[Fic Reborn] "Zenractia" [จบบริบูรณ์แล้วจ้า!]

ตอนที่ 37 : chapter 36 ซากศพแห่งเบอร์ลินกับผลลัพธ์ที่ตรงกันข้าม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    9 ต.ค. 54


“พลั่ก
! โอ๊ย! แอ่ก!

เสียงแรกเกิดจากลำตัวที่ตกลงกระทบพื้นแข็งๆ ตามด้วยเสียงอุทานจากการปวดสะโพกที่รองรับการกระแทก และเสียงสุดท้ายที่หลุดจากปากสึนะเกิดจากการที่ฝ่าเท้าคู่ครูพิเศษทำการลงจอดภาคพื้นดินบนหัวเขานั่นเอง

“จ๊ากกกกก”

ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มซาวาดะจะเอามือลงจากการคลำศีรษะป้อยๆ เสียงแหกปากก็ดังก้องขึ้นจากด้านบน  รีบอร์น พลิ้วตัวอย่างสวยงามไปด้านข้าง ในขณะที่เจ้าของเสียงดังสนั่นตกลงบนตัวสึนะทำให้เขาต้องลงไปกองที่พื้นอีกรอบ

“อ๊ะ! ขอโทษสุดหูรูดนะซาวาดะ”

เรียวเฮค่อยๆย้ายตัวเองออกไปจากการนั่งอยู่กลางหลังสึนะที่นอนพังพาบ

“อ๋อยคุณพี่”

สึนะลูบหัวตัวเองที่หมุนติ้วแล้วตะเกียกตะกายลุกขึ้นนั่งอีกครั้ง มองสำรวจรอบตัวที่เป็นห้องโล่งๆมืดๆ ไม่กว้างนัก ประกอบด้วยกำแพงเสียสามด้าน และอีกด้านหนึ่งเป็นลูกกรงกั้นถี่ๆแต่ละอันใหญ่ยิ่งกว่าขาผอมๆของเขา  ดูยากนักที่จะพังมันออกไปดื้อๆ

“แค่กๆ วันนี้นางฟ้าผู้พิทักษ์ส่งหนูมาสู่กับดักของฉันสามตัวหรือนี่”                                           
เสียงไอครืดคราดในคอนำมาก่อน ตามด้วยเสียงแหบห้าวดูถูกในประโยคถัดมา

นอกกรงบริเวณพื้นที่มืดสลัวปรากฎเงาตะคุ่มขยับไปมาช้าๆ

“ปัง! ปัง! ปัง!

ลูกกระสุนปืนแล่นออกจากอาวุธในมือรีบอร์น  ลอดผ่านช่องว่างแคบๆระหว่างซี่ลูกกรงใหญ่โตนั้นเข้าสู่ร่างในเงามืด

“ฟึ่บ!

เงาตะคุ่มกลับหลบหลีกคล่องแคล่วและส่งเสียงหัวเราะระคายหู

“ฮะๆๆๆๆๆๆๆ พวกหนูสกปรกวองโกเล่นี่ใจร้อนจริง ลูกปืนแค่นั้นไม่มีทางถูกข้า ผู้ซึ่งดูแลประตูแห่งความตายที่หนึ่งได้หรอก”

ร่างนั้นลุกขึ้นเดินช้าๆมาหยุดหน้ากรงอันมีแสงไฟเพียงสลัวๆ เผยให้เห็นหน้าตาของเขาอย่างเลือนราง แต่มันก็มากพอที่จะทำให้สึนะหัวใจกระตุก และเรียวเฮขมวดคิ้วกำหมัด ในขณะที่อัลโกบาเลโน่แห่งอรุณนั้นยังคงสงบนิ่งเฉย

ผู้ชายชราหน้าตาดีกว่าอสุรกายเล็กน้อยยืนอยู่ที่นั่น ร่างเตี้ยหลังค่อม ถือไม้เท้ายาวไว้ในมือหนึ่ง สวมใส่เสื้อผ้าที่พอๆกับการนำผ้าขี้ริ้วมาห่มตัวไว้

“แกคือตาแก่มอร์แกน ซากศพแห่งเบอร์ลิน  สินะ”

