เล่ห์ E-book

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 เธอและเธอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 434
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 ต.ค. 58


ตอนที่ 3 เธอและเธอ


 

“ผมว่าคุณปล่อยเธอดีกว่า”

ปัถย์!!!

ดลยาพยายามเปิดเปลือกตาหนักอึ้งของตนเองขึ้นแม้จะทำได้ยากลำบาก เธอฝันไปหรือเปล่าหรือเพราะคิดถึงปัถย์จึงหูแว่วได้ยินเสียงเขา  หญิงสาวพยายามขยับแต่ถูกอเล็กซ์รัดแน่นในอ้อมแขนราวกับตั้งใจจะบดเธอให้เป็นผุยผง

 

ปัถย์มองดลยาที่แทบไม่ได้สติในอ้อมแขนอเล็กซ์ด้วยความโกรธจัดอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  ปอดเขาร้อนผ่าวอัดแน่นด้วยความรู้สึกมากมายยากจะบรรยาย  แน่นอนหากดลยายืนอย่างมั่นคงดูมีสติเขาคงไม่มาขัดขวางความสุขของทั้งคู่  แม้ว่าจะหมายถึงการที่ดลยาอาจทำในสิ่งที่เขาหวาดหวั่นไม่ต้องการเห็นมากที่สุดกับผู้ชายคนนี้ แต่ตอนนี้เธอไม่อาจช่วยเหลือตัวเองได้  ไม่แม้แต่จะขัดขืนหรือลืมตา!

“คุณเป็นใคร”  นักธุรกิจหนุ่มไร้ศีลธรรมเลิกคิ้วไม่พอใจถามเขาเมื่อโดนขัดจังหวะ “ถ้าอยากได้เงิน อยู่ในกระเป๋าขอฉันว่างเธอก่อนฉันจะหยิบให้อยากได้เท่าไหร่ฉันยินดีจ่าย ได้เงินแล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันกับคุณผู้หญิงซะ...เรารีบ”

ชายหนุ่มกัดฟันกรอดส่าวเท้าเข้าไปหา ด้วยรูปร่างสูงพอฟัดพอเหวี่ยงทำให้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ  “ถ้าคุณอยากถูกตำรวจไทยจับข้อหาลักพาตัวหรือพยายามขมขื่นก็ลองดู ถ้าไม่อยากก็ปล่อยเธอซะ”

หลังจากรู้ข่าวจากกรรณิกาปัถย์ก็นอนหลับไม่ลงจนต้องออกมาดูดลยาที่ร้านอาหาร เขามองเห็นภาพบาดตาบาดใจระหว่างเธอกับหมอนี่   ตั้งใจจะกลับอยู่แล้วเมื่อเห็นว่าดลยากับอเล็กซ์จะไปเที่ยวกันต่อ เพราะอยากตอกย้ำความชอกช้ำระกำทรวงแท้ๆทำให้เขาตามทั้งคู่มาที่นี่จนเห็นเหตุการณ์ไม่คาดคิด ปัถย์ตั้งใจจะเข้าไปช่วยเธอตั้งแต่อยู่ในคลับแต่เพราะเขาเลือกที่นั่งอีกด้านหนึ่งเนื่องจากกลัวดลยาเห็นจึงทำให้เขาเข้าไปหาเธอไม่เร็วพอ

ใบหน้างดงามซีดเผือดไร้สีเลือดริมฝีปากขยับพึมพำชื่อเขา “ปัถย์”

อเล็กซ์ดูลังเลอาจเพราะไม่คิดว่าจะมีใครมาเจอเขา  “คุณรู้จักเขาเหรอ?

“ปล่อยฉัน....ช่วย...ด้วย!”  

เขาแทบถลาเข้าไปหาเมื่อดลยายื่นแขนมาหาเขา “ปล่อยเธอเดี๋ยวนี้!!!

“บัดซบ!” อเล็กสบถเสียงดังอย่างฉุนเฉียววางร่างดลยาให้ยืนพิงกับประตูรถ “แกเข้ามาแส่...”   อเล็กซ์พุ่งเข้ามาหาเขาก่อน

เขาไม่เคยทำร้ายใครมาก่อนแต่ครั้งนี้ปัถย์ต่อยอเล็กซ์สุดแรงจนฝ่ายนั้นเซถอยหลังราวนกปีกหัก  เลือดไหลรินตรงมุมปากของนักธุรกิจหนุ่มแตกยับคำรามลั่น “แก!  อเล็กซ์ลุกขึ้นเช็ดเลือกมุมปาก มองเขาวาวโรจน์ร้อนแรง  พุ่งเข้ามาหาเขา

“ปัถย์!....” ดลยาอุทานเสียงอ่อนแรง “ระ...ระวัง”

อาจจะด้วยความโกรธและไม่ระมัดระวัง ปัถย์จึงสามารถล้มอีกฝ่ายได้อย่างง่ายดาย อเล็กซ์คลานเข่าอยู่กับพื้นตะหวาดลั่น

 “ได้....อยากได้นักก็เอาไป ฉันยกให้...”

