เล่ห์ E-book

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 11 ทางเลือก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 427
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    26 ต.ค. 58

ตอนที่ 11 ทางเลือก

 

            วันนี้เป็นวันที่เธอรู้สึกเหนื่อยล้าที่สุดในชีวิต

            ดลยาคิดอย่างกลัดกลุ้มระหว่างนั่งดูเอกสารสรุปโครงการใหม่ที่กรรณิกานำมาให้เมื่อวาน เธอไม่มีสมาธิ แฟ้มเอกสารถูกจับและวางไว้ส่งๆมากกว่าสามครั้ง นิ้วเรียวยกขึ้นนวดคลึงขมับเสียงมารดายังดังแว่วเข้ามาในหัวราวกับบทสนทนาพึ่งเกิดขึ้นไม่นาน

            “แม่ว่าตาภพนี่เขาก็ดีนะ หน้าที่การงานอะไรก็ดีหมดเหมาะกับลูกดี ถ้าแม่อยากให้ดลลองคบกับเขาดูจะว่ายังไง”

            พอเธอเงียบเพราะพูดไม่ออกไม่คิดว่ามารดาจะเร่งรัดแบบนี้ ท่านเลยถือเป็นการยอมรับโดยมีบิดาพยักหน้าเห็นดีเห็นงามไปด้วย นั่นยิ่งทำให้มารดาได้ทีจัดแจงโทรไปนัดกับฝ่ายโน้น เย็นนี้เธอต้องไปร่วมงานประมูลเพื่อการกุศลของท่านกับเพื่อนๆ ท่านจัดแจงให้เธอควงคู่ไปกับบรรณภพโดยไม่รอถามความเห็นเธอแม้แต่คำเดียว

            “ตาภพเขาฝากแม่มาชวนลูกห่วงว่าหนูเอาแต่ทำงานจนไม่มีเวลาไปเปิดหูเปิดตา แม่ให้คนเตรียมชุดไว้แล้ว ห้ามบอกนะว่าไม่ว่างครั้งนี้แม่ไม่ยอมจริงๆด้วย”

            ดลยาสงสัยว่าจะมีวันไหนที่เธอได้ทำอย่างที่ใจต้องการจริงๆ โดยไม่ต้องแบกรับคำว่าความรับผิดชอบไว้บนบ่า ความรู้สึกตื้อตันอึดอัดแล่นเป็นระรอกจนเธอคิดว่าหากสามารถอาเจียนเอาความรู้สึกเหล่านั้นออกมาได้คงจะดีไม่น้อย

            เสียงเคาะประตูพร้อมกับร่างของเลขาคนเก่งเปิดประตูเข้ามาทำให้เธอถอนหายใจยืดร่างตรงแน่ว

“นี่เอกสารที่คุณดลขอไว้ค่ะ  เอ่อ....เที่ยงแล้วไม่ไปทานข้าวเหรอคะ”

เธอส่ายหน้าพลิกแฟ้มเอกสารไปมา “ยังไม่หิวค่ะ เชิญคุณณีได้เลย”

กรรณิกาทำงานกับเธอมานานพอจะรู้อารมณ์ของเธอดี จึงไม่เซ้าซี้อะไร “ถ้าอย่างนั้นคุณดลอยากทานอะไรไหมคะ ณีจะซื้อมาให้”

“ไม่ดีกว่าค่ะขอบคุณ”

กรรณิกาทำท่าจะหมุนตัวออกจากห้องไปแต่เหมือนคิดอะไรได้เลยย้อนกลับมา “อ้อเกือบลืม เมื่อกี้คุณบรรณภพโทรมา..... เห็นคุณดลสั่งว่าไม่รับณีเลยแจ้งไปว่าคุณดลไม่ว่าง”

เธอพยายามไม่สนใจความหงุดหงิดที่แล่นเป็นระรอกขึ้นใหม่เมื่อได้ยินชื่อบรรณภพ เขาคงโทรเข้าเบอร์มือถือที่มารดายินดีนักหนาให้ไปโดยไม่ถามเธอซักคำพอเธอไม่รับจึงโทรเข้าเบอร์หน้าห้อง “ค่ะ ขอบคุณมาก”

กรรณิกาออกไปเสียงโทรศัพท์มือถือเธอก็ดังขึ้น ดลยาเกือบปิดเครื่องเพราะนึกว่าเป็นบรรณภพโทรมาอีกแต่พอเห็นว่าเป็นเบอร์ใครโทรมาริมฝีปากอิ่มจึงคลี่ยิ้มด้วยความดีใจความขุ่นข้องหมองใจที่เคยมีก่อนหน้าแทบจะถูกลืมเลือน   เธอกดรับสายทันที  

“เที่ยงแล้วทำไมไม่ลงมาทานข้าวครับ”

ดลยาหมุนปากกาในมือเล่นไปมาเอนหลังพิงพนักโซฟา “ดลยังไม่หิวเลยค่ะ”

“บอกแล้วไงครับว่าให้กินข้าวให้ตรงเวลาคุณดลดูแลสุขภาพบ้างซิครับ”

“รู้แล้วค่ะ” เธอทอดเสียงอ่อน ไม่โกรธที่โดนเขาตำหนิรู้ดีว่าปัถย์ห่วงใยสุขภาพเธอยิ่งกว่าตัวเธอเองเสียอีก

“รู้แต่ไม่ทำ เฮ้อ.....” เขาถอนหายใจมาตามสาย “ผมจะทำยังไงกับคุณดี ตอนนี้ผมอยู่ที่ร้าน........” เขาเอ่ยถึงร้านอาหารใกล้ๆ บริษัทที่เธอเคยผ่านตาหรืออาจเคยเข้าไปทาน “เดี๋ยวจะซื้อไปฝากไว้ที่โต๊ะคุณณีให้นะครับ  ” 

“เธอออกไปทานข้าวแล้วค่ะ ถ้าจะซื้อก็เอาเข้ามาให้ในห้องดลยเลยก็ได้”

“คุณดล!” เสียงเขาฟังดูตกใจปนเตือนแต่ในนาทีนี้เธออยากทิ้งความระมัดระวังทั้งหมดที่มีขอเจอหน้าเขาก่อนเย็นนี้ต้องไปทำในสิ่งที่ฝืนใจ อย่างน้อยการอยู่ใกล้ปัถย์ก็ช่วยทำให้เธอลืมสิ่งต่างๆรอบกายได้ชั่วคราว  

“ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ ถ้าคุณอยากมาดลรอที่ห้องนะคะ ถ้ากลัวคนเห็นถือแฟ้มเอกสารหรือแบบอะไรเข้ามาก็ได้”

เธอรีบกดตัดสายก่อนที่เขาจะประท้วง  ดลยานั่งรอไม่ถึงสิบนาทีร่างสูงของปัถย์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทาเรียบๆ กับกางเกงยีนส์สีซีดก็เปิดประตูเข้ามพร้อมกับถุงกระดาษซึ่งเธอเดาว่าเป็นอาหารหรือขนมและม้วนแปลนงาน  เธออมยิ้มเมื่อเขาส่งสายตาดุให้ก่อนปิดประตูพร้อมกดล็อค

อาหารที่เขานำมาให้เป็นข้าวผัดแบบง่ายๆ นอกจากนั้นยังมีของหวานและผลไม้ครบเซ็ท ระหว่างเขากำลังจัดเตรียมอาหารให้เธออย่างขะมักเขม้น ดลยามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกท้วมท้นตื้นตันในอกจนพูดอะไรไม่ออกกับความห่วงใยที่เขามอบให้มากเกินกว่าเธอควรได้รับเพราะเธอไม่เคยทำอะไรให้เขาเลย หลังจากจัดอาหารใส่จานเสร็จปัถย์หมุนตัวมาส่งยิ้มให้เธอ

“ทานได้แล้วครับ เดี๋ยวเย็นหมดจะไม่อร่อย”

ดลยาขยับเข้าไปหาเขาแต่ไม่ใช่เพื่อทานอาหาร เธอซบหน้าลงกับอกกว้างกอดเขาไว้แน่นพึมพำเสียงแผ่วหวิว เต็มตื้นในอกกับความเอาใจใส่ของเขา ตลอดสองปีที่รู้จักเขาเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตเธอ ปัถย์ไม่เคยใช้ความใกล้ชิดสนิทสนมทางกายมาเรียกร้องขออะไรจากเธอ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง เงินทองข้าวของหรือการผูกมัด เขามีแต่ให้และให้ บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าเห็นแก่ตัวเหลือเกินที่ยึดเขาไว้กับตนเองเช่นนี้ หากเป็นผู้หญิงคนอื่นป่านนี้ทั้งสองคงแต่งงานกัน สร้างครอบครัวแสนสุข ไม่ต้องมาหลบๆซ่อนๆเหมือนการคบกับเธอ เธอรู้ว่าเขาไม่สบายใจเธอเองก็เสียใจไม่แพ้กัน

“ขอบคุณค่ะ”

ปัถย์กอดตอบยกมือข้างหนึ่งลูบศรีษะเธอเบาๆ “ถ้ารู้ว่าเอาข้าวขึ้นมาให้แล้วคุณดลจะขอบคุณแบบนี้ผมคงทำไปนานแล้ว” 

ดลยาหัวเราะเลยได้รับจุมพิตเบาๆ บนริมฝีปากอิ่มเป็นการตอบแทน แม้ปากจะบอกว่าไม่หิวแต่ดลยาก็ทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยหมดเกลี้ยง ปัถย์มองเธอยิ้มๆ

“ห้ามแซวนะ” เธอยกมือชี้กันไว้ก่อน  เขายักไหล่ยิ้มกริ่มส่งน้ำเปล่าให้เธอรับมาดื่มจนหมดแก้วพร้อมกับกล่าวขอบคุณเขา หลังเขาจัดการทำลายหลักฐานเสร็จกลับมาทรุดนั่งข้างๆเธอ ดลยาขยับเข้าไปนั่งข้างๆร่างสูงได้กลิ่นหอมอ่อนๆของน้ำยาปรับผ้านุ่มและน้ำหอมบางเบาหอมกรุ่นจนเธอแทบอยากจะซบซุกลงกับอกเขาและลืมโลกทั้งใบ

            เธอรู้ว่าไม่สามารถเมินโลกได้ แต่เธอสามารถซุกอกกว้างได้ ปัถย์เลิกคิ้วมองเธออย่างแปลกใจ โอบไหล่เธอไว้หลวมๆ

            “เป็นอะไรหรือเปล่า”  

“เปล่าค่ะ แค่....เหนื่อย” กับทุกอย่างยกเว้นเขา

“มีเรื่องอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ไหมครับ”

เธอส่ายหน้าซุกเข้าหาเขามากยิ่งขึ้นอยู่แบบนั้นเกือบนาทีก่อนที่เธอจะบอกเขาตามตรง  “เย็นนี้....ดลต้องไปงานเลี้ยงกับคุณแม่”

“ครับ”

“กับเขา”

ปัถย์คงจะเข้าใจว่า เขา ของเธอหมายถึงใคร ร่างสูงแข็งทื่อภายใต้ฝ่ามือวางแนบอกกว้างของเธอ เขาไม่พูดอะไรอยู่นานจนเธอกังวลไม่รู้ว่าเขาคิดเช่นไร เธอไม่เคยคุยกับปัถย์เรื่องนี้มาก่อนไม่เคยพูดถึงปัจจุบันไม่เคยคิดถึงอนาคตของทั้งคู่ เพราะเธอกลัวอนาคต กลัวว่าจะไม่มีเขา ดลยาจึงพอใจแค่ปัจจุบันที่เป็นอยู่แต่นับวันมันก็ยิ่งยากสำหรับเธอ และคงอยากสำหรับเขาเช่นกัน

“ครับ” น้ำเสียงที่เคยสบายๆบัดนี้ห้าวห้วนเย็นชา ปัถย์ดันตัวเธอออกห่างพร้อมขยับลุกขึ้นเต็มความสูงพูดโดยไม่มองหน้าเธอ “ผมไปก่อนดีกว่าเดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะมองไม่ดี ขอตัวนะครับ”

