[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 21 : Big Girls Don't Cry : chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,520
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    24 พ.ย. 55








Someone with good intentions will use words to express.
Someone who really cares will use their actions.


คนที่มีเจตนาดีจะแสดงออกด้วยคำพูด

ส่วนคนที่ใส่ใจเราจริง ๆ จะแสดงออกด้วยการกระทำ


 

เอาล่ะนับของอีกครั้งดีกว่าว่าเตรียมมาครบหรือยังเสื้อผ้าสะอาดสำหรับเปลี่ยน ร่ม คุมาชี่อุปกรณ์ปฐมพยาบาล เสบียงอาหารแห้ง น้ำดื่มเอขาดอะไรอีกนะ ?

            ใช่แล้ว!! ลืมของสำคัญไปได้ไงเนี่ย! หวีของฉัน!

ถ้ารีบกลับไปเอาตอนนี้จะทันไหมนะ!

“บ้าหอบอะไรมาเยอะแยะ!

ฉันสะดุ้งจนเกือบเผลอปล่อยกระเป๋าขนาดย่อมหลุดมือเมื่อได้ยินเสียงดุๆของเจ้านายคนใหม่ดังมาไกลๆ เขายืนอยู่ในเรือใบขนาดย่อมที่รูปร่างเหมือนโลงศพสีดำตัดขอบเหลือง

น่ารักจังเลย! มันดูเข้ากับโกสต์ปริ๊นเซสสุดๆ!! ถ้าเปลี่ยนเป็นสีดำตัดชมพูได้นะมันจะยิ่ง

“ลงมาเร็วๆสิ เดี๋ยวก็ทิ้งไว้ที่นี่หรอก!” เขาเอ่ยปากเร่งด้วยสีหน้ารำคาญใจ

จะไปแล้วเหรอแล้วหวีของฉันล่ะ--หวีซี่ห่างสำหรับคนผมหยักศกเชียวนะ!

“เจ้านายฉันลืมของ ขอกลับไปเอาแป๊บเดียวได้ไหม ?

ฉันส่งสายตาอ้อนวอนสุดชีวิตแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ส่งผลใดๆในแง่บวก เขาเอาแต่ยิงรังสีพิฆาตจากตาแสนดุนั่นใส่ฉันอีกครั้งหนึ่ง แถมทำท่าเหมือนจะกระตุกเชือกสมอเรือขึ้นในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

“ไม่!! ที่เธอขนมาน่ะมันก็มากพอแล้ว อยากจมเรือนักหรือไง!

เชอะ! ไม่กลับไปเอาแล้วก็ได้!! เจ้านายใจดำ!

ฉันเบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์แล้วเหวี่ยงกระเป๋าในมือซ้ายลงเรือไป ส่วนมือขวาก็กระชับคุมาชี่ให้แน่นคิดจะก้าวเท้าเหยียบกราบเรือ แต่ก็ติดที่ว่าคลื่นซัดลำเรือกระแทกเข้าๆออกๆจากชายฝั่งอยู่ตลอดเวลา และแน่นอนว่าฉันไม่อยากก้าวพลาดตกลงไปจมน้ำทะเลตายหรอก

ฉันจึงได้แต่ยืนจดๆจ้องๆ พยายามรอจังหวะให้เรือเข้ามาใกล้มากที่สุด

แต่เจ้านายไม่ใจเย็นขนาดนั้นเขาชักสีหน้าหมดความอดทนแล้วเอ่ยเสียงเรียบดุเป็นครั้งที่ร้อยของเช้าวันนี้

“จะยืนบื้ออยู่อย่างนั้นอีกนานไหม!

ฉันก็ไม่ได้อยากยืนนิ่งเป็นหุ่นไล่กาอยู่หรอก! แต่คนมันกลัวนี่! ที่ผ่านมาน่ะ ฉันอาศัยอยู่ในเรือลำใหญ่มหึมาที่มีเกาะแสนมั่นคงอยู่ข้างในนะไม่ใช่เรือลำเล็กกระจิดริดเท่าโลงศพซะหน่อย!

“เจ้านายช่วยฉันลงเรือหน่อยซี” ฉันพยายามส่งเสียงอย่างน่าเห็นใจอีกครั้งหนึ่ง

มิฮอว์คกลอกตาอย่างเบื่อหน่ายสุดกลั้นก่อนจะทิ้งเชือกสมอในมือลง เขาก้าวเท้าข้ามกระเป๋าของฉันเข้ามาใกล้ ยอดคลื่นโยนตัวขึ้นลงทำให้เรือโคลงไปมาอย่างน่าหวาดเสียว

เขายื่นมือออกมาอย่างเสียไม่ได้ “เอ้า! ลงมาได้แล้ว”

ฉันแตะปลายนิ้วลงบนมือของเขาลังเลที่จะก้าวเท้าออกไป น้ำทะเลสีครามเข้มดูลึกไร้ที่สิ้นสุดถ้าพลาดตกลงไปมีหวังตายจริงๆแน่เลย

“เจ้านายอย่าปล่อยมือนะ ไม่งั้นฉันคงว้าย!!

มันเกิดขึ้นเร็วเกินไปตัวฉันถูกกระชากดึงแบบไม่ปราณีปราศรัยจนแทบจะหัวคะมำลงไปในเรือ น้ำทะเลเฉียดวาบผ่านใต้รองเท้าจนกระจายดังซ่า ความรู้สึกเสียววูบไหลผ่านไขสันหลังชั่ววินาที

ก่อนที่ฉันจะพบว่าตัวเองกำลังเบียดแก้มแนบกับแผงอกกว้างแข็งแรง ฉันเหลือบตาขึ้นสบกับเขานัยน์ตาเรียวรีสีอำพันนั้นแสดงออกชัดถึงความรำคาญใจเต็มเปี่ยม มือใหญ่ที่โอบหลังฉันไว้เมื่อครู่ค่อยคลายลง

อกของเจ้านายอบอุ่นชะมัด

“มัวฟังเธอพูดพล่ามอยู่ก็ไม่ได้ไปเสียที!

 เขาบ่นแล้วผละไปยังท้ายเรือ จัดการทอนสมอขึ้นและกางใบเรือออก

หึ! ใช่สิฉันมันพล่ามไม่หยุดเพราะกลัวการลงเรือนี่ ใครจะไปเก่งกาจทุกอย่างเหมือนเจ้านายกันล่ะ!! คนไม่ได้กินผลปีศาจน่ะไม่รู้หรอกว่าตอนตกลงไปในน้ำทะเลมันน่ากลัวขนาดไหน!

