[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 7 : Mystery of the Sea : chapter 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,958
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    24 ส.ค. 55







I would rather have one kiss from her mouth, one touch her hand,
than eternity never touch her.


ฉันขอเลือกจูบเธอเพียงครั้ง จับมือเธอเพียงหน มากกว่าการอยู่ตราบนิรันดร์โดยไม่เคยได้สัมผัสเธอเลย



 

            ผมนอนหลับๆตื่นๆตลอดทั้งคืนแต่ก็กลับไม่รู้สึกง่วงงุนซึมเซาเมื่อลุกขึ้นมาพบเช้าวันใหม่

บางสิ่งก่อกวนใจอยู่ลึกๆเหมือนคลื่นใต้น้ำผมต้องการเวลาคิดและวิเคราะห์โดยละเอียดที่จริงจะเรียกว่า วินิจฉัย ก็ไม่ผิดนัก ก็เหมือนๆกับเวลาที่คนไข้คนหนึ่งมานั่งอยู่ตรงหน้า เราก็ต้องวินิจฉัยหาสาเหตุว่าเขาเป็นอะไร จะรักษาด้วยวิธีไหนและแนวโน้มผลการรักษาเป็นอย่างไร

ไอ้เรื่องชนิดของโรคหรือขั้นตอนการรักษา--ถ้ามันยากนักหรือไม่แน่ใจก็ไปค้นตำราดูอย่างละเอียดก่อนก็ได้--เพื่อความมั่นใจว่าทุกอย่างจะดำเนินไปอย่างถูกต้องตามหลักการ

แต่อาการประหลาดที่ตกค้างอยู่ตอนนี้ไม่มีคู่มือการแพทย์เล่มไหนเขียนบอกไว้ว่าจะรักษาหรือบริหารจัดการกับมันอย่างไรดี

ให้ตายเถอะจิลเวรี่ บอนนีเธอเป็นต้นเหตุแท้ๆเลยเชียว!

รู้งี้ไม่สั่งให้เก็บเธอขึ้นมาจากทะเลก็ดีเอ๊ะจะดีเหรอถ้าผมไม่สั่งให้เก็บเธอขึ้นมา เธอก็จะจมน้ำหรือไม่ก็เสียเลือดมากไปจนช็อกหรือถูกเจ้าแห่งท้องทะเลเขมือบลงกระเพาะ!

ไม่ดีไม่ดีแน่ๆ!!

ภาพร่างไร้วิญญาณของบอนนีทำให้ผมขนลุกและสะบัดหัวขับไล่จินตนาการออกไป พร้อมๆกับเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเป็นจังหวะสองสั้น -- หนึ่งยาว -- สองสั้น

นาฬิกาบอกเวลาเก้าโมงครึ่งผู้หญิงเจ้าปัญหามาพบผมแล้ว

บอนนีเปิดประตูพรวดเข้ามาไม่รู้ว่าวันนี้เธอไปเอาเสื้อผ้าของใครมาใส่เสื้อเชิ้ตตัวหลวมสีครีมพับแขนขึ้นถึงข้อศอกและปล่อยชายยาวคลุมสะโพกกับกางเกงผ้าสีน้ำตาลยาวเกือบถึงเข่า ที่ดูแปลกตาไปก็คือเส้นผมสีชมพูที่ถักเป็นเปียเดี่ยวและมัดด้วยเศษเชือก มันแกว่งไปแกว่งมาอยู่กลางหลังของเธอ ผมเห็นแล้วรู้สึกคันมืออยากเอื้อมไปดึงเล่นยังไงไม่รู้

เธอไม่ได้ตรงมานั่งที่โต๊ะเหมือนทุกวัน แต่กระโดดโลดเต้นเข้ามาเกาะแขนผมพร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “เบโปะส่งฉันมารายงานคุณกัปตันเราพบเกาะแล้ว!!…อยู่ห่างไปไม่ถึงหนึ่งไมล์เลย!

วูบแรกในความรู้สึกนั้นผมรู้สึกเฉยๆขึ้นเกาะหรือก็โอเคพ่อครัวจะได้ไปซื้อเสบียงมาเพิ่มหรือบางทีผมอาจจะมองหาหนังสือเล่มใหม่สักสองสามเล่ม

แล้วความทรงจำที่แสนสำคัญก็ผุดขึ้นมาในสมอง

เธอจะจากไปเมื่อเดินทางถึงเกาะที่มีความเจริญเพียงพอ!

“เป็นอะไรไปน่ะออกไปดูกันเถอะ!” เธอวิ่งถลันไปที่ประตูแล้วกวักมือถี่ๆร้องเรียกเสียงดัง ทำให้ผมต้องหยิบดาบแล้วเดินตามไปช้าๆ

ก้าวต่อก้าวดูเหมือนจะหนักอึ้งปานเหล็กถ่วง ทั้งที่จิตใจเริ่มเบาโหวงเหวงเหมือนขนนก

เธอคงเห็นความชักช้าไม่ทันใจจึงซอยเท้าวิ่งกลับมาแล้วกระตุกข้อมือกึ่งลากผมให้เดินไปด้วยกัน “นายไม่สบายหรือเปล่า ? ทำไมทำหน้าอย่างงั้นล่ะ ?

