[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 12 : Mystery of the Sea : chapter 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    27 ก.ย. 55







“Loneliness is the most terrible poverty.”
– Mother Teresa –

 

ความเปล่าเปลี่ยวเป็นความยากไร้อันทรมานที่สุด


 

            โลกรอบตัวผมหมุนติ้ว แล้วก็หยุดลงในกลุ่มขนหนานุ่มของเบโปะ

            และเมื่อร่างของผมถูกเขาวางลงกับพื้น ผมก็พบว่าเสื้อผ้าที่สวมอยู่นั้นหลวมจนแทบหลุด ตัวหดเล็กลงเหลือเพียงเท่าต้นขาของเพนกวินที่กำลังอ้าปากค้างด้วยสีหน้าแตกตื่น เคียงข้างด้วยชาจิที่อุทานออกมาเสียงลั่นอย่างตกตะลึง ในขณะที่จีนบาร์ทกอดอกเบิกตามองจนลูกตาแทบถลนจากเบ้า

            ผมยกฝ่ามือของตัวเองขึ้นมาดูเล็กกระจิดริด คือคำบรรยายที่เหมาะสมเพียงหนึ่งเดียว

            “กัปตันครับ! คุณสบายดีหรือเปล่า ? มองเห็นพวกเราชัดไหม ?

            เพนกวินย่อเข่าลงโบกไม้โบกมือตรงหน้าผม ในขณะที่ชาจิรีบคุกเข่าลงนั่งข้างๆ แล้วลากเบโปะให้นั่งตามลงมาด้วยเพื่อจะพิจารณาลักษณะของผมอย่างไม่เชื่อสายตา

ตกใจโอเว่อร์เกินเหตุไปแล้วเจ้าพวกนี้ทำเป็นไม่เคยเห็นปรากฏการณ์จากผลโทชิ โทชิ ไปได้

            ผมส่ายหน้าเล็กน้อย เหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียจนไม่อยากจะกล่าวอะไรยืดยาว

            “ฉันปกติดีนี่ก็เกือบเที่ยงคืนแล้วแยกย้ายกันไปซะ ฉันก็จะกลับห้องเหมือนกัน”

            ผมสะดุดหูกับเสียงของตัวเองมันเล็กแหลมกว่าปกติไปพอประมาณตอนนี้ผมกลายเป็นเด็กน้อยตัวจ้อยไปโดยสมบูรณ์แบบเลยสินะ

            พวกลูกเรือแยกย้ายกันไปตามคำสั่งของผมถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังทำสีหน้าวิตกกังวลอยู่ ผมสะกิดเรียกเบโปะให้เดินตามมาในห้องส่วนตัว เมื่อประตูปิดลงเรียบร้อย ผมก็เดินไปหยุดหน้าตู้เก็บของใบใหญ่มุมห้อง เอื้อมมือขึ้นแล้วก็ชะงักเพราะแขนสั้นๆของผมไม่อาจคว้าถึงลิ้นชักชั้นบนสุดได้

“กัปตันจะหยิบอะไรให้ผมช่วยไหมครับ ?” สายตาเจ้าหมีขาวบ่งบอกถึงความเวทนาต่อสภาพของผมอย่างเต็มเปี่ยม

ผมสั่นหัวแล้วเดินไปลากเก้าอี้ที่ดูเหมือนจะตัวใหญ่พิลึกมาวางเพื่อต่อความสูงให้เอื้อมถึงลิ้นชักบนสุดของตู้-- ควานมือเข้าไปหยิบกล่องใบหนึ่งและส่งมันให้เบโปะ

“ในนี้มีกุญแจห้องคนไข้ฉันฝากนายช่วยดูแล...ให้เธอยอมกินอะไรลงท้องบ้างนะถ้าจะให้ดีเอายาแก้ไข้ให้เธอกินด้วย นายจำได้ใช่ไหมแบบเม็ดกลมสีขาวน่ะ”

