[Fic Reborn] "Zenractia" [จบบริบูรณ์แล้วจ้า!]

ตอนที่ 17 : chapter 17 การต่อสู้ที่ดีกับการต่อสู้ที่เลวร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    16 ส.ค. 54


ตอนนี้เหลือผู้พิทักษ์เพียงสองคนแล้ว

 

ยูมิเมะเปิดประตูเดินเข้าห้องถัดไปอย่างเงียบๆ หลังพันแผลให้ตัวเองอย่างลวกๆด้วยแขนเสื้อที่ฉีกออกมาอีกข้างหนึ่ง ดังนั้น ตั้งแต่ตอนเริ่มถึงตอนนี้ จากเสื้อแขนยาวก็เปลี่ยนเป็นเสื้อแขนกุดทั้งสองข้างเสียแล้ว

 

“ไงยูมิเมะจัง โอ้โห! เธอผ่านมาหนักเลยนะ ถ้ายังไงไปทำแผลก่อนดีเปล่า”

ยามาโมโตะยิ้มทักทายแล้วแสดงความเป็นห่วงเธออย่างจริงใจ  เขาถือดาบคู่กายเอาไว้หลวมๆ

 

“ขอบใจจ้ะ แต่ไม่ต้องหละ เริ่มเลยยามาโมโตะ ฉันพร้อมแล้ว”

ยูมิเมะตั้งท่าเริ่มดังเช่นเดิม ตวัดหอกเฉียงไว้ป้องกันระดับอก ร้องเร่งฝ่ายตรงข้ามให้ลงมือ

 

“เอ้านี่”

 

กระดาษสีน้ำตาลถูกหยิบยื่นมาเบื้องหน้า  ปากของผู้ที่ถือมันมีรอยยิ้มกว้าง

 

?

 ยูมิเมะงงจัด  ที่ผ่านมานอกจากแรมโบ้แล้ว เธอต้องต่อสู้อย่างสะบักสะบอมเหน็ดเหนื่อย และคราวนี้ก็เตรียมตัวว่าจะโดนดาบกรีดเข้าเนื้อ แต่ผู้พิทักษ์พิรุณกลับส่งมอบสิ่งที่เธอต้องการมาให้โดยที่เธอยังไม่ได้ทำสิ่งใดเลย

 
“ฉันให้เธอไง รับไปสิ  เดี๋ยวเธอต้องไปเจอกับฮิบาริต่อนะ”

หนุ่มผมดำใจดีขยับเข้ามาใกล้ทำท่าจะเอากระดาษยัดใส่ลงในมือเธอ

 

“หยุดนะยามาโมโตะ! นายเป็นเพื่อนที่ดีกับฉัน  ที่จริงแล้วดีมากๆเลยแหละ แต่ว่าทำอย่างนี้ฉันถือว่าเป็นการดูหมิ่นฝีมือกันนะ  ตั้งท่าสู้ซะ!

ยูมิเมะส่ายหน้า ไม่รับกระดาษที่เขายัดเยียดมา แล้วถอยหลังไปหนึ่งก้าว พูดเสียงแข็งในท่อนท้าย

 
“ฉันดีใจที่เธอคิดว่าฉันเป็นเพื่อนที่ดี ดังนั้นเธอก็ต้องรับน้ำใจจากเพื่อนสิยูมิเมะจัง”

ยามาโมโตะพยายามเอากระดาษมาให้เธออีกครั้ง

 

“ควับ!

 

เสียงปลายคมหอกเฉี่ยวเข้าที่ไหล่ของผู้พิทักษ์พิรุณ พร้อมเลือดที่ไหลซึมออกมา   ยามาโมโตะยืนนิ่ง รอยยิ้มจางหายไป

 

“ฉันจะพูดอีกครั้งเดียว ถ้านายยังเป็นเพื่อนกับฉันอยู่  สู้กับฉันเดี๋ยวนี้!

สิ้นประโยค ยูมิเมะตวัดปลายหอกทิ่มแทงเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว

 

“เคร้ง!

