[REWRITE] ม่านวิวาห์อลเวง [Chaotic wedding] #ป๋อจ้าน MPREG AUTHOR : SNOOKY

ตอนที่ 19 : 第19 集 รีไรท์ ม่านวิวาห์อลเวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,271 ครั้ง
    23 พ.ค. 63

ตอนที่ 19 ม่านวิวาห์อลเวง

 

“คุณชายควรเข้าไปถามดีหรือไม่? บางทีอาจไม่มีอะไร”

 

เซียวจ้านพยักหน้าให้กับเวินหนิงและสูดลมหายใจเต็มปอด อกชายสามศอกไม่ควรมางอนง้อหรือเข้าใจผิดเพียงเพราะภาพแค่นี้ จริงอย่างที่เวินหนิงว่า อี้ป๋อกับนางอาจจะไม่มีอะไรเบื้องลึกเบื้องหลังที่จะทำลายