[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 8 : Mystery of the Sea : chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    31 ส.ค. 55







Life is too short to hide feelings.
Express yourself about how you truely feel.
You never know if that person has the same feeling.


ชีวิตนี้สั้นเกินกว่าจะซ่อนความรู้สึกไว้ภายใน
จงแสดงความรู้สึกที่แท้จริงของคุณออกมา
ไม่เช่นนั้น คุณจะไม่มีวันรับรู้ว่าใครคนนั้นรู้สึกเหมือนคุณหรือไม่




 

           เวลาเกือบสามสิบนาทีของการบุกฝ่าป่ากลับมาขึ้นเรือไม่มีใครพูดอะไรสักคำหนึ่ง ฉันเงียบเขาเงียบและดูเหมือนใบไม้ทุกใบจะหยุดขยับตามแรงลม

            มันเป็นเรื่องจริงหรือเนี่ย ?

            นี่ฉันถลำลึกเกินไปแล้วแถมยังแสดงความอ่อนแอออกมาอีกด้วย! ผู้ชายคนล่าสุดที่ส่งเสียงดังใส่ฉันน่ะเคยถูกยันด้วยปลายเท้าลงไปนอนแผ่กับพื้นนะ!! แล้วทำไมกับลอว์แค่เขาตวาดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดขนาดนั้น ฉันก็รู้สึกผิดรับรู้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยมากมายของเขา ถึงกับต้องร้องไห้อ้อนวอนให้เขายกโทษให้อย่างหมดท่าเฮ้อเกิดอะไรขึ้นกับฉันเนี่ย!!

            ที่ร้ายใหญ่หลังจากนั้นฉันก็เหมือนกับตกห้วงฝันครึ่งหลับครึ่งตื่นหรือผีอำก็ไม่รู้

ลอว์จูบฉัน!

จูบที่ทั้งอ่อนหวานนุ่มนวลปลอบประโลม และทำให้ฉันเคลิ้มจนเข่าอ่อน สมองหมุนติ้วจนแทบยืนไม่ไหวหากเขาไม่กอดเอาไว้เสียแน่น

หลังจากนาทีที่หวานล้ำผ่านพ้นไป เขาถอนริมฝีปากออก ดวงตาสีดำสนิทหรี่มองสีหน้าของฉันเหมือนเขาจะพึงพอใจอะไรไม่รู้ ถึงขั้นต้องกระซิบออกมาว่า อย่างนี้นี่เอง…’

แล้วฉันที่ยังมึนงงก็ถูกลากขึ้นจากน้ำแถมถูกดุอีกครั้งว่าอย่าแกล้งเจ็บแกล้งตายแบบนี้ ไม่งั้นเขาจะไม่ยอมให้อภัยในคราวหน้า  ฉันยอมรับคำสั่งนั้นอย่างเต็มใจแต่ก็พูดอะไรไม่ออกจึงให้ความเงียบและการสบตาเป็นคำตอบกับเขาแทน ซึ่งเขาก็ดูเหมือนจะเข้าใจดี จึงลูบหัวฉันสองสามครั้งแล้วค่อยจูงมือฉันออกเดิน

ลอว์ไม่พูดอะไรเรื่องจูบนั้นเลย

เราสองคนเดินลัดเลาะไปตามทางฉันรับรู้ถึงอุ้งมือใหญ่ที่อบอุ่นและให้ความรู้สึกปลอดภัยของเขา นั่นทำให้ฉันเริ่มหลงใหลและกระหายอยากไล้ปลายนิ้วไปตามรอยสักบนท่อนแขนแข็งแกร่งนั้นแต่กลับต้องสะกดกลั้นความรู้สึกไว้เสียฉันไม่แน่ใจว่าควรจะสานต่อหรือสะบั้นสายสัมพันธ์ที่เป็นอยู่ดี

            เมื่อเห็นเรือลำสีเหลืองอยู่ลิบๆ ฉันก็ค่อยๆปลดมือตัวเองออกจากการเกาะกุมและพูดออกมาได้ในที่สุด

            “เดี๋ยวคนอื่นจะเห็น

            จากทิศทางเบื้องหน้าเบโปะหันมาเห็นสภาพฉันและกัปตันของเขาแล้วเขาทำหน้าแตกตื่นและวิ่งเร็วจี๋ขึ้นเรือไปคงจะไปหาผ้าเช็ดตัวล่ะมั้ง

ลอว์หันมาสบตาฉันและเอ่ยคำพูดที่ทำให้ใจของฉันสะท้านไหว

            “ฉันไม่แคร์ว่าใครจะเห็นหรือคิดยังไง”

          เขาหมายความว่ายังไงกันนะ ? ไม่แคร์ที่ใครจะเห็นว่าเราจับมือกันแปลว่า เขารู้สึกจริงจังกับฉันจนไม่สนความคิดเห็นของลูกเรือคนไหนที่อาจจะคัดค้านการกระทำนั้น หรือเป็นในทางตรงกันข้ามเพราะเขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลย ถึงพูดได้เต็มปากว่าไม่สนสายตาคนอื่น

            ถ้าเป็นอย่างหลังจะอธิบายจูบนั่นยังไงอาจจะเป็นเรื่องของสถานการณ์พาไปหรือเปล่า ?