ฉันนั่งลงกับพื้นและยกคุมาชี่ขึ้นมากอดไว้  กวาดตาพิจารณาลักษณะของเรือลำนี้อย่างช้าๆมันเป็นเรือใบลำเล็กมาก ท่าทางอยู่ได้สองคนก็เต็มที่แล้วรูปร่างของเรือเหมือนโลงศพนี่หละที่โดนใจฉันสุดๆหัวเรือทั้งสองข้างซ้ายขวามีเทียนแท่งเล่มใหญ่มหึมาอยู่ และถึงแม้ว่าจะเป็นเวลากลางวัน แต่เทียนยักษ์ทั้งสองนั้นก็ถูกจุดไฟติดลุกสว่างเป็นสีเขียวเรืองๆ

สุดยอดเหมือนเรือนำวิญญาณเลย!

ฉันหยิบสมุดบันทึกเก่าๆอันเป็นหนึ่งในสิ่งที่ค้นได้จากห้องเก็บของขึ้นมา แล้วเขียนลงไปว่า

เช้าวันที่สี่หลังจากถูกส่งมาที่เกาะคุราอิคานะเริ่มออกเดินทางไปทำงานใหม่ด้วยเรือทรงโลงศพน่ารักมากๆ แต่ว่าเจ้านายน่ะดุสุดๆ แค่ลงเรือช้าหน่อยก็โมโหแล้ว!’

นี่เป็นบันทึกการผจญภัยของฉัน เพราะไม่รู้ว่าการใช้ชีวิตแบบนี้จะตายวันตายพรุ่งเมื่อไรถ้ารอดอยู่ไปได้จนแก่แล้วได้ย้อนกลับมาอ่านเรื่องราวเก่าๆคงจะสนุกดี

ฉันเก็บสมุดแล้วเหลือบไปมองท้ายเรือมิฮอว์คกำลังตรวจทิศทางด้วยเอเทอนอลโพสอยู่ เขาบอกกับฉันสั้นๆว่าจะไปที่เกาะลับอะไรสักอย่างเพื่อเข้าร่วมประชุมกับรัฐบาล น่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับข่าวที่ถูกปล่อยออกมาว่าท่านโมเลียตายแล้ว และทางนั้นก็ต้องการเจ็ดเทพโจรสลัดคนใหม่มารับตำแหน่ง

“ถ้าว่างนักก็ไปทำความสะอาดห้องข้างในซะ!” มิฮอว์คพูดขึ้นด้วยเสียงเรียบสนิทโดยไม่ละสายตาจากเข็มเอเทอนอลโพส  

“ไม่ว่างสักหน่อย!” ฉันผุดลุกขึ้นยืน หิ้วเอากระเป๋าติดมือขึ้นมาด้วย

“แล้วเธอมีงานยุ่งอะไรมิทราบ?” เขาตอบกลับพร้อมเลิกคิ้วนิดๆ น้ำเสียงแฝงแววดูถูกดูแคลน

ฉันปราดเข้าไปบิดลูกบิดเปิดประตูห้องที่มีอยู่เพียงห้องเดียวตรงใจกลางเรือ ยกกระเป๋าในมือเหวี่ยงไปมาขณะตอบ “ก็ต้องจัดของบ้างสิอย่าบอกนะว่าเจ้านายไม่ต้องการน้ำดื่มและอาหารแห้งที่เตรียมพร้อมไว้เป็นระเบียบเรียบร้อยน่ะ!

ลมทะเลพัดมาทำให้ขนนกขาวเป็นพุ่มบนหมวกดำปลิวไสวเมื่อเขาหันมาและเลิกคิ้วข้างหนึ่งก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยาะ

“คงยังไม่ต้องการหรอกอาหารแห้งน่ะไม่ทันบ่ายก็ถึงแล้ว”

อ้าว! แค่บ่ายก็ถึงแล้วหรือไง ?  นึกว่าจะเดินทางอย่างน้อยก็สองสามวันซะอีก งั้นที่ฉันอุตส่าห์ตระเตรียมเสบียงกรังมาเยอะแยะก็เปล่าประโยชน์น่ะสิ!

 “ก็ก็เตรียมไว้เผื่อถึงเกาะช้ากว่าปกติไง อาหารกลางวันน่ะ!

“เหอะ! นังหนูอย่ามาดูถูกการเดินเรือของฉันดีกว่า” เขาตอบพร้อมปรายตามองฉันเจ้านายอะไรกันเนี่ย หยิ่งยโสโอหังชะมัด!

อ้อ! แล้วอีกเรื่องที่สำคัญนะ

“เลิกเรียกว่านังหนูๆ ซะที!! ฉันขึ้นเสียงแว้ด ยกสองมือเท้าเอว “ฉันไม่ใช่เด็กๆนะชื่อเพโรน่าก็ไม่ได้ออกเสียงยากตรงไหนหรือถ้าเจ้านายไม่ชอบเรียกชื่อ ก็เรียกฉันว่าโกสต์ปริ๊นเซสแล้วกัน!!

มิฮอว์คหลุดหัวเราะออกมาเหมือนกำลังฟังเรื่องตลก เขาวางเอเทอนอลโพสลงแล้วเปลี่ยนไปหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาถือไว้ กางมันออกแล้วพูดเบาๆเหมือนบ่นกับตัวเอง แต่ก็กะระดับเสียงให้เข้าหูฉันพอดี

“โกสต์ปริ๊นเซสอะไรกัน ? ให้ลงเรือเองยังลงไม่ได้เด็กหนอเด็ก!

ความร้อนผ่าวไหลวูบขึ้นมาตามสองแก้มตามมาด้วยลิ้นที่แข็งสนิทเพราะเถียงอะไรไม่ออก ฉันจึงได้แต่ขยี้เท้ากับพื้นอย่างหงุดหงิดใจแล้วสะบัดหน้าหนีเข้าห้องพักไปในทันที

มีเสียงหัวเราะไล่ตามหลังฉันมาเหมือนจะเยาะเย้ยอีกครั้งหนึ่ง

เชอะ! ไว้รอให้ได้มีโอกาสแสดงฝีมือบ้างเถอะ!