เขารีบดึงดลยาที่แทบจะทรงตัวไม่อยู่เข้าสู่อ้อมแขนขณะที่อเล็กซ์ขับรถออกไปอย่างแรงจนฝุ่นกระจาย  เธอซบหน้าลงกับไหล่เขาร่างบางสั้นสะท้านยะเยือกกอดรัดเขาแน่นเท่าที่แรงเธอจะทำได้ก่อนสะอื้นฮักน้ำตานองใบหน้าจนอกเขาเปียกชุ่ม

 

“หายมึนหรือยังครับ”

ดลยายิ้มเพลียๆให้เขาระหว่างยกน้ำขึ้นดื่มจนหมดแก้ว ดวงตาคู่งามยังคงแดงช้ำจากการร้องไห้อย่างหนักแต่ปัถย์ดีใจที่อย่างน้อยเธอก็ปลอดภัยและเขาสามารถช่วยเธอได้ทันเวลาก่อนทุกอย่างจะสายเกินแก้  แค่คิดว่าเธออาจถูกคนเลวทรามคนนั้นย่ำยีปัถย์ก็แทบอยากฆ่าหมอนั่นด้วยมือเปล่า

 “ผมว่าคุณนอนลงดีกว่านะครับ นอนนิ่งๆคงช่วยได้” 

“เอ่อ....ผมยังเปียกอยู่เลยค่ะ”  เธอยกมือขึ้นจับเส้นผมยาวสลวยหมาดชื้นของตนเองหลังจากอาบน้ำสระผมในห้องน้ำเขา ดลยาบอกกับเขาสั้นๆว่าไม่ต้องการกลับบ้านในสภาพนี้เธอจึงโทรไปแจ้งครอบครัวว่าจะค้างที่คอนโด แต่เธอไม่ยอมบอกเขาว่าคอนโดเธออยู่ไหน ปัถย์ตัดสินใจเลี้ยวรถพาเธอมาที่บ้าน  เธอไม่คัดค้านอะไรปัถย์คิดเข้าข้างตัวเองว่าเธอยินดีมาพักที่นี่แบบชั่วคราวในคืนนี้ 

เขาไม่คิดว่าตนเองจะมีวันได้เห็นดลยาสวมใส่เสื้อผ้านอนอยู่บนเตียงภายในห้องนอนของเขามาก่อน  ถ้ามีคนบอกเขาคงคิดว่าคนๆนั้นเสียสติ

“อยู่นิ่งๆนะครับ” สั่งเสร็จปัถย์จึงจัดแจงนำผ้าเช็ดตัวผืนเล็กของตนที่ยังไม่ได้ใช้มาเช็ดผมให้เธออย่างอ่อนโยน

เมื่อเสร็จสิ้นเส้นผมหนานุ่มหมาดชื้นจนเกือบแห้งพอจะนอนได้ ดลยาส่งยิ้มเพลียๆไม่สดใสให้เขา เธอพึ่งผ่านพ้นเหตุการณ์น่าตกใจ เสียงพึมพำขอบคุณแผ่วเบาพอจับใจความได้  

“ขอบคุณค่ะ”

ปัถย์ไม่รู้จะทำอย่างไรจึงได้แต่ส่งยิ้มตอบกลับ เขาบอกให้เธอพักผ่อนและปิดไฟหัวเตียงทำให้ห้องตกอยู่ในความมืด  ดลยาถอนหายใจแผ่วเบาก่อนจะนอนลง ชายหนุ่มจึงเลี่ยงออกไปหยิบผ้าห่มสำรองในตู้และออกจากห้องนอน

เขาทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาตัวใหญ่สำหรับนอนดูทีวี  แม้พยายามบอกให้ตัวเองหลับแต่ครึ่งชั่วโมงผ่านไปเขาก็ยังเอาแต่จ้องมองเพดานจนสายตาเริ่มชินกับความมืดแสงไฟหน้าบ้านส่องผ่านผ้าม่านบางๆเข้ามาทำให้มองเห็นห้องนั่งเล่นชัดเจน

บ้านของเขาเป็นบ้านของหนุ่มโสดถูกออกแบบให้ใช้ประโยชน์อย่างลงตัวในทุกพื้นที่มากกว่าจะเน้นความสวยงามหรูหรา  ปัถย์เคยชอบมันมาตลอดจนเมื่อพาดลยากลับมาที่บ้านนั่นแหละเขาจึงแอบหวั่นๆว่าเธออาจไม่ชอบและคิดว่ามันธรรมดาเกินไปถ้าเทียบกับฐานะของเธอ

