เล่ห์ E-book

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5 ความลับที่ซ่อนไว้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 425
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    26 ต.ค. 58

ตอนที่  5 ความลับที่ซ่อนไว้

 

“ไปไหนมาหรือดล  ทำไมถึงกลับบ้านดึกจัง” 

หญิงสาวร่างโปร่งบางในชุดสูทสีครีมเรียบร้อยกับกระโปรงสั้นสอบยาวคลุมเข่าหยุดชะงักฝีเท้าที่กำลังก้าวเดินขึ้นสู่บันไดด้วยความแปลกใจ  ไม่คิดว่าจะมีใครยังรอการกลับมาของเธอ  เธอเม้มปากแน่นมองมารดายืนอยู่กลางห้องโถงของบ้านในชุดเสื้อคลุมทำจากผ้าไหมชั้นดีสวมทับชุดนอน

“ดลไปงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนค่ะ  คุณแม่ลงมาหาอะไรคะ” 

คุณพิริยา  มารดาซึ่งแม้จะล่วงเข้าสู่วัยกลางคนแต่ยังคงความงามเอาไว้ไม่เปลี่ยนเลิกสนใจเธอ “แม่ก็ลงมาหาน้ำดื่มน่ะ  พอดีข้างบนหมด  เอาล่ะกลับมาดึกๆ ดื่นๆ รีบขึ้นไปนอนเถอะเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้าไปทำงานอีกไม่ใช่เหรอ  แต่อย่ากลับดึกแบบนี้บ่อยๆ ซิแม่เห็นเรากลับบ้านค่ำๆมืดๆ ทุกวัน..............” 

ท่านบ่นอะไรอีกยืดยาวแต่ดลยาไม่ได้รอฟังและก้าวเท้าขึ้นสู่ชั้นบน  ก่อนจะมุ่งสู่ห้องนอนของตน  เธอปิดประตูแผ่วเบาเอนหลังพิงประตูและถอนหายใจอย่างอ่อนล้า 

งานวันเกิดเพื่อน   หญิงสาวกระตุกยิ้มอย่างขมขื่น  เธอรู้ดีอยู่แก่ใจว่าตนเองโกหก  ซึ่งมันไม่ใช่ครั้งแรกและมันไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอน  ร่างโปร่งบางค่อยๆจัดการกับเสื้อผ้าของตนและก้าวเข้าสู่ใต้ฝักบัวที่มีน้ำเย็นๆพรมลงบนร่างกายราวกับสายฝนสร้างความสดชื่นเย็นฉ่ำไปทั่วผิวกาย   เธอย้อนนึกไปถึงช่วงเวลาหลังเลิกงานที่เธอใช้เวลาอยู่กับการปลดปล่อยตัวเองออกจากภาระของครอบครัวในฐานะทายาทผู้ดูแลกิจการของสรัญทิพย์ซึ่งเธอแบกรับเอาไว้อย่างไม่มีทางเลี่ยง  บนไหล่เล็กๆแสนบอบบางซึ่งอ่อนล้าลงทุกวัน 

ช่วงเวลาสั้นๆ ที่เธอปรารถนาให้ยืดยาวออกไปไม่มีที่สิ้นสุด

 

ดลยาอมยิ้มให้กับคนที่ซวนซบอยู่เหนือร่างเธอในความสลัวของแสงไฟจากภายนอกที่ส่องสะท้อนเข้ามาให้เห็นภาพเลือนลางในความมืด  ใบหน้าคมซุกอยู่กับซอกคอเธอพร้อมลมหายใจหนักๆ เธอสัมผัสกับเส้นผมนุ่มอย่างอ่อนโยนและเขาไม่มีโอกาสได้เห็นว่าในดวงตาหญิงสาวนั้นหวานล้ำเพียงใด

“ขอโทษครับ” เขาพึมพำพร้อมกับพลิกร่างลงจากร่างบางเมื่อรู้สึกว่าเบียดหญิงสาวจนจมลงไปในเตียง   ดลยารู้สึกใจหายวูบหนึ่งแต่เมื่อเขาคว้าร่างเธอกอดไว้แนบอก  เธอก็หลับตาปล่อยกายปล่อยใจไปกับความสุขจากรสเสน่หาระหว่างตนเองและปัถย์

 

“ผมทำคุณเจ็บหรือเปล่า” 

ปัถย์ถามเพราะเขารู้สึกว่าตนเองรุนแรงกว่าปกติทีเดียว อาจเป็นเพราะเขากับเธออยู่ห่างไกลและไม่ได้ติดต่อกันเกือบสองอาทิตย์ ดลยางานยุ่งจนแทบไม่มีเวลาปีกตัวและเขาต้องเดินทางไปดูแลคุมโครงการต่างจังหวัด  ชายหนุ่มหวาดกลัวจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับเมื่อคิดว่าอาจมีใครมาแทนที่เขาหรือเธอจะไม่สนใจเขาอีกแล้ว  สำหรับเธอเรื่องระหว่างเขากับเธอมันอาจเป็นแค่ความสัมพันธ์ที่ไม่ยั่งยืน  เป็นการปลดปล่อยความต้องการชั่วครั้งชั่วคราว  และที่สำคัญจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่าเธอมีอะไรกับพนักงานในบริษัทของตนเอง แม้เธอจะไม่เคยพูดออกมาตรงๆแต่ปัถย์ก็รู้ว่าไม่อาจทำลายชื่อเสียงของผู้หญิงที่ตนรักได้เพราะความเห็นแก่ตัวเพียงชั่ววูบ