เบโปะพยักหน้ารับเงียบๆ และเอื้อมรับของไป

“รบกวนนายเยอะเลยขอบใจนะ” ผมพึมพำขณะกระโดดลงจากเก้าอี้

“ไม่เป็นไรครับกัปตัน” เบโปะตอบ เขาเดินไปที่ประตูและหยุดอยู่ตรงนั้น ก่อนจะหันหน้ากลับมาและกล่าวต่อ “พรุ่งนี้ผมจะไปคุยกับคุณบอนนีเรื่องการคืนร่างเดิมให้นะครับ”

ผมไม่ได้ตอบรับอะไร เพราะทราบดีว่านั่นเป็นประโยคบอกเล่าที่เบโปะคิดจะทำตามคำพูดตนเองให้ได้ ไม่ว่าผมจะปฏิเสธหรือไม่ก็ตาม

เงาสะท้อนของเด็กผู้ชายในกระจกดูไม่คุ้นตาเอาซะเลย ลองกางฝ่ามือออกดูอีกครั้งนึกสงสัยว่าตอนนี้ตัวเองอายุเท่าไรกันแน่ ?  ช่วงไหล่นี้แสนจะเล็กจนผมรู้สึกประหลาดใจว่าครั้งหนึ่งในอดีตผมเคยตัวเท่านี้ด้วยหรือ

และที่โผล่พ้นคอเสื้อหลวมโคร่งออกมาก็คือสีแดงจางๆบนผิวอันเกิดจากรอยกัดของบอนนี มันปรากฏอย่างเด่นชัดแม้ในห้องจะมีเพียงแสงจากโคมไฟหัวเตียง

เธอเกลียดฉันจริงๆแล้วสินะ

ผมถอนหายใจก่อนจะถอดชุดออก ลงมือรื้อหาเสื้อผ้าตัวเล็กที่สุดเท่าที่จะมีและเปลี่ยนให้เรียบร้อย เดินช้าๆไปปีนขึ้นเตียง ในร่างนี้ทำให้เท้าสองข้างของผมห้อยต่องแต่งไม่ติดพื้นผมคิดถึงอิริยาบถชอบแกว่งขาไปมาอย่างคนอยู่ไม่นิ่งของเธอแล้วก็ต้องเผลอยิ้มออกมา

เมื่อทิ้งตัวลงนอนความอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวก็เริ่มกระจายโอบล้อมรอบกายย้อนคิดไปถึงตอนที่ยังไม่ได้พบกับบอนนี ผมไม่เคยมีปัญหากับเตียงอันใหญ่โตนี้เลย กระทั่งมีเธอผ่านเข้ามาในชีวิตขนาดของพื้นที่สำหรับนอนก็ดันกลายเป็นเรื่องที่ไม่ชินขึ้นมาซะได้ผมอยากให้เตียงแคบลงอยากให้เธออยู่ชิดใกล้มากขึ้นอยากให้ยามรุ่งอรุณไม่มีทางมาถึงเพราะอยากจะกอดเธอไว้ให้นานที่สุดก่อนที่เธอจะหนีจากผมไปเมื่อแสงอาทิตย์ใกล้ปรากฏขึ้นบนเส้นขอบฟ้า

ผมไม่อาจข่มตาหลับแม้เวลาจะล่วงเข้าถึงสามนาฬิกาแล้ว

และถึงแม้จะรู้อยู่เต็มอกว่าถ้าพยายามเข้าไปพบหน้าเธออีกตอนนี้ ก็คงหนีไม่พ้นที่จะถูกเมินใส่ หรืออาจถึงขั้นถูกเปลี่ยนเป็นเด็กทารก

แต่อย่างไรก็ตามผมอดทนที่จะอยู่เฉยๆต่อไปอีกไม่ได้

ผมเปิดประตูห้องพักคนไข้ออกอย่างแผ่วเบาเบโปะคงจะไขประตูเข้ามาพูดคุยกับเธอแล้วกลับออกไปโดยไม่ได้ลงกลอนภายในมืดสลัวเสียงลมหายใจแผ่วเบาดังมาจากเตียงเธอคงจะหลับสนิทอยู่

ถ้าผมเข้าไปหาเธอใกล้ๆตอนนี้คงไม่เป็นไรใช่ไหมนะ ?

