[Fic one piece] ♂ Someone beside you in the New world ♀

ตอนที่ 11 : Mystery of the Sea : chapter 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,805
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    20 ก.ย. 55









 It hurts when you have someone in your heart
but you can't have them in your arms.


มันเจ็บนะเวลาที่เรามีใครบางคนอยู่ในใจ แต่เราไม่สามารถให้เขามาอยู่ในอ้อมแขนเราได้


ฝนตกไม่หยุด ทั้งตัวทั้งหัวเปียกโชกหมดแต่ฉันไม่คิดจะใส่ใจกับมัน

ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีหลังจบฉากการทะเลาะกันลั่นเรือระหว่างฉันกับลอว์ บุคคลแรกที่เป็นหน่วยหน้ากล้าขึ้นมาหาฉันบนหอสังเกตการณ์เรือก็คือเบโปะพร้อมกับร่มคันใหญ่ เขาเดินเข้ามาห่างๆอย่างกล้าๆกลัวๆ ส่งเสียงเรียกฉันเบาๆ

            “บอนนีขอคุยด้วยได้หรือเปล่า”

            ฉันจ้องมองหมีขาวตัวโตผู้กำลังทำสีหน้ากังวล น้ำเสียงอบอุ่นห่วงใยของเขาทำให้ฉันรู้สึกตื้นตันในหัวอกจนต้องกระโจนลงจากราวเหล็กเย็นเฉียบที่นั่งอยู่เข้าไปกอดรัดขนปุกปุยนุ่มนิ่มในทันที เบโปะขยับร่มมากางกันฝนให้ฉัน

            “ข้างบนนี้หนาวมาก ฝนก็ตกหนักมีเรื่องอะไรก็ไปคุยกันดีๆข้างล่างเถอะนะ”

            ฉันสั่นหัว ซุกหน้าฝังเข้าไปที่สาบเสื้อชุดสูทกันน้ำตัวเก่งของเขา

“ถ้าให้ฉันลงไปตอนนี้ล่ะก็ฉันสาบานว่าจะฆ่ากัปตันของนายทิ้งซะ!

เบโปะถอนหายใจเฮือกใหญ่ เอาอุ้งเท้าโอบกอดฉันตอบ เขาพูดเสียงดังฝ่าสายฝนที่เทกระหน่ำ “กัปตันแค่ผิดหวังและเสียใจมากเกินไปจนหน้ามืดตามัว ก็เลยพูดจาแย่ๆทำให้เธอโกรธ แต่จริงๆแล้วเขาเป็นห่วงเธอมากนะบอนนี”

ฉันสะบัดหน้าออกจากอ้อมกอดของเบโปะทันที รวมถึงขยับตัวออกจากใต้เงาร่มด้วย อดที่จะโต้ตอบเสียงขุ่นไม่ได้ “ลูกน้องมาช่วยแก้ตัวแทนเจ้านายหรือไง ?

เบโปะไม่ถือสาอะไรกับท่าทีของฉัน เขาเดินมากางร่มให้และพูดต่อไปด้วยน้ำเสียงใจดีคงเดิม

“ที่จริงกัปตันอยากขึ้นมาคุยกับเธอเอง แต่ทั้งเพนกวินและชาจิช่วยกันห้ามเอาไว้ พวกเขาบอกว่าเธอจะยอมกระโดดลงมาจากหอสังเกตการณ์มากกว่าที่จะพูดอะไรกับเขาสักคำในตอนนี้”

ถูกต้องที่สุดพ่อหนุ่มสองคนนั่นรู้ใจฉันดีจริงๆ

 เบโปะหันไปหยิบผ้าห่มผืนโตในห่อพลาสติกจากด้านข้างมาแล้วยื่นส่งให้ฉัน “กัปตันรู้ว่าเธอขี้หนาว ก็เลยฝากร่มนี้กับผ้าห่มผืนหนาที่สุดมาให้ เขายังบอกด้วยว่า

“ไม่ต้องพูดแล้ว!!