ทายาทสาวเจ้าของธุรกิจพันล้านระดับประเทศกับสถาปนิกธรรมดาๆ

เขาคิดอย่างขมขื่น แม้สำหรับเขามันมากมายกว่านั้นเหลือเกิน  ความรักที่เขาไม่อาจไขว่คว้ามาครอบครอง  มีสิทธิ์ครอบครองแค่กายเท่านั้น  หัวใจเธอนะหรือเขาไม่เคยกล้าเอ่ยปากถาม

 

ดลยาส่ายหน้าฝ่ามือเรียวนุ่มวางตรงตำแหน่งหัวใจเขา  รับรู้ถึงจังหวะที่เต้นอย่างมั่นคงและเธอรักความรู้สึกของการได้อยู่ในอ้อมแขนนี้เหลือเกิน   ไม่ใช่แค่ขณะนี้   ครั้งแรกที่เธอสัมผัสได้ถึงหัวใจอันมั่นคง  ความอบอุ่นของอ้อมแขนที่เธอไม่เคยได้สัมผัส  ส่งให้ทั้งสองคนกระทำความผิดอันน่าละอายในงานเลี้ยงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ของบริษัท  และความสัมพันธ์ในครั้งนั้นคงอยู่เรื่อยมาด้วยความเต็มใจของเธอและเขา  เธอคิดไม่ออกว่าหากไม่มีเขาเธอคอยประคับประคองเติมพลังให้ ชีวิตตนเองจะเป็นเช่นไร 

“คุณทานอะไรมาหรือยังคะ” 

ปัถย์หัวเราะเก้อๆ  เพราะพอเธอถามท้องเขาก็ร้องโครกครากตอบรับทันทีอย่างน่าอาย 

“งั้นเราไปหาอะไรกินก่อนดีกว่าดลก็หิวแล้วเหมือนกัน” 

เธอขยับตัวลุกขึ้นคว้าเสื้อเชิตเขาที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมาสวมลวกๆโดยไม่รังเกียจว่าเป็นเสื้อผ้าที่เขาใส่มาทั้งวัน ปัถย์มีกลิ่นหอมกรุ่นสำหรับเธอเสมอ 

“นี่มันเกือบสามทุ่มแล้วนะครับ  คุณยังไม่ได้กินอะไรอีกเหรอ” ปัถย์ตีหน้ามุ่ยไม่เห็นด้วย

เธอส่งยิ้มให้เขาเล็กน้อยแต่ส่งให้ใบหน้าที่ใครต่อๆ บอกว่าเย็นชา ดุ  เครียด ดูน่ามองขึ้นอีกมากโข  หากเธอขยันยิ้มให้มากกว่านี้เขาคงมีผู้ชายมาขายขนมจีบให้เธอจนหัวกระไดไม่แห้งและเขาไม่แน่ใจว่าจะชอบนัก

“ดลเคลียร์งานจนลืมน่ะค่ะ” 

ปัถย์ทำหน้าเสียใจและรู้สึกผิด เพราะเขาเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เธอยังไม่ทันได้ทานอาหาร ทุกสองต่างพยายามทำทุกอย่างเพื่อดับความปรารถนาอันร้อนรุ่ม เขานึกตำหนิตัวเองในใจมองพินิจร่างบอบบางแทบปลิวลมของเธอภายใต้เสื้อเชิตตัวโคร่ง  ร่างแบบบางที่เขาได้สัมผัสลึกซึ้งทุกสัดส่วนทำให้เขารู้ว่าดลยานั้นบอบบางมากเพียงใด

“ดูแลตัวเองบ้างนะครับ” เขายกมือปัดไล้ใบหน้าเธอแผ่วเบา “ถ้าคุณดลกินข้าวไม่เป็นเวลาจะเป็นโรคกระเพาะ ถึงตอนนั้นคงต้องรักษากันอีกนานกว่าจะหาย  ป้องกันไว้ก่อนดีกว่าเป็นแล้วมาเสียใจทีหลัง” 

ถ้อยคำห่วงใยธรรมดาๆแต่มีค่าต่อหัวใจเธอเหลือเกิน  ดลยายิ้มกับตัวเองและเดินไปที่ครัว  ไม่เคยมีใครห่วงใยเธอแบบนี้มาก่อน  ไม่เคยมีใครเอื้ออาทรต่อความรู้สึกของเธอเท่าเขา แม้จะเกิดจากความใคร่ที่ไม่ใช่รักแต่เธอก็ยินดีรับมันไว้อย่างสุดใจ

“ดลชินแล้วล่ะคะแต่ก็ขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง” 

ปัถย์ส่ายหน้าไม่เห็นด้วย เขาแตะไหล่เธอและชี้ไปที่โต๊ะสำหรับทานข้าวกลางห้องครัวเล็ก มีอุปกรณ์ครบครันเพราะเขาชอบทำอาหารทานเอง บ้านชายหนุ่มเป็นบ้านชั้นเดียวในเนื้อที่ไม่มากมายนักในย่านหมู่บ้านจัดสรร แต่มันดูสวยและน่าอยู่         

 

เธอเดาว่าเพราะเขาเป็นสถาปนิกจึงออกแบบตกแต่งได้สวยลงตัว รอบกายเต็มไปด้วยบรรยากาศของความเป็นบ้านจริงๆ   เธอมีความสุขที่ได้ใช้เวลาอยู่ในบ้านหลังนี้ร่วมกับเขา  แม้มันจะเป็นช่วงเวลาสั่นๆ  ช่วงหนึ่งหากเมื่อวันหนึ่งในอนาคตข้างหน้าต้องจากลาเธอยังจะเก็บความรู้สึกพวกนี้เอาไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจ

“คุณไปนั่งเถอะเดี๋ยวผมทำอะไรง่ายๆ ให้กิน  ไข่เจียวพอไหวไหมครับ”  เขาถามขณะค้นหาอะไรกุกกักในตู้เย็น

“อะไรก็ได้ค่ะ” 

เธอว่าเฝ้ามองเขาทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว  และอดอมยิ้มน้อยๆ ไม่ได้   โลกของเธอสว่างไสวเสมอเมื่อมีเขาอยู่เคียงข้าง  เธอรู้ดีว่าสิ่งที่ทำนั้นผิดแต่สิ่งนี้เป็นเพียงสิ่งเดียวที่ช่วยให้เธอยืนหยัดอยู่ได้โดยไม่เป็นบ้าไปเสียก่อนเพราะความเครียด และความคับข้องใจที่สั่งสมมาเนินนาน

ทั้งสองทานอาหารกันเงียบๆก่อนที่เธอจะขอตัวกลับ  เขาบอกลาเธอด้วยจุมพิตหวานล้ำ  แต่ไม่มีคำสัญญาหรือคำพูดใดๆ จากริมฝีปากอิ่มบ่งบอกความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายหรือผูกมัดกันไว้....เป็นเช่นนี้เสมอ

 

 

 

“เหม่ออะไรเหรอดล” 

เสียงเรียกของมารดาทำให้สติที่ล่องลอยไปไกลของดลยาชะงักงัน    เธอมองสบตามารดาบนโต๊ะอาหารนิ่ง  “คุณแม่ว่าอะไรนะคะ” 

คุณพิริยาถอนใจ  “แม่ถามว่าเย็นนี้เราว่างหรือเปล่า”

“ทำไมคะ”  เธอคนข้าวต้มไปมากลิ่นหอมอ่อนๆจากอาหารทำให้เธอรู้สึกหิวแต่เช้า  อาหารเช้าเป็นอะไรที่เธอแทบไม่มีเวลาแตะนอกจากกาแฟและขนมปังไม่กี่ชิ้น  แต่เพราะวันนี้มารดาเรียกเอาไว้ก่อนออกจากบ้านเธอจึงได้มีโอกาสร่วมทานอาหารกับทุกคนในครอบครัว 

“เพื่อนแม่เขานัดทานข้าวคุณหญิงปิ่น ตาภพลูกชายเขาพึ่งกลับมาจากอังกฤษจำได้ไหมคนที่แม่เคยเล่าให้ฟังว่าเป็นอาจารย์ ตอนนี้จบด็อกเตอร์กลับมาสอนได้พักหนึ่งแล้วล่ะ”

จู่ๆความรู้สึกอยากอาหารของเธอก็บินหายไปดื้อๆและพอจะเข้าใจวัตถุประสงค์ของมารดาดีทีเดียวว่าท่านต้องการอะไรจากเธอ 

“ไม่เห็นจะต้องอ้อมไปอ้อมมาเลยนี่คะคุณแม่  ก็แค่บอกว่าพี่ดลว่าจะพาไปดูตัวแค่นี้ก็สิ้นเรื่อง”  ดลินน้องสาวคนเดียวของเธอช่วยขยายความเข้าใจที่ชัดแจ้งอยู่แล้วของมารดาให้ชัดมากยิ่งขึ้น

“ยัยลิน! เมื่อไหร่แม่ต้องการความคิดเห็นจากเราจะถามแล้วกัน แต่วันนี้ไม่ต้องจะรีบไปหาเพื่อนไม่ใช่เหรอมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้ล่ะ  ทานเสร็จแล้วก็รีบไปซิ  ลูกคนนี้นี่จริงๆเลยชอบขัดแม่อยู่เรื่อย” 

ดลินทำหน้าทะเล้นกับมารดาไม่สะทกสะท้าน “แหม...กินข้าวยังไม่ทันอิ่มเลยนะคะคุณแม่  จะรีบไล่ลินไปไหนนี่แหละน้ารักลูกไม่เท่ากัน  อะไรๆก็หาให้พี่ดลคนเดียว  ทีลินไม่เห็นหาแฟนให้บ้างละคะ  ลินก็ยังโสดนะ”

            ดลยาเม้มปากแน่นหากเลือกได้เธอจะเลือกให้มารดาไม่สนใจเธอเลยจะดีกว่า  ความสนใจของท่านนำมาแต่ความยุ่งยากวุ่นวายต่อชีวิตเธอเสมอ

“ดู๊...ดูพูดเข้าเป็นสาวเป็นแส่  คุณดนัยดูลูกสาวคุณเลยนะ”  คุณพิริยาหันไปไล่เบี้ยกับสามีเมื่อไม่สามารถทำอะไรลูกสาวคนเล็กได้ ซึ่งจะเป็นแบบนี้ทุกครั้ง

“ช่างเถอะน่าทานข้าวเข้าเถอะ  คุณเองก็มีธุระไม่ใช่เหรอ”  บิดาเธอลดหนังสือพิมพ์ลงอย่างไม่ใส่ใจ  พร้อมกับก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารตรงหน้า

มารดาเธอยังบ่นอะไรอีกสองสามคำให้กับน้องสาว  ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องผลการเรียนแต่ดลินไม่สนใจยังตอบโต้อย่างสนุกสนาน   ดลยานึกอยากเป็นเหมือนน้องสาวเหลือเกิน  ไม่แคร์  ไม่สนใจ  ได้ทำอะไรอย่างที่อยากทำผิดกับเธอที่แม้อยากจะทำมากแค่ไหนก็ไม่อาจทำได้อย่างใจนึก

“ว่ายังไงจ๊ะดลตอนเย็นว่างไหม ถ้าว่างแม่จะได้นัดทางคุณหญิงปิ่น”

