เล่ห์ E-book

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 4 เส้นทางที่ไม่อาจหวนคืน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    26 ต.ค. 58


ตอนที่ 4 เส้นทางที่ไม่อาจหวนคืน

 

“ลิน...อะไรเนี้ยเกรดเฉลี่ยสองจุดหก ไปเรียนหรือคอยแต่หนีเที่ยว ลูกคนนี้นี่เหลือเกินจริงๆ”

ดลยามองมารดาโบกเอกสารแจ้งผลการเรียนของน้องสาวในมือ  หน้าเขียวสลับแดงด้วยความโกรธแต่ดลินยังยิ้มร่า  ตักอาหารเข้าปากไม่สนใจ 

“แหมคุณแม่ก็เรียนบ้างเที่ยวบ้างซิคะ คนนะคะไม่ใช่เครื่องจักรจะได้เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเรียน  ขืนทำแบบนั้นชีวิตในรั้วมหาลัยของลินคงเหี่ยวแห้งหัวโตกันพอดี”

คุณพิริยาเกือบสำลักน้ำลายกับความยอกย้อนของดลิน   เธอแอบชื่นชมความกล้าของน้องสาวในใจ   แต่ประโยคนั้นกระทบใจอย่างแรงเช่นกันจนต้องก้มหน้านิ่งมองอาหารในจานราวกับไม่เคยเห็น

“ย่ะ....หัดดูพี่เขาเป็นตัวอย่างซะบ้าง  ตอนดลเรียนนะเกรดเฉลี่ย 4.00 ทุกเทอมไม่ต้องให้แม่มาคอยบ่นคอยว่าเหมือนเรา  เฮ้อ....นี่ลูกฉันจริงๆหรือตอนคลอดหมอเปลี่ยนเขาลูกคนอื่นมาให้เนี้ย”

ดลินค้อนตาคว่ำโอดโอยเสียงดัง “โธ่คุณแม่พูดอย่างนี้ลินเสียใจนะ ไหนบอกว่าลินสวยเหมือนคุณยายตอนสาวๆ ไงคะ อีกอย่างลินไม่ได้เก่งเหมือนพี่ดลนี่  พี่ดลนะสมองอัจฉริยะโดยกำเนิดแต่ลินเป็นคนธรรมดาสามัญให้เรียนได้เกรดเท่าพี่ดลเอาเกรดตั้งแต่อนุบาลมาเฉลี่ยรวมยังไม่ได้เลยค่ะ”

มารดาเธอถลึงตาผ่านโต๊ะอาหารให้บุตรสาวคนเล็ก “ดีถ้าเทอมหน้าเกรดตกไปมากกว่านี้เตรียมตัวถูกตัดเงินค่าขนมได้เลย แม่ไม่ให้เพิ่มแล้ว”

ดลินทำปากยื่นหันไปหาบิดาซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะเป็นประจำทุกเช้า “พ่อคะ  ช่วยลินด้วยซิ”

คุณทักดนัยพับเอกสารในมือวางลงข้างๆ  ส่ายหน้าให้กับดลินบอกเสียงไม่จริงจังนัก “ตั้งใจเรียนเหมือนที่แม่เขาบอกหน่อยซิเราอย่าเอาแต่เถลไถลหนีเที่ยว  เรียนจบจะได้มาช่วยพี่เขาทำงาน”

ดลินยกมือตบหน้าผากกลอกตา “โธ่...เกิดมาเป็นน้องพี่ดลนี่ลำบากชะมัด สร้างมาตราฐานไว้สูงเกินลินจะเลียนแบบคงไม่ไหว”

“ดูเถอะไปว่าพี่เขา เดี๋ยวแม่จะหยิกให้เนื้อเขียวเชียว”

เสียงเพลงร็อคชื่อดังแห่งยุคที่วัยรุ่นต่างรู้จักทั่วบ้านทั่วเมืองดังแหวกผ่านเสียงบ่นของมารดา น้องสาวเธอแทบถอนหายใจด้วยความโล่งอกรีบกดรับโทรศัพท์แทบจะทันที “อะ....เพื่อนลินโทรมาตามให้ไปทำรายงานแล้ว ขอตัวก่อนนะคะรับรองค่ะว่าเกรดเทอมหน้าจะดีกว่าเดิมแน่นอน อาจจะเป็น 2.61”