ผมเหลือบตาลงมองมือของตนเองที่แกว่งไปแกว่งมาตามสัมผัสของบอนนี เธอจ้องหน้าผมแวววิตกกังวลฉาบอยู่ในดวงตาสีม่วงเป็นประกายนั้น ผมจึงตัดสินใจปรับสีหน้าเป็นปกติ  

“เปล่านี่ฉันไม่ได้เป็นอะไรไหนล่ะเกาะ ?

เธอยิ้มกว้างแล้วชี้มือไปทิศที่เหล่าลูกเรือกำลังยกมือป้องลมหรี่ตามอง บางคนก็ใช้กล้องส่องทางไกลตรวจสอบกันยกใหญ่ และทันทีที่ผมเงยหน้ามองตามความโล่งอกก็วาบขึ้นมาจนถึงกับต้องลอบระบายลมหายใจเลยทีเดียว

มันเป็นแค่เกาะที่เต็มไปด้วยต้นไม้รกชัฏ มองมุมไหนก็ไม่มีวี่แววของผู้คนอาศัยอยู่เลย

บอนนีคงไม่คิดจะปลีกตัวจากไปในเกาะแบบนี้หรอก…

“นี่ฉันก็เคยลงไปสำรวจเกาะที่มีภูมิประเทศแบบนี้เหมือนกันตอนนั้นน่ะสนุกน่าดูเลย มีแมงป่องตัวยาวเท่าท่อนแขน แล้วก็ผลไม้อะไรสักอย่าง รสชาติอร่อยมาก!! อ้อ! แล้วก็เจอของล้ำค่าอีกอย่างหนึ่งด้วย ฉันว่าในเกาะนี้มันต้องมีเหมือนกันแน่ๆ!!

เธอพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุดแล้ววิ่งหายไปในห้องครัว ฟังจากเสียงเอะอะดังแว่วๆมา พอจับความได้ว่ากำลังอ้อนพ่อครัวให้เตรียมข้าวกล่องขนาดพิเศษสองกล่อง ไม่เอาแครอทแข็งๆนะเธอว่าอย่างนั้น

เสียงโซ่เหล็กของสมอที่ถูกปล่อยเหมือนเป็นสัญญาณเริ่มการแบ่งหน้าที่--มีฝ่ายเฝ้ายามที่เรือกับฝ่ายลงไปเก็บเกี่ยวหาเสบียง ทั้งพืชผลไม้ที่พอจะกินได้ เนื้อสัตว์ป่าที่ไม่พิลึกพิลั่นเกินไปนัก รวมถึงน้ำจืดสำรอง

“บ่ายโมงให้กลับมาพบกันที่เรือ ถ้าล็อกเกาะต่อไปได้เราจะออกเดินทางทันที!

ลูกเรือทุกคนส่งเสียงตอบรับคำสั่งของผมโดยพร้อมเพรียงกัน น้ำทะเลแตกกระจายดังซ่าเมื่อพวกเขาวิ่งลุยเข้าไปยังชายฝั่งที่ปกคลุมด้วยต้นหญ้าใบหนาสีเขียวเกือบดำ

 แม่สาวจอมวุ่นวายวิ่งกลับมา บนไหล่สะพายห่อผ้าที่คาดว่าเป็นเสบียงที่เธอสั่งจากครัวเมื่อครู่

“ไปกันเถอะ!! นี่ฉันเตรียมข้าวมาเผื่อนายแล้วด้วยนะพนันได้เลยว่าเกาะนี้ต้องมีอะไรดีๆแล้วนายจะต้องชอบมันแน่ๆ!

บอนนียิ้มมุมปากทำทีมีลับลมคมใน

“ไปก็ได้แต่เกิดอะไรขึ้นฉันไม่ดูแลเธอหรอกนะ”

ผมตอบรับแล้วยักไหล่ ก้าวลงจากเรือโดยมีคนที่กระตือรือร้นกับการผจญภัยเกินเหตุตามมาติดๆ เธอย่นจมูกนิดๆก่อนกล่าวตอบเสียงใส

“เฮอะเป็นฉันต่างหากที่ต้องให้ความคุ้มครองนายคุณกัปตัน!

