงสาวที่น่าสนใจอย่างยิ่งเช่นกัน

เป็นครั้งแรกที่หนุ่มเนื้อหอมอย่างเขาพยายามทอดสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กให้กับผู้หญิงซักคน แทนที่จะเป็นไปในทางกลับกันเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา  แต่กลับกลายเป็นว่าดลยาเมินสะพานคอนกรีตที่เขาทอดให้อย่างหน้าตาเฉย  เขาเลยสงสัยต่อว่าเธออาจกำลังคบหาจริงจังกับหนุ่มนักเรียนนอกตามเสียงซุบซิบของพนักงานจากสรัญทิพย์ แม้จะรู้เช่นนั้นแทนปิรัณย์ก็ถือว่าหากไม่ได้หมั้นไม่ได้แต่งงานเขาก็ยังมีสิทธิ์  

จากที่เคยคิดว่าจะทำตัวเป็นหมาหยอกไก่เขาก็เกิดชอบเธอขึ้นมาจริงๆ  ดลยาอาจจะไม่ใช่สาวสวยรวยเสน่ห์มีจริตจะก้านมารยาเหมือนหญิงสาวหลายคนที่เขาเคยเจอ แต่ยิ่งใกล้ชิดเขาก็พบว่าเธอเป็นคนง่ายๆ ติดดินไม่เรื่องมากอย่างที่คิด แถมเธอยังฉลาดเข้าใจอะไรง่าย  แม้เธอจะดูหยิ่งทนงแต่เธอก็ทำงานอย่างให้เกียตริลูกน้องรับฟังความคิดเห็นข้อเสนอแนะของทุกคน  สำคัญกว่านั้นคือเธอไม่พยายามสร้างภาพว่าเป็นคนดีคนเก่งเพื่อเรียกร้องความสนใจ เขาคิดว่าอาจเพราะเธอเป็นเช่นนั้นอยู่แล้วพนักงานทั้งเด็กทั้งแก่จึงให้ความเคารพเธอในฐานะผู้บริหารแม้จะอายุยังน้อยมากก็ตาม

แทนปิรัณย์ส่งยิ้มให้กับดลยาระหว่างทั้งสองเดินชมโครงการโดยรอบที่อยู่ระหว่างก่อสร้างรุดหน้าไปมาก ความสงสัยของเขายังไม่จบเมื่อสาวสวยผู้ไม่ยอมแพ้แห่งนนทภัทรกรุ๊ปอย่าง ไอยรา ก้าวเข้ามาวุ่ยวายกับชีวิตเขา

 

“พี่ปรัชญ์...ใจลอยไปถึงไหนคะ”

ดลยาแปลกใจที่พบ ไอยรา ลูกสาวคนเก่งของนนทภัทรบริษัทคู่แข่งในชุดแต่งตัวหรูหราราวหลุดมาจากแมกกาซีนยืนจ้องหน้าเธอกับแทนปิรัณย์อย่างเอาเป็นเอาตาย เธอปรายตามองอีกฝ่ายก็พอรู้ว่าเสื้อผ้าหน้าผมของผู้หญิงคนนี้ล้วนเป็นของแบรนเนมยี่ห้อดังที่สาวๆ หลายคนโปรดปรานและไอยราก็จัดเต็มกับทุกอย่างทั้งกระเป๋า รองเท้า เสื้อกางเกงครบครัน

เธอกับไอยราพบกันหลายครั้งเมื่อต้องทำธุรกิจในแวดวงเดียวกันหรือตามงานเลี้ยงต่างๆ ต้องยอมรับว่าหากเป็นงานสังคมการกุศลออกสื่อไอยราเจนสังคมกว่าเธอมาก  เรื่องนี้เธอมักถูกบิดาติงบ่อยๆ ที่เก็บเนื้อเก็บตัวมากจนเกินไป

“ไอมาได้ยังไง”  แทนปิรันย์ทักทายไอยราท่าทางเขาดูแปลกใจที่เจอเธอ

 “ไอดีใจนะคะที่พี่ปรัชยังจำไอได้ นึกว่าลืมไอซะแล้วไม่เห็นแวะไปหาเลยนี่คะ” ไอยราท่าทางมาดมั่นยิ้มหวานให้ชายหนุ่มข้างกายเธอ “สวัสดีค่ะคุณดลยาเจอกันอีกแล้วนะคะ”

เธอไม่รู้มาก่อนว่าแทนปิรัณย์กับไอยรารู้จักสนิทสนมกันและนึกแปลกใจขึ้นมาทันทีว่าหากไอยรากับแทนปิรันย์สนิทสนมกันดี   ทำไมเครือปาริฉัตรจึงเลือกร่วมทุนกับสรัญทิพย์ซึ่งเป็นคู่แข่งนนทภัทร  เธอจะเก็บเรื่องนี้ไว้ไปคุยกับคนที่จะให้คำตอบได้ 