พูดจบเจ้าตัวก็แผ่นหนีออกไปหน้าบ้าน ทิ้งให้มารดาบ่นตามหลังยาวเหยียดซึ่งส่วนมากล้วนเป็นเรื่องผลการเรียนและพฤติกรรมไม่ได้ดังใจท่านซะมากกว่าจะเป็นเรื่องอะไรร้ายแรง  

ดลยาอยากให้ตนเองสามารถวิ่งหนีจากทุกสิ่งไปได้ดังที่น้องสาวทำ  หากทำได้เธอคงหนีไปไกลแสนไกล

 

 “ตกลงแกจะไปงานแต่งไอ้ชาติหรือเปล่าฉันจะได้ฝากใส่ซอง ”

            “ฉันไม่แน่ใจเหมือนกัน...อาจจะไปยังไม่ชัวร์ถ้าไปไม่ไปยังไงเรื่องซองเดี๋ยวจัดการให้ละกัน”

            ปฐพีใช้ไหล่หนีบโทรศัพท์ระหว่างค้นหนังสือนิยายแนวสืบสวนสอบสวนของนักเขียนรางวัลโนเบลชื่อดังบนชั้นวางหนังสือภายในห้องนอนของตนเอง  หลังกลับจากออกไปซื้อของใช้นอกบ้านและพึ่งกลับเข้ามาไม่นานจึงนึกได้ว่าอรสาขอยืมหนังสือเขาไว้ตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้วเพราะมัวแต่ยุ่งวุ่นวายจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเขาลืมไปเสียสนิทจนรุ่นน้องสาวต้องทวงซ้ำ

“ขอบใจมาก  ว่างๆก็มาเที่ยวซิ  พ่อเขาจะชวนไปตกหมึกในทะเลช่วงนี้กำลังเห่อเบ็ดใหม่ออกไปตกแทบทุกวัน  ฉันต้องกินแต่เมนูปลาหมึกของพ่อที่แม่ทำเอาใจ”

ปัถย์อมยิ้มคิดภาพบิดาของเอกรัฐในวัยหกสิบกว่าที่ช่างพูดช่างคุยและรักทะเลเป็นชีวิตจิตใจ  เขาเคยไปเที่ยวบ้านเพื่อนรักหลายครั้งตั้งแต่สมัยเรียน  ทุกครั้งคุณอาคเนย์เป็นต้องชวนออกไปดำน้ำตกปลาจนตัวเกรียมแดดกลับมาเสียทุกครั้ง

“ดีซิได้กินของสดๆ”

“เออไอ้ดีมันก็ดีหรอก  แต่ตรวจสุขภาพคราวนี้คอเลสเตอรอลคงพุ่งทะลุเพดานทั้งบ้านแน่ๆ”

“งั้นก็ชวนพ่อกับแม่ไปออกกำลังกายซิจะได้สุขภาพดี หมอจะได้ไม่ด่าเหมือนคราวที่แล้ว”

เอกรัฐหัวเราะแห้งๆมาตามสาย “แหมแกนี่บอกเหมือนแม่ฉันเปี๊ยบเลย”

มือที่กำลังหยิบหนังสือชั้นบนสุดหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงกริ่งหน้าบ้าน “เอกแค่นี้ก่อนนะมีคนมาหา ว่างๆเดี๋ยวฉันโทรหา”

เอกรัฐเออออมาตามสาย  ทั้งสองจึงร่ำลากันสั้นๆก่อนเขาจะวางสายและหมุนตัวออกจากห้องเพื่อไปดูแขกที่มาเยี่ยมเยียนในบ่ายวันเสาร์เช่นนี้   ปัถย์เดาว่าคงเป็นเพื่อนบ้านที่กลับจากต่างจังหวัดและชอบเอาขนมมาฝากเขาเป็นประจำแต่พอไปถึงประตูคนที่เขาไม่คาดคิดว่าจะเจอกลับยืนอยู่ตรงหน้า

“คุณดล!