หลังมือเขายังรู้สึกปวดนิดๆจากการออกแรงชกอเล็กซ์  แต่ปัถย์ไม่รู้สึกผิดกับการใช้กำลังทำร้ายผู้ชายคนนี้ทั้งที่ปกติเขาไม่ใช่พวกชอบใช้ความรุนแรง  ภาพน้ำตานองหน้าดลยาทำให้หัวใจเขาหวิวหวั่นเจ็บปวดอยู่ภายในเช่นเดียวกับที่เธอเจ็บ  ต้องการกอดเธอไว้ในอ้อมแขนเพื่อปลอบประโลมและไม่ปล่อยเธอไปอีก 

“บ้าแล้วไอ้ปัถย์....” ชายหนุ่มถอนหายใจบอกตนเองให้นอนหลับก่อนจะคิดอะไรเกินเลยกว่าจะควบคุมได้

 หลังจากสามารถสงบจิตสงบใจได้พอสมควรในที่สุดเขาก็พร้อมจะหลับ ความง่วงงุนเริ่มเข้าครอบงำทีละน้อย แต่ท่ามกลางความพร่าเลือนคล้ายความฝันนั้น ปัถย์รับรู้ถึงร่างบอบบางอบอุ่นซุกแนบลงข้างกายเขา  เสียงสะอื้นแผ่วเบาแทรกเข้าสู่อนุสติรับรู้ พร้อมกลิ่นหอมอ่อนจางติดจมูกซึ่งเขาจำได้ดีไม่เคยลืม  และพอแน่ใจว่าตนเองไม่ได้ฝันไปปัถย์ตัวแข็งทื่อในคราแรกกับความอบอุ่นของร่างดลยาเมื่อเธอซบหน้าลงกับอกเขา

“คุณดล....”

“ขอโทษค่ะที่ทำให้คุณตื่น....ฉันแค่....” เธอสะอื้นแบบที่ทำให้หัวใจเขารวดร้าวตามไปด้วย “แค่ไม่อยากนอนคนเดียว”

“ไม่เป็นไรครับ....ไม่เป็นไร” เขาขยับแบ่งที่นอนบนโซฟาให้เธอ ก่อนจะยกมือขึ้นโอบกอดรอบร่างเธอไม่มีเจตนาอื่นนอกจากต้องการปลอบประโลมเธอจากความร้ายกาจของมนุษย์ซึ่งเธอพึ่งรับรู้ว่าโลกนี้แม้จะงดงาม  บางครั้งก็มีคนโหดร้ายเลวทรามพร้อมจะทำลายมนุษย์ด้วยกันเองให้แหลกราญ  ดลยาซุกหน้าลงกับอกยึดอกเสื้อเขาเป็นที่ซับน้ำตาแน่นเข้าไปอีก

“ฉันไม่น่าออกไปกับเขาเลย น่าจะรู้สึกแต่แรกว่าเขาไม่ใช่...ไม่ใช่คนดี“

“บางครั้งเราก็ไม่รู้หรอกครับว่าจะเจอกับคนแบบไหน”

เธอส่ายหน้าเบาๆ เสียงสั่นสะท้านเจือน้ำตา “ถ้า...ถ้าไม่มีคุณฉันคงเหมือน...เหมือนตกนรกทั้งเป็น”

ปัถย์กอดรัดร่างบอบบางของเธอแนบหัวใจ รวดร้าวไปกับเธอเพียงแค่คิดถึงสิ่งที่ดลยาอาจต้องเผชิญหากเขาไม่ตามเธอไป   “ผมจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้น” เขาบอกเธอด้วยเสียงหนักแน่น ฝ่ามือลูบไล้แผ่นหลังบอบบางอย่างอ่อนโยน “ลืมมันเถอะนะครับ  อย่าไปจำอย่าไปนึกถึงอีกถ้ามันทำให้คุณเสียน้ำตา”

“ฉันจะจำจะไม่ลืม!” สุ่มเสียงดลยาตอนนี้ดุดันเฉียบขาด เธอเงยหน้าสบตาเขาด้วยดวงตาแวววาวจากน้ำตาแต่ดูกล้าแกร่งขึ้น   “และเขาจะต้องได้รับผลตอบแทนอย่างสาสมกับสิ่งที่เขาทำ”

