เกิดใหม่เป็นนักฆ่าก็ไม่ได้แย่แฮะ

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2-โลกใบใหม่ที่ไม่ใช่ใบเดิม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 72
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    17 พ.ย. 63

จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ประมาณ 10 ปีแล้วสินะ ที่พูดมาแบบนี้ผมหมายถึงวันที่ผมโผล่... ไม่สิ! ใช้คำว่าเกิดใหม่เลยจะดีกว่า จากวันนั้นก็ 10 ปีแล้วสินะที่ผมมาเกิดบนโลกแห่งนี้ โลกที่ผมรู้สึกคุ้นเคยแต่นึกไม่ออก

วันแรกที่ผมมาเกิดก็เศร้าเลยแฮะ เพราะแค่เกิดมาแม่ก็จากไปซะละไหนจะต้องมาดูภาพการนองเลือดที่แสนหดหู่แบบนั้นอีก ชีวิตคนมันจะซวยถ้าเกิดใหม่มันก็ซวยเนอะ แต่ก็ยังโชคดีที่ผมรอดมาได้ เพราะมีคุณปู่ “เซนต์” ช่วยผมไว้ยังไงล่ะ ชายอาวุโสร่างผอมสูง ผมและหนวดเคราสีขาวสะอาดพร้อมเหน็บกระบี่ไว้ข้างกาย นั่นคือปู่ของผมเองล่ะ โดยคุณปู่เขาช่วยผมไว้ก่อนที่ผมจะโดนไอยักษ์นั่นฆ่า หลังจากนั้นท่านก็นำผมมาเลี้ยงดูต่อ ท่านบอกว่าตอนนั้นผมมีอายุได้เพียง 1 ปีเห็นจะได้ ถ้าเป็นแบบนั้นแปลว่าตอนนี้ผมอายุ 11 ปีสินะ จะยังไงก็ช่างตลอด 11 ปีที่ผ่านมานี้ผมก็ได้พบเจอและเรียนรู้อะไรหลายอย่างจากโลกใบนี้เหมือนกันนะ

โลกใบนี้ไม่เหมือนกับโลกเก่าซักนิดเพราะอารยธรรมของโลกนี้เรียกได้ว่าล้าหลังกว่ามาก ตั้งแต่การสื่อสารที่ยังใช้จดหมาย การปกครองที่มีกษัตริย์เป็นเจ้าเหนือหัว หรือจะเป็นการที่ไม่มีไฟฟ้าดีล่ะอะไรๆในโลกนี้ถ้าเทียบกับโลกเก่าถือว่ายังล้าสมัยอยู่มาก แต่ในความเก่าแบบนี้ก็ดูเหมือนจะมีอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจเหมือนกันนะ ซึ่งมันก็คือ “เวทมนต์” ยังไงล่ะ

ณ โลกแห่งนี้มีการใช้เวทมนต์เป็นเรื่องปกติเหมือนกับการหายใจเลยล่ะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าเวทมนต์มันมีต้นกำเนิดมาจากอะไรแต่สิ่งที่ผมรู้ก็คือ เวทมนต์มันเปรียบเสมือนดั่งชีวิตเลยล่ะ เพราะหากผู้ใดไม่สามารถใช้เวทมนต์ได้จะถูกสังคมมองว่าเป็นตัวประหลาดไปเลยล่ะ แต่สังคมที่พูดถึงผมหมายถึงแค่พวกมนุษย์ที่มีพลังเวทย์นะ ถ้าเป็นพวกเผ่าอื่นๆก็ว่าไปอีกเรื่อง

ออ ใช่! โลกนี้ไม่ได้มีแค่มนุษย์ นักเวทย์ หรือสัตว์ป่านะ มันยังมีเผ่าพันธุ์อื่นๆอยู่อีกมากมายเลยล่ะ ไม่ว่าจะเป็น “เอลฟ์” เผ่าแห่งพรงไพร “เวอร์บีสต์” เผ่าครึ่งมนุษย์ครึ่งสัตว์ หรือแม้แต่มอนเตอร์ขนาดใหญ่ที่ถูกกล่าวขานเป็นตำนานอย่างมังกรก็มีเช่นกัน ความจริงมันมีเยอะกว่านี้ละนะ แต่จะให้ผมมาพูดแค่ตอนนี้ตอนเดียวคงไม่พอหรอกนะ แถมผมก็ไม่ได้รู้จักทุกเผ่าด้วยสิ เอาเป็นว่ามันมีเยอะมากๆเลยละกัน ไหนลองคิดอีกสิว่ามีอะไรอีกมั้ย?......... อ้ะ! มีอีกอย่างหนึ่งที่โลกใบนี้มีไม่เหมือนโลกเดิม ความจริงจะบอกว่าไม่เหมือนก็คงไม่ถูกเรียกว่า มันอาจมีเหมือนกันใบบางพื้นที่จะดีกว่าโดยสิ่งที่ว่ามันก็คือ “อาชีพ” นั่นเอง

