[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 5 : Mystery of the Sea : chapter 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,971
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    15 ส.ค. 55







Anyone can make you happy by doing something special. But only someone special can make you happy without doing anything.


ไม่ว่าใครก็ทำให้คุณมีความสุขได้ด้วยการทำสิ่งพิเศษ

แต่จะมีคนพิเศษเท่านั้นที่ทำให้คุณมีความสุขได้โดยที่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย

 


           
            บ้ามาก
นี่มันชักไม่เข้าท่าแล้วนะ!

            ใช้สมองหน่อยสิอีกไม่นานเมื่อเรือนี่ไปถึงเกาะใหม่….เธอก็ต้องแยกจากผู้ชายคนนี้แล้วใครจะทำตัวเป็นกาฝากอยู่บนเรือของชาวบ้านได้ไปตลอดกันล่ะ! จะให้บอกกับเขาไปหรือไงว่า เฮ้!ฉันรักนายแล้วล่ะ มาคบกันหน่อยไหม?’ แล้วเขาก็จะตอบกลับว่า เยี่ยมเลย! จริงๆแล้วฉันก็ปิ๊งเธอเหมือนกันนะ

            งี่เง่าที่สุด บอนนี!

            เอ๊ะ! หรือว่าฉันจะเข้าใจตัวเองผิด มันไม่ใช่หรอกน่าใครมันจะไปตกหลุมรักเอาง่ายๆภายในเวลาหนึ่งวันยี่สิบสี่ชั่วโมงเนี่ยนะ! ฉันไม่ใช่ผู้หญิงใจง่ายซะหน่อย ที่ผ่านมาเคยไปหลงรักใครที่ไหนกัน สงสัยว่าฉันจะแค่รู้สึกประทับใจและซาบซึ้งในการช่วยเหลือของเขาแหงๆ

ใช่แน่นอน! มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ๆเฮ้อโล่งใจจัง….ฉันยังไม่ได้ตกหลุมรักเขาซะหน่อย อย่างนี้ก็วางตัวได้ปกติเหมือนเดิมแล้วสไตล์ดั้งเดิมแบบจิลเวรี่ บอนนี สาวแกร่งผู้ทรงเสน่ห์ไงล่ะ! ไม่ใช่แม่สาวน้อยตาลอยช่างฝันหรอกนะ หึ! พวกผู้ชายน่ะชอบคิดว่าตัวเองเป็นใหญ่ ขืนทำตัวหงอๆหงิมๆ ก็จะปกครองพวกเขาไม่ได้ ผู้หญิงที่ไม่ได้คิดจะหยุดตัวเองไว้ในก้นครัวจึงต้องเรียนรู้ที่จะใช้เสน่ห์จากรูปร่างหน้าตา คำพูดกระเซ้าเย้าแหย่เสียงหวาน และมารยาอีกร้อยลำเรือรบเข้าสู้อ้อแล้วทุกอย่างที่ว่ามานั่นควรผ่านการกลั่นกรองจากสมองอย่างถี่ถ้วนเสียด้วย มิเช่นนั้นงานทุกอย่างก็จะเหลวเสียเปล่า

นี่เป็นวันที่สามของการใช้ชีวิตอยู่บนเรือลำนี้ และฉันก็พอจะจับทางการทำความรู้จักลูกเรือแต่ละคนได้แล้ว เพนกวินกับชาจิคือเพื่อนที่ผูกมิตรด้วยง่ายดายที่สุด พวกเขาเหมือนหนุ่มน้อยทั่วไปที่ไม่ค่อยได้เจอกับผู้หญิง และแน่ล่ะฉันมักจะได้รับการเอาอกเอาใจเป็นอย่างดี แต่ว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้ฉันเอาเปรียบพวกเขาหรอกนะ ฉันยังคงยืนกรานที่จะช่วยทำงานประจำวันเหมือนอย่างลูกเรือทั่วไปคนหนึ่ง ส่วนจีนบาร์ทน่ะหรือเขาก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ออกจะนิสัยลูกผู้ชายมุทะลุดุดัน ชอบท้าชนท้ารบในบางโอกาส แต่จริงๆแล้วเขาก็แค่อยากศึกษานิสัยใจคอของคนมาใหม่มากกว่าและเมื่อพบว่าฉันไม่ได้มีทีท่าจะขัดแย้งอะไรต่อกฎดั้งเดิม เขาก็ดูเหมือนจะยอมรับฉันมากขึ้นแล้ว