เขาลืมไปได้อย่างไรนะว่าดลยาเป็นใคร เธอเป็นลูกสาวของนักธุรกิจระดับประเทศ บิดาเธอมีทั้งอำนาจและบารมีคงไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายโดยไม่ตอบโต้กลับ  อเล็กซ์สมควรจะได้รับบทเรียนในทุกสิ่งที่เขาทำ  เหมือนจะรู้ตัวว่าเขามองอยู่เธอหลบตาซบลงกับอกเขาเช็ดน้ำตาด้วยเสื้อยืดบนตัวเขาจนพอใจ

 ปัถย์เกือบหัวเราะออกมาเพราะเธอทำตัวเหมือนแมวที่พึ่งกลายร่างเป็นเสือและกลับมาเป็นแมวน้อยไร้พิษสงอีกครั้ง   

ไม่มีใครพูดอะไรอีก ขณะที่ความเศร้าโศกของดลยาดูเหมือนจะได้รับการบรรเทาปัดเป่าให้เบาบางลง และประสาทการรับรู้ของเขาเริ่มกลับคืนมา กลิ่นหอมอ่อนจางจากเส้นผมหนานุ่มกดแนบปลายคางเขา ร่างกายได้สัดส่วนสมบูรณ์ด้วยวัยสาวของเธอบดเบียดกับร่างกายเขาอย่างแนบชิด ฝ่ามือเขาวางพักอยู่บนแผ่นหลังเธออย่างเหมาะเจาะ ดลยาอาจไม่คิดอะไรแต่เขาแทบรับรู้ถึงความร้อนผ่าวที่ค่อยๆเพิ่มพูลขึ้นในทุกนาทีที่เข็มนาฬิกาเคลื่อนผ่าน

  เขาเบนความคิดไปสู่เรื่องอื่นนอกเหนือจากร่างนุ่มนวลน่าคลั่งไคล้ของดลยาที่ตนเองเคยครอบครอง ชายหนุ่มเริ่มร้อยเรียงความรู้สึกสับสนในหัวใจของตนเองช้าๆ ก่อนหน้านี้เขาไม่อาจทนเห็นน้ำตาเธอโดยไม่ทุรนทุรายในอก  ไม่อาจเพิกเฉยกับความต้องการของเธอในทุกสิ่ง  ปรารถนาปกป้องคุ้มครองเธอแม้เธอไม่ได้เอ่ยปาก   เจ็บปวดยิ่งกว่าเมื่อเธอหมางเมินใส่  หึวหวงแทบคลั่งเพียงแค่คิดว่าเธอจะอยู่กับชายอื่น

ชายหนุ่มยอมรับด้วยความตกอกตกใจในขณะนอนกอดเธอแนบกายว่า.....เขาตกหลุมรักดลยา!

ปัถย์หลับตาแน่นเกือบจะครางออกมาด้วยรู้สึกอันยากจะบรรยายกับความรู้สึกที่พึ่งค้นพบ เมื่อคิดว่าตนเองรักผู้หญิงที่ไม่ควรจะรักมากที่สุดไปหมดทั้งใจ

 

ดลยาซุกหน้าลงกับความอบอุ่นของหมอนหนานุ่มข้างกายที่เธอนอนกอดตลอดทั้งคืน ไม่น่าเชื่อว่าเธอสามารถนอนหลับสนิท  คล้ายถูกล้อมรอบด้วยความมั่นคงปลอดภัยและเต็มไปด้วยความรักที่เธอแสวงหามาเนิ่นนาน ปรารถนาให้พระอาทิตย์หยุดขึ้นซักวันและเธอสามารถนอนหลับตาแสนสุขเช่นนี้ชั่วนิรันดร์  แน่นอนว่าหมอนข้างของเธอไม่ได้อ่อนนุ่มแต่มันแข็งแกร่งมีชีวิตชีวาและกอดแนบร่างเธออย่างแนบแน่น

มีชีวิตชีวา?

เธอรับรู้ได้ถึงเสียงเต้นของหัวใจหมอนข้าง ดลยาสะดุ้งเฮือกเมื่อเข้าใจว่าเธอนอนกอดคนตัวเป็นๆอยู่ไม่ใช่หมอนข้างอย่างที่นึก สมองที่ยังมึนงงสับสนของเธอค่อยๆประติดประต่อเรื่องราวต่างๆ ภาพดวงตาสีฟ้า เสียงเพลงอึกทึก กลิ่นเหล้าและความประสงค์ร้ายของ.....อเล็กซ์!

 ดลยาผวาเฮือกด้วยความตกใจอย่างใหญ่หลวงเหมือนหัวใจถูกฉีกเป็นริ้วยับเยิน ยกมือปิดปากป้องกันเสียงกรีดร้องเมื่อคิดว่าผู้ชายที่เธอนอนกอดทั้งคืนคือใคร!