เธอได้แต่มองตามแผ่นหลังกว้างเดินหายลับไปทางประตู ส่วนหนึ่งในใจร่ำร้องให้รั้งเขาไว้เพื่ออธิบาย แต่อีกใจหนึ่งห้ามเอาไว้จะมีประโยชน์อะไร ในเมื่อยังไงเธอก็ต้องไปตามบัญชาของมารดาไม่อาจหลบเลี่ยง มือบางยกขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

“ผมบอกหรือยังครับว่าคืนนี้คุณสวยมากแค่ไหน”

บรรณภพกระซิบบอกหญิงสาวข้างกายด้วยใจจริง ระหว่างเข้าร่วมงานประมูลเพื่อการกุศลที่มารดาเป็นเจ้าภาพร่วมกับคุณพิริยา จัดขึ้นเพื่อหาทุนร่วมสมทบมูลนิธิอะไรซักอย่าง ความรู้สึกเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแล่นพล่านในอกโดยเฉพาะเมื่อมารดาบอกเขาก่อนมาว่าดลยาตกลงจะคบหาดูใจกับเขาในฐานะคนรัก  ทันทีที่เข้ามาในงานทั้งมารดาเขาและมารดาเธอต่างก็เปิดโอกาสให้ทั้งคู่อยู่ด้วยกันเพื่อสร้างความสนิทสนมอันหาได้ยาก

ดลยาไม่ปรายตามองเขาด้วยซ้ำเมื่อกล่าวขอบคุณ  ร่างระเหิดระหงส์ดุจนางพรายแสนสวยในชุดสีฟ้าอ่อนจางรับกับผิวเนียนนุ่มชวนสัมผัสและเรือนร่างได้สัดส่วนนั่งหลังตรงแน่วดวงตามองไปข้างหน้านิ่ง ส่วนที่เฉยเมยยิ่งกว่าคือใบหน้าสวยจับตาจับใจของเธอ ราวกับเธอไม่รับรู้ถึงความสนใคร่รู้ที่คนอื่นๆมองมายังทั้งสองรวมถึงความใส่ใจจากเขา มันทำให้เขาทั้งหงุดหงิดและอยากท้าทายการตอบสนองจากเธอ

บรรณภพเลื่อนมือแข็งแกร่งไปหามือบางบนที่พักแขน ดลยามองหน้าแวบหนึ่งและบิดมือออกแทบจะทันราวกับรังเกียจหนักหนา บรรณภพถึงกับฉุนกึกเม้มปากแน่น

“อย่าทำแบบนี้อีกฉันไม่ชอบ” เธอสั่งเสียงต่ำเย็นชาไม่ดังไปกว่าเสียงกระซิบโดยไม่มองหน้าเขา

“ทำไมล่ะครับแค่จับมือ ผมว่าคนเป็นแฟนกันน่าจะทำมากกว่านี้ได้” 

เธอหันมาสบตาเขานิ่ง แสงสลัวเข้ากับบรรยากาศภายในห้องประมูลทำให้เขาสามารถสนทนากับเธอโดยไม่เรียกร้องความสนใจจากคนอื่นๆ “เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

บรรณภพชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ “คุณอาจจะไม่ได้คิดแบบนั้นแต่ครอบครัวเราหรือผมไม่ได้คิดเหมือนคุณแน่”

“ฉันจะบอกคุณแม่ว่าไม่ได้คิดอะไรกับคุณ”

“ผมว่าคุณบอกช้าไปแล้วล่ะ”เขายิ้มให้เธออย่างหมายมาด “และลูกที่ดีไม่ควรทำให้พ่อกับแม่เสียหน้านะคุณรู้ไหม”

คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น น้ำเสียงดูสับสนไม่แน่ใจ “หมายความว่ายังไง”  

บรรณภพไม่ยอมตอบเขามองขึ้นไปบนเวทีเสียงพิธีกรบนเวทีประมูลเปลี่ยนจากน้ำเสียงเชิญชวนผู้บริจาคกระเป๋าหนักให้ร่วมบริจาคเงินเป็นน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี

“....ครับวันนี้นอกจากกิจกรรมดีๆที่ทุกท่านได้ร่วมบริจาคเพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสให้ได้เรียนหนังสือ วันนี้ผมยังมีข่าวที่น่ายินดีอีกเรื่องเป็นเรื่องความรักความเข้าใจของคนสองคนจากสองตระกูลที่มีความสัมพันธ์สนิทสนมแน่นแฟ้นมานาน วันนี้ทั้งสองตระกูลจะรวมเป็นทองแผ่นเดียวกันผ่านหนุ่มสาวสองคน ครับนั่นคือการหมั้นหมายระหว่างคุณดลยากับคุณบรรณภพ”

“ไม่นะ!!” ดลยาผลุดลุกขึ้นด้วยความตกตะลึงใบหน้าซีดเซียวไร้สีเลือด

บรรณภพรีบขยับลุกขึ้นยืนเคียงข้างเธอและรั้งร่างบางเอาไว้ก่อนที่เธอจะถลันไปด้านหน้า ท่ามกลางเสียงปรบมือและแสงไฟสปอตไลน์ที่สาดส่องมายังทั้งคู่  เขาดีใจที่เสียงปรบมือนั้นดังมากพอจะกลบเสียงปฏิเสธเกรี้ยวกราดแหบพร่าของเธอได้ทัน  ชายหนุ่มพยายามฉีกยิ้มโอบไหล่บางแข็งทื่อเข้ามาใกล้ บีบไหล่เธอเบาๆเป็นการเตือน

“ยิ้มซิยิ้มให้ตาย!!อย่าทำหน้าแบบนั้น”

“ฉันไม่ได้อยาก....” เธอหันมาตะคอกเขาดวงตาวาวโรจน์

บรรณภพกระตุกร่างเธอกลับมาแนบชิดอีกครั้งกระซิบเสียงเครียดแต่เขาอยู่ในอารมณ์สุขสมใจกับข่าวการหมั้นสายฟ้าแลบของตนมากกว่าจะถือสาเธอ “ได้คุณไม่อยากแต่งแต่คุณต้องยิ้มและทำเหมือนเต็มใจ ถ้าไม่อยากให้ครอบครัวเราต้องขายหน้า” 