มือเรียวสวยกำแน่นบนตัก เย็นนี้เธอมีนัดกับปัถย์หากต้องไปกับมารดาเธอคงต้องเลื่อนนัดกับเขาออกไปทั้งที่ไม่ต้องการทำเช่นนั้น

“ค่ะว่างแต่ขอเป็นหลังหกโมงนะคะ ดลต้องเคลียร์งาน”

คุณพิริยายิ้มอย่างพอใจ “ได้ๆ เดี๋ยวแม่นัดไว้ซักหกโมงครึ่งเอาไว้ดลไปเห็นด้วยตัวเองเถอะจะรู้ว่าลูกชายคุณหญิงปิ่นนะเป็นยังไง  หน้าตาท่าทางใช้ได้เลยแหละ”

ประตูลิฟย์ที่เลื่อนออกทำให้ปัถย์ที่กำลังจะก้าวเข้าไปข้างในชะงักเล็กน้อย  สายตาปะทะกับร่างบางในชุดสูทสีน้ำเงินเข้มที่ยืนนิ่งอยู่ด้านในสุด  เธอมองสบตาเขาชั่วครู่ก่อนจะเบือนหน้าหนี  เพราะในลิฟย์ไม่ได้มีแค่เขากับเธอเท่านั้นแต่ยังมีพนักงานบริษัทคนอื่นๆ อยู่ด้วย   ชายหนุ่มแอบถอนใจและก้าวเข้าไปด้านใน เขาไม่เคยทำใจได้เลยกับท่าทางเย็นชาห่างเหินราวกับคนไม่รู้จักกันของเธอ  แม้จะรู้ดีว่าดลยามีเหตุผลที่ทำเช่นนั้น แต่มันทำให้เขาปวดใจอยู่ลึกๆ และต้องทำใจว่าเขาไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากเธอมากกว่าที่เธอจะให้ได้

เมื่อประตูลิฟย์เปิดออกถึงชั้นที่เขาต้องลง   เขารีบก้าวออกไปปล่อยให้ดลยากับลิฟย์เลื่อนขึ้นสู่ชั้นถัดไปในฐานะรองประธานกรรมการสรัญทิพย์

“ไงปัถย์หายไปเกือบเดือนเลยนะ” เสียงทักทายจากเพื่อนร่วมแผนกต้อนรับการกลับมาของเขาอย่างอบอุ่นเช่นทุกครั้ง “ทางโน้นเสร็จเรียบร้อยแล้วเหรอถึงเข้าออฟฟิตได้ พี่นึกว่าจะหนีบสาวๆกลับมาด้วยซะอีกไปอยู่นานแบบนั้น”  สุภาพรุ่นพี่และหัวหน้าซึ่งสนิทสนมกับเขาส่งเสียงทักทายมาแต่ไหล

“ครับพี่แต่กว่าจะเสร็จก็เล่นเอาเกือบแย่เหมือนกัน ทั้งคนทั้งานเล่นเอามึนไปหมดดีนะครับที่เสร็จ ถ้างานไม่เสร็จผมคงเสร็จโดนคนนนท์เล่นอ่วมแน่” 

“ขี้บ่นจังเลยพี่ปัถย์  สาได้ข่าวว่าทางโน้นนะสาวๆสวยๆทั้งนั้นไม่ใช่เหรอคะ ไอ้โจ้โอดครวญทุกวันว่าน่าจะได้ไปด้วย”  อรสา  มัณฑนากรรุ่นยื่นหน้าเข้ามาน้องแซวพร้อมกับฉีกยิ้มแฉ่ง 

เขาไม่ว่าอะไรนอกจากอมยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์เพราะในที่สุดก็ได้กลับมาอยู่ใกล้ชิดกับดลยาอีกครั้ง  ลงมือจัดของบนโต๊ะทำงานที่ไม่ได้นั่งมาเกือบเดือนแต่ยังสะอาดสะอ้านเหมือนเดิมเพราะมีแม่บ้านคอยดูแลความเรียบร้อยให้ตามที่ฝากฝังไว้

“ไหนๆ เย็นนี้พี่ปัถย์ก็กลับมาแล้ว เราถือเป็นฤกษ์งามยามดีเลี้ยงตอนรับการกลับมาของพี่ปัถย์หน่อยดีไหมครับ”  จิรภพตะโกนขอเสียงสนับสนุน ทุกคนหัวเราะและตอบรับแข็งขัน

“ว่าไงปัถย์  เย็นนี้ว่างหรือเปล่า  ตามใจน้องๆ มันหน่อยไหมพี่ก็อยากไปเหมือนกัน ปัถย์ไม่อยู่พี่ต้องคอยเป็นกรรมการห้ามไอ้สองตัวนี้ไม่ให้กัดกันทุกวันเซ็งจะแย่”  สุภาพตบไหล่เขาเบาๆพร้อมหัวเราะชอบใจเมื่ออรสากับจิรภพสะดุ้งโหยงโอดครวญเสียงดัง

ปัถย์ทำหน้าคิดหนักเย็นนี้เขามีนัดกับดลยาที่บ้านเสียแล้ว  และเขาก็อยากใช้เวลาอยู่กับเธอให้มากที่สุดเพื่อชดเชยเวลาที่ห่างกันไป  

“เอาไว้วันหลังได้ไหมครับพี่ เย็นนี้ผมมีนัด”

“แน่....นัดสาวไว้ละซี่พี่ปัถย์  อย่างนี้ละน้าเห็นผู้หญิงดีกว่าน้องกว่านุ่ง”  อรสายื่นหน้ามาทำหน้าทะเล้นใส่ 