ส่วนทางด้านคุณหมีขาวเบโปะหลังจากแอบไปสอบถามพ่อครัวมาก็ได้ความว่าเขาชอบกินปลาย่างมากที่สุด และต้องย่างแบบเกรียมกำลังดี ดังนั้นฉันจึงควานหาเบ็ดจากห้องเก็บของแล้วตกปลาเอามาทำของขวัญไถ่โทษให้เขาซะเลย ตอนเอาปลาย่างหอมฟุ้งนั่นไปให้ทีแรกก็ทำอิดเอื้อนเหมือนจะไม่รับ แต่ลงท้ายไปๆมาๆปลานั่นก็เหลือแต่ก้างจนได้ และฉันก็ถือว่าเราคืนดีกันแล้ว

เพิ่มรายละเอียดเล็กน้อยระหว่างการเขมือบปลาย่าง เบโปะดูจะผ่อนคลายและคุยจ้อมากขึ้น เขาบอกว่าชอบการต่อสู้ท่าเตะมากที่สุด นัยว่าเน้นหนักกระบวนท่าเหมือนกังฟู และเท่าที่สังเกตเขาช่างเคารพชื่นชมและเกรงใจต่อกัปตันของเขาเป็นอย่างมาก เบโปะมักจะเริ่มต้นประโยคการสนทนาว่า “กัปตันนะแล้วก็ตามด้วยเรื่องของการใช้ชีวิตและนิสัยปกติส่วนตัวของลอว์เป็นกองพะเนิน เป็นต้นว่า

“กัปตันนะปกติไม่ชอบสุงสิงกับใครเลย เขาชอบเฝ้าดูเรื่องสนุกจากมุมเงียบๆมากกว่า ถ้าเห็นว่าน่าสนใจจึงค่อยเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย”

“กัปตันนะเขาไม่ชอบอาหารรสเปรี้ยวล่ะ เวลามีเกรปฟรุ๊ตอยู่ในอาหารเช้าทีไร เขาก็จะจับมันเขวี้ยงลงทะเลแทบจะในทันทีเลย”

“กัปตันนะตอนที่เขาทำหน้าที่เป็นหมอจะใจดีมากๆ เธอก็รู้ใช่ไหมล่ะบอนนี?

ก็รู้น่ะสิ!! ไม่อย่างนั้นฉันจะมานั่งกลุ้มใจอยู่ตอนนี้เหรอแต่ว่านะเขาก็ใจดีกับฉันในฐานะคนไข้เท่านั้นล่ะ!!

ลอว์ให้เวลาฉันพักเที่ยงนานเกินไป ด้วยความที่ไม่อยากจะนั่งเฉยๆนานขนาดนั้น หลังกินข้าวเสร็จฉันจึงเดินเล่นลงไปที่ห้องเก็บดินปืน พบว่าพวกลูกเรือสองสามคนกำลังขนย้ายลังอันใหญ่กันอยู่ ฉันจึงเข้าไปช่วยเหลือพวกเขาด้วย มีครั้งหนึ่งที่ฝากล่องเผยอออก แล้วปลายผมยาวๆก็ดันจุ่มเข้าไปถูกเขม่าดินปืนแบบเต็มที่จนกลายสีดำปี๋น่าเกลียด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นฉันก็ไม่ได้เช็ดออก ก็เพราะว่าถึงเวลาที่จะกลับมาทำงานต่อรอบบ่ายพอดี  

ฉันเคาะประตูเป็นจังหวะแล้วเปิดเข้าไปโดยไม่รอคำอนุญาต แต่ทว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าทำให้ฉันชะงักพรืดแล้วเกือบส่งเสียงกรีดร้องออกมายังดีที่ยั้งลิ้นตัวเองไว้ทันอยู่

โอ๊ย! พระเจ้าที่ไหนก็ได้ช่วยทีแค่เห็นอีตาลอว์เปลี่ยนเสื้อนี่เล่นเอาใจฉันเต้นรัวยิ่งกว่ากลองศึกทหารเรือเสียอีก ปกติแล้วแค่ผู้ชายเปลือยท่อนบนนี่ช่างเป็นเรื่องปกติสามัญสุดๆเลยนะเฉยไว้บอนนีนิ่งไว้ ทำตัวเหมือนเป็นปกติซะ แล้วก็

“นี่เธอเคาะประตูแล้วก็หัดรอคำอนุญาตซะมั่งสิ!