 

เสียงโลหะของดาบกับหอกปะทะกันดังลั่น  แววตาสีดำสนิทของเขาเปลี่ยนไป  ไม่หลงเหลือแววของเพื่อนหนุ่มที่เคยกินข้าวฝืมือเธอแล้วชมเปาะอีกแล้ว    บัดนี้ กลายเป็นแววตาแห่งนักดาบเต็มตัว

 

“ฉันจะไม่สู้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะตายกันไปข้าง เรามาตกลงเงื่อนไขกัน ถ้าเธอโจมตีฉันได้ในสิบนาที จะถือว่าเธอชนะฉันแล้วฉันจะยกกระดาษให้เธอ”

ยามาโมโตะพูดเรียบๆ มือที่ถือดาบนิ่งสนิท

 

“ดี! ฉันตกลง”

ยูมิเมะตอบเสียงแข็ง เรียกกำลังใจตนเองก่อนเริ่มการต่อสู้

 

“วรุณกระโชกพัด!

 

ผู้พิทักษ์แห่งพิรุณเปิดฉาก สะบัดดาบคู่ใจฟาดฟันยูมิเมะในทันทีที่สิ้นเสียงตกลง

 

“เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

 

โลหะปะทะกันดังลั่น  ยามาโมโตะนั้นใช้กำลังแค่ครึ่งค่อนฟาดฟันใส่เธอ  ยูมิเมะยังคงพอต้านรับได้ มีแค่ปลายดาบเฉียดเข้าที่หัวไหล่เท่านั้น

 

“นายดูถูกฉันอยู่ยามาโมโตะ ใช้ฝีมือทั้งหมดของนายมาซะ”

ยูมิเมะรู้ว่าเขาไม่ได้มีเรี่ยวแรงน้อยเพียงเท่านี้ แม้จะปวดแขน เหนื่อยล้าและเจ็บแผล แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้า รักษาทิฐิของเธอไว้

 

“หลอกตาเธอไม่ได้จริงๆ สมเป็นยูมิเมะจัง ”

ยามาโมโตะยิ้มกว้างทีหนึ่ง ยกดาบขึ้นและลงมือโจมตีสุดกำลังอย่างถี่ยิบด้วยเพลงดาบที่เขาชำนาญมากที่สุด

 

“วรุณกระหน่ำแทง!

 

คราวนี้ยูมิเมะมือไม้ปั่นป่วน ถอยร่นอย่างแทบไม่เป็นกระบวน หอกถูกยกขึ้นกันครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยแขนที่สั่นเทา  ทุกครั้งที่ยกขึ้นรับการฟาดฟัน เธอรู้สึกว่ามันหนักขึ้นทีละร้อยกิโลกรัม   จนในที่สุด

 

“เคร้ง!

 

หอกของเธอกระเด็นไปไกลสามเมตร ดาบของยามาโมโตะจ้วงแทงลงหาเธอที่ล้มไปกองกับพื้น  ยูมิเมะเร่งใช้กำลังขาสุดแรง ถีบตัวเองกลิ้งตลบหนีพ้นเฉียดฉิว เสื้อด้านหลังขาดเป็นทางยาว และแถมด้วยรอยแผลตามแนวเสื้อที่ขาดไป เลือดเริ่มไหลทะลักออกมาจากปากแผล

 

เธอดิ้นรนลุกขึ้นยืนอีกครั้ง   นักดาบพิรุณฟาดฟันเข้าใส่เธอต่ออย่างไม่ปล่อยให้มีแม้แต่เวลาหายใจหอบเหนื่อย  ยูมิเมะกระโดดหลบไม่ทัน เธอจึงโต้ตอบอย่างบ้าบิ่นด้วย สัญชาตญาน เค้นเรี่ยวแรงอย่างสุดชีวิต ยกขาเตะขึ้น  ทุ่มหงายร่างส่วนบนลงกับพื้น  

 

“ปึ้ก!

 

เสียงหนักๆจากปลายรองเท้าบูตเนื้อหนาของเธอตบเข้าที่ข้อมือของยามาโมโตะ  ปัดกระแทกปลายดาบเฉไปด้านข้างแต่ก็เท่านั้น เรี่ยวแรงเธอตอนนี้ไม่มากพอที่จะเตะดาบหลุดจากมือเขาได้

"อ๊า
!

 

ยูมิเมะร้องอุทาน แม้นัยน์ตาจะเห็นยามาโมโตะพร้อมชิงุเระ คินโทคิ พุ่งเข้ามาหาต่อหลังถูกปัดเบี่ยงไปแล้ว  แต่ร่างกายเธอไม่ยอมขยับหลบหลีกดั่งใจ

 

“เอ้า!

ยามาโมโตะนั่งทรุดลงข้างเธอที่นอนแผ่อยู่ วางดาบไว้ข้างตัวแล้วส่งกระดาษสีน้ำตาลให้เธอ

 

“หา?

ยูมิเมะงงอีกครั้ง ปลายหอกของเธอไม่ได้แม้แต่เฉียดผิวเขาเลย ที่ผ่านมาได้แต่ตั้งรับเท่านั้น ถือว่าเธอยังไม่ผ่านตามเงื่อนไขที่ตั้งไว้ หรือเขานึกสงสารเธอกัน?
ยูมิเมะได้แต่นอนนิ่งไม่เอื้อมมือรับ กลับตอบเขาด้วยน้ำเสียงแข็งๆต่อ

“ยามาโมโตะ ถ้านี่เป็นการสงสารล่ะก็

 

“เธอชนะฉันแล้ว อ๊ะ! อย่าเถียงนะ ก็ฉันบอกแล้วนี่ว่าถ้าเธอโจมตีฉันได้ภายในสิบนาทีถือว่าชนะ  แล้วนี่ก็เพิ่งเก้านาทียี่สิบแปดวิเท่านั้น”

ยามาโมโตะห้ามปรามไม่ให้เพื่อนสาวได้อ้าปาก ขณะที่พลิกดูนาฬิกาข้อมือบอกเวลาที่ใช้ไป

 

“ก็ก็ฉันโจมตีไม่ถูกนายเลยนี่ แล้วทำไมกัน อย่างนี้

ยูมิเมะนอนหันหน้ามาเถียงเขา มือประสานกัน ไม่ยอมรับกระดาษนั่นมา  ยามาโมโตะยิ้มให้อีกครั้ง ก่อนจับมือเธอไว้ ยัดกระดาษลงไป แล้วบีบไว้แน่นไม่ให้เธอยัดเยียดเขาคืนมา เอ่ยต่อเสียงสดใส

 

“ฉันพูดหรอกเหรอว่า ให้ หอก ของเธอโจมตีถูกฉัน ฉันแค่พูดว่า ถ้าเธอโจมตีฉันได้  ไม่ได้ระบุสักหน่อยว่าให้โจมตีด้วยอะไร  เท้าเธอน่ะโจมตีจนข้อมือฉันช้ำเลยนะยูมิเมะจัง”

 

ยูมิเมะอ้าปากค้างก่อนเบิกตาโต แล้วใช้แรงที่ไหนก็ไม่รู้เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง  โถมตัวกอดยามาโมโตะโดยแรงจนเขาหงายหลัง สาวน้อยหัวเราะร่าพลางพูดไปด้วย

 

“ยามาโมโตะ นายนี่มันตัวร้าย นายนี่มันสมเป็นฝนที่ชำระทุกสรรพสิ่ง  นายเอาความเหนื่อยของฉันออกไปแล้วนะ”

 

นายสายฝนผู้ใจดีหัวเราะกับเธอ โอบตัวยูมิเมะโยกเยกไปมาเหมือนกล่อมเด็ก ผละออกสำรวจดูบาดแผลทั้งเลือดไหล ไหม้ และฟกช้ำดำเขียวทั่วตัวของเพื่อนสาว ก่อนจะออกวิ่งไปยังมุมห้อง คว้ากระเป๋าปฐมพยาบาลมา

 

“นายนี่ใจดีจริงนะ เตรียมยามาให้ฉันด้วย”

ยูมิเมะพูดยิ้มแย้มขณะที่ยามาโมโตะกำลังทำแผลจากรอยดาบฝีมือเขาเองที่หลังของเธอ

 

เขาชะโงกตัวมาตอบโดยที่มือยังคงทำแผลต่อไป

“ฉันที่ไหนกันล่ะ สึนะต่างหาก เจ้านั่นเป็นห่วงเธอมากเลย และคงจะบ่นฉันแน่ที่ลงมือเต็มที่กับเธอแบบนี้  สึนะนั่งดูเธอสู้อยู่อีกห้องนะรู้มั๊ย”

 

ยูมิเมะจึงสังเกตเห็นกล้องสีขาวที่ติดตั้งแนบเนียนไปกับผนัง  เธอจ้องกล้องนั้น โบกมือให้สึนะ ยกหอกขึ้นสูงเหมือนปฏิญานตนก่อนที่จะพูด

“สึนะ เอ๊ย!ว่าที่บอสรุ่นที่สิบอย่างเป็นทางการของฉัน  ฉันอยากบอกว่า นายเป็นนภาผู้โอบอุ้มทุกสรรพสิ่ง  ฉันจะสู้ตายเพื่อเป็นลูกน้องนาย”

 

ยูมิเมะไม่รู้หรอกว่า สึนะผู้นั่งดูอยู่ในอีกห้องหนึ่ง ถึงกับน้ำตาซึมที่มีคนยอมเจ็บตัวสู้ตายเพียงเพื่อจะแลกมาซึ่งตำแหน่งลูกน้องของเขา  

แต่อารมณ์ซึ้งก็หดหาย เมื่อฝ่าเท้าคู่ของรีบอร์นปะทะเข้าที่หลังหัวของบอสรุ่นที่สิบ ก่อนจะใช้ปืนชี้หน้าแล้วพูดว่า

“ได้ยินยูมิเมะจังบอกแล้ว ก็ฝึกทำตัวเป็นบอสที่ยิ่งใหญ่แห่งวองโกเล่ซะล่ะ”

 

บาดแผลถูกพันและใส่ยาเรียบร้อย ยูมิเมะได้นั่งพักพอมีกำลังวังชาขึ้นมาแล้ว เธอจึงลุกขึ้นยืน บอกลากับเพื่อนหนุ่มผู้ใจดี
“ขอบใจมากสำหรับการต่อสู้ที่ดี ต่อไปฉันต้องเจอกับจอมปีศาจ ภาวนาให้ฉันเหลือกระดูกที่ไม่หักด้วยละกันนะยามาโมโตะ”

 

นักดาบพิรุณยิ้มให้ ลูบหัวเธอแล้วสั่งยาวเหยียด

“เธอต้องระมัดระวังตัวนะ อย่าฝืนเกินไป อย่าใจร้อน อย่ายั่วโมโหฮิบาริ  ระวังบาดแผลจะเปิดอีกรอบ แล้วอย่า

 

“นายเป็นเพื่อนหรือเป็นคุณตาน้อยของฉันเนี่ย ดูสิ สั่งเสียยืดยาวเลย ฉันไม่ไปตายหรอกน่า”

ยูมิเมะตัดบท พยายามไม่ให้เขาเป็นห่วง แม้ในใจจะนึกกลัวว่าอาจจะเป็นการไปตายก็ได้

 

หน้าบานประตูสุดท้ายที่เธอต้องผ่าน ยูมิเมะยืนทำใจ สูดลมเข้าปอดเฮือกใหญ่ ก่อนเปิดเข้าไปทั้งที่กุมหอกเตรียมรับทอนฟาที่อาจรอฟาดเธออยู่หลังประตู

 

แต่ก็ไม่มีทอนฟารอเสียบคอเธอติดประตูนั้น กลับเป็นสิ่งที่นอกเหนือความคาดหมายกว่านั้นที่เธอพบเจอ

กองผู้คนที่นอนนิ่งอยู่กับพื้นพร้อมหย่อมเลือดสีแดงฉาน

 

ขณะที่ผู้ถูกทดสอบยังลำดับความคิดไม่ทัน สิ่งหนึ่งก็ถูกเหวี่ยงมาหล่นตุ้บที่ปลายเท้า

 

สิ่งนั้นคือคนผู้ชายแก่ที่บาดเจ็บสาหัสเลือดท่วม

เขายกมือขึ้นตะกายขาเธอเหมือนขอความช่วยเหลือ แต่ไม่มีเสียงใดออกจากลำคอ มีแต่หน้าที่บิดเบี้ยวและดวงตาเบิกโพลง ก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะหมดลง

 

!!!!

ยูมิเมะช็อกอ้าปากค้าง มองคนที่ตายไปต่อหน้าต่อตา ต่อด้วยการเงยหน้ากวาดสายตามองสิ่งรอบตัว

 

หัวหน้าจอมระเบียบของเธอยืนอยู่กลางห้อง สีหน้าเขาช่างไร้อารมณ์ยิ่งนัก มือของเขาถือผ้าที่กำลังเช็ดเลือดออกจากทอนฟาช้าๆ ก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงเลือดเย็น

“มาช้าจริงเชียว แต่ก็พอดี คนสุดท้ายเมื่อกี้ ขย้ำยังไม่ทันสะใจก็ตายเสียก่อนแล้ว”

 

ยูมิเมะรู้สึกราวโลกหยุดหมุน เวลาชะงักกับที่ จ้องมองคนตรงหน้าด้วยนัยน์ตาว่างเปล่าและตกอยู่ในห้วงความคิดอันสับสนของตัวเอง

เคียวยะคนนั้นผู้พิทักษ์เมฆาหัวหน้ากรรมการรักษาระเบียบ  ถึงเขาจะนิสัยแย่   ถึงเขาจะปากเสีย ถึงเขาจะเก็บค่าคุ้มครอง ถึงเขาจะอัดคนปางตาย แต่เขาเขาก็ไม่เคย

 

“นะนายฆ่าคน”

 

เธอได้ยินเสียงแผ่วเบาสั่นพร่าของตนเองดังสะท้อนในห้องที่เงียบสนิท หวังใจให้เขาพูดปฏิเสธ ให้เขาพูดว่าล้อเล่น หรือให้เขาสั่งดุๆว่าให้เธอเก็บหุ่นปลอมเหมือนคนจริงนี่ไปทิ้งก็ยังดี

 

“ใช่ออร์เดสให้มาฆ่าเวลา เพราะมีกฎว่าเจ้าพวกนี้ที่เป็นสายลับจากแฟมิลี่อื่น  ทางวองโกเล่อยากจะทรมานหรือฆ่าเท่าไหร่ก็ได้  ขอแค่อย่าให้มันรอดชีวิตกลับไปบอกข้อมูลทางเราได้ก็พอ”

เคียวยะเอ่ยเสียงเรียบ เช็ดทอนฟาจนสะอาดแล้วโยนเศษผ้าทิ้งไป

 

น้ำตาปริ่มคลอนัยน์ตาสีม่วงของเธอ มันหมดแล้วซึ่งประกายแห่งความสดใส บัดนี้แววตาเธอเหมือนคนตกอยู่ในห้วงนรกอันทุกข์ทรมาน ปวดแปลบในใจยิ่งกว่าเห็นภาพมายาของมุคุโร่  และมือของเธอสั่นมากไปกว่าการถือหอกรับหมัดจากเรียวเฮ

 

“ฉันมองนายผิดไป--ฮิบาริ   จากนี้ฉันขอสาบานต่อวองโกเล่แฟมิลี่ ต่อให้ต้องตาย ฉันก็จะล้มนาย แล้วขึ้นเป็นผู้คุ้มกฎแห่งรุ่นที่สิบ และจะเปลี่ยนกฎบ้าๆนี้ให้ได้!!!!

 

สิ้นเสียงสุดท้าย น้ำตาพลันแห้งเหือดไปจากดวงตาอเมทิสต์ หนนี้มันเปล่งประกายความเข้มแข็ง เก็บความเจ็บปวดฝังลึกเข้าไปส่วนในสุดของจิตใจ  มือที่แน่วแน่นิ่งกระชับกับด้ามหอก

 

ยูมิเมะเรี่ยวแรงพลันแผ่พุ่งมหาศาลจากแรงใจที่เจ็บปวด เพิ่มความว่องไวแก่ร่างกายที่บอบช้ำ  เธอวิ่งทะลวงกระชับหอกมุ่งหาฮิบาริ

 

“เฮอะ! มาง่ายๆ ตายง่ายๆ”

ฮิบาริแค่นเสียง แล้วสรุปท่วงท่าซึ่งดูบ้าเลือดของเธอสั้นๆ

 