 เขาผลักหัวเธอเบาๆด้วยความเอ็นดู  “แสนรู้” 

จิรภพหัวเราะก๊ากชอบอกชอบใจเสียมากมาย “แสนรู้นั่นมันหมาแล้วพี่ปัถย์อย่างยัยสานะมันลิงชัดๆ”

“หุบปากไปเลยนะไอ้โจ้  ถ้ายังอยากกินน้ำพริกได้เย็นนี้” 

อรสาหันไปโวยวายกับเพื่อน เรียกเสียงหัวเราะจากคนทั้งแผนกเพราะสองคนนี้พูดกันทีไรเป็นเหน็บเป็นกัดกันทุกครั้ง  ปัถย์ส่ายหน้ายิ้มๆลงมือทำงานที่ค้างคาบนโต๊ะต่อแต่ก่อนจะเลิกงานไม่นาน  เขาก็ได้รับข้อความยกเลิกนัดจาก ดลยา 

ติดธุระด่วน  ขอยกเลิกนัดเย็นนี้

ดล

เขามองโทรศัพท์แล้วได้แต่ถอนใจ   รู้สึกเจ็บหน่วงในอกราวกับใครเอาหินมาถ่วงไว้ ปัถย์รู้ว่าเขาทำอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้เลยนอกจากต้องปล่อยให้เธอเป็นคนตัดสินใจในความสัมพันธ์    อดกระตุกยิ้มเย้ยหยันให้กับตนเอไม่ได้  นี่คือสิ่งที่เขาเลือกเป็นของตายของดลยาที่เธอจะทำยังไงกับเขาก็ได้  ไม่คิดมาก่อนเลยว่าชีวิตนี้จะต้องมายอมใครมากขนาดนี้  ทำไมเขาต้องรักเธอ หากเป็นผู้หญิงคนอื่น หากผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่ดลยา ชีวิตเขาคงต่างไปจากนี้

 

“แหม.....ตาภพนี่คุยสนุกจริงเชียว” 

เสียงหัวเราะอย่างถูกอกถูกใจของมารดายิ่งทำให้ดลยารู้สึกไม่ดี    ไม่ใช่เพราะไม่อยากเห็นท่านมีความสุข  แต่ยิ่งมารดาชอบบรรณภพมากเท่าไหร่ เธอกลัวว่าท่านคิดจะจับคู่ให้เธอกับเขา ซึ่งป็นสิ่งสุดท้ายที่เธอต้องการในตอนนี้

บรรณภพเป็นชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งผิวขาวอย่างคนที่ไปบ่มผิวจากเมืองนอกมานาน  ใบหน้าหล่อเหลาหาตัวจับยากคนหนึ่ง เมื่อบวกกับท่าทางภูมิฐานน่าเชื่อถือสมกับเป็นอาจารย์ก็ยิ่งทำให้มารดาเทคะแนนให้เขาเต็มพิกัด  เธอนึกอยากให้การนัดครั้งนี้จบลงโดยเร็วแต่ดูท่าคงไม่ง่ายเสียแล้ว  บรรณภพช่างคุยเอาอกเอาใจมารดาเธอยิ่งกว่าลูกแท้ๆอย่างเธอเสียอีก ขยันทำคะแนนแบบนี้คุณแม่คงยกยอปอปั้นเขาขึ้นหิ้งทีเดียว

“ผมพูดความจริงต่างหากตอนนี้คุณป้าก็ยังสวยไม่ส่าง แบบนี้คุณดลถึงได้สวยเหมือนคุณป้าไงล่ะครับ”  เขาหันมายิ้มให้เธอ

ดลยาจำต้องฝืนยิ้มตอบ พบกันไม่นานพูดคุยแทบนับคำได้ เขาก็ออกปากแสดงความชื่นชมเธอต่อหน้ามารดาไม่ขาดปาก

“ดูเถอะค่ะลูกคนนี้  เขาปากหวานแบบนี้แหละค่ะ” คุณหญิงปิ่นมณีตบต้นแขนบุตรชายอย่างหยอกเย้า

 

“ใครๆ ก็พูดถึงคุณดลว่าทำงานเก่งจับอะไรเป็นเงินเป็นทอง ว่างๆผมคงต้องไปขอคำแนะนำบ้างนะครับ เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเรียนเผื่อจะได้ความรู้เรื่องธุรกิจกับเขาบ้าง คุณป้าอนุญาตใช่ไหมครับ” เขามองเธออย่างมีความหมาย

แม้ครั้งแรกที่ได้ยินมารดาชวนให้ออกมาทานอาหารร่วมกับเพื่อนสนิทและบุตรสาวเขาไม่ค่อยใส่ใจนัก แทบไม่อยากมาด้วยซ้ำกลัวว่ามารดาจะพยายามยัดเยียดสาวๆที่ท่านหมายตาไว้สำหรับตำแหน่งสะใภ้มาให้เขา  ยอมรับว่าเขายังไม่พร้อมสำหรับภาระเช่นนั้นและมีผู้หญิงที่เขาคบหาชอบพออยู่แต่ยังไม่ได้เปิดเผย

คุณพิริยายิ้มอย่างพึงใจ “ได้ซิมาเลยไม่ต้องเกรงใจสนิทสนมกันไว้เผื่อยัยดลมีปัญหาอะไรจะได้พูดคุยกันได้สะดวก ดลน่ะกว่าจะทำได้ขนาดนี้คุณพ่อเขาก็ต้องเคี่ยวน่าดูเหมือนกัน” 