ดลยาไม่ยิ้ม  แม้เขาจะคิดบ่อยๆว่าหากเธอยิ้มคงทำให้ใบหน้าเธอสวยอ่อนเยาว์ดูมีเสน่ห์ขึ้นอีกมาก  เขามองสบตาเธออย่างตกตะลึงจนลืมทุกสิ่งรอบกาย  ลืมแม้แต่ถามถึงเหตุผลที่เธออุตส่ามาหาเขาถึงบ้าน

จนเจ้าตัวต้องเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงลังเลไม่แน่ใจ  “เอ่อ....ขอเข้าไปได้ไหมคะ มารบกวนคุณหรือเปล่า”

“เปล่า....”  ปัถย์สะดุ้งก่อนจะเปิดประตูบ้านให้เธอก้าวเข้ามาภายในอาณาบริเวณบ้านหลังเล็กของเขา “เปล่าครับ...ผมแค่เอ่อ...แปลกใจ”

เธอไม่ยอมสบตาเขากลับกวาดสายตามองรอบสวนเล็กๆหน้าบ้านที่เขาตกแต่งเองแทน  “คุณชอบปลูกต้นไม้?

“ครับ”

“ฉันชอบดอกกุหลาบสีขาว  คุณปลูกด้วยเหรอคะ” 

ปัถย์สะดุ้งเฮือกอยู่ในใจ ได้แต่ภาวนาว่าดลยาคงไม่รู้เรื่องกุหลาบขาวปริศนาดอกเดียวที่เขาซื้อให้เธอทุกวันตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา  เขาหยุดส่งกุหลาบให้เธอหลังจากเข้าใจความรู้สึกของตนเองแน่นชัด  ไม่ใช่เพราะเขาไม่อยากจะทำ  แต่เป็นเพราะไม่แน่ใจว่าการทำเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆจะส่งผลดีหรือผลเสียกับตัวเขาเอง  ปัถย์กลัวว่าเขาจะทำตัวเหมือนคนป่วยที่อยากเลี้ยงไข้ตัวเองไปเรื่อยๆ และมันจะทำให้เขาไม่หายขาด!

“เอ่อ...ครับ....พอดีมีคนให้มา...”

ดลยาเดินไปหยุดข้างต้นกุหลาบสีขาวซึ่งกำลังออกดอกบานสะพรั่ง  นิ้วเรียวยาวแตะกลีบกุหลาบแผ่วเบาราวกับกลัวมันจะชอกช้ำ  เขามองแผ่นหลังบอบบางปกคลุมด้วยเส้นผมหนานุ่มปลอยยาวสลวยเกือบถึงเอว และในห้วงความทรงจำปัถย์รู้ว่ามันอ่อนนุ่มและหอมกรุ่นเพียงใด  

ชายหนุ่มสบถในใจ บอกให้จิตสำนึกเลิกคิดถึงเรื่องไม่ควรและหันไปสนใจเรื่องอื่นแทนแม้จะทำได้ยากเต็มทน

 “ฉันก็ชอบกุหลาบขาวเหมือนกันค่ะ  เชื่อไหมคะว่ามีคนให้กุหลาบฉันตั้งแต่หลังปีใหม่ทุกวัน  วันละดอกแต่...จู่ๆ อาทิตย์นี้เขาก็หยุดให้ไปซะเฉยๆ คุณว่าเขาแปลกไหมคะ “

ปัถย์กลั้นหายใจกำมือแน่น....หรือว่าเธอจะมาเพราะเรื่องนี้  มาเพื่อจะบอกให้เขาหยุดเพ้อเจ้อทำเรื่องโรแมนติกน่าอับอาย

”ฉันยังไม่รู้เลยว่าเขาเป็นใคร”

ชายหนุ่มถอนหายใจเฮือกไม่แน่ใจว่าดีใจหรือผิดหวังกันแน่  “ไม่รู้....เลยเหรอครับ”

ดลยาหันมายิ้มให้เขาใบหน้าสดใสเปล่งปลั่งซึ่งน้อยคนนักจะได้เห็น  รอยยิ้มอ่อนหวานงดงามพุ่งตรงเข้าสู่หัวใจเขา รวดเร็ว รุนแรงและทรงพลัง เป็นรอยยิ้มคล้ายรู้ทันอย่างไรชอบกล “ค่ะ ไม่รู้เลย”