อาชีพสำหรับโลกนี้แล้ว มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจากโลกเก่าหรอกนะ เพียงแต่มันจะมีอาชีพหนึ่งถูกรังสรรค์ขึ้นมา ซึ่งมันก็คือ “นักผจญภัย” นั่นเอง โดยอาชีพนี้ถ้าให้พูดง่ายๆมันก็คืออาชีพสารพัดอย่างนั่นแหละ เพราะไม่ว่าคุณจะมีปัญหาอะไรนักผจญภัยก็สามารถช่วยคุณได้ มันไม่ใช่อาชีพที่ต้องออกไปล่ามอนเตอร์หรือตามหาสิ่งใหม่ๆแบบนั้นหรอก ถ้าเอาแต่ทำแบบนั้นมีหวังมีได้แผลจนต้องเอางานจากงานไปรักษาตัวเองอย่างเดียวแน่นอน เอาเป็นว่าอาชีพนักผจญภัยมันก็คืออาชีพสารพัดประโยชน์นั่นล่ะนะ แต่อีกสิ่งที่นักผจญภัยต้องมี... ไม่สิ! ต้องบอกว่าทุกคนต้องมีต่างหาก ถ้ามีโอกาสก็ควรไปรับมันมาหน่อยล่ะนะ มันคือ “คลาส” ยังไงล่ะ

เป็นหนึ่งในสิ่งแปลกๆที่โลกเดิมนั้นไม่มีเช่นกัน ถ้าพูดแบบง่ายๆมันก็คือพลังแฝงนั่นแหละ มันคือความสามารถเฉพาะบุคคลที่เราอาจจะแสดงหรือไม่แสดงมันออกมาก็ได้ สำหรับหลายคนมันก็คือของขวัญแต่บางคนมันก็เป็นตราบาป... ไม่ว่ากันล่ะนะ โดยการที่เราจะมีคลาสได้ เราจะต้องปลุกมันขึ้นมาตอนที่เรามีอายุครบ 10 ปี ซึ่งมันก็ถึงเวลาของผมแล้วยังไงล่ะ ในวันนี้ผมมีอายุ 11 ปี ซึ่งจริงๆมันก็เกินมาแล้วล่ะ แต่ยังไงก็ตาม ตอนนี้ผมก็มีอายุ 11 ปีซึ่งมากกว่า 10 ปี แปลว่าถ้ามันเกิน 10 ปีมาแล้วก็ปลุกคลาสได้แบบไม่มีปัญหา

ผมดีใจรู้สึกดีใจอย่างยิ่งที่วันนี้ผมจะได้รับคลาสซักที ผมรีบตื่นนอนอย่างรวดเร็วในช่วงเช้าก่อนจะไปอาบน้ำและรีบแต่งกายให้ตัวเองดูดีที่สุด เด็กน้อยในเสื้อผ้าสีสันจืดๆดูธรรมดา ผมสั้นสีเทาอ่อนพร้อมดวงตาสีแดงทับทิมที่ดูบอบบาง นั่นคือตัวผมเอง

“เคียว นี่เจ้ารีบเช่นนั้นมีอะไรรึ?”

“ท่านปู่ครับ ในวันนี้ผมจะได้รับคลาสใช่มั้ยครับ!?”

ผมถามปู่เซนต์ออกไปด้วยความดีใจ และปู่ก็หันมายิ้มให้ผมพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ บ่งบอกว่า “ใช่” ดีใจชะมัด! ผมลืมบอกไปน่ะ ในโลกแห่งนี้ผมไม่ทราบชื่อเดิมของตนเอง เพราะแบบนั้นปู่เซนต์จึงตั้งชื่อใหม่ไว้ให้ผมแทน ซึ่งก็คือ “เคียว” ยังไงล่ะ

“ท่านปู่ครับ ผมจะได้ไปรับคลาสกันเมื่อไหร่หรอครับ?”

“ข้าก็ไม่แน่ใจนัก แต่ข้าสัญญาว่ามันจะไม่เกินช่วงพลบค่ำเป็นแน่”

“หรอ งั้นผมจะรอนะครับ”

ปู่พยักหน้าเบาๆก่อนจะเดินออกจากบ้านไป ผมกับปู่อาศัยอยู่ในบ้านเล็กๆที่กลางหุบเขาใหญ่ มันเป็นความสงบที่คนในเมืองคงไม่เข้าใจหรอกนะ แต่นั่นก็อาจไม่ดีนักเพราะมันอาจทำให้ผมเข้ากับใครได้ยากเช่นกัน เฮ้อ~ นี่มันดาบสองคมรึไงนะ เอาเป็นว่ามันก็ยังดีกว่าไม่มีที่อยู่ละกัน