เด็กสูทดำตัวจ้อยเอ่ยเสียงเรียบ ส่งผลให้คนนอกกรงแค่นหัวเราะก่อนพูดต่อไป

“นับว่ายังพอฉลาดที่รู้ชื่อเดิมของข้า พูดไปแล้วก็นึกถึงเรื่องเก่าๆ สมัยที่ได้เดินเล่นในประเทศนั้นจนเบื่อๆพอดีก็มีคนมาทาบทามเข้าเซนแร็กเธีย ไอ้ข้าก็อยากมีชีวิตสงบๆ  เลยขอมาเป็นคนเฝ้าประตูดูเล่นๆน่ะนะ”

สึนะกับเรียวเฮชำเลืองมองรีบอร์นเป็นเชิงสงสัย เด็กน้อยผู้ถือปืนจึงกล่าวต่อไปเบาๆ

“หลายสิบปีที่แล้ว เคยมีข่าวการฆ่าโหดอย่างต่อเนื่องทุกๆคืนวันเสาร์ในเบอร์ลิน ประเทศเยอรมันนี ผู้ตายทุกคนเป็นมาเฟียฝีมือดีทั้งนั้น แต่ทุกศพนั้นมีสภาพที่ไม่เหลือชิ้นดี ยืนยันบุคคลด้วยDNAได้เพียงอย่างเดียว”

“ตาแก่ฆาตกร! แน่จริงมาเดี่ยวกันตัวๆตามประสานักสู้สิเฮ้ยยยยยยย”                                      
เรียวเฮเชิญชวนการต่อสู้พร้อมยกกำปั้นขึ้นท้าทายผู้ลงสังเวียนคนต่อไปของเขา

แต่ผู้ที่มีอดีตฉายาน่าสะพรึงกลัวนั้นกลับส่ายหน้าช้าๆ กล่าวต่อไป

“ปกติข้าก็ชอบกำจัดหนูด้วยไม้เท้าอันโปรดอยู่หรอก แต่ว่าคราวนี้ข้าไม่ว่างนัก  มีคำสั่งจากบอสลงมาให้ข้าไปแจ้งข่าวดีๆ บางอย่างที่หน่วยอื่น  พวกแกก็ไม่ต้องเสียใจไป เพราะเมื่อข้ากลับมา จะยืนชื่นชมซากศพที่ไม่เหลือชิ้นดีอย่างตั้งใจละกัน ฮ่าๆๆๆๆๆ”

ชายชรากล่าวจบก็หันหลังกลับอย่างรวดเร็ว  พริบตาเดียวหายลับไปยังประตูเล็กในอีกด้านหนึ่ง และทันทีที่ประตูเล็กนั้นปิดลง เสียงดังสะเทือนหูก็แว่วเข้าสู่โสตประสาททุกคน สึนะและเรียวเฮเงยหน้าขึ้นมองหาที่มาของเสียง

เพดานด้านบนพลันปรากฏหนามแหลมคมอัดแน่นเต็มทุกตารางนิ้ว และกำลังค่อยๆเลื่อนลงบีบระยะเข้ามาใกล้ศีรษะของทุกคนในห้องช้าๆ

“เฮ้ย!!!

เสียงอุทานดังลั่นพร้อมกันทั้งสึนะและเรียวเฮ

หนุ่มนักมวยวิ่งไปยังลูกกรง แล้วเงื้อหมัดขึ้นชกเต็มแรง หวังทำลายทีเดียวพังเป็นแถบใหญ่

“ตึงงงงงงงง!!!!!!