ดลยาไม่ยอมยิ้ม ใบหน้าเธอแข็งทื่อดุจสลักจากน้ำแข็งผิวแก้มเนียนไร้สีเลือดโดยสิ้นเชิง เขาเคยคิดว่าเธออาจจะแค่ยังไม่ชอบการถูกจับคลุมถุงชนหรือสงวนท่าทีตามแบบฉบับผู้หญิงที่เพรียบพร้อมมีทางเลือกมากมาย แต่ไม่คิดว่าเธอจะตกใจจนช็อคขนาดนี้  ดีซักวันเขาจะทำให้ใบหน้าโอหังหยิ่งยโสของเธอกลายเป็นความหวานเชื่อมเพราะเขาให้จงได้

 

“แม่ทำแบบนี้ได้ยังไงคะ ทำไมถึงไม่ถามดลก่อน!

ดลยาถามมารดาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าไร้เรี่ยวแรงหลังกลับจากงานเลี้ยงที่กลายเป็นหายนะสำหรับเธอโดยแท้จริง

“หยุดโวยวายซะทีได้ไหมดลแม่ทำสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกนะ  ตาภพไม่ดีไม่คู่ควรกับลูกตรงไหน”

เธอสะอึกหัวใจหนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงด้วยก้อนหิน  พรุ่งนี้คงมีข่าวเรื่องการหมั้นสายฟ้าแลบของเธอกับบรรณภพกระฉ่อนไปทั่วทุกหัวระแหงและปัถย์คงทราบข่าวในไม่ช้า

เขาจะคิดเช่นไร รู้สึกร้าวรานเหมือนตายทั้งเป็นเหมือนเธอตอนนี้หรือไม่

“สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับดล...ดีที่สุด...อย่างนั้นเหรอคะ...”  ดลยานึกอยากทรุดนั่งลงกับพื้นและไม่ขยับเขยื่อนไปไหน เธอหมดแรงหมดพลังหมดทุกสิ่งทุกอย่าง น้ำตาที่คิดว่าจะหลั่งรินเพื่อให้มารดาเห็นใจไหลย้อนกลับไปตกในหัวใจเธอแทน “แม่หวังดีจนไม่ถามดลซักคำ”

มารดาพยักหน้าดูไม่ทุกข์ร้อนกับเธอแม้แต่น้อยขณะที่บิดายังยืนนิ่ง  “ใช่  ลองคิดดูซิว่าจะหาผู้ชายคนไหนเหมาะสมกับลูกเท่ากับตาภพอีก ครอบครัวเรากับเขาสนิทสนมกันมาตลอดฐานะก็ไม่ด้อยไปกว่าเรา ซักวันเขาจะมาช่วยลูกดูแลบริษัทไม่เห็นหรือว่าใครๆก็คิดเหมือนกันคนดีๆแบบนี้ทำไมดลถึงไม่อยากแต่ง”

“ถ้าดลบอกว่าดลจะไม่แต่งงานกับเขาละค่ะ” 

“ดล!!! อย่าเชียวนะอย่ามาทำแบบนี้กับพ่อกับแม่กับครอบครัวเรา ขืนทำแบบนั้นชื่อเสียงคงป่นปี้หมด ดลก็รู้ว่าแม่เลี้ยงเรามาให้เป็นยังไง  รู้จักคิดมีความรับผิดชอบบ้าง” มารดาเธอบอกเสียงเขียวเพราะไม่ชินกับพฤติกรรมต่อต้านของเธอ ตั้งแต่เล็กจนโตดลยามักก้มหน้าทำทุกสิ่งที่มารดาบอกให้ทำ ท่านอ้างว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตแต่ครั้งนี้มันมากเกินกว่าที่เธอจะรับได้

“แม่คะ....” ดลยาประท้วงก่อนจะเม้มปากแน่น แทบสะอื้นออกมากับคำว่า ความรับผิดชอบ คำๆนี้เป็นเหมือนโซ่ตรวนจองจำเธอไว้ให้ไร้ซึ่งอิสระภาพ

“อย่ามามองแม่แบบนั้นนะ แม่ให้เราแต่งกับคนไม่เอาไหนขี้ริ้วขี้เหร่กว่าหรือก็เปล่า” มารดาชักสีหน้า

“แต่ดลไม่อยากแต่ง” เธอเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก ส่ายหน้าปฏิเสธ “ดลไม่ได้รักเขาได้ยินไหมคะ”

“ดล!

“พอ...หยุดเถอะ” เสียงทรงอำนาจของบิดาทำให้ทั้งเธอและมารดาต้องหยุดโต้เถียงกัน ดลยามองมารดาอย่างตัดพ้อ “คุณขึ้นไปพักผ่อนก่อน เดี๋ยวผมจะคุยกับลูกเอง”

“แต่ว่า....”

“ไปซิ” ท่านย้ำเสียงหนักแน่นไม่ผ่อนปรน ซึ่งนานๆ ครั้งถึงจะได้ยินทำให้แม้แต่มารดาก็ยังต้องทำตาม   ดลยามองหน้าบิดานิ่งหวังสุดหัวใจว่าท่านจะเข้าใจความรู้สึกของเธอ

“ดล....”

“คะ.....”

