เล่ห์ E-book

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 ความรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    26 ต.ค. 58




ตอนที่  6 ความรัก


 

            “โอ้โหพี่ปัถย์เมื่อคืนไปทำอะไรมา  โทรมเป็นบ้าเลย!” 

เสียงทักทายดังลั่นด้วยความแปลกใจของอรสาไม่ได้ทำให้คนถูกทักรู้สึกรู้สมอะไร  เขาก้าวเข้าไปนั่งบนเก้าอี้ด้วยใบหน้าเหมือนคนนอนไม่เต็มอิ่มมีรอยคล้ำใต้ดวงตาชัดเจนและดวงตาเขาคงแห้งผากไร้ชีวิตชีวา ปัถย์นึกอย่างปลงๆ

            “อะ....หรือว่าเมื่อคืนหลังพวกเราแยกกัน  พี่ปัถย์มีไปต่อที่ไหนหรือเปล่าครับ”  จิรภพอมยิ้มกริ่มดวงตาแพรวพราวอยากรู้อยากเห็น

            “ใครเขาจะกินแห้วได้ตลอดกาลเหมือนแกละไอ้โจ้”  อรสายื่นหน้าเข้าไปล้อเลียนเพื่อนสนิทร่วมสถาบัน “แห้วทุกที แห้วทั้งปีถ้าปลูกแห้วขายคงรวยไปแล้วป่านนี้”

            จิรภพหันไปทำตาเขียวใส่เพื่อน “แกก็สวยตายละยัยสา เหอะถ้ามีผู้ชายคนไหนตาถั่วมาจีบแกน่ะฉันจะพาไปตัดแว่นสายตา”

            “ไอ้บ้าโจ้เดี๋ยวเถอะแก” อรสากรี๊ดลั่นแถมถลาเข้าไปบีบคอเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดเป็นภาพที่เขาเห็นจนชินตา 

            สุภาพโผล่ออกมาจากห้องทำงานส่ายหน้าปลงๆกับรุ่นน้องทั้งสอง  ก่อนหันมาสนใจสภาพเขา  หน้าตารุ่นพี่บอกโดยไม่พูดว่า

แกโทรมอย่างยายสาทักจริงๆ เสียด้วย

            “ตอนสิบโมงเรามีประชุมที่ห้องอัญชันโครงการเพชรบูรณ์  คุณนนท์บอกให้ปัถย์เข้าด้วยไม่แน่งานนี้เขาอาจให้ดูกับยัยสา” สุภาพเริ่มแจกงาน คุณนนท์คือผู้จัดการแผนกและเป็นเจ้านายโดยตรงของพวกเขา 

            ชายหนุ่มพยักหน้ายกมือขึ้นเสยผมลวกๆ  สภาพเขาคงดูแย่มาก ฟังจากอรสาทักและสายตาของสุภาพการันตีได้ดีทีเดียว   “ครับพี่เดี๋ยวผมคงต้องไปหากาแฟแรงๆ กินซักแก้ว  เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับเลย” 

            “ดีพี่เห็นด้วยเพราะถ้านายเข้าไปในสภาพซอมบี้เดินได้แบบนี้คุณนนท์อาจเปลี่ยนใจให้คนอื่นไปดูแทน ”

            ปัถย์หัวเราะเก้อๆ เมื่อคืนกว่าเขาจะข่มตาให้หลับได้ก็เกือบตีสาม  แถมพอนอนไปยังฝันเห็นภาพดลยาอยู่กับผู้ชายคนอื่นในสภาพสนิทสนมจนเกินทน  นั้นถือเป็นฝันร้ายที่สุดสำหรับเขาจนแทบไม่กล้าหลับตานอนเลยทีเดียว

 

            “วันนี้คุณดลจะเข้าประชุมด้วยนะ” คุณนนท์เป็นชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมผิวขาว หน้าตาเหมือนคุณลุงใจดีแจ้งแก่ผู้เข้าร่วมประชุมซึ่งจะเป็นผู้รับผิดชอบโครงการบ้านสไตล์รีสอร์ทในจังหวัดเพชรบูรณ์  โดยบริษัทสรัญทิพย์กำลังจะเริ่มโครงการ ทีมวิศวกร  สถาปนิก  ฝ่ายการตลาด  ประชาสัมพันธ์  และส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องนับสิบชีวิตเข้าประชุมกันอย่างหน้าพร้อมตา

            หลายคนมองหน้ากันอย่างแปลกใจเมื่อได้ยินชื่อเจ้านายคนสวย  เพราะดลยานั้นจะดูแลนโยบายต่างๆทั้งหมดในบริษัทระดับบริหารซึ่งมีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อธุรกิจ ไม่บ่อยนักที่เธอจะลงมาร่วมบริหารโครงการ

            “โครงการนี้คุณดลเป็นคนผลักดันให้เกิดการลงทุนร่วม  ก็เลยอยากเข้าฟังด้วยตัวเอง”  คุณนนท์เฉลยเมื่อเห็นหลายคนมีท่าทางเกร็งๆ เพราะใครๆ ก็รู้ว่าดลยานั้นค่อนข้างเคร่งขรึมเข้มงวดกับเรื่องงานจนหลายคนตั้งฉายาให้ลับหลังแต่เรื่องประสิทธิภาพในการทำงานของเธอไม่มีใครสงสัยเลย บางคนจึงทั้งอุ่นใจดีใจมีโอกาสได้ทำงานใกล้ชิดเจ้านาย บางคนก็เกรงใจหวั่นลึกๆกลัวว่าจะทำพลาดให้เจ้านายเห็นอาจส่งผลต่อหน้าที่การงาน  “อย่าทำหน้าแบบนั้นซิ  คุณดลน่ะใจดีนะ”

            เพียงไม่กี่นาทีเมื่อทุกคนพร้อมสำหรับการประชุม  ประตูห้องประชุมก็เปิดออกพร้อมกับร่างบางในชุดสีม่วงเปลือกมังคุดก้าวเข้ามาในห้อง   ตามติดมาด้วยกรรณิกา  เลขาฯสาวใหญ่ผู้ได้รับฉายาเจ้าแม่ข่าวกรองและไม่กรองของบริษัทหอบแฟ้มเอกสารเต็มอ้อมแขนทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเองคุ้นเคย 

ดลยาเดินไปหยุดที่หัวโต๊ะ ผิวหน้าเนียนละเอียดซึ่งยังคงความสวยไม่เปลี่ยน สายตาคมมีแววหวานกวาดมองไปทั่วห้องประชุม  เธอหยุดที่เขาเพียงเล็กน้อยก่อนจะมองเลยผ่านไป 

ปัถย์สูดหายใจเบาๆ  พยายามข่มกลั้นความรู้สึกอัดแน่นในอกลง รู้สึกสะท้อนใจเมื่อคิดว่าเธอและเขาช่างดูห่างไกลเกินจะเอื้อมถึง เกินจะคว้ามาครอง เขาก้มหน้าลงและไม่ปรารถนาจะเงยหน้าขึ้นอีกเลย

 

การประชุมเริ่มขึ้นอย่างเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ  โดยมีนนท์เป็นคนแนะนำทีมงานซึ่งรู้จักกันดีอยู่แล้ว ดลยานั่งฟังเงียบๆไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไร ความจริงเธอไม่มีความจำเป็นต้องเข้าร่วมประชุมครั้งนี้แต่เธออยากเห็นหน้าเขา   เพียงแค่ได้เห็นความสุขเล็กๆ ที่เธอเพียรกักเก็บเอาไว้ก็อุ่นวาบไปทั้งใจ  มันเป็นเช่นนั้นเสมอเมื่อมีเขาในสายตา      แต่วันนี้ท่าทางปัถย์ดูไม่ค่อยสดชื่นเอาเสียเลย  ท่าทางเหมือนไม่ได้นอนเต็มอิ่ม  หญิงสาวนึกเป็นห่วงและไพล่นึกไปถึงเมื่อคืน  หรือว่าหลังจากร้านอาหารเขาไปต่อที่ไหนกับคนอื่น!!!

เธอรู้ดีว่าปัถย์เป็นผู้ชายคนหนึ่งมีเลือดเนื้อมีความต้องการไม่ต่างจากคนอื่นๆและเพียงแค่คิดว่าเขาอาจจะมีอะไรๆกับคนอื่น สัมผัสลูบไล้มอบความรักใคร่อ่อนหวานดังเช่นที่เขามอบให้เธอ เพียงแค่คิดดลยาถึงกับต้องหอบหายใจเหมือนคนขาดอากาศ  ความหึงหวงอันไม่คุ้นเคยตีรวนในอกราวจะระเบิดออกมา

“คุณดลคะ.....คุณดล...เอ่อ...”

ดลยากระพริบตาหันไปมองมองกรรณิกาเลขาฯ คู่ใจ   กรรณิกามองเธออย่างเกรงอกเกรงใจก่อนเบนสายตาไปยังนิ้วมือเธอ  ดลยาสะดุ้งรีบปล่อยมือจากเอกสารในมือที่เธอบีบจนยับย่นทันที โชคดีที่คนอื่นๆในห้องประชุมไม่ทันสังเกตอาการผิดปกติของเธอ

ดลยารีบยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงใช้สมาธิมากกว่าเดิม พยามจดจ่อไปกับสิ่งที่ฝ่ายวิศวกรกำลังนำเสนอทั้งที่หัวใจแทบลุกเป็นไฟ โครงการนี้เธอตั้งใจจะให้ออกมาดีที่สุดเหมือนทุกๆโครงการที่สรัญทิพย์รับผิดชอบ การสร้างความเชื่อมั่นในเรื่องคุณภาพและมาตราฐานของบริษัทเหนือกว่าบริษัทคู่แข่ง ทำให้ลูกค้าเลือกสรัญทิพย์ก่อนบริษัทอื่น ทำให้สรัญทิพย์เป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำของประเทศ

“คุณดลมีอะไรจะเสริมไหมครับ”  นนท์หันมาถามเธอ

หญิงสาวพยักหน้าหยิบเอกสารตรงหน้าขึ้นมาถือแจ้งข่าวการร่วมทุนกับปาริฉัตรในโครงการซึ่งตั้งใจให้มีขนาดเล็กเพราะต้องการทดลองตลาด แต่เมื่อมีเครือปาริฉัตรรูปแบบโครงการจะเปลี่ยนเป็นโครงการขนาดใหญ่มีเงินลงทุนมหาศาลและทำให้สรัญทิพย์ได้ประโยชน์ในแง่ของการขยายฐานลูกค้าไปสู่ธุรกิจเชิงท่องเที่ยวมากขึ้น

มีเสียงฮือฮาเกิดขึ้นในทันทีหลังเธอพูดจบ เครือปาริฉัตรเป็นบริษัทเก่าแก่มีโรงแรมในเครืออยู่ทั่วประเทศ การที่เครือปาริฉัตรต้องการร่วมทุนทำโรงแรมร่วมกันกับสรัญทิพย์นับว่าเป็นข่าวดีสำหรับทั้งสองฝ่าย “ถ้าเราโชคดีกว่านั้น  เราจะได้เครือปาริฉัตรเป็นลูกค้าของเราในอนาคต  สำหรับการสร้างโรงแรมอื่นๆที่กำลังจะเกิด”