ลอว์ขมวดคิ้วแล้วดึงเสื้อที่สวมคาแขนไว้เข้าไปทางหัว ท่าทางเขาก็ไม่ได้ตกใจอะไรมากมายเสียหน่อย เรานี่ตีโพยตีพายไปเองแท้ๆ

“ก็นายไม่รู้จักล็อกประตูเองนี่” ฉันยักไหล่แล้วนั่งลงกับเก้าอี้ประจำ วันนี้เป็นวันที่สองของการทำงานชดใช้บุญคุณโดยการแปลหนังสือ และเพราะมัวแต่คิดเรื่องงี่เง่านั่นจนนอนไม่ค่อยหลับเมื่อคืน ส่งผลให้ฉันเริ่มเดาได้รางๆแล้วว่ายามบ่ายวันนี้จะน่าเบื่อชวนหลับมากขนาดไหน

“ว่าจะทักตั้งแต่เมื่อสายแล้ว

ตานั่นพูดขึ้นมาลอยๆและเดินเข้านั่งยังเก้าอี้ตัวตรงข้าม เขาเอามือข้างหนึ่งเท้าคางไว้แล้วหรี่ตาจ้องมองหน้าฉันอย่างจริงจังมีอะไรกัน ? ฉันทำท่าผิดปกติหรือไง ?

“ไปทำอะไรมาเมื่อคืนใต้ตาถึงได้ดำขนาดนั้น ไม่ได้หลับได้นอนเรอะ ?” ลอว์ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้อีกหน่อยแล้วยกนิ้วชี้มาที่ดวงตาของฉัน คิ้วเข้มของเขาขมวดแน่นเข้าไปอีก

“เปล่าก็นอนหลับปกติ”

นี่ฉันโกหกไม่เนียนหรือไงกัน? ทำไมเขาถึงทำหน้าเหมือนกับมีตัวอักษรสลักกลางหน้าผากว่า เธอพูดไม่จริง!’ เลยแหะแล้วนั่นเขาจะทำอะไรอยู่ๆลุกขึ้นมานั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆฉันทำไมเนี่ย!!

“นายจะทำอะไรน่ะ” ฉันพยายามควบคุมเสียงให้ร่าเริงเหมือนปกติ ถึงแม้ว่าเขาจะเอื้อมมือออกมาและเอ่อจับหัวเข่าของฉันที่มีผ้าพันแผลอยู่

“เธอปวดแผลหรือไง ? ปวดจนนอนไม่หลับล่ะสิ” ลอว์ถามคาดคั้นทั้งที่มือก็ยังไม่หยุดลูบหัวเข่าของฉันเขาลองจับมันขยับทำท่าพับขาไปมา “เธอไม่ยอมกินยาแก้ปวดใช่ไหม ?

แย่จริงนายช่วยอย่ามาทำดีอย่ามาห่วงใยอย่ามาจ้องฉันด้วยสายตาแบบนั้นสิ!

“เปล่านะ! ฉันกินยาตามที่นายสั่งแล้ว” ฉันพยักหน้ายืนยันแข็งขัน “และก็นอนหลับปกติด้วย นายนั่นแหละที่คิดมากไปเอง ตาฉันไม่ได้ดำสักหน่อย!

เขายกมุมปากยิ้มนิดๆแล้วค่อยปล่อยขาฉันลงก่อนจะส่งเสียงแค่นลมหายใจทีหนึ่ง คราวนี้สีหน้าของเขาแสดงไว้อย่างชัดเจนเลยว่า เธอกำลังโกหกรอบสอง!’

“กินยาตามกำหนดก็ดีแล้ว” ลอว์เอ่ยสั้นๆ ทำทีเหมือนยอมเชื่อคำพูดของฉัน แล้วเขาก็ก้าวไปนั่งริมหน้าต่าง บนเก้าอี้ยาวตัวโปรดพร้อมหนังสือหนึ่งเล่มเช่นเคย เขากางมันวางบนตัก เริ่มตั้งสมาธิจดจ่อได้ดีเหมือนเมื่อวานอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

ฉันแอบถอนใจออกและเริ่มต้นทำงานของตัวเองไปเงียบๆ อักษรแบบโบราณตัวเล็กสีดำเวียนเข้ามาในสมองและถ่ายทอดออกมาเป็นลายมือที่พยายามจะเขียนให้สวยที่สุด เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆเหมือนวงจรของอะไรสักอย่างที่แสนซ้ำซากและน่าง่วงนอนมาก

 ทอดสายตามองกระดาษเป็นตั้งที่เขียนไปก่อนหน้าแล้วก็เริ่มพร่าเบลอ พยายามจะสูดออกซิเจนเข้าปอดให้ตาสว่าง แต่ยิ่งทำก็เหมือนยิ่งเร่งน้ำตาแห่งความง่วงให้ขึ้นมาคลอเบ้าเสียล่ะมากกว่า ความรู้สึกมึนงงเริ่มจู่โจมใส่ฉันมากเกินจะต้านทานไหว

ฉันยกมือยันข้างหัวไว้และก้มหน้าลง อีกมือยังกุมด้ามปากกาค้าง ขอพักสายตาสักครู่เดียวละน่าแค่ห้านาทีก็พอ

ลอว์คงยังไม่สังเกตหรอกมั้งว่าฉันแอบอู้งานนิดหน่อย

 

♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥

 

เฮอะ!! คิดจะโกหกกันหรือไง ?