            ระหว่างที่ฉันกำลังคิดแปลความหมายคำพูดของเขาไม่ออกอยู่ เบโปะก็โผล่กลับมาพร้อมผ้าเช็ดตัวสองผืนโต เขาทำหน้าตกอกตกใจเกินกว่าเหตุจนน่าตลก นี่ถ้าเขารู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นนอกจากสภาพเปียกปอนที่เห็นอยู่ล่ะก็ฉันเดาว่าเขาอาจจะช็อกจนสลบไปเลยก็ได้

            “อย่าโวยวายเกินไปก็แค่ตกน้ำมาน่ะไม่มีอะไรมาก” ลอว์ตอบเจ้าหมีขาว เขาแสดงสีหน้าโกหกได้แนบเนียนจริงจัง และรับผ้าเช็ดตัวมาโปะลงบนหัวฉัน หันมาด้วยเสียงเรียบเฉย

            “รีบๆไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ”

            ฉันปีนขึ้นบันไดข้างตัวเรือ ลอว์กำลังคุยต่อกับเพนกวินและชาจิ บอกให้พวกเขาอย่าตื่นเต้นเกินไปไม่ต้องระดมคำถามให้มากนัก และขอปลีกตัวไปจัดการกับสภาพที่เป็นอยู่นี่เสียก่อน

            “บอนนี” เขาเหวี่ยงตัวจากขอบเรือลงมายืนข้างฉัน สองมือขยี้ผ้าขนหนูเข้ากับผมตัวเอง “เดี๋ยวฉันจะไปดูแผลให้ รอที่ห้องพยาบาลนั่นแหละ”

            “อือ” ฉันทำเสียงตอบรับสั้นๆ และวิ่งเข้าห้องพักไป

            เมื่อมีน้ำอุ่นราดรดลงมาบนตัว ก็ดูเหมือนว่าฉันจะสงบและมีสติมากขึ้นหลังจากครุ่นคิดดีแล้ว ฉันก็ตกลงใจได้ว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเพราะสถานการณ์พาไป ลอว์เป็นชายแท้ ในขณะที่ฉันก็เป็นหญิงแท้ ดังนั้นก็เป็นธรรมดาหรอกที่จะเอ่อเกิดอะไรแบบที่เขาเรียกกันว่า แรงดึงดูดของเพศตรงข้าม ทำให้พวกเราหน้ามืดตามัวกันไปชั่วครู่

            ดังนั้นก็คงไม่ใชเรื่องแปลกถ้าฉันจะทำตัว หว่านเสน่ห์ ใส่เขาเล่นๆ และลองคบกันเล่นๆให้พอสนุกสนาน หลังจากนั้นก็แยกกันไปแบบสบายใจเมื่อถึงเกาะหน้า ไม่มีอะไรต้องค้างคาใจกันก็ได้นี่นา

            ใช่!! มันต้องเป็นอย่างนั้นนั่นแหละแต่ว่าก็คงต้องรอดูท่าทีของเขาก่อนล่ะนะ

            คิดอีกทีก็ยังใจสั่นแปลกๆจูบแรกของฉันเสียให้กับอีตากัปตันกลุ่มโจรสลัดฮาร์ทหรือนี่

            เมื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ฉันก็นั่งเช็ดผมให้แห้งอยู่บนเตียงคนไข้ ไม่นานนักเสียงเคาะประตูสองสามครั้งก็ดังขึ้น เบโปะโผล่หัวเข้ามาก่อนและตามด้วยเพนกวินกับชาจิ เรียงไล่ลำดับอย่างกับลูกชิ้นยักษ์สามลูกตั้งในแนวดิ่งแน่ะ

            “เข้ามาสิ จะออกันอยู่หน้าประตูทำไม ?” ฉันถามพลางโยนผ้าขนหนูลงตะกร้า

            สามคนนั้นกระจุกตัวเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว เบโปะเป็นทัพหลังยืนขวางประตู ในขณะที่เพนกวินกับชาจิเป็นทัพหน้ากล้าตายเข้ามาถามฉัน นัยน์ตาพวกเขาแฝงความอยากรู้อยากเห็นเต็มเปี่ยม

            “คุณบอนนีวันนี้คุณไปที่ไหนกับกัปตันมาเหรอครับ แล้วทำไมถึงกลับมาตัวเปียกโชกเลยล่ะ ?

