[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 32 : Big Girls Don't Cry : chapter 14

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,539
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    3 เม.ย. 56






Cry as hard as you want to. But always make sure: when you stop crying, you’ll never cry for the same reason again.


คนเราสามารถร้องไห้มากมายแค่ไหนก็ได้ตามที่ต้องการ

แต่คุณต้องแน่ใจว่าหลังจากที่หยุดร้องแล้ว คุณจะไม่กลับมาร้องไห้อีกครั้งด้วยเหตุผลเดิม.


 


 

ต้องขอบคุณโจรสลัดพวกนั้นที่ช่วยอาละวาดเคลียร์พื้นที่ให้ล่วงหน้า

            ตอนนี้ตามทางเดินจึงค่อนข้างว่างเปล่า มีเพียงร่างลูกน้องของแซคบางส่วน คละเคล้ากับร่างของเจเนอรัลซอมบี้นอนกองยับอยู่กับพื้น จำนวนทหารเกราะเหล็กนั้นค่อนข้างน้อย ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันถูกแบ่งกองกำลังไปอารักขาในที่ที่เจ้านายของมันอยู่

            และมิฮอว์คก็ต้องถูกกักตัวไว้กับโมเลียอย่างแน่นอน

            ฉันเดินฉับ ๆ ไปตามทางเดิน โกสต์สิบกว่าร่างล่องลอยล้อมหน้าหลัง บางส่วนแยกกระจายออกไปค้นตามห้องทุกห้อง ความโมโหกรุ่นอยู่ในอกของฉันเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในตอนนี้--แซคกับโมเลียบังคับให้มิฮอว์คทิ้งดาบ!! บังอาจมากที่ขมขู่เขาโดยใช้ฉันเป็นเครื่องมือ!!

            ลูกน้องของแซคคนหนึ่งส่งเสียงครางในลำคอ ฉันจึงเดินเข้าไปใกล้แล้วเหวี่ยงเท้าเตะโครมเข้าให้ที่สีข้าง มันสะดุ้งแล้วร้องโอดโอย

            “ดาบของมิฮอว์คอยู่ไหน ?ฉันถามเสียงเข้ม

            “เฮอะไม่บอกโว้ย!

            ฉันดีดนิ้วครั้งหนึ่ง กำแพงผนังที่อยู่ด้านหลังก็ระเบิดตูมจนกลายเป็นรูกลมขนาดใหญ่ เศษปูนร่วงกราวลงบนเส้นผมสกปรกของผู้ที่กำลังตกตะลึงอ้าปากค้าง ตัวสั่นระริก

“รู้ไว้ด้วยว่าความอดทนของฉันกำลังต่ำที่สุดในรอบปี” ฉันวาดแขนอย่างช้า ๆ  มินิโกสต์เกือบสิบตัวพุ่งเข้าเกาะรอบเอวอ้วนกลมของอีกฝ่าย

“จะบอกมาดี ๆ หรืออยากมีรูอยู่บนพุงก่อนล่ะ ?

            “บอกแล้ว!! บอกแล้ว!! อีกฝ่ายพูดตะกุกตะกัก เหงื่อแตกเต็มหน้าเมื่อพยายามปัดโกสต์ออกจากตัวแต่ก็ไม่สามารถทำได้ “ขะขึ้นไปสองชั้น ตรงไปสุดทางแล้วเลี้ยวซ้าย จะมีห้องเก็บสมบัติอยู่!

            ลูกตาเจ้าเล่ห์กวาดไปมาล่อกแล่กไอ้โกหก!! เห็นฉันเป็นเด็กอมมือเรอะ!

ตูม!!

ฉันสั่งระเบิดมินิโกสต์ตัวหนึ่ง เสียงร้องเจ็บปวดดังขึ้นพร้อมกลิ่นเนื้อไหม้โชยมาแตะจมูก

“พร้อมจะบอกความจริงหรือยัง!ฉันถามเสียงเย็นเยียบ รู้สึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่น่ากลัวที่สุด

มันละล่ำละลักบอกสถานที่เก็บสมบัติลับที่แท้จริงออกมาจนได้ และหลังจากนั้น ฉันก็เค้นถามมันต่อว่ามิฮอว์คอยู่ที่ไหนดูเหมือนว่ากลยุทธ์ทรมานร่างกายนี่จะใช้ได้ผลดีทีเดียว

“ตาเหยี่ยวอยู่ที่

ถ้อยคำถัดจากนั้นที่พรั่งพรูจากปากของฝ่ายตรงข้ามทำให้ฉันได้รับรู้ว่าเขากำลังจะถูกบังคับให้เอ่ยต่อหน้าผู้คนนับล้านว่าพ่ายแพ้แก่โมเลียและขอลาออกจากการเป็นเจ็ดเทพโจรสลัด!!

มิฮอว์คถูกคุมตัวอยู่ชั้นบนสุด

“ขอบใจที่บอก” ฉันกระซิบในลำคอและก้าวเท้าออกวิ่งเต็มกำลัง ดีดนิ้วแรง ๆ อีกครั้งหนึ่งส่งท้าย

เสียงระเบิดครั้งใหญ่ดังขึ้น ความร้อนวาบพุ่งวาบจากด้านหลัง

            ลูกน้องของแซคอีกสามสี่คนที่ยังเหลือรอดยืนดาหน้าขวางทางอยู่ ในมือของพวกมันมีทั้งดาบและปืน ฉันวิ่งพลางกระชับมีดสั้นให้แน่น มินิโกสต์ผสมเนกาทีฟโกสต์นับสิบร่างลอยฉิวนำไปเบื้องหน้า

            เสียงโหยหวนดังประสานกันกับเสียงระเบิด โลหิตไหลนองตามพื้น

            ทว่าไม่มีทั้งเสียงกรีดร้องหรือภาพน่ากลัวใด ๆ ที่จะสั่นคลอนความตั้งใจของฉันได้แล้ว

            ต่อให้ต้องฆ่าใครหรือถูกใครฆ่า ฉันก็จะไม่มีวันยอมให้มิฮอว์คเสียเกียรติเด็ดขาด!!

 

๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛

           

“ตกลงตามนั้น”

ผมตอบเสียงเรียบเฉย และคงทำให้อีกฝ่ายบังเกิดความหวาดระแวงอยู่ในใจ

เมื่อโมเลียเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามไม่มีอาวุธและยังมีตัวประกันคนสำคัญในอุ้งมือ มันก็กล้าพอที่จะนั่งอยู่ตรงหน้าผมด้วยร่างจริง และเอ่ยปากข่มขู่สำทับอีกครั้งหนึ่ง

“หากแกเล่นตุกติกตอนแพร่ภาพรับรองว่าไม่มีวันเจอแม้แต่ศพของนังแพศยานั่น!

ผมไม่ขยับลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ ทว่าถีบโต๊ะกระจกที่ขวางกลางล้มดังโครม กระแทกพื้นรองเท้าบดเศษกระจกจนแหลกเป็นเสี่ยงบนพื้น

“อย่าเรียกเธอแบบนั้นแล้วจะหาว่าฉันไม่เตือน!!