“ค่ะสบายดี” ดลยารู้สึกว่าไอยราไม่ชอบหน้าเธอและอยากให้เธอไปซะ  เมื่อเห็นว่างานเสร็จแล้วเธอเองก็ไม่อยากอยู่ขัดคอหนุ่มสาวคู่นี้เช่นกัน “เสร็จธุระแล้วถ้างั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”

“รีบไปไหนครับ เรายังเดินดูไม่ทั่วเลย” แทนปิรัณย์ไม่เห็นด้วย “ให้โอกาสผมได้พาคุณดลชมทั่วโครงการก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวตอนเที่ยงไปทานข้าวด้วยกัน  ผมให้แม่บ้านทำของโปรดคุณดลไว้แล้ว”

ดลยาพยายามจะทำเป็นไม่เห็นใบหน้าสวยหวานของไอยราที่ถูกตบแต่งไว้อย่างดีด้วยเครื่องสำอางบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจเมื่อแทนปิรันย์พูดจาราวกับสนิทสนมกับเธอ  มองเพียงแวบเดียวก็รู้ว่าไอยรากำลังหึงหวงเขาอยู่ แต่พยายามจะไม่แสดงออกมากจนเกินงาม

“คุณไอคงอยากคุยกับคุณปรัช ฉันไม่กวนดีกว่าค่ะ” เธอรีบปฏิเสธไม่สนใจสายตาอ้อนวอนของแทนปิรันย์  “เจอกันตอนประชุมทีมนะคะ”

“ครับ แล้วผมจะรีบไป” 

“อ้าวคุณดลมาพอดี  มีเอกสารจากกรุงเทพฯครับ พึ่งมาถึง” คุณนนท์ หนุ่มใหญ่มากความสามารถหัวหน้าโครงการทักขึ้นอย่างยินดี

ปัถย์พยายามให้ความสนใจกับเอกสารต่างๆของโครงการรวมถึงแบบแปลนของ รีสอร์ทกับกลุ่มสถาปนิก  เพื่อหารือแนวทางการทำงานให้รวมเร็วมีประสิทธิภาพ  มีจิรภพกับอรสาร่วมด้วย ส่วนอีกคนเป็นคนของเครือปาริฉัตร  พวกเขาทำงานได้ราบรื่นไม่มีปัญหาติดขัดและต่างเห็นไปในทิศทางเดียวกัน มือแข็งแรงที่กำลังถือดินสอชะงักไปเล็กน้อยเพราะแค่ได้ยินและรู้ว่าดลยาเข้ามาในห้องทำงานก็ทำให้เขาหัวใจสั่นไหวเสียแล้ว 

ห้องทำงานของดลยากับแทนปิรันย์อยู่ติดกันอีกฝากหนึ่งของอาคารแห่งนี้ซึ่งเป็นอาคารแห่งแรกที่ถูกสร้างเพื่อใช้เป็นที่ทำงาน กลุ่มพนักงานจากสรัญทิพย์ร่วมกับเครือปาริฉัตรทำงานร่วมกันภายในอาคารที่ออกแบบอย่างลงตัวมีสไตล์เข้ากับบรรยากาศซึ่งในอนาคตอาจถูกปรับให้เป็นห้องประชุมหรือห้องจัดเลี้ยง 

“ขอบคุณค่ะคุณนนท์ ลุงอ้นอยู่ไหนคะ ดลจะเอาเอกสารฝากไปให้คุณอาฉลองที่สำนักงาน”  ลุงอ้นคือคนขับรถวัยห้าสิบดลยาเคยเล่าให้เขาฟังว่าทัพทันคอยขับรถให้พ่อเธอมาก่อนเมื่อเธอเข้ามารับตำแหน่งต่อจากท่าน ลุงอ้นก็มาขับรถให้เธอต่อ เขาสังเกตว่าแม้ดลยาจะดูหยิ่งและค่อนข้างเฉยเมยกับคนรอบข้าง แต่เธอปฏิบัติต่อคนขับรถและคนในปกครองอย่างมีน้ำใจ ไม่เคยกดขี่ข่มเหงให้คนอื่นเจ็บช้ำ 

“เดี๋ยวผมให้คนไปตามให้ครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

“คุณดลรับน้ำไหมคะไปเดินกับคุณปรัชซะไกลคงเหนื่อยแย่” กรรณิกา ถามอย่างกระตือรือร้น  ปัถย์แอบยิ้มคิดว่าบางครั้งกรรณิกาก็ห่วงดลยาเหมือนแม่ไก่หวงลูกไม่มีผิด  