“คุณดลล่ะครับว่ายังไง  ผมไม่ไปกวนใช่ไหมครับ” เขาหยิบยื่นโอกาสในการพูดคุยสานสัมพันธ์ให้กับเธอและหวังว่าดลยาจะคว้าเอาไว้

“ยินดีค่ะถ้าดลพอจะช่วยอะไรได้บ้าง”  เธอตอบรับอย่างสุภาพไม่มีวี่แววยินดีในน้ำเสียงเหมือนมารดา 

นั่นทำให้คุณพิริยาอดขวางบุตรสาวคนโตไม่ได้ ดูเหมือนตั้งแต่มาถึงร้านจะสงบปากสงบคำเหลือเกิน ดลยาจะไม่ใช่คนช่างพูดเหมือนดลินที่จ้อไม่หยุดปากตามประสาคนคุยเก่ง ครั้งนี้ยิ่งทำให้บุตรสาวเงียบเข้าไปใหญ่ ความสนใจของคุณพิริยาอยู่กับบุตรสาวไม่นานนักเมื่อคุณหญิงปิ่นมณีชวนคุยต่อ

“ดลขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” 

ลับร่างบางไป  คุณหญิงปิ่นมณีเปรยขึ้นเบาๆ 

“ท่าทางหนูดลดูเครียดๆนะคะ”  คำว่าไม่ค่อยพูดยังน้อยเกินไปในความรู้สึกท่านต้องเรียกได้ว่าถามคำตอบคำถึงจะถูก  คุณหญิงปิ่นมณีนึกในใจแต่ไม่ได้พูดออกมาเพราะความเกรงใจอีกฝ่าย คุณพิริยานั้นแม้จะไม่ได้มีเชื้อสายตระกูลเก่าแก่เหมือนเธอแต่ก็เป็นมหาเศรษฐีอันดับต้นๆของเมืองไทย ถ้าได้ดลยามาเป็นลูกสะใภ้ท่านเองก็เห็นว่าเหมาะสมกันดีทั้งสองฝ่าย

“แกคงเครียดๆเรื่องงานนะคะ ช่วงนี้มีโครงการใหญ่บริษัทกำลังยื่นเรื่องประมูลแข่งกับนนทภัทร  อีกอย่างยายดลคงเขินตาภพ วันๆแกทำแต่งานไม่ค่อยได้ออกไปไหนเท่าไหร่ เอาไว้สนิทกันเมื่อไหร่รับรองคุยไม่หยุดแน่ๆ ค่ะ”  

คุณพิริยารีบบอกทำให้คุณหญิงปิ่นมณียิ้มอย่างพึงใจ  ทั้งสองต่างฝันถึงอนาคตของดลยากับบรรภพซึ่งคงโรยด้วยกลีบกุหลาบสวยหรู การเกี่ยวดองสองตระกูลน่าสนใจไม่น้อย มองมุมไหนสองหนุ่มสาวก็เหมาะสมกันทั้งรูปสมบัติคุณสมบัติ ตระกูลคุณหญิงปิ่นมณีถือเป็นตระกูลเก่าแก่สืบเชื้อสายมายาวนาน  แม้ไม่ได้มีฐานะเทียบเท่าสรัญทิพย์แต่ก็นับว่ามีหน้าตาชื่อเสียงในสังคม

“ถ้าอย่างนั้นผมขออาสาพาคุณดลออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างจะได้ไหมครับ”  บรรณภพรีบอาสาทันที ดลยามีรูปร่างหน้าตาสวยสะดุดตา และคงจะมีเสน่ห์มากกว่านี้หากเธอไม่ทำหน้าเคร่งขรึมจริงจังดังเช่นที่เธอแสดงออก  เมื่อบวกกับฐานะความสามารถบรรณภพคิดว่าเธอมีความเหมาะกับการสานสัมพันธ์ระยะยาว

เขาคิดถึงอนาคตอันสวยหรูของตนเองและเธอ

“ดีเลยๆป้าอนุญาตยายดลจะได้พักสมองซะบ้าง  ฝากน้องด้วยนะจ๊ะ”

 

“นั่นใช่คุณดลหรือเปล่าปัถย์ ช่วยพี่ดูหน่อยซิ” 

เสียงพูดของเดชา วิศกรกรมือดีของบริษัทที่นั่งอยู่ติดกับเขาพูดขึ้นทำให้ปัถย์มือชะงักค้าง แก้วเบียร์ยังไม่ทันเตะริมฝีปาก จำต้องหันไปยังสองหนุ่มสาวซึ่งกำลังเดินควงคู่กันเข้ามาในร้าน เขาภาวนาขอให้ไม่ใช่เธอขอให้เดชาตาฝาด แต่ความหวังพังทลายลงแทบจะทันทีเมื่อพบเป็นเธอยืนโดดเด่นสะดุดตาอยู่กับชายแปลกหน้าคนหนึ่ง  ความรู้สึกเสียดแทงที่หัวใจอย่างรุนแรง  เขารีบวางแก้วในมือลงบนโต๊ะเพราะรู้สึกว่ามันสั่นอย่างไม่อาจควบคุม  

“ใช่จริงด้วยไม่น่าเชื่อว่านะนี่ว่าเจ้าหญิงน้ำแข็งของพวกเราจะออกมาเที่ยวกับเขาเป็น” เดชาหัวเราะเห็นขัน “อยากรู้จริงว่าผู้ชายคนนั้นนั้นเป็นใคร เอาชนะใจคุณดลได้”