ฉันส่งเสียงขัดจังหวะ หลับตาลงและนั่งชันเข่า ยกสองมือปิดหูแน่น “ฉันไม่ต้องการร่มหรือผ้าห่ม และไม่อยากรู้ว่าเขาพูดอะไร เชิญนายเอากลับไปเลย!

เนื่องจากฉันหลับตาอยู่จึงไม่อาจทราบว่าเบโปะทำสีหน้าอย่างไรหลังจากนั้น สรรพสิ่งรอบกายเงียบสงบลง คงไว้แต่เสียงหวีดหวิวของสายลมและฝน ผ่านไประยะหนึ่งเมื่อฉันลืมตาขึ้น ข้างกายก็เหลือแต่ร่มที่กางทิ้งไว้และผ้าห่มในถุงข้างใต้เท่านั้น

ความรู้สึกมากมายผสมปนเปจู่โจมเข้าใส่ฉัน อารมณ์ภายนอกก็คือหนาวเหลือจะทน ส่วนอารมณ์ภายในคือทั้งโกรธและเสียใจ สองอย่างหลังนี้อยู่ในระดับสูงถึงขั้นที่เรียกได้ว่ามากสุดเท่าที่มาตรวัดความรู้สึกของฉันจะเคยประเมินได้

ฉันยกมือปัดเส้นผมที่ปรกแนบหน้าออกไป ปลายนิ้วสัมผัสโดนวัตถุแข็งๆ ที่ติดอยู่บนผม ฉันดึงมันลงมาถือไว้ หรี่ตาเพ่งมองริบบิ้นสีน้ำเงินเปียกๆติดกับลวดหนีบกระดาษที่ถูกนำผ้ามาหุ้มโดยรอบนั้นน้ำตาของฉันก็พานจะไหลออกมาอีกผู้ชายคนที่ติดกิ๊บตัวนี้ให้ฉันอย่างเบามือเป็นคนเดียวกันกับผู้ที่ทำร้ายจิตใจของฉันให้ย่อยยับแตกสลาย

ฉันยกมันขึ้นสูง ขยับจะปามันทิ้งลงทะเลไปให้พ้นหูพ้นตา แต่ใจหนึ่งก็รู้สึกโหยหาอาวรณ์ หลังจากที่เงื้อมืออยู่นานก็ไม่สามารถทำอะไรต่อไปได้ จึงนำมันกลับมาติดไว้ที่ผมดังเดิม โดยจะถือเสียว่าเป็นของเตือนใจไม่ให้หลงรักใครหน้าไหนอีก

ผู้ชายงี่เง่า

ฉันรู้สึกเมื่อยมากจึงเอนตัวลงนอนกับพื้นไม้เย็นๆ ผิวเนื้อเริ่มเคยชินกับเม็ดฝนแหลมคมมันด้านชาไปหมดเหมือนหัวใจในตอนนี้ วูบหนึ่งก็อดไม่ได้ที่จะคิดถึงเตียงอุ่นๆกับคนตัวอุ่นๆที่เคยกอดนอน แต่ฉันก็ปัดความคิดออกจากสมองอย่างรวดเร็ว ไม่แยแสกับผ้าห่มผืนหนาหรือร่มคันใหญ่

 ฉันหลับตาลง ปล่อยให้น้ำฝนเย็นเฉียบชะล้างคราบน้ำตาออกจากแก้ม
 

 

♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥
 

 

            เหล่าลูกเรือส่งเสียงพึมพำอยู่รอบตัวผมที่กำลังยืนนิ่งอยู่กลางห้องพักคนไข้

            ที่บอนนีตะโกนลั่นใส่ผมเมื่อกี้ผมอยากให้ใครมาช่วยย้ำให้ฟังอีกรอบว่าเธอพูดเช่นนั้นจริงๆผมไม่ได้หูฝาดไปเองสินะ ?

            เธอบอกว่าผมเป็นผู้ชายคนเดียวของเธอจริงๆใช่ไหม!

          ความรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกก่อตัวขึ้นเป็นคลื่นริ้วแห่งความสุขไปตามตัวของผมนั่นแปลว่าเธอไม่ได้บอกเลิกกับผมเพราะว่าเธอมีคนรักอื่นอยู่ แต่เธอคงมีเหตุผลที่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น

ซึ่งความจริงแล้วเธอยังรักผมอยู่ใช่ไหมนะ ?

แล้วสร้อยนั่นล่ะ ? สร้อยที่เขียนคำหวานหยาดเยิ้มว่า รักบอนนี น่ะมันหมายความว่ายังไง ? ดูเหมือนเธอจะทะนุถนอมมันมาก ตอนที่ผมปามันทิ้งและเหยียบซ้ำด้วยความหึงนั้น เธอก็ปราดเข้ามาผลักผมอย่างแรงและลนลานเก็บมันขึ้นมา นั่นยิ่งทำให้ผมทั้งโกรธและอิจฉาผู้ที่มอบสร้อยเส้นนั้นให้เธอ จนถึงขั้นขาดสติและเผลอตัวทำรุนแรงกับเธอไป

แม่เสือสาวคงไม่ให้อภัยผมแน่คราวนี้ความรู้สึกเสียใจและอยากขอโทษจุกแน่นเต็มอกของผมไปหมด แต่เรื่องที่เธอด่าว่ามาทั้งหมดน่ะ ผมขอยอมรับผิดแค่เรื่องทำตัวงี่เง่าเท่านั้นนะก็ผมไม่ได้คิดว่าเธอเป็นสิ่งของซะหน่อยนี่นา

ที่ผมพูดจาร้ายกาจแบบนั้นก็เพราะว่าผมทั้งรัก ทั้งหวงเธอมากเท่านั้นเอง

ข้างนอกมีฝนตกหนักอยู่ในตอนนี้เธอวิ่งหนีหายไปไหนกัน ? จะไปซ่อนอยู่ในตู้ของห้องเก็บเสบียงอีกหรือเปล่า ?

“กัปตันครับ! คุณบอนนีขึ้นไปอยู่บนหอสังเกตการณ์แล้ว เธอนั่งตากฝนแบบไม่ยอมขยับตัวเลย!”เพนกวินรีบยื่นหน้าเข้ามารายงานผมด้วยน้ำเสียงเป็นกังวลขีดสุด

ชาจิโผล่เข้ามาพูดเสริมอีกทางหนึ่งด้วยน้ำเสียงตำหนิติเตียน “กัปตันนะกัปตัน! ทำไมพูดจากับเธอแบบนั้นล่ะครับ! คุณบอนนีน่ะมีแผนจะถล่มคุกนรกอิมเพลดาวน์เพื่อช่วยลูกเรือของเธอออกมา แต่ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้น เธอก็ไม่คิดจะลากคุณและพวกเราเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยเลยนะ!!

“สร้อยที่เธอถืออยู่เป็นของรักที่พวกลูกเรือของเธอทำให้นะครับกัปตัน ไม่ใช่จากผู้ชายคนไหนของเธอซะหน่อย!” แม้แต่จีนบาร์ทก็ยังเอากับเขาด้วย เขาพูดด้วยเสียงขึ้นจมูก กอดอกปรายตามองผมแบบที่ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองโง่สิ้นดี