“ทำไมถึงไม่อยากแต่งงานกับตาภพ”

ดลยาพยายามรวบรวมความกล้าหาญทั้งหมดที่มีตอบไปตามตรง “ดลไม่ได้รักเขาค่ะ”

บิดามองหน้าเธอโดยไม่พูดอะไรซักพัก ถามเสียงอ่อนลงกว่าเดิม “แล้วดลรู้ไหมว่าความรักคืออะไร ดลเคยรู้จักมันหรือเปล่า”

ดลยาหลับตาแน่นไม่สามารถบอกบิดาได้ว่าเธอรู้จักความรักและค้นพบมันจากชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเพียงพนักงานในบริษัทที่เธอดูแลอยู่ ท่านคงไม่มีวันยอมรับปัถย์ไม่ว่าตอนนี้หรือตอนไหน  ชีวิตเธอและเขาเหมือนเส้นขนานที่ไม่อาจบรรจบ

 “ถ้าดลไม่รู้หรืออาจรู้แต่ไม่ยอมบอก พ่อมีสิ่งหนึ่งที่จะเล่าให้ฟัง ก่อนพ่อกับแม่จะแต่งงานกันเราก็ไม่ได้รักใคร่กันมาก่อน พ่อมีแฟนอยู่แล้วเป็นผู้หญิงน่ารักนิสัยดี พ่อรักเธอแม่ก็รู้ เธอเป็นเพื่อนสนิทแม่ ถึงจะเสียใจไม่เห็นด้วยแต่เราสองคนจำเป็นต้องแต่งงานกันเพราะปู่กับตาของลูกอยากรวมธุรกิจเราให้เป็นปึกแผ่น คนรักพ่อเธอเข้าใจ เราจากกันด้วยดีแม้จะเสียใจ พ่อแต่งงานใช้ชีวิตอยู่กับแม่ของเรา เธอน่ารักนะถึงจะชอบเจ้ากี้เจ้าการไปบ้าง เราพยายามปรับตัวจนอยู่ด้วยกันรักกันเหมือนอย่างที่ดลเห็น เราคิดว่าถ้าดลแต่งงานกับตาภพดลจะต้องมีความสุขแบบเดียวกับพ่อและแม่ 

ดลอาจจะไม่เข้าใจหรือไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พ่อบอก แต่บางครั้งเราก็ต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำเพราะมันเป็นความรับผิดชอบ พ่อทำในส่วนของพ่อไปแล้ว แม่ก็ทำแบบเดียวกัน  ดลเข้าใจที่พ่อพูดใช่ไหม พ่อคิดว่าดลเข้าใจเพราะทั้งชีวิตพ่อสอนให้ดลมีสิ่งนี้มาตลอดคนอื่นอาจมีลูกชายไว้สืบทอดวงตระกูลไว้ดูแลธุรกิจที่บรรพบุรุษเราสร้างมาด้วยหยาดเหงื่อแรงงาน พ่อไม่มีลูกชายแต่ก็ไม่เคยนึกอิจฉาเพราะพ่อมีดลลูกเป็นลูกสาวที่พ่อภูมิใจมากที่สุด ดลไม่เคยทำให้ผิดหวังไม่ว่าเรื่องอะไร  พ่อหวังว่าถึงตอนนี้ดลก็ยังเป็นแบบนั้นอยู่”

ภาพเธอในวัยเด็กตั้งแต่จำความได้ถูกบิดาอบรมสั่งสอนในฐานะทายาทผู้สืบต่อธุรกิจของครอบครัว เธอไม่เคยมีโอกาสได้เล่นอะไรแบบเด็กทั่วไป หน้าที่เธอคือเรียนหนังสือให้ได้ดีเลิศ ทำตามคำสั่งและตอนนี้ก็ต้องก้มหน้าก้มตาทำให้พ่อกับแม่ภาคภูมิใจไม่ผิดหวังในตัวเธอ  ดลยาสะอื้นน้ำตาหยดหนึ่งไหลรินจากหน่วยตาเธอโดยไม่อาจห้าม  “ค่ะ ดลเข้าใจแล้ว”

 

ปัถย์มาทำงานด้วยสภาพเหมือนซอมบี้เดินได้ใต้ขอบตาคล้ำ ใบหน้าอิดโรยหมองหม่น ดวงตาว่างเปล่าไร้ประกายสดใสจนประชาสัมพันธ์สาวสวยที่มักจะส่งยิ้มหวานทักทายเขาทุกครั้งที่เดินเข้าบริษัทยังตกใจ  เมื่อคืนเขานอนแทบไม่หลับ ภาพดลยาควงคู่เฉิดฉายกับบรรณภพคอยตามหลอกหลอน คู่ที่ใครๆ ก็คงต้องลงความเห็นว่าเหมาะสมกับทุกประการ หากอยู่กับชายคนนั้น ชีวิตทั้งคู่คงเหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพรียบพร้อมทุกสิ่งทุกอย่าง หากเป็นเขาชีวิตคงโรยด้วยขวากหนามนับร้อยพัน มองไปทางไหนก็ไม่เห็นแสงสว่าง

“อ้าวพี่ปัถย์มาแล้วเหรอ...เอ่อ...เมื่อคืนไปทำอะไรมาพี่....โทรมสุดๆ”

จิรภพทักทายเขาเสียงดัง

ปัถย์เงยหน้ามองกลุ่มพนักงานในแผนกที่ยืนจับกลุ่มคุยกันใกล้โต๊ะทำงานเขาอย่างแปลกใจ  เขาไม่สนใจคำทักทายของรุ่นน้อง เดินเลยผ่านไปทรุดนั่งคล้ายคนหมดแรงบนเก้าอี้  “มีอะไรกันหรือเปล่า”

“อ้าวนี่คุณปัถย์ยังไม่รู้อีกเหรอคะ” เกสร เลขาฯ คุณนนท์มองเขาตาโต

เขาเลิกคิ้ว “รู้...อะไรครับ”

“โหยยยพี่ปัถย์ไปตกข่าวที่ไหนมา เขารู้กันไปทั้งออฟฟิตแล้วนะคะ อินเตอร์เนตนะเข้าบ้างหรือเปล่าที่บ้านมีไฟฟ้าหรือยัง” อรสาเบียดผ่านจิรภพเข้ามาศอกเฉียดผ่านปลายคางเขาไปอย่างฉิวเฉียด “ก็เรื่องบอสเราคุณดลมีข่าวหมั้นสายฟ้าแลบกับคุณบรรณภพนะซิ”

ปัถย์ตัวแข็งทื่อใจหายวาบถามเสียงแหบพร่า “สา...ว่าอะไรนะ”