นายตาเหยี่ยวจะได้รู้ชัดๆไปเลยว่าฉันคนนี้ไม่ใช่เด็กกระจอกงอกง่อยนะ!



๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛
 

          เฮ้อ!

แค่สี่วันที่รับนังหนูคนนี้มาอยู่ด้วยก็ทำให้ผมมีอาการปวดหัวตุบๆอย่างเรื้อรังซะแล้ว

            เพโรน่าไม่เคยทำตัวสงบเสงี่ยมเรียบร้อยแบบลูกน้องเชื่อฟังเจ้านายสักทีเธอสรรหาเรื่องนั้นเรื่องนี้มาก่อกวนประสาทอันเคยสงบนิ่งของผมให้ปั่นป่วนเหมือนท้องทะเลยามพายุเข้าไม่มีผิด!

            คงต้องพูดย้อนเรื่องราวเมื่อสองวันก่อนกันเสียหน่อย

            เที่ยงวันที่สองในเกาะคุราอิคานะ ขณะที่ผมกำลังซ้อมดาบอยู่ที่ลานหน้าปราสาท จู่ๆก็มีโกสต์สีขาวหน้าตาแตกตื่นลอยมาโผล่ตัวหนึ่ง พวกมันทำท่าทางอยากให้ผมตามไปด้วยความที่กลัวว่ายายเด็กนั่นจะตกอยู่ในอันตรายอะไรบางอย่าง เช่น ออกไปซนข้างนอกแล้วถูกฝูงลิงบาบูนรุมทึ้ง ผมจึงรีบวิ่งตามโกสต์ตัวนั้นไปทันทีมันลอยนำผมไปอย่างรีบเร่งจนถึงสวนทิศตะวันตกของปราสาท

ที่นั่นเพโรน่าอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ยกมือหนึ่งโบกให้ไหวๆ

            โกสต์ลอยหายลับไป ผมเดินเข้าไปหยุดตรงหน้าเธอ กวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วก็เห็นว่าอวัยวะยังอยู่ครบทุกส่วน แถมสีหน้าก็ดูยิ้มแย้มดี

ผมขมวดคิ้วทำหน้าตึงใส่ “เรียกฉันมาทำไม ?

            เพโรน่าเงยหน้าสบตาผมแล้วอวดผลไม้ลูกโตสีแดงนับสิบผลในตะกร้าให้ดู “ฉันจะให้ช่วยชิมเจ้าพวกนี้ไงแล้วบอกฉันมาว่าอยากให้หมักเป็นไวน์หรือว่าทำพายดี ?

            นี่เธอใช้โกสต์หน้าตาแตกตื่นไปเรียกผมมาชิมแอ๊ปเปิ้ล!!

            อยากจะบ้าตาย! ผมไม่น่าใจอ่อนรับลูกน้องอย่างนังหนูนี่เลย!

          หลังจากที่ถูกดุไปสองสามประโยคแล้วเพโรน่าก็ทำหน้าหงอยเหมือนสำนึกผิด แต่ก็ยังไม่วายรบเร้าให้ผมลองกัดแอ๊ปเปิ้ลสักคำหนึ่ง จนสุดท้ายผมก็ต้องกินมันเข้าไป แล้วก็สั่งให้เธอเอามันไปหมักไวน์เพราะรสชาติของมันดีอยู่ไม่ใช่น้อย

            เพโรน่ายิ้มรับแล้ววิ่งหายไปในห้องเก็บเสบียงใต้ดินทันที

            เย็นวันที่สามยายเด็กเจ้าปัญหาไม่ยอมโผล่มาเมื่อถึงเวลาอาหารเย็น แล้วก็ไม่มีโกสต์ตัวไหนปรากฏขึ้นตรงหน้า จนสุดท้ายผมก็ทนรอนิ่งๆไม่ไหว ต้องออกเดินตามหาจนพบว่าเพโรน่าตกลงไปในบ่อน้ำร้างหลังปราสาท ผมจึงช่วยเธอขึ้นมา ตามแขนขาของเธอเต็มไปด้วยแผลถลอกปอกเปิก พอผมดุว่าทำไมไม่ยอมใช้โกสต์ไปตามผมมา เธอก็ทำท่าจะร้องไห้แล้วตอบเสียงสั่น

            “ก็เมื่อวานเจ้านายโกรธฉันที่ใช้โกสต์เรียกมา วันนี้ฉันเลยไม่กล้าใช้อีก คิดว่าจะปีนกลับขึ้นไปเองได้นี่ฮึก! เจ้านายไม่โกรธใช่ไหมที่ฉันกลับไปทำอาหารเย็นไม่ทัน”

            ผมล่ะสุดจะปวดหัวกับตรรกะของเธอเสียจริงๆ!!

            แล้วมันก็ยิ่งน่าหงุดหงิดใจขึ้นไปอีกเมื่อพบว่าสาเหตุของการตกลงไปก็คือการริปีนป่ายขึ้นไปยืนตรงขอบบ่อเพื่อจะเก็บแอ๊ปเปิ้ลลงมาหมักไวน์เพิ่ม! พอผมบอกว่าให้สั่งเอาจากคนส่งของ เพโรน่าก็ดันเถียงข้างๆคูๆทั้งน้ำตาว่ามันอร่อยไม่เท่ากัน!

            ทั้งๆที่เธอน่ะไม่ได้เป็นคนดื่มมันด้วยซ้ำแล้วทำไมต้องทุ่มเทพยายามจะสร้างไวน์รสเลิศด้วยล่ะ!

          เมื่อหาคำตอบไม่ได้ สุดท้ายผมจึงได้แต่นวดขมับตัวเองก่อนจะช่วยทำแผลให้ลูกน้องสุดป่วนจนเสร็จ

            และในบ่ายวันที่สี่ขณะที่กำลังก้าวเท้าเหยียบเกาะลับของรัฐบาลผมก็ได้แต่หวังว่าเพโรน่าจะยอมอยู่นิ่งๆ และไม่ก่อปัญหาใดๆให้ผมต้องตามแก้ไขให้ปวดหัวเพิ่มอีกครั้ง

            “เจ้านายๆ กุหลาบที่นี่สวยจังเลยฉันอยากให้มีดอกไม้สวยๆแบบนี้ที่ปราสาทบ้างจัง!