แล้วพ่อครัวของผมก็มาช่วยสรุปเรื่องราวในทันใด

“คุณบอนนีน่ะเป็นห่วงกัปตันออกจะตายไป อย่างวันก่อนที่เธอเข้ามาขอใช้ครัวเพื่อคั้นน้ำมะนาวแล้วก็ดันทำมีดบาดตัวเองท่าทางจะแสบแย่แต่ก็ไม่บ่นอะไร เธอเอาแต่ยิ้มและพูดว่า เพื่อให้กัปตันของนายไม่ขาดวิตามินซี เรื่องแค่นี้ฉันทำได้อยู่แล้ว และยิ่งไปกว่านั้นนะครับ ถึงใครๆจะคิดว่าคุณบอนนีกินเยอะเหมือนปีศาจสิง แต่ทุกครั้งก่อนที่จะกินอะไรเข้าไป เธอจะแอบมาถามผมว่า กัปตันน่ะกินอิ่มแล้วหรือยัง ?’  กัปตันได้เนื้อส่วนที่ดีที่สุดแล้วใช่ไหม ?’  นายได้ยกเหล้าองุ่นปีเก่าที่สุดไปส่งกัปตันแล้วใช่หรือเปล่า ? ’ และถ้าทั้งหมดนั่นผมตอบปฏิเสธเธอไป เธอก็จะไม่ยอมแตะต้องอาหารเลย ถึงแม้ว่าจะหิวจนตัวสั่นก็เถอะ!!

บอนนี

ตอนนี้ผมคิดอะไรไม่ออกแล้วข้อมูลมากมายเกี่ยวกับเธอถูกถ่ายทอดผ่านปากลูกเรือทั้งหลายจนผมรู้สึกเจ็บปวดขัดยอกในอก แต่ทว่ามันก็มาพร้อมกับความตื้นตันยินดีอย่างที่สุด--ผมดีใจมากที่เธอเป็นห่วงและคิดถึงผมในหลายต่อหลายเรื่องที่ผมไม่เคยรับรู้

ผมอยากขอโทษเธอ อยากกอดเธอไว้แน่นๆ และกระซิบบอกว่ารักเธอมากแค่ไหน แต่ทั้งหมดนั่นคงจะเป็นไปไม่ได้ถ้าเธอยังหนีผมไปนั่งตากฝนอยู่ข้างนอกแบบนี้

บอนนีไม่ชอบอากาศเย็น เธอชอบที่อุ่นๆและแสงแดด ตอนนี้คงทรมานจะแย่แล้ว

ผมหมุนตัวเดินฉับๆ มุ่งออกนอกประตู “ฉันจะขึ้นไปหาบอนนีเดี๋ยวนี้!

เพนกวินกับชาจิปราดเข้ามาขวางทางไว้ทันที ทั้งสองคนพูดรัวสลับกันจนผมแทบแยกไม่ออกว่าใครพูดประโยคไหนกันแน่

“ไม่ได้นะครับกัปตัน !! ด้วยนิสัยอย่างคุณบอนนี อย่าว่าแต่คุณจะได้คุยกับเธอสักคำเลย 

“แค่เธอเห็นหน้าคุณเข้าตอนนี้น่ะ ถ้าไม่ตรงเข้ามาตบคุณสักฉาดหรือเตะคุณสักที เธอก็ต้อง

ผมพูดแทรกพวกเขา “ฉันไม่สนว่าบอนนีจะตบหรือเตะ ฉันแค่จะพาเธอลงมาจากบนนั้น ถึงจะต้องใช้กำลังบังคับกันบ้าง แต่ว่า

“ไม่ได้นะครับ !!

ทั้งสองคนประสานเสียงอย่างเป็นอันหนึ่งอันเดียว เล่นเอาผมชะงักเหมือนถูกตีแสกหน้า เดี๋ยวนี้พวกลูกน้องกล้าตะโกนขึ้นเสียงใส่ผมแล้วเรอะนี่ !!

“ถ้ากัปตันทำท่าจะใช้กำลังบังคับล่ะก็รับรองว่าคุณบอนนีต้องกระโดดลงมาจากหอนั่นแน่!!

“ถึงเธอจะคล่องแคล่วว่องไวขนาดไหน แต่ถ้าตกจากที่สูงขนาดนั้นไม่ตกลงมาคอหักที่ดาดฟ้าเรือก็ถูกลมพัดปลิวตกทะเลนะครับ!!

ตกมาคอหักไม่ก็ตกทะเล!! นี่เธอเกลียดผมถึงขนาดนั้นเชียวเรอะ !!