อรสากระพริบตาปริบมองหน้าเขาอย่างแปลกใจ  “สาบอกว่าคุณดลเจ้าหญิงน้ำแข็งของพวกเราหมั้นแล้วค่ะมีข่าวลงในหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับเช้านี้ด้วยนะ”

“โธ่แบบนี้คุณปรัชสุดหล่อของพี่ก็อกหักนะซิเห็นใครๆว่าตามจีบคุณดลอยู่” เกสรโอดครวญแทนหนุ่มในฝัน

“แหม....แต่พี่ณีนี่พูดถูกชะมัดเลยว่าตัวจริงเสียงจริงของคุณดลนะคือคุณภพ มิน่าเห็นเช้าถึงเย็นถึง” อรสาหันไปคุยกับกลุ่มเมาส์ที่รวมกลุ่มกันอยู่ก่อนเขาเข้ามาอย่างออกรส

จิรภพทำเสียงเหอะในลำคอบ่นอะไรอีกสองสามคำแต่เขาเจ็บปวดเกินกว่าจะสนใจ แทบไม่ได้ยินอะไรนอกจากคำว่าดลยาหมั้น!

มือเขาสั่นจนต้องกำหมัดไว้แน่นป้องกันไม่ให้กระแทกทำลายข้าวของตรงหน้า ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจะขยับไปไหน เหมือนเวลายืดยาวออกไปช้าๆในแต่ละวินาที สิ่งที่พอจะทำให้รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่คือลมหายใจแผ่วเบาและความเจ็บปวดมากมายแตกซ่านในอกครั้งแล้วครั้งเล่า

ในที่สุดวันที่เขาหวาดกลัวก็มาถึง วันที่ดลยาจะหลายเป็นของคนอื่น โดยที่เขาไม่มีสิทธิ์อะไรเลย!

“อ้าวปัถย์มาถึงแล้วเหรอ เอากระเป๋ามาแล้วใช่ไหมเดี๋ยวเราออกไปเลย” สุภาพเปิดประตูจากห้องทำงานออกมาสั่งการ วันนี้เขากับทีมงานต้องเดินทางไปเพชรบูรณ์และจะอยู่ที่นั่น 1 อาทิตย์

ปัถย์ลุกขึ้นยืนทั้งที่ตัวยังสั่นระริก  เขาอยากหนีไปจากที่นี่ก่อนจะเป็นบ้า ก่อนจะพบหน้าดลยาและสุภาพได้หยิบยื่นโอกาสให้เขาแล้ว  

“ครับพี่”

“ดีไปกันเถอะป่านนี้คนขับรถคงมารอแล้ว......ไอ้โจ้ยัยสาหยุดโม้เรื่องเจ้านายแล้วไปเก็บของใครช้าโดนแน่”

“โธ่พี่ นานทีปีหนจะมีข่าวดี ขอเมาส์หน่อยก็ไม่ได้ ไม่ใช่ทุกวันนะที่คุณดลจะหมั้น” อรสาทำหน้าง้ำ

ปัถย์ไม่รอฟังถ้อยคำบาดหูบาดใจ เขาคว้าของบนโต๊ะและเดินลิ่วไปที่ลิฟย์โดยไม่รอใครแต่ต้องชะงักค้างอยู่ตรงนั้น เมื่อประตูลิฟย์เปิดออกพร้อมกับร่างสมส่วนของดลยาก้าวออกมาเผชิญหน้ากับเขา! 

ทั้งสองสบตากันเพียงชั่วครู่ก่อนที่เธอจะเดินเลยผ่านเขาไปด้วยใบหน้าเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหมือนเขาเป็นอากาศธาตุ หรือไม่เคยมีเขาในสายตา ปัถย์กัดฟันแน่นปวดแปลบหลังเปลือกตาหัวใจปวดร้าวไปทั้งดวง

 

 

อาจมีหลายคนแปลกใจกับการหมั้นสายฟ้าแลบของดลยาแต่ไม่มีใครแปลกใจได้เท่าเขาอีกแล้ว

แทนปิรันย์จ้องมองข่าวสังคมกรอบเล็กๆในมือ ดลยายืนเคียงข้างบรรณภพและข้อความแสดงความยินดีใต้ภาพจากนักข่าวเป็นการประกาศการเชื่อมความสัมพันธ์ของสองตระกูลใหญ่เข้าด้วยกันผ่านการหมั้นหมายของสองหนุ่มสาว ท่ามกลางสักขีพยานหลายสิบคน หากไม่รู้เห็นความสัมพันธ์ลับๆระหว่างดลยากับสถาปนิกคนนั้นเขาคงไม่แปลกใจอะไรนัก  ดลยายอมจ่ายเงินตั้งมากมายเพื่อปกปิดความลับของเธอ หลังจากรู้ว่าความลับครั้งนั้นเขาก็ไม่ได้พยายามตามตื้อเธออีก เขานึกว่าเธอแคร์ปัถย์มากจนยอมทำเช่นนั้นไม่ได้คิดว่าเธอทำเพราะต้องการรักษาชื่อเสียงตนเอง 

ชายหนุ่มบิดยิ้ม ถึงอย่างไรเสียเขาก็ไม่ชอบแย่งของใคร นอกจากน้องชายจอมแสบ!

“ไอ้ปรัช...เออ....ใจลอยไปถึงไหนแล้วเนี้ย”

แทนปิรันย์อมยิ้มมองหน้าน้องชายที่หน้าตาเหมือนตนเองราวกับโขลกแหง๋ล่ะก็พวกเขาเป็นแฝดกันนี่นา แถมยังชอบจีบผู้หญิงคนเดียวกันมาตั้งแต่แตกเนื้อหนุ่ม โชคร้ายบางครั้งสาวๆก็ทนพฤติกรรมแสบๆคันๆของเขากับน้องชายไม่ไหวจนหลบลี้หนีหน้าไปหมด

“เปล่า มีอะไร....”