            เพโรน่าวิ่งต๊อกแต๊กตามหลังผมมา เธอหันซ้ายหันขวาชื่นชมสวนกุหลาบสีแดงสลับขาวที่บานสะพรั่งอยู่เต็มสองฟากทางเดินอันปูลาดด้วยหินสีเทาอ่อนพวกทหารเรือที่เป็นเวรยามลอบเหลือบมองมาที่ผมสลับกับเธออย่างแปลกใจ

            “เจ้านายว่าถ้าฉันขอเขากลับไปปลูกสักสองสามต้นจะได้ไหม ?

            เด็กจอมยุ่งกระซิบกระซาบถามผม ดูเหมือนจะไม่อิงนังขังขอบกับสายตานับสิบที่กำลังเพ่งมองมาอย่างกระหายใคร่รู้ เธอยกมือหนึ่งกอดตุ๊กตา อีกมือถือร่มและแกว่งไปมาอย่างกระตือรือร้น

            “อย่าทำตัวไร้ศักดิ์ศรีถ้าคิดจะเป็นลูกน้องของฉัน” ผมตอบไปแค่นั้น

            รอยยิ้มสดใสเลือนหายไปจากริมฝีปากของเพโรน่า ไหล่บอบบางของเธอตกลู่ลงเล็กน้อย

            “อือเข้าใจแล้ว” เธอพยักหน้ารับคำเบาๆ มือเล็กที่ถือร่มหยุดนิ่งอยู่ข้างลำตัวพร้อมกับถอนสายตาปรารถนาจากพุ่มกุหลาบเปลี่ยนมาจับจ้องพื้นใต้เท้าอย่างหงอยๆ แทน

ผมรู้สึกได้ถึงชีพจรของตนเองที่กระตุกไปวูบหนึ่งเมื่อเห็นสีหน้าแสนเศร้าของคนข้างกาย

เด็กสาววัยนี้มักชอบของสวยงามน่ารักดังนั้นการที่เธอต้องมาติดตามผมซึ่งเป็นคนไร้ศิลปะในการใช้ชีวิต คงจะเป็นการทรมานจิตใจมากมายเกินไปหน่อย

ลิ้นของผมขยับพูดต่อไปเองก่อนที่จะยั้งมันไว้ทัน

“ถ้าอยากได้นักค่อยไปหาซื้อที่เกาะอื่นแล้วกัน”

เพโรน่าเบิกตามองผมแล้วเปลี่ยนสีหน้าฉับพลันเป็นการแย้มยิ้มอย่างดีอกดีใจ เธอพูดต่ออย่างรื่นเริง  “งั้นเจ้านายต้องช่วยฉันรดน้ำบ้างนะเพราะว่าฉันจะปลูกกุหลาบให้เต็มสวนด้านหน้าเลย!

อ้าวนี่กลายเป็นว่าผมต้องเป็นคนสวนแล้วรึ ?

ร่างเล็กๆข้างตัวผมยังไม่หยุดยิ้มและเหลือบมองดอกไม้ริมทางอย่างมีความหวัง นัยน์ตาของเธอแทบจะสะท้อนภาพสวนหน้าปราสาทของเกาะคุราอิคานะที่เต็มไปด้วยดอกกุหลาบสารพัดสีแข่งกันเบ่งบานและส่งกลิ่นหอมตามลม

แม้ผมจะไม่เห็นด้วยกับหน้าที่รดน้ำกุหลาบ แต่เพราะว่านังหนูน้อยคนนี้กำลังมีความสุขผมก็เลยไม่ได้เอ่ยอะไรขัดจินตนาการของเธออีก

เราสองคนเดินมาจนถึงหน้าประตูเข้าสู่ตัวอาคารนายทหารเรือยศใหญ่ที่ผมคิดว่าโคตรกวนประสาทที่สุดยืนอยู่ที่นั่น

ไก่ฟ้าครามอาโอคิยิ!

เจ้านั่นยังชอบสวมผ้าปิดตาไว้บนหัวเหมือนเคยบ่งบอกให้รู้ถึงคติประจำตัวของมันที่ว่าด้วย ความยุติธรรมบนความขี้เกียจ  น่าแปลกชะมัดที่คนหลักลอยอย่างเจ้านี่กลับโผล่หัวมาร่วมประชุมในครั้งนี้ก็ว่าอยู่แล้วว่าน่าจะมีเรื่องสำคัญหลายอย่าง ส่วนมากน่าจะเกี่ยวกับกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง

“โอ๊ะโอชายตาเหยี่ยวไม่ได้มาประชุมคนเดียวกลับพ่วงเอาคุณหนูน้อยน่ารักมาด้วยหรือนี่ พอจะมีเวลาว่างไปดื่มชากับฉันหรือเปล่า?

“ไม่มีทาง!!” เพโรน่าตอบทันทีและเชิดหน้าสูง

เฮอะไอ้อาโอคิยิ ปากวอนหาเรื่องเสียหน้าแท้ๆ ไม่รู้ซะแล้วว่านังหนูคนนี้ชอบเชิดหน้าอวดดีแกมหยิ่งใส่คนอื่นขนาดไหนตอนที่พบกับผมครั้งแรกก็ยืดตัวเหมือนกบน้อยพองลมแบบนี้ไม่มีผิด

อาโอคิยิเลิกคิ้วน้อยๆ ก่อนจะกล่าวต่อ “อ้าวไม่สนใจหรอกเหรอ มีของแกล้มน้ำชาหลายอย่างเลยนะ ทั้งเค้กสตรอเบอรี่ คัสตาร์ดหน้าครีม และ

ผมเอ่ยแทรกทันที “มัวพูดจาไร้สาระนี่ได้เวลาประชุมแล้ว”

เพโรน่ามีท่าทีหวั่นวิตกในแววตาเมื่อผมพูดจบ แต่เธอก็ไม่ปริปากอะไรออกมา

“เสียดายจริงๆงั้นฉันคงต้องเชิญคุณหนูน้อยคนนี้ไปรอที่อื่นก่อน” อาโอคิยิยิ้มมุมปากและโบกมือเรียกทหารนายหนึ่งมาออกคำสั่ง

“พาคุณหนูคนนี้ไปรอในห้องรับรองแขก”