ผมรู้สึกว่าขาสองข้างเริ่มไม่ค่อยมีเรี่ยวมีแรง บางทีหน้าผมอาจจะกำลังซีดเผือดอยู่ก็เป็นได้ “แล้วฉันควรต้องทำยังไงบอนนีอยู่บนนั้นคงหนาวมากเธอ

เบโปะเดินเข้ามากลางวงหลังจากฟังเรื่องราวอยู่เงียบๆนานแล้ว เขายกอุ้งเท้าตบไหล่ผมทีหนึ่ง “เดี๋ยวผมจะขึ้นไปเจรจากับเธอเองครับ”

ผมทรุดตัวลงนั่งที่เก้าอี้ ยกมือหนึ่งกุมหัว “เอาร่มกับผ้าห่มไปด้วยนะเบโปะเผื่อว่าการเจรจาของนายจะล้มเหลวแต่ยังไงก็ช่วยพยายามหน่อยนะ”

เบโปะพยักหน้ารับ เขาหันหลังเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

ผมทำให้บอนนีโกรธมากมายขนาดนั้น เธอต้องไม่ยอมลงมาแน่ๆ แต่ว่าร่างกายของเธอจะทนไหวหรือ ? แม้แต่ตอนกลางดึกของคืนธรรมดาที่ไม่ได้มีอุณหภูมิต่ำเป็นพิเศษ เธอก็ยังชอบห่มผ้าห่มและกอดซุกในอ้อมแขนของผม เธอเคยบอกว่าถ้าให้เลือกระหว่างอดอาหารสามมื้อกับการออกไปนอนหนาวเพียงครึ่งชั่วโมงกลางหิมะ เธอจะยินยอมเลือกอย่างแรกโดยเต็มใจ ผมจึงตอบไปว่าถ้าจำเป็นต้องอยู่กลางหิมะจริงๆ ผมนี่หละจะเป็นเครื่องทำความร้อนให้เธอเอง เธอยิ้มแล้วก็หัวเราะก่อนจะยื่นหน้ามาหอมแก้มผม ชมผมว่าพูดจาน่ารัก

บอนนีฉันเป็นห่วงเธอใจจะขาดแล้ว

เธอไม่จำเป็นต้องให้อภัยฉันก็ได้ฉันแค่อยากให้เธออยู่ในห้องอุ่นๆแห้งๆในเวลานี้เท่านั้น!!

“กัปตันครับ” ชาจิโผล่หน้าเข้ามาทางหนึ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงปริวิตก ผมเงยหน้ามองเขาด้วยความหวังว่ากำลังจะได้ฟังคำรายงานเรื่องบอนนียอมลงมาจากหอแล้ว

“ผมว่ากัปตันสงบจิตสงบใจหน่อยนะครับ” เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ “อย่างน้อยวางหมอนในมือลงก่อนก็ได้ คุณถือมันไว้ไม่ปล่อยมานานแล้วนะ”

ผมก้มหน้าลงมองตามคำพูดของเขาหมอนที่บอนนีปาใส่หน้าผมด้วยแรงโมโหยังคงอยู่ในอุ้งมือทั้งสอง เส้นผมสีชมพูยังคงติดอยู่ กลิ่นหอมจางๆของแชมพูลอยมากระทบจมูก ทำให้ผมหวนคิดถึงเวลาที่ได้ซบหน้าลงบนเรือนผมของเธออย่างมีความสุข

ผมไม่อาจปล่อยหมอนออกจากมือในทันทีตามคำขอร้องของชาจิ ทำได้แค่เพียงถือมันไว้และมองมันนิ่งๆเท่านั้น

คิดถึงเธอเหลือเกิน 

เสียงของเพนกวินดังแว่วๆมาจากที่ไกลๆ

“แกมานี่เลยชาจิตอนนี้ปล่อยกัปตันไว้ก่อนเหอะ เขากำลังอยู่ในภาวะสำนึกผิดนะ!!

