[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 4 : Mystery of the Sea : chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,109
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    10 ส.ค. 55






 

A man overtime falls in love with woman he is attracted to, and a woman overtime become more attracted to the man she loves.


ผู้ชายจะตกหลุมรักคนที่เขาหลงเสน่ห์และผู้หญิงจะหลงเสน่ห์คนที่เธอตกหลุมรัก


 

            เสียงโห่ร้องที่ดังสนั่นราวกับเชียร์มวยดังลั่นจนผมต้องวางหนังสือในมือลงและเดินออกจากห้องเพื่อไปดูว่าแม่สาวคนนั้นทำเรื่องวุ่นวายอะไรอีก เบโปะมายืนรออยู่แล้วที่หน้าประตู เขารายงานทันทีโดยไม่ต้องรอให้ผมถาม

            “เธอรับท้าดวลกับจีนบาร์ทเอ่อเล่นไล่จับครับ มีเดิมพันเป็นสตูหนึ่งหม้อ”

            ผมวางมือทั้งสองที่ราวเหล็กริมทางเดิน หรี่ตามองไปยังดาดฟ้าเรือส่วนต้น เห็นแผ่นหลังมหึมาของจีนบาร์ทวิ่งวนไปมาและหอบฮัก สองมือใหญ่โตของเขาพยายามตะครุบจับร่างบางปราดเปรียวของคู่กรณี แต่ดูเหมือนว่าความพยายามของเขาจะไม่เป็นผล แม่สาวคนนั้นอยู่ในท่วงท่าเล่นไล่จับที่สนุกสนานเหมือนเด็กน้อย เธอสามารถกระโดด วิ่ง และพลิ้วร่างหลบไปมาราวกับร่ายรำ บางครั้งก็แกล้งรั้งรอให้จวนเจียนถูกสัมผัสแต่ก็กลับหมุนร่างหลีกหนีไปได้ทุกครั้ง อิริยาบถลื่นไหลเป็นจังหวะ หากมีดนตรีสนุกสนานเพิ่มเข้ามาเสียหน่อยก็คงกลายเป็นแม่สาวยิปซีที่กำลังโลดแล่นระบำอยู่บนเวทีริมบาทวิถีอันมีชีวิตชีวา

            เธอทำให้เรือลำนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะผมก็ไม่ได้คิดจะว่าอะไรที่เธอเล่นสนุก แต่เรื่องหนึ่งที่ไม่ถูกต้องคืออาการบาดเจ็บที่ขาของเธอ--บาดแผลที่ผมเพิ่งเย็บเองกับมือเมื่อวานคงไม่สามารถหายได้ในชั่วข้ามคืน และผมมั่นใจว่าการออกแรงหักโหมจะทำให้อาการทรุดหนักยิ่งขึ้น

            “กัปตันจะไปห้ามเธอหรือครับ ?” เบโปะถามเมื่อผมเริ่มก้าวลงบันได

            “ก็ไม่เชิงแค่ทำหน้าที่หมอ”

            ผมเคลื่อนร่างอย่างไร้สุ้มเสียงอยู่เบื้องหลังกลุ่มลูกเรือทั้งหมด เธอกำลังวิ่งลัดเลาะบนราวเหล็กอย่างน่าเสียวไส้ต่อการหล่นลงไปในทะเล  จีนบาร์ทพุ่งตัวตามมาเป็นเส้นขนานและพยามเอื้อมมือตะปบเธอก้มหลบ เอนร่างและตีลังกาพร้อมเสียงหัวเราะ

            ฉับพลันนั้นเธอก็เปลี่ยนสีหน้า เข่าซ้ายที่มีผ้าพันแผลทบแน่นกระตุกลงอย่างเสียจังหวะ ผมกระแทกเท้าพุ่งเข้าขวางกลาง ตวัดด้ามดาบในมือรับแขนล่ำสันของจีนบาร์ทไว้อย่างแรงจนเขากระเด็นถอยหลังล้มกับพื้น ส่วนอีกมือหนึ่งเอาไว้ใช้รวบผู้หญิงเจ้าปัญหาขึ้นพาดไหล่

            เหล่าผู้ชมเงียบกริบจนไม่ได้ยินเสียงหายใจเลยทีเดียว

            “หมดเวลาเล่นสนุกไปทำงานประจำวันกันได้แล้ว” ผมออกแรงรัดเอวของร่างบนไหล่ที่ดิ้นยุกยิกอยู่ไม่นิ่งพวกลูกเรือยังคงอึ้งค้างอยู่ในท่าเดิมราวสิบวินาที ผมจึงจำเป็นที่จะต้องเร่งเสียงสำทับอีกครั้งหนึ่ง

“เดี๋ยวนี้!!