ดลยาหันไปพยักหน้าให้เลขาคู่ใจก่อนจะลุกขึ้นยืน  “เช้านี้ฉันเข้ามาแจ้งข่าวดีให้ทุกคนทราบประชุมกันต่อนะคะ ใครมีเรื่องสงสัยอะไรถามคุณณีได้” 

ชัชวาลหัวหน้าฝ่ายวิศวกรที่นั่งอยู่ใกล้กับประตูทางออกรีบขยับไปเปิดประตูและปิดตามหลังเมื่อลับร่างดลยาไป

หลังร่างบางดูเหมือนเกือบทุกคนจะผ่อนคลายอาการเกร็งๆลงไปแทบจะทันที  กรรณิกาอมยิ้ม การทำงานร่วมกับดลยานั้นสบายใจเป็นที่สุด แม้หลายคนจะขยาดกับท่าทางเครียดๆ ของเธอ  แต่โดยเนื้อแท้ดลยาเป็นคนนิสัยโอบอ้อมอารี และมีน้ำใจต่อผู้ใต้บังคับบัญชามากยิ่งกว่าบิดาเสียอีก  

กรรณิกาขยับแว่นสายตาจดจ่ออยู่กับเอกสารก่อนโยนเวทีให้คุณนนท์ ดำเนินการต่อเพราะมีอีกหลายเรื่องที่ต้องเตรียมตัวกัน

นนท์พยักหน้า “เราจะเริ่มประชุมทีมร่วมกับทางเครือปาริฉัตรจันทร์หน้าที่เพชรบูรณ์นะครับ ตอนนี้ทางเครือปาริฉัตรจัดทีมเตรียมลงพื้นที่เรียบร้อยแล้ว   ทีมเราเตรียมตัวเก็บสัมภาระเดินทางกันวันเสาร์นี้ ผมกับคุณชัชแล้วก็ปัถย์คงไปกันก่อน อยากไปดูพื้นที่รอบๆ โครงการเห็นแต่ภาพถ่ายไม่รู้สภาพพื้นที่จริงเป็นยังไง”

ชัชวาลพยักหน้ายิ้มๆนับเป็นโครงการที่ท้าทายความสามารถไม่น้อยสำหรับการร่วมทุนครั้งนี้   

 “ช่วงนี้หน้าฝนใครเป็นหวัดง่ายเตรียมยาไปเยอะๆ หน่อยนะ”  เลขาสาวใหญ่รีบเตือน   

มราณีฝ่ายประชาสัมพันธ์สาวสวยยกมือขึ้นขออนุญาตก่อนพูด “เห็นว่าตอนนี้คนที่ดูแลเครือปาริฉัตรเป็นคุณแทนปิรันย์กับคุณแทนปรัชญาใช่ไหมคะ  หญิงได้ข่าวมาแบบนั้นแต่ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า”

กรรณิกาพยักหน้ายิ้มๆ “ใช่แล้วค่ะน้องหญิง” และพลอยกระเส้าต่ออย่างสนุกสนาน “งานนี้สาวๆ บริษัทเราก็ทำใจกันหน่อยนะจ๊ะเพราะทางโน้นนะหล่อพอฟัดพอเหวี่ยงกันทั้งพี่ทั้งน้อง”

ประโยคนี้เรียกร้อยยิ้มจากสาวๆ หลายคนในห้องได้ถ้วนหน้าเพราะชื่อเสียงของสองหนุ่มหล่อในสื่อต่างๆ มีให้เห็นเป็นระยะแต่สิ่งที่กรรณิกาไม่ได้บอกสาวๆ คือ นอกจากหน้าตาหล่อเหลา ฐานะร่ำรวยและมากความสามารถแล้ว สองหนุ่มลื่นเป็นปลาไหลกันทั้งพี่ทั้งน้อง    

 

ปัถย์ขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าประตูรั้วไม่ได้ล็อคแต่เมื่อมองไปริมฟุตบาทเขาก็เห็นรถของดลยาจอดอยู่   เดาว่าดลยาคงอยู่ในบ้าน   เขายืนนิ่งทั้งไม่อยากเชื่อและดีใจ ก่อนจะตัดสินใจผลักประตูรั้วทำจากไม้สองแผ่นใหญ่  ด้านบนทำเป็นซุ้มมีต้นดอกพวงแสด เวลาหน้าหนาวจะออกดอกสีส้มสดใส  เลื้อยคลุม  ก้าวเท้ายาวๆผ่านสวนหย่อมเล็กๆมีดอกไม้หลายชนิดปลูกไว้และพบกับร่างบางที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับพื้นดิน  ข้างกายเธอมีถุงต้นไม้เล็กๆว่างอยู่

 “กลับมาแล้วเหรอคะ” เธอหันมาส่งยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มที่เขาลุ่มหลง  เสมอ มีความอ่อนโยนและเหมือนมีใจอยู่ในนั้น  ยังไม่ทันได้ซึมซับความรู้สึกนั้นดลยากลับไปสนใจต้นไม้ที่เธอเตรียมปลูกปากชวนคุยไปด้วย  “พอดีดลผ่านร้านขายต้นไม้เห็นว่ามันออกดอกสวยดีเลยเอามาปลูก ปัถย์คงไม่ว่าใช่ไหมคะ” 