ถึงรอยคล้ำใต้ตานั่นจะจางมากจนแทบมองไม่เห็น แต่สำหรับระดับสายตาของคนเป็นหมอที่ต้องช่างสังเกตอยู่แล้วย่อมไม่มีพลาด นี่ถ้าบอกมาว่าปวดแผล ผมก็จะจ่ายยาแก้ปวดเพิ่มให้ แต่ดูๆแล้วก็ไม่น่าจะเป็นจากสาเหตุนั้น ตอนที่ผมลองจับรอยแผลและแอบสังเกตปฏิกิริยาโต้ตอบ เธอก็ไม่มีท่าทีว่าเจ็บปวดเลย--อดทนแข็งแรงเกินหญิงปกติไปโขอยู่

แม่สาวคนนี้ขยันทำงานมากเกินกว่าที่ใครจะคาดได้ซะอีกผมเข้าใจความรู้สึกของเธอดีแม้เธอจะไม่เคยปริปากพูดสักครึ่งคำ บอนนีเป็นผู้หญิงห้าวหาญที่มีความสามารถมากเพียงพอระดับกัปตันกลุ่มโจรสลัด จู่ๆมาตกที่นั่งลำบากกลายเป็นแค่ผู้อาศัยในเรือของคนอื่น เธอย่อมต้องรู้สึกว่าควรพยายามทดแทนหนี้บุญคุณให้มากที่สุด เพื่อที่ยามจากไปจะได้ไม่มีอะไรค้างคาต่อกัน

พวกลูกเรือของผมต่างพากันทำตัวมีชีวิตชีวามากเกินเหตุ เพราะเวลาที่เธอไม่ได้มาแปลหนังสือก็มักจะโผล่ไปทักทายพวกเขาอย่างไม่เคยหยุดนิ่ง และลงมือช่วยงานทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ ทั้งๆที่ผมเคยออกปากห้ามเคลื่อนไหวมากนักแล้วเชียว ต้องขอบคุณสวรรค์หรืออะไรก็ตามแต่ที่ทำให้แผลของเธอหายเร็วอย่างเหลือเชื่อแม้เจ้าตัวจะดูไม่ค่อยใส่ใจมันเลยก็ตามที

ถ้าจะให้พูดถึงแม่โจรสลัดสาวคนนี้ในแบบที่มองข้ามรูปลักษณ์ภายนอกไป ก็จะเห็นความสดใสร่าเริงเปี่ยมพลังชีวิตมากมายผู้หญิงที่เข้มแข็งและอดทน ฉลาดในการวางตัวแต่ติดจะไร้มารยาทไปบ้างในบางที อ้อแถมยังไร้ซึ่งความเขินอายแบบสาวน้อยอีกด้วยคิดดูสิว่าผู้หญิงปกติที่ไหนเปิดประตูผางเข้ามาในห้องที่ผู้ชายกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วยังทำหน้าตาเฉยเมยไร้ความรู้สึกได้เนี่ย!

สรุปแล้วเธอเป็นผู้หญิงแปลกแต่สำหรับผมก็โอเคนะ ว่าง่ายๆก็พอรับได้ละกัน

งานด้านการแปลหนังสือเป็นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกทึ่งในตัวเธอ สำนวนการแปลออกมาในระดับดีทีเดียวสำหรับการถอดความเนื้อหาวิชาการแพทย์ระดับนั้น ก็มีบ้างบางครั้งที่เธอต้องหันมาถามผมเพราะศัพท์บางคำก็เฉพาะทางมากเสียกระทั่งผมเองยังนึกแทบไม่ออก ส่วนด้านลายมือน่ะหรือออกจะสวยเกินท่าทางแบบแม่ลิงทโมนตัวแสบไปไม่ใช่น้อยทีเดียว