เท่านั้นแหละฝูงชนก็พากันแตกฮือเหมือนมดแตกรัง วิ่งกันไปทำหน้าที่ของตัวอย่างจ้าละหวั่น แต่ก็มิวายทิ้งสายตาอยากรู้อยากเห็นมาผมเริ่มออกเดินขณะที่ได้ยินเสียงแหลมกว่าปกติของเธอดังข้างหูและสัมผัสได้ถึงมือที่กำลังดึงเสื้อด้านหลังเธอพยายามจะตะกายหาทางลง

“ปล่อยฉันลงได้แล้ว เดินเองก็ได้แล้วนี่นายจะไปไหนมิทราบ”

“คนไข้ของฉันไม่เคยออกไปวิ่งเล่นในยี่สิบสี่ชั่วโมงหลังถูกยิง”

ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องพยาบาล กึ่งวางกึ่งโยนร่างบอนนีลงไปบนเตียงดังตุ้บ เธอหล่นลงไปนอนแผ่แล้วก็กระเด้งตัวขึ้นนั่งในขณะที่ผมเริ่มเปิดลิ้นชักหาอุปกรณ์ทำแผล

เธอนั่งห้อยขาริมของเตียง เอียงคอมองผม “ถามจริงเหอะนายรักษาคนมาเท่าไรแล้ว ?

            ผมหยิบผ้าพันแผลกับขวดยาออกมาวางบนถาด “ใครจะไปนั่งนับล่ะวางเท้าตรงนี้เร็ว” ผมนั่งลงบนเก้าอี้เตี้ยข้างเตียง ตบมือลงบนเข่าของตนเองสองสามครั้ง

            เธอนิ่ง จ้องมองผมแล้วก็ส่งยิ้มให้ตายเถอะ ผมสาบานได้ว่าไม่เคยเห็นใครสร้างรอยยิ้มบนริมฝีปากและแฝงในนัยน์ตาได้อย่างพราวระยับและซุกซนขนาดนี้มาก่อน

            “เร็วสิไม่ได้มีเวลาทั้งวันนะ” ผมเร่งเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังเฉยอยู่

            บอนนีเอี้ยวตัวดึงผ้าขนหนูผืนเล็กที่พับซ้อนบนชั้นข้างๆออกมา เธอคลี่ออกแล้วบรรจงก้มลงพาดมันบนเข่าของผม

“จะให้วางเท้าบนนั้นได้ยังไงล่ะ เดี๋ยวกางเกงนายก็เปื้อนฝุ่นหมดน่ะซี ”

            เธอวิ่งไปวิ่งมาด้วยเท้าเปล่า เบโปะไม่ได้ให้รองเท้ากับเธอหรือนี่

            บอนนีค่อยๆวางเท้าทับลงบนผ้าที่ปูเรียบร้อยแล้ว ผมจึงเอื้อมแกะผ้าพันแผลของเธอออกแล้วเริ่มพิจารณาร่องรอยความเสียหายจัดอยู่ในสภาพค่อนข้างดีทีเดียวสำหรับคนที่เพิ่งออกแรงทำท่าสารพัดขนาดนั้น

            “จำไม่ได้ว่ามีคนไข้กี่คนแสดงว่าคงรักษามาเยอะจนจำไม่หมด” เธอเปรยพลางกระพริบตาปริบๆเหมือนครุ่นคิด “อย่างนี้ฉันก็ไม่รู้น่ะสิว่าตัวเองเป็นคนที่เท่าไรของคุณหมอ”

            พูดจาประหลาดทำไมต้องอยากรู้ด้วยว่าเป็นคนไข้คนที่เท่าไรไม่ใช่อันดับคนรักซะหน่อย

            “นี่เบโปะเขาโกรธฉันหรือเปล่าที่เผลอไปงับหูของเขาเมื่อวานฉันหิวจนหน้ามืดไปนิด”

            ผมยักไหล่ “เบโปะกลัวเธอล่ะมากกว่าอย่าไปกัดหูเขาอีกล่ะ ไม่งั้นฉันจะแยกส่วนของเธอโยนเข้าท้องของเจ้าแห่งท้องทะเลไปซะ”

            บอนนีหัวเราะคิกคัก “นายไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก”

            ผมแต้มสำลีชุบยาลงบนแผลอย่างเบามือ ทาละเลงจนทั่วก่อนจะแค่นเสียงตอบ “ฮึ!…ผู้หญิงอ่อนต่อโลกที่ยังไม่รู้จักระดับความอันตรายของโจรสลัดดีพอ!