แสงจันทร์น้อยนิดลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาอาบร่างที่นอนนิ่งสงบอย่างเลือนราง ผมยกเก้าอี้เตี้ยๆมานั่งลงข้างเตียงขอแค่ได้จ้องมองสีหน้าตอนหลับของเธออย่างเงียบๆ ก็ทำให้ผมสงบใจจากความคิดฟุ้งซ่านนับร้อยพันลงได้

ไม่รู้ว่านานเท่าไรบอนนีเริ่มขยับริมฝีปากพึมพำ คิ้วของเธอขมวดแน่น สีหน้าเหมือนคนเจ็บปวดทรมาน บิดร่างไปมาอย่างไม่สบายตัว ผมตกใจจนเกือบส่งเสียงร้องเรียกแต่ก็ยังยั้งเอาไว้ทันน้ำตาของเธอเริ่มไหลอาบแก้มทั้งที่ดวงตายังคงพริ้มหลับสนิท

บอนนีกำลังฝันร้ายผมเอื้อมมือออกไปเพื่อจะสัมผัสปลอบโยนแต่ก็ทำได้แค่หยุดชะงักปลายนิ้วไว้ที่ชายผ้าห่มถ้าเธอตื่นขึ้นมาและพบว่าผมอยู่ในนี้เธอจะเกลียดผมมากขึ้นไปอีกและผมไม่อยากให้เธอรู้สึกอย่างนั้น

เมื่อเสียงสะอื้นเริ่มหนักขึ้นผมกระวนกระวายใจจนแทบไม่อาจยืนนิ่ง อยากปลุกเธอให้ตื่นขึ้นมาจากความฝันอันเลวร้ายอยากกอดเธอและกระซิบบอกว่าไม่ต้องกลัวผมจะคอยปกป้องเธอจากทุกๆอย่างเองจะไม่มีใครหน้าไหนทำร้ายเธอได้เป็นอันขาด

ขอร้องล่ะอย่าร้องไห้เลยนะบอนนี 

 

 

♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥

 

 

          แสงแดดอ่อนจางของเช้าวันใหม่ส่องแยงตา

            ฉันค่อยๆชันร่างขึ้นนั่งบนเตียง ผ้าห่มหลุดร่วงลงไปกองที่เอว ยกมือลูบแก้มที่มีคราบน้ำตาแห้งกรังขณะพยายามลบความฝันอันเลวร้ายออกไป

            ฉันฝันถึงลอว์ในภาพฝันอันชัดเจนเสมือนความจริงนั้นฉันเห็นเขาถูกจับโดยเหล่าทหารเรือถูกส่งไปยังชั้นหกของคุกนรกอิมเพลดาวน์และถูกทรมานจนเลือดไหลอาบร่าง บนผิวกายเต็มไปด้วยแผลปริแตกและรอยไหม้แต่เขากลับเงยหน้าขึ้นส่งยิ้มให้ฉันทั้งที่ถูกล่ามตรึงด้วยโซ่หินไคโร พูดกับฉันด้วยเสียงแผ่วระโหยแต่ก็ยังคงแฝงไปด้วยความยินดี

            “บอนนีฉันช่วยลูกเรือของเธอได้แล้วนะเธอยอมให้อภัยฉันหรือยัง ?

            ฉันสะบัดหน้าถี่ๆเรียกสติกลับมาความฝันก็คือความฝันมันไม่มีวันเป็นจริง!!