“พรุ่งนี้ฉันจะไปกระบี่น่ะ พี่หนูแทนจะคลอดแล้วแกจะฝากอะไรไหม”

“ทำไมต้องฝาก ในเมื่อฉันจะไปกับแกด้วย”

“อ้าว...” แทนปรัชญาเกาหัว “ไหนแกบอกว่าจะไปสิงคโปร์ไง”

“สิงคโปร์นะรอได้ เรื่องอะไรฉันจะให้แกไปดูหลานคนเดียว”

น้องชายทำหน้าเซ็ง “ตามใจอย่ามาแย่งฉันอุ้มหลานก็แล้วกัน”

แทนปิรันย์มองหนังสือพิมพ์เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเดินตามน้องชายไปถอนหายใจแผ่วเบา เขาหวังว่าดลยากับปัถย์คงได้เลือกทางที่ดีที่สุดให้กับตนเองแล้ว

 

ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีข้อความ ไม่มีการติดต่อสื่อสารระหว่างเขาและดลยาตลอดสามวันที่ผ่านมา

ปัถย์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมานับครั้งไม่ถ้วน มองดูเบอร์เธอซ้ำๆอยู่แบบนั้น และตัดใจวางลงทุกครั้งพร้อมถอนหายใจมองอาหารเช้าตรงหน้าราวกับไม่เคยเห็น สุภาพคงเห็นว่าเขาไม่สบายใจแต่ไม่ได้ถามถึงสาเหตุเพราะเคารพความเป็นส่วนตัวไม่ก้าวก่าย นอกจากช่วยเขาเรื่องงานเวลาเขาเครียดจนคิดอะไรไม่ออก

เขาคงจะจมอยู่กับความเศร้าโศกที่กดทับลงมาระหว่างมื้ออาหารเช้าอีกนานหากไม่เพราะร่างบางผุดผาดบาดตาเข้ามาทรุดนั่งตรงข้าม

ปัถย์มองไอยรานิ่ง เขาเคยเห็นเธออยู่กับแทนปิรันย์และดลยาหลายครั้ง แต่ไม่คิดว่าเธอจะมีธุระอะไรกับเขา “มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ ถ้าจะมาหาคุณปรัช...”

เธอยิ้มกว้างยกมือห้าม “ไม่ใช่ค่ะ ฉันรู้ว่าพี่ปรัชไม่อยู่ ฉันมาหาคุณ”

เขาเลิกคิ้ว “ผม”

“ค่ะ คุณ”

เขาไม่ชอบรอยยิ้มเธอ ใช่เธอเป็นคนสวยน่ามองแต่งตัวดี ทุกสิ่งบนตัวเธอบ่งบอกฐานะและรสนิยมอันเลิศหรูไร้ที่ติแต่เธอมีบางอย่างที่ชวนให้ไม่สบายใจ  เขาสัมผัสได้ผ่านทางสายตาไม่น่าวางใจของเธอ

เธอยังยิ้มอยู่เมื่อยื่นภาพถ่ายสามแผ่นมาให้เขา ความละเอียดของภาพอาจไม่เทียบเท่ากับกล้องคุณภาพดีที่เขามี แต่มันก็ชัดเจนพอจะเห็นว่าชายหญิงในภาพคือใคร!  

“คุณ!” ปัถย์ใจหายมองภาพอย่างไม่เชื่อสายตา ความลับของเขากับดลยาในที่สุดก็ไม่เป็นความลับอีกต่อไป  ปัถย์ไม่ได้ห่วงตัวเองแม้แต่นิดเดียว เขาไม่มีชื่อเสียงอะไรมากมายให้ต้องรักษาแต่เสียงดลยานั้นต่างออกไป เธอต้องสูญเสียสิ่งต่างๆมากมายหากภาพนี้ถูกเผยแพร่ เขาไม่อยากให้เธอต้องมามัวหมองเพราะคนอย่างเขา

“ฉันรู้ค่ะว่าคนในภาพพวกนี้เป็นใคร อย่าปฏิเสธนะเพราะฉันยังมีมากกว่านี้” เธอยิ้มหวานข่มขู่เขาโดยไม่กระพริบตาด้วยซ้ำ  “ถ้าคุณไม่อยากให้รูปพวกนี้ถึงมือนักข่าวหรือคนอื่นๆ ฉันมีข้อเสนอ”

 

ไอยรายิ้มให้กับชายหนุ่มตรงหน้า ระหว่างลอบพิจารณาเขาไปด้วย เธอเคยเห็นปัถย์ในระยะไกลไม่เคยเข้าใกล้หรือมีธุระอะไรต้องพูดคุยเสวนาด้วย ปัถย์ไม่ใช่หนุ่มหล่อโลกตะลึงอย่างแทนปิรันย์ที่เธอหมายปอง หรือเป็นหนุ่มเจ้าเสน่ห์แบบผู้ชายหลายคนที่เธอเคยพบเจอ แต่เขามีลักษณะบางอย่างชวนให้หวั่นไหวด้วยบุคคลิกง่ายๆเปิดเผยอบอุ่นน่าเข้าใกล้ใบหน้าแกร่งแต่ไม่กระด้าง แนวคิ้วได้รูปเข้มรับกับดวงตาสีนิลคมกริบล้อมกรอบด้วยแผงขนตาที่ผู้หญิงคนยอมทำทุกอย่างเพื่อได้มาจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากที่ผู้หญิงหลายคนต้องอิจฉา ผิวสีแทนที่ไม่เข้มหรือขาวจนเกินไปกับรูปร่างสูงใหญ่แกร่งกระชับแต่ไม่ได้ให้ความรู้สึกคุกคามเวลาเข้าใกล้ เมื่อสิ่งเหล่านี้ประกอบอยู่บนตัวผู้ชายคนหนึ่งเธอก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าดลยาเห็นอะไรดีในตัวผู้ชายคนนี้

เขาเลิกคิ้วมองหน้าเธอนิ่งไม่พูดอะไรอีก ริมฝีปากเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง

ไอยราจึงบอกสิ่งที่ต้องการแก่เขา “ฉันอยากให้คุณลาออกจากสรัญทิพย์มาทำงานกับเราแทน คุณจะได้...” เธอบอกข้อเสนอทั้งเงินเดือนตำแหน่งและสวัสดิการที่น้อยคนนักจะปฏิเสธให้เขาฟัง ปัถย์นั่งนิ่งฟังเธอโดยไม่ปริปากแม้แต่คำเดียว    เขาดูไม่ตื่นเต้น ไม่ยินดีและโกรธมาก!