ผมวางหนังสือในมือลงแล้วแอบเหลือบตาไปยังโต๊ะทำงานก่อนจะเดินเข้าไปพิจารณาดูใกล้ๆ แม่เสือสาวหลับไปแล้วเธอฟุบตะแคงหน้าลงทับแผ่นกระดาษ ดวงตาพริ้มหลับสนิท เห็นเงาของขนตาเป็นแพหนาและลมหายใจแผ่วๆสม่ำเสมอ แก้มข้างหนึ่งเปื้อนหมึกเลอะเทอะ มือยังคงถือปากกาค้างไว้ในท่าเตรียมเขียน

หลับน่ารักดีแหะเหมือนเด็กๆเลย

ผมไม่สามารถบังคับตัวเองให้ละสายตาไปได้ จมูกของเธอโด่งสวยได้รูปรับกับริมฝีปากอิ่มเต็มสีแดงระเรื่อ ผิวหน้าเนียนใสเหมือนกับผิวเด็กทารก เสื้อตัวใหญ่ที่สวมอยู่ก็หลวมเสียจนหัวไหล่มนขาวผ่องของเธอโผล่พ้นออกมาจากคอเสื้อ และเส้นผมสีชมพูแม้จะยุ่งๆไปบ้างแต่ก็ยาวสลวยปล่อยเป็นธรรมชาติดี

ว่าแต่ไอ้รอยดำเป็นปื้นที่ปลายผมของเธอมันคืออะไรกันเนี่ย ?

หลังจากแอบจับอย่างเบามือและดมกลิ่นดูก็รู้ได้ว่าเป็นดินปืนเธอคงไปช่วยงานที่ด้านล่างมาอย่างสมบุกสมบันสินะ

ผู้หญิงอะไรไม่รักสวยรักงามเอาซะเลย

ผมเปิดลิ้นชักควานหาผ้าเช็ดหน้าออกมาผืนหนึ่งแล้วซับเอาน้ำจากเหยือกลงไปพอชุ่ม ค่อยๆยื่นปลายนิ้วไปหยิบผมเปื้อนๆขึ้นมาช่อหนึ่ง มันเป็นงานที่ท้าทายมากเช็ดเขม่าดำเหนียวหนืดนั่นออกโดยไม่ทำให้เธอตื่น!

สนุกดีเหมือนทดสอบทักษะมือเบาของหมอเลยนะเนี่ย!

หลังจากเช็ดผมเธอจนสะอาดทั่วแล้วและเจ้าตัวก็ยังคงหลับไม่รู้เรื่อง ผ้าทั้งผืนก็เปลี่ยนเป็นสีดำ ผมโยนมันทิ้งลงไปบนตะกร้ามุมห้อง เบโปะจะพยายามหาวิธีซักหรือโยนมันทิ้งไปก็คงสุดแล้วแต่ความสามารถของเขา ผมกำลังคิดจะไปอ่านหนังสือต่อและปล่อยให้เธอหลับไปตามใจ แต่สายตาเจ้ากรรมก็ดันเหลือบไปเห็นรอยหมึกสีน้ำเงินบนแก้มของเธออีกครั้ง และจะด้วยอะไรสักอย่างดลบันดาลใจ ผมหันไปหยิบผ้าเช็ดหน้ามาอีกผืนหนึ่งและชุบน้ำพอหมาด--ประลองกันสักครั้งว่ามือผมจะเบาพอหรือเปล่าในคราวนี้

ผมค่อยๆยื่นมุมผ้าเช็ดหน้าลงไปแตะที่ผิวแก้มของเธอนิ่มจังนี่ขนาดมีผ้ากั้นอยู่นะเนี่ย ถ้าใช้ปลายนิ้วหรือริมฝีปากสัมผัสจะรู้สึกยังไงบ้างนะ

คิดอะไรบ้าๆวะ!!

ผมปัดความคิดไร้สาระออกจากสมองแล้วเริ่มออกแรงมากขึ้นนิดหนึ่งเพื่อเช็ดเอาหมึกออก โอเคหายไปหนึ่งส่วนสี่สองส่วนสี่สามส่วนสี่….สี่ส่วน

ก่อนที่หมึกสีน้ำเงินเสี้ยวสุดท้ายจะทันออกจากแก้มเธอครบนั้น บอนนีก็ลืมตาตื่นเล่นเอาผมผงะที่จริงมันคงไม่น่าตกใจเท่าไร ถ้าเธอจะไม่ลืมตาโพลงปุบปับอย่างกับซอมบี้ถูกปลุกจากหลุมแล้วกระเด้งตัวลุกยืนพรวด เก้าอี้หงายหล่นโครมไปด้านหลัง

“ฉันแค่พักสายตา! ไม่ได้แอบหลับนะ!!