            อาหารมื้อเช้าของเหล่าลูกเรือเพียบไปด้วยบรรยากาศหนักอึ้งจนน่าปวดหัวทุกคนลอบเหลือบมองมาที่ฉัน ทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออกแกมกังวลสุดชีวิตพวกเขาคงจะกลัวว่าฉันจะไม่คืนร่างเดิมให้แก่ลอว์ล่ะสินะแต่ก็น่าแปลกทำไมถึงไม่มีใครสักคนที่ชักสีหน้าโมโหหรือไม่พอใจเลยแม้แต่คนเลือดร้อนฉ่าแบบจีนบาร์ทก็เถอะ

            มีเสียงพึมพำดังขึ้นเมื่อลอว์และเบโปะปรากฏตัวที่หน้าประตูห้องฉันเอียงคอพิจารณาเขาเด็กน้อยผมดำผิวแทนดูไม่ไร้เดียงสาเอาซะเลยคนคนนี้จะอายุเท่าไรก็มีมาดนิ่งขรึมได้ตลอดเลยรึ ?

เฮอะ! ปล่อยให้เป็นเด็กไปหลายๆวันเลยละกันเพื่อจะดูสมวัยขึ้นมาบ้าง

แต่ว่าเขาดูอิดโรยจังได้นอนบ้างหรือเปล่านะ ?

            ฉันปัดความคิดเป็นห่วงเขาออกจากหัวและลุกขึ้นแม้จะยังกินอาหารเช้าไม่หมด ถือจานเดินฉับๆ อ้อมผ่านเด็กชายกับหมีขาวพี่เลี้ยง แหวกม่านเข้าห้องครัวไปหยุดอยู่ตรงหน้าอ่างน้ำเพื่อเริ่มลงมือทำความสะอาด

น้ำเย็นเฉียบไหลลงท่วมกองภาชนะสกปรกในขณะที่ม่านลูกปัดบังประตูแหวกออก ร่างขนฟูขาวเดินมาหาฉัน เบโปะท้วงเสียงอ้อมแอ้มไม่เต็มปาก

            “บอนนีวันนี้ไม่ใช่เวรล้างจานของเธอนี่นา”

            ฉันยักไหล่ บีบน้ำยาล้างจานลงฟองน้ำ “แค่พอใจจะทำ”

คู่สนทนาถอนใจเฮือกหนึ่ง เพราะฉันเริ่มลงมือทำงานแล้วเขาจึงยอมปล่อยเลยตามเลย เบโปะเดินวนไปวนมารอบครัว ถูอุ้งเท้าทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างกระวนกระวายใจ ฉันรู้ว่าเขาอยากจะพูดเรื่องไหนแต่ก็คงยังคิดหาประโยคที่เหมาะสมไม่ออก ประกอบกับนิสัยหมีน้อยขี้เกรงใจทำให้เขาได้แต่อ้ำอึ้งอึกอัก

“นายไม่ต้องกังวลอะไรขนาดนั้นหรอก”

เบโปะหยุดเดินแล้วยืนนิ่ง เขาทำตาโตตั้งใจฟัง

หลังถูจานในมือสะอาดแล้ว ฉันจึงค่อยกล่าวต่อ  “กัปตันของนายได้อายุคืนแน่นอน”

            เขามีสีหน้ายินดี แต่ก็กลับทำหน้าหดหู่ลงอีกครั้งเมื่อฟังประโยคถัดไป

            “แต่ต้องรอให้เดินทางถึงเกาะหน้าก่อน”

            ทันทีที่เดินทางถึงเกาะต่อไปฉันจะคืนอายุให้กับเขาและจะกล่าวคำขอบคุณอีกสักครั้งที่เขาได้ช่วยชีวิตฉันไว้แล้วเรื่องราวทั้งหมดก็จะถึงคราวยุติอย่างแท้จริง

            ใจของฉันเบาโหวงเหวงเมื่อนึกถึงวันที่ต้องจากลา

          หลังการทำความสะอาดเสร็จสิ้น ฉันก็เดินเลาะเรื่อยไปตามดาดฟ้าเรือและถึงแม้จะไม่ค่อยเต็มใจนักที่จะหยุดอยู่ตรงตำแหน่งหน้าห้องพักของลอว์ แต่การทดแทนบุญคุณของฉันยังไม่จบสิ้นดังนั้นฉันจึงเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะเคาะประตู

            ฉันเปิดประตูออกโดยไม่รอคำอนุญาตตามความเคยชินเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวริมหน้าต่างหันควับมามองฉัน ใบหน้าที่ดูเหม่อลอยเมื่อครู่กลับมีทีท่ากระตือรือร้นขึ้นมาทันใด เขารีบโยนหนังสือบนตักทิ้งไปและลุกขึ้นยืน ทำท่าจะพุ่งเข้ามาทางนี้

            “บอนนี!