เขาส่ายหน้า ก่อนหน้านี้หลังจากเห็นเธอกับชายอื่นเขาคิดไว้เช่นกันว่าจะคุยอะไรกับเธอแต่พอมีเธออยู่ตรงหน้าเขากลับคิดอะไรไม่ออกนอกจาก  “ไม่ครับก็....สวยดี”

ดลยาถอดเสื้อสูทราคาแพงของเธอไว้ที่ไหนซักแห่งในบ้าน ตอนนี้เธออยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวเรียบๆ กับกระโปรงที่คงเข้าชุดกับสูทเธอ   ดลยายังคงตังหน้าตั้งตาจัดการปลูกต้นไม้ของเธอต่อไปและใช้เวลาไม่นานนักก็เสร็จเรียบร้อย มือบางจัดแจงลากสายยางที่เขาใช้รดน้ำต้นไม้มารดต้นไม้ที่พึ่งปลูก แรงดันน้ำทำให้น้ำบางส่วนกระเซ็นโดนใบหน้าจนหญิงสาวสะดุ้งทำท่าจะยกมือเช็ด เดือดร้อนเขาต้องรีบห้าม

 “ล้างมือก่อนซิครับมือคุณดลเปื้อนมีแต่ดินทั้งนั้นเลย เดี๋ยวหน้าก็เลอะดินกันพอดี” เขาดุคว้าสายยางมาจากมือเธอและช่วยเธอล้างมือจนสะอาด

“ขอบคุณคะ”  ดลยาเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้เขาอวดฟันขาวสะอาดอย่างคนสุขภาพดีและรอยยิ้มของเธอส่งให้ใบหน้าที่เคร่งขรึมอยู่เป็นนิจอ่อนโยนจนแทบจะกลายเป็นอ่อนหวาน 

ปัถย์พาร่างเข้าไปชิดร่างบางโดยไม่รู้ตัว นิ้วมือแข็งแรงยกขึ้นไล้บนแก้มเนียนนุ่มเบาๆ  

“ตรงนี้ก็เปื้อน”  เขากระซิบไล่สายตาไปทั่วใบหน้าสวยก่อนจะหยุดนิ่งที่ริมฝีปากอิ่มสีสด ไล้ปลายนิ้วรอบริมฝีปากเธอแผ่วเบาพร้อมกับก้มลงไปครอบครองริมฝีปากอิ่มอย่างอดใจไม่ไหว 

ดลยาครางในอกทันทีที่ริมฝีปากทั้งสองสัมผัสกัน คลื่นความสุขแล่นไปทั่วร่าง มีทั้งความตื่นเต้นและความพึงพอใจอยู่ในสัมผัสที่เขามอบให้  เธอรีบวาดแขนเรียวโอบรอบลำคอเขา  พร้อมกับบดเบียนร่างกายเข้ากับร่างแกร่ง   เผยอริมฝีปากให้เขาอย่างเต็มอกเต็มใจ

ร่างสองร่างต่างเกี่ยวกระหวัดกันแนบแน่นยาวนาน เมื่อเขาถอนริมฝีปากออกหลังจากพอใจกับจุมพิตที่ต่างมอบให้กันและกันอย่างยาวนาน ปัถย์กระซิบชิดใบหูเล็กๆแดงระเรือ “เข้าบ้านดีกว่า”

ดลยาพยักหน้าแม้ใบหน้าจะยังแดงก่ำ เข้าใจความหมายและความต้องการของอีกฝ่ายเป็นอย่างดี  สมองมึนคงอิ่มเอมสองขาไร้เรี่ยวแรงจะยืนหยัดด้วยตนเอง  เธอได้ยินเสียงเขาหัวเราะพร้อมกับกดจูบหนักๆ ข้างขมับก่อนจะช้อนอุ้มเธอขึ้นและก้าวเข้าสู่ตัวบ้านหลังเล็กเพื่อสร้างความสุขให้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับไม่เคยพอ

ปัถย์นอนลืมตาอยู่ในความมืด  เตียงนอนข้างกายเขาว่างเปล่าและเย็นชืดบอกให้รู้ว่าเธอไปนานแล้ว แม้กลิ่นหอมรวยรินยังอ้อยอิ่งอยู่กับจมูกเขาราวกับเธอไม่เคยไปไหน   เขาหลับไปทันทีเมื่อผละจากร่างบางไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะอดนอนจากฝันร้ายเมื่อคืนหรือเพราะความสุขสมท้วมท้นที่ได้รับจากเธอ...แต่ตอนนี้ดลยาไม่อยู่แล้ว

 ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือก

ดลยามักต้องรีบกลับบ้านเสมอ เธอไม่อยากให้คนที่บ้านเป็นห่วง หรือในอีกแง่หนึ่งคือเธอไม่ต้องการให้สงสัยระแคะระคายความสัมพันธ์ลับๆของทั้งคู่   ปัถย์ยิ้มหยัน จู่ๆก็รู้สึกร้อนผ่าวที่หน่วยตาจนต้องหลับตาแน่นข่มกลั้นความเจ็บปวดหนักหน่วงในอกที่แล่นขึ้นมาจนหายใจแทบไม่ออก 

2 ปีกับความลึกซึ้งทางกาย เขาไม่เคยมีเธอในอ้อมแขนจนถึงเช้า ไม่เคยได้ฝากคำรักที่ตะโกนกู่ก้องในหัวใจ   ส่วนลึกในหัวใจนั้นเขาปรารถนอย่างสุดซึ้งให้ได้ตื่นขึ้นมาพบเธอนอนหลับในอ้อมแขนเขา  ได้กระซิบฝากคำรักหวานละมุนที่เขาไม่เคยเอ่ย  ได้วาดฝันถึงอนาคตร่วมกันที่มีเขามีเธอและมีลูกๆ ได้จับมือเธอเดิน เขาไม่เคยได้รับสิทธิ์นั้นเลยซักครั้งเดียว