โมเลียผงะเล็กน้อย ริมฝีปากสีม่วงของมันบิดเบี้ยวน่าเกลียด ในขณะที่แซคแสยะยิ้มวิปริต

ที่นี่เป็นตึกลับของรัฐบาล ประกอบไปด้วยคลังเก็บสมบัติ คุกใต้ดิน หอสื่อสารและอุปกรณ์ในการถ่ายทอดภาพและเสียงไปทั่วโลก ปกติมีทหารเรือประจำอยู่จำนวนหนึ่ง แต่ในวันนี้ทุกคนต่างถูกคุมขังหรือไม่ก็ถูกฆ่าทิ้งเสียหมดโมเลียวางแผนเรื่องนี้ไว้นานพอควรใช้ข้อมูลสมัยยังดำรงตำแหน่งเจ็ดเทพโจรสลัดให้เป็นประโยชน์แก่ตนเองได้อย่างชั่วร้ายที่สุด

ในห้องนี้มีขนาดค่อนข้างกว้าง กล้องตัวใหญ่เตรียมพร้อมไว้ด้านหนึ่ง อุปกรณ์ทุกอย่างตระเตรียมไว้เสร็จสิ้น รอเพียงเวลาเจ็ดโมงเช้าเวลาเดียวกับที่เริ่มออกข่าวประจำวันของเหล่าทหารเรือ

เวลานี้จวนเข้าใกล้ยามสี่ผมไม่แน่ใจนักว่ามันคุมขังเพโรน่าไว้ที่ไหนกันแน่ ถ้าบุ่มบ่ามทำอะไรไป เธออาจจะถูกฆ่าในเวลาไม่กี่วินาทีหลังจากที่ผมเคลื่อนไหว

ใจของผมเต้นระทึกขึ้นมาเมื่อโสตประสาทรับเสียงที่แว่วมาไกล ๆ ได้

เสียงระเบิดดังเป็นชุด!!

เสียงเปิดประตูดังขึ้นตามมา ชายร่างใหญ่ผู้หนึ่งเข้ามาอย่างรีบร้อนและปราดเข้ากระซิบข่าวกับแซค นั่นคงเป็นข่าวไม่ดีสำหรับพวกมันสังเกตได้จากมุมปากที่บิดเกร็งของมันเมื่อหันมาพูดคุยกับโมเลียอีกต่อหนึ่ง

ในขณะที่โมเลียทำสีหน้าไม่สู้ดี ผมก็มีรอยยิ้มพรายปรากฏบนสีหน้า “ฉันต้องการคุยกับเพโรน่าตอนนี้ต่อแมลงสื่อสารให้หน่อยสิ!

“แกไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง!! โมเลียแยกเขี้ยวคำราม นัยน์ตาแฝงแววข่มขู่ที่น้อยลงไปกว่าเดิมจนผมสังเกตเห็นชัด เสียงตะคอกตามติดดังเกินกว่าความจำเป็น “ขืนพูดอีกคำเดียวนังนั่นตายแน่!

กริยาเหล่านั้นเป็นสิ่งยืนยันสมมติฐานในใจได้เป็นอย่างดี

“ฉันไม่มีสิทธิ์เรียกร้องหรือแกไม่มีสิทธิ์อะไรจะมอบให้กันแน่ ?” ผมเอ่ยอย่างเย็นเยือก เหลือบมองอีกฝ่ายด้วยหางตา

“เพโรน่าไม่ได้อยู่ในการคุมตัวของแกแล้ว ใช่ไหมล่ะ!!

รูม่านตาของโมเลียขยายกว้าง และจังหวะนั้นเอง แซคก็ชักดาบออกมาฟันใส่ผมทันที

ทุกอย่างเกิดขึ้นในพริบตาเมื่อผมแน่ใจในข้อสันนิษฐานนั้นและรีบเอนตัวหลบการโจมตีอย่างง่ายดาย ตวัดเท้าเตะพลั่กเข้ากลางท้องของแซคเต็มแรง มันกระเด็นลอยไปชนโมเลียล้มกลิ้ง ผมรีบพุ่งร่างข้ามฟากห้องไป มุ่งสู่ประตูทางออก

“ไม่ต้องกลัว! มันไม่มีดาบ รุมจัดการมัน!!เสียงโมเลียดังลั่นไล่หลัง พวกซอมบี้ใส่เกราะพร้อมอาวุธครบมือวิ่งฮือยกกองทัพมาขวางทางกันยั้วเยี้ย

ผมเอียงคอเล็กน้อย หักนิ้วมือดังกรอบเพื่อเตรียมตัวรับมือ

“การที่ฉันไม่มีดาบไม่ได้แปลว่าจะฆ่าพวกแกไม่ได้!!

 ผมวิ่งทะลวงออกไป กำปั้นที่ไม่ได้ใช้มาเสียนานก็ยังใช้การได้ดีไม่น้อย เท้าที่ไม่ได้เตะถีบร่างคนมาหลายปีก็ยังขยับได้คล่องแคล่วอยู่ ฝูงศัตรูกระจัดกระจายแตกออก ผมศอกเข้าเต็มหน้าซอมบี้ตัวหนึ่ง มันผงะล้มกลิ้งคลานไปกับพื้น

ค้างคาวผีสีดำหลายตัวบินว่อนตามมา เสียงระเบิดดังมาจากด้านล่าง แซคกวดตามมาในทันใดนั้น  ผมรู้ได้จากสายลมที่ไล่ตามหลัง จึงรีบเอนร่างหลบคมดาบทันท่วงทีแล้วกระแทกกำปั้นอัดเข้าอย่างจังเข้ากลางดั้งจมูกของอีกฝ่าย มันล้มลงไปนอนกองบนพื้น เลือดทะลักออกจากจมูก ผมละความสนใจจากมัน รวมถึงเงาผีกระจอกเหล่านั้นด้วย

ผมกระโจนพรวดลงบันได ดีใจเป็นล้นพ้นเมื่อเจอเข้ากับโกสต์สีขาวแลบลิ้นร่อแร่ ในขณะที่มันเองก็ดูเหมือนจะยินดีอย่างยิ่งไม่แพ้กัน มันส่งเสียงร้องว่า โฮโลติดกันห้ารอบแล้วโบกแขนกลม ๆ ขึ้นลง และกวักให้ตามมันไปทันที

ผมวิ่งพลางใช้แมลงโทรสารติดต่อกับทหารเรืออีกศูนย์หนึ่งไปด้วย

เสียงระเบิดดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ประสานกับเสียงแหกปากร้องด้วยความเจ็บปวด

ผมวิ่งเลี้ยวผ่านหัวมุมไป แล้วก็เจอกับภาพแปลกตาที่คาดไม่ถึงว่าจะได้พบเห็นในชีวิตนี้

แม้จะอยู่กลางสมรภูมิรบอันหนักหน่วง แต่ลูกน้องของผมก็ไม่ยอมทิ้งฉายาโกสต์ปริ๊นเซสของตนแม้เพียงวินาทีเดียว

เธอสามารถยืนอย่างมั่นคงขณะตั้งรับด้วยมีดสั้นในมือ ทั้งยังสามารถขยับร่างกายหลบการโจมตีได้อย่างคล่องแคล่วเกือบสมบูรณ์แบบ ถ้าตัดบรรดาโจรสลัดหน้าตาสกปรกและกองทหารเกราะเหล็กที่เกะกะลูกตาออกไปแล้ว เบื้องหน้าของผมก็มีเจ้าหญิงตัวน้อยเธอเป็นเจ้าหญิงนักรบที่กำลังร่ายรำอยู่ท่ามกลางม่านควันระเบิด ประกายดาบและโกสต์สีขาวพลิ้วไปมาเหมือนแพรต่วน