“อ้อ...ครับ”

“คุณทานข้าวเที่ยงหรือยังคะ”  จู่ๆ เธอก็เปลี่ยนเรื่องไปเสียเฉยๆ จนเขาตามไม่ทัน “ดล...เอ่อฉันซื้อของกินมากฝากอยู่ในรถค่ะ คุณไปหยิบซิคะฉันจะไปรอข้างใน”

เขารับกุญแจรถยุโรปคันหรูของเธอมาแบบงงๆ สงสัยว่าทำไมวันนี้ดลยามาแปลกกว่าทุกวันและยังไม่รู้ว่าเธอมาหาเขาในวันหยุดแบบนี้ทำไม  แต่ก็ไม่อยากขัดใจจึงออกไปหยิบอาหารและผลไม้ที่เธอซื้อมาจำนวนมากตามเธอเข้าไปในบ้าน   ภาพที่เห็นคือดลยานั่งบนโซฟากดรีโมททีวีเขาอย่างสบายอกสบายใจราวกับเป็นเจ้าของบ้านและเขาเป็นแขกที่บังเอิญผ่านมาเสียเอง

“ถ้าหิวทานก่อนได้เลยนะคะ  ฉันทานมาแล้ว”

 ปัถย์อึ้งงั้นแสดงว่าเธอซื้อของอาหารทั้งหมดนี่มาฝากเขาไม่ใช่เพื่อตัวเอง “อ้อครับ...งั้นกินเมล่อนไหมเดี๋ยวผมปอกให้”

“ก็ดีค่ะ” เธอเงยหน้ายิ้มให้เขาอวดฟันเรียงสวยเป็นระเบียบล้อมรอบด้วยริมฝีปากอิ่มเต็ม รอยยิ้มแบบที่ทำให้ผู้ชายยอมวิ่งขึ้นเขาลงทะเลเพื่อเธอได้ในคราวเดียวโดยไม่คิดชีวิต 

ก่อนมาที่บ้านเขาดลยาพยายามคิดหาวิธีถามเรื่องแฟนจากปัถย์อย่างละมุนละม่อมที่สุดนับร้อยวิธี  แต่พอมาถึงเธอกลับคิดไม่ออกแม้แต่วิธีเดียวทั้งที่อยากรู้ใจแทบขาดว่า แฟน  คนนั้นของเขาคือใคร

เธออยากรู้  อยากรู้และอยากรู้  ความอยากรู้นี้ติดตามรบกวนเธอจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับไม่เป็นอันทำงาน  แม้ในความฝันก็ยังตามไปหลอกหลอน  ทางเดียวที่จะแก้ไขคือเธอต้องรู้ให้ได้!!!   ปัญหาอย่างเดียวคือเธอไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร?

“อร่อยไหมครับ”

“คะ” หญิงสาวสะดุ้งแทบทำส้อมที่กำลังจิ้มเมล่อนในจานหลุดมือมองสบตาสีนิลด้วยความตกใจเพราะมัวแต่คิดเพลินๆ เห็นเขามองเธอกับจานผลไม้สลับกันไปมา “อ้อ...ค่ะอร่อยดี”

“อีกไหมครับ  เดี๋ยวผมไปปอกใส่จานให้”

เธอรีบปล่อยมือจากจานเมล่อนหวานอร่อยซึ่งกินเข้าไปคนเดียวเกือบหมด  ไม่น่าเชื่อว่าพอมาอยู่บ้านปัถย์เธอเกิดเจริญอาหารขึ้นมาทันทีทั้งที่ปกติ  ดลยาแทบไม่ค่อยหิว บางทีก็ทำงานจนเลยเวลาเดือดร้อนกรรณิกาต้องคอยเตือนและซื้อขนมทานง่ายๆ ไว้ให้เธอรองท้อง  จะว่าไปแล้วเลขาฯ คนเก่งของเธอห่วงใยใส่ใจต่อสุขภาพเธอยิ่งกว่าคนในครอบครัวเสียอีก ดลยาคิดอย่างเจ็บปวด