ปัถย์ยังคงนั่งหันหลังให้ประตูเลยไม่ได้เห็นหน้าเธอไม่รู้ว่าเธอเหนื่อยอย่างที่กรรณิกาพูดหรือเปล่า หรือเธอรู้สึกเช่นไรกับความใกล้ชิดสนิทสนมระหว่างเธอกับชายหนุ่มน่าสนใจคุณสมบัติเพรียบพร้อมอย่างแทนปิรันย์  เขาทรมานใจทุกครั้งเมื่อเห็นแทนปิรันย์เดินเคียงข้าง พูดคุยหรือแม้แต่หยอดคำหวานกับเธออย่างเปิดเผย ผิดกับเขาที่ได้แต่หลบๆซ่อนๆไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองเพราะกลัวคนอื่นจะผิดสังเกต  ชายหนุ่มเกือบยิ้มเยาะตัวเอง พวกวัวสันหลังหวะคงเป็นอย่างเขาหวาดกลัวไปซะทุกอย่าง

“ขอบคุณค่ะดลขอน้ำเปล่าแล้วกัน คุณนนท์ไปพบดลที่ห้องทำงานหน่อยนะคะดลมีเรื่องงานจะคุยด้วย คุณณีหยิบแฟ้มโครงการใหม่มาให้ดลดูด้วยนะคะ”

“ครับ/ค่ะ”

กรรณิกากับนนท์แทบจะรับคำพร้อมกัน  ก่อนจะแยกย้ายกันไปทำตามบัญชาของหญิงสาว  ธันวา สถาปนิกมากฝีมือจากเครือปาริฉัตรและเป็นรุ่นพี่ปัถย์หกปีจากสถาบันเดียวกันเลยคุยกันถูกคอ มองตามหญิงสาวจนเธอหายเข้าไปในห้อง

“เจ้านายปัถย์นี่บ้างานน่าดูเลยนะ”

ปัถย์ไม่ทันได้ตอบจิรภพทำหน้าที่พูดแทน “สุดๆเลยครับพี่ในบริษัทใครๆก็เรียกคุณดลว่าเจ้าหญิงบ้างานทั้งนั้น”

ปัถย์ส่งสายตาปรามรุ่นน้องแต่จิรภพเหมือนจะติดเครื่องเสียแล้วเลยถือโอกาสนินทาเจ้านายอย่างออกรสให้รุ่นพี่ฟัง

“พนักงานอย่างเรามีวันลาพักร้อน ลาป่วย ลากิจแต่เชื่อไหมล่ะครับผมไม่เคยเห็นคุณดลไปไหนเลย ไม่เคยเห็นมาทำงานสายซักครั้ง”

“แกพูดเวอร์ไปหรือเปล่าคนหรือเครื่องจักรวะ” ธันวาทำเสียงไม่เชื่อ “ตัวก็ดูบอบบางอ้อนแอ้นออกขนาดนั้น”

“น้อยไปซิครับ  ยอดคุณบอสเลยล่ะครับคุณดลน่ะ”

“ไอ้โจ้....” ปัถย์ติง

“นินทาผู้หญิง....” อรสาที่สงบปากสงบคำมานานทำเสียงดุถลึงตาใส่สองหนุ่มแต่ไม่มีใครสนใจเธอ

“แค่พูดถึงเองนะน้องสา” ธันวาหัวเราะเห็นเป็นเรื่องตลก

แม้จิรภพจะไม่เคยพูดถึงดลยาลับหลังเสียๆหายๆรวมถึงพนักงานคนอื่นนอกจากความถือตัวค่อนข้างวางตัวห่างเหินของเธอ นอกนั้นจะมีแต่คำชมเรื่องความสามารถและความรับผิดชอบของเธอทั้งที่อายุยังน้อยซะมากกว่า แต่ปัถย์ก็ไม่อยากให้ใครมองเธอไม่ดี  เขารู้ว่าดลยามีหัวใจมีความรู้สึกเหมือนคนอื่นเพียงแต่เธอเลือกจะไม่แสดงออกมาเท่านั้น ถึงแม้หลายครั้งเขาจะสงสัยว่าหัวใจเธอทำด้วยอะไรจะมีวันมอบให้เขาเหมือนที่เขามอบมันให้เธอหรือไม่ และสายตาผู้ชายด้วยกันก็พอมองออกว่าธันวามองตามร่างบอบบางของดลยาอย่างชื่นชมตามประสาผู้ชายเห็นอะไรสวยๆงามๆแม้สิ่งนั้นจะไกลเกินเอื้อม จะว่าธันวาฝ่ายเดียวคงไม่ได้ เขานั้นคงไม่ต่างสถานะกับรุ่นพี่คนนี้มากนัก

“ว่าแต่เจ้านายพี่เถอะเห็นเทียวไล้เทียวขื่อเจ้านายผมนะ....จริงใจแน่หรือเปล่าจะมาทำให้บอสของผมอกหักไม่ได้นา”