ยิ่งไปกว่านั้นร่างเล็กบอบบางนี้ยังมีดาบกางเขนขนาดมหึมาสะพายไว้บนหลังอีกด้วย มันช่างดูใหญ่โตจนไม่น่าเชื่อว่าเธอจะสามารถแบกรับน้ำหนักของมันไว้ได้พร้อมกับเคลื่อนไหวในความเร็วเช่นนั้นได้     หยาดเหงื่อสีใสปรากฏเต็มดวงหน้าที่ฉายแววเด็ดเดี่ยว และแม้แต่หยดเลือดอันเปรอะเต็มเสื้อผ้าที่สวมอยู่นั้นก็ไม่อาจลดทอนความงดงามของเธอลงไปได้เลย

ผมเตะโจรสลัดคนแรกที่ขวางหน้าออกไป แล้วใช้สันมือสับไปเต็มแรงที่ก้านคอของคนที่สอง ปราดเข้าประชิดตัวเพโรน่า ดึงร่างของเธอหลบจากรัศมีดาบของซอมบี้ที่เหวี่ยงมา ในพริบตาถัดหลังจากนั้น ซอมบี้สวมเกราะทุกตัวก็แยกออกเป็นส่วน ๆ แขนขาถูกเฉือนทิ้งทั้งหมด

ผมเสียบดาบเก็บไว้บนปลอกหลังเสื้อคลุมแล้วโอบกอดเธอไว้จากเบื้องหลัง

เพโรน่าตัวสั่นน้อย ๆ เมื่อแตะปลายนิ้วลงบนลำแขนของผม “มมิฮอว์ค”

“อืม” ผมครางตอบรับและพลิกร่างของเธอกลับมาประจันหน้ากัน “เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ?

“คุณยังไม่ได้ประกาศอะไรอย่างนั้นไปใช่ไหม ?” ปากของเธอสั่นระริกขณะพยายามพูดติดๆ ขัดๆ โดยไม่สนใจตอบคำถามของผม ผมก็เลยทึกทักเอาเองว่าเธอไม่ได้บาดเจ็บร้ายแรงตรงไหน

“ยังไม่ได้ประกาศหรอกนังหนูเธอเก่งมากเลยนะที่หลุดออกจากคุกมาได้เนี่ย ? ทำยังไงรึ ?” ผมดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาผูกไว้ที่แขนเรียวเล็กข้างหนึ่งซึ่งมีรอยแผลถลอกปอกเปิก กวาดตาสำรวจสภาพของเธอช้าๆ

แต่ขณะนั้นเองน้ำตาหยดโตก็ร่วงหล่นลงมาบนมือของผมซึ่งวางทาบบนแก้มของเธออยู่ นัยน์ตาของผมจึงเบิกโพลงขึ้นด้วยความตกใจนี่! เธอคงเจ็บมากมีแผลที่อื่นอีกรึ ? หรือบอบช้ำภายใน ?  ผมพยายามจับแขนของเธอสำรวจดูว่ามีตรงไหนแตกหักแต่ก็ไม่มี เสียงสะอื้นเบาๆแทรกขึ้นมาในขณะที่ผมกำลังคิดจะรีบพาเธอไปโรงพยาบาล ตามมาด้วยแขนเล็กๆ ทั้งสองที่โอบรัดเอวของผมเสียแน่นอย่างฉับพลัน

“เพโรน่า! บอกฉันมาเธอเจ็บตรงไหนหายใจออกหรือ

“ฉันมะไม่ได้บาดเจ็บหรอก” เสียงของเธอดังอู้อี้ ไหล่บอบบางสั่นระริก “ฮึก!! ที่ฉันร้องไห้เนี่ยก็เพราะดีใจที่ไม่ได้เป็นต้นเหตุให้คุณเสียหน้าต่อคนทั้งโลกน่ะ ฮือออ

เมื่อได้ยินดังนั้นผมก็รู้สึกโล่งใจปนขำนิดหน่อย หวนคิดไปถึงเมื่อตอนที่นังหนูเคยเดือดร้อนเป็นฟืนเป็นไฟเมื่อโดฟลามิงโก้กล่าวหาผมที่เกาะลับของรัฐบาล

“ดูเหมือนเธอจะเป็นห่วงหน้าตาของฉันมากกว่าฉันเองอีกนะ”

“แหงอยู่แล้ว” เพโรน่าเช็ดน้ำตาของตัวเองป้อยๆ ในขณะที่ผมอดยิ้มกับหน้าตามอมแมมของเธอไม่ได้ “ก็ฉันเป็นลูกน้องชั้นเลิศ มีหน้าที่ดูแลคุณทุกด้าน”

“จะบอกอะไรให้นะฉันน่ะ

ทันใดนั้นเอง ผมก็รับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวรวดเร็วจากด้านหลัง จึงรีบตวัดคุโตะ โยรุออกมาตั้งรับ เสียงโลหะปะทะกันดังสนั่น แซคกระโดดถอยหลังห่างออกไป

เสียงเกรี้ยวกราดของเพโรน่าดังขึ้น ดูเหมือนว่าเธอสามารถปิดก๊อกน้ำตาได้ในทันที

“ฉันไม่มีวันยอมให้คุณใช้เป็นเครื่องมืออีกแล้ว โมเลีย!!

ยายหนูเอาจริงแน่ เนกาทีฟโกสต์จำนวนมากล่องลอยจนแน่นเต็มทางเดิน โมเลียยืนเด่นอยู่เบื้องหลังของแซค เหลือไอ้หน้าสิงโตอีกตัวหนึ่ง นอกนั้นก็ไม่มีใครอีกทั้งมนุษย์และซอมบี้

“นังตัวแสบ 

ผมคิดจะเชือดทิ้งทีเดียวสามตัว แต่เธอขยับมือใช้โกสต์โจมตีระเบิดครั้งใหญ่ ผมสะบัดดาบปัดเศษหินที่พุ่งเข้ามา ฝ่ายตรงข้ามทั้งสามหลบหนีกันไปคนละทิศละทาง ผมคาดว่าแซคคิดหลบหนีมากกว่าจะอยู่สู้ต่อ

“ฉันยกตัวใหญ่ให้คุณ ตัวเล็กทั้งสองให้ฉันจัดการเอง!

“ไม่ได้!! ตอนนี้เธอต้อง

หลบหนีเธอควรจะรีบหนีไปให้ไกลที่สุด ผมอยากให้เพโรน่าทำอย่างนั้น แต่บางสิ่งบางอย่างในใจของผมฉุดรั้งคำพูดที่เหลือเอาไว้ บางทีอาจเป็นเพราะประกายมุ่งมั่นที่เปล่งออกจากดวงตาสีดำสนิทคู่นั้น

“เจ้านายต้องเชื่อใจฉันฉันจะหยุดพวกเขาไว้ให้ได้!!

ผมรักยายหนูและไม่อยากให้เธอเสี่ยงอันตรายแม้แต่นิดเดียว ทว่าหากเอ่ยคำสั่งห้ามออกไปตอนนี้ก็รู้ดีว่าจะทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดฝังหัวครุ่นคิดว่าผมไม่เชื่อใจไม่เชื่อในฝีมือของเธอ

            “ฉันฝากเธอเชือดไอ้สองตัวนั้น แต่ห้ามฝืนเกินไปรับปากฉันสิ!