            “หยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ!

            ด้วยคำสั่งเสียงไร้อารมณ์ของฉันลอว์ชะงักค้างอยู่หน้าโต๊ะในทันทีราวกับถูกคำสาป

            ฉันหย่อนตัวนั่งบนเก้าอี้ ยกขาไขว่ห้างแล้วคว้าปากกาขนนกขึ้นมาถือไว้ “ฉันแค่จะมาทำงานให้จบเหลืออีกสิบแปดหน้าและหลังจากนี้จะไม่เข้ามารบกวนคุณในห้องนี้อีก”

            สีหน้าของเขากลับไปหม่นหมองอีกครั้งหนึ่ง ลอว์ตัวน้อยค่อยๆเดินมาปีนขึ้นนั่งเก้าอี้ตัวตรงข้าม โดยมีปราการกั้นระหว่างเราคือกองหนังสือ แผ่นกระดาษ และขวดหมึก

“ทำไมเรียกฉันแบบนั้น” เขาถอนหายใจแล้ววางมือทั้งสองลงบนโต๊ะ

“ผิดตรงไหนล่ะฉันเรียกแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกนี่” ฉันกวาดสายตาอ่านไปตามแถวตัวอักษรอย่างรวดเร็ว มือขยับเขียนถอดความอย่างระมัดระวัง

“อย่าเรียกแบบนั้นได้ไหมขนาดตอนที่เราเจอกันครั้งแรกเธอยังเรียกชื่อฉันได้เลย”

ลอว์พูดเสียงเศร้า ยกมือเล็กๆของตัวเองเอื้อมอย่างสุดแขนผ่านกองสิ่งของมาแตะลงบนหลังมือของฉันฉันคิดจะปัดมันทิ้งไป แต่เมื่อสบตากับดวงตาสีดำสนิทใสแจ๋วที่ดูรันทดหดหู่แล้วก็ทำไม่ลง จึงได้แต่ดึงมือออกตามปกติ และตอบไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“อย่ารบกวนการทำงานของฉันถ้าคุณพูดอีกแม้แต่คำเดียวฉันจะออกไปจากห้องนี้ทันที”

ลอว์ค่อยๆลากมือตัวเองกลับไปวางบนตักอย่างเชื่องช้า สีหน้าของเขาบอกให้รู้ว่ายอมจำนนกับถ้อยคำของฉันทุกประการแปลกจริงผู้ชายโมโหร้ายไร้เหตุผลคนเมื่อวานหายไปไหนแล้วตอนนี้เขาดูเหมือนลูกสิงโตเชื่องๆเสียเหลือเกิน

ฉันลงมือทำงานต่อไปอย่างรวดเร็วและพยายามสุดชีวิตที่จะไม่แยแสสนใจสายตาที่จับจ้องมาของเขามันช่างทรงพลังในการทำให้ฉันใจอ่อนและเกิดความรู้สึกอยากคืนอายุให้เขากลับมาเป็นเหมือนเดิม

ไม่ได้หรอกขืนฉันคืนอายุให้ลอว์ไปตั้งแต่ตอนนี้เขาก็จะเซ้าซี้ฉันไม่ยอมเลิกราเขาอาจจะขอร้องอ้อนวอนจนทำให้ฉันใจอ่อนและเจ็บมากขึ้นไปอีกในเวลาที่เราต้องจากกันจริงๆ

ขอโทษนะฉันคงต้องทำใจร้ายกับนายแล้วล่ะ...