นั่นสิผมสำนึกผิดจนอยากจะทำอะไรสักอย่างเป็นการไถ่โทษ ถ้าหากบอนนีพูดมาคำเดียวว่าให้ผมกระโดดลงทะเลไปซะ ผมก็จะยินดีทำตามโดยไม่บ่นอะไรเลย

ขอแค่เธอยอมพูดกับผมอีกครั้งเท่านั้น
 

 

♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥ ♥♥♥♥♥♥♥
 

 

ในที่สุดฝนก็ซาลงเหลือเพียงหยดน้ำเปาะแปะกระทบตัว

ฉันรู้สึกชื่นชมตัวเองอย่างประหลาดที่สามารถเผลอหลับไปท่ามกลางสายฝนกระหน่ำหนักได้ และถึงแม้ว่าตื่นมาจะรู้สึกมึนตื้อในหัวไปบ้าง แต่นั่นคงไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรเท่าไร เมื่อยามเช้ามาถึงและมีแสงอาทิตย์อันอบอุ่นอีกครั้ง ฉันก็คงจะกลับมามีเรี่ยวแรงเป็นปกติดังเดิม

ในเวลาสามชั่วโมงนั้นพวกลูกเรือทุกคนพากันผลัดเปลี่ยนเวียนขึ้นมาเกลี้ยกล่อมฉันให้ลงไปข้างล่างและค่อยพูดค่อยจากัน ฉันกล่าวขอบคุณพวกเขาที่เป็นห่วง แต่ก็ปฏิเสธการเคลื่อนย้ายไปไหนด้วยเสียงอันหนักแน่นแม้ริมฝีปากจะสั่นระริกด้วยความหนาว จนสุดท้ายทุกคนก็ต้องล่าถอยกลับไปเอง ทิ้งไว้แต่น้ำชาร้อนกระติกใหญ่ เสื้อกันฝน ตะเกียง และอะไรต่อมิอะไรที่เขาคิดว่าพอจะสร้างความอบอุ่นให้ฉันได้

การกระทำไร้สติแบบนี้เรียกว่าประชดชีวิต หรือเปล่านะ ?

ช่างมันเถอะฉันหลับตาลงอีกครั้งตั้งใจว่าจะบังคับตัวเองให้หลับไปจนรุ่งเช้า

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังแว่วมา ฉันไม่คิดจะลืมตา--บางทีอาจเป็นใครคนหนึ่งที่พยายามขึ้นมาส่งสาสน์เกลี้ยกล่อมอีกครั้ง และถ้าเขาคนนั้นเห็นฉันหลับก็คงล่าถอยกลับไปโดยดี

แต่เมื่อสัมผัสมืออันคุ้นเคยแตะถูกข้างแก้มฉันก็รู้ทันทีว่าใครเป็นคนล่าสุดที่ขึ้นมาในครั้งนี้

ฉันลืมตาโพลง ขยับขึ้นมานั่งอย่างรวดเร็วและปัดมือของลอว์ออกไปพร้อมส่งเสียงขู่ที่ไม่ดังเกินกว่าคำกระซิบลอดผ่านไรฟัน

“อย่ามาถูกตัวฉัน!

ลอว์นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า แววตาสีดำสนิทดูเลื่อนลอย เขาหดมือกลับไปอย่างเชื่อฟัง “บอนนีกลับลงไปข้างล่างเถอะนะ ตัวของเธอเย็นเฉียบไปหมดแล้ว ฉันขอ

“ไม่ว่านายคิดจะพูดอะไรออกมา” ฉันตัดบทเขาด้วยเสียงสั่น รู้สึกว่าเริ่มเวียนหัวมากขึ้น “หุบปากไว้ซะดีกว่าลอว์ถ้าไม่อยากโดนฉันเตะตกลงไปจากบนนี้”