            ฉันยิ้มหวาน“ก็อย่างที่กัปตันนายบอกนั่นแหละไปเดินเล่น กินข้าวกล่องแล้วก็ตกน้ำในลำธารมา”

            เพนกวินทำหน้าขัดใจในคำตอบของฉัน ชาจิช่วยถามต่ออย่างตรงประเด็น “แหะๆ แบบว่าขอรายละเอียดได้ไหมครับคุณบอนนี ดูเหมือนคำตอบของคุณมีช่องโหว่ที่ไม่ได้รับการเติมเต็มเพียบเลยนะครับนั่น”               

            ฉันจะเล่ารายละเอียดได้ยังไงกันเล่า!!

            “พวกแกมาสุมหัวอะไรกันในนี้ ?

 หลังเสียงเคาะสองสามครั้งลอว์ก็เปิดประตูเข้ามาขัดจังหวะการสนทนา เขาขมวดคิ้วทำหน้าไม่ไว้ใจพวกลูกน้องตัวเองเฮ้อรอดตัวไปที่ไม่ต้องพูดโกหกอะไรกับบรรดาหนุ่มน้อยและหมีนัยน์ตาแป๋วแหวว

            “เพนกวิน ชาจิ ออกไปข้างนอกเลยมาทำอะไรเกะกะเต็มห้อง อ้อเบโปะอยู่ก่อนช่วยฉันเตรียมยาหน่อย” เขาสั่งเป็นฉากๆพลางโบกมือไล่สองหนุ่มที่ทำหน้าม่อยอย่างผิดหวัง เบโปะหันไปเตรียมของตามสั่งอย่างว่องไว อุ้งเท้าขนปุยของเขาจัดการกับม้วนผ้าพันแผลและขวดยาอย่างช่ำชอง

            ลอว์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้ว เส้นผมสีดำสนิทยังคงเปียกชื้นอยู่ เมื่อเขาเข้ามานั่งใกล้ๆ ฉันก็ได้กลิ่นหอมเย็นๆแบบน้ำหอมผู้ชายลอยมาจางๆ นิ้วมือของเขาไล่แกะผ้าพันแผลออกอย่างรวดเร็ว แผลของฉันเกือบจะหายสนิทแล้ว และแทบไม่เหลือร่อยรอยแผลเป็นใดๆทิ้งไว้ฝีมือเย็บแผลของเขานี่ยอดเยี่ยมจริงๆ

            เขาทายาและเปลี่ยนผ้าพันแผลใหม่จนเสร็จเรียบร้อย

“ขอบคุณค่ะคุณหมอ” ฉันพูดยิ้มๆ

ลอว์ไม่กล่าวตอบด้วยวาจา แต่ตอบด้วยการกระทำ เขาแอบยกมือลูบผมฉันทีหนึ่งตอนที่หมีขาวผู้ช่วยมัวแต่สาละวนเก็บของเข้าลิ้นชักอยู่ บรรยากาศกำลังน่ารักอบอุ่นดี ถ้าไม่ติดที่ว่าเขาหันไปออกคำสั่งหนึ่งกับเบโปะเสียก่อน

“เตรียมเข็มกับยาหน่อย”

ฉันฟังชื่อยาที่ลอว์พูดไม่ทัน เพราะสมาธิมัวแต่ไปจดจ่ออยู่กับคำข้างหน้า

เข็มงั้นเรอะ!! ใครกันที่ต้องถูกเข็มแทงน่ะ!!

“ลอว์เอาเข็มมาทำไมน่ะ ?” ฉันถามและภาวนาว่าคำตอบมันต้องไม่ใช่ ไม่ใช่

เขาไม่ได้หันกลับมามองฉัน ด้วยมัวแต่หรี่ตาจ้องตัวยาสีเหลืองอ่อนในกระบอกฉีดใส ปลายเข็มสีเงินเป็นวาววับทำให้ฉันหนาวสันหลังยะเยือกขึ้นมาทันที

“ถามแปลกๆ ก็ฉีดยาให้เธอไง”

ลอว์หันควับกลับมา ในมือขวาถือเข็มท่าเตรียมพร้อม ส่วนมือซ้ายถือสำลีชุบแอลกอฮอล์อยู่ เขาช่างดูตัวใหญ่น่ากลัว ยืนทะมึนเหมือนพญามัจจุราชและทำให้มือฉันชื้นเหงื่อ

“ฉันไม่ได้เป็นอะไรนี่ฉีดยาทำไมไม่ต้องหรอก” ฉันดึงผ้าห่มขึ้นมาห่อตัวเพื่อปิดบังผิวที่ต้นแขนเอาไว้ให้ปลอดภัยจากปลายแหลมของอาวุธที่สุดแสนจะสยองขวัญนั่น!!      