 

 

♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥

 

 

บอนนีไม่ได้มีทีท่าโกรธเกรี้ยวอาละวาดอีกแล้วนั่นมันไม่ดีเลยไม่ดีเอามากๆเธอเหลือเพียงแค่ความเย็นชาและเหินห่างอย่างถึงที่สุดให้กับผมเธอหมดรักผมแล้วใช่ไหม ? หรือเธอไม่เคยรักผมเลยมาตั้งแต่ต้น ?…ไม่จริงหรอกเธอพูดแล้วว่าผมเป็นผู้ชายคนเดียวของเธอดังนั้นเธอต้องรักผมแน่ๆ แค่ตอนนี้คงจะยังโกรธผมอยู่เท่านั้น

แต่ถ้าเธอโกรธผมจริงทำไมไม่ด่าว่าผมสักคำเหมือนเมื่อวานนี้ทำไมไม่ปัดมือผมออกไปแรงๆทำไมถึงไม่แสดงสีหน้าบึ้งตึงแม้แต่น้อย

บอนนีทำเหมือนผมเป็นคนแปลกหน้าไปแล้ว

ก่อนหน้านี้ไม่ว่าเธอจะเรียกผมว่าอะไรผมก็รู้สึกชอบมันทั้งนั้น

ลอว์นาย...คุณหมอคุณกัปตันพ่อสิงโตของฉัน

แต่ถ้าจะให้เรียงลำดับความชอบผมโปรดปรานคำสุดท้ายมากที่สุดบอนนีมักจะเรียกผมแบบนั้นเวลาที่เราอยู่ด้วยกันตามลำพังในยามค่ำคืนเธอชอบกระซิบเรียกคำนี้ด้วยเสียงหวาน และผมมักจะตอบสนองเธอโดยการเอาคางไปแนบกับแก้มนุ่มนิ่มสั่นหน้าไปมาแล้วทำให้เธอดิ้นยุกยิก--หัวเราะด้วยความจั๊กจี้ผมจะไม่ยอมหยุดแกล้งเธอง่ายๆ และมักเรียกเธอกลับว่า แม่เสือของผม

บอนนีจะกอดตอบแล้วซุกหน้าฝังเขี้ยวลงกับลำคอของผมเป็นการตอบรับถ้อยคำนั้นเสมอ

เพียงแต่ว่าตอนนี้อย่าพูดถึงเรื่องจะได้กอดเธออีกสักครั้งเลยแม้แต่จะเปล่งเสียงออกมาสักคำหนึ่งผมก็ไม่มีสิทธิ์จะทำได้หากว่ายังอยากเห็นหน้าเธออยู่

สิ่งเดียวที่ผมได้รับอนุญาตคือการนั่งมองเธออย่างเงียบๆเท่านั้น

นี่สินะที่ใครๆเขาเคยบอกกันว่าความรักทำให้คนเราเจ็บปวดได้แค่ไหนตอนนี้จิตใจของผมมันเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมานมากมายเหลือเกินแต่ถึงจะย้อนเวลากลับไปได้ผมก็ยังเลือกที่จะช่วยเธอขึ้นมาจากทะเลเลือกที่จะจูบเธอกลางธารน้ำเลือกที่จะให้เธออยู่ข้างกายทุกค่ำคืน

ผมเลือกที่จะรักเธอไม่เปลี่ยนเลย

บอนนีแปลตำราไปเรื่อยๆจนเวลาล่วงเข้าเกือบบ่ายโมง เธอจึงลุกขึ้นยืนแล้วเก็บหนังสือซ้อนกันเป็นตั้งอย่างเรียบร้อย จัดม้วนกระดาษให้เข้าที่ เธอหันมามองหน้าผมนัยน์ตาของเธอยังคงเป็นสีม่วงแสนสวยที่น่าหลงใหลแต่แววเย็นชาในนั้นทำให้หัวใจของผมเต้นแผ่วลงเหน็ดเหนื่อยเหลือเกิน

“แปลเสร็จแล้วทั้งหมดฉันจะไปทำงานอื่นต่อแล้วนะ”