ปู่ของผมไปไหน? คำถามที่คุณไม่ได้คิดแต่ผมจะบอกละกัน ปู่ของผมเขาไปฝึกสมาธิยังไงล่ะ อารมณ์แบบคนสร้างจิตให้แข็งแกร่งประมาณนั้นน่ะ เพราะว่าปู่เซนต์มีคลาสเป็นถึงเซียนกระบี่เชียวนะ ด้วยเหตุนั้นปู่จึงใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตไปกับการฝึกวิชาแห่งตนเพื่อทำให้สมกับคลาสเซียนกระบี่ยังไงล่ะ โดยส่วนตัวผมก็ไม่ค่อยรู้อะไรเกี่ยวกับปู่มากหรอกนะ ผมรู้เพียงแค่ว่าท่านเป็นคนเลี้ยงดูผมมาก็เท่านั้น ท่านเป็นคนที่ดีที่สุดสำหรับผมเลยล่ะ

ไม่นานนักท่านปู่ก็มาหาผมก่อนที่เราสองคนจะออกเดินทางไปยังเมืองหลวงเพื่อปลุกคลาสของผม แต่แน่นอนว่าถ้าให้เดินไปคงใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3 วันเป็นแน่ เพราะแบบนั้นปู่เซนต์จึงพาผมเหาะไปยังไงล่ะ สำหรับเซียนกระบี่แล้วการเหาะเหินเดินอากาศคงไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินความสามารถแน่นอน

“นี่ๆ ท่านปู่ครับ ท่านคิดว่าผมจะได้คลาสเป็นอะไรหรอครับ?”

“ข้าคิดว่าเจ้าอาจจะได้เป็นผู้กล้าก็ได้นะ”

“เฮ! ผู้กล้าที่เลยหรอครับ”

ท่านปู่ยิ้มอ่อนๆให้กับความตื่นเต้นของผม หลังจากที่เหาะได้อยู่พักหนึ่งก็ดูเหมือนว่าพวกเราจะมาถึงเมืองหลวงแล้วสิ สุดยอด... ผมไม่เคยเห็นอะไรที่มันใหญ่ตระการตาแบบนี้เลยแฮะ ไม่ว่าจะเป็นบ้านเมืองหรือผู้คนก็ดูเจริญไปซะทุกอย่าง แถมยังมีพวกนักผจญภัยต่างเผ่าพันธุ์ด้วยล่ะ นี่มันเป็นการเปิดโลกชัดๆ

“เจ้ายังไม่เคยมาเลยสินะ เป็นอย่างไรบ้างล่ะ?”

“สุดยอดเลยครับ ท่านปู่!”

“ฮะ ฮะ”

ท่านปู่จูงมือของผมเดินผ่านประตูเมืองไป ด้านในสุดยอดชะมัด ผมกับปู่เดินไปได้ครู่หนึ่งพวกเราสองคนไปหยุดอยู่ที่อาคารแห่งหนึ่งที่มีลักษณะแปลกๆ “ประตูสู่แสง” มันคือโบสถ์อย่างงั้นหรอ? พระราชวังจิ๋ว? อธิบายไม่ค่อยจะถูกเหมือนกันแฮะ มันแบบว่า... ดูงดงามแต่ก็มีพลังแฝงอะไรประมาณนั้นมั้ง ยังไงก็เถอะ ที่นี่คือสถานที่ปลุกคลาสแน่นอน!

ผมกับปู่เดินเข้าไปก่อนจะพบกับชายชราแปลกๆคนหนึ่ง แต่งตัวยังกับนัทเวทย์เลยแฮะ แต่ทำไมถึงไม่ถือไม้คทาเวทมนต์เหมือนนักเวทย์คนอื่นๆล่ะ ดูเหมือนนักเวทย์จะมองมาที่ผมและรู้ว่าผมต้องการอะไร

“เจ้าหนุ่ม มานี่สิ”

เขากวักมือเรียกผม ผมหันหน้าไปหาท่านปู่และเขาก็ยิ้มให้ก่อนจะพยักหน้าให้ผมเป็นการตอบกลับ เมื่อเป็นแบบนั้นผมก็เดินไปหานักเวทย์ด้วยความดีใจทันที

“อา นั่งก่อนสิ”

“ครับ”

ผมนั่งลงด้านหน้าของเขาจากนั้นเขาก็ได้หยิบบางสิ่งขึ้นมาจากใต้โต๊ะ ดูเหมือนมันจะเป็นลูกแก้วเวทมนต์สินะ เขานำมันขึ้นมาวางบนโต๊ะก่อนจะพูดร่ายอะไรซักอย่างที่ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เพียงไม่กี่ลมหายใจจากลูกแก้วใสๆก็ส่องสว่างขึ้นทันทีอย่างน่าแปลกใจ

“เจ้ามาปลุกคลาสสินะ”

“ครับ”

“ไหนบอกชื่อของเจ้ามาซิ”

“เคียวครับ”

“เคียวสินะ ไหนดูสิว่าหนุ่มน้อยจะมีอนาคตเป็นอย่างไร? ฮืม......?”