“ฉีดกันไว้ก่อนวันนี้เดินตากลมตัวเปียกตั้งเกือบชั่วโมง เดี๋ยวไม่สบาย” เขาเลิกคิ้วอย่างขำๆเมื่อเห็นท่าทางของฉัน

“เฮ้! อย่าบอกนะว่าเธอกลัวเข็มน่ะ”

กลัวเรอะ? ฉันไม่ได้กลัวสักหน่อย! ฉันแค่ไม่ชอบฉีดยาเท่านั้นเอง ความรู้สึกอันเลวร้ายตอนปลายเข็มแหลมเปี๊ยบเย็นเฉียบแทรกเข้ามาในผิวเนื้อมันติดตรึงในความทรงจำของฉันมากเกินไป

“ไม่ฉีด!! ฉันส่ายหัวแล้วห่อตัวในผ้าห่มแน่นกว่าเดิม

ลอว์เริ่มทำเสียงดุ “ไม่ได้!! เดี๋ยวไม่สบายแล้วจะยุ่งไปใหญ่เอาผ้าออกแล้วยื่นแขนมา เดี๋ยวนี้!

“ไม่เอา!! ฉันเถียงสู้และเขยิบร่างหนีไปชิดมุมเตียง เบโปะเบิกตาโตอย่างหวาดหวั่นและเอาอุ้งเท้าปิดปาก เขาคงเริ่มเห็นเค้าลางจลาจลที่กำลังจะเกิดในอนาคตอันใกล้นี้

ทันใดนั้นลอว์ก็เปลี่ยนท่าทีไป “ไม่ฉีดก็ได้แต่ถ้าไม่สบายขึ้นมาอย่างอแงแล้วกัน”

เขาเก็บเข็มฉีดยาลงในปลอกเยี่ยม!! อาวุธสงครามอันตรายนั่นกลับไปอยู่ในที่ทางอันเหมาะสมเสียที

ลอว์วางกล่องนั่นลงกับโต๊ะ ฉันปล่อยผ้าห่มหล่นจากไหล่ลงไปที่เตียง ทันใดนั้นก็เหลือบเห็นสิ่งผิดปกติ เขากำลังส่งสัญญาณด้วยการสบตากับเบโปะเพียงเสี้ยววินาที

และหมีขาวตัวเบ้อเริ่มก็พุ่งเข้ามาหาฉัน!!

“จับไว้ให้ได้!!” เขาตะโกนออกคำสั่งอย่างร้ายกาจให้เบโปะตะครุบฉันกดกับเตียง

เฮอะ!! ไม่มีทางซะหรอก

ฉันเปลี่ยนอายุกลายเป็นเด็กตัวเล็กมุดปราดหลบร่างขนยักษ์ใหญ่ไปได้ แต่ติดปัญหาสำคัญคือลอว์ที่กำลังยืนจังก้าขวางหน้าประตู เขาจับฉันได้แน่!! พื้นที่แค่นั้นไม่เห็นทางรอด อย่างนี้ต้องใช้วิธีมารยาหญิง ภาวนาให้มันได้ผลเถอะ! ถ้าฉันคาดเดานิสัยของเพนกวินกับชาจิไม่ผิดน่ะนะ!!

“กรี๊ดดดดดดดด!!!

คุณหมอทำหน้าตกใจเมื่อคนไข้อย่างฉันหลับตาแหกปากกรีดร้องดังสนั่นเหมือนกำลังจะถูกจับเชือดสด (ก็มันเป็นแบบนั้นจริงๆนี่!) และเมื่อกลั้นใจรอในครึ่งวินาทีต่อมา ประตูก็เปิดผางออกชนเอาลอว์ที่ยืนบังจนกระเด็นไปกระแทกผนังดังโครม สองหนุ่มผู้น่ารักกำลังแย่งกันเข้าประตูมาเป็นพัลวัน

แจ๋วที่สุด!!

“คุณบอนนีเป็นอะไรครับ!!

ท่ามกลางเสียงตะโกนถามและสีหน้าแตกตื่นของสองหนุ่มนั้น ฉันในร่างเล็กกระจิดริดก็ม้วนตัวกลิ้งตลบลอดหว่างขาของพวกเขา หนีสู่อิสระภายนอกได้อย่างสวยงาม ลูกเรือที่ทำงานอยู่ใกล้ๆหันมามองเหตุการณ์ชุลมุนวุ่นวายจนต้องอ้าปากค้างกันเป็นแถบ

ฉันกระเด้งตัวลุกยืนแล้วเริ่มออกวิ่งไปหาที่หลบซ่อนทันที!

 

  ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥

 

เจ้าแม่แห่งความวุ่นวาย!!…นั่นเหมาะเป็นฉายาของจิลเวรี่ บอนนี ในขณะนี้มากที่สุด!!

ไม่น่าแปลกใจว่าเธอหลบหนีออกมาจากเรือของกองทัพได้ยังไง ทั้งความคล่องแคล่วของร่างกายหรือสัญชาตญาณการหลบหนีและหาทิศทางรอดยอดเยี่ยมเกินเหตุจริงๆ!!