“รับทราบค่ะเจ้านาย!” เธอยิ้มกว้าง หันหลังวิ่งไปยังทิศที่ไอ้สิงโตหายลับไปเมื่อครู่

โดยสัตย์จริงผมยอมรับเพโรน่าในฐานะลูกน้องผู้ทรงประสิทธิภาพมาตั้งนานแล้วล่ะ

 

 ๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛

 

“ฉันรู้นิสัยของแกดีน่ะอับซารอม!!

แม้จะแผ่วเบาแต่ฉันก็ยังได้ยินเสียงหอบหายใจ และแทบจะได้กลิ่นของความหวาดกลัวเสียด้วยซ้ำ ไอ้หื่นอับซารอมขี้ขลาดออกจะตายไป ตั้งแต่ที่มันเคยพยายามมาแอบดูฉันอาบน้ำ แต่ก็เจอระเบิดเข้าเต็มๆ หน้าบวกกับกรงเล็บฟาดของคุมาชี่ หลังจากนั้นมันก็ไม่กล้ามาตอแยฉันอีกเลย

หลังการรายงานข่าวครั้งล่าสุด โกสต์ของฉันบอกว่าอับซารอมวิ่งหนีเข้ามาในห้องเก็บอาวุธอันกว้างใหญ่นี้ และล่องหนหลบซ่อนตัวอยู่!

ฉันรับรู้ในทันทีว่าตุ้มหนามเหล็กอันหนึ่งกำลังถูกยกและเหวี่ยงฟาดมาจากด้านหลัง หลังกระโดดหลบได้ทันท่วงทีแล้ว เนกาทีฟโกสต์ก็พุ่งเข้าตามแหล่งที่มันถูกเหวี่ยงมา แต่ยังไม่มีเสียงรำพันความคิดติดลบ แปลว่าพลาดไปเพียงนิดเดียว

ไม่จำเป็นต้องใช้ตาเนื้อเห็นตัวศัตรูแค่ฝึกรับแยกแยะเสียงให้ออก และรับรู้ถึงจิตมุ่งร้ายได้ก็พอ

มิฮอว์คเคยจับฉันผูกผ้าปิดตาจนเหมือนคนตาบอด แล้วสั่งให้โจมตเขาให้ถูกในห้องอันแสนคับแคบแน่ล่ะ! ถึงตอนนี้ฉันยังไม่เคยเฉียดโดนแม้แต่ปลายเสื้อของเขาแต่อย่างน้อยก็ยังได้เรียนรู้ถึงวิธีที่จะเล่นงานฝ่ายตรงข้ามด้วยมีดสั้นให้จอดสนิทได้อย่างไรในเมื่อมองไม่เห็น

เจ้านายสอนให้ฉันเข้มแข็ง กล้าหาญแต่ไม่บ้าบิ่น ฮึกเหิมได้แต่อย่าลำพอง

อย่าร้องไห้กับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่ก็ไม่ผิดหรอกถ้าเรื่องเล็กน้อยนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญต่อความรู้สึกของตนเอง แต่มีข้อแม้อยู่อย่างหนึ่ง

หอกแหลมคมอีกเล่มถูกซัดมาจากด้านหลังอย่างมุ่งร้าย ฉันถลันหลบอีกครั้ง การโจมตีครั้งที่สองนี้เปิดโอกาสให้ฉันรับทราบตำแหน่งของอีกฝ่ายในพริบตา

“โกสต์แร๊ฟ!!ฉันตะโกนและดีดนิ้ว มินิโกสต์พุ่งกระจุกเข้าไปยังมุมห้อง เสียงระเบิดตูมใหญ่ดังขึ้นผสมกับเสียงคำรามลั่นของสัตว์ป่า

เบื้องหลังม่านควันนั้นคือร่างไหม้เกรียมของอับซารอม นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น

สำเร็จไปหนึ่ง!

ฉันอยากร้องกรี๊ดด้วยความยินดี หากไม่ติดที่ว่าโกสต์เฝ้าประตูร้องเตือนลั่นเข้ามาในหัว ฉันรีบทิ้งตัวลงพื้นแล้วตลบร่างกลิ้งหนีไปด้านข้างทันที

เสียงคมอาวุธนับสิบชิ้นที่แขวนบนราวร่วงกราวลงมากระทบกับพื้น หากหนีไม่ทันคงตัวพรุนแน่

รอยยิ้มโรคจิตน่าขยะแขยง ผมสีทอง นัยน์ตาสีแดง และชุดสีดำเหล่านั้นคือสิ่งที่ฉันรังเกียจ!!

ฉันจะจัดการนายให้ได้แซค แชนเทลล์!!

ร่างสูงคล่องแคล่วของแซคสาวเท้าเนิบๆ อยู่ไกลออกไปราวหกเจ็ดเมตร มีกองอาวุธจำนวนหนึ่งขวางอยู่บนพื้นตรงกลาง มันเอาฝักดาบเล่มเพรียวพาดไหล่ทั้งสองไว้ วางข้อมือพาดทับฝักดาบอย่างสบายอารมณ์ เอ่ยปากด้วยน้ำเสียงนุ่มจนน่าคลื่นเหียน

“ฉันเคยบอกไปหรือยังว่าชอบผู้หญิงนักสู้”

ใครจะไปสนเสป็คผู้หญิงของแกล่ะยะ!!

“เนกาทีฟโกสต์!! ฉันตะโกนสั่งให้โกสต์จำนวนมากพุ่งเข้าหาฝ่ายตรงข้าม เปิดฉากก่อนต้องได้เปรียบ

แต่ว่าแซคไม่กระจอกเหมือนอับซารอม เขาหลบโกสต์ได้รวดเร็วจนแทบมองไม่ทัน พริบตาเดียวโผล่มายืนอยู่ตรงหน้า ฉันไม่ตกใจเท่าไรนักเพราะคาดการณ์เอาไว้แล้ว มีดสั้นในมือถูกตวัดขึ้นรับคมดาบที่ฟาดเข้ามาเสียงดังเคร้ง แม้แขนของฉันจะสั่นระริกแต่ก็ยังยันคมดาบที่หมายเชือดคอเอาไว้ได้!

“ไม่ให้แกตัดผมไปได้อีกแน่!” ฉันกัดฟันพูดแล้วเหวี่ยงฝ่ามือตบเข้าหาทรวงอกของอีกฝ่าย ปล่อยมินิโกสต์ด้วยความเร็วสูงสุดพร้อมถีบตัวกระเด็นไปเบื้องหลัง

เสียงระเบิดลูกแรกดังตูมในขณะที่ฉันไถลไปกับพื้นและสั่งระเบิดซ้ำอีกทีเพื่อความแน่ใจ พร้อมกวาดสายตาตามหาร่องรอยของมันไปรอบตัว และเมื่อไม่พบก็มั่นใจได้ว่าแซคยังอยู่กลางดงระเบิดตรงนั้นแน่นอน

ฉันยันตัวลุกยืนเมื่อควันจางลง วินาทีที่เห็นความว่างเปล่าและรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวเหมือนสายลม ก็จำต้องถีบตัวหลบไปด้านข้างอีกรอบ แม้กลิ้งไปไม่สวยเท่าไร แต่ก็รอดหลบคมดาบที่พุ่งลงมาจากเบื้องบนได้ แซคว่องไวเหลือเกิน ทันทีที่พลาดดาบแรก เขาก็ตวัดดาบเปลี่ยนทิศมาทางฉัน และถึงจะพยายามที่สุดแล้ว แต่ฉันก็ไม่อาจรอดจากปลายกระแสดาบที่ถากโดนเข้าที่ขาซ้าย ความเจ็บแปล๊บถาโถมเข้าใส่ความรู้สึกเกือบจะในทันที