ผมทนไม่ไหวอีกต่อไปจึงลุกจากเก้าอี้และเดินอ้อมโต๊ะขอบหมวกที่สวมอยู่สูงเพียงเท่าระดับเอวของเธอเท่านั้น ผมจึงจำเป็นต้องแหงนคอเพื่อหาทางคุยกับเธอให้รู้เรื่อง

“บอนนีฉันขอโทษ”

เธอรับฟังคำนั้นแล้วนิ่งไป ริมฝีปากแดงเรื่อเม้มแน่น

“ฉันอาจทำตัวไม่ดีหลายอย่างก็จริงทั้งพูดจาร้ายกาจเหยียบของรักของเธอจนแตกแถมฉีกเสื้อของเธออย่างหยาบคายที่สุดอีกต่างหาก”

ผมเอื้อมไปแตะหลังมือของบอนนี สัมผัสผิวนุ่มลื่นที่โหยหา

“แต่ว่าฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นสิ่งของเลยนะที่ฉันพูดว่าจะไม่ให้เธอกับผู้ชายคนไหนน่ะหมายความว่าเพราะเธอเป็นคนสำคัญฉันจึงทั้งรักทั้งหวงเธอมากที่สุด”

ผมโอบแขนของตัวเองรอบเอวของบอนนี แก้มของผมเบียดชนกับหน้าท้องแบนราบที่แสนจะคุ้นเคย

เธอไม่มีทีท่าปฏิเสธไม่ดิ้นหนีไม่ผลักไสผม

“ไม่ว่าเธอจะต้องการอะไรหรืออยากจะแหกคุกนรกอิมเพลดาวน์ฉันสัญญาว่าจะช่วยเหลือเธออย่างเต็มที่บอนนีเรากลับมาคบกันเถอะนะฉันอยู่โดยที่ไม่มีเธอไม่ได้หรอก”

ผมยืนกอดเธอนิ่งอยู่อย่างนั้นรับรู้ว่าร่างบอบบางของเธอเริ่มสั่นสะท้านเพียงไม่กี่ลมหายใจถัดมามือของเธอก็วางลงบนไหล่ของผมแล้วออกแรงดันอย่างแผ่วเบาก่อนที่จะทรุดตัวลงคุกเข่าให้สายตาของเราอยู่ในระดับเดียวกัน

ดวงตาของบอนนีเริ่มมีน้ำตาเอ่อคลอเธอสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะพูดเสียงเครือ

“ฉันไม่ได้โกรธนายแล้วเรื่องที่นายทำตัวงี่เง่าน่ะ”

เธอไม่โกรธผมแล้วเธอยกโทษให้ผมแล้วใช่ไหม ? เรากลับมาคบกันได้แล้วใช่ไหม ?

หัวใจของผมเริ่มโลดแล่นด้วยความยินดี เสมือนว่ามันกลับมาทำงานต่ออีกครั้งหลังจากที่หยุดไปเนิ่นนาน

“แต่เรื่องของเราไม่มีวันเป็นไปได้ฉันขอโทษ” 

คำพูดของบอนนีทำให้โลกของผมมืดหม่นลงจนกลายเป็นสีดำ

เธอพิงหน้าผากเข้ากับหน้าผากของผม ไหล่ของเธอสะท้านไหว ข้างแก้มสัมผัสได้ถึงน้ำตาร้อนผ่าวที่หยดลงมากระทบ

“เราจบกันแล้วนะลอว์”

สิ้นสุดถ้อยคำปนเสียงสะอื้นบอนนีลูบแก้มผมเบาๆ เราสบตากันเพียงเสี้ยววินาที

ลิ้นของผมคงด้านชาไม่อาจขยับคำพูดเหนี่ยวรั้งทุกอย่างจุกแน่นในลำคอจนกระทั่งเธอจากไป