ผมต้องสะกดความโมโหเดือดปุดๆเมื่อเพนกวินกับชาจิก้มหัวขอโทษขอโพยที่ทำให้ผมกระแทกเข้ากับกำแพงเต็มแรง พวกเขาบอกว่าได้ยินเสียงกรีดร้องเหมือนเจ็บปวดทรมานอย่างยิ่งยวด ก็เลยเป็นห่วงและเปิดประตูเข้ามาดูโดยไม่ตั้งใจ

            บอนนีระดับความหวาดกลัวต่อสิ่งต่างๆของเธอดูจะผิดเพี้ยนเกินไปหน่อยล่ะมั้ง ตอนต่อสู้ต่อยตีกับโจรสลัดถือดาบถือปืนไม่ยักจะกลัวตรงไหน ทีเข็มอันเดียวล่ะกลับกลัวจนแทบคลั่ง กลายร่างเป็นแม่เสือติดปีกบินหนีหายไปไหนแล้วไม่รู้

หวังว่าคงไม่เอาเรือเล็กโดดลงทะเลหนีไปแล้วหรอกนะ!!

ผมถอนใจพรืดหนึ่งหวังดีในฐานะหมอจะฉีดยากันไข้หวัดให้แท้ๆ ดันถูกเธอทั้งโกรธทั้งกลัวเข้าให้ซะได้วันนี้ก็เหนื่อยมาตั้งมาก ไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันนะ? ผมหวังว่าจะไม่ใช่ที่ที่หนาวหรือร้อนมากเกินไป ไม่งั้นเธอคงจะป่วยจริงๆล่ะคราวนี้

 “พวกแกจะไปไหนก็ไป” ผมโบกมือไล่พวกลูกน้องที่ทำตัวลีบเดินเรียงแถวออกจากห้อง

หลังเอากล่องเข็มฉีดยาเหน็บไว้ที่ขอบกางเกงและดึงชายเสื้อลงมาปิดแล้ว ผมก็เริ่มออกเดินตามหาเธออย่างเงียบๆ ตั้งใจว่าจะไม่ทำเสียงดุหรือรุนแรงกับเธออีกที่จริงมันก็เป็นความผิดของผมเองผมคงรักษาแต่พวกผู้ชายหยาบกร้านถึกทนมามากเกินไป เลยลืมวิธีนุ่มนวลที่ควรจะปฏิบัติต่อสาวน้อยคนหนึ่งที่กลัวเข็มฉีดยา

เฮ้อถ้าผมพูดดีๆกับบอนนีแต่แรก เธออาจจะยอมให้ฉีดยาอย่างว่าง่ายก็ได้

เดินวนไปทั่วเรือจนเกือบครบรอบแล้วก็ยังไม่พบร่างเล็กๆในชุดหลวมโพรก ถามลูกเรือคนไหนก็ปฏิเสธว่าไม่เห็นสักคนสงสัยแม่สาวนั่นจะกลายร่างเป็นนางเงือกแล้วดำน้ำมุดทะเลไปซะแล้ว

แต่เมื่อเดินผ่านหน้าห้องเก็บเสบียงก็พบผ้าพันแผลผืนหนึ่งตกอยู่ขอบประตู ผมจึงตัดสินใจเข้าไปในห้องที่มืดสลัวนั้น เปิดไฟหลอดเล็ก--แสงสว่างสีส้มสลัวอาบไปทั่งบริเวณของกล่อง กระสอบ และลังของอะไรต่อมิอะไรเต็มไปหมด กวาดตามองทั่วก็ยังคงไม่เห็นใคร ผมเดินไปจนสุดทาง หยุดอยู่ที่หน้าตู้ใบหนึ่ง แม้ตาจะไม่เห็นแต่สัญชาตญาณบอกกับผมว่าบอนนีตัวน้อยแอบอยู่ในนี้แน่นอน

“บอนนี” ผมลองส่งเสียงร้องเรียกเบาๆ  

“ไปไกลๆเลยนะลอว์ อย่ามายุ่งกับฉัน!

เสียงอู้อี้ดังตอบกลับมาจากภายใน ผมค่อยโล่งใจที่หาเธอพบ จึงทรุดตัวลงนั่งกับพื้นนึกขำที่เกิดมาก็เพิ่งจะได้คุยกับผู้หญิงเอ้อตอนนี้เป็นเด็กผู้หญิงที่หลบอยู่ในตู้นี่หละ

ผมเคาะประตูตู้เบาๆ “ออกมาเถอะ ในนั้นคงจะฝุ่นเยอะเดี๋ยวหายใจไม่ออกเป็นลมไม่รู้ด้วยนะ”

“ไม่ออก ไม่ต้องมายุ่ง ฉันไม่ฉีดยา!! เธอตอบกลับเสียงแข็ง

“ฉันจะไม่บังคับเธอฉีดยาแล้ว ออกมาเถอะ” ผมทอดเสียงอ่อน บิดด้ามจับประตูดูแล้วก็พบว่ามันติดขัด เธอคงพยายามหาอะไรสักอย่างมาดามล็อกไว้ข้างในจนได้สิน่า