เพโรน่าเหลือบตามองผมเป็นเชิงถาม--ผมพยักหน้าให้ทีหนึ่งเธอจึงก้าวเดินตามนายทหารเรือคนนั้นไป และเหลียวหลังมามองด้วยสีหน้าฉายแววกังวลชัดเจนกว่าเดิม ดวงตากลมโตสีดำไม่ยอมละจากผมจนกระทั่งร่างของเธอหายลับมุมทางเดินไป

“เชิญเข้าห้องประชุม” อาโอคิยิพูดพร้อมรอยยิ้มเหนื่อยหน่าย เขาก้าวนำหน้าเข้าไปภายในอาคารอย่างรวดเร็ว

ไปรอที่ห้องรับรองก่อนแค่ชั่วโมงเดียวก็เสร็จ

ที่จริงผมน่าจะพูดประโยคนี้กับเธอไปเมื่อครู่แทนการพยักหน้าอนุญาตแต่อย่างเดียวเธอจะได้ไม่ต้องวิตกและเคร่งเครียดขนาดนั้น

เอาเถอะยังไงก็แค่หกสิบกว่านาที--เพโรน่าคงจะไม่ก่อเรื่องอะไรหรอก

ผมหมายถึงว่า…‘คงจะน่ะนะ!!
 

๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛๛

 

ฉันเดินตามนายทหารเรือคนนั้นจนไปถึงห้องขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในอาคาร มันเป็นห้องรับแขกหน้าตาหรูหราพอประมาณ มีโซฟาผ้าไหมสีเขียวเข้มหลายสิบตัวกับพรมปูพื้นสีอ่อน ตู้ไม้กรุกระจกกินพื้นที่เต็มผนังห้องแถบหนึ่ง ภายในจัดเรียงรายพวกโล่ประกาศเกียรติคุณและบรรดาถ้วยรางวัลที่ดูงี่เง่าจำนวนมาก สายลมเย็นชื่นพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดกว้างจนมองเห็นวิวทะเลเป็นประกายระยิบระยับหยอกล้อแสงแดดยามบ่าย

            “เชิญรอในห้องนี้ครับ”

นายทหารผู้นำทางกล่าวเพียงแค่นั้น และเดินจากไปในทันที

เขาทิ้งฉันไว้กับคนแปลกหน้าจำนวนหนึ่งที่กำลังหรี่ตามองมาอย่างประเมินท่าทีพวกเขาก็คงเป็นลูกน้องของบรรดาเจ็ดเทพโจรสลัดที่กำลังเข้าร่วมประชุมนั่นเอง

ฉันเดินไปจับจองพื้นที่บนโซฟาตัวเดี่ยวซึ่งตั้งอยู่มุมห้อง แอบพิจารณาคนอื่นอย่างเงียบๆ พลางไล่ลำดับถึงความเป็นไปได้ว่าคนไหนคือลูกน้องของใคร

อีกฟากหนึ่งของห้องมีผู้หญิงสองคนนั่งอยู่คนหนึ่งมีรูปร่างอ้วนใหญ่และผมยาวสีส้ม มืออันแสนมหึมาคู่นั้นคงสามารถใช้จับหักคอผู้ชายผอมๆได้เลยทีเดียว ส่วนอีกคนหนึ่งมีหัวโตประหลาดผิดจากขนาดร่างกายกับผมยาวเป็นลอนสีเขียว แถมยังมีลิ้นแฉกๆแวบๆนอกปากเหมือนกับงู

ทั้งสองคนแต่งตัวแบบนักรบที่ดูป่าเถื่อนไร้รสนิยมเฮอะรับรองได้เลยว่าพวกนี้คงเป็นลูกน้องของจักรพรรดินีโจรสลัดแห่งเกาะสตรีแน่นอน

ถัดมายังมีอีกสองบุคคลที่ดูแย่กว่านั้นผู้ชายร่างผอมสูงสวมหมวกดำทรงประหลาดกับผ้าปิดตาข้างหนึ่ง เขาแบกปืนยาวพาดไว้บนไหล่ตลอดเวลากลัวชาวบ้านจะไม่รู้หรือไงว่าเป็นพวกชอบซุ่มยิงคนอื่น นายคนนี้มากับผู้ชายตัวใหญ่เหมือนนักมวยปล้ำคาดเข็มขัดอันโตท่าทางบ้าพลัง--ประเภทใช้แต่กล้ามและไม่มีสมอง

ฉันเดาว่าพวกเขาคงไม่แคล้วเป็นลูกน้องของหนวดดำ ผู้ชายน่ารังเกียจคนนั้นแน่นอน

ทั้งห้องเงียบกริบแต่ละฝ่ายนั่งระวังตัวแจ คุมเชิงกันไปมาเหมือนว่าถ้าขยับตัวเพียงนิดเดียวแล้วจะมีระเบิดตูมขึ้นมากลางห้องอย่างนั้นแหละ อีตาทหารตัวโย่งคนนั้นคิดอะไรอยู่นะถึงจัดให้พวกลูกน้องของผู้ร่วมประชุมมารอในห้องเดียวกันเนี่ย

บรรยากาศอึดอัดน่ารำคาญ!

ฉันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเลยทิ้งเท้าลงกระแทกพื้นหนักๆ นักมวยปล้ำหันควับมามอง ทำท่ากระเหี้ยนกระหือเหมือนพร้อมจะตรงเข้ามาจู่โจมทุกเมื่อ แต่ชายถือปืนยกมือปรามเขาไว้ ในขณะที่นักรบจากเกาะสตรีสองคนยังคงนั่งนิ่งและมองฉันอย่างประเมินท่าที

ฉันลุกขึ้นแล้วเดินไปหยุดอยู่ที่กรอบหน้าต่างยืนชมวิวสวยๆเจริญหูเจริญตาดีกว่านั่งจ้องหน้ากับคนพวกนั้นตั้งเยอะ!