“มีอะไรหรือเปล่าครับ”

ปัถย์ขยับลุกขึ้นจากเตียงอย่างงัวเงียเหมือนคนตื่นไม่เต็มตา เส้นผมหนานุ่มสีดำสนิทยุ่งเหยิงจากการนอน เขายกมือขึ้นขยี้ตาและมองสบตาเธอด้วยดวงตาสีนิลหรี่บรือ  ดลยานึกอยากจะยื่นมือเข้าไปปัดไล่ความยุ่งเหยิงของเส้นผมเขาเพื่อจะได้ชื่นชมความหนานุ่มที่ตนเองเคยได้สัมผัส ไหล่กว้างซ่อนอยู่ภายใต้เสื้ดยืดผ้าห่มกองอยู่บนตักเขาเช่นเดียวกับที่พันเกี่ยวอยู่รอบตัวเธอ

ดลยากระพริบตาสงสัยว่าเธอกำลังฝันอยู่หรือไม่   ก่อนการรับรู้และเหตุการณ์ส่วนที่เหลือจะหวนกลับมาแจ่มชัดอีกครั้งพร้อมกับความโล่งใจอย่างมหาศาลราวกับคนจมน้ำโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาหายใจรับอากาศเข้าไปอีกครั้ง   สิ่งสุดท้ายที่เธอจำได้ก่อนผลอยหลับไปได้คือนอนแนบกายปัถย์บนโซฟาแต่ตอนนี้ทั้งคู่นอนอยู่บนเตียงภายในห้องนอนเขา แสงสว่างจากภายนอกสาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามาให้เห็นทุกอย่างในห้อง พร้อมกับความร้อนฉ่าบนผิวแก้มเธอ

“คุณปัถย์....”

“ครับ....” เขากระพริบตามองหน้าเธอด้วยความสงสัย “คุณดลหิวแล้วเหรอครับ”

“ปะ...เปล่าค่ะ...แค่...” เธอกวาดตามองไปรอบห้องนอน และจำได้ว่าเมื่อคืนปัถย์เช็ดผมให้เธอจนแห้งอย่างอ่อนโยน ก่อนเขาจะทิ้งให้เธอนอนคนเดียว เป็นเธอเองที่ตามเขาออกไปเพราะไม่อาจทนนอนอย่างเดียวดายโดยไม่มีอ้อมแขนอันแสนอบอุ่นปลอดภัยของปัถย์ปกป้องคุ้มครอง

“อ้อ....” เขาหลบสายตาเธอทันที บอกด้วยเสียงทุ่มต่ำคล้ายละอายใจ “เมื่อคืนคุณหลับ ผมก็เลย........ขอโทษนะครับ เดี๋ยวผมไปทำอาหารง่ายๆให้ทานคุณคงจะหิว”

เธอยังไม่ทันได้ทัดทานเขาก็ออกไปจากห้อง ทิ้งให้เธอไว้กับความร้อนผ่าวบนใบหน้า ดลยาทิ้งตัวลงนอนตามเดิมถูกห้อมล้อมด้วยกลิ่นกายเขา 

เธอนอนอยู่ในอ้อมแขนปัถย์ทั้งคืน เมื่อเผลอคิดถึงความสนิทสนมลึกซึ้งสุดประมาณของทั้งคู่ก่อนหน้านี้ก็ทำหน้าหน้าร้อนผ่าว  และไม่มีความรังเกียจหรือโกรธกรุ่นแบบที่เธอรู้สึกกับอเล็กซ์เมื่อเขาแตะต้องเธอแม้เพียงน้อยนิด  ดลยารู้สึกในอกบีบรัดท้วมท้นแปลกๆอย่างไม่เคยเป็น

 ตอนนี้อาการหมุกหมุ่นเรื่องปัถย์ของเธอคงหนักขึ้น เหมือนคนป่วยในห้องไอซียูไม่รู้ชะตากรรม  แต่รอยยิ้มของเธอกลับเผยออกมา

ดลยาซบหน้าลงกับหมอนของปัถย์และยิ้มกับตนเองราวคนเสียสติ 

 

 

 

 “กาแฟค่ะ”

ปัถย์เงยหน้าขึ้นจากเอกสารที่ตนกำลังอ่านอยู่ ไล่สายตาจากหยดน้ำรอบแก้วกาแฟยี่ห้อดังไปจนถึงใบหน้าสวยหวานของเจนจิราด้วยความหนักใจ  พอทราบความรู้สึกของตนเองที่มีต่อดลยาแน่ชัดปัถย์ก็ยิ่งไม่อยากให้เจนจิรามาคาดหวังอะไรจากเขา  ภาพดวงตาหลับพริ้ม กลิ่นหอมกำจายกับอ้อมแขนของเธอยังติดตราตรึงใจเขาไม่อาจลืม

“เจน....”