บิดามองเธอเป็นอัฉริยะด้านธุรกิจที่ท่านปั้นได้ดั่งใจปรารถนาทุกประการ  ขณะที่มารดามองเธอเป็นสิ่งอวดอ้างเชิดหน้าชูตาเวลาเข้าสังคมกับบรรดาเพื่อนๆ ของท่าน  บางครั้งเธอรู้สึกเหมือนเป็นเพียงหุ่นยนต์ที่ต้องคอยทำตามคำสั่งและความต้องการของคนอื่นร่ำไป เธออิจฉาน้องสาวคนเดียวที่มีชีวิตอิสระเสรีสามารถไขว่คว้าทุกสิ่งดังต้องการเหลือเกิน

            “มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าครับ...ถ้าเป็นเรื่องที่เรา...”

            แม้จะหน้าแดงกล่ำเมื่อเข้าใจว่าเขาหมายถึง เรื่อง อะไรแต่เธอก็ยังส่ายหน้าปฏิเสธเร็วบรื้อ “ปะ...เปล่าค่ะไม่ใช่...แค่....เรื่องงานนะคะ  ฉันมารบกวนหรือเปล่าคะวันหยุดคุณทั้งทีน่าจะได้พักผ่อนอยู่กับเพื่อนกับ....แฟน”

            พอพูดออกไปแล้วดลยาก็แทบกัดลิ้นตัวเองใบหน้าเห่อร้อน  หัวใจเต้นกระหน่ำในอกรอคอยคำตอบจากปัถย์อย่างใจจดใจจ่อ  เขาชะงักนิ่งทั้งดูแปลกใจและ...สับสน

“ผมมีเพื่อนแต่...แฟน...เอ่อ...”

“ไม่เป็นไรคะฉันแค่...” ดลยารีบตัดบทไม่อยากให้เขาอึดอัดลำบากใจ สิ่งที่ทั้งสองมีร่วมกันสำหรับเธอมันคือเศษเสี้ยวสุดท้ายที่ช่วยยึดเหนี่ยวเธอเอาไว้ก่อนทำเรื่องที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น  แต่ปัถย์อาจจะคิดว่ามันเป็นความผิดพลาด เธอทำให้เขาต้องนอกใจคนรักและไม่อยากได้ยินคำนี้จากปากเขา เธอรู้สึกเหมือนกำลังเป็นชู้กับแฟนชาวบ้านและอาจโดนจับได้ทุกเมื่อ 

สาวสวยฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากไฮโซ ด. หลังถูกจับได้ว่าแอบมีสัมพันธ์ลับๆกับแฟนหนุ่มของเธอ

ดลยาตัวสั่นด้วยความหวาดหวั่นพรั่นพรึง  “ฉันว่าฉันกลับดีกว่า” เธอรีบลุกขึ้นคว้ากระเป๋าบนโต๊ะด้านหน้าแต่กลับถูกมือหนานยึดข้อมือเอาไว้  ความอบอุ่นจากเลือดเนื้อและสัมผัสพุ่งเข้าสู่หัวใจหนาวเหน็บของเธอจนอุ่นไปทั้งใจและทำให้เธอตัวสั่นกับความรู้สึกนั้น 

“ผมไม่มีแฟน....และถ้ามีผมจะไม่มีวันนอกใจเธอ”

“อะไรนะคะ...แต่ว่า....”

รอยยิ้มแช่มช้าพึงใจอย่างยิ่งค่อยๆ ผุดขึ้นตรงมุมปากเขาก่อนจะกลายเป็นยิ้มกว้างน่ามองชวนหลงไหลจนเกือบทำให้เธอยิ้มตามแต่ดลยามีสติพอจะยั้งเอาไว้  แม้จะสงสัยว่าในรอยยิ้มเขามีอะไรเหตุใดเวลาเห็นจึงทำให้เธอรู้สึกราวกับโลกพลิกคว่ำคะมำหงายไปหมด

“คุณณีใช่ไหมครับ”

