[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 13 : Mystery of the Sea : chapter 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    4 ต.ค. 55









Sick of crying ,tired of trying. I may be smiling, but inside I'm dying.


เจ็บมักจะร้องไห้, พยายามมากมักจะเหนื่อย, ฉันอาจมีรอยยิ้มขณะที่ภายในกำลังจะตาย



            สามวันมาแล้วที่ฉันไม่ได้พบหน้าเขาเลย

            ในวันนั้นลอว์ไม่ตอบอะไรฉันเมื่อฉันบอกเลิกกับเขาอย่างจริงจังเป็นครั้งที่สองสีหน้าของเขาเหมือนคนช็อกที่เจอเรื่องสะเทือนใจอย่างรุนแรงพูดอะไรไม่ออก และทำได้เพียงเบิกตาค้างอย่างเดียว

            และหลังจากนั้นฉันจึงทำได้เพียงหลบหน้าเขามาโดยตลอด ซึ่งดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้พยายามจะตามมาพูดคุยด้วยอีกนี่คงเป็นระยะที่ต้องทำใจเวลาคงจะช่วยเยียวยารักษาแผลที่กรีดลึกของเราสองคนได้ฉันภาวนาให้ลอว์ได้พบผู้หญิงคนอื่นที่ดีกว่านี้และหวังว่าเขาจะได้รับความสุขจากเธอคนนั้นมากกว่าที่ฉันคนนี้จะมอบให้แก่เขาได้

            แม้จะเสียใจที่ความรักครั้งแรกของตัวเองได้ยุติลงแล้ว แต่ฉันก็ยังยินดีที่สามารถบอกลากับเขาได้สำเร็จ มันยากลำบากเหลือเกินในการพูดคำว่า จบ ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างไม่ต้องการให้มันเป็นเช่นนั้น

            ฉันไม่อยากให้ภาพฝันร้ายในคืนก่อนกลายเป็นจริงขึ้นมา ดังนั้นสิ่งเดียวที่ฉันพอจะได้ทำเพื่อความปลอดภัยของลอว์ก็คือการไม่ลากเขาและเหล่าลูกเรือเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยอีกต่อไป

            ต้องใช้เวลามากเท่าไรกันนะ ? ฉันถึงจะหายจากแผลใจในความรักครั้งแรก

            ฉันปาดเหงื่อที่หน้าผากออกขณะพยายามลบภาพร่างสูงสง่าผิวแทนของเขาออกไปจากห้วงความคิด ลงมือมัดปมเชือกที่ผูกกล่องใส่ลูกปืนใหญ่ให้เรียบร้อย ก่อนจะยกมันไปเก็บเข้าที่หลังจากตรวจเช็กสภาพภายในว่าเป็นปกติดีและทำความสะอาดมันแล้ว

            แต่เมื่อหมุนตัวกลับมาก็ต้องชะงักกึก ด้วยสภาพภายในคลังดินปืนที่เมื่อครู่ยังว่างเปล่าไร้ผู้คน ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยลูกเรือแน่นขนัดจนน่าตกใจ

เท่านั้นยังไม่พอพวกเขาทุกคนยังคุกเข่าอยู่อีกด้วย!

            “คุณบอนนี” ชาจิเกริ่นขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

            ฉันหย่อนสะโพกลงบนลังดินปืน ยกมือกอดอก “อะไรของพวกนายทำแบบนี้ทำไม ? ยังเป็นลูกผู้ชายอยู่หรือเปล่า ? ลูกผู้ชายน่ะไม่คุกเข่าให้

            “ก็เพราะพวกเราทนไม่ได้แล้วน่ะสิ!