 

ดลยาเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารบนโต๊ะเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูห้องโดยไม่มีการขออนุญาตและพบคนที่เธอไม่อยากพบหน้ามากที่สุดคนหนึ่งในบรรดาหลายๆ คนก็ยืนยิ้มอยู่หน้าประตู

“เที่ยงแล้วนะครับคุณดลยังทำงานอยู่เลย พอดีผมผ่านมาทางนี้เลยขออนุญาตคุณป้าแวะมารับคุณดลไปกินข้าว” บรรณภพก้าวเข้ามาภายในห้องด้วยท่าทางสนิทสนมและเชื่อมั่นในตนเอง ดังที่เขาแสดงออกในทุกครั้งเมื่อปรากฎตัวต่อหน้าเธอ 

ดลยาถอนหายใจอึดอัดกับท่าทีของเขานัก หลายครั้งที่เขาแวะมาบริษัทใช้มารดาเธอเป็นข้ออ้างซึ่งทำให้เธอปฏิเสธเขาได้ยาก “ฉันยังเคลียร์งานไม่เสร็จเลยค่ะ คุณภพเชิญทานก่อนได้เลยไม่ต้องเกรงใจ”

บรรณภพเดินมาหยุดตรงข้ามโต๊ะทำงานเธอทำเสียงละห้อย “ขอโทษนะครับที่ผมแวะมากวน พอได้ยินคุณป้าบอกว่าคุณดลจะไปคุมงานที่เพชรบูรณ์ตั้งอาทิตย์กว่าจะกลับ ผมเลยรีบแวะมา นานขนาดนั้นผมคงคิดถึงน่าดู” เขาหยอดคำหวานพร้อมดวงตาพราวระยับ

ดลยาขมวดคิ้ว จ้องเอกสารตรงหน้านิ่ง  ความจริงมันไม่ได้เร่งด่วนอะไรนักแต่เธอไม่อยากออกไปกับเขาซะมากกว่า  และไม่รู้ทำไมส่วนหนึ่งในใจเธอบอกว่ารู้สึกผิดกับใครบางคนที่นั่งทำงานอยู่ชั้นล่างลงไป  ไม่ว่าปัถย์จะคิดยังไงกับเธอแต่เธอก็รักและแคร์ความรู้สึกเขามากกว่าผู้ชายตรงหน้าอย่างเทียบไม่ติด

“ไว้วันหลังแล้วกันนะค่ะ  วันนี้ฉันติดธุระจริงๆ”

รอยยิ้มของเขายังค้างที่ริมฝีปากแต่แววตาไม่ได้พราวระยับเหมือนเคย  แน่นอนเขาคงไม่พอใจและเข้าใจไปว่าการมีมารดาเธอเป็นกองหนุนจะทำให้ได้ทุกสิ่งที่ต้องการ

“งั้นไม่เป็นไรครับ  ขอโทษที่ผมแวะมารบกวน”

คล้อยหลังเขาไปดลยาจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก  เธอมองโทรศัพท์และคิดถึงปัถย์ไปพร้อมๆ กัน  มือบางกดหมายเลยที่เธอคุ้นเคยและจำได้ขึ้นใจ  เธอยิ้มเมื่อปัถย์รับสายในแทบจะทันที

“อ้าววันนี้พี่ปัถย์ไปไหนละไม่ออกมากินข้าวด้วยกัน” 

จิรภพถามเมื่อทุกคนมานั่งพร้อมกัน ณ ร้านอาหารร้านประจำใกล้ๆ กับบริษัท ทุกครั้งปัถย์จะมาด้วยไม่เคยขาดนอกจากจะติดธุระจำเป็นหรือไม่อยู่

“พี่ปัถย์เขาก็มีธุระบ้างซิไอ้โจ้  ทำไมหรือไม่มีพี่ปัถย์แล้วแกกินข้าวไม่ลง”  อรสาหาเรื่องแหย่เพื่อนตามเคย

“ที่กินข้าวไม่ลงเพราะเห็นหน้าแกมากกว่ายัยสา” 

หญิงสาวคนเดียวในกลุ่มเลยง้างหมัดเตรียมชกเพื่อนตัวดี  แต่ถูกห้ามทัพจากพี่ใหญ่อย่างสุภาพเสียก่อน 

“เฮ้ยๆ หยุด  ไอ้สองตัวนี่จะกัดกันให้ได้ทุกเวลาหรือไงวะ  เอาสั่งซะก่อนที่เจ้าของร้านจะโมโหไล่พวกแกออกจากร้าน”  เขายืนเมนูอาหารส่งให้ทั้งสอง จิรภพกับอรสารีบหย่าศึกสายเลือดทันที 

 

“ยังมีของหวานอีกเหรอคะ  แหมกินแบบนี้ทุกวันดลได้อ้วนแน่ๆ” ดลยาบ่นไม่จริงจังแต่ก็ยอมรับของหวานที่ปัถย์ส่งให้เพราะอยากเอาใจเขาเป็นพิเศษ

“ไม่อ้วนหรอก ทำงานแบบคุณดลต้องกินเยอะกว่านี้ซะอีกจะได้พอกับพลังงานที่ใช้ไป อร่อยไหม”

ดลยาตักของหวานเข้าปากชมเปราะ “อร่อยค่ะ”

ปัถย์ยิ้มอย่างพอใจเฝ้ามองเธอทานอย่างมีความสุขมีไม่บ่อยนักที่เขากับดลยาจะมีโอกาสได้มานั่งทานข้าวด้วยกันแบบนี้  เขาเลือกร้านเล็กๆ  น่านั่งที่เคยมาทานกับเพื่อนติดริมแม่น้ำที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ คนไม่พลุกพล่านและมีความเป็นส่วนตัว

“คุณไม่ทานละคะ”  เธอท้วงเมื่อเห็นเขาเอาแต่นั่งอมยิ้มและมองเธอจนสาวมั่นอย่างดลยาเองก็ชักเขินที่เขาเล่นจ้องเอาจ้องเอาราวกับจะพิมพ์ภาพเธอไว้ในใจ 

ปัถย์ตักของหวานในถ้วยของตนทานบ้าง ริมฝีปากประดับรอยยิ้มสุขใจปล่อยให้ความเงียบสงบโอบล้อมรอบตัวเขาและเธอ  “คุณดลจะไปเพชรบูรณ์วันไหนครับ”

“คงเป็นอาทิตย์หน้าค่ะ  ดลมีงานต้องเคลียร์อีกเยอะเลย”  เธอทำหน้ากังวลและดูไม่ค่อยมีความสุขนักเมื่อเอ่ยถึงงาน  ความจริงเขาอยากถามมากกว่านั้น อยากแบ่งเบาภาระเธอ แต่คิดว่าไม่ควรเอ่ยออกไป แม้จะยังเป็นกังวลทั้งเรื่องชายหนุ่มในวันนั้นและความห่างของทั้งคู่ เมื่อคิดถึงสิทธิ์ของตนแล้วเขาก็คิดว่าไม่ควรถามจะดีกว่า “ฝากปัถย์ช่วยดูทางนั้นด้วยนะคะ ช่วงแรกคงยุ่งๆ”

“คุณดลไม่ต้องห่วงหรอกครับทั้งพี่ชัชกับคุณนนท์เก่งมากเป็นมือดีที่สุดของบริษัท ผมรับรองว่างานต้องออกมาดี อยู่ทางนี้ทำงานให้สบายใจเถอะครับ”

“นี่เป็นครั้งแรกที่เราร่วมทุนกับบริษัทอื่นดลก็อดเป็นห่วงไม่ได้  ถ้าเราไปได้ดีในโครงการนี้ต่อไปอาจมีโอกาสได้ร่วมงานกับเครือปาริฉัตรอีก ขอโทษนะคะที่เอาเรื่องนี้มาพูดในเวลาแบบนี้ทำให้คุณเบื่อหรือเปล่า” เธอรีบบอกเมื่อเห็นเขาหยุดกินของหวานและหันมาตั้งใจฟังที่เธอพูดแทน

ปัถย์รีบส่ายหน้าเอาใจ  “ไม่หรอกครับก็เพลินดี”   เขาไม่หนักใจเรื่องงานจนนิดเดียวที่หนักใจเรื่องทายาทเครือปาริฉัตรต่างหาก  เพราะคนในวงการธุรกิจไม่มีใครไม่รู้จักสองหนุ่มพี่น้องเพลย์บอยที่ไม่ได้มีดีแค่ฐานะและหน้าตาหล่อเหลาแต่ยังมากด้วยความสามารถจนเป็นที่จับตามอง...เขาแอบหวาดหวั่นลึกๆ ในใจว่าหากดลยาต้องทำงานร่วมกับสองหนุ่มนั่นจะน่าห่วงซักแค่ไหน

“งั้นทานให้หมดนะคะ ถ้าไม่หมดเจ้าของร้านคงเสียใจแย่”

ดลยาเลื่อนของหวานมาตรงหน้าเขา ปัถย์หัวเราะนึกอยากให้ช่วงเวลาแห่งความสุขยืดยาวออกไปนานแสนนาน

 

“ผมได้ข่าวว่าคุณดลยาทายาทเครือสรัญทิพย์สวยหยดเลยนี่ครับ” 

แทนปิรัญย์ยิ้มหน้าเป็นขณะทุกคนในครอบครัวนั่งทานของว่างพร้อมหน้าพร้อมตาในห้องนั่งเล่นริมระเบียบบ้านซึ่งสามารถมองออกไปเห็นอาณาบริเวณรอบๆบ้านไร่แทนขวัญอันงดงาม ท่ามกลางหุบเขาและไร่องุ่นแผ่กว้างมองไปสุดสายตา

“นายจะไปทำโครงการกับเขาหรือจะไปหลีเขากันแน่”   แทนนราอดเหน็บน้องชายตัวแสบไม่ได้ 

“อ้าวพี่เสือถ้าทำงานด้วยจีบหญิงด้วยก็ไม่มีอะไรเสียหายนี่ครับ ผมไม่ใช่ฤาษีอย่างพี่เสือนี่จะได้เอาแต่จำศีลสุรานารีไม่ยุ่ง  เฮ้อน่าสงสารภรรยาในอนาคตพี่จริงๆ  ไม่ซิต้องบอกว่าอยากรู้จังว่าผู้หญิงที่ไหนจะมาตกหลุมรักผู้ชายแสนดีอย่างพี่เสือกัน”  เขาเหน็บกลับอย่างไม่น้อยหน้าแถมทำหน้าทะเล้นทะลึ่งใส่พี่ราวกับมีอายุแค่สิบสี่สิบห้าปี