และนั่นทำให้ฉันเสียจังหวะ นิ้วมือผอมเรียวทว่าเรี่ยวแรงมากมายเหลือเชื่อนั้นคว้าหมับเข้าที่แขน และกระชากครั้งเดียวเหวี่ยงจนตัวฉันล้มลงกลิ้งกระแทกไปกับพื้น

ยังไม่ทันหายหน้ามืด แซคก็ขึ้นคร่อมทับตัวฉันเอาไว้ ร่างของเขาดูเผินๆ เหมือนผอมบางสลัดหลุดได้ไม่ยาก แต่มันกลับเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแกร่ง น้ำหนักกดทับนั้นทำให้ฉันขยับช่วงเอวและสะโพกไม่ได้เลย

“ใครว่าฉันอยากได้แค่ผมของเธอล่ะ ? สาวน้อย”

แซคแสยะยิ้ม นิ้วของเขาไล้ขึ้นมาตามผิวเนื้อบนลำแขน เรื่อยขึ้นมาถึงลำคอ

“ฉันอยากได้ทุกอย่างที่เป็นตัวเธอต่างหาก”

น่าขยะแขยงน่ากลัวเหลือเกินอยากขยับหนี อยากยกมีดสั้นที่ยังคงค้างในมือขึ้นแล้วทิ่มลงไปยังอกของมัน แต่นัยน์ตาสีโลหิตอันคุโชนด้วยอารมณ์คลั่งนั้นทำให้ฉันตัวสั่น หวาดผวากับเปลือกนอกที่สงบนิ่งเกินไป ดุจพญามัจจุราชรอเวลาเอาชีวิตเหยื่ออย่างเปี่ยมสุข

มือชั่วร้ายของมันไล่ลงมายังทรวงอกของฉัน และในวินาทีที่มันเริ่มเค้นคลึงด้วยสีหน้าพึงพอใจนั้น สติของฉันก็กลับมา ด้วยการฝืนยกร่างท่อนบนด้วยความเร็วสูงสุด โขกหัวเปรี้ยงเข้ากับหน้าผากของอีกฝ่ายเต็มแรง มันร้องครางเบาๆ ในขณะที่ฉันดิ้นสุดชีวิตจนหลุดออกมาจากใต้ร่างของมัน สะบัดมือกลับหลังสั่งมินิโกสต์พุ่งออกไปในทันที

แซคพลิกร่างหลบไป หลังมือปาดเช็ดเลือดที่ไหลจากหัวคิ้ว บริเวณไหล่เสื้อขาดออก เผยให้เห็นผ้าพันแผลสีขาวรุ่งริ่งที่มีเลือดซึมออกมามันหลบระเบิดพ้นไม่หมด เนื้อบริเวณแขนข้างหนึ่งไหม้เกรียม

ภาพเบื้องหน้าช่างสยดสยองที่สุดแซคมีสีหน้าสุขสันต์ประหนึ่งว่าเพิ่งรับมอบของขวัญดีๆ ยังไงยังงั้น เขาเลียนิ้วที่มีเลือดอาบและก้าวเข้ามาหาช้าๆ ฉันถอยหลังกรูดอย่างลืมตัว

“ฉันชอบเธอ”  เสียงของมันแหบพร่า ในขณะที่ดวงตาเพ่งมองไม่กะพริบ “เพโรน่าอาโกสต์ปริ๊นเซสแสนน่ารักฉันอยากได้เธอมาเป็นของฉันมาเป็นของฉันเดี๋ยวนี้!

ฉันรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งแขน แต่ยังมีสติพอจะถลันหลบเมื่อเห็นประกายดาบพุ่งเข้ามา แทบหนีไม่พ้น! ปลายเสื้อคลุมที่สวมอยู่ขาดแหว่งไปเกือบครึ่งตัว ทิ้งรอยเลือดซิบไว้บนผิวเปลือยเปล่า เสียหลักล้มกลิ้งอีกครั้งเมื่อถูกคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้า โดนตรงแผลเข้าพอดี ฉันร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดและปล่อยเนกาทีฟโกสต์พุ่งแออัดโต้ตอบกลับไป    

โดนเข้าเต็มๆ!!

แซคคุกเข่าโครมลงกับพื้น แต่ให้ตายเถอะทำไมมันไม่ยอมปล่อยมือจากข้อเท้าของฉันอีก ฉันจึงเตะถีบเป็นพัลวัน แต่อีกฝ่ายกลับคุกเข่านิ่ง ตัวสะเทือนไปตามแรงที่ถูกถีบเข้าใส่เท่านั้น

ทำไมเป็นแบบนี้มันต้องปล่อยฉันแล้วร้องไห้คร่ำครวญไปสิ!!

“ฉันไม่สมควรมีชีวิตอยู่ฉันไม่เหมาะกับโลกใบนี้” แซคเริ่มพูด ฉันเอะใจเล็กน้อยที่เสียงของมันเรียบสนิท แต่อาจเป็นเพราะปฏิกิริยาโต้ตอบหลังโดนเนกาทีฟโกสต์ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เพราะครั้งที่มิฮอว์คโดนเข้าไป เขาก็ไม่ได้ร้องไห้คร่ำครวญ เพียงแค่พูดพร่ำออกมาเหมือนคนเพ้อไปหน่อยๆ เท่านั้น

“ปล่อย! ฉันตวาดแล้วออกแรงถีบมากขึ้นอีก “แกมันรกโลกตายๆ ไปซะ!

“ใช่คนรกโลกสมควรตาย” แซคพึมพำด้วยนัยน์ตาเลื่อนลอย ก่อนจะค่อยๆ กวาดสายตามาที่ฉัน น้ำเสียงเย็นเยือกที่เอ่ยต่อนั้นทำให้หัวใจของฉันแทบหยุดเต้น แม้แต่ขาก็เหมือนจะไม่มีแรงสลัดหลุดออกไปอีกแล้ว

 “ฉันต้องการให้เธอไปด้วยเพราะฉันชอบไม่สิฉันรักเธอ ทั้งหลงใหลและเทิดทูนบูชา ฉันอยากสูดกลิ่นผมและผิวกายที่เปลือยเปล่า สัมผัสทุกความอบอุ่นบนเรือนร่างและเฝ้ามองมันแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชืดที่ฉันชื่นชอบ อาเลือดของเธอจะมีรสชาติเป็นยังไงนะคงจะหอมหวาน อร่อยเลิศล้ำ  อยากลองดูเหลือเกินอืมฉันอยากให้เธอมาเป็นของฉัน!! มาเป็นหนึ่งเดียวกับฉัน!!

คนโรคจิตวิปริตไม่นึกมาก่อนว่าเนกาทีฟโกสต์จะกระตุ้นความคิดน่าสยดสยองของแซคออกมาอย่างแจ่มแจ้งเช่นนี้ความคิดติดลบของมันเป็นอย่างนี้เองเรอะ!!

“ตายซะเถอะนางฟ้าของฉัน!!

แซคค่อยๆ ยกดาบในมือขึ้น และฟันลงมารวดเร็วจนมองไม่ทัน ฉันพยายามปลดปล่อยการโจมตีออกไปแต่ก็ไม่ทันการณ์แล้ว

เสียงกรีดร้องของฉันหลุดจากลำคอ คมดาบกรีดตัดอากาศ โลหิตพุ่งฉีดกระเซ็นออกมาเปรอะเปื้อนเต็มใบหน้า ฉันรู้สึกถึงความร้อนผ่าว ได้กลิ่นคาวเต็มจมูก มือที่บีบจับข้อเท้าของฉันคลายออก

“นังหนู! นังหนู!