จีนบาร์ทตัดบทด้วยเสียงอันดัง ทำสีหน้าประหนึ่งว่าฉันเพิ่งไปขโมยพิซซาของเขามาไม่มีผิด

            เพนกวินรีบผ่อนการสนทนาให้นุ่มนวลลง “คือหมายความว่าพวกเราทนไม่ได้ที่ต้องเห็นกัปตันอยู่ในสภาพนี้น่ะครับ”

            ฉันยกขาขึ้นไขว่ห้าง “ก็เคยบอกกับเบโปะไปแล้วไง” ฉันพยักหน้าไปทางเจ้าหมีขาว เขาทำสีหน้าเลิ่กลั่กประมาณว่าไม่เออออด้วยในทันที

“ฉันจะคืนอายุให้กัปตันของพวกนายเมื่อเดินทางถึงเกาะ

            “ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้นครับ!” ชาจิรีบแทรกขึ้นมา เขาโบกมืออย่างว้าวุ่นในอากาศ

“พวกเราหมายความว่าตอนนี้กัปตันอยู่ในสภาพครึ่งเป็นครึ่งตายเขาแทบไม่แตะอาหารมาสามวันแล้วแถมตอนนี้ก็มีไข้ขึ้นสูงเบโปะจะเข้าไปดูแลก็ถูกไล่กระเจิง!

ลอว์ไม่สบายหนักหรือ!!

“ได้โปรดเถอะครับคุณช่วยไปอยู่ข้างๆกัปตันหน่อยเถอะอย่างน้อยก็จนกว่าจะหายป่วยก็ได้ไม่อย่างนั้นอาการของเขาจะยิ่งทรุดหนักลงเรื่อยๆนะครับ!” เพนกวินพูดเสริมด้วยสีหน้าประหวั่นพรั่นพรึง ยกมือทึ้งหมวกจุกของตัวเองไปมา

             “กัปตันกำลังตรอมใจบวกกับร่างเด็กมีภูมิคุ้มกันต่ำ” เบโปะกล่าวเสียงเศร้า “เขาไม่ยอมกินอาหาร ไม่ยอมกินยา เพ้อเรียกหาแต่คุณบอนนีคนเดียวเท่านั้น”

            “ได้โปรดเถอะครับกรุณาเหวอ!!

 ชาจิอุทานเมื่อฉันผลักไหล่เขาออกไปจนล้มกลิ้งเพื่อแหวกทางสำหรับเดิน เพนกวินรีบลุกหนีแทบไม่ทันเมื่อฉันเหยียบลงไปบนพื้นที่ที่เขานั่งอยู่เมื่อครู่ ลูกเรือทุกคนย้ายตัวหนีเท้าของฉันกันจ้าละหวั่น เปิดทางเรียบโล่งให้ฉันไปถึงประตูได้โดยสะดวก

เมื่อพ้นประตูออกมาได้ขาของฉันก็เริ่มวิ่งอย่างเร็วที่สุดในชีวิตฉันพุ่งร่างเข้าไปในห้อง กระโดดพรวดเดียวเรียกได้ว่าถึงขอบเตียงพอดี เมื่อนั้นความรู้สึกแสบนัยน์ตาและเจ็บแปลบใจอย่างรุนแรงก็บังเกิดขึ้นเมื่อฉันได้พบหน้าของเขา

ลอว์หลับอยู่ สีหน้าดูอิดโรย เขาดูเหมือนเด็กจริงๆเหลือเกินเพียงแต่เป็นเด็กน้อยขาดความรักความใส่ใจจนผอมซูบผิดตาและล้มป่วยฉันยกมือแตะแก้มของเขามันร้อนผ่าวเหมือนเปลวไฟ

นัยน์ตาสีดำเปิดขึ้นมาริมฝีปากของเขาโค้งเป็นรอยยิ้มจางและเรียกฉันด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“แม่เสือของผมกลับมาแล้วเหรอ ?

ฉันกอดร่างเล็กนิดเดียวของเขาไว้แน่นและสัมผัสได้ถึงน้ำตาร้อนผ่าวของตนเองที่ข้างแก้มนี่ฉันทำร้ายเขามากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือพ่อสิงโตของฉันไม่เหลือเค้าความสง่างามและเข้มแข็งเลย เขาดูอ่อนแอและเปราะบางเหลือเกิน

ลอว์ยกมือขึ้นโอบกอดตอบ เขาซุกใบหน้าลงกับลำคอของฉัน และเอ่ยเสียงกระท่อนกระแท่น

“กลิ่นดินปืนเธอไปทำงานสมบุกสมบันมาอีกแล้วสินะเคยบอกแล้วไงว่าไม่ต้อง”

ฉันผละออกห่างเล็กน้อย จากอ้อมกอดเมื่อครู่ได้คืนอายุให้กับเขาไปแล้ว

ลอว์รับรู้ได้ถึงร่างกายที่เปลี่ยนแปลงกลับมาเป็นปกติ เขาฝืนลุกขึ้นนั่งแล้วเอื้อมมือมาไล้น้ำตาของฉันออกจากใบหน้า

“ดีจังที่กลับมาตัวใหญ่กว่าเธอแล้วตัวเล็กๆจะใช้เป็นหมอนข้างได้ที่ไหนกันล่ะ ?