บอนนีพูดเสียงแหลมปรี๊ดแหมเธอช่างปรับสีหน้าได้ไม่เหมือนคนเพิ่งตื่นนอนมาจริงๆแหะ เล่นเอาเกือบจะเชื่อถ้าเมื่อกี้ไม่ได้เช็ดผมเช็ดแก้มให้อยู่ตั้งนานสองนานน่ะนะ

ผมยิ้มนิดๆและพยายามจะกลั้นหัวเราะ “ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่อยากพักสายตาก็เชิญตามสบายว่าแต่ไหงมุมปากถึงมีคราบน้ำลายติดด้วยละนั่น”

“ไม่จริง!!” เธออุทานอย่างตกใจแล้วรีบยกหลังมือแตะมุมปากตัวเอง

ผมหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้นผู้หญิงคนนี้นี่ตลกชะมัด!

“อีตาบ้า!

หลังจากรู้ว่าถูกหลอกให้ตกหลุมยอมรับว่าตัวเองหลับ บอนนีก็ทำหน้างอแล้วแหวเสียงดัง เธอปราดเข้ามาทำร้ายร่างกายผมแก้อาการเสียหน้าของตัวเอง ผมไม่ได้หลบฝ่ามือที่ฟาดมาบนแขนเพราะมัวแต่ขำอยู่ แล้วเธอก็ตีเบาออกจะตายไปแรงแค่นี้ตบยุงยังไม่ตายเลย

“นายทำอะไรน่ะนั่นผ้าอะไร” บอนนีเพิ่งสังเกตเห็นปลายผ้าเช็ดหน้าในมือผม เธอเอื้อมมือจะไปคว้ามันออกมา แต่ผมรีบย้ายมือไขว้หลังไปตามสัญชาตญาณ

“ไม่มีอะไรซะหน่อย”

เออว่าแต่ผมจะซ่อนผ้าเช็ดหน้าเปื้อนหมึกไปทำไมหนอ ?

บอนนีหรี่ตาแคบ ดูเหมือนเธอจะไม่ยอมจบเรื่องง่ายๆ

“ซ่อนอะไรไม่ดีไว้แน่ๆ เอามาให้ดูหน่อยสิคะคุณหมอ!

แล้วเธอก็ขยับตัววูบเร็วมาก!! พริบตาเดียวอ้อมไปด้านหลัง ผมยกมือขึ้นสูงหลบการฉกฉวยของเธอเกือบไม่ทันการ แต่ก็ยังมีแก่ใจหันไปยิ้มเยาะให้คนเพิ่งตื่น

“เธอไม่มีทางเห็นมันหรอก!

บอนนีแยกเขี้ยวเหมือนส่งสาสน์ตอบรับคำท้าทาย หลังจากนั้นเธอก็กระโดดสุดตัวเพื่อคว้าให้ถึง ผมก้าวถอยหลัง เธอตามประชิด ผมหลบซ้าย เธออ้อมตามมาเหมือนเดาทางได้ล่วงหน้า เอื้อมกรงเล็บทำอย่างกับจะตะปบเหยื่อและเริ่มวิ่งวนรอบห้องไล่ตามผมอย่างไม่ลดละ แถมมุดปราดผ่านใต้โต๊ะมาดักแข้งดักขาเข้าเสียอีก!

นี่ผมเล่นไล่จับกับแม่เสือเหรอเนี่ย!

“ได้แล้ว!!

บอนนีกระโดดอีกครั้งเมื่อคว้าถูกปลายผ้าในกำมือผมได้ เธอใช้กลยุทธ์กระสุนมนุษย์ พุ่งตัวเทน้ำหนักใส่ผมจนหงายหลังที่จริงผมก็ยอมปล่อยให้เป็นอย่างนั้น เพราะเห็นว่ายังไงก็คงปลอดภัยต่อการกระแทกกระเทือน

 ตุ้บ!!

ผมตกลงบนเตียงและปล่อยมือออกเพื่อให้เธอได้ตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง บอนนีกลิ้งลงไปนอนข้างผมแล้วเธอก็รีบลุกขึ้นนั่ง คลี่ผ้าเช็ดหน้าในมือออกมาดูแล้วก็ขมวดคิ้วอย่างงุนงง

            “นี่มันหมึกนี่นา!