บอนนีเป็นคนหนักแน่นเด็ดเดี่ยวเท่าไรผมรู้แก่ใจไม่ว่าผมจะคุกเข่าอ้อนวอนหรือร้องไห้พร่ำเพ้อเธอก็จะไม่มีวันหันกลับมาหาผมไม่มีวันกลับมาเติมเต็มความสุขให้กันและกันอีกต่อไป

 

ก่อนหน้านี้หัวใจของผมคุ้นเคยกับความว่างเปล่า

แต่เมื่อวันหนึ่งที่ถูกปรนเปรอด้วยความรักอย่างเปี่ยมล้น

มันก็เคยตัวและหลงลืมไปว่า

ยามที่เธอไม่ยินยอมมอบความรักมาให้อีกต่อไป

มันจะเจ็บปวดและรู้สึกโหยหามากมายขนาดไหน

 

บอนนี

 

วันเวลาของเราหมดลงแล้วหรือ ?

ความรักของเราจบลงแล้วหรือ ?

ความทรงจำทุกอย่างระหว่างเรามันสิ้นสุดลงแล้วจริงๆหรือ!!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #695 Amazing ammie (@Zones-amzmiezone) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 11:24
    ทรมานเกิ้นนนน~เจ็บฮื้อออออ??
    #695
    0
  2. #617 pangz' (@pang-61) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 20:47
    T^T ทรมานแทนนน
    #617
    0
  3. #468 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 04:35
    สงสารทั้งคู่จริง อะไรจะทรมานใจขนาดนี้

    #468
    0
  4. #421 Rimit123 (@rei-sama) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2556 / 20:19
    น้ำตาไหล
    #421
    0
  5. #189 N-A-T-T-I-T-A (@nattita211) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 21:44
    ตอนนี้อ่านแล้วสงสาร T T
    #189
    0
  6. #113 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 21:53
    น้ำตาจะไหลแล้ว T^T
    #113
    0
  7. #108 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 17:56
    สงสารทั้งคู่ T^T
    #108
    0
  8. #92 LuNa Only!!! - GT.OP. (@tarkra) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2555 / 09:43
    บอนนี่หายโกรธลอว์แล้ว ><
    กลัวความฝันของบอนนี่อ่ะ TT
    #92
    0
  9. #87 Pokky_LoveFamily (@maniroj) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 22:09
    ทรมานแทนอ่ะธT^T
    อย่าเขียนจบแบบ SAD ENDING นะ
    เศร้าเกิน><
    อย่างน้อยก็ให้สองคนนี้กลับมารักกันก็พอ
    (ที่จริงก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้วนี่หว่า)
    #87
    0
  10. #86 Supernovas (@supernovas) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 20:46
    ดีจังที่บอนนี่ไม่โกรธลอว์^^
    แต่..T^T
    #86
    0
  11. #85 เบมมี่ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 18:37
    ช่วยทำปากให้มันเบาๆ

    กะทำใจให้นุ่มๆ หน่อยได้มั๊ยเจ้าคะ

    ลอว์ กะ บอนนี่อ่ะ ทั้งคู่เลย
    #85
    0
  12. #84 ~Spirit~ (@poringrenger) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 15:06
    อยากให้ลอว์บุกคุกอิมเพลดาวน์ไปช่วยลูกเรือบอนนีให้รู้แล้วรู้รอดเลยนะเนี่ย!!
    #84
    0
  13. #83 Eunpa The Witch (@eunpachocoball) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กันยายน 2555 / 00:55
    อัพแย้ว ขอบคุณค่ะ ^^



    แต่จินตนการลอว์ตอนเป็นเด็กคิดเอาไว้ว่าน่าจะเตี้ยกว่าเอวของบอนนี่ซะอีกนะ แง่มๆ=,.=
    #83
    0
  14. วันที่ 27 กันยายน 2555 / 18:51
    บอนนี่ใจแข็งจริงๆเลยน๊า เรื่องนี้ต้องจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งใช่ไหม เราจะภาวนาให้มันเป็นแบบนั้นนะ ขอล่ะไรท์เตอร์ รีบอัพต่อไวๆเน้อ
    #82
    0