“สภาพแบบนี้ยังมีแก่ใจพูดตลกอีก!” ฉันพยายามเค้นเสียงแหบเครือตอบแล้วหันไปมองหน้าประตูพลางส่งเสียงร้องเรียกดังลั่น

“เบโปะ!! ขอน้ำกับผ้าเช็ดตัวหน่อย!!

เจ้าหมีขาวรู้หน้าที่ตัวเองดีเกินไปเขาโผล่ออกมาในทันทีที่สิ้นประโยค พร้อมด้วยสิ่งของที่ฉันต้องการพร้อมสรรพเต็มอุ้งเท้าทั้งสองข้างและหายตัวไปในทันทีที่วางกาละมังใส่น้ำกับผ้าขนหนูผืนเล็กไว้ข้างเตียงเรียบร้อยแล้ว

ลอว์จ้องมองเงียบๆเมื่อฉันเริ่มปลดกระดุมเสื้อของเขาออกอย่างรวดเร็วผิวของเขาร้อนผ่าวจริงๆ

นี่ไข้ขึ้นสูงเท่าไรกันนะ ? จะถึงสี่สิบองศาหรือเปล่าเนี่ย ? เขาจะเป็นอะไรไปมากกว่านี้ไหม ?

แค่คิดก็กลุ้มใจจะแย่อยู่แล้ว!

ฉันเอาผ้าชุบน้ำอุ่นและบิดจนหมาด ยกขึ้นลูบไปตามใบหน้าและซอกคอของเขา “ทำไมไม่ยอมกินอะไรเลย คนเป็นหมอทำตัวแบบนี้ได้ไง ? พวกลูกน้องนายแต่ละคนน่ะเป็นห่วงนายมากนะรู้ไหม ? ขนาดเบโปะนายก็ยังไม่ยอมให้เขามาช่วยดูแล ทำไมนายต้อง

“ขี้บ่นขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร ?” ลอว์จับมือฉันที่กำลังลูบน้ำบริเวณแผงอกของเขาอยู่

“แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นเธอจะสนใจอะไรเลยขนาดขาของตัวเองถูกกระสุนฝังผ่าออกได้แค่วันเดียวก็ออกวิ่งปร๋อ แล้วทำไมต้องมาใส่ใจความเป็นความตายของฉันด้วยล่ะ ?

“เพราะว่าฉันยังชดใช้บุญคุณของนายไม่หมด”

ฉันดึงมือของเขาขึ้น ลูบผ้าไปตามหลังมือสู่ลำแขนรอยสักตัวอักษรสีดำที่ข้อนิ้วและสัญลักษณ์ของฮาร์ทยังคงดูเย้ายวนมีเสน่ห์ไม่เปลี่ยนแปลง

“ดังนั้นฉันจึงไม่ปล่อยให้นายตายง่ายๆหรอกเอ้า! หันหลังหน่อยสิ”

ฉันจุ่มผ้าลงในน้ำและบิดอีกครั้ง ลอว์ทำหน้ามุ่ยนิดๆเหมือนไม่พอใจในคำตอบเมื่อครู่แต่จะทำอย่างไรได้ หากฉันตอบไปตามความจริง เราทั้งคู่ก็จะยิ่งตัดใจไม่ได้น่ะสิ!