“เมื่อช้าเห็นพี่ปัถย์เหมือนคนไม่ค่อยได้นอน...อดหลับอดนอนไปเที่ยวไหนมาคะ ตอนเที่ยงผ่านไปแถวร้านพอดีเลยซื้อมาฝากเผื่อจะทำให้ตาสว่างขึ้น”

เขานอนไม่ค่อยหลับมาสองสามวัน หลับไปทีไรก็เห็นแต่หน้าดลยาซึ่งเขาจะไม่บอกเจนจิราแน่ๆ แต่ไม่รู้จะปฏิเสธน้ำใจที่เจนจิราอุตส่าหยิบยื่นให้อย่างไรไม่ให้เจ้าตัวเสียใจเขาจึงจำต้องรับไว้ “ขอบคุณครับ  แต่ทีหลังไม่ต้องนะครับ พี่....”

“ไม่เป็นไรค่ะ เจนอยากซื้อมาฝาก”

เขาคงต้องตัดไฟเสียแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้เจนจิราถลำลึกไปมากกว่านี้ “เจน...คือพี่.....”

“อ้าวน้องเจน  ลมอะไรหอบมาถึงชั้นนี้คะเนี้ย” เสียงกรรณิกากับอรสาดังแทรกเข้ามาทำให้เขาหมดโอกาสจะบอกความจริงกับเธอ  

เจนจิราหน้าแดงยิ้มและทักทายสองสาวต่างวัย “พี่ณีคุณสา ไปทานข้าวที่ไหนมาคะ”

“แถวนี้แหละค่ะ อ้อพี่ปัถย์คะนี่ข้าวที่ฝากซื้อค่ะ”

เจนจิราหันมาทางเขาทำหน้ามุ่ย “ทำไมไม่บอกเจนล่ะคะว่ายังไม่ได้ทานข้าว เจนจะได้ซื้อมาฝาก”

ขณะที่อรสากับกรรณิกาหันไปสบตากันอย่างมีนัยน์ ปัถย์แทบยกมือกุมขมับด้วยความกลุ้มใจ

“พี่ไม่อยากรบกวน” เขาย้ำ

จิรภพที่หายไปชงกาแฟเดินถือกาแฟของตามมาสมทบ “อ้าวน้องเจน ฮันแน่มาหาพี่ปัถย์ละซิ”

ปัถย์แอบถลึงตาใส่รุ่นน้องโดยไม่ให้สามสาวเห็น แต่จิรภพทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ สามสาวหนึ่งหนุ่มเริ่มตั้งวงกระเซ้าเหย้าแย่กันไปมาไม่ห่างจากโต๊ะเขานัก ซึ่งทุกประโยคล้วนลากเขาไปเอี่ยวด้วยเต็มๆ  โดยเฉพาะประโยคสุดท้ายนี่เอง

“งานแต่งเพื่อนเหรอครับ...... อ้อไม่ไกลนี่นา ยังไงเสาร์นี้พี่ปัถย์ว่าง น้องเจนก็ลองชวนพี่ปัถย์ดูซิครับ”

เจนจิราหันมาหาเขา “พี่ปัถย์ไปเป็นเพื่อนเจนหน่อยได้ไหมคะ”

ปัถย์แทบแยกเขี้ยวใส่จิรภพซึ่งยักคิ้วยิ้มกว้างให้เขา  หากเขาไปกับเจนจิราคงยิ่งทำให้ทุกอย่างแย่ลงกว่าเดิมในความคิดของปัถย์ เขาไม่อาจให้ความหวังที่ไม่มีแก่ผู้หญิงคนไหนในขณะนี้ ด้วยความจนตรอกเขาจึงโพลงออกไปโดยไม่ทันคิด  “พี่ไม่ว่างพอดีพี่นัดกับแฟนไว้แล้ว”

ราวกับทุกอย่างรอบกายเขาหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ขณะที่ปัถย์เริ่มทบทวนคำพูดตนเอง ทั้งสี่คนมองมาที่เขาเป็นตาเดียว โดยเฉพาะดวงตาคู่งามของเจนจิราเบิกกว้างคล้ายไม่อยากเชื่อ

“พี่ปัถย์มีแฟนแล้วเหรอ ทำไมเราไม่เคยรู้เลยอะ” อรสาถามเสียงแหลม กระโดดเข้ามาเกาะไหล่เขาราวกับนกเลี้ยง “ไม่พามาแนะนำให้น้องให้นุ่งรู้จักเลยนะ ปิดเงียบเชียวมันน่า....”  เธอต่อยแขนเขาเบาๆ หน้าตาระรื่นและเหมือนพึ่งรู้ตัวเธอหันไปมองเจนจิราเลิกลั่นก่อนทำหน้าสลด รีบเอาตัวรอดทันที “สาไปทำงานต่อดีกว่า”