            ใบหน้าสวยหวานนั้นชะโงกลงต่ำมาอยู่ในระดับเดียวกัน “นั่นสิโจรสลัดอย่างนายก็อันตรายไม่เบา” ลมหายใจอุ่นเป่ากระทบข้างแก้มผม เสียงใสกล่าวต่อในสำเนียงต่ำแบบชาวเซาท์บลู

            “แต่อย่าลืมนะว่าฉันก็เป็นโจรสลัดเหมือนกันแล้วโจรสลัดน่ะก็ไม่ได้ชอบอะไรที่ปลอดภัยหรอกมันไม่เร้าใจมากๆเลย”

            แม่สาวคนนี้กำลังจะสื่ออะไรเธอกำลังท้าทายผมหรือเปล่า ?

ผมโยนสำลีทิ้งลงถังขยะพร้อมกับดึงความสนใจออกจากหัวข้อสนทนาเดิม มันล่อแหลมเกินไปและผมก็รู้ตัวเองดีว่ามีจุดเดือดทางอารมณ์ไม่สูงนัก

“หลังจากนี้อย่าเดินโดยไม่จำเป็นอย่างน้อยเจ็ดวัน อยู่นิ่งๆซะบ้าง”

            “เจ็ดวัน!…เป็นอัมพาตกันพอดี ฉันไม่มีอะไรทำเกินสามนาทีไม่ได้หรอก”

            ผมพันผ้าพันแผลใหม่ให้เธอ ตวัดปลายเก็บให้เรียบร้อย “ไม่ได้ก็ต้องได้นี่คำสั่งจากหมอ”

            “ขอบคุณ” บอนนีตอบแล้วชันเข่าขึ้นบนเตียงในขณะที่ผมลุกขึ้นเก็บอุปกรณ์กลับเข้าที่ เธอยกมือเท้าคาง “มีอะไรที่ฉันช่วยนายได้บ้างไหม ? หากิจกรรมให้ฉันทำแก้เบื่อหน่อยสิ”

            งานที่อยู่นิ่งๆไม่ต้องเคลื่อนที่มากนักน่ะเรอะบนเรือโจรสลัดแบบนี้ก็มีแต่งานกลางแจ้งเป็นส่วนมาก และแน่นอนว่าก็ต้องใช้เรี่ยวแรงและการเคลื่อนไหวเป็นหลักอยู่แล้ว ถ้าจะใช้ให้ไปทำอาหาร ก็มีหวังได้อดตายกันทั้งลำเรือแหง

            “เขียนแผนที่เป็นหรือเปล่า ?

            เธอสั่นศีรษะจนผมกระจาย “ฉันเป็นกัปตันนะ ไม่ใช่ต้นหนเรือสักหน่อย”

            “แยกประเภทยาแล้วเขียนฉลากกำกับล่ะ ?

บอนนีย่นจมูก “ฉันไม่ใช่หมอให้ไปยุ่งกับยา เดี๋ยวก็เละหมดพอดี”

            “เธอมาจากเซาท์บลูนี่นาอ่านภาษาโบราณของแถบนั้นออกหรือเปล่า ?

            คราวนี้คู่สนทนาของผมยิ้มกว้างตอบรับ “ชำนาญเลยล่ะ เห็นมาเยอะแยะตั้งแต่เด็กๆแล้ว”

            ผมพยักหน้าเล็กน้อย “งั้นก็ดี ไปหา” เสียงประหลาดดังขึ้นขัดจังหวะคำพูดของผม ฟังคล้ายๆกับเสียงท้องร้อง

            แม่สาวโจรสลัดส่งเสียงครางเบาๆยกมือกุมท้อง “หิวจะสิ้นใจอยู่แล้วให้ฉันไปทักทายกับสตูร้อนๆสักหม้อก่อนได้ไหม แล้วนายจะจับฉันแยกชิ้นเหวี่ยงลงทะเลไปก็ได้จริงๆนะ”

            ผมอดจะปล่อยเสียงหัวเราะออกมาไม่ได้เกือบลืมไปแน่ะว่าเธอน่ะจอมเขมือบ

            “เชิญตามสบายกินเสร็จแล้วไปหาฉันที่ห้องด้วย”

จบประโยคนั้น บอนนีกระโดดลงจากเตียงแล้วกระโจนออกไปข้างนอกทันที

            “ฉันสั่งว่าห้ามวิ่ง !!” ผมตะโกนแข่งกับเสียงประตูที่ปิดตามหลังดังโครมใหญ่

           แม่สาวเจ้าพายุสลาตันไม่ฟังกันเลยใช่ไหมเนี่ย!! ยายบ้าเอ๊ย!