เสียงก้องเหมือนโลหะดังขึ้นเมื่อหมัดกระทบถูกเป้าหมาย แต่นอกจากมันจะไม่แตกแล้ว ลูกกรงบริเวณนั้นกลับประสานเชื่อมกันปิดช่องว่างอันน้อยนิดทันที

“เป็นงี้ได้ไง!! ทำไงดีรีบอร์น”

สึนะเริ่มโวยวายวิ่งไปเกาะลูกกรง คิดหาทางถล่มมันออกไป ขณะที่เรียวเฮต่อยใส่ลูกกรงอีกทีหนึ่ง และทำได้แค่เชื่อมลูกกรงเข้าด้วยกันอีกแห่งเท่านั้น

หนามแหลมคมนั้นเริ่มเลื่อนลงมาอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น สึนะตัดสินใจใส่ถุงมืออันเป็นอาวุธคู่กายของเขา  คิดลองถล่มลูกกรงดูบ้างด้วยการโจมตีรูปแบบ  “X-burner”

สึนะเหยียดยื่นมือขวาของเขาไปด้านหลัง แต่ยังไม่ทันที่เปลวไฟสีส้มจะถูกปลดปล่อยออกมา ปลายเส้นผมที่ชี้ตั้งของเขากลับกระทบถูกกับหนามแหลมคมที่พุ่งพรวดลงมาเสียแล้ว

ในวินาทีถัดมา หนามแหลมคมนั้นผ่านกลุ่มผมฟูตั้งลงมากระทบถึงหนังศีรษะของสึนะ

!!!!!!!!!

 

"ตี๊ด----------------------- กึก!

 

เสียงประหลาดดังขึ้นมาพร้อมหนามแหลมคมที่หยุดเคลื่อนที่ มันยังไม่ได้จิ้มทะลุตัวของสึนะจนแหลกเละ แค่เพียงสะกิดเฉี่ยวหนังศีรษะเขาไปหน่อยเท่านั้น

เรียวเฮหมอบตัวหน้าเหวออยู่ที่พื้น ในมือถือกล่องสัตว์ของเขาไว้อยู่  สึนะย่อตัวลงอีกนิด หันไปถามรีบอร์นด้วยหน้าตางงงวย

“เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทำไมจู่ๆมันถึงหยุด”

รีบอร์นเดินมาชิดลูกกรงช้าๆ สีหน้าเบื่อโลกขณะหันไปเหยียดตามองอีกสองชีวิตร่วมคุกแห่งนี้
"พวกแกนี่โง่จริง ฉันสอนไม่เคยจำว่าให้หัดใช้สมองกันซะบ้าง "

สึนะกับเรียวเฮยังคงกระพริบตาอย่างงุนงง ขณะนั้นเองที่สิ่งมีชีวิตบางชนิดวิ่งปราดผ่านซอกลูกกรงบริเวณที่ยังไม่ประสานกันเข้ามาในคุกอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าหารีบอร์น

“เลออน!

สึนะส่งเสียงดังขึ้นเมื่อเห็นกิ้งก่ากระโดดขึ้นเกาะบนขอบหมวกดำครูฝึกของเขา

“เพราะที่นี่มันมืด ฉันจึงปล่อยเลออนที่พรางตัวเป็นสีดำข้ามลูกกรงไปตั้งแต่ยิงกระสุนเบี่ยงเบนความสนใจมันนัดแรก  แน่นอนว่าคุกนี่ไม่ใช่ระบบมือไขกุญแจ   ดังนั้นมันต้องมีระบบควบคุมที่น่าจะอยู่มุมทางโน้น    ฉันจึงสั่งเลออนให้กลายเป็นเครื่องกำเนิดคลื่นแม่เหล็กรบกวนระบบคอมพิวเตอร์ในทันทีที่ไอ้มอร์แกนออกไป  อีกอย่างนะมันก็เห็นๆตั้งแต่แรกแล้วว่าไอ้คุกนี้เพดานด้านบนมันเลื่อนลงมาได้ พวกแกไม่รู้จักสังเกตรอยเลื่อนจางๆที่ผนังกำแพงสามด้านนี้บ้างเรอะ  ไม่ได้เรื่องเล้ย อย่างนี้ถ้าแกรอดกลับไปฉันคงต้องเคี่ยวให้หนักขึ้นซะแล้ว”

รีบอร์นอธิบายด้วยน้ำเสียงดูแคลน ก่อนปิดท้ายด้วยความตั้งใจในอนาคตอันทำให้สึนะส่งเสียงครวญครางในลำคอ