เกาะนี้ก็เหมือนกับป่ารกทึบทั่วไปที่ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ดอกไม้ที่ไม่ทราบชนิดสารพัดสีแข่งกันบานสะพรั่งอยู่ทางโน้นทางนี้ บอนนีเดินลุยหญ้าพลางฮัมเพลงอย่างสบายใจ ดูเหมือนไม่ห่วงเรื่องทิศทางว่าเราจะเดินกลับมาที่เรือถูกหรือไม่ มีแต่ผมนี่แหละที่คอยเช็คทิศอยู่เรื่อยๆ และทำรอยบากไว้ตามต้นไม้รายทางบนลำต้นหรือไม่ก็กิ่งระดับเตี้ยๆ

เธอวิ่งเล่นกระโดดไปกระโดดมา อยู่ไม่นิ่งเหมือนกระต่ายป่าแสนซน บางทีก็ปีนขึ้นต้นไม้ไปเด็ดผลไม้หน้าตาแปลกๆมาลองดม ทำท่าจะชิมแต่ผมห้ามไว้เพราะกลัวจะมีพิษ บางทีก็แวะหยุดดูรังนกบนกิ่งไม้ใหญ่ หัวเราะอย่างเอ็นดูให้กับลูกนกตัวเล็กๆที่ยังไร้ขนและอ้าปากรออาหารจากแม่

ผมไม่คิดว่าจะได้เจออะไรที่เป็น ของดีบนเกาะนี้ตามคำอวดของบอนนีหรอก

แค่ได้เดินตามอยู่ไม่ไกลและเฝ้าดูอากัปกริยาตื่นเต้นกับสีหน้าร่าเริงของเธอ

เพียงเท่านั้นหัวใจของผมก็ยิ่งมีสีสันมากขึ้นไปทุกวินาทีแล้ว

“กรี๊ดดดด!!

เสียงกรีดร้องแตกตื่นของบอนนีทำให้ผมตกใจ หางเปียสีชมพูกับหน้าซีดขาวผลุบๆโผล่ๆมาท่ามกลางพงหญ้าที่สูงเกือบถึงต้นขา เธอวิ่งหน้าตั้งกลับมาแล้วกางสองแขนกระโจนโผเข้าหาผม

ผมรับตัวเธอไว้ได้ด้วยมือเดียวอย่างสบาย

บอนนีเปลี่ยนเป็นเด็กตัวเธอเล็กนิดเดียวดูเหมือนอายุไม่เกินห้าขวบ

สถานการณ์จึงกลายเป็นว่าผมกำลังอุ้มเด็กน้อยที่กำลังทำหน้าตาตื่นกลัวด้วยมือข้างหนึ่งที่ยังพอว่าง ส่วนมืออีกข้างนั้นยังต้องถือดาบพาดบ่าไว้

ไม่มีตัวอะไรติดตามเธอมาจากหลังพงหญ้ารกทึบนั้น

“เกิดอะไรขึ้น!…แล้วเธอจะลดอายุตัวเองทำไมเนี่ย!

บอนนีตัวเล็กเบ้หน้าเบะปากเหมือนจะร้องไห้ “อีกนิดเดียวก็จะถึงที่นั่นแล้วแท้ๆนายอุ้มฉันข้ามพงหญ้านี้ไปหน่อยสิ”

ที่นั่น น่ะคือที่ไหน แล้วตกลงว่าเธอวิ่งหนีอะไรมา ?

สองแขนเล็กจิ๋วกอดรัดลำคอของผม “ที่นั่นคือที่ที่มีของดีไงล่ะ ส่วนไอ้ตัวที่ฉันหนีมาที่จริงมันก็ไม่อันตรายหรอกแต่ว่า” เธอส่ายหัวดิกเหมือนไม่เต็มใจจะตอบแล้วแย่งหมวกผมไปใส่อย่างไม่ขออนุญาต แถมท้ายด้วยการดึงขอบลงมาปิดตาตัวเองจนมิด

“เดินฝ่ามันไปเถอะเดี๋ยวนายก็เห็นเองล่ะน่ะ!

อยากจะหัวเราะให้ท้องคัดท้องแข็งดูสิใครกันที่พูดไว้ตั้งแต่ก่อนลงจากเรือว่าจะให้ความคุ้มครองคนอื่นตัวเองยังเอาไม่รอดเลย

ผมเดินฝ่าพงหญ้าเข้าไป จับตามองตามพื้นอย่างระมัดระวังบอนนีนิ่งเงียบและซุกใบหน้าที่มีหมวกปิดเกือบมิดเข้ากับคอผม สองมือยังคงเกาะแน่นไว้ไม่ผ่อนแรงลง ลมหายใจอุ่นๆที่เป่ากระทบผิวเนื้อทำให้ใจผมเต้นตึกตักเสียยิ่งกว่าตอนลองลิ้มผลปีศาจเสียอีก

แล้วในที่สุดผมก็ค้นพบสาเหตุการกรีดร้องของแม่โจรสลัดสาว มันคือหนอนสีขาวตัวเล็กๆไม่ใช่แค่ตัวสองตัว แต่อยู่รวมกันยุบยับเป็นร้อยๆ ต่อแถวดาหน้าเป็นเส้นขวางทางเหมือนกับกำลังพากันอพยพไปที่ไหนสักแห่งหนึ่ง

อืมก็ไม่แปลกที่ผู้หญิงจะขยะแขยงมันน่ะนะ

“ผ่านมันไปหรือยัง” บอนนีเอ่ยเสียงสั่น เธอยังคงไม่กล้าลืมตามองอยู่นั่นเอง

ทันใดนั้นผมก็มีความคิดรื่นรมย์อยากแกล้งคน จึงรีบก้าวข้ามถนนหนอนแล้วเดินเลยไปอีกสามสี่ก้าว ถึงบริเวณพื้นราบโล่งที่มีแต่ต้นหญ้าเตี้ยๆ

“ยังเนี่ยมันอยู่ตรงปลายเท้าฉันพอดีเลยมีอยู่เป็นร้อยไม่สิเป็นพันได้เลยมั้งสีขาวเป็นปล้องๆมีเมือกลื่นๆเคลือบอยู่ ขยับตัวกระดุบกระ--

“หยุดบรรยายเดี๋ยวนี้นะ!!

แม่สาวตัวน้อยแว้ดข้างหูเสียงสั่น “รีบๆก้าวข้ามไปซีจะยืนรอให้มันไต่ปลายรองเท้าของนายขึ้นมาหรือไงฮึ!

“จะเป็นยังไงถ้าฉันโยนเธอลงไปตอนนี้” ผมถามด้วยน้ำเสียงกลั้นหัวเราะสุดขีด

“หา!! บอนนีสะดุ้งอย่างแรง นิ้วมือทั้งสิบตะกายเกาะทั้งปกเสื้อและรอบคอของผมมากขึ้นไปอีก “ไม่เอาน่านายอย่าล้อเล่นสิรีบๆข้ามไปเร็วๆเลย”

ผมบรรยายช้าๆด้วยน้ำเสียงยานคาง “หนอนจะค่อยๆไต่ขึ้นมาบนเส้นผมเข้าไปใต้เสื้อคลานอยู่บนผิว

“หยุดเลยนะ!

มือเล็กๆข้างหนึ่งตีไหล่ผมดังเพี๊ยะ พร้อมเสียงที่จวนจะร้องไห้รอมร่อ

จุดที่ยอดเยี่ยมที่สุดของการแกล้งครั้งนี้มาถึงแล้วผมปล่อยมือออกจากตัวเธอกะทันหัน เสียงอุทานแหลมๆหลุดจากปากบอนนี แต่เนื่องจากมีกองหนอนอยู่ที่พื้นข้างล่างในจินตนาการของเธอ เธอจึงไม่ยอมปล่อยตัวเองตกลงไป กลับกางแขนรัดคอผมเสียแน่น แถมขาทั้งสองก็เกี่ยวรอบเอวผมเหมือนหมีโคอะลาเกาะต้นยูคาลิปตัส ปากก็พึมพำครวญครางเสียงดัง

“ไม่ๆๆๆ ไม่เอาหนอนนะ!! ฮืออีตาบ้า!…ฉันเกลียดนายที่สุดเลย!

ผมหัวเราะลั่นอย่างสุดจะกลั้นนี่น่ะเหรอโจรสลัดสาวค่าหัว 140 ล้านเบรีที่สยบทหารเรือได้ทั่วทุกสารทิศจากแถบเซาท์บลู

“ล้อเล่นน่าลืมตาซะทีสิ” ผมดึงหมวกออกมาสวมให้ตัวเองดังเดิม

ดวงตาสีม่วงค่อยๆลืมขึ้นทีละข้างชำเลืองมองไปที่พื้น พอเห็นว่าปลอดภัยก็ปล่อยตัวเองลงไปยืนทันที ความสูงของเธอยังต่ำกว่าเอวผมไปโข สองแก้มแดงก่ำและเชิดหน้ามองผมด้วยนัยน์ตาเอาเรื่อง

“แกล้งกันได้นะคนบ้า!!

บอนนีเดินนำต่อไปอย่างกระฟัดกระเฟียด ผมจึงได้หัวเราะไล่หลังเธออีกครั้งหนึ่ง

“แล้วเมื่อไรจะถึง ที่นั่น ของเธอเสียทีล่ะ” ผมเร่งฝีเท้าขึ้นไปเดินอยู่ข้างร่างเล็กกระจิดริดที่ก้าวจ้ำอ้าวได้เร็วอย่างเหลือเชื่อสำหรับขาสั้นๆแค่นั้น

“ไม่รุ!! เธอสะบัดหน้าหนีแล้วแหวกกอพุ่มไม้ออกด้วยสองมือ

            แม่คุณงอนตุปัดตุป่องซะแล้ว              

            ผมจึงเอาใจด้วยการช่วยให้เธอเดินสะดวกๆ กอพุ่มไม้ที่ขวางหน้าอยู่จึงขาดสะบั้นอย่างรวดเร็วจนเกือบโล่งเตียนด้วยการควบคุมของผม เธอหันมาค้อนใส่วงหนึ่งแล้วเชิดหน้าเดินนำต่อไป

            ผมขยับปากจะชวนเธอคุยต่อแต่ก็นิ่งเงียบไปเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

            ถ้าจะให้คำจำกัดความก็คงเป็นทุ่งหญ้าในสรวงสวรรค์

ลมเย็นพัดแผ่วทำให้เกิดคลื่นของใบหญ้าอ่อนนุ่มสีเขียว แซมด้วยดอกไวโอเล็ตสีม่วงอ่อนสลับดอกดาวกระจายสีเหลืองสดใส มวลหมู่ผีเสื้อหลากสีสันและแมลงปอบินว่อนอยู่ทั่ว เสียงน้ำไหลดังแว่วมาจากทิศหนึ่งมันคือลำธารขนาดเล็กที่มีน้ำใสแจ๋วมองเห็นพื้นหินกรวดสีสันแวววับกับปลาตัวโตว่ายไปว่ายมา

“ที่นี่ก็คือ ที่นั่น ยังไงล่ะ!! 

บอนนีส่งเสียงอย่างมีความสุขเธอคงลืมไปแล้วว่าเมื่อกี้กำลังโกรธผมอยู่

ร่างของเธอกลับคืนมาสู่วัยสาวอีกครั้ง รีบเร่งปลดห่อผ้าลงจากไหล่ตัวเองแล้วหยิบข้าวกล่องออกมายัดใส่มือของผม

ดูเหมือนว่านอกจากการปรับเปลี่ยนอายุแล้ว บอนนียังน่าจะมีความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่ง--ส่งคลื่นพลังที่เปี่ยมสุขล้นเหลือออกมาสู่คนอื่นๆรอบตัวได้

“ไปนั่งกินตรงนั้นกันเถอะ ว้าวชิดกับริมผาด้วยวิวสวยจังเลย” เธอวิ่งนำผมไปแล้วหันมาโบกมือเรียกหยอยๆ ผมเดินตามไปนั่งลงบนพื้นหญ้าที่เป็นพรมหนานุ่มปูลาดอยู่ จมูกสูดได้กลิ่นดอกไม้หวานๆโชยมาในสายลม

“เธอรู้ได้ไงว่าจะมีที่แบบนี้” ผมถามเธอเมื่อเริ่มเปิดข้าวกล่องออก

บอนนียิ้มแยกเขี้ยว ยกนิ้วหนึ่งทาบริมฝีปาก “ความลับของสัญชาตญาณผู้หญิง!

“อ้อเดาสุ่มน่ะเหรอ” ผมหัวเราะและทำให้เธอค้อนใส่อีกครั้ง

นานมาแล้วที่ไม่ได้มีมื้ออาหารที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ไม่ใช่ว่าอาหารอร่อยเป็นพิเศษตรงไหน….ส่วนที่ดีส่วนหนึ่งมาจากบรรยากาศของธรรมชาติที่งดงามเหมือนภาพวาดแต่ต้นเหตุของความรู้สึกดีๆส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจะมาจากเธอที่พูดคุยได้ไม่หยุดตลอดเวลาเดี๋ยวเรื่องนั้นเดี๋ยวเรื่องนี้

มันไม่เคยน่าเบื่อและไม่แม้แต่จะเฉียดใกล้กับคำว่ารำคาญ

ใจผมปลอดโปร่งเบาหวิวเหมือนลูกโป่งที่ลอยไปแสนไกล

หลังกินข้าวเสร็จเราสองคนก็นอนแผ่บนพื้นหญ้า จ้องมองท้องฟ้าสีครามที่มีปุยเมฆประดับประปราย อากาศกำลังดีมีลมพัดเย็นสบาย เธอพึมพำขึ้นมาเบาๆ สีหน้าดูงัวเงียเหมือนกำลังจะหลับกลางวัน

“ตอนที่ฉันยังเด็กก็เคยออกมานอนเล่นกลางแจ้งบ่อยๆ อากาศดีเหมือนวันนี้เลย”

ความทรงจำตอนเด็กของผมเกี่ยวกับชีวิตกลางแจ้งน่ะหรือไปไม่ไกลกว่าป่าหลังคฤหาสน์หรอก

“ฉันจะออกไปจับสัตว์ในป่ามาทดลองในวันที่แดดดี”

เธอพลิกร่างนอนตะแคงหันหน้ามาทางผม “รังแกสัตว์คนใจร้าย”

“ถ้าใจร้ายจริง เธอไม่มาอยู่ที่นี่หรอก” ผมโต้กลับแล้วประสานสองมือหนุนหัว

แม่เสือสาวทำหน้ามุ่ยเนื่องจากเถียงไม่ออกแล้วก็อ้าปากหาวหวอด “ง่วงจังขอนอนซักแป๊บนะ ปลุกด้วยล่ะ”

“ไม่ปลุกหรอกจะออกเรือไปและทิ้งเธอไว้บนเกาะนี่ซะเลย”

บอนนีนอนขดตัวยกเข่าขึ้นมาเกือบชิดคาง ไม่ส่งเสียงตอบคำและพริ้มตาหลับ หลงเหลือเพียงแค่รอยยิ้มจางที่ริมฝีปากกับลมหายใจแผ่วเบาสม่ำเสมอ

ใบหน้ายามหลับใหลของเธอดูน่ารักเหมือนเทพธิดาน้อยๆผมเฝ้ามองอย่างเงียบๆอาจจะสิบนาที--หรือมากกว่านั้นท่ามกลางกลิ่นดอกไม้และเสียงนกร้องแผ่วๆ ช่วยกันขับกล่อมจนผมเผลอเข้าสู่ภวังค์นิทราไปด้วยโดยไม่รู้ตัว

และเมื่อผมลืมตาตื่นขึ้นมา ทุกอย่างก็ยังคงเป็นปกติดาบกับห่อของยังอยู่ครบ

แต่ข้างกายกลับว่างเปล่าบอนนีหายไป!!

ผมรีบผุดลุกขึ้นยืน กวาดตามองโดยรอบ เผื่อว่าเธออาจจะเดินเล่นอยู่แถวนี้ปีนต้นไม้ขึ้นไปดูนกหรือว่าอาจจะเล่นน้ำริมลำธารใกล้ๆ

“บอนนี!

ผมส่งเสียงเรียกเธอเมื่อเดินไปเดินมาเกือบห้านาทีแล้วไม่พบเห็นแม้แต่เงาร่างที่คุ้นตา ทุกๆที่ดูว่างเปล่าไปหมด สภาพป่าแบบนี้แม้ดูเหมือนไม่มีอันตรายแต่จะวางใจได้อย่างไรแล้วบอนนีก็เหมือนกัน ทั้งที่ดูเข้มแข็งขนาดนั้นแต่ก็กลัวหนอนจนเกือบร้องไห้เธอจะปลอดภัยหรือเปล่าหรือว่าพวกรัฐบาลจะมาไม่จริงหรอก! ถ้าพวกนั้นมาถึงที่นี่ก็คงพยายามจับกุมผมไปด้วยแล้ว

เธอหายไปไหนกันนะ!

ผมหยุดอยู่ริมลำธาร มองภาพสะท้อนของตัวเองในน้ำสายตาที่จ้องตอบกลับมาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด มือที่ถือดาบข้างลำตัวกำแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

“นี่แน่ะ!!

เสียงน้ำดังซ่าใหญ่กระทบเข้าเต็มอก ความเย็นชื้นไต่ลามไปตามผิวหนัง สัมผัสได้ถึงหยดน้ำที่ข้างแก้ม

บอนนีอยู่ตรงนั้นบนโขดหินใหญ่มหึมา ในมือถือใบไม้ที่พับเป็นทรงถ้วยอุปกรณ์สาดน้ำจากลำธารเข้าเต็มเสื้อและหน้าของผม เธอหัวเราะคิกคักและแลบลิ้นให้

“อยากแกล้งฉันเรื่องหนอนก็ต้องเจอเปียกแบบนี้ว้าย!!

เธอไม่ทันได้กล่าวจบคำเพราะผมก้มลงวักน้ำจากลำธารสาดกลับโครมใหญ่ เล่นเอาเธอเปียกโชกไปทั้งหน้าและเสื้อไม่แพ้กับสภาพของผมนัก

“หนอยวันนี้นายอย่าคิดจะรอดเลย!!

บอนนีกรี๊ดเสียงแหลมและกระโดดลงจากโขดหินลงไปในลำธารเสียงดังจ๋อม สองมือจ้วงลงไปในน้ำแล้วงัดขึ้นเต็มแรง

            “ไม่โดนหรอกน่ะยายเบ๊อะ!

หลังก้มตัวหลบเอาดาบเก็บไว้ในซอกหินแล้ว ผมก็ตัดสินใจว่าจะไม่ยอมแพ้ในศึกสาดน้ำครั้งนี้

เป็นไงเป็นกันสิ!!

หลังจากนั้นราวสิบนาทีก็วุ่นวายเหมือนสงครามไม่มีผิด บอนนีตะลุยวักน้ำสาดใส่ผมอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่ผมก็เล่นงานทุกวิธีที่จะทำให้ตัวเธอไม่แห้ง สนามรบของเราคือลำธารลึกแค่เข่าในตอนแรก ก่อนจะลามไปถึงความลึกระดับเอวในตอนหลัง ผมลืมไปแล้วว่าพวกลูกเรือจะคิดยังไงที่เห็นกัปตันของเขากลับไปในสภาพนี้

รบไปรบมาถูกน้ำสาดหน้าจนแสบตาและหอบแฮ่กๆแล้วก็ยังไม่มีฝ่ายไหนรู้จักคำว่ายั้งมือ แถมไม่อาจตัดสินได้อีกต่างหากว่าใครกันแน่ที่เป็นคนชนะก็ในเมื่อทั้งสองฝ่ายน่ะเปียกทั่วตัวตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าแล้วนี่

“กินน้ำซะลอว์!!