 

♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥

           

ฉันว่าเขาแปลกและแตกต่างไปจากผู้ชายคนไหนก็ตามที่เคยพบคิดดูสิว่าคนที่เป็นถึงกัปตันเรือโจรสลัดและมีค่าหัวสูง 440 ล้านเบรี จะยอมลดตัวลงมานั่งตำแหน่งที่ต่ำกว่าผู้หญิงคนหนึ่ง แถมยังพร้อมจะเอากางเกงยีนส์ราคาแพงระยับมาใช้เป็นเบาะรองเท้าฝุ่นๆเปื้อนๆเสียอีก

ทั้งหมดนี้เขาทำไปตามสัญชาตญาณในฐานะหมอหรือ ?

ลอว์เป็นคนที่อ่านยากในดวงตาสีดำสนิทของเขามักแฝงร่องรอยของความสบายอารมณ์เหมือนเด็กหนุ่มไร้พิษภัยและใจดี พวกลูกเรือจึงมักให้ความสนิทสนมและค่อนข้างเป็นกันเองกับเขา แต่ลึกลงไปในกว่านั้นฉันเห็นตัวตนอีกด้านหนึ่งชายหนุ่มเลือดร้อน ทะเยอทะยาน ฝีมือต่อสู้ที่เก่งฉกาจน่าเกรงขามและน่าหวาดหวั่นในเวลาเดียวกัน

พ่อสิงโตร้ายฉันอดใจที่จะล้อเล่นกับปลายเขี้ยวของเขาไม่ได้ซะแล้ว

เบโปะยืนรอท่าอยู่หน้าห้อง เขายิ้มแหยๆทักทายฉันแล้วรีบยกมือขึ้นเคาะประตูสามครั้ง ส่งเสียงรายงานอย่างรวดเร็วเหมือนกลัวว่าถ้านานไปจะถูกกระโดดกัดหูเข้าอีก

“เธอมาแล้วครับกัปตัน”

แล้วประตูโลหะบานใหญ่ก็เปิดออก ฉันกล่าวขอบคุณหมีขาวผู้น่ารักแล้วก้าวเข้าไปภายใน กวาดตาสังเกตห้องส่วนตัวของเขาอย่างละเอียดอีกทีหนึ่ง เตียงนอนยังคงขึงผ้าปูสีดำสนิทตึงเปรี๊ยะจนน่าทดสอบว่าโยนขนนกลงไปแล้วมันจะเด้งดึ๋งขึ้นมาหรือเปล่า แสงแดดยามสายสาดเข้ามาจากหน้าต่างกลมเล็กข้างตัวเรือจนสว่างทั่วห้อง ลอว์กำลังหยิบหนังสือออกจากชั้นมาวางอย่างเป็นระเบียบบนโต๊ะที่มีเครื่องเขียนเตรียมพร้อมอยู่แล้ว หน้าปกของหนังสือเหล่านั้นมีสีเข้มกับตัวอักษรประดิษฐ์บ่งบอกแหล่งที่มาของมันภาษาโบราณของเซาท์บลู

“มานั่งนี่” เขาโบกมือเรียกโดยไม่ละสายตาจากการมองหาหนังสือเล่มต่อไปบนชั้น

ฉันนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ หยิบหนังสือเล่มแรกขึ้นมาอ่านออกเสียง

“วิธีการผ่าตัดต่อปลายประสาทส่วนปลายโดยศาสตราจารย์อีริค ไวท์ อิงกัลล์และคณะ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางศัลยศาสตร์ขั้นสูง”

ลอว์ดึงหนังสือเล่มถัดมาออกมาวาง เขาหยิบกระดาษปึกหนึ่งขึ้นจากลังสี่เหลี่ยมบนพื้นและดีดปลายนิ้วส่งปากกาขนนกกลิ้งข้ามโต๊ะมาทางนี้

“นั่นแหละหน้าที่ของเธอแปลมันซะตรงไหนไม่แน่ใจก็ถามได้ ฉันพอจะจำศัพท์เฉพาะทางการแพทย์ของเซาท์บลูได้อยู่บ้าง แต่ศัพท์อื่นที่เหลือฉันยังไม่แม่นเท่าไร”