ภาพฝ่ายชายเลื่อนเก้าอี้ให้เธออย่างเอาใจพร้อมทำหน้าที่สั่งเครื่องดื่ม ปัถย์รีบเบือนหน้าหนีกลับมาจ้องแก้วเบียร์บนโต๊ะทันทีไม่อาจทนมองภาพความสนิทสนมของทั้งคู่  ความเจ็บปวดรุนแรงในใจกลายเป็นเจ็บร้าวจนชา หากเธอกับต้องการไปไหนมาไหนคบหากับใครเขาหรือจะไปมีสิทธิ์หวงห้ามทวงถาม นี่เองคือสาเหตุการบอกเลิกนัดของเธอ

“ทำไมจะไม่ละคะพี่ คุณดลเธอสวยจะตายมีแฟนก็ไม่เห็นแปลกไม่มีซิแปลก”  อรสาแย้งแทนบางคนพยักหน้าเออออเห็นด้วย สายตาจับจ้องไปยังสองหนุ่มสาวเป็นระยะ

 “ไอ้สวยน่ะไม่เถียงหรอกยัยสา แต่สงสัยไหมครับว่าคุณดลของพวเราไปมีแฟนตอนไหน วันๆเห็นเอาแต่ทำงาน งานและงาน”  จิรภพยกมือเกาหัว 

“ใช่พูดก็พูดเถอะพี่  เวลาเดินผ่านคุณดลทีไรเหมือนตัวลีบเล็กลงเหลือเท่านี้เลย” อรสาทำไม้ทำมือประกอบเป็นที่รู้กันดีของทุกคนว่าหญิงสาวนั่นเย็นชาได้โล่ทีเดียว 

 แม้อายุยังน้อยแต่ดลยาก็เป็นนักธุรกิจรุ่นใหม่มากความสามารถและประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว หลังจากคุณทักดนัยประธานฯ ผู้กุมบังเหียนสรัญทิพย์มาเนิ่นนานมอบตำแหน่งให้บุตรสาว เธอก็เข้ามาดูแลธุรกิจของครอบครัวแทนซึ่งนับเป็นเวลาเกือบสี่ปี

“เออ....เห็นด้วยแต่เปลี่ยนเรื่องโว้ยเปลี่ยนเรื่อง เรื่องของเจ้านายพูดมากไม่ปลอดภัยต่อสวัสดิภาพเงินในกระเป๋า” สุภาพในฐานะอาวุโสสุดและทำงานใกล้ชิดกับดลยาเบรคเสียงเข้ม เรียกเสียงหัวเราะจากแทบทุกคนยกเว้นปัถย์

 

“ดื่มอะไรอีกไหมครับ”

“ไม่ค่ะขอบคุณ”

บรรณภพถอนใจหลังจากพยายามชวนดลยาคุยมาร่วมชั่วโมงแต่เธอก็ยังเหมือนเดิมคือถามคำตอบคำ  สงสัยเขาคงเจอผู้หญิงเย็นชาตัวจริงเสียงจริงเข้าให้เสียแล้ว นั่นยิ่งกระตุ้นให้เขาอยากเอาชนะเธอมากขึ้น

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปากเขาจะทำให้แน่ใจว่าเธอจะสนใจเขามากขึ้น  แน่นอนว่าดลยาไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาจะสั่งได้ดั่งใจ ความรีบร้อนเร่งรัดจึงไม่ใช่วิธีการที่เหมาะสม เขาแน่ใจมีเวลาอีกนานสำหรับโอกาสในการใกล้ชิดทำความรู้จักกัน คุณพิริยาก็ออกจะชื่นชมและเชียร์เขาเต็มที่ เขาจะค่อยๆกระเทาะน้ำแข็งที่อยู่รอบตัวเธอเอง  ชายหนุ่มบอกกับตัวเองอย่างมาดมั่น

“ท่าทางคุณดลไม่สนุก  เครียดเรื่องอะไรหรือเปล่าครับหรือว่าไม่ชอบบรรยากาศที่นี่”

เธอมองเขาเพียงแวบเดียวก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่ไว้ตัวอยู่ในที  “เรื่องงานค่ะ” พร้อมยกนาฬิกาขึ้นดู “ดึกแล้วฉันว่าเรากลับดีไหมคะ พรุ่งนี้จะต้องไปทำงานแต่เช้า” 

บรรณภพรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาวูบหนึ่งที่ดูเหมือนเธอจะอยากไปไกลๆเขาเหลือเกินแต่ตอนนี้เขาทำอะไรไม่ได้มากนอกจากตามใจเธอ

“ครับ ดีเหมือนกันคุณดลจะได้รีบพักผ่อนได้ยินคุณป้าบอกว่าคุณดลไม่ค่อยได้ไปเที่ยวไหน  ผมเลยอาสาคุณป้าพาคุณดลเที่ยว  เอาไว้ว่างๆเราหาเวลาไปพักผ่อนใกล้ๆดีไหมครับ แถวหัวหินก็ได้เพื่อนๆผมทำรีสอร์ทหลายคนหรือคุณดลอยากไปไหนไกลบอกได้เลยนะครับผมยินดี” 

ดลยานิ่วหน้าเล็กน้อยไม่พอใจที่บรรณภพเหมารวมเอาว่าเธออยากไปไหนมาไหนกับเขาก่อนจะจำใจพยักหน้า “ค่ะถ้าฉันว่าง”   

เธอคว้ากระเป๋าและขอตัวเข้าห้องน้ำระหว่างรอเขาจ่ายเงินค่าเครื่องดื่ม แต่เมื่อเดินผ่านไปไปอีกด้านหนึ่งของร้านเธอแทบสะดุดพื้นเมื่อสายตาปะทะเข้ากับใบหน้าเรียบเฉยของปัถย์ ทั้งสองสบตากันเพียงชั่วขณะก่อนที่เขามองผ่านเธอไปเหมือนคนไม่รู้จักและหันไปใส่ใจกับเพื่อนๆ ร่วมโต๊ะและเธอแน่ใจว่าล้วนแต่เป็นพนักงานที่บริษัท ความรู้สึกผิดบางอย่างแล่นวูบไปทั่วกายปะปนไปกับความน้อยใจที่เธอบอกไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะอะไรเมื่อเห็นท่าทางเฉยเมยของเขา