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆจากภายในอีกนี่ผมคงกลายเป็นยักษ์ใจร้ายสำหรับเธอไปแล้วล่ะสิ

“ฉันขอโทษที่ใช้วิธีการรุนแรงไปเมื่อกี้ฉันสัญญาจะไม่บังคับเธออีกแล้ว ฉันเป็นห่วงเธอจริงๆนะบอนนี อย่าอยู่ในนั้นเลย”

ครู่หนึ่งหลังจบประโยคประตูตู้ก็เปิดแง้มออกมา เสี้ยวหน้าเล็กๆกับดวงตาโตใสแจ๋วโผล่พอเห็นในความสลัวเลือนราง

“นายจะไม่ตะครุบจับฉันแล้วฉีดยาจริงๆนะ” เธอถามอย่างไม่แน่ใจ นัยน์ตาหวาดระแวงจ้องมองมือของผม

ผมพยักหน้ารับและยกแขนทั้งสองขึ้น “มานี่เถอะฉันขอกอดเธอหน่อยได้ไหม ?

บอนนีร่างเด็กเดินออกมา แล้วโผเข้ามาทรุดนั่งบนตักผม ผมกอดเธอไว้หลวมๆ เอื้อมมือดึงหยากไย่กระจุกหนึ่งที่ติดอยู่บนเส้นผมสีชมพูออก เธอพึมพำเบาๆขณะเอื้อมสองมือโอบรอบคอผมไว้

“ฉันขอโทษเหมือนกันที่ทำตัวงี่เง่าก็รู้อยู่ว่านายเป็นห่วงแต่ฉันก็ไม่อยากฉีดยานี่นายิ่งเห็นนายทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นก็ยิ่งชวนวิ่งหนีเข้าไปใหญ่ แต่ว่าเมื่อกี้ลองคิดๆดูแล้วถ้าเกิดฉันไม่สบายขึ้นมาจริงๆ นายก็จะต้องลำบากมารักษาให้อีก”

เธอซุกหน้าลงกับอกผม ถอนหายใจเฮือกหนึ่งเหมือนจำยอมก่อนจะพูดต่อ

“ฉันจะยอมให้ฉีดก็ได้แต่นายต้องสัญญาว่าห้ามทำฉันเจ็บเกินมดกัดนะ”

บทจะดีก็ว่าง่ายเกินกว่าที่คิดไว้นะเนี่ยแม่คุณผมหัวเราะเบาๆแล้วลูบผมเธอเล่น ขยับปลายนิ้วดึงกล่องสี่เหลี่ยมจากเอวออกมายัดใส่มือของเธอ บอนนีเบ้หน้าน้อยๆมองมันอย่างไม่ชอบใจนัก

“จะบอกเรื่องจริงให้ว่าฉันเป็นหมอมือเบาที่สุดแล้วแค่เธอหลับตานับหนึ่งถึงสิบก็เสร็จ”

 แม่สาวน้อยแกะกล่องเปิดออกมา ยื่นหลอดยาให้ผม บ่นกับตัวเองเสียงสั่นๆ “นี่นายเตรียมยามากะจะฉีดเต็มที่เลยล่ะสิ เอ้าจะทำก็รีบๆทำ เดี๋ยวฉันเปลี่ยนใจนะ”

ผมหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดบนต้นแขนของเธอ บอนนีหลับตาปี๋อย่างทนดูไม่ได้ เธอนั่งตัวแข็งเหมือนรูปปั้นหินอยู่บนตักของผม เกร็งมากเสียจนหน้าซีดหมดเลยทีเดียว

“เหตุการณ์ในวันนี้ที่ลำธารน่ะ”

ผมเริ่มพูดและเริ่มเล็งปลายเข็มแนบกับผิวเนื้อ บอนนีดูเหมือนจะลดความสนใจต่อความเจ็บปวดในจินตนาการ เธอหันมาทำตาโตจ้องหน้าผมในขณะที่ฟังต่ออย่างตั้งใจ

“ฉันจะไม่พูดว่า ขอโทษ หรอกนะ”

ปลายเข็มฉีดยาแทรกผ่านผิวของเธอเข้าไปอย่างนุ่มนวล เอาล่ะเหลือแค่กดปลายกระบอกเดินยาเท่านั้นเอง บอนนียังไม่มีท่าทีว่าจะเจ็บปวดอะไร สายตายังคงจับที่หน้าผมนิ่งอยู่อย่างนั้น

“แล้วก็จะไม่พูดว่า มันเป็นอุบัติเหตุ ด้วย”

ตัวยาจากกระบอกฉีดค่อยๆถ่ายเทเข้าร่างเธออย่างช้าๆไม่เร่งรีบ

“แล้วมันก็ไม่ได้เกิดจากสถานการณ์พาไปหรือว่าอารมณ์ชั่ววูบแบบไหน”