นักเวทย์เงียบไปครู่หนึ่งทำเอาผมกับปู่รู้สึกแปลกใจขึ้นมา

“เจ้าหนุ่ม เจ้ามั่นใจสินะว่าเจ้าต้องการจะปลุกคลาสจริงๆน่ะ?”

“ทำไมถึงถามแบบนั้นหรอครับ?”

“ก็คลาสของเจ้ามันมีออร่าเป็นสีดำยังไงล่ะ ข้าคิดว่ามันอาจจะไม่ใช่คลาสที่ดีก็ได้นะ”

คำตอบของนักเวทย์ทำเอาผมรู้สึกใจหายเบาๆ นี่คลาสของเรามันเป็นสิ่งที่ไม่ดีงั้นหรอ? ผมที่ทำอะไรไม่ค่อยถูกก็ได้หันไปหาท่านปู่

“ข้าไม่มีคำตอบให้เจ้าหรอกนะ ชีวิตนั้นเป็นของเจ้า เพราะแบบนั้นเจ้าต้องเลือกเส้นทางชีวิตของเจ้าด้วยตนเองนะ”

คำพูดของปู่ทำให้ผมรู้สึกมีความมั่นใจขึ้นมามาก ไม่ว่ายังไงคลาสมันก็เป็นสิ่งที่ผมรอมาทั้งชีวิต เพราะแบบนั้นถ้ามีโอกาศผมก็จะไม่ปล่อยมันไปแน่นอน!

“ผมอยากจะมีคลาสครับ!”

“ย่อมได้ เจ้าเป็นคนเลือกเองนะ ยังไงก็ขอให้เจ้าโชคดีละกัน”

สิ้นคำพูดของนัทเวทย์ เขาก็เริ่มร่ายอะไรบางอย่างขึ้นมาและลูกแก้วก็ส่องแสงตามเดิมเพียงแต่รอบนี้ไม่ใช่แค่ลูกแก้วที่ส่องแสง ตัวของผมก็ส่องแสงขึ้นมาเหมือนกัน นี่เรากำลังจะมีคลาสจริงๆสินะ!? ในที่สุดสิ่งที่รอมาทั้งชีวิตก็จะเป็นจริงซักที! และเพียงแค่ชั่วอึดใจทุกอย่างก็หายไปจนหมด เหลือไว้เพียวแต่ความรู้สึกมึนๆเล็กน้อย

“มึนๆสินะ”

“ครับ”

“ฮะ ฮะ มันเป็นแบบนี้ทุกคนแหละ ต่อไปเจ้าลองเพ่งสมาธิว่าเจ้ามีคลาสแล้วสิ”

ถึงจะงงๆกับคำพูดของนักเวทย์แต่ผมก็ลองทำตามที่เขาบอกดู นึกถึงคลาสของตัวเอง คลาส! แกรีบๆโผล่มาสิ ฉันรอแกมาทั้งชีวิตเลยนะ จงโผล่มาด้วยเถิด.........

ติ๊ง!—

[ปลดล็อค:การตั้งค่า]

จู่ๆก็มีหน้าต่างปรากฏขึ้นบนทัศวิสัยของผม มันคืออะไรหว่า? ลองจิ้มหน่อยละกัน และสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจก็ปรากฏขึ้นมา มันก็คือข้อมูลทุกอย่างของผมยังไงล่ะ ซึ่งมันไม่ได้มีแค่ชื่อ อายุ น้ำหนัก ส่วนสูง

มันมี เอิ่ม... มันคืออะไรล่ะเนี่ย? เลเวล สกิล มานา จิต เวทมนต์ และก็อะไรอีกมากมายนับไม่ถ้วน แต่สิ่งที่ผมอยากรู้มันก็มีเช่นกันนะ ใช่! คลาสไงล่ะ แล้วคลาสของผมคืออะไรกันน้า~

หึ!— นี่มันเป็นคลาสของผมจริงๆเหรอเนี่ย? ทำไมมันฟังดูไม่ค่อยมงคลเลยแฮะ หายสงสัยเลยแฮะว่าทำไมนักเวทย์ถึงถามแบบนั้น ที่พูดแบบนั้นก็เพราะว่าคลาสของผมคือ


.


.


.


.


.


.


.


.


.


.


.


.


.


“นักฆ่า” ยังไงล่ะ


.


.


End ตอนที่ 2-โลกใบใหม่ที่ไม่ใช่ใบเดิม

Next ตอนที่ 3-เส้นทางของนักฆ่า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น