เธอจำต้องพยักหน้า  “ค่ะ...” ก่อนจะครางออกมาเบาๆด้วยความอับอายเมื่อคิดว่าปัถย์เข้าใจอะไรบางอย่างชัดเจนทะลุปรุโปร่ง 

ปัถย์เงยหน้าหัวเราะลั่นเต็มเสียงและส่ายหน้าไปพร้อมๆกัน  “คุณดลมาที่นี่เพราะเรื่องนี้เหรอครับ”

ดลยาเม้มปากยอมรับ  “ค่ะ...ก็แค่อยากแน่ใจว่าเราไม่ได้ทำให้ใคร...เสียใจ”

ปัถย์หยุดชะงักสายตาคมกริบมองสบตาเธออยากลึกซึ้งราวกับเขากำลังล้วงลึกลงไปในจุดที่อยู่ลึกที่สุดในใจเธอ  ดลยารู้สึกเปล่าเปลือยทั้งที่สวมใส่เสื้อผ้าครบทุกชิ้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

            “คุณดลเสียใจหรือเปล่าครับ”

            เธอเคยถามตัวเองด้วยประโยคเดียวกัน และคำตอบที่ได้รับยังคงเหมือนเดิม “เสียใจค่ะเพราะไม่คิดว่าเวลาเราขาดสติแค่ครั้งเดียวจะทำให้เกิดเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น  เสียใจที่ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและความรู้สึกผิดชอบชั่วดี เสียใจที่โลกนี้มีเรื่องเป็นร้อยเป็นพันและเราไม่สามารถควบคุมมันได้ดั่งใจ  แต่......ดลจะเสียใจมากกว่าถ้าคนๆนั้นไม่ใช่คุณ”

            เธอได้ยินเสียงเขาครางเบาๆ ราวกับสัตว์บาดเจ็บก่อนที่อุ้งมือแข็งแรงนั้นจะรั้งเธอลงไปหาร่างสูงใหญ่จนนั่งซ้อนบนตักกว้าง  ริมฝีปากร้อนจัดที่ประทับลงมาบดเบียดกับริมฝีปากเธอทำให้หญิงสาวตัวสั่นสะท้านยึดต้นแขนเขาไว้แน่น  ตอบสนองรสสัมผัสหวานล้ำอย่างเคอะเขินงุ่มง่าม  แต่ในเมื่อปัถย์ไม่บ่นเธอจึงไม่อาจบ่นตัวเองได้เช่นกัน

            ขณะร่างกายเธอบดเบียดแนบร่างกายเขา  หัวใจเขาเต้นกระหน่ำแนบอกเธอ ปัถย์ขยับถอนจุมพิตมองสบตาเธอด้วยแววตาวาวโรจน์คล้ายบอกให้เธอตัดสินใจเลือก ครั้งนี้เธอมีโอกาสได้คิดได้ไตร่ตรองและดลยารู้หากเธอปฏิเสธเขาก็จะปล่อยเธอไป แต่ดลยาไม่ต้องการและไม่อาจหวนคืนกลับไปสู่จุดเริ่มต้นโดยไม่มีอ้อมแขนและรอยยิ้มของเขาเคียงข้างอีกแล้ว  เธออยู่อย่างโดดเดี่ยวมานานเกินไปจนไม่อาจทนไหว

ดลยารั้งใบหน้าเกลี้ยงเกลาเข้ามาใกล้กระซิบเสียงแผ่วเบา  “อย่าโกรธฉันนะคะ” และเป็นฝ่ายจุมพิตเขาก่อนอย่างอ่อนหวานทุ่มเท ปัถย์คำรามเบาๆกอดรัดบดเบียดร่างแกร่งกระชับด้วยกล้ามเนื้อเข้ากับร่างนุ่มนวลบอบบางของเธอแนบแน่นจนไม่เหลือที่ว่างใดๆ

 ดลยาปล่อยให้จังหวะหัวใจเธอเต้นไปพร้อมกับเขาอีกครั้งและอีกครั้งราวกับมีเวลาชั่วนิรันดร์

 

 

“ดลต้องกลับแล้วค่ะ”