ตัวของฉันถูกเขย่าเบาๆ ในอ้อมกอดที่คุ้นเคย ฉันลืมตาขึ้นมาช้าๆ รู้สึกทุกอย่างพร่ามัวและสมองหมุนติ้ว จนต้องกะพริบตาอยู่ครู่หนึ่งจนมองเห็นใบหน้าของมิฮอว์คชัดเจน

“เธอบาดเจ็บ!!” เสียงของเขาเคร่งเครียดมาก “ส่งหมอมาที่คลังเก็บอาวุธเดี๋ยวนี้!! มาให้เร็วที่สุด!!

มิฮอว์คโยนแมลงสื่อสารพกพาทิ้งไปด้านข้าง โอบกอดฉันไว้แน่น สัมผัสมือแข็งกร้านลูบไปตามเนื้อตัวและเริ่มปลอบโยนเบาๆ

“เพโรน่าเด็กน้อยของฉัน เธอไม่ต้องกลัวนะฉันจัดการมันไปแล้วหมอกำลังมา หมอกำลังมารักษาเธอ อยู่นิ่งๆนะอย่าเพิ่งขยับ

ฟังดูเหมือนเขาเจ็บมากกว่าฉันเสียอีก ฉันไม่เคยเห็นมิฮอว์คพูดรัวด้วยน้ำเสียงแบบนี้มาก่อนเลย

ฉันค่อยๆ ยกมือโอบรอบคอของเขา ซบใบหน้าลงกับแผ่นอกอบอุ่น ถอนหายใจอย่างเศร้าสร้อย ฉันดีใจเหลือเกินที่ได้ซุกร่างอยู่ในอ้อมกอดของเขา แต่ก็รู้สึกเสียใจในฐานะลูกน้องคนหนึ่งอย่างมากมาย

“เจ้านายฉันขอโทษที่จัดการศัตรูไม่สำเร็จอย่างที่รับปากไว้”

“ไร้สาระ” เขาตอบกลับ “ฉันไม่สนใจเรื่องนั้น แค่เธอยังปลอดภัยดี อะไรก็ไม่สำคัญทั้งนั้น”

“มิฮอว์คตอบฉันตามความจริงหน่อย ในฐานะเจ้านายแล้ว คุณคิดว่าฉันเป็นลูกน้องที่ห่วยแตกหรือเปล่า ?” ฉันถามพลางกลั้นน้ำตาเอาไว้สุดกำลัง

เขาสบตากับฉันนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง “ในฐานะเจ้านายแล้วฉันคิดว่าลูกน้องแบบเธอไม่เหมือนใครเลย”

“อ่อนแอเกินกว่าจะเป็นลูกน้องของเจ็ดเทพโจรสลัดหรือเปล่า ?” ฉันถามต่อ เพราะคำตอบของเขาช่างคลุมเครือเหลือเกินทั้งที่เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญมากมันเป็นคุณค่าของการดำรงอยู่ในชีวิตของฉัน

“เธออาจจะยังเป็นลูกน้องที่อ่อนเชิงด้านการต่อสู้อยู่บ้าง” มิฮอว์คตอบและยกมือลูบแก้มของฉันอย่างนุ่มนวล ดวงตาคมกริบสีอำพันของเขาทอประกายจริงจัง

“แต่ลูกน้องคนนี้ช่วยเติมเต็มจิตใจที่ว่างเปล่าของฉันสอนให้รู้จักสัมผัสสีสันของความรัก และทำให้ฉันมีความสุขกับการมีลมหายใจอยู่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อนตัวตนของเธอคือความงดงามที่แข็งแกร่งเพโรน่าฉันเชื่อว่าไม่มีลูกน้องของเจ็ดเทพโจรสลัดคนไหนๆ ทำได้ยอดเยี่ยมเท่านี้อีกแล้ว”

น้ำตาของฉันหลั่งไหลออกมาไม่หยุดเมื่อฟังคำพูดของเขาจบ

ฉันได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้างว่ามิฮอว์คกระซิบปลอบคำใดที่ข้างหู แต่มีประโยคเดียวที่ฉันจำได้อย่างแม่นยำก่อนจะหลับไปด้วยความโล่งใจ

“อยากร้องไห้เท่าไรก็ร้องไปเถอะนังหนูน้อยแต่มีข้อแม้เพียงอย่างเดียวเมื่อเธอร้องไห้เสร็จแล้ว ฉันจะเป็นคนดูแลไม่ให้เธอต้องเสียน้ำตาอีกครั้งด้วยเหตุผลเดิมเอง"

 

๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛


 

“โฮโล! โฮโล!

โกสต์สีขาวปรากฏขึ้นตรงหน้าของผม ริมฝีปากกว้างของมันฉีกยิ้มออก เมื่ออยู่ไปนานๆ แล้ว ก็พอจะเดาออกว่ามันกำลังบอกข่าวอะไรอยู่

“เดี๋ยวฉันจะติดต่อกลับไป” ผมวางหูแมลงโทรสารที่กำลังติดต่อกับพวกทหารเรือ ก้าวเร็วๆ ผ่านฟากห้องรับแขกในบ้านพักหลังใหญ่ และผลักประตูเปิดเข้าไปในห้องนอน กลางเตียงกว้างใหญ่มีเพโรน่านอนกะพริบตาอยู่อย่างงๆ

“มิฮอว์ค” เธอพึมพำแล้วชันตัวลุกขึ้นนั่ง อ้าสองแขนออกเหมือนลูกนกขอความอบอุ่น

ผมยิ้มแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง ดึงร่างเล็กมากอดไว้ “มึนหัวอยู่หรือเปล่า ?

เพโรน่าสั่นศีรษะเบาๆ ผมนุ่มเสียดสีใต้คางของผม “คุณจัดการทุกอย่างเรียบร้อยแล้วหรือ ? มีอะไรให้ฉันช่วยหรือเปล่า ?

“มีสิฉันอยากให้เธอดื่มน้ำ กินอาหารเย็น แล้วก็พักผ่อนมากๆ” ผมตอบและจูบหน้าผากนูนสวยไปครั้งหนึ่ง อุณหภูมิที่สูงกว่าปกติเล็กน้อยของร่างนี้ทำให้ผมกังวลว่าเธอจะเป็นไข้หลังจากการต่อสู้ดุเดือดขนาดนั้น “เจ็บแผลมากไหม ? เอายาแก้ปวดเพิ่มหรือเปล่า ?

“ไม่เท่าไรหรอก” เพโรน่าตอบแล้วพึมพำต่อเบาๆ ด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย “แซค แชนเทลล์โรคจิตมากกว่าที่ฉันคาดไว้ซะอีก”

“คงไม่มีใครคาดเดาความวิปริตของมันได้หรอก” ผมตอบพลางดึงปรอทวัดไข้ออกมาจากลิ้นชัก “เอ้าอ้าปากแล้วอมไว้แป๊บนึงสิ ฉันว่าเธอกำลังไข้ขึ้นนะเนี่ย”

ครู่เดียวปรอทวัดไข้ก็ส่งเสียงดังปิ๊บ ผมดึงออกมามองดูตัวเลขสามสิบเจ็ดจุดห้าองศา

“เธอมีไข้ต่ำ ๆ นะ กินยานี้ก่อนแล้วเดี๋ยวฉันไปเอาน้ำ

“มันจับหน้าอกฉัน” เสียงเพโรน่าดังขึ้น นัยน์ตาของเธอมีแววกราดเกรี้ยว มือกำชายผ้าห่มแน่น

หา ?