ธันวาหัวเราะเบาๆเอนหลังพิงพนักเก้าอี้   “อันนั้นพี่คงตอบไม่ได้ว่ะ  ต้องแล้วแต่บอสของนายว่าจะยอมให้คุณปรัชหักอกเหมือนสาวๆคนอื่นหรือเปล่า ถึงอยากจะเตือนว่าคุณปรัชเจ้าชู้ปลาไหลเรียกพี่แต่เราจะทำอะไรได้วะเป็นแค่ลูกน้องไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งเรื่องเจ้านาย ขืนพูดอะไรมากมีหวังโดนเตะโด่งออกไปวิจัยฝุ่น”

“อย่างคุณดลไม่หลงเสน่ห์เจ้านายพี่หรอกค่ะสารับรอง รู้ไหมว่ามีผู้ชายมาจีบคุณดลของพวกเราตั้งเยอะแยะเธอยังไม่สนเลย” อรสารีบแก้แทนเจ้านายสาวหน้าตาจริงจัง คงเพราะหมั่นไส้ความมั่นอกมั่นใจในตัวแทนปิรันย์ของธันวาและอยากปกป้องศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงด้วยกันเขาก็สุดรู้

“น้องสาจะพนันกับพี่ไหมล่ะว่าบอสของน้องสานะต้องตกหลุมรักคุณปรัชแน่ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่คุณปรัชชอบแล้วจะ......”

“ผมว่าเราทำงานต่อดีกว่า” ปัถย์ขัดขึ้นเสียงห้วนจัด ไม่อยากให้ใครพูดถึงเธอลับหลังแบบนี้ และยอมรับว่าเรื่องนี้กำลังทำให้ปวดใจจนรู้สึกเหมือนหินถ่วงในอกหายใจติดขัด

ทั้งสามคนมองหน้าเขาเก้อๆ ปัถย์เปิดแปลนหลังต่อไปที่จะสร้างไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร  เขาไม่ต้องการรู้ว่าแทนปิรัณย์เป็นหนุ่มหล่อเสน่ห์แรงจนสาวน้อยสาวใหญ่หากใกล้ชิดเขาจะหัวใจละลายเป็นขี้ผึ้งเหลวๆ....เขาไม่อยากรู้แม้แต่นิดเดียว

 

หลังจากทำงานเกือบชั่วโมงเมื่อเห็นว่าเป็นเวลาพักเที่ยงจึงออกไปทานอาหารเที่ยงที่ห้องอาหารซึ่งถูกจัดไว้สำหรับพนักงานทุกคน  ทุกครั้งหากมองไปทางโต๊ะประจำของดลยามักจะมีแทนปิรัณย์อยู่ด้วยราวกับเงาตามตัว 

ครั้งนี้ปัถย์สังเกตเห็นว่ามีหญิงสาวสวยแต่งตัวแต่งหน้าครบสูทมานั่งมองร่วมโต๊ะพวกเขาด้วยและเรื่องตลกที่ใครๆต่างมองออกก็เกิดขึ้น

 ขณะที่แทนปิรัณย์พยายามตักอาหารให้ดลยาอย่างเอาใจใส่  ผู้หญิงอีกคนก็พยายามทำแบบเดียวกับเขา  เขาดูออกว่าดลยาดูจะอึดอัดกับพฤติกรรมของสองหนุ่มสาว เธอปรายตามองมาทางเขาขณะที่ปัถย์ตักอาหารแบบบุฟเฟ่อยู่ใกล้ๆทั้งสองสบตากันเพียงชั่วครู่ ทำให้หัวใจเขาเต้นกระหน่ำในอกทุกครั้งก่อนจะเมินหนีไปคนละทาง

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

185 ความคิดเห็น

  1. #143 ingnon (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 13:48
    ไรท์เตอร์ใจร้ายยย รีดเดอร์ไม่โอเค T_T
    #143
    0
  2. #30 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 19:01
    หาทางออกให้พระเอก-นางเอกเขาด้วยคะไรเตอร์ ใจจะขาดมันอินT^T.
    #30
    0
  3. #17 violinette (@violette) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 23:15
    ดลกับปัถน่าจะต้องมีทางออกนะคะ เหตุผลของพ่อกับแม่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ ความรักกินไม่ได้ก็จริงแต่นี่มันยุคไหนแล้ว ปัถก็มีฝีมือ เฮ้อ อินๆ
    #17
    0
  4. #16 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 15:47
    ไม่ชอบพ่อแม่ของดลเลยทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกแล้วถามลูกนังว่าต้องการแบบนี้ไหมจริงๆแล้สทำเพื่อหน้าตาตัสเองมากกว่าเพื่อจะได้มีหน้าตาที่ดีขึ้นในสังคม ดลกะปัถย์ต้องต่อสู้กันอีกเยอะเพราะหลายๆๆด้านเลย
    #16
    0