ปัถย์ยิ้มให้เจ้าหญิงที่กำลังซุกหน้าในอ้อมแขนเขาอย่างอ่อนโยน  แน่ใจว่าไม่เคยได้ยินเสียงผู้หญิงคนใดนอกจากมารดาเขาเองจะหวานล้ำเท่านี้ระหว่างสองร่างเปล่าเปลือยกอดก่ายกันอย่างสนิทสนมบนเตียงกว้างหลังจากผ่านพ้นพายุอารมณ์แห่งความพิศวาสร้อนแรงและพัดเอาหัวใจ ความรักของเขาหลอมรวมเป็นเธอ...ดลยา

“พึ่งจะหกโมงเองนะครับ” ปัถย์กระซิบกดจุมพิตลงบนไหล่เปลือยเนียนนุ่มของเธออย่างรักใคร่อ่อนหวาน ยังไม่พร้อมจะให้เธอจากไปตอนนี้ หากเป็นไปได้เขาอยากจะกอดเธอไว้เช่นนี้ทั้งคืนทั้งวัน

“แต่ดลออกมาตั้งแต่บ่ายกว่า...ป่านนี้ทุกคนคงสงสัยว่าหายไปไหน”

“ไม่เห็นยากเลยก็บอกว่ารถติดซิครับ  ในกรุงเทพฯรถติดจะตาย”

“รถติดเหรอคะ” เธอเบิกตากว้างอย่างล้อเลียน “คงไม่มีใครเชื่อแน่”

“ผมคนหนึ่งที่เชื่อ” ปัถย์ปัดริมฝีปากกับปากอิ่มสีระเรือเพราะรสจุมพิตอีกครั้งอย่างอดใจไม่ไหว รั้งร่างบางเข้ามาแนบกายความนุ่มเนียนตลอดเรือนร่างกดแนบอย่างชิดใกล้อย่างที่เขาต้องการ ขณะที่ฝ่ามือเลื่อนลงลูบไล้เอวบางใต้ผ้าห่มซึ่งตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นกายเขาและเธอรวมกัน

“คุณเป็นคนเชื่อคนง่าย” ทรวงอกอิ่มเสียดสีกับอกเขา ปัถย์รั้งเรียวขายาวเรียวเหลือเชื่อของดลยาให้ขยับขึ้นมาก่ายเกยบนตัวเขาพร้อมๆกับค่อยๆ ดึงผ้าห่มที่ดลยายึดไว้ด้วยความอายจากสภาพเปลือยเปล่าลงไปช้าๆ โดยไม่ให้เธอรู้ตัว  

“ถ้าเป็นคุณดลผมยอมเชื่อทุกอย่างเลยครับ” ชายหนุ่มกดจุมพิตบนเนินอกอิ่มไล้เลียชิมผิวนุ่มเนียนตรงนั้นนิดตรงนี้หน่อยอย่างเพลิดเพลิน

“แล้วยังปากหวาน  ใจดีจนสาวๆ ในบริษัทต่างก็...”

“โธ่...ผมจะลอยแล้วนะครับ  อย่าพึ่งกลับเลยนะครับอยู่ต่ออีกซักนิด” เขาต่อรอง  ความอิ่มอกอิ่มใจที่ได้รับทำให้แทบไม่อยากปล่อยเธอจากไป  หากดลยาเป็นเช่นผู้หญิงคนอื่นเขาคงเอ่ยถึงความสัมพันธ์และอนาคตที่ทั้งสองอาจมีร่วมกัน แต่เมื่อเธอช่างแตกต่างกับเขามากเหลือเกินปัถย์จึงไม่กล้าแม้แต่จะคิด  อย่าว่าแต่พูดออกไปเลย

นิ้วเรียวยาวรั้งใบหน้าเขาในอุ้งมือเธอ ดวงตาดลยาหวานล้ำอย่างที่เขาแทบจะสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง  “ขอบคุณนะคะ”

“สำหรับอะไรครับ”

แก้มเนียนซับสีเลือดขึ้นมาทันทีและยิ้มอย่างรู้ทัน “คุณก็รู้....ดอกกุหลาบสีขาวทุกวัน 31 ดอก”

ปัถย์อ้าปากค้าง หน้าแดงซ่านด้วยความเขินเพราะไม่เคยทำแบบนี้ให้ใครมาก่อน เขาหัวเราะพรืดออกมา “คุณดลรู้แต่แรกแล้วใช่ไหม” ปัดไล้เส้นผมนุ่มสลวยของเธออย่างแผ่วเบา 

ดวงตาดลยาแพรวพราวใบหน้าเปล่งปลั่งสดใส “แรกๆก็ยังไม่มั่นใจหรอกค่ะแต่ก็พอจะเดาได้เพราะดลได้รับหลังจากที่เรา.....”