ทอนฟาตบมุ่งจากบนลงสู่ศีรษะ เธอเบี่ยงร่างไปทางขวาหลบอย่างเฉียดเส้นผม พลิกมือทิ่มแทงอาวุธมุ่งเข้าสู่หัวใจฮิบาริ  เขายกทอนฟาไขว้ขึ้นกันทรวงอกไว้ได้  ตัวล็อกโผล่ผลุบออกมาหมายจับยึดอาวุธเธอแล้วปลดทิ้งปลดทิ้งไปเหมือนศึกแรกที่เขากับเธอเคยปะทะกัน

 

ยูมิเมะเห็นหอกไม่สามารถพุ่งทะลุสู่หัวใจเขาได้ เธอไม่รีรอให้ตัวล็อกนั้นจับไว้  แต่ย่อตัวลง พลิกข้อมือหมุนควงเอาด้ามหอกฟาดเข้าศีรษะฮิบาริแทน

 

ฮิบาริละทิ้งตำแหน่งกันหัวใจ ตัวล็อกหุบเข้าเก็บ ทอนฟาที่ท่อนแขนขวายกสูงรับการฟาดหนักหน่วงจากหอกได้  วินาทีนั้นเขาก็เห็น ด้ามหอกส่วนหนึ่งที่เปิดเป็นช่อง เข็มสีดำนับหลายสิบพุ่งตรงครอบคลุมทั่วทั้งแผ่นอกเขา เป็นรัศมีที่กว้างเกินไป ไม่เหมาะแก่การปัดรับด้วยทอนฟาจากแขนซ้ายแต่เพียงอย่างเดียว   เขาจึงถอนแขนขวาสะบัดด้ามหอกออก แล้วกระโจนถอยหลังหลบหนี

 

“ฉันรู้ว่านายต้องหลบ!

ยูมิเมะพูดเสียงกร้าวแข็ง  กระโจนตามฮิบาริไม่ลดละ ตวัดมือขว้างห่อเล็กสีเทาแน่นนำหน้ามุ่งเข้าสู่บริเวณใบหน้าฮิบาริ

 

ห่อเล็กสีเทาถูกปัดกระเด็นออกไปด้วยทอนฟาจากแขนซ้าย ฮิบาริโจมตีกลับ โดยต่อยงัดเสยขึ้นเข้าใส่ยูมิเมะที่พุ่งเข้าหาเขา   เธอเร่งเอนร่างท่อนบนไปข้างหลัง หลบกำปั้นพร้อมทอนฟาที่เสยขึ้นมาได้ แต่ใช่เธอหลบได้แค่นั้น  ไม่นับหนามแหลมที่โผล่จากทอนฟาพุ่งกรีดเข้าที่หน้าท้อง โลหิตไหลซึมทะลุผ้าพันแผลสีขาวออกมา ผลจากท่วงท่าหักโหม ทำให้แผลทั่วร่างเธอเริ่มเปิดออก  

 

ยูมิเมะไม่ยอมถูกกรีดเป็นแผลฟรีโดยหนามแหลมคมนั้น  เธอกัดฟันทิ้งตัวลงต่ำ กลิ้งตลบไปตามพื้นทางซ้ายของฮิบาริ  เขาขยับจะยกแขนขึ้นจะงอศอกทิ้งตัวกระทุ้งด้ามทอนฟาเข้าสู่ตัวเธอที่นอนอยู่กับพื้น แต่ทว่า

 
 เขาไม่สามารถใช้ท่วงท่านั้น--แขนซ้ายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้!!!!

 

ชั่วเสี้ยววินาทีที่ฮิบาริชะงักเพราะการที่ยกแขนซ้ายไม่ขึ้น ยูมิเมะที่นอนกลิ้งอยู่หมุนตัวเข้า นำปลายหอกแหลมคมปลาบปักทะลวงเข้าที่ขาซ้ายของฮิบาริครั้งแรกที่เธอโจมตีถูกผิวเนื้อเขาจริงๆ!!

 

ยูมิเมะดีดตัวขึ้นถอยกายไปยืนซวนเซ เธอเริ่มหน้ามืดเพราะเสียเลือด เจ็บปวดไปทั่วร่างจากบาดแผล เอาด้ามหอกรับน้ำหนักช่วยพยุงตัวเธอไว้

 

“บาดแผลที่แทบจะไม่เคยได้รับน่ะ ซาบซ่านถึงใจดีมั๊ย?