“ฉันจะยอมให้เธอเตะ” เขาพูดแล้วขยับเข้ามาใกล้อีก ฉันถอยกรูดหลบไปอีกข้างหนึ่งของเสาในทันที ลอว์มีสีหน้าเจ็บปวดหมองคล้ำ ไหล่ของเขาตกลู่เหมือนคนสิ้นไร้หนทาง

เฮอะคิดว่าฉันจะใจอ่อนกับสภาพแบบนี้ของนายหรือไง

“เธอต้องลงไปข้างล่าง อาบน้ำแต่งตัวใหม่ก่อน แล้วหลังจากนั้นจะเตะหรือต่อยฉันกี่ทีก็ได้”

ฉันหมุนร่างหันหลังให้เขา เป็นนัยว่าจะไม่มีการเจรจาใดๆทั้งสิ้นอีก

“บอนนีฉันขอโทษ ฉันมันคนงี่เง่าอย่างที่เธอว่าจริงๆ”

มือของเขาเอื้อมมาสัมผัสโดนไหล่ของฉันข้างที่ไม่มีเนื้อผ้าปกปิด ฉันปัดมือของเขาทิ้งไป แต่ลอว์ไม่ยอมเก็บมือกลับไปเหมือนครั้งแรกแล้ว เขาลากฉันเข้าไปกอดไว้ในทันที

“ต้องทำยังไงเธอถึงจะหายโกรธกลับมาพูดกับฉันอีก” ลอว์ถามด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า แนบใบหน้าลงกับผมของฉัน ฉันอุทานอย่างขัดใจและดิ้นรนสุดกำลังเพื่อกันให้เขาออกไปห่างๆ แต่ทั้งหมดที่ทำไปก็เหมือนเอามือทุบหน้าผาเขาไม่ยอมขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย

“ฉันจะไม่พูดกับนายอีก ผู้ชายอย่างนายนี่มันสา

สารเลวรึ ?

ไม่จริงเขาไม่ใช่คนแบบนั้นแม้แต่นิดเดียว ลอว์เป็นผู้ชายใจดีน่ารักที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จัก อ้อมกอดของเขาให้ความรู้สึกปลอดภัยมาโดยตลอด สีหน้าอ่อนโยนขณะที่อยู่ด้วยกันตามลำพังนั้นมันยังไม่เคยลบเลือนลงไปจากความทรงจำของฉันแม้กระทั่งในเวลานี้

ฉันจึงเปลี่ยนคำพูดเสียใหม่ “ผู้ชายอย่างนายมันเห็นแก่ตัวปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!!

“จะด่าว่าก็ทีหลังเถอะตอนนี้ลงไปข้างล่างก่อน”

เขาช้อนอุ้มตัวฉันขึ้นทันที ถึงแม้ว่าฉันจะทั้งดิ้นและร้องโวยวาย หรือแม้กระทั่งกัดเขาเข้าที่ไหล่เสียทีหนึ่ง แต่ลอว์กลับสามารถเดินลงจากหอสังเกตการณ์ได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางสายตาหวาดเสียวของเหล่าลูกเรือที่กลัวว่าเขากับฉันจะกลิ้งตกลงมาแขนขาหักไปพร้อมกัน

เมื่อลงมาถึงด้านล่าง ลอว์ก็ยังไม่ยอมปล่อยมือลง เขาเดินมุ่งหน้าเรื่อยไปยังห้องพักคนไข้ ฉันจึงหยุดดิ้นและหรี่ตาแผ่รังสีอันตรายใส่เขา

“ฉันให้เวลานายปล่อยฉันลงสามวินาที เกินกว่านั้นนายโดนดีแน่!!