“ตายล่ะ พี่ภาพนัดส่งงานบ่ายสามโมง ทำไม่เสร็จชีวิตเสร็จแน่ไอ้โจ้”     จิรภพตบหน้าผากตัวเองเสียงดังเอาตัวรอดแบบน้ำขุ่นคลักไปอีกคน

กรรณิกามองเขาสลับกับเจนจิรา ก่อนจะกลืนน้ำลายเฮือกและหมุนตัวเดินหนีไปดื้อๆ  ทิ้งให้เขาเผชิญหน้ากับเธอเพียงลำพัง ปัถย์ถอนหายใจแผ่วเบา

“พี่ปัถย์น่าจะ...น่าจะบอกกันบ้างนะคะว่า...มีแฟน” เสียงเธอไม่สดใสอีกต่อไป  แววตาเจ็บช้ำมองเขาอย่างตัดพ้อ แต่เขาดีใจที่เจนจิราไม่ฟูมฟายออกมาตรงนี้เพราะเขาคงทำอะไรไม่ถูกไม่รู้จะปลอบใจเธออย่างไร

ปัถย์ขยับลุกขึ้นมองหน้าเจนจิรา “พี่ขอโทษ...ใช่จริงๆแล้วพี่น่าจะบอก....จะได้ไม่ต้อง...”

เธอส่ายหน้าน้ำเสียงแหบพร่า “ไม่ใช่ความผิดของพี่ปัถย์หรอกค่ะ เจนต่างหากที่...ที่คิดไปเอง...ขอตัวก่อนนะคะ”

ปัถย์ถอนหายใจเฮือกขณะเจนจิราเดินลิ่วจากไป ความจริงแล้วเธอเป็นผู้หญิงน่ารักนิสัยดีคนหนึ่ง เพียงแต่เขาเองไม่อาจรับความรู้สึกดีๆ จากเธอได้  เขาภาวนาให้เธอได้เจอผู้ชายที่ดีกว่าเขา คนที่จะรักอย่างแท้จริง

 

 

“ไม่ยักรู้นะเนี้ยว่าปัถย์มีแฟนแล้ว”

“อะไรนะคะ?” ดลยาเงยหน้าจากเอกสารในมือแทบจะทันทีที่ได้ยินเสียงของเลขาฯคนเก่งซึ่งกำลังง่วนกับการจัดเรียงเอกสารลงแฟ้มเพื่อจัดเก็บไว้สำหรับเป็นฐานข้อมูลเผื่อกรณีที่เธอต้องการนำมาใช้ใหม่ 

กรรณิกาเงยหน้าจากเอกสารด้วยความเลิกลั่น รีบขอโทษขอโพยปากคอสั่น  “เอ่อ...ขะ...ขอโทษค่ะ พอดีณี...นึกว่าอยู่คนเดียวเลยพูดออกมาดังๆ รบกวนคุณดลหรือเปล่าคะ ขอโทษนะคะไม่ได้ตั้งใจจริงๆ”

“แล้ว...เมื่อกี้คุณณีพูดว่าอะไรนะคะ” เธอถามย้ำแม้จะได้ยินประโยคนั้นชัดเจนเต็มสองหู ปัถย์มีแฟนแล้วหรือ...แล้วภาพเขากับพนักงานสาวหน้าตาสะสวยคนนั้น ใช่.....ผู้หญิงคนนั้นชื่อเจนจิรา  เธอจำได้ขึ้นใจทีเดียวไม่รู้ว่าทำไม ภาพเขากับเจนจิราพูดคุยกันอย่างสนิทสนมวนเวียนในหัว  แถมยังมีเสียงซุบซิบของบรรดาแมงเม้าส์ในบริษัทเรื่องสถาปนิกหนุ่มกับประชาสัมพันธ์สาวให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง มันทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดงุ่นง่านจนทำอะไรไม่ถูกไปเสียทุกครั้งเช่นกัน

“เอ่อ....” เลขาส่วนตัวของเธอทำหน้าสับสน “ณีพูดว่า...คุณปัถย์นะคะ คนที่เป็นสถาปนิกลูกน้องคุณสุภาพ ตัวสูงๆ หล่อๆเอ่อ....มีแฟนแล้ว”

“กับคุณเจนจิรานะเหรอคะ”

“อุ้ย!ไม่ใช่ค่ะ” กรรณิกาโบกไม้โบกมือว่อนก่อนจะชะงักกึก  “เอ๊ะ......คุณดลรู้ได้ยังไงคะ”