“ว่าไงนะ” ผมถามซ้ำอีกครั้ง วางปรอททิ้งไว้บนโต๊ะข้างเตียง

“ไอ้แซคบ้าจับหน้าอกฉันไม่ได้จับธรรมดาด้วยนะมันบีบเลยล่ะ!” เธอยกนิ้วจิ้มเข้าที่ทรวงอกข้างซ้ายของตนแล้วขมวดคิ้วแน่น เอ่ยต่ออย่างเจ็บแค้น “ฉันอยากตบมันกระเด็นไปไกลๆ แล้วจับยัดใส่คุกให้เน่าตายไปเลย!

ความรู้สึกบางชนิดที่เกินกว่าคำว่าโมโหพุ่งปรี๊ดอยู่ในสมองของผม

“ฉันเกลียดมันที่สุด คนจิตทราม! หน้าอกฉันไม่ใช่ของสาธารณะนะยะอ้าว! คุณจะไปไหนน่ะ ? อยู่ฟังฉันด่ามันก่อนซีฉันถูกหยามเกียรติอย่างแรงเลยนะ!

“เดี๋ยวฉันมาครู่เดียวเท่านั้น” ผมตอบด้วยโทนเสียงต่ำกว่าปกติ ในหัวมีแต่ภาพมือสกปรกของแซคแตะต้องร่างกายของเพโรน่า บางทีมันอาจไม่ได้ลวนลามเธอแค่นั้น ถ้าผมไปไม่ทันมันอาจจะ

อ๊าก!! แค่คิดก็อยากฟันไอ้เลวนั่นให้แหลกไม่เหลือซาก

ผมต่อแมลงโทรสารอีกครั้ง กรอกคำพูดไปสองสามคำเมื่อปลายสายรับโทรศัพท์

“ก็กำลังถูกส่งตัวไปเข้าคุกอิมเพลดาวน์พร้อมกับโมเลียนั่นแหละว่าแต่นายโทรมาทำไมล่ะ ?

“ส่งแซค แชนเทลล์ให้ไปอยู่ที่ชั้นหก” ผมตอบสั้นๆ น้ำเสียงยังคงเย็นเยือกสนิท

อาโอคิยิเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ “ถ้านายเห็นว่าสมควร ฉันก็ขี้เกียจจะขัด อย่างไรก็ไม่เสียหาย เพราะอย่างหมอนั่นอาจมีลมหายใจอยู่ชั้นหกได้ไม่พ้นวัน”

“ขอบใจ ฝากจัดการด้วย” ผมตอบและวางหูโทรศัพท์ลง

ถึงอาโอคิยิจะขี้เกียจเป็นนิสัย แต่มันก็ไม่เคยเรื่องมากกับผม และผมก็ชอบใจมันในจุดนี้เสียด้วย

ผมกลับเข้าไปในห้องอีกครั้ง ในมือมีอ่างน้ำและผ้าขนหนูผืนเล็ก

“คุณไม่โมโหหมอนั่นแทนฉันบ้างเหรอ” เพโรน่าถามเสียงขัดเคืองเมื่อผมวางผ้าชุบน้ำลงบนหน้าผากของเธอ หลังจากทีฟังเธอโวยวายเรื่องเปลืองร่างกายของตนเองอยู่ครู่ใหญ่แล้ว

ผมดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างเล็ก และทาบมือทับไว้บนทรวงอกข้างซ้ายของเธอ

“โมโหสิผู้ชายที่ไหนจะไม่อยากฆ่าคนที่มาแตะต้องตัวคนรักของเขา แต่กรณีนี้ฉันไม่จำเป็นต้องลงมือเพราะมีคนทำแทนให้แล้ว”

ยายหนูหน้าแดงแจ๋ บ่นอุบอิบในลำคอ “ฉันไม่เข้าใจที่คุณพูดนักหรอก แต่นอนอยู่ข้างๆ ฉันหน่อย ฉันนอนไม่หลับน่ะ”

ผมเอนตัวลงนอนแทนคำตอบรับ เพโรน่าดึงแขนผมไปหนุนต่างหมอนแล้วพริ้มตาหลับลง

บางทีพรุ่งนี้ผมอาจจะโทรไปหาอาโอคิยิอีกครั้งหนึ่ง เพื่อสอบถามการมีชีวิตอยู่ของมันสักหน่อย

หากมันยังรอดผมจะช่วยสงเคราะห์โดยการส่งโจรสลัดชั่วๆ เข้าไปในชั้นหกอีกสักสองสามโหล

“เจ้านายขานอนไม่หลับอ่ะ ร้องเพลงกล่อมหน่อยสิ” เสียงเล็กๆ ดังขึ้นอย่างออดอ้อน

            ผมอดยิ้มขำไม่ได้ “ฉันร้องเพลงไม่เป็น เธอฟังแล้วจะนอนไม่หลับยิ่งขึ้นน่ะสิ”

            “ไม่เป็นไร ฉันทนฟังเสียงคุณได้น่า” เพโรน่าเบียดตัวมากอดผมแน่นขึ้น ลืมตาใสแป๋วเป็นนัยว่าจะไม่ยอมหลับถ้าผมไม่ร้องสักเพลงหนึ่ง

            เอ้าร้องก็ร้อง

            นัยน์ตาสีดำเริ่มหรี่ลงจนปิดสนิทเมื่อผมเริ่มร้องเพลงแรกที่แวบเข้ามาในหัว เสียงของผมตลกจนกระทั่งตัวเองยังอยากหัวเราะ แต่ดูเหมือนว่าเพโรน่าจะมีความสุขกับมันน่ะนะ

            ไกลออกไปจากห้องอันอบอุ่น แว่วเสียงฝนตกกระทบหน้าต่าง

            ผมหยุดร้องเพลงเมื่อเห็นว่าคนข้างตัวหลับแล้วลมหายใจของเธอดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ

 

ใครๆ ต่างก็รู้หากก้าวข้ามผ่านอุปสรรคไปได้ คนเราจะเข้มแข็งขึ้นเสมอ

แต่ผมเพิ่งทราบว่าความรักก็เข้มแข็งขึ้นได้เหมือนกัน

พายุร้ายที่ผ่านเข้ามาก็ไม่ต่างกับสิ่งพิสูจน์ว่ารักนั้นมั่นคงพอจะเดินทางต่อไปในชีวิตหรือไม่

เบื้องหลังเมฆหมอกทะมึน เบื้องหลังสายฟ้าแลบแปลบปลาบ เบื้องหลังหยาดฝนเม็ดแหลมคม

หากผ่านพ้นมันไปได้แล้ว

ความรักก็จะเติบโตต่อดุจต้นกล้าที่ไม่หวั่นไหวต่อสภาพอากาศอันแปรปรวน

และเมื่อฟ้ากลายเป็นสีครามสดใส ปุยเมฆเป็นสีขาวอีกครั้ง

ต้นกล้าของเราจะเติบโตยิ่งขึ้น

ความรักของเราจะดำเนินต่อไป

 

สายรุ้งและแสงแดดใสกระจ่างอยู่เบื้องหน้าแล้ว

 

 