ดีแล้วไม่ใช่หรือที่เขาเก็บความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเขาเอาไว้อย่างมิดชิดเสียจนสามารถทำเหมือนคนไม่รู้จักกันแบบนั้นจนไม่มีใครล่วงรู้แต่ทำไมในใจเธอถึงไม่รู้สึกยินดีเลย

 

เป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนเข้าไปแล้วแต่ดลยายังไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้สายตาคอยแต่จ้องไปยังโทรศัพท์มือถือที่วางไว้โต๊ะตัวเล็กข้างเตียง บางครั้งเธอถึงกับยกขึ้นมากดจะโทรหาปัถย์แต่ก็ต้องวางลงตามเดิม เธอไม่แน่ใจว่าจะโทรไปหาเขาในฐานะอะไร   ที่สำคัญเธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร  บอกเขาว่าเธอไม่ได้อยากไปกับบรรณภพนะหรือ?  เธอกับปัถย์ไม่ได้เป็นอะไรกันเลยด้วยซ้ำหากไม่นับความสัมพันธ์ทางกายและฐานะเจ้านายกับลูกน้อง    ทั้งสองได้ขีดเส้นของความสัมพันธ์เอาไว้เพียงแค่นั้นเรื่อยมา 

ความจริงคือเธอไม่เคยเอ่ยปากว่าทั้งสองต้องหยุดความสัมพันธ์ไว้แค่ไหน ตั้งแต่คืนแรกที่เธอกับเขาได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันปัถย์ก็ไม่เคยคิดจะแพร่งพรายความลับของเธอกับเขา ที่บริษัทเขากับเธอแทบไม่เคยคุยกันเป็นการส่วนตัวเลยนอกจากเรื่องงาน บางครั้งเธอก็เคยสงสัยว่าหากเป็นผู้ชายคนอื่นที่ไม่ใช่ปัถย์  เรื่องราวเหล่านี้จะแตกต่างออกไปหรือไม่

ดลยายกมือขึ้นลูบหน้าผ่อนลมหายใจออกช้าๆ   บังคับให้ตัวเองหลับเขาคงไม่รู้สึกอะไรมากไปกว่าแปลกใจแม้การคิดเช่นนั้นจะทำร้ายความรู้สึกส่วนลึกของใจ  หญิงสาวบอกตัวเองก่อนจะผล็อยหลับไปเพราะความอ่อนเพลียเมื่อใกล้รุ่ง   

 

ชายหนุ่มที่ดลยาเฝ้าคิดถึงกำลังนอนเอามือก่ายหน้าผาก  เมื่อไม่สามารถหลับตาลงได้เช่นกัน ไม่แน่ใจนักว่าหัวใจเขาตอนนี้มีความรู้สึกอะไรหลงเหลืออยู่นอกจากความปวดร้าว  ปัถย์สงสัยว่าจะมีเรื่องอะไรที่สามารถทำให้เขาเจ็บได้มากกว่าการเห็นดลยาไปกับผู้ชายคนอื่น ต่อหน้าต่อตาและเขาได้แค่มอง

เขาไม่อยากใช้เหล้าดับความเจ็บปวดเหมือนผู้ชายหลายคนทำเพราะไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา เขาเคยมีคนรักและเคยอกหักก็หลายครั้งแต่ไม่เคยมีซักครั้งที่มันให้ความรู้สึกแบบนี้ หึง ห่วง และหวง  แต่ทำอะไรไม่ได้ซักอย่างเดียว

ปัถย์ยกมือขยี้หน้าตัวเองแรงๆ ก่อนจะพลิกตัวนอนคว่ำไปกับเตียง  กลิ่นหอรวยรินจากหมอนอันเป็นกลิ่นน้ำหอมที่ดลยาชอบใช้แทรกเขาสู่ประสาทรับกลิ่น  เขาคำรามเบาๆ พลิกร่างขึ้นมานอนเอามือก่ายหน้าผากเหมือนเดิม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

185 ความคิดเห็น

  1. #141 ingnon (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 13:32
    ตายๆๆๆๆ งานเข้าเต็มๆ ตื่นเต้นอ้าา
    #141
    0
  2. #28 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:28
    งานเข้าพี่ปัตย์แล้วววววววว อุปสรรคมากมายก่ายกองจริงๆ.
    #28
    0
  3. #12 violinette (@violette) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มกราคม 2558 / 01:27
    กรี๊ดดดดด สนุกค่าาาา คุณดลของขึ้น เย่ๆๆๆ
    #12
    0
  4. #11 pipesama (@pipesama) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 21:08
    งานพุ่งเข้าหาคุณปัถย์เต็มๆ



    #11
    0
  5. #10 24862 (@thanaya) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 14:29
    ค้าง สนุกมากๆๆเลย อ่านแล้วอิน น้ำตาจะไหล
    #10
    0
  6. #9 pinzzz (@pp-pin) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 11:22
    ติดตามทั้งสองเรื่องเลยยยย
    สนุกๆๆๆๆๆ
    #9
    0
  7. #8 bkbk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 มกราคม 2558 / 11:21
    ค้างค่าาาาา 5555 อัพต่อคืนนี้เลยได้มั้ย >< ✌
    #8
    0