 

เธอพูดออกมาเสียงเย้ยหยัน แม้จะแทบทรงตัวไม่อยู่แล้ว พิษยาชาในห่อเล็กสีเทาของเธอเป็นถุงสุดท้าย เธอขว้างใส่เพื่อล่อหลอกให้เขาใช้ทอนฟาปัด และยาพิษนั้นจะติดสู่ทอนฟาและเข้าถึงท่อนแขนฮิบาริ แม้จะปริมาณน้อยนัก แต่ก็ปรากฎผลแล้ว อย่างน้อยก็ที่แขนซ้าย แต่ถ้าโชคดีหน่อย อาจลามไปทั้งช่วงตัวบนของเขา

 

แม้แขนซ้ายยกไม่ขึ้น และขาซ้ายก็บาดเจ็บ แต่เขายังคงพิษสงร้ายกาจ   ทอนฟาเดียวยกฟาดใส่เธอ  ยูมิเมะยกหอกตั้งรับ หวังเดิมพันเก็บจังหวะเหมาะ เธอเหลือเข็มพิษชุดเดียวที่มีฤทธิ์ไม่ถึงตาย ส่วนเข็มพิษที่ถึงตายนั้นยังเหลืออยู่มาก แต่เธอไม่อาจหักใจใช้ออกไป เธอกลัวกลัวเหลือเกินว่าถ้าใช้ไป อาจบังเอิญมีเข็มไหนเฉี่ยวผิวเขาเพียงนิด เขาจะหมดลมหายใจในไม่กี่นาที

 

“เคร้ง!

 

ด้ามหอกกันทอนฟาไว้ แต่แล้วเธอก็พลาด หอกลื่นหลุดจากนิ้วมือที่บาดเจ็บและเหนื่อยล้า ร่วงตกลงสู่ข้างตัว ยูมิเมะทรุดนั่งที่พื้น เลือดไหลโทรมทั่วร่าง บาดแผลที่รับมาทั้งหมดเปิดออก  เธอทั้งเจ็บปวดและหวาดกลัวเมื่อเริ่มเห็นระยะสุดท้ายของชีวิตตนเองกำลังจะมาถึง

 

ความคิดเธอแล่นวาบอยู่ในหัว

 

การต่อสู้ที่เลวร้าย  ไม่ใช่การต่อสู้ที่พ่ายแพ้ ไม่ใช่การต่อสู้ที่ต้องเจ็บตัว

 แต่เป็นการต่อสู้กับนายนายที่กลับกลายเป็นคนเลวร้ายต่างหาก

 

ชายหนุ่มยกเท้าเตะเปรี้ยงเข้าที่หอก มันกระเด็นไปเกือบสุดฟากห้องอันใหญ่โต เขายืนนิ่งแล้วพูดสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกเย็นวาบในขั้วหัวใจ

 

“ฉันจะฆ่าเจ้าสัตว์กินพืชอ่อนแอที่ดันได้รับตำแหน่งบอสรุ่นสิบ ฆ่าผู้พิทักษ์กระจอกนั่นทั้งหมด แล้ววองโกเล่จะตกเป็นของฉัน!!!

 

ยูมิเมะกัดริมฝีปากจนห้อเลือด ดวงหน้าเผือดขาว กรีดเสียงร้องถลันลุกขึ้นยืน

 

“ไม่!! นายอย่ายุ่งกับสึนะ อย่ายุ่งกับผู้พิทักษ์   ฉันไม่ยอมให้นายทำอย่างนั้น”

 

จบประโยคเธอเค้นเรี่ยวแรงที่มีต่อยใส่เขา แต่ก็ราวกับส่งเนื้อเข้าปากเสือมากกว่า แม้จะใช้เพียงแขนขวา เขาก็กระชากมือเธอที่พุ่งมาพลิกตลบหลัง ผลักเธอลงกระแทกพื้นโดยงอแขนเธอพับไว้แรงราวกับจะหักกระดูกเธอ

 