            “ก็เออสิคิดว่าจะมีอะไรหรือไง”

บอนนีหันมามองหน้าผมที่ยันตัวลุกขึ้นมานั่งบ้าง นัยน์ตาสีม่วงของเธอเต็มเปี่ยมด้วยคำถาม แต่ก็ยังคงไม่เอ่ยปากอะไร ราวกับจะรอคำอธิบายว่าทำไมผมต้องถือผ้าเช็ดหน้าเปื้อนหมึกอยู่ข้างตัวเธอตอนเผลอหลับ

ผมแบมือไปข้างหน้า กระดิกนิ้วสองสามครั้ง “เอามานี่เดี๋ยวจะบอกให้ว่าฉันถือไว้ทำไม”

เธอส่งผ้าเช็ดหน้าคืนผมมาอย่างว่าง่าย นั่งกระพริบตาปริบๆด้วยความอยากรู้

ผมขยับตัวเข้าไปใกล้เธออีกหน่อย เอื้อมมือจับแก้มด้านที่ไม่ได้เปื้อนหมึกไว้สัมผัสนี้ให้ความรู้สึกดีนุ่มนิ่มกว่าที่คาดไว้ซะอีก บอนนีสะดุ้งนิดๆทำท่าจะอ้าปากส่งเสียงท้วงแต่เธอก็หยุดเสียก่อนเมื่อผมจุ๊ปากให้อยู่นิ่งๆ

 ผมขยับมุมผ้าด้านที่สะอาดเช็ดเศษหมึกสีน้ำเงินเสี้ยวเล็กๆออกจากแก้มอีกข้างหนึ่ง ดวงตาของเราสบกันแบบไม่ตั้งใจ มันเหมือนมีกระแสไฟฟ้าไหลซ่าผ่านในชั่วระยะไม่กี่วินาทีนั้น และให้ความรู้สึกคันยุบยิบในใจผมอ้อยอิ่งเกินจำเป็นกว่าที่จะปล่อยมือลงเมื่อผิวหน้าของเธอกลับมาสะอาดเหมือนเดิม

“ขอบคุณ”

บอนนีพึมพำออกมาเบาๆ หลบตาผมไปจ้องมองผ้าปูเตียง

ความเงียบประหลาดเดินทางมาแผ่เต็มพื้นที่จะว่ายังไงดีนะ บรรยากาศมันแปลกพิกล แต่เอาเป็นว่าผมไม่ได้รู้สึกไม่ชอบมันนะก็ไม่เชิงว่าชอบ! แต่ก็ไม่ได้รังเกียจสักนิด คือหมายความว่า

นี่ผมจะคิดอะไรวกวนวะเนี่ย ? 

            แม่โจรสลัดสาวหัวเราะขึ้นมาเบาๆ ขัดความคิดที่วุ่นวายของผม เธอยกปลายนิ้วจิ้มเข้าที่คางผมทีหนึ่ง “เคราของนายก็ติดหมึกเหมือนกันนั่นแหละ”

            ผมเอื้อมมือทำท่าจะจับ แต่เธอแย่งผ้าในมือผมไปแล้วจัดการเช็ดออกให้

            “หนวดดำหนวดขาวมีแล้ว ต่อไปก็เป็นกัปตันลอว์หนวดน้ำเงินสินะ” บอนนีพึมพำขณะยกผ้าถูเข้ากับคางของผมอย่างไร้ความนุ่มนวล เล่นเอาหน้าเกือบสั่นตามแรงมือหนักชะมัดยายบ้านี่!

            “สะอาดแล้ว” บอนนียิ้มแล้วตะกายลงจากเตียง “เอาผ้านี่ไว้ไหนน่ะ?

            “ใส่ไว้ตะกร้ามุมห้องนั่นแหละ”

            เธอเดินไปหย่อนผ้าลงตะกร้า แล้วก็หยุดชะงักอยู่ตรงนั้นอ๋อคงเห็นแล้วสินะ

            แม่โจรสลัดสาวค่อยๆเอื้อมมือรวบผมมาพาดไว้กับซอกไหล่ หลุบตาต่ำไล่ตามปลายผมของตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนสายตามาจับที่หน้าของผมแทน ผมจึงยิ้มนิดๆพร้อมยักไหล่ในทำนองว่า

ขอบคุณฉันซะ! ที่อุตส่าห์เช็ดให้ก็เพราะทนเห็นหัวสกปรกๆไม่ได้นะเนี่ย

            อีกฝ่ายยิ้มตอบแต่ไม่กล่าวอะไร เหมือนเธอจะส่งสายตาบอกว่า ก็ไม่ได้ขอให้ทำซะหน่อย

          ผมขมวดคิ้ว ทำสีหน้าดุเธอว่า คนไม่รู้จักบุญคุณ

            บอนนีเดินมานั่งที่โต๊ะแล้วหยิบปากกา เธอแลบลิ้นใส่ผม คงอยากจะบอกว่า ใครสนกันเล่า ตาบ้า!’