กลิ่นไอเค็มทะเลโชยมาจางๆเคล้ากับเสียงกรุ๊งกริ๊งแว่วๆของกระดิ่งลมสีหวานที่แขวนอยู่ภายนอก ฉันทอดสายตามองไปตามเกลียวคลื่นสีครามที่ซัดสาดกระแทกโขดหินริมชายฝั่งไกลๆ ส่วนเบื้องล่างที่ติดกับอาคารเป็นสวนกุหลาบแสนสวยกับสนามหญ้าเขียวอ่อนดูเผินๆที่นี่ก็เหมือนกับบ้านตากอากาศของคนรวยทั่วไปไม่มีผิด เว้นเสียแต่ว่ามีสิ่งขัดหูขัดตาเป็นทหารเรือแบกปืนเดินยามอยู่เต็มไปหมด

มิฮอว์คคงเข้าห้องประชุมไปแล้วกี่ชั่วโมงกว่าจะเสร็จนะ พวกเขาจะคุยเรื่องการเมืองและโจรสลัดไปถึงเย็นเลยหรือเปล่า ? และฉันจะรู้ได้ยังไงว่าพวกเขาคุยกันจบแล้ว จะมีทหารมาแจ้งหรือเปล่านะ ? หรือว่าเขาจะเดินมาตามฉันเอง ?

ฉันแอบถอนหายใจและกอดคุมาชี่แน่นขึ้นขณะครุ่นคิดต่ออย่างเป็นกังวล--ที่นี่มีทางออกกี่ทางกัน ? ถ้ามิฮอว์คทิ้งฉันไว้ที่นี่และแอบออกเรือไปฉันจะทำยังไงดี?

เดิมทีเขาก็ไม่ได้เต็มอกเต็มใจจะรับลูกน้องอยู่แล้วนี่นา

อีกอย่างฉันก็มีค่าหัวอยู่และนับว่าเป็นโจรสลัดคนหนึ่งจะถูกทหารเรือตัวโย่งคนนั้นจับใส่คุกอิมเพลดาวน์หรือเปล่า ?

เฮ้อพอคิดถึงเรื่อง ถูกทิ้ง ขึ้นมา ฉันก็พลันระลึกได้ว่าก่อนที่จะถูกส่งมาอยู่กับเจ้านายคนปัจจุบันฉันก็กำลังจะใช้เรือของกลุ่มหมวกฟางออกทะเลไป

และกำลังจะ ทิ้งเจ้านายเก่าเหมือนกัน

ฉันตัดสินใจเข้าร่วมเป็นพวกของท่านโมเลียก็เพราะความสนุกและอยากมีเพื่อนไม่ได้มีความสนิทผูกพันมากมายอะไรในฐานะเจ้านายกับลูกน้อง ทั้งฉันและเขาต่างพูดคุยกันไม่กี่คำในแต่ละรอบปีส่วนมากจะใช้ฮิลดอนหรือซอมบี้ตัวอื่นๆส่งข่าวระหว่างกันมากกว่า

กรรมจะตามสนองไหมนะ ? เจ้านายใหม่จะทิ้งฉันไปเหมือนที่ฉันทิ้งเจ้านายเก่ามาหรือเปล่า ?

คงไม่หรอกมิฮอว์คต้องไม่ทิ้งคนที่เขารับเป็นลูกน้องแน่! เขาจะกลับมารับฉันที่นี่แน่นอน ขนาดวันก่อนที่ฉันพลัดตกบ่อน้ำไปเขาก็ยังอุตส่าห์ออกตามหาฉันเลยถ้าเปลี่ยนเป็นท่านโมเลียน่ะนะ--เขาคงไม่รู้ว่าฉันหายไปจนกว่าจะถึงคราวเรียกใช้งานอีกครั้งหนึ่งนั่นแหละ

ท่านโมเลียมีความคิดว่ามีลูกน้องก็เหมือนแขนขา ยิ่งมีมากก็ยิ่งดี จะได้เอาไว้ช่วยส่งเสริมให้เขาก้าวขึ้นตำแหน่งเจ้าแห่งโจรสลัดได้โดยไม่ยากเย็น

แล้วมิฮอว์คล่ะเขาเปรียบเทียบว่าลูกน้องเป็นอะไร ?

ถ้าจำไม่ผิดก็คือ ตัวถ่วงแข้งถ่วงขา สินะเขาคงไม่เห็นว่าฉันมีคุณค่าตรงไหนนอกจากเอาไว้ทำอาหารกับทำความสะอาดดังนั้นถ้าฉันเกิดพลาดท่ากลายเป็นตัวถ่วงเขาระหว่างการต่อสู้ทีหนึ่งเขาคงมีข้ออ้างที่จะสลัดฉันทิ้งไปในทันทีทันควันเลยน่ะสิ

เป็นตายยังไงก็ไม่รู้แหละฉันจะไม่ยอมเป็นตัวถ่วงของเขาโดยเด็ดขาด!!

เข็มนาฬิกาหมุนวนไปอย่างเชื่องช้าเหลือเกิน นี่ก็ผ่านไปเกือบสี่สิบนาทีแล้ว เมื่อไรเขาจะประชุมเสร็จกันจริงสิ! แล้วมิฮอว์ครู้หรือเปล่าว่าฉันอยู่ที่นี่เขาจะมารับฉันถูกที่ไหมนะ ? อาคารนี้กว้างขวางใหญ่โตจะตายไป

ครืด!

เสียงประตูเลื่อนเปิดออกฉันรีบหันไปมองอย่างมีความหวัง แต่จิตใจก็กลับหดหู่ห่อเหี่ยวขึ้นมาเมื่อพบว่าผู้ที่ปรากฏกายอยู่ตรงนั้นไม่ใช่คนที่รอคอยแต่กลับเป็นชายร่างสูงผมทองผู้หนึ่งที่สวมเสื้อคลุมสีชมพูฟูฟ่องกับแว่นตากันแดด

โดฟลามิงโก้!

หนึ่งในเจ็ดเทพโจรสลัดชื่อเสียงแย่มาที่นี่ทำไมกันไม่มีลูกน้องของเขารออยู่ซะหน่อย ?