เฮ้ออีกสามเล่มที่กองเป็นตั้งอยู่นั่นก็เป็นตำราทางการแพทย์ล้วนๆยังโชคดีที่แต่ละเล่มไม่หนาเตอะจนเกินไปนัก ฉันพลิกหนังสือในมือเปิดหน้าแรกแล้วหยิบกระดาษขึ้นมา

“จะพยายามนะ ท่าทางจะแปลยากใช่เล่น”

ลอว์ลุกขึ้นแล้วย้ายตัวเองไปนั่งที่เก้าอี้สานตัวยาวข้างหน้าต่าง ฉันสังเกตว่าเขาหยิบแว่นขึ้นมาสวมและเริ่มกางหนังสือออกวางบนตัก--อ่านมันอย่างใจจดใจจ่อมองมุมไหนก็เหมือนนักศึกษาคงแก่เรียน ผิวสีแทนที่ต้องแดดอ่อนดูละมุนตากับดวงตาสีดำที่ดูจริงจังนั้นเร้าจังหวะหัวใจให้เต้นผิดเพี้ยน

ฉันจึงรีบเปลี่ยนสายตากลับมาที่ตัวอักษรสีดำเป็นพรืดไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมหนังสือการแพทย์จะต้องมีแต่ตัวอักษรเล็กๆดูเวียนหัว ถึงจะมีภาพประกอบบ้างแต่ก็ไม่ชวนเจริญตาสักนิด เอาเถอะยังไงการแปลหนังสือนี่ก็ถือเป็นการทดแทนบุญคุณของเขาที่ช่วยชีวิตฉันไว้ล่ะนะ

ฉันหยิบปากกาขนนกจุ่มหมึกแล้วเริ่มเขียน

นอกจากเสียงแกรกกรากเมื่อปลายปากกาสัมผัสกระดาษแล้วก็คงมีแต่เสียงสายลมพัดหวีดหวิวอยู่ด้านนอกทั่วทั้งห้องเงียบสงบ ไม่มีลูกเรือคนไหนเข้ามารบกวนการใช้ชีวิตส่วนตัวของกัปตัน

โดยปกติเขามักจะนั่งอ่านหนังสืออยู่เพียงลำพังตลอดเลยหรือ ? ช่างเป็นวิถีชีวิตที่แตกต่างจากฉันผู้ชอบเดินวุ่นวายไปทั่วเรียกได้ว่าตั้งแต่ห้องครัวถึงห้องเครื่องและตั้งแต่ดาดฟ้ายันใต้ท้องเรือฉันต้องไปปรากฏตัวทุกๆที่ในทุกๆวัน เป็นการเดินตรวจตราแก้เบื่อได้ดีทีเดียว

ไม่รู้เวลาผ่านไปกี่ชั่วโมงตั้งแต่เริ่มเขียน เข้าเวลาบ่ายคล้อยแล้วแต่ฉันก็ยังไม่รู้สึกหิวโหย การแปลเรื่องไปเรื่อยๆก็นับเป็นการฆ่าเวลาที่ดี ถึงแม้จะชวนง่วงไปสักหน่อยไม่สิชวนง่วงไปมากๆต่างหาก แต่ดูท่าลอว์จะไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นกับหนังสือในมือ ใบหน้าคมเข้มนั่นราวกับตกห้วงตามตัวอักษรอยู่ตลอดเขาเป็นผู้ชายแบบไหนกันแน่นะตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่นอกเหนือจากเรื่องที่อ่านหรือเปล่าหรือว่าเขา

“จะจ้องอีกนานไหมหน้าฉันมีอะไรติดหรือไง” ลอว์ละสายตาจากหนังสือแล้วเลิกคิ้วใส่ ฉันเพิ่งรู้สึกตัวว่าหยุดเขียนและเริ่มเท้าคางมองเขาอย่างจริงจังมานานเกือบสิบนาทีแล้ว

ลอว์ลุกขึ้นยืน วางหนังสือกับเก้าอี้ “อ้อหรือว่าเธอหิวแล้ว?