เขาขยับร่างหันหลังให้อย่างว่าง่ายฉันลูบน้ำไปตามลาดไหล่กว้างและแผ่นหลังบึกบึนรอยข่วนเล็กๆน้อยๆที่ปรากฏอยู่ตำตาบนผิวเนื้อตึงแน่นของเขาทำให้ฉันอดที่จะหน้าแดงขึ้นมาวูบหนึ่งไม่ได้

ก็แหมทั้งหมดน่ะมันเกิดจากเฮ้อ

“หลังของฉันยังพร้อมเป็นที่ฝนเล็บให้เธอเสมอนะบอนนี”

ผู้ชายคนนี้มักจะดักทางความคิดของฉันได้เสมอเขาพูดหยอกด้วยน้ำเสียงขี้เล่นเท่าที่จะทำได้ทั้งที่ยังดูอ่อนเพลียอยู่มาก

“ทะลึ่ง!

ฉันเอาปลายผ้าตีเขาเข้าเพี๊ยะหนึ่ง “ตัวร้อนอย่างกับหม้อตุ๋นเนื้อแล้วยังมีหน้ามาพูดจาแบบนี้อีกใส่เสื้อได้แล้ว ถอดไว้นานไปเดี๋ยวจะหนาว”

ลอว์หัวเราะนิดๆขณะที่ฉันช่วยติดกระดุมให้ และแม้ว่าดวงตาสีดำสนิทของเขาจะยังคงแฝงแววหมองเศร้าแต่สีหน้าก็ดูมีความสุขขึ้นมาก  

ฉันลุกขึ้นพร้อมอ่างใส่น้ำในมือ กะว่าจะเอาไปเก็บและเรียกหาเบโปะให้เอาข้าวต้มกับยามาให้เขากิน แต่ทันทีที่เริ่มออกเดินก้าวแรก ลอว์ก็ส่งเสียงครวญครางออกมา พอฉันหันไปดูเขาก็ทำสีหน้าเหมือนจะขาดใจตายคาเตียงซะให้ได้

“เธอจะไปไหนอยู่ดูแลฉันหน่อยสิฉันไม่สบายนะ”

ตอนฉันป่วยน่ะยังไม่เคยจะทำท่าดีดดิ้นขนาดนี้เลยอีตาช่างอ้อน!

“ไปเอาของกินมาให้นายไงจะได้กินยาด้วย”

คำตอบของฉันทำให้ลอว์ยิ้มออกอย่างพออกพอใจ “กลับมาเร็วๆนะ”

“ย่ะ” ฉันย่นจมูกรับคำอย่างหมั่นไส้นิดๆแล้วเดินออกจากห้องไป

 

 

♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥

 

 

เม็ดยาสีส้มและขาวถูกยื่นมาตรงหน้าของผมพร้อมน้ำแก้วโต

“อ่ะนี่กินยาได้แล้ว”

ผมไม่ขยับตัวได้แต่จ้องมองไล่สายตาขึ้นไปตามปลายนิ้วเรียวสวยและท่อนแขนกลมกลึง เรื่อยไปยังลำคอระหงกับดวงหน้ารูปไข่นวลเนียนของบอนนี จนกระทั่งเธอถลึงตากลับมาและเอ่ยเสียงเข้มอีกครั้งหนึ่ง

“กินยาสิ มองอะไรอยู่เล่า!

            ผมโพล่งสวนไปตามความรู้สึก “คืนนี้นอนที่นี่ได้ไหม ?

            “อย่ามาได้คืบจะเอาศอกนะลอว์ที่ฉันยอมมาดูแลนายอยู่ตอนนี้ ก็เพราะว่าพวกเบโปะคุกเข่าขอร้อง” เธอนั่งลงบนขอบเตียงและยัดเม็ดยาใส่มือผม  ริมฝีปากเม้มแน่นเหมือนจะชั่งใจอะไรอยู่ครู่หนึ่ง “กินยาแล้วนอนพักซะกัปตันมาอ่อนแอแบบนี้ พวกลูกน้องก็เสียกำลังใจหมดพอดี”

            ผมนำยาใส่ปาก และกลืนลงไปโดยไม่ต้องดื่มน้ำ “ถ้างั้นขอแค่ให้เธออยู่กับฉันจนกว่าฉันจะตื่นขึ้นมาได้ไหม ?