“สงสารตัวเองดีกว่าไหม”  แทนขวัญที่นั่งพิงเบาะเพื่อไม่ให้ปวดหลังเพราะต้องแบกทองกลมนูนจากอายุครรภ์เกือบเจ็ดเดือนทำให้เธอดูอวบอิ่มเปล่งปลั่งยิ่งขึ้นกว่าเดิมหยิกหมับที่ใบหูของน้องชาย  “ผู้หญิงที่ไหนเขาก็ไม่มีทางแลคนกระล่อนอย่างนายนี่แหละ”

แทนปิรัณย์ทำหน้าเหยเกยกมือกุมมือพี่สาวอีกทีหนึ่ง  มารดากับบิดาและพี่ชายหัวเราะกันเห็นขัน  “โอ้ยพี่หนูแทนปล่อยๆ มันเจ็บนะครับเนี้ย” เขาหันไปขึงตาใส่พี่เขยที่เอาแต่นั่งยิ้มมองภรรยาอย่างปลาบปลื้มอยู่ข้างๆ แถมยังคอยปลอกส้มส่งให้อย่างเอาใจอีกต่างหาก   

แทนขวัญยอมปล่อยมือตามคำโอดครวญของน้องชายแต่ไม่วายฟาดแขนเขาเสียทีด้วยความหมั่นไส้  “ไม่รู้ละพี่ไม่ชอบคนเจ้าชู้นี่  สัญญามาก่อนว่าจะไม่ไปทำเจ้าชู้ใส่คุณดล ถ้าเกิดตกหลุมรักเขาจริงๆ แล้วเขาไม่สนใจจะหัวเราะให้” พี่สาวจ้องหน้าตาเขียวหันไปรับส้มจากสามี

“แหม  อะไรกันครับผมแค่พูดเล่นๆ พี่หนูแทนคิดจริงเลยเหรอ อย่างผมนะไม่มีทางเสียสละชีวิตโสดเพื่อผู้หญิงคนไหนหรอกครับ”

ไกรชยนต์ทำเสียงขลุกขลักในลำคอเหมือนจะขำ แทนปิรัณย์หันไปอ้อนมารดาที่ยังสาวและยังสวยอยู่มากนั่งติดกับแทนปรัชญาน้องชายและเอาใจมารดาด้วยการบีบนวดให้ไม่ขาด “คุณแม่ดูซิครับพี่หนูแทนหยิกปรัชซะหูแดงเลยเฮ้อ....ใจร้ายชะมัด”

ปิ่นปักษ์อมยิ้มแอบเห็นสามีที่เป็นเสือยิ้มยากกระตุกยิ้มกับท่าทางอ้อนเหมือนตอนเล็กๆ ของลูกชายจอมกระล่อนอย่างที่พี่สาวว่าไว้  เธอแตะใบหูซึ่งไม่มีส่วนไหนบ่งบอกว่าเจ็บอย่างที่เจ้าตัวอ้างและเลยลูบผมของบุตรชายที่เติบโตจากเด็กชายตัวเล็กๆ เป็นชายหนุ่มเต็มตัวในวันนี้และไม่เคยทำให้คนเป็นแม่ผิดหวังแม้แต่ครั้งเดียว 

“ถ้าเด็กทำมันก็น่ารักนะปรัชที่มาอ้อนคุณแม่แต่ตัวโตเป็นยักษ์อย่างนายทำมันดูน่าขนลุกมากกว่า”  แทนปรัชญากระเซ้าพี่ชายฝาแฝดหน้าตาถอดแบบกันมาไม่ผิดแม้แต่นิดเดียว เรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนอีกรอบ สองแฝดที่หน้าตาเหมือนบิดาราวกับพิมพ์แต่ผิวขาวจัดเหมือนมารดา

ปิ่นปักษ์ไม่นึกแปลกใจเลยหากใครจะติดตาต้องใจในตัวบุตรชายทั้งสองคนแต่สุดท้ายในฐานะมารดา เธออยากให้มีหญิงสาวซักคนสามารถมองเห็นบุคลิกที่แท้จริงและรักในความเป็นตัวตนของลูกๆ มากกว่าหน้าตาหรือสมบัติรอบกายที่พวกแกมี 

“แล้วปราชญ์มาอ้อนแม่ตอนนี้อยากได้อะไรล่ะลูก”  ปิ่นปักษ์ถามคนพูด  แทนที่เขาจะรู้สึกอายเมื่อรู้ตัวว่าถูกจับได้ว่าแอบอ้อนมารดา แทนปรัชญากลับแอบซบตัก เรียกคะแนนเสน่หาหน้าตาเฉย 

“ปราชญ์ไม่ได้อ้อนนะครับ ก็จะต้องไปอยู่ที่เพชรบูรณ์ตั้งนานอดคิดถึงคุณแม่ไม่ได้....ไปอยู่โน้นคุณแม่ต้องไปเยี่ยมปราชญ์ด้วยนะครับ”

คนเป็นมารดาหัวเราะขำทั้งเอ็นดูท่าอ้อนของลูกชายคนเล็กของบ้านและหมั่นไส้ระคนกัน  “แหมลูกคนนี้นี่จริงๆเลย”

“แกทุเรศกว่าฉันอีกไอ้ปราชญ์”  แทนปิรันย์เหน็บน้องชายตัวแสบที่ไม่เคยยอมน้อยหน้าเขาเลยซักครั้ง  เขาจีบใครมันต้องจีบด้วย ถ้าเขาทำอะไรไปไหนมันต้องด้วย แม้แต่อ้อนแม่มันยังตัดหน้าอ้อนก่อนเขา  คิดแล้วมันน่าเตะจริงๆ