ดลยานิ่งงันไม่คิดว่าตนจะเผลอหลุดปากในสิ่งที่ไม่ควรมีใครอื่นรู้ กรรณิกาทำหน้าสับสน เธอรีบกลบเกลื่อนแสร้งหยิบเอกสารบนโต๊ะมาเปิดทั้งที่ดูแทบไม่รู้เรื่องตั้งแต่ได้ยินกรรณิกาหลุดปากเรื่องปัถย์   “ก็....พอรู้ๆ มาบ้าง”

กรรณิกาพยักหน้า “อ้อ........ค่ะ” มองซ้ายมองขวาราวกับกลัวคนได้ยินทั้งที่อยู่ในห้องทำงานกับเธอแค่สองคน ดลยาเดาว่าคงเป็นความเคยชินเสียมากกว่า  “แต่.....ไม่ใช่หรอกค่ะ เพราะน้องเจนพึ่งอกหักยับเยินไปเมื่อกี้นี้เอง “

ดลยาแอบถอนหายใจอย่างโล่งอก จนเกือบเผลอยิ้มออก แต่ประโยคถัดมาของกรรณิกาสกัดรอยยิ้มเธอแทบทันที

”แต่คุณปัถย์มีแฟนแล้วแน่ๆ ค่ะ ณีได้ยินปัถย์พูดเองเต็มสองหู ไม่รู้เหมือนกันว่าใคร ขนาดโจ้กับน้องสาสนิทๆกันยังไม่รู้....แหมรู้จักกันมาตั้งนานไม่เคยเห็นแฟนมาหานึกว่าไม่มีแฟนซะอีก ”

หัวใจดลยาหล่นไปอยู่ตาตุ่ม ความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างเธอกับเขาไม่ได้เปิดโอกาสให้เธอคิดถึงความเหมาะสมหรือใครอื่น  หลังจากเหตุการณ์ที่เกือบกลายเป็นความหายนะสำหรับชีวิตเธอเมื่อสามวันก่อนเธอยังไม่มีโอกาสพูดกับเขาเป็นการส่วนตัวอีกเลย  ได้แต่แอบมองเขาโดยไม่ให้ปัถย์และคนอื่นสงสัย

แน่นอนเธอจัดการกับผู้ชายเลวๆอย่างอเล็กซ์ไปเรียบร้อย ด้วยการยกเลิกสัญญากับอเล็กซ์และบริษัทของเขา พร้อมกับทำให้แน่ใจว่าเขาจะไม่ได้รับความร่วมมือหรือข้อเสนอจากบริษัทด้านอสังหาริมทรัพย์ใดๆในประเทศ  เธออยากแจ้งตำรวจแต่คงส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของบริษัทมากกว่า เขาโทรมาขอโทษ ส่งดอกไม้ช่อใหญ่และพยายามขอพบแต่ดลยาปิดประตูแห่งโอกาสทุกบาน ไม่ต้องการเห็นผู้ชายคนนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง 

“นึกว่ายังโสดที่ไหนได้......”   เสียงรำพึงของกรรณิกาดึงความคิดเธอให้หวนกลับมาสู่เรื่องเดิมอีกครั้ง

ดลยาปวดจี้ดที่กระบอกตาจนต้องยกแขนกอดอก เธอไม่ได้ถามปัถย์เลยว่าเขามีใครอยู่แล้วหรือเปล่า 

หากเขามี....ดลยาเลื่อนมือลงกุมหัวใจ

“คุณดลเป็นอะไรหรือเปล่าคะ...หน้าซีดๆ ไม่สบายหรือเปล่าคะ”

“เปล่าค่ะ ไม่เป็นอะไร”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

185 ความคิดเห็น

  1. #139 ingnon (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 13:03
    แหม นางเอกเรานี่เสน่ห์แรงจริงเลยอ่ะ สงสารพี่ปัถย์
    #139
    0
  2. #25 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2558 / 18:02
    ปวดใจแทนทั้งคู่ ขอบคุณคะ.
    #25
    0
  3. #3 beersa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 มกราคม 2558 / 13:43
    สนุกมากค่ะ เล่าเรื่องสนุกมาก ไม่เหมือนนิยายตามเน็ตที่เห็นได้ทั่วไป รออัพอยู่นะคะ นี่อ่าน3ตอนวนไปมาหลายรอบแล้ว อ่านกี่รอบก็ไม่เบื่อ ปล.ติดตามตั้งแต่ใต้เงารักแล้วค่ะ
    #3
    0
  4. #2 violinette (@violette) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มกราคม 2558 / 15:41
    โอยยยย ลุ้นแทนนค่า ชอบมากกกก น่ารักกกก แอบร้อนแรงทั้งคู่เลย แอร๊ย
    #2
    0