 “อ้อ....ผมนึกว่าคุณจะไม่สนใจซะอีก” เขาโคลงศรีษะ

เธอย่นจมูกยิ้มๆ “ก็ไม่ค่อยอยากเหมือนกันค่ะแต่มาทุกวันแบบนั้นเป็นคนอื่นก็คงอยากรู้เหมือนดล  คุณทำเลขาดลแทบคลั่งเพราะอยากรู้  แต่ดลสัญญาค่ะว่ามันจะเป็นความลับระหว่างเรา”   น้ำเสียงช่างอ่อนหวานเย้ายวนใจในความรู้สึกของเขา 

ปัถย์ไม่แน่ใจว่าเธอหมายถึงแค่ดอกกุหลาบหรือเรื่องของทั้งคู่ แต่ไม่ว่ามันจะเป็นสัญญาของความลับเรื่องอะไรเขาพร้อมจะเก็บไว้ไม่แพร่งพรายออกไปเด็ดขาด เขาปล่อยให้เธอนอนซุกซบแนบกายกันเงียบๆต้องการซึมซับช่วงเวลาเหล่านี้เอาไว้   มีกันและกัน เขาและเธอเพียงเท่านี้    

“พรุ่งนี้ดลมาที่นี่อีกได้ไหมคะ”

ปัถย์รู้สึกว่าหัวใจกระตุกบีบรัดแน่นก่อนจะพองโตด้วยความดีใจ  ความสัมพันธ์ลับๆระหว่างเขากับเธอจะไม่ใช่จบแค่วันนี้แต่จะยาวนานออกไปเท่าที่ดลยาต้องการ  ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าเป็นเมื่อไหร่ หากถามเขาคงเป็นชั่วนิรันดร์

“ครับ”

เส้นทางที่เขาและเธอเลือกเดินในวันนี้เป็นถนนที่ทอดยาวออกไปไกลและไม่อาจหวนคืน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

185 ความคิดเห็น

  1. #140 ingnon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 13:14
    โอ๊ย อ่านแล้วปวดใจแทนทั้งสองคน

    มีคนแอบรู้ความจริงแล้วจะเป็นยังไงเนี่ยยยย
    #140
    0
  2. #26 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:16
    โอ้ย!!! เศร้าทำไมฟ้าไม่ใช่ซิต้องทำไมไรเตอร์ไม่เห็นใจพระเอ-นางเอกของเขาบ้างงงงงงงงงงงงง กระซิกๆT^T.
    #26
    0
  3. #7 violinette (@violette) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 22:45
    ลุ้นแทนค่ะ ชอบมาก สงสารนางเอกพรัเอกที่รักกันแต่มีอุปสรรค บอกใครไม่ได้
    #7
    0
  4. #6 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 20:14
    สนุกมากๆๆเลยค่ะแปลกดีที่ให้นางเอกดูเหนือกว่า แต่แอบสงสารเห็นใจปัถอ่ะจะให้ไปทางไหนก้อเจ็บให้เลิกก็เจ็บเพราะรักไปแล้วให้เปิดตัวก็ดูไม่ดีว่ามาตกถังข้าวสาร จะไปทางไหนก็ไม่ดีเลยแต่เอาใจช่วยให้คู่นี้ฝ่าไปได้
    #6
    0
  5. #5 pinzzz (@pp-pin) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 18:21
    สนุกมากเลยค่ะ ติดตามอยู่นะคะ อยากอ่านต่อเร็วๆๆๆ
    #5
    0
  6. #4 beersa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 มกราคม 2558 / 15:06
    เย้ ได้อ่านแล้ว ขอบคุณค่ะ อัพบ่อยๆนะคะ
    #4
    0