“แล้วเราจะออกไปกันยังไงล่ะ ต่อให้ไม่โดนหนามพวกนี้ทิ่มตายก็เถอะ”                                      
เรียวเฮถามขึ้นมาเมื่อสึนะครางจบพอดี

“ลูกกรงนี้ทำจากวัสดุที่ไม่น่าเชื่อเลย”                                                                                           
รีบอร์นไม่ตอบคำถามหนุ่มนักมวย  กลับหันไปพิจารณาลูกกรงหนาที่หลอมติดกันบางส่วนอย่างใกล้ชิด

อีกสองคนในห้องจ้องมองลูกกรงตามเด็กน้อย แต่ก็ไม่รู้ถึงความพิเศษของมันแต่ประการใด

“แร่ที่ใช้ทำลูกกรงนี้จะทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ตรงกันข้ามเมื่อกระทบถูก มันมีอยู่จริงๆแฮะ นึกว่าเป็นเรื่องหลอกเด็กซะอีกนะเนี่ย”                                                                                                
เด็กทารกผู้แข็งแกร่งพูดออกมา ซึ่งก็ยังไม่ไขความกระจ่างใดให้อีกสองบุคคล

“ตรงกันข้ามนี่คือ  ยิ่งทำลายจะยิ่งเพิ่มขึ้นเหรอ?                                                                          
สึนะถามขึ้นมาอย่างคาดเดา

รีบอร์นพยักหน้ารับ ก่อนจะถามกึ่งด่าต่อไป                                                                              
“งั้นแกก็หัดใช้หัวขี้เลื่อยคิดได้แล้ว ว่าเราจะออกจากที่นี่ได้ยังไง
?

สึนะจึงเริ่มก้มหน้าตั้งใจครุ่นคิด                                                                                                          
ถ้าทำลายแล้วเพิ่ม เราจะทำยังไงให้มันลดก็ห้ามทำลาย เอ๊ะ!ไม่ทำลายก็ต้องทำตรงข้าม  ทำให้มันตรงข้ามก็คือพยายามให้มันเพิ่ม ทำให้เพิ่มก็ต้องใช้วิธี…’

“การกระตุ้น!

สึนะโพล่งออกมาเสียงดังเมื่อคิดหาทางออกได้ รีบอร์นจึงพยักหน้าก่อนจะพูดต่อไป

“ไฟธาตุอรุณแบบบริสุทธิ์จริงเท่านั้น ถึงจะพาเราออกไปจากที่นี่ได้”

เรียวเฮผู้ไม่ได้เข้าใจอะไรเลย ฟังแต่ประโยคสุดท้ายของรีบอร์นก็พยักหน้างึกงัก ก่อนจะตะโกนเสียงดัง
“ฉันจะพาทุกคนออกไปอย่างสุดหูรูดดดดดดดดดด”

ทำให้สึนะต้องรีบห้ามปราม กลัวว่าตาแก่ปีศาจจะย้อนกลับมาอีกรอบ

ไฟสีเหลืองพวยพุ่งขึ้นจากแหวนของเรียวเฮ เขายกมือขึ้นนำมันไปทาบติดกับลูกกรง ผ่านไปไม่นานนัก  ท่อนโลหะใหญ่โตแข็งแกร่งก็ค่อยๆละลายลงเป็นของเหลวกองหนึ่ง  เขาแตะมือไปยังลูกกรงซี่มหึมาอีกซี่ ผ่านไปครู่ใหญ่ ก็เกิดช่องที่พอลอดได้ขึ้นมาช่องหนึ่ง เรียวเฮขยับขาจะก้าวข้ามผ่านไปทันที

“กึก!

รีบอร์นขยับตัวมายืนขวางเรียวเฮไว้ เอ่ยปากสอนสั่งต่อไป                                                  
“เมื่อไหร่พวกแกจะหัดสังเกตสังกากันบ้างฟระ แหกตาดูสิ
! อยากออกไปขาขาดเรอะ!