“บอนนี” เขาเพียงแต่พึมพำเรียกชื่อฉันและยังคงไม่ยอมคลายมือลงแม้แต่น้อย

ฉันกัดริมฝีปาก ใจอ่อนยวบไปวูบหนึ่งเมื่อเขามองฉันด้วยแววตาละห้อยโหยหา แต่ในเมื่อฉันตั้งใจว่าจะไม่ให้อภัยเขาแล้วก็ต้องทำให้ถึงที่สุด

“สามสองหนึ่ง!! ฉันนับเสียงดัง เหล่าลูกเรือพากันอ้าปากค้างเมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นเต็มตา

ฉันลงยืนกับพื้นได้ในที่สุด สะบัดผมไปข้างหลังแล้วกางมือขยุ้มคอเสื้อของลอว์ขึ้นมาถือไว้ก่อนจะเหวี่ยงร่างของเขาเข้าใส่เบโปะที่กางอุ้งเท้าทั้งสองรับแทบไม่ทัน

“เอาเด็กดื้อด้านคนนี้ไปให้พ้นหน้าฉัน!!

หลังเท้าเอวประกาศดังได้ยินชัดกันถ้วนทั่ว ฉันก็หันหลังเข้าห้องพักของตัวเองและปิดประตูตามหลังดังโครม ลงกลอนล็อคในทันที

ทิ้งข้างนอกให้เต็มไปด้วยเสียงครางอย่างตระหนกตกใจของเหล่าลูกเรือกลุ่มโจรสลัดฮาร์ท

 

ด้วยความโมโหและทิฐิแรงกล้าฉันเปลี่ยนลอว์ให้กลายเป็นเด็กหกขวบไปซะแล้ว!!

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

730 ความคิดเห็น

  1. #616 pangz' (@pang-61) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มีนาคม 2558 / 20:44
    สู้ๆ นะคุณหมอ
    #616
    0
  2. #599 <<aKinA>> (@aunjungka410) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2557 / 23:29
    ลอวว์เปนเดกหกขวบไปเเล้ววุ้ยย
    #599
    0
  3. #467 LikeCartoon (@monnapay-lovely) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 04:29
    บอนนี่ เธอเล่นแรงไปเปล่านี่ย
    ลอว์มาอยู่กับเราเถอะ 555
    #467
    0
  4. #188 N-A-T-T-I-T-A (@nattita211) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2555 / 21:41
    บอนนี่่ งอนยาวเลย ><
    #188
    0
  5. #112 Mocca ^o^/ (@darkghost) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2555 / 21:46
    บอนนี่หายงอนเถอะนะ
    #112
    0
  6. #81 Supernovas (@supernovas) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กันยายน 2555 / 00:43
    สู้ๆนะ ลอว์
    #81
    0
  7. #80 เบมมี่ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 21:47
    ลอว์น้อย



    มาอยู่กะช้านซะดีดี ฮี่ ฮี่ (ตาปริ้งๆ)
    #80
    0
  8. #78 {Guide✖Book} (@Guidebook) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 20:26
    คืนดีกันเห๊อะะะ
    #78
    0
  9. #77 LuNa Only!!! - GT.OP. (@tarkra) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 16:54
    กรรมของเวร - -

    ลอว์กลายเป็นเด็กเฉยเลย T^T
    #77
    0
  10. #76 เฟิน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กันยายน 2555 / 00:11
    สนุกมากเลยค่ะ ขอบคุณน้า มาอัพต่อไวๆด้วยงิ :)
    #76
    0
  11. #75 ~Spirit~ (@poringrenger) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2555 / 22:02
    รอตอนต่อไปไม่ไหวแล้ววววค่าาาา อ๊ากกกกกก

    อัพด่วนค่ะไรท์เตอร์ คืนดีกันทีเถอะะะะ T3T
    #75
    0
  12. #74 Eunpa The Witch (@eunpachocoball) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2555 / 18:34
    อร๊ายยยยย ลอว์6ขวบ เอาอมยิ้มมั้ย? ฮาาาาาาาาาาาาา
    #74
    0
  13. #73 fabre (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2555 / 18:16
    ลอว์วัยหกขวบคงจะน่ารักน่าดูเลย

    อัพเร็วๆนะค่ะ
    #73
    0
  14. วันที่ 20 กันยายน 2555 / 16:15
    อ่า สนุกอ่า อัพต่อไวๆน๊า >_<
    #72
    0