ปัถย์ถามเธอเสียงห้วนด้วยความไม่พอใจ “ถ้าผมไม่ลาออก.....”

“ฉันจะทำอย่างที่บอกคุณไปทุกอย่าง...ฉันไม่ได้ขู่ คุณพ่ออยากให้คุณไปทำงานที่บริษัทเราจริงๆค่ะ” ท้ายประโยคอ่อนลงเมื่อเห็นว่าการขู่ผู้ชายอย่างปัถย์คงไม่ใช่วิธีฉลาดซักเท่าไหร่

“ทำไมทำไมต้องเป็นผม”

“คุณอาจจะไม่รู้ตัวหรือถ่อมตนแต่ถ้าพูดถึงฝีมือการออกแบบแล้วชื่อคุณการันตีคุณภาพได้ดี....” เธอเล่าเรื่องที่รู้มาจากบิดาให้เขาฟังอย่างตรงไปตรงมา มั่นใจว่าปัถย์จะไม่ปฏิเสธเมื่อเขาย้ายฝั่งข้ามฝากมาอยู่ด้วยกัน เขาอาจจะสามารถพานนทภัทรบินสูงเหนือสรัญทิพย์ได้

“แสดงว่าพวกคุณไม่มีความสามารถมากพอจนต้องใช้วิธีสกปรกแบบนี้ใช่ไหม”

ไอยราสะอึกละอายใจพอจะหน้าแดง แต่ก็ยังฝืนเชิดหน้าบอก

“แล้วแต่คุณจะคิดแต่ถ้าคุณแคร์คุณดลยาฉันว่าคุณน่าจะรับข้อเสนอของฉันเพราะคุณคงไม่อยากให้เธอต้องยกเลิกงานหมั้นใช่ไหม”

แน่นอนข่าวการหมั้นของดลยาทำแผนเธอเสียไปบ้างแต่เธอเชื่อว่าหากปัถย์รักดลยาเขาจะทำทุกอย่างเพื่อเธอ

“อย่าสอนผมในเมื่อคุณทำตัวแบบนี้ การทำตัวเป็นคนดีมันไม่เหมาะกับคุณ” เขาตัดบทเสียงห้วนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอพึ่งตระหนักว่าเขาตัวสูงใหญ่และสามารถข่มเธอได้มากแค่ไหนหากเขาคิดจะทำ “ถ้าหมดธุระของคุณแล้วผมขอตัว”

ไอยราหน้าแดงซ่านรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยถามเสียงแข็ง “คุณจะตกลงหรือเปล่า”

 “ขอผมคิดดูก่อน แล้วผมจะให้คำตอบ”

เขาเดินจากไปไม่สนใจบอกลาด้วยซ้ำ แม้จะไม่ชอบใจและต้องการคำตอบในทันทีแต่เธอก็จำเป็นต้องรอเพราะปัถย์ไม่ใช่คนที่เธอจะข่มได้ง่ายๆ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าจุดอ่อนของปัถย์อยู่ที่ไหน หากเขาจะรับข้อเสนอจากเธอก็เพราะห่วงใยชื่อเสียงดลยามากกว่าเงินทองที่จะได้จากข้อเสนอของเธอ!!!!

ไอยรายิ้ม ตอนนี้ดลยาจะไม่ทำให้เธอเดือดเนื้อร้อนใจเรื่องแทนปิรันย์อีกแล้ว เธอจะรอให้ปัถย์มาอยู่กับนนทภัทรเสียก่อนถึงค่อยคิดว่าภาพที่มีในครอบครองจะนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้อีกบ้าง!


ณ เชิงดอย

            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

185 ความคิดเห็น

  1. #147 ingnon (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 มีนาคม 2558 / 14:10
    ร้องไห้หนักมากอ่ะค่ะไรท์เตอร์ ฮือออออ

    ปัถย์หายไปไหน กลับมาได้แล้ววววว
    #147
    0
  2. #47 patsara.eiw (@patsara2528) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:34
    น้ำตาไหลเหมือนกันอ่ะ ทุกคนเมื่อหมดแรงแต่ก็ตอ้งมีกำลังใจสักอย่างที่ทำให่เราต้องก้าวผ่านพ้นไป  ทำให้เราอยากเดินไปต่อ ถ้าทางมันตัน เราก็ก็ต้องปีนมันไปเลยถึงแม้จะต้องตะกายด้วยความยากลำบากเราก็ก็ต้องตะกายมันอยู่ดี
    #47
    0
  3. #46 violinette (@violette) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2558 / 02:52
    โอยยยย นายปัถย์จะรุ้มั้ยเนี่ยว่ามีลูก โอ่ยๆ
    #46
    0
  4. #45 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 21:05
    ปัถย์จะรู้ไหมนะว่ามีปัถย์น้อยแล้ว
    #45
    0
  5. #44 nalika (@pong29) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 20:41
    สู้ๆนะคะ รอลุ้นอยู้นะคะ
    #44
    0
  6. #43 เรฟามีร์ (@bestwills) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:34
    น้ำตาไหลเลยคะ ชอบน้องนางเอกจัง ดลินน่ารัก คุณดลสู้ๆๆๆๆๆๆดูแลหนูน้อยดีๆ เดี๋ยวพี่ปัตย์ก็กลับมา เฮียแกรักดลขนาดนั้น ไม่ทิ้งไปไหนหรอก เผลอๆอยู่แถวๆนั้นหรือเปล่า?ก็ไม่รู้5555 ขอบคุณคะ.
    #43
    0
  7. #42 noomamjaa (@noomamjaa) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 16:05
    เรื่องร้ายคลี่คลายไปได้เปลาะหนึ่งแล้วนะคะ
    #42
    0
  8. #41 นานา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2558 / 15:24
    อ่านไปร้องไป
    #41
    0