ผมค่อยๆถอนเข็มออกมา ดึงสำลีอันหนึ่งปิดไว้ที่รอยเข็มและทับด้วยเทป จบท้ายด้วยการดึงร่างเล็กมากอดไว้อีกครั้ง ซบหน้าลงสูดกลิ่นหอมของแชมพูจากเรือนผมยาวสลวย

“ จูบนั่นเกิดจากความตั้งใจเพราะว่าฉันดันตกหลุมรักเธอไปแล้วบอนนี ”

ผมไม่ทราบว่าอีกฝ่ายรู้สึกยังไงเมื่อผมพูดออกไปแบบนั้น เธอเพียงแต่กอดตอบผมแน่นด้วยมือเล็กๆและแขนสั้นๆทั้งคู่ บางทีการที่เธออยู่ในร่างเด็กก็ทำให้ผมรู้สึกแปลกๆเหมือนกันถ้าคนไม่รู้มาดูจากภายนอกแล้ว คงเห็นเป็นผู้ใหญ่ล่อลวงเด็กผู้หญิงขณะฉีดยาไม่ใช่ฉากการสารภาพรักของชายหนุ่มต่อหญิงสาวอย่างแน่นอน

“ลอว์

เธอพึมพำเรียกผมอยู่ข้างหู

“ว่าไง ?

“นายฉีดยาเสร็จแล้วเหรอ ?

ผมหัวเราะและดึงตัวเธอออกห่างเล็กน้อย “เสร็จไปตั้งนานแล้วเธอไม่เจ็บเลยใช่ไหมล่ะ ? บอกแล้วไงว่าฉันเป็นหมอหัตถ์เทวดา”

“เราคงมีเรื่องต้องคุยกันอีกยาวเลยล่ะ….” บอนนีหรี่ตาน้อยๆ ปลายนิ้วลูบคางและแก้มของผมเล่น  สัมผัสนั้นทำให้ผมรู้สึกดี และอยากจะทำเรื่องอื่นที่ดีกว่านั้นต่อ  

“แล้วเราค่อยมาเพิ่มรายละเอียดกันทีหลัง”

ผมตอบและยกมือจับแก้มเธอ ค้นพบว่าแค่มือเดียวก็บังใบหน้าของบอนนีได้มิด เวลาเธอเปลี่ยนร่างมาอายุเท่านี้ทำให้ผมต้องเบามือในการแตะต้องยิ่งกว่าเดิม เพราะตัวเล็กกระจิ๋วนั้นดูบอบบางเหมือนตุ๊กตาแก้วที่ต้องได้รับการทะนุถนอมอย่างใส่ใจ 

“กลับร่างเดิมหน่อยสิ” ผมเริ่มแตะปลายจมูกไล่ไปตามเส้นผมหอมกรุ่นจนถึงพวงแก้มเนียนใส พร้อมออกปากอ้อนให้เธอกลับสู่สภาวะปกติเพราะว่าการกระทำหลังจากนี้อาจไม่เหมาะสมถ้าเธออยู่ในร่างเด็กน้อยไร้เดียงสา

บอนนีย่นจมูก ยกนิ้วชี้ขึ้นดันให้หน้าผมออกห่าง “ทำไมล่ะ ไม่ชอบแบบตัวเล็กๆพกพาได้เหรอ ?

“เปล่าแค่รู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่โรคจิตกำลังล่อลวงเด็กอยู่”

สาวน้อยบนตักหัวเราะตอบผม “ร่างเดิมตัวหนักนะ อยากให้นั่งอยู่แบบนี้เหรอ ?

            “ไม่หนักหรอกต่อให้กินช้างเข้าไปทั้งโขลง เธอก็ยังตัวเบาอยู่นั่นแหละ”

            เธอยิ้ม นัยน์ตาเป็นประกายระยับ “นี่นายรู้อะไรไหมเราไม่ควรจะ สวีท กันตอนนี้หรอกนะ”

“ทำไมล่ะ ?

“ก็เพราะ” บอนนีลุกขึ้นยืนแล้วดึงมือผมให้ลุกตาม เธอเดินนำไปที่ประตูอย่างเงียบเชียบ และคว้าลูกบิดเปิดออกในทันที!

“แว๊กกกก!! จ๊ากกก!!

เหล่าลูกเรือของผมแหกปากร้องอย่างตกใจเมื่อพากันล้มทับกองระเนระนาดอยู่แทบเท้า เดาได้ว่าสภาพการยืนของพวกเขาเมื่อครู่คือเอนตัวเบียดกันและเอาหูแนบชิดประตูอยู่แหงๆ!!

“ก็เพราะแบบเนี้ยแหละ!

 บอนนีกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มขบขัน เธอยักไหล่แล้วกระโดดอ้อมกองมนุษย์ไป ทิ้งให้เบโปะ เพนกวิน ชาจิ และแม้กระทั่งจีนบาร์ท!! นอนเหลือบตามองผมด้วยสีหน้าสำนึกผิด

นี่ผมจะไม่มีเวลาส่วนตัวก็เพราะพวกมันเนี่ยแหละ!!

“ไสหัวไปทำงานเดี๋ยวนี้!!

ผมตะโกนลั่นใส่ลูกน้องที่วิ่งหนีไปคนละทิศละทางอย่างอุตลุด แต่พวกมันก็ยังอุตส่าห์ทำสีหน้าล้อเลียน ขยับปากกระซิบกระซาบเป็นคำว่า สู้ๆนะครับแถมท้ายที่หนักสุดเห็นจะเป็นเบโปะผู้ทำหน้าเคร่งขรึมแล้วหันมาถามว่า

“ให้จัดเตียงใหม่ไหมครับกัปตัน?

 

ผมล่ะพูดอะไรไม่ออกกับพฤติกรรมของเจ้าพวกนี้จริงๆ!!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #702 ` วังเวอเวย์ [?] (@zosoindy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 22:01
    เบโปะ 555555555 ฮาอ่ะน่ารักมากก
    #702
    0
  2. #614 pangz' (@pang-61) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 14:17
    "ให้จัดเตียงใหม่ไหมครับกัปตัน?" เบโปะน่ารัก 5555555
    #614
    0
  3. #597 Because i cate (@loveyougaara) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 18:23
    เบโปะจังนารักอะ "ให้จัดเตียงใหม่ไหมครับกัปตัน" ก็ดีนะ 555
    #597
    0
  4. #527 sayrine (@nasissa321) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 00:20
    "ให้จัดเตียงใหม่ไหมครับกัปตัน" เบโปะพูดได้น่ารักมากจ้า

    #527
    0
  5. #464 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 01:26
    "ให้จัดเตียงใหม่ไหมครับกัปตัน?" ไปไม่เป็นเลย เบโปะนายแน่มาก 555
    ว่าแต่ลูกน้องของนายแต่ละคนนี่สุดๆ จริงๆ ไม่มีความเกรงใจกัปตันเลย 555
    #464
    0
  6. #444 rm14 (@rm14) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2556 / 19:53
    ชอบเบโปะจัง ท่าได้มานอนกอดก็ยอดไปเลย :3
    #444
    0
  7. #439 P-plai-NewworlD (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 15:29
    ช่างเป็นลูกน้องที่ห่วงใยกัปตันนะ เบโปะ ' ให้จัดเตียงใหม่ไหมครับกัปตัน ' ไปไม่เป็นเลย 555
    #439
    0
  8. #185 N-A-T-T-I-T-A (@nattita211) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 21:30
    เบโปะพูดได้ดี 555

    "ให้จัดเตียงใหม่ไหมครับกัปตัน"
    #185
    0
  9. #107 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 22:06
    แม้กระทั้งพวกลูกเรือก็ยังเชียร์คู่นี้เลย
    #107
    0
  10. วันที่ 4 กันยายน 2555 / 11:52
    คห.7
    กดไลค์เลยง่า>.,<
    #55
    0
  11. วันที่ 4 กันยายน 2555 / 00:11
    อัพต่อน๊าอัพต่อน๊า น่ารักมากคู่นี้ ได้โปรดอัพต่อเถอะน๊า
    #54
    0
  12. #52 เบมมี่ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กันยายน 2555 / 16:31
    ช่องโหว่ที่ไม่ได้รับการเติมเต็ม ต้องให้หัวใจของคนสองคนมาตอบนะ
    #52
    0
  13. #50 Pokky_LoveFamily (@maniroj) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2555 / 23:27
    5555555555
    ฮาตรงเบโปะเนี่ยแหละ><
    พวกลูกน้องก็อยากรู้อยากเห็นเยอะจริงๆ
    (แต่เราก็แอบดูเหมือนกัน-..-)
    555จะรอติดตามต่อนะคะ^  ^
    #50
    0
  14. #49 ~Spirit~ (@poringrenger) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2555 / 15:02
    อ๊ากกก อ๊ากก อ๊ากกก ไม่ไหวแล้ว 5555

    ขอรีเควสหน่อยค่าไรท์เตอร์ อยากให้สองคนนี้ทะเลาะกันแล้วบอนนีทำให้ลอว์เป็นเด็ก=,.=;;; หลอกค่าาา  รีเควสเฉยๆอย่าได้ใส่ใจ 555
    #49
    0
  15. #48 LuNa Only!!! - GT.OP. (@tarkra) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2555 / 09:45
    อั๊ยย๊ะ! เบโปะเจ๋งอ่ะ!

    "ให้จัดเตียงใหม่ไหมครับกัปตัน"

    ชอบสุดๆ เลยคำเนี่ยะ!
    #48
    0