ยูมิเมะสติพร่าเลือน เห็นภาพความทรงจำในชีวิตที่ผ่านมาลอยหมุนติ้ว -- ติวหนังสือให้สึนะ - กินขนมกับแรมโบ้ - แกล้งโกคุเทระให้โมโห - ต่อยมวยเล่นกับเรียวเฮ -ปาลูกเบสบอลกับยามาโมโตะ - คุยจุ๊กจิ๊กกับโคลม และภาพสุดท้ายที่เธอแสนคุ้นชิน แต่บัดนี้มันเลือนรางราวผ่านไปแล้วหลายสิบปี ทั้งที่เธอยังเพิ่งทำมันอยู่เมื่อวานนี้

 

ฉันกับนายเดินตรวจระเบียบในโรงเรียนด้วยกัน

 

ภาพเบื้องหน้ากลับกลายเป็นว่างเปล่าและดำมืดมิด

 

ฮิบาริปล่อยท่าล็อกแขนเมื่อเห็นคู่ต่อสู้นอนนิ่งสนิทไปแล้ว  ลุกขึ้นยืนหันหลังเพื่อเดินออกจากประตูไป แต่กลับไม่สามารถขยับเขยื้อนเท้าได้

 

พิษลามลงขาด้วยหรือนี่?

เขาคิดในใจ แต่ก็ไม่ใช่   สิ่งขัดขวางการเดินนั้นปรากฏแก่สายตาเมื่อเขาหันกลับไปมอง

 

มือเรียวบางขาวซีดข้างหนึ่งเต็มไปด้วยแผล เกาะกุมข้อเท้าของเขาไว้แน่น แม้เปลือกตาพริ้มหลับสนิทไปแล้ว แต่ดวงหน้างดงามนั้นยังดูเด็ดเดี่ยว มิเคยจะยอมศิโรราบต่อความชั่วร้ายนานัปการ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

727 ความคิดเห็น

  1. #635 jam.jem (@jam-jem62) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2556 / 19:42
    แปลกมากๆ
    #635
    0
  2. #630 นักอ่าน...lnwcool (@lnwcool) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 เมษายน 2556 / 19:13
    แปลกๆ..นะ
    #630
    0
  3. #565 Spring'พริ้ง (@kamdotcom12) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2555 / 20:29
    ฮินายโหดดด
    #565
    0
  4. #472 mikuri1827 (@mikuri1827) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2555 / 16:31
    ฮนายโหดเกิ๊น!!
    #472
    0
  5. #375 SolTear (@pingmog) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2555 / 19:53
    ตอนนี้เล่นเอาน้ำตาเราคลอ..เป็นกานบรรยายที่เข้าถึงแก่นสารมากเลยค่ะ!
    ทำไม..ทำไมถึงใจร้ายอย่างนี้ฮะ!?
    #375
    0
  6. #316 Mintza (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 เมษายน 2555 / 18:56
    ฮิบาริใจร้ายยย พูดงี้ได้ไง พูดได้น่าให้ไรท์เตอร์เปลี่ยนพระเอกมากก เสียอย่างเดียวที่เปลี่ยนไม่ได้ TT

    อย่าพึ่งตายนะยูมิเมะ (เธอแช่งชั้นหรอ!!!//ยูมิเมะ)
    #316
    0
  7. #262 sumomini (@029576986) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:24
    โหดร้ายอะ Q^Q
    #262
    0
  8. #208 ฮิมาวาริ ยูริ (@himawari-yuri) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2554 / 09:58

    ฮิบาริใจร้าย

    #208
    0
  9. #83 JiNnY_WaYLoV(- (@lovelikemoon) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2554 / 17:37
    โหแล้วตกลงได้ไหม???เนี่ยT^T

    ฮิ โหดไปไหม???
    #83
    0
  10. #75 ★ nukukÏk ★ (@nukukik) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2554 / 01:15
    ท่านฮิ นิสัยไม่ดี สงสาร ยูมิเมะง่า T^T
    #75
    0
  11. #45 jean hibari (@jean-bong) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2554 / 21:49
    ท่านฮิใจร้ายอ่าาาาา TOT!!!!
    #45
    0
  12. #44 Hibari_kyoya (@aom-ja) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 / 19:11
    ง่ะทำไมท่านฮิถึงทำแบบเน้ล่าาาาาาาTOT
    #44
    0
  13. #43 lemonlemon (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2554 / 12:41
    ม่ายยย

    ไหงมาจบตอนหยั่งงี้ล่ะเฮ้ยยย
    #43
    0