            แล้วเธอหันไปก้มหน้าก้มตาทำงานต่ออย่างขะมักเขม้น สิ้นสุดการโต้เถียงทางสีหน้าไว้แค่นั้น

แปลกดี นี่เราคุยกันรู้เรื่องโดยไม่ต้องใช้คำพูดหรือไง?

ครู่หนึ่งถัดจากนั้นผมจึงกลับไปนั่งที่ประจำ อ่านหนังสือและเฝ้าดูการทำงานของบอนนีต่อไป

 

อืมก็รู้อยู่นะว่าในทะเลแกรนด์ไลน์มักจะมี เรื่องลึกลับ เกินคาดมากมาย

นั่นคงเป็นคำตอบที่ผมตัดสินใจนำเรือขึ้นสู่ผิวน้ำในวันนั้น

นั่นคงเป็นคำตอบ ที่ทำไมเธอถึงรอดตายจากสิ่งมีชีวิตนับพันกลางเกลียวคลื่น

นั่นคงเป็นคำตอบ ที่คลื่นลมและทะเลพัดพาเธอมากระแทกเข้ากับข้างเรือของผม

แต่ ความลึกลับของท้องทะเล คงไม่ใช่คำตอบของการเล่นวิ่งไล่จับรอบห้องและเช็ดหยดหมึกออกจากหน้าของกันและกันในวันนี้หรอก

เออนั่นสินะแล้วทำไมผมต้องทำแบบนี้กันล่ะ ?

คิดแล้วไม่เข้าใจจริงๆ!!

 

 

                                                                                                                    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #611 pangz' (@pang-61) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 20:22
    ลอว์จ๋าาาา~ ระวังตกหลุมรักหนูบอนนีนะ
    #611
    0
  2. #586 <<aKinA>> (@aunjungka410) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 09:29
    สนุกมากก
    #586
    0
  3. #461 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 00:59
    ยิ้มจนปกจะฉีกถึงหูแล้ว แอบเขินเล็กๆ กับตอนนี้อ่ะ
    ความลับของบอนนี่อยากรู้อ่ะว่าเป็นยังไง
    ส่วนลอว์ตกหลุมของบอนนี่ซะแล้ว ><
    #461
    0
  4. #442 Ayumu (@psycho-pass) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 21:06
    ลอว์กับบอนนี่
    ขอเชียร์คู่นี้ด้วยคน!!
    #442
    0
  5. วันที่ 1 มีนาคม 2556 / 16:52
    น่ารักเลยอ่ะ 

    เอ่อ...ความโหดและความแสบหายไปไหนนน >[]< 555555555
    #330
    0
  6. #182 N-A-T-T-I-T-A (@nattita211) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 / 22:13
    สนุกมากๆ
    #182
    0
  7. #104 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 21:40
    สายตาที่เร่าร้อน??
    #104
    0
  8. #34 เบมมี่ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2555 / 00:36
    ใช้สายตาคุยกันนนนน

    น่ารักอ้ะ
    #34
    0
  9. #33 Fariy piece (@wanwai) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2555 / 20:46
    ลอว์กับบอนนี่ >///<
    #33
    0
  10. #31 One piece! I Love You! (@tarkra) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2555 / 18:14
    หวายๆ ตอนนี้ลอว์เริ่มใจสั่นกับบอนนี่แล้วอ่ะดี้ >O<
    #31
    0
  11. #30 Melody warty (@punyaphorn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2555 / 12:11
    สนุกเว่อร์รีบอัพนะสู้ๆ
    #30
    0
  12. #29 ~Spirit~ (@poringrenger) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 21:32
    อ๊ายยยยย ลอว์น่ารักอ่าาาา ><////
    #29
    0
  13. #28 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 20:12
    น่ารักกกกกกกกกกกกกกกกก
    ชอบอ่านในมุมมองลอว์มาก อ่านไปยิ้มไปประหนึ่งคนบ้า -0-
    #28
    0
  14. #27 Supernovas (@supernovas) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 20:06
    ลอว์ก็เริ่มชอบบอนนี่แล้วนี่! >O<
    #27
    0
  15. #5 MomoKumA (@momokuma) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2555 / 18:13
    ก็เพราะลอว์เริ่มหวั่นไหวแล้วไงคะ><"
    #5
    0