            บอนนีหลุบนัยน์ตาลงต่ำเพียงชั่วขณะก่อนจะกลับมาสบตากับผมอีกครั้งหนึ่ง ริมฝีปากของเธอสั่นระริกก่อนจะตอบเบาๆ “ก็ได้นายจะเห็นหน้าฉันเป็นคนแรกทันทีที่ลืมตาเลย”

            ผมเอนตัวลงนอนในขณะที่เธอดึงผ้าห่มขึ้นคลุมให้ถึงอกและทรุดนั่งลงข้างเตียง

            มือของผมที่อยู่ใต้ผ้าห่มนั้นค่อยคลายออกและแอบเลื่อนไปยังใต้หมอนเพื่อซุกเม็ดยาสีส้มที่รับมาแต่ไม่ได้กินสภาพอากาศในทะเลตอนนี้เริ่มคงที่และค่อนไปทางหนาวผมรู้อยู่แก่ใจ ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า เรือลำนี้จะเดินทางถึงเกาะแห่งหนึ่ง

และเธอก็จะจากไป

            บอนนีเอายาสีส้มมาให้ผมกิน…,มันเป็นยานอนหลับ หึ! คิดว่าผมจะไม่รู้แผนการของเธอหรือไงแผนที่จะหนีหายไปในฝูงชนของเกาะขณะที่ผมกำลังหลับไม่รู้เรื่อง!

            แม่เสือสาวจอมเจ้าเล่ห์ผมจะไม่ยอมปล่อยให้เธอจากไปแบบนี้ถึงแม้ว่าเธอจะมีปณิธานอันแรงกล้าที่จะช่วยเหลือเหล่าลูกน้องเพียงลำพังและคงไม่ยินยอมให้ผมมีส่วนช่วยด้วยแม้แต่นิดเดียว

แล้วไงล่ะ!!  ไม่มีอะไรในโลกจะมาขวางไม่ให้ผมคบกับบอนนีได้ แม้แต่ตัวบอนนีเองก็เถอะ!

เธอพยายามกันผมออกจากอันตรายในสิ่งที่คิดจะลงมือทำ ทว่าผมไม่ต้องการความปลอดภัยในชีวิตที่แลกมาด้วยการจากไปของเธอทำไมเธอถึงไม่ยอมเข้าใจผมเลยนะ ?

เราจำเป็นต้องคุยกันให้รู้เรื่อง เพราะแม้ว่าผมสามารถออกคำสั่งไม่ให้เรือลำนี้เข้าเทียบท่าได้ หรือจะบอกให้ลดระดับลงสู่ผิวน้ำก็ได้ แต่ผมจะไม่ทำอย่างนั้นด้วยนิสัยบ้าบิ่นของบอนนี เธอจะหาทางหนีแม้ว่าจะต้องเสี่ยงต่อการลงไปนอนอยู่ก้นทะเล ซึ่งผมไม่อยากให้เธอตายและไม่อยากกักขังเธอเอาไว้ข้างกายในขณะที่ใจของเธอจะเปลี่ยนเป็นเกลียดชังผม

ผมยอมรับในการตัดสินใจแบบกัปตันกลุ่มโจรสลัดของบอนนีแล้วผมสามารถให้สัญญาว่าจะไม่ยื่นมือเข้ายุ่งเกี่ยวในงานของเธอแม้แต่น้อย

เพียงแค่เธอเอ่ยปากสัญญาว่าจะไม่จากผมไปตราบชั่วชีวิต

ผมอาจต้องอยู่ห่างจากเธอในชั่วระยะเวลาหนึ่ง

แต่เราจะต้องได้กลับมาพบกันอีกครั้งในอนาคต

ตอนนี้ผมจะไม่นอนหลับโดยเด็ดขาดขอแค่เวลาอีกไม่นานเพื่อคิดคำพูดดีๆที่จะเกลี้ยกล่อมให้เธอยอมรับข้อตกลงโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเลย

 

 

♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥

 

 

อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะลอว์

หนึ่งนายไม่ยอมกินยานอนหลับอย่างแน่นอน

สองนายทราบดีถึงเวลาที่เหลืออยู่ว่ามันช่างน้อยนิด

และสามนายกำลังพยายามหาหนทางวางแผนอะไรบางอย่างอยู่

ก็เพราะอย่างนี้ ฉันจึงจำเป็นต้องใส่ยานอนหลับชนิดแรงที่สุดลงในข้าวต้มที่ฉันเป็นคนป้อนนายเองกับมือ และเฝ้าดูทุกคำที่นายกินเข้าไปด้วยความเจ็บปวดใจอย่างถึงที่สุด

ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่ควรล้อเล่นกับความรัก ไม่ควรจะมีความคิดโง่ๆที่ว่าเราสามารถคบกันเพียงชั่วคราวและแยกย้ายไปตามทางของแต่ละฝ่ายได้โดยไม่รู้สึกอะไร

ฉันเฝ้ามองลมหายใจสม่ำเสมอและดวงตาที่ปิดสนิทของลอว์เขาไม่อาจฝืนต้านฤทธิ์ของยาได้ แต่ถึงอย่างนั้นมือของฉันกลับถูกกุมเอาไว้อย่างแน่นหนาราวกับไม่มีวันจะคลายออก

แสงแดดยามเย็นส่องลงกระทบที่เก้าอี้ยาวริมหน้าต่าง

ข้างนอกนั้นคืออิสรภาพที่ว่างเปล่าเดียวดาย

ฉันค่อยๆดึงมือของตนเองออกมาเป็นอิสระ และพินิจใบหน้าของเขาอีกครั้งเพื่อเก็บภาพไว้ในความทรงจำตลอดไปโดยไม่มีวันลบเลือน

ยากเหลือเกินที่จะฝืนยกมุมปากยิ้มให้เขาเป็นครั้งสุดท้าย

 

ขอโทษที่ผิดสัญญาและลาก่อนนะพ่อสิงโตสุดที่รักของฉัน

 

ฉันหันหลังและออกจากห้องไปในทันที….ในระยะเวลาเพียงชั่วพริบตาก็ถึงท้ายเรือเกาะที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและช่องทางการเอาชีวิตรอดอยู่อีกไม่ไกลแล้ว

“บอนนี” เบโปะเอ่ยด้วยเสียงสั่นๆ “เอากระเป๋านี้ไปสิฉันใส่เสื้อผ้าเอาไว้ แล้วก็มีเงินอีกนิดหน่อยถึงจะแค่ไม่กี่เบรีแต่ก็พอที่จะนอนโรงแรมได้หลายคืนนะ”

“ขอบคุณจ้ะ”

ฉันไม่อิดเอื้อนปฏิเสธ เพียงแค่รับของมาแล้วซุกหน้าเข้าไปในกลุ่มขนหนานุ่มของเขา เขาโอบกอดตอบในขณะที่ฉันทำเป็นไม่รู้สึกถึงของเหลวอุ่นๆที่หยดกระทบลงบนไหล่

“ทุกคนคงจะคิดถึงเธอมาก โดยเฉพาะกัปตัน” เขาพูดเสียงอู้อี้และสูดจมูก

ฉันยิ้มให้เขาขณะที่ตบไหล่ของเบโปะเบาๆ “อย่ากังวลไปเลย….ทุกสิ่งย่อมมีวันเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา”

แค่ไม่นับรวมถึงความรู้สึกของฉันที่มีต่อกัปตันของนายก็เท่านั้น

“ฝากขอบคุณทุกๆคนด้วยนะ ฉันรักพวกนายมากๆเลยล่ะ”

“ฮึก” เบโปะกลั้นสะอื้นและเอาอุ้งเท้าขยี้ตาเมื่อปล่อยเรือเล็กลงกระทบผิวน้ำดังซ่าเบาๆ

หมีขาวเพื่อนซี้เป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทราบว่าฉันจะจากไปในวันนี้ ฉันขอร้องอ้อนวอนให้เขาเก็บเป็นความลับและจัดเตรียมเรือเล็กไว้ให้ในตอนเย็นขณะที่ลูกเรือคนอื่นกำลังวุ่นวายในครัว

“ลาก่อนเบโปะดูแลกัปตันของนายดีๆนะ” ฉันยกมือโบกอำลาและโหนเชือกทิ้งตัวลงสู่เรือเล็กพร้อมเป้ใบย่อมที่สะพายบนหลัง คว้าไม้พายขึ้นมาถือไว้

“ลาก่อนบอนนี” เขากล่าวตอบเบาๆ “รักษาสุขภาพนะ”