 แม้เขาจะหมั่นไส้น้องชายคนเดียวแต่แทนปิรัณย์กับแทนปรัชญา คือคู่พี่น้องที่สนิทและรักใคร่กลมเกลียวกันมากที่สุด  ด้วยความเป็นฝาแฝดเกิดและเติบโตมาพร้อมกัน  ความผูกพันทั้งในฐานะพี่น้องร่วมสายเลือดและเพื่อนก็ไม่ได้ทำให้เขานึกเกลียดน้องชายได้ลงซักครั้ง  และเขาก็รู้ว่าน้องชายไม่เคยโกรธหรือเกลียดเขาจริงๆอย่างที่เจ้าตัวชอบว่าเช่นกัน  รวมถึงพี่ชายหน้าสวยอย่างแทนนรามักถูกเขากับแทนปรัชญาล้อเลียนจนสาวๆนึกว่าพี่ชายเขาเป็นเกย์ไปเสียแล้ว!

แทนนราส่ายหน้าและหัวเราะนึกอยากหาอะไรขว้างหัวน้องชายคนละทีเพื่อแก้เผ็ดกับท่าทางราวเด็กไม่รู้จักโตทั้งที่อายุเลยวัยเด็กเป็นหนุ่มเต็มตัวมานายหลายปีทั้งคู่

“ไอ้สองตัวนี้มันพอกันทั้งคู่” นรสิงห์กระตุกยิ้มรำพึงเบาๆ กับภรรยาชินกับภาพอ้อนแม่เหมือนเด็กๆ ของเจ้าแฝดที่ทำตัวไม่ยอมโตเสียทีก็แสบไม่เคยน้อยหน้ากันเลยซักครั้งตั้งแต่เด็กๆ 

“สมแล้วละค่ะที่เกิดมาเป็นฝาแฝดกัน”  แทนขวัญยกมือลูบท้องกลมนูนของตนอมยิ้มอย่างมีความสุขแต่แทบกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่อยู่เมื่อได้ยินเสียงกระซิบของสามีที่นั่งอยู่ข้างๆ

“หวังว่าลูกๆ เราคงไม่เป็นแบบนี้นะ”

คุณพ่อตาตาขวาง  แทนขวัญเลยแกล้งชวนคุยเรื่องอื่นต่อเข้าใจหรอกว่าต่อให้บิดาไม่ค่อยพูดเรื่องรักใคร่ลูกชายจอมแสบนัก  แต่ท่านรักลูกๆ ทุกคนสุดหัวใจ  การที่ไกรชยนต์ไปพาดพิงลูกชายหัวแก้วหัวแหวนสองหน่อก็อดเคืองไม่ได้  ในความคิดของพ่อแม่ลูกคือสิ่งวิเศษที่สุดเหมือนอย่างที่เธอกับเขารู้สึกตอนนี้  เธอยิ้มเมื่อรับรู้ถึงแรงแตะน้อยๆ ของลูกๆในท้อง

“คุยอะไรกันได้ยินเสียงหัวเราะดังไปถึงสวนกุหลาบเลย”  เสียงตากับยายจับจูงกันขึ้นบันไดมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทำให้ทุกคนหันไปสนใจ  ทั้งสองท่านย้ายมาอยู่ที่ไร่ได้เกือบปีโดยนรสิงห์สร้างบ้านพักให้อีกหลังถัดไปจากบ้านที่เขากับลูกๆ อยู่ไม่ไกลและสามารถไปมาหาสู่กันได้ตลอดเวลา  “ตาปราชญ์อ้อนขออะไรแม่เชาอีกล่ะลูก” คุณปรารถนาทักหลานชายยิ้มๆ    แทนนรารีบเข้าไปรับตายายให้มาสมทบกับครอบครัว

“แหมคุณยายรู้ทัน  ปราชญ์อยากได้รถคันใหม่แต่ติดที่ไม่มีตุ๊กตาหน้ารถคุณยายว่างพอจะไปเป็นตุ๊กตาหน้ารถคันใหม่ให้ปราชหน่อยไหมครับ” แทน-ปรัชญาทำหน้าเจ้าชู้ใส่คุณยาย

คุณปรารถนาหัวเราะดวงตาแจ่มใสแม้จะสูงวัยหันไปยิ้มกับสามีคู่ชีวิตที่หัวเราะลั่น 

“เรื่องอะไรจะมาขอผู้หญิงของตาไปละตาปราชญ์  เรานะก็หาผู้หญิงของเราเอาเองซิคนนี้นะตาหวงนะ”  คุณอานนท์กระเซ้าหลานๆ เรียกรอยยิ้มเสียงหัวเราะจากทุกคน 

บรรยากาศในบ้านเติมเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะและความสุขดังเช่นที่เป็นมาเสมอ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

185 ความคิดเห็น

  1. #142 ingnon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 13:42
    ตายละ ยิ่งอ่านยิ่งเครียด ปวดจายยยย
    #142
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. #29 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:50
    เฮ้อ!!! เครียดจุง อยากร้องไห้ ทำไมมันจี๊ดอย่างนี้ สงสารพระเอก-นางเอก.
    #29
    0
  4. #15 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 21:11
    ปัถย์อย่าถอดใจนะู้หญิงเขาก้อยอมให้ถึงขนาดนี้ ตอนนี้ดันมีมืออีกหลายเข้ามาอีก
    #15
    0
  5. #14 violinette (@violette) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 18:56
    โอ๊ยยยย อย่ายอมแพ้นะ นายปัถย์
    #14
    0
  6. #13 kkkkk (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 15:36
    อย่าให้ปัถย์ไปเลย ไม่ชอบแบบนั้นเลยค่ะ T_T
    #13
    0