            “เปล่าไม่หิวเลย ไม่ค่อยได้ใช้พลังงานไปกับผลปีศาจก็ไม่ค่อยอยากกินหรอก เฮ้อเมื่อยจัง” ฉันลุกขึ้นตาม ยกแขนประสานกันแล้วเหยียดตัวบิดไปบิดมาก่อนจะทิ้งสองมือลงวางที่สะโพก คิดจะลองแหย่เขาเล่นดูเสียหน่อย จึงลองพูดกระเซ้าต่อด้วยน้ำเสียงระรื่น

            “ที่จ้องหน้านายก็เพราะรู้สึกว่ากัปตันโจรสลัดมาใส่แว่นแบบนี้แล้วดูเป็นหนอนหนังสือจังเลยน่ะสิแต่ก็ดูดีไปอีกแบบนะหล่อเคร่งขรึมดี”

เมื่อฉันพูดจบเขาก็เดินเข้ามาใกล้และถึงแม้หัวใจจะเริ่มเต้นผิดจังหวะอีกครั้ง แต่ฉันก็ยังเชิดหน้าส่งยิ้มเหมือนปกติได้อย่างแนบเนียน และนับรวมไปถึงตอนที่นิ้วของเขายกขึ้นสัมผัสปลายเส้นผมของฉันด้วย เขาเขี่ยระมันเล่น ส่งยิ้มบาดใจร้ายกาจเสียทีหนึ่ง

“ฉันก็ไม่นึกเหมือนกันว่ายายจอมเขมือบสมาธิสั้นจะนั่งแปลหนังสืออยู่ได้เป็นชั่วโมง”

บรรยากาศตอนนี้มันเริ่มดูผิดเพี้ยนไม่เข้ารูปเข้ารอยและเป็นสีชมพูประหลาดๆแหะ...ทั้งที่เมื่อวานนายคนนี้ยังแทบจะตะเพิดฉันออกจากห้องแท้ๆ ไหงมาวันนี้กลับเข้ามาใกล้ขนาดนี้ซะได้ล่ะ

ช่องว่างของเมื่อวานมันหายไปไหนกันฮึ ?

ยังไม่ทันที่ฉันจะกล่าวอะไรตอบ เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นพร้อมมือของลอว์ที่ลดระดับลงสู่ข้างกาย ฉันเขยิบถอยหลังสร้างระยะห่างจากเขาอีกก้าวหนึ่งอย่างลืมตัว

เบโปะเปิดประตูเข้ามา พร้อมถาดอาหารกลางวันในมือ “อาหารเที่ยงครับกัปตัน”

ลอว์พยักหน้ารับ “วางไว้แถวนั้นแหละแล้วเธอ” เขาหันควับมาหาฉัน “ไปกินข้าวได้เสร็จแล้วให้เวลาพักถึงบ่ายสองครึ่งค่อยกลับมาทำงานต่อ”

นาฬิกาบนผนังชี้บอกเวลาบ่ายโมงสิบห้านาทีในขณะนี้ ฉันทำท่าตะเบ๊ะรับแบบทหารเรือใส่เขาพร้อมส่งเสียงล้อเลียน  “รับคำสั่งค่ะกัปตัน ฉันจะกลับมาในเวลาสิบสี่นาฬิกาสามสิบนาทีนะคะ”  

ฉันขยับเท้าจะวิ่งอ้าวออกไปตามปกติ แต่เขาขมวดคิ้วส่งเสียงดุเสียก่อน

“บอกว่าอย่าวิ่ง! ไม่รักขาตัวเองเลยหรือไง!

ดังนั้นฉันจึงเปลี่ยนท่าทีเดินจรดปลายเท้ายักย้ายส่ายสะโพกเหมือนนางแบบออกจากประตูแทน ลอว์มองค้อนจนตาแทบกลับแต่ก็ไม่เอ่ยอะไร ในขณะที่เบโปะทำหน้าเหมือนจะหลุดหัวเราะออกมา เขาแอบยกมือเอ่ออุ้งเท้าขนปุยปิดปากตัวเองไว้

เจ้าหมีขาวแสนรู้ปิดประตูตามหลังแล้วส่งของอย่างหนึ่งให้ฉัน

“กัปตันสั่งให้หามาให้เธอน่ะ”

นั่นคือรองเท้าบูตหนังสีน้ำตาลกลางเก่ากลางใหม่คู่หนึ่ง คาดว่าคงเป็นขนาดที่เล็กที่สุดเท่าที่พอจะสรรหามาได้จากทั่วเรือนี้แล้ว

ฉันเอื้อมมือไปรับของมาและกล่าวขอบคุณเบาๆ เบโปะพยักหน้าหงึกหงักแล้วหันหลังเดินจากไป ฉันทดลองหย่อนเท้าลงไปแล้วก็พบว่าใส่ได้เกือบพอดี มีหลวมบ้างก็นิดหน่อย