บอนนีตะโกนแล้วไปโผล่ด้านหลังของผมตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ เธอผลักสองมือออกหมายจะยันผมให้หน้าคว่ำลงไปทักทายกับปลาในลำธาร แต่ผมหลบทันเธอก็เลยเป็นฝ่ายได้กินน้ำเสียเองน้ำกระจายดังโครมเมื่อร่างของเธอเสียหลักล้มลงไป

ผมหัวเราะอย่างสะใจเมื่อเห็นหางเปียสีชมพูลอยผลุบๆโผล่ๆ

แต่แล้วเธอก็เงียบและนิ่งจมอยู่อย่างนั้นเสื้อเชิ้ตสีครีมดูพร่าเลือนเหมือนภาพลวงตาในน้ำใสอ่ะฮ้าหลอกกันใช่ไหมล่ะเดี๋ยวพอเข้าไปใกล้เธอก็จะลุกขึ้นมาจับหัวผมกดน้ำล่ะสิ!!

“ดำน้ำไปให้ตลอดเลยนะยายจอมวุ่น!” ผมยกมือปาดน้ำออกจากหน้าและหอบหายใจ

เวลาผ่านไปสามสิบวินาทีหนึ่งนาทีสองนาทีสามนาที

เธอก็ยังคงนิ่งจมอยู่ตรงนั้นผิวของเธอดูขาวซีดในสายน้ำ แขนเรียวบอบบางพลิ้วขึ้นลงตามจังหวะการกระเพื่อมของคลื่น

“หยุดเล่นได้แล้วน่า!

ผมตะโกนเสียงดุไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังสั่นเพราะความหนาวหรือเปล่า

สามนาทีกับอีกสามสิบวินาที

เธอเป็นอะไรไปตะคริวหมดสติหรือว่าล้มลงไปชนหินใต้น้ำแต่ก็ไม่เห็นมีเลือดตรงไหน

สี่นาที

“บอนนี!!

ผมลุยน้ำเข้าไปหาเธออย่างรวดเร็ว เอื้อมมือควานลงไปจับถูกไหล่เย็นเฉียบแล้วยกขึ้นมา ตัวเธอเบาหวิวเหมือนปุยนุ่น เปลือกตาพริ้มหลับสนิทและใบหน้าซีดขาวทรวงอกเธอนิ่งสนิทไม่หายใจ!!

เธอเป็นอะไรกันทำไม!!

น้ำโครมใหญ่ถูกเหวี่ยงขึ้นมาใส่เต็มหน้าผมที่กำลังแตกตื่น จนต้องไอค่อกแค่กแล้วเช็ดน้ำออกจากตาเป็นพัลวัน

“นายแพ้แล้ว!! นายแพ้แล้ว!!” บอนนีร้องซ้ำไปซ้ำมากลั้วเสียงหัวเราะ

“ยายบ้า!! ผมคว้าสองไหล่เธอแล้วเขย่าอย่างแรง ตะคอกใส่เธอเสียงดังด้วยความลืมตัว

“เล่นอย่างนี้ได้ยังไง! เธอรู้ไหมว่าฉันเกือบจะ

ผมเกือบจะหัวใจวายตายไปแล้วเมื่อคิดว่าเธอกำลังจะเป็นอะไรไปทว่าผมไม่อาจสานต่อน้ำเสียงรุนแรงแบบนั้นได้จนจบประโยค เพราะบอนนีเริ่มหน้าซีดขาวจนเกือบจะเห็นเส้นเลือดทั่วผิวเนียนใสริมฝีปากอวบอิ่มสั่นระริก เธอดูเหมือนจะตัวเล็กลีบลงไปทั้งที่ไม่ได้ใช้พลังจากผลปีศาจ เสื้อเชิ้ตสีครีมเปียกปอนรัดแนบเรือนร่าง ตอนนี้เธอกลายเป็นลูกนกตัวน้อยๆกำลังสั่นสะท้านอยู่ในอุ้งมือของผม

“ขอโทษ” เธอพูดเสียงเครือ แล้วหยาดน้ำใสก็เริ่มเอ่อคลอทั่วดวงตาสีม่วงที่เคยเปล่งประกายสดใสเหมือนอเมทิสต์คู่นั้น

โธ่เอ๊ยผมทำเธอร้องไห้แล้วผมเป็นผู้ชายที่แย่ที่สุด!!