บรรยากาศรอบตัวดูจะไม่ชอบมาพากลอย่างยิ่งทั้งนักรบหญิงคุจาและลูกน้องของหนวดดำก็ดูเหมือนจะคิดเช่นเดียวกับฉัน บางคนก็ลอบขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด บางคนก็วางสีหน้าเย็นเยียบหนักกว่าเดิม แต่ทว่าชายผู้ที่เป็นต้นเหตุแห่งความอึดอัดกลับไม่มีทีท่าทุกข์ร้อนใดๆ รอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขาเมื่อเขากวาดสายตาพิจารณาบุคคลในห้องทีละคนอย่างไม่เร่งรีบ

“ลูกน้องของจักรพรรดินีโจรสลัดลูกน้องของหนวดดำ” เขากล่าวเบาๆและยกมือลูบคางอย่างครุ่นคิดเหมือนกำลังตีราคาสินค้าอะไรบางอย่าง แล้วนัยน์ตาวาววับนั้นก็ค่อยๆเคลื่อนมาทางนี้

นัยน์ตานั้นคือปีศาจร้ายเหงื่อเย็นๆเริ่มผุดขึ้นมาตามไขสันหลังของฉัน

“ลูกน้องของโมเลียอาไม่สิ! ตอนนี้เปลี่ยนสังกัดแล้ว มาเป็นสัตว์เลี้ยงของชายตาเหยี่ยวแทนใช่ไหม ? โกสต์ปริ๊นเซสเพโรน่า”

เสียงยานคางแหบๆของเขาให้ความรู้สึกเหมือนเสียงหินทรายบดขยี้กันน่าขยะแขยงสิ้นดี!

เจ้านายเคยสั่งไว้ว่าถ้าจะเป็นลูกน้องของเขาก็ต้องมีศักดิ์ศรี ฉันจะยืนเงียบๆสงบปากคำโดยไม่โต้ตอบอะไรก็คงจะเป็นการขัดคำสั่งเขาสินะ

“ฉันเป็นลูกน้องของท่านมิฮอว์คไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของเขา!

“อ๋อเหรอ” โดฟลามิงโก้แกล้งลากเสียงประชดก่อนจะกล่าวต่อ “น่าแปลกที่นักดาบโดดเดี่ยวอย่างหมอนั่นจะรับลูกน้องเป็นสาวน้อยแบบเธอมันดูผิดปกติวิสัยไปหน่อยนะ”

“เจ้านายของฉันจะรับใครเป็นลูกน้อง มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนายมาทางไหนก็รีบกลับไปทางนั้นซะ!

ฉันแอบขยับนิ้วเบาๆ เรียกโกสต์ขึ้นมารายล้อมเป็นเกราะรอบตัวทันที

บรรยากาศเคร่งเครียดมากยิ่งขึ้น บุคคลอีกสี่คนในห้องต่างถลันลุกยืนเตรียมพร้อมทันทีที่พวกเขาเห็นโกสต์สีขาวลอยละล่อง แต่โดฟลามิงโก้กลับมีปฏิกิริยาแค่เผยรอยยิ้มชั่วร้ายมุมปาก เขาสาวเท้าเดินเข้ามาใกล้ระยะห่างระหว่างฉันกับเขากำลังลดลงอย่างรวดเร็ว

“หยุดอยู่ตรงนั้น!! ฉันขึ้นเสียงสูง นิ้วเกร็งแน่นด้วยความกลัวแต่ก็พยายามใช้สีหน้ากราดเกรี้ยวกลบมันไว้ โกสต์รอบตัวกระจายออกตั้งท่าเตรียมพร้อมมันจะพุ่งเข้าใส่เขาทันทีที่ฉันอนุญาต

“ถ้ากล้าก้าวมาอีกแค่ก้าวเดียวนายได้รู้ซึ้งถึงความร้ายกาจของโกสต์แน่!!

เขาหยุดเท้าอยู่ที่ระยะห่างไปสิบก้าว แบมือทั้งสองขึ้นเหมือนยอมแพ้ก่อนจะพูดออกมาอย่างแผ่วเบา  “โอ๊ะ! โกสต์ปริ๊นเซสเพโรน่าดุจริงๆ แต่ดูยังไงก็น่ารักมากกว่าน่ากลัวนะเนี่ย

“ถ้าจับเอาไปขายจะได้ราคาเท่าไรกันนะ ? ยิ่งมีพลังจากผลปีศาจยิ่งราคาดีเสียด้วย”

ฉันรู้สึกขนลุกไปทั้งตัวด้วยความขยะแขยงในสีหน้าท่าทางของเขานี่มันปีศาจร้ายๆชัด!! พวกรัฐบาลโง่เง่ายอมรับคนพรรค์นี้มาเป็นเจ็ดเทพโจรสลัดได้ไงเนี่ย! บ้าไปใหญ่แล้ว!

จู่ๆความหนักอึ้งไร้เรี่ยวแรงก็จู่โจมมาที่ขาของฉันจนยืนไม่ไหวและล้มลงนั่งทรุดกับพื้นฉันเห็นนิ้วยาวผอมของโดฟลามิงโก้ขยับไปมาเหมือนควบคุมบางสิ่งอยู่เขามีพลังแบบไหนกันนะ!!

 แย่แล้ว!! ขยับร่างกายไม่ได้ดั่งใจเลย!

ผู้ชายคนนี้น่ากลัวชะมัดแต่ฉันจะไม่ยอมแพ้หรอก!!

เตรียมตัวรับมือกับเนกาทีฟโกสต์ซะเถอะ!

“แกคิดจะทำอะไรโดฟลามิงโก้”

ฉันยับยั้งคำสั่งการโจมตีอย่างกะทันหัน ด้วยเสียงเรียบสนิทที่ดังขึ้นหน้าประตูเรียกเอาหัวใจให้กลับมาพองโตอย่างปีติ

มิฮอว์ค!! เขามารับฉันแล้ว

ความรู้สึกหนักอึ้งตามแขนขาหายวับไป ฉันลุกขึ้นยืนและวิ่งปราดเดียวไปหลบอยู่ข้างหลังของเจ้านายตนเอง โผล่เพียงหน้าออกมาดูสถานการณ์ บังคับโกสต์นับสิบตัวลอยคุมเชิงอยู่รอบห้อง

หากเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้นฉันก็ตั้งใจจะช่วยเจ้านายสู้สุดชีวิตเหมือนกันนะ!