ฉันยิ้มตอบอีกครั้งคนเราควรจะต้องสดใสเมื่อถึงคราอำลาจากไปเผชิญกับสิ่งใหม่ๆ

น้ำทะเลกระจายออกเมื่อพายถูกจ้วงลงไปอย่างรวดเร็ว เรือพุ่งไปด้านหน้ามุ่งหาเกาะในขณะที่บรรยากาศโดยรอบเริ่มมืดทะมึนลง มีเพียงตะเกียงดวงเล็กในเรือที่ยังเปล่งแสงจางๆ

เก็บความทรงจำเก่าเอาไว้ภายในให้ลึกที่สุด

ไม่มีตำราการแพทย์เซาท์บลู ไม่มีงานเลี้ยงฉลองยามค่ำ ไม่มีร่างกายอบอุ่นของเขาให้กอดนอนอีกต่อไป

นับจากนี้ต้องพึงตระหนักในหน้าที่ของตนเองอยู่เสมอ

ฉันคือกัปตันกลุ่มโจรสลัดบอนนีจิลเวรี่ บอนนี

ทุกคนรอฉันก่อนนะให้เวลาฉันคิดแผนและเตรียมพร้อมอีกหน่อย

 

ฉันกำลังจะไปช่วยพวกนายแล้ว!!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #692 poypoyab (@poypoyab) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มีนาคม 2560 / 21:58
    บอนนี่เท่มาก
    #692
    0
  2. #618 pangz' (@pang-61) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 20:50
    ตื่นสิลอว์! บอนนีจะไปแล้วนะ T0T
    #618
    0
  3. #600 <<aKinA>> (@aunjungka410) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 23:41
    ซ้อนเเล้วซ้อนอีก 
    #600
    0
  4. #538 sayrine (@nasissa321) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 08:00
    คือต่างฝ่ายต่างก็รู้ความคิดของอีกฝ่าย
    #538
    0
  5. #469 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 04:38
    ทั้งสองนี่เหมาะกันจริงจริ๊ง (กัดฟัน)
    แหมซ้อนแผนกันมันเลยล่ะทีนี้
    #469
    0
  6. #445 rm14 (@rm14) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2556 / 09:28
    แต่ละคน แผนซ้อนแผนกันเหลือเกิ๊นนนน...
    #445
    0
  7. #190 N-A-T-T-I-T-A (@nattita211) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 21:46
    บอนนี่ไม่น่าผิดสัญญาเลย 
    #190
    0
  8. #114 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 22:00
    ลอว์ไม่น่าพลาดเลย นิดเดียวเองอะ
    #114
    0
  9. #109 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 18:34
    รู้ใจกันดีมาก . . แต่เสียดายลอว์พลาดไปนิดเดียวเอง T__T
    #109
    0
  10. #99 Supernovas (@supernovas) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 19:11
    ม่ายน้าาาาา
    บอนนี่ไปแล้วววว TTOTT
    #99
    0
  11. #97 LuNa Only!!! - GT.OP. (@tarkra) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2555 / 01:08
    ลอว์คลั่งแน่ๆ!
    และลอว์อาจจะ...
    ทำเหมือที่บอนนี่ฝันก็ได้!
    โอ้แม่เจ้า T^T
    #97
    0
  12. วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 21:34
    โอ้วววววว ลอว์ต้องคลั่งแน่นอนเลย ไม่น๊า จะแยกกันตรงนี้งั้นหรอ ไรท์เตอร์โหดร้ายอ่าาาาา 
    แต่ก็รีบอัพไวๆนะค่ะ 
    #96
    0
  13. #95 Pokky_LoveFamily (@maniroj) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 20:53
    เฮ้ยยยยยยยยยยย~!!!!!!!!!><
    บอนนีไปแล้วอ่าT^T
    ลอว์ตื่นขึ้นมาจะรู้สึกไงอ่ะเนี่ยยยยยย
    #95
    0
  14. #94 ~Spirit~ (@poringrenger) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2555 / 20:26
    โอ้ มาย ก๊อด!!

    ตอนนี้อิมแพ็คเหมือนวันพีซ 683 เลยค่ะ

    เหมือนเรื่องเริ่มเข้มข้นขึ้นแล้ว!!! จะเป็นยังไงต่อไปเนี่ยยยย ><///
    #94
    0