หลังจากก้มลงพิจารณารองเท้าในมือความสะทกสะท้อนใจก็วูบขึ้นมาอย่างกะทันหัน

แต่ไหนแต่ไรมากัปตันกลุ่มโจรสลัดที่เป็นผู้หญิงอย่างฉันเคยมีรองเท้าบูตส้นสูงสีสวยงามให้เลือกใส่หลายคู่ซึ่งทั้งหมดนั้นกลายเป็นอดีตไปนับแต่ที่ฉันเสียท่าพ่ายแพ้ต่อหนวดดำและถูกจับกุมโดยพวกทหารเรือ ทว่ายังโชคดีที่ตัดสินใจเสี่ยงชีวิตและใช้เล่ห์กลร้อยแปดหนีออกมาระหว่างกำลังถูกส่งตัวเข้าคุกนรกอิมเพลดาวน์

มาในเวลานี้ ฉันก็เป็นเพียงผู้หญิงตัวเปล่าคนหนึ่ง แค่นักโทษเดนตายที่แทบไร้ประโยชน์และเปรียบเหมือนกาฝากอยู่บนเรือลำนี้แต่ทำไมเขาทราฟาลก้า ลอว์ถึงต้องมาใส่ใจดูแลฉันในเรื่องเล็กๆน้อยๆแค่รองเท้าคู่หนึ่งที่ไม่ได้สลักสำคัญอะไรก็ยังมีแก่ใจสั่งลูกน้องไปหามาให้

ความรู้สึกอบอุ่นท่วมขึ้นมาในใจฉันอย่างไม่เคยสัมผัสมาก่อน

ฉันเดินตัดกลางดาดฟ้าเรือไปอย่างไม่รู้สึกต่อความร้อนผ่าวของแดดยามบ่ายที่สาดส่องลงมา ยิ้มทักทายเพนกวินกับชาจิที่แย่งกันส่งถาดของกินมาให้ พวกเขาทำหน้าตกตะลึงเมื่อฉันตอบว่าไม่หิวและขอตัวไปพักผ่อนเงียบๆ

แค่ต้องการเวลาครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง

ฉันเปิดประตูเดินลึกเข้าไปในห้องเก็บของที่ค่อนข้างมืดสลัว เปิดดวงไฟเล็กจิ๋วแสงสีส้มแล้วทรุดตัวลงนั่งกอดเข่าระหว่างกระสอบใส่หัวมันดิบกับลังมะนาว ยกปลายนิ้วลูบสัมผัสขอบหนังแข็งๆของรองเท้าที่สวมใส่อยู่เล่นและเหม่อมองลวดลายปักตกแต่งที่เป็นรูปดาบไขว้ของโจรสลัดบนนั้น

ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีความรู้สึกอะไรแบบนี้มาก่อน

ไม่อยากจะเชื่อไม่อยากจะยอมรับเลยแหะ

กัปตันของกลุ่มโจรสลัดชื่อกระฉ่อนจากเซาท์บลูผู้หญิงห้าวหาญไม่ยอมใคร

ใช่จิลเวรี่ บอนนีคนนั้นนั่นแหละ

เธอกำลังตกหลุมรักครั้งแรกในชีวิตอย่างไม่อาจปฏิเสธได้เลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #649 ลัมพนะ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มีนาคม 2559 / 20:50
    ปกติพอรู้ว่าพระเอกเป็นหมอจะหยุดอ่านเลย

    แต่เรื่องนี้อ่านได้

    ชอบพระเอกที่มีบุคคลิกแบบนี้ครับ
    #649
    1
    • #649-1 premolar (@sarinpan) (จากตอนที่ 4)
      12 มีนาคม 2559 / 20:59
      บุคลิกลอว์ที่ผู้เขียนจินตนาการขึ้นมา (ตั้งแต่สมัยที่ลอว์ยังไม่มีในการ์ตูนบทบาทมากเท่าปัจจุบัน) ออกจะนิ่งๆ ขรึมๆ แต่มีมุมที่รั่วๆ และอ่อนโยนอยูบ้างค่ะ ขอบคุณนะคะ ^^
      #649-1
  2. #610 pangz' (@pang-61) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2558 / 20:09
    เขินนน >//////<
    #610
    0
  3. #585 <<aKinA>> (@aunjungka410) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2557 / 15:08
    บรรยายเก่งมากค่ะ ได้ทั้งภาพทั้งบรรยากาศ  หุหุ
    #585
    0
  4. #526 sayrine (@nasissa321) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2557 / 00:01
    อ่านไป ยิ้มไป เขินแทน