มิฮอว์คไม่ว่าอะไรสักคำที่ฉันยกมือเกาะท่อนแขนซ้ายของเขาไว้แน่นเพื่อยึดเป็นหลักพักพิง สีหน้าของเขาไร้อารมณ์จนน่ากลัว คิ้วเข้มและหนวดเรียวของเขาดูเหมือนดาบที่แข็งแกร่งเคียงคู่กับดวงตาเหยี่ยวคมกล้าอันเพ่งมองโดฟลามิงโก้ราวกับจะเฉือนชายคนนั้นออกเป็นเสี่ยงๆ น้ำเสียงของเขายังคงเอ่ยอย่างนิ่งๆเนิบๆต่อไป

“แกคงจะว่างจัดสินะถึงได้มาหาเรื่องกับคนของฉัน”

ผู้ชายชั่วร้ายคนนั้นเพียงแต่ยักไหล่ตอบรับ “แค่หยอกเล่นนิดหน่อยเห็นคุณหนูน่ารักถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวในห้องที่มีแต่” เขาเหลือบสายตามองคนอื่นๆที่เหลือ “โจรสลัดหน้าตาดูไม่ได้ก็เลยช่วยอยู่คุยเป็นเพื่อนเท่านั้น”

ผู้ชายนักมวยปล้ำส่งเสียงโวยวายทันที “แกว่าใครหน้าตาดูไม่ได้วะ!!

เนื่องจากเจ้านายมาแล้ว ฉันจึงกล้าส่งเสียงด่าผสมโรง

“รสนิยมแต่งกายห่วยแตกอย่างนายยังมีหน้าไปว่าคนอื่นอีกเหรอถ้าปากว่างนักก็ไปจิกแพลงค์ตอนกินซะสิพ่อนกขนฟูชมพูแป๋วแหวว!!

เสียงหัวเราะก๊ากดังลั่นห้องจากปากของนักมวยปล้ำ เขาฟาดมือกับหัวเข่าดังฉาดอย่างถูกอกถูกใจ

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ โอ๊ย!! ขำจนปวดท้องนกขนฟูสีชมพูแป๋วแหววเรอะ!!

นักรบหญิงสองคนพยายามกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ ส่วนคนถือปืนมีรอยยิ้มผุดขึ้นที่มุมปาก

ท่อนแขนแข็งแรงที่ยึดไว้นั้นสั่นนิดๆฉันเงยหน้าขึ้นมอง--มิฮอว์คกำลังหัวเราะในลำคออยู่ เขาพูดต่อด้วยรอยยิ้มเหยาะหยันโดยไม่ละสายตาไปจากโดฟลามิงโก้

“เป็นฉายาที่เหมาะสมมากพูดได้ดีนังหนู”

โดฟลามิงโก้โกรธจนเส้นเลือดปูดโปนหน้าเขียวสีตัดกันกับเสื้อคลุมชมพูแปร๋น ตลกชะมัด!

ฉันเผลอหัวเราะคิกออกมาความหวาดกลัวมือไม้เย็นก่อนหน้านี้หายไปหมดเมื่อได้แอบอยู่บนพื้นที่ปลอดภัยเบื้องหลังของเขา

นี่ล่ะ!! เจ้านายที่แสนพึ่งพาได้ของฉัน

“ไปกันได้แล้ว” มิฮอว์คสั่งเบาๆ ฉันจึงรีบหันไปแลบลิ้นปลิ้นตาใส่นายนกขนฟูจอมโฉดอีกทีหนึ่งก่อนจะออกวิ่งตามหลังร่างสูงที่เดินฉับๆไป

เมื่อกี้ฉันว่านายนั่นโกรธจนมีควันพุ่งออกมาจากหูแล้วนะ!!

ฮ่าๆๆๆๆ!!

สะใจเป็นบ้าเลย!!

 

 

 

 

 

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #588 <<aKinA>> (@aunjungka410) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2557 / 17:37
    เพโรน่า ด่าได้เจ็บบมาก หุหุ
    #588
    0
  2. #499 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 12:49
    เพโรน่าด่าได้จี๊ดเลยง่ะ// ทำเอาทุกคนฮาไปหมด
    ว่าแต่ "เจ้านายก็เริ่มเป็นห่วงเป็นใยความรู้สึกของลูกน้องมากขึ้นล่ะนะเนี่ย"
    เฮียแก คิดอะไรกับนังหนูรึป่าวเนี่ย??
    #499
    0
  3. #477 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 05:08
    จิกแพลงค์ตอน 555 ด่าได้สะใจมากเพโรน่า
    โดฟลามิงโก ฉายาใหม่นายนี่เหมาะเอามากๆ 555
    #477
    0
  4. #424 Rimit123 (@rei-sama) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2556 / 11:02
    เพโรน่าชั้นรักเทอ //กระโดดกอด
    #424
    0
  5. #219 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 / 21:04
    ฉายาดีมากเลย เพโรน่า ^____^
    #219
    0
  6. #216 N-A-T-T-I-T-A (@nattita211) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2555 / 20:20
    เพโรน่า น่ารักมากเลย >< 
    #216
    0
  7. #214 Supernovas (@supernovas) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2555 / 22:46
    เพโรน่า ♥ น่ารักกกก
    #214
    0
  8. #212 bppmn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2555 / 19:45
    เพโรน่า!!!เธอน่ารักมากกกก คริคริ
    #212
    0
  9. วันที่ 25 พฤศจิกายน 2555 / 15:33
    กินเพลงตอน เหรอเนี้ย
    #209
    0
  10. #208 LuNa Only!!! - GT.OP. (@tarkra) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2555 / 11:01
    ฉายาใหม่ของเดอฟลามิงโก้!
    ก๊ากๆๆๆๆๆ สะใจดีอ่ะ (>O<)
    ชอบมากกกกกกกกกก
    #208
    0
  11. #207 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2555 / 11:00
    คนของฉันนนนนนนนน . .ฟินนนนนนนนนนนนนนนนน
    ตอนนี้น่ารักมากกก โอ้ยชอบบบ เพโรน่าน่ารักเกินไปแล้วว XD
    #207
    0
  12. #206 iamearn (@diamonside) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2555 / 10:44
    เพโรน่าชีวิตเทอน่ารักมาก55555 >3<
    #206
    0
  13. #205 Salara555 (@larasalara555) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 20:56
    โดฟลามิงโกได้ฉายาใหม่แล้วแฮะ -.- สนุกมากค่า ต่อๆๆ ^_^
    #205
    0
  14. #204 Aim (@imsudyod55) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 19:46
    อร๊ายยยย!!~
    เพโรน่าดุมากอ่ะ น่ารักได้อีกเนอะ
    55555 อัพไวๆนะคะ สู้ๆค่ะ
    #204
    0
  15. #203 trflgr (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2555 / 19:28
    สนุกมากๆค่ะ สู้ๆน้า เรารออ่านอยู่นะคะ -/-
    #203
    0