สึนะชะโงกหน้าออกไปดู หรี่ตาเพ่งมองขีดสุด จนเห็นคล้ายเส้นสีแดงบางพาดผ่านหน้าลูกกรง อยู่ตรงระดับหัวเข่าพอดี  เขาจึงต้องย่นคอด้วยความคิดว่าถ้าไม่มีรีบอร์นมาด้วย ขาก็คงไม่ขาดหรอก แต่ว่าคงได้นอนพรุนเป็นกระบองเพชรไปนานแล้วอย่างแน่นอน   

 “เฮ้อ! ไม่ได้เรื่องจริงๆ พวกแกตามฉันมาให้ดีล่ะ”                                                                        
เด็กน้อยสูทดำด่าอีกครั้งเมื่อเริ่มก้าวออกจากกรง โดยมีอีกสองร่างตามไปด้วยความระมัดระวังอย่างสูงสุดขีด

เมื่อผ่านกับดักอีกราวๆห้าหกอย่างแล้ว ก็มาถึงประตูเล็กที่ตาแก่ฆาตกรนั้นออกไป รีบอร์นเหยียบบนไหล่เรียวเฮ ยกเลออนที่กลายร่างเป็นเครื่องอิเล็กทรอนิกส์หน้าตาประหลาด ผ่านเครื่องสแกนที่ติดตั้งไว้ข้างประตู แล้วรัวนิ้วกดปุ่มสิบกว่าครั้ง ประตูนั้นก็เปิดออก และทุกคนก็ก้าวเท้าออกไปสู่ทางเดินที่ราบเรียบและเงียบสงัด


ขออภัยตอนนี้สั้นไปนิด อ่านจบแล้วอย่าลืมเม้นกันด้วยน้า รักผู้อ่านทุกท่าน ^____^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

727 ความคิดเห็น

  1. #707 Timpanteen (@simsi) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 มีนาคม 2561 / 21:19
    สมแล้วที่เป็นรีบอร์น
    #707
    0
  2. #586 Spring'พริ้ง (@kamdotcom12) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 กันยายน 2555 / 19:44
    เบื่อ และเซ็ง เคียวยะมาช้า
    #586
    0
  3. #491 mikuri1827 (@mikuri1827) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2555 / 18:06
    สนุกสุดขั้วววววว!!!!!!
    #491
    0
  4. #394 SolTear (@pingmog) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 13 เมษายน 2555 / 16:11
    อั่ข่ะ! ฉลาดจัง
    #394
    0
  5. #336 Mintza (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 เมษายน 2555 / 00:18
    โอ้ว รีบอร์นรอบคอบ กลับไปสึนะคงพรุนจากการฝึกเยี่ยงไปเยือนนรกขุมสุดท้าย จากรีบอร์น
    #336
    0
  6. #195 เบมมี่ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2554 / 19:39
    ได้มีเวลาอ่านซะที

    มีพิมพ์ตกไปแน่ะ ตรงช่วงปล่อยคลื่นรบกวนระบบคอมฯน่ะ



    ตอนนี้ก็ยังเขียนได้ดีเหมือนเดิมนะ

    ถึงจะไม่มีฉากกุ๊กกิ๊กบ้างก็ไม่เป็นไร

    เบมมี่ก็ยังจะอ่านต่อไป
    #195
    0
  7. #190 jean hibari (@jean-bong) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 25 กันยายน 2554 / 17:05
    ขอโทษที่มาอ่านช้าคะ พอดีทำโรงเรียนของตัวเองอยู่เลยยุ่งนิดหน่อยอะคะ^^
    #190
    0
  8. #188 cold (@oomsin11071) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 23 กันยายน 2554 / 18:57

    ชิ คนที่สามมาช้าไป

    #188
    0
  9. #187 premolar (@sarinpan) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 22 กันยายน 2554 / 22:10
    ดูท่าว่าจะเป็นเม้นแรกและสุดท้ายของตอนนี้

    ทำไมช่วงนี้มันเงียบเหงาจัง! หรือเพราะม่ายมีฉากกุ๊กกิ๊กงุงิเลยไม่มีใครสนใจเม้น T0T
    #187
    0
  10. #186 !~Princess of vongola~! (@keyicecram) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 กันยายน 2554 / 20:41
    จร้าๆๆๆๆ เม้นตอนนี้คนแรก โอ้~~เย้!!!!!!!!!!!! >[ ]<
    #186
    0