    บอนนี่ชอบลอว์แล้ว ^^
    #526
    0
  5. #522 หนูลอว์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มีนาคม 2557 / 12:58
    ลอว์อ่ะ น่าร้ากกกกมากเลย
    #522
    0
  6. #460 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 00:47
    บอนนี่เริ่มตกหลุมรักลอว์แล้ว 
    อ่านไปยิ้มไป ชักเริ่มเขินแทนบอนนี่แล้ว
    #460
    0
  7. #448 cartoon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2556 / 19:44
    แต่งเก่งมากก อ่านแล้วยิ้มตามเลย^^

    ชักจะจิ้นตามเหมือนกัน ทั้งที่ในเรื่องจริงยังไม่เจอกันเลย-O-

    แต่ไม่เป็นไร นี่คือพลังในการจิ้นถึงไม่เจอก็จิ้นได้>O
    #448
    0
  8. #441 Ayumu (@psycho-pass) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2556 / 21:03
    ลอว์ น่ารักดีจัง >///<
    #441
    0
  9. #437 P-plai-NewworlD (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 17:32
    ลอว์ น่ารักมากกกก ><
    #437
    0
  10. #419 Rimit123 (@rei-sama) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 19:42
    ว้าวหนุกโคตร บอนนี่เธอต้องจีบนะ (เห้ยหญิงจีบชาย)
    #419
    0
  11. #354 Alyssum'' (@nannannan26) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 มีนาคม 2556 / 15:39
    แต่งเก่งจังเลย<3 อินตามมากมากแล้วอ้า-//-
    #354
    0
  12. วันที่ 1 มีนาคม 2556 / 16:32
    บอนนี้ตัวแสบตกหลุมรักง่ายจุงงงง 
    #329
    0
  13. #181 N-A-T-T-I-T-A (@nattita211) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 / 22:04
    เขิลแทน XD
    #181
    0
  14. #132 มัจฉา-วารี (@mutchar) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2555 / 06:31
    น่ารักม๊าก
    #132
    0
  15. #103 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 21:32
    แล้วลอว์จะรู้สึกไงน๊า
    #103
    0
  16. #91 looky39 (@looky39) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กันยายน 2555 / 17:16
    เขินมากค่ะ>_<

    ถ้าเราเป็นบอนนีเราคงละลายไปแล้วล่ะ ฮิๆ^^
    #91
    0
  17. #32 #เดียว# (@netnapatsirison) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2555 / 19:58
    บอนนี่เริ่มมีใจให้ลอว์แล้วววว >< แอร๊ยๆๆๆ
    #32
    0
  18. #26 Supernovas (@supernovas) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2555 / 21:34
    บอนนี่กำลังตกหลุมรักลอว์แล้วววว ><
    #26
    0
  19. #23 MomoKumA (@momokuma) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2555 / 20:38
    อ๊ายยยยยยยยยยยยยยยย บอนนีตกหลุมรักแล้วสิ
    สนุกมากค่ะ><~
    #23
    0
  20. #20 Melody warty (@punyaphorn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2555 / 17:43
    สนุกและเจ๋งเว่อร์ เป็นกำลังใจให้สู้ๆ
    #20
    0
  21. #17 เบมมี่ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2555 / 02:47
    กระชากอารมณ์ให้จิ้นตามดีแท้เหลา



    เลิฟลอว์แอนจิลเวรี่ จุ๊บๆ
    #17
    0
  22. #16 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2555 / 12:49
    ฮู้ววววววว น่าฮัก น่าฮักที่สุด XD
    ลอว์นี่เดาใจยากจริงๆนั่นแหละ
    #16
    0
  23. #15 Fariy piece (@wanwai) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2555 / 00:52
    กรี๊ดดดดดด >////< จิ้นตามดีกว่าคู่นี้

    อ่านไปอ่านมาเริ่มรู้สึกจิ้นตามแล้วสิ     
    #15
    0
  24. #14 One piece! I Love You! (@tarkra) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2555 / 17:56
    อร๊ายยยย! น่ารักมากอ่ะ! >/////<

    ชอบมากเลยคู่นี้! ชักจะจิ้นตามแล้วสิ!

    ยังไงก็แต่งต่อด้วยนะ! >O<
    #14
    0
  25. #1 ~Spirit~ (@poringrenger) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2555 / 00:23
    อ๊ากกกก ต่อด่วนค่ะ //นอนลงแดง
    #1
    0