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #716 wowmom (@wowmom) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 14:57
    ฮรึกกกก มันดีงามมากเลยตอนนี้ น้ำตาไหลเป็นดอกกุหลาบเพราะมันดีต่อใจจริงๆ! ชั้นรักฟิคนี้ 😍😍😍😍
    #716
    0
  2. #603 Because i cate (@loveyougaara) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2557 / 20:11
    แหม.... ชั้นหกเลบเหรอพ่อคูณณณณณณณณณณ นี้สินะที่เรียกว่า "ฆ่าคนเพราะความหึง" น่าร๊ากกกกกกกกกก เวอร์
    #603
    0
  3. #595 <<aKinA>> (@aunjungka410) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2557 / 22:03
    ตอนนี้บรรยายสนุกมาก
    #595
    0
  4. #509 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 14:34
    เพโรน่าเท่สุดๆ เจ๋งอ่ะ นอกจากจะตามไปช่วยมิฮอว์ค
    ก่อนที่จะไปยังไปหาดาบกางเขน ไปตามเอาดาบกางเขนมาให้ด้วย
    กว่าจะได้เจอกัน ใจแทบขาด// หวานด้วยบู๊ด้วย

    แซคโรคจิตเกินไปน่ะ //น่ากลัวว
    น่าจะโดนมิฮอว์คฟันให้ขาดเลย โทษฐานที่แตะต้องตัวนังหนู
    มิฮอว์คก็โรแมนติกเหมือนกันนะเนี่ย !!!! น่ารักทั้งคู่เลย
    #509
    0
  5. #488 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 02:35
    แซคแม่มโรคจิต ท่าทางจิตคงมีปัญหาแน่ๆ
    น่ารักทั้งคู่เลยมิฮอร์คกับเพโรนาเนี่ย แต่ไหงไปๆ มาๆ เหมือนพ่อลูกเลยล่ะคู่นี้
    #488
    0
  6. #413 `มินนี่อิอิ ♔ (@mz-deksen) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 24 เมษายน 2556 / 22:09
    ชอบตอนมิฮอว์คพูดว่า เมื่อร้องไห้เสร็จฉันจะดูแลเธอไม่ให้ร้องไห้ด้วยเธอผลเดิม
    โอ๊ยยยยย กรี๊ดดดดด ฟินมากกกก
    ไหนบอกเป็นคนไม่โรแมนติกไง โรแมนติกหน้าตายสินะ T//T
    #413
    0
  7. วันที่ 16 เมษายน 2556 / 09:12
    ขออนุญาตขึ้นยานแม่กลับดาวด้วยความฟิน......

    ย้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก น่าร้ากอ้ะ XD!!!!!!!!!

    โง้ยยยยยย อยากจะสิงเพโรน่ารัวๆ เค้าอยากให้มิฮอว์คร้องเพลงกล่อมบ้าง กรีสสสสสสส
    ให้ตายเหอะโรบิ้น คู่นี้นี่เขาหวานไม่แพ้คู่ลอว์กับบอนนี่เลยนะ หุหุ -.,-
    แซคเหมือนเป็นคนบ้าหน่อยๆ ดูจิตไม่ปกตินิดๆเนอะ #บางทีอาจจะไม่นิดด้วย....
    แต่ก็แอบสงสารนะ...ถูกส่งไปชั้น 6 เบย....โถพ่อหนุ่ม อิมเมจออกจะดูหล่อร้ายแท้ๆ น่าเสียดาย #whattttt

    นี่ก็ใกล้จะจบพาร์ทของคู่นี้แล้วใช่มั้ยคะเนี่ยแบบนี้....แอบเสียดายง่ะ แต่ก็รอลุ้นว่าต่อไปจะเป็นคู่แรร์แบบไหน โฮะๆๆๆ
    สู้ๆค่ะ เป็นกำลังใจให้เสมอนะ แต่ช่วงนี้อาจเข้ามาอ่านช้าเพราะวุ่นวายหลายเรื่องมากเลย
    #389
    0
  8. #387 PJ - Inspire Dream (@supernovas) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 14 เมษายน 2556 / 20:06
    น่ารักมาก! ในที่สุดก็มีความสุขกันเสียที!
    #387
    0
  9. #376 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 เมษายน 2556 / 09:48
    โอ๊ย น่ารักเกินไปแล้ว -///-
    #376
    0
  10. #375 SilverWolf (@wolfblood) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 21:55
    มิฮอว์หวงเพโรน่า มิฮอว์หวงเพโรน๊า!~~
    กรี๊ดดดด!!!!~~ น่าอิจฉาจริงจริ๊ง!~
    #375
    0
  11. #374 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 8 เมษายน 2556 / 10:02
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    น่า รัก มากกกกกกกกกกกกกกก
    เขิน โอ้ยเขินน ตอนนี้ฟินได้อีก
    แซคมันก็โรคจิตเกิ๊นน สมควรโดนแบบนั้นแล้ว หึหึ
    #374
    0
  12. #373 ditt (@i_indiezz) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 23:50
    โอ้ยย น่ารักอ่ะ ><
    #373
    0
  13. #371 Jb-imchz (@jb-immature) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 เมษายน 2556 / 01:03
    ฮามิฮอว์คว่ะ ท่าทางป๊าจะหึงหวงขั้นรุนแรงนะ
    แล้วนูเพโรน่าก็บรรยายซะเห็นภาพ บีบเลยนะบีบบบบบ
    ไม่ใช่สาธารณะนะเออ เออก็จริง แต่จงใจยัวะลุงแกป่ะนี่ 55555

    แซคโรคจิตไม่ไหวนะนายยยย
    #371
    0
  14. #370 -$eLIn@- (@Hikari_photos) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 23:50
    น่ารัก วันนี้นั่งอ่านรวดจนจบเลยอ่ะ

    จะละลาย มิฮอว์คกับเพโรน่าน่ารักไปแล้วววววววววว

    เพโรน่าตอนต้นเด็ดเดี่ยวมาก

    มาตอนท้ายนี่คือฮามิฮอว์ค เฮียคะ เข้าใจความรู้สึกนะ แต่ส่งไปอิมเพลดาวน์ชั้น6นี่โหดร้ายกว่าเอาคุโตะ โยรุฟันหัวอีกนะ555
    #370
    0
  15. #369 GT.OP.PS.B.BE.N.P (@tarkra) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 23:04
    กรี๊ดดดดดด!!!!!!!!! น่ารักมากๆๆๆๆๆๆ เลนค้าาาา >______<!!
    แซคโรคจิตเกินให้อภัย!! มันน่าตบๆๆๆ อย่างที่เพโรน่าพูดจริงๆ!
    อ่า...คงใกล้จบแล้วสินะ...ตอนต่อไปเป็นคู่ของใครน้า *O*
    อืมๆๆ...อยากรู้เร็วๆ จัง >_____<
    #369
    0
  16. #368 Bow Chan !! (@crazycartoon) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 22:04
    แซคแม่งโรคจิตจริงๆถึงขั้นทำให้มิฮอว์คของขึ้นเลยหรอ
    ปล.ถ้าจบตอนแล้วแต่คู่อื่นต่อได้ไหมอ่า หนุกจริงจริง
    #368
    0
  17. วันที่ 3 เมษายน 2556 / 20:00
    แชคโรคจิตมาก ไม่ๆสุดๆเลยอ่ะ เพโรน่าฮามาก หน้าอกฉันไม่ใช่ของสาธารณะ 
    หนุกมากเลยค่ะ
    #367
    0