บอนนีเริ่มสะอื้นมากขึ้นเมื่อเห็นผมเงียบไม่พูดอะไรต่อ เธอเอื้อมมือเกาะติดอกเสื้อของผม

“ฉันขอโทษลอว์ฉันไม่นึกว่านายจะฮึก!...โกรธขนาดนี้”

ผมถอนใจออก สบถด่าตัวเองด้วยความโมโหแขนของผมยกขึ้นโอบรอบตัวเธอและดึงรั้งเข้ามากอดไว้แน่นมันเริ่มทำหน้าที่ตามคำสั่งของหัวใจไม่ใช่สมองอีกต่อไป

เธอเงยหน้าขึ้นมาดวงตากลมโตที่สื่อถึงบางสิ่งบอบบางและอ่อนไหว ทั้งลังเลใจและพร้อมรับ

กลางลำธารลึกถึงเอวเปียกปอนเย็นเฉียบความเงียบปริศนาที่เย้ายวน                             

บางสิ่งที่อยู่ในอกของผมมันหมดความอดทนเหมือนดอกไม้ไฟที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดบนฟากฟ้าแล้วก็ต้องแตกกระจายออกตามวาระให้เป็นสีสันพร่างพราวในยามราตรี

และในวินาทีที่ผมประทับจูบลงบนริมฝีปากเย็นนุ่มของบอนนีนั้นผมก็สามารถวินิจฉัยอาการแปลกประหลาดของตัวเองที่ข้องใจมาตลอดทั้งวันออกได้สำเร็จ..

ผมหลงเสน่ห์และตกหลุมรักแม่โจรสลัดสาวคนนี้แบบถอนตัวไม่ขึ้นซะแล้ว!

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #725 malefactor (@malefactor9029) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 17:08

    อ่านกี่ทีก็ยังชอบทั้งที่รู้ว่าฉากต่อไปจะเป็นยังไงแต่ก็ยังลุ้นอยู่ดี55

    #725
    0
  2. #701 ` วังเวอเวย์ [?] (@zosoindy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 21:52
    กรี๊ดน่ารักมากกกกกก
    #701
    0
  3. #673 KKNTCC (@nanthichakk) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 02:54
    ทำไมฟินนน??
    #673
    0
  4. #631 KINGAJ (@jp_bluesky) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 10:19
    น่ารักกกกกก><\ฟินมากบอกเลยยยย
    #631
    0
  5. #613 pangz' (@pang-61) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 มีนาคม 2558 / 10:31
    ฟิน~ จูบกันแล้ว >////<
    #613
    0
  6. #463 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 01:15
    กว่าจะยอมรับความรู้สึกตัวเองนี่ช้ามากเลยนะลอว์
    #463
    0
  7. #438 P-plai-NewworlD (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2556 / 14:21
    อ๊ากกกกกกกกกกก !
    #438
    0
  8. #332 STAR[light] (@ufo-wow) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มีนาคม 2556 / 18:10
    เคลิ้มเลย 555555555555
    #332
    0
  9. #183 N-A-T-T-I-T-A (@nattita211) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 / 22:42
    อ็ากๆๆ น่ารัก > <
    #183
    0
  10. #106 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 21:56
    ในที่สุดลอว์ก็ยอมรับความรู้สึกตนเองแล้ว
    #106
    0
  11. #98 premolar (@sarinpan) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 12:26
    ตอบคำถามของคุณ "ช๊อบ ชอบ" คห.94 จ้า

    เล่นน้ำกันก็ไม่เป็นไรหรอกจ้า เพราะนี่มันเป็นลำธารน้ำจืด

    คนกินผลปีศาจจะถูกท้องทะเลรังเกียจ จึงว่ายน้ำทะเลไม่ได้อย่างเดียว น้ำอื่นไม่เกี่ยวจ้า
    #98
    0
  12. #93 ช๊อบชอบ~ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 18:29
    น่ารักดีค่ะ ชอบมากกก>w<

    แต่ว่าเล่นน้ำไม่เป็นอะไรเหรอคะ

    ทั้งสองคนกินผลไม้ปีศาจเข้าไปไม่ใช่อ่อ
    #93
    0
  13. วันที่ 3 กันยายน 2555 / 23:58
    น่ารักที่สุดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    #53
    0
  14. #51 MomoKumA (@momokuma) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กันยายน 2555 / 14:25
    น่าร้ากกกกกกกกกก
    ในที่สุดลอว์ก็รู้ใจตัวเองซะที><
    #51
    0
  15. #47 TearOfTheSun (@kanphet1996) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2555 / 21:30
    เขียนต่อเถอะนะ TT^TT
    อยากอ่านต่อเเบบสุดขั้วเลยอ่ะค่ะ
    #47
    0
  16. #45 เบมมี่ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2555 / 19:36
    จู่บบบแล้ววววววววววว



    กรีดร้องงงงงงงงงงงงงง



    บิดชายเสื้อเป็นเกลียวว



    (จะเขินทำไม ไม่ใช่บอนนี่ซะหน่อย ฮ่วย)
    #45
    0
  17. #44 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2555 / 14:26
    น่ารักได้ใจมากกกก ><
    บอนนี้เล่นไม่เข้าท่า รู้ไหมว่าลอว์เห็นห่วง 555
    ชอบตอนนี้ น่ารักได้อีกก
    #44
    0
  18. #42 LuNa Only!!! - GT.OP. (@tarkra) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2555 / 16:27
    ว้ายๆ! ลอว์รู้ตัวแล้วๆ!

    แล้วทีนี้บอนนี่จะทำยังต่อล่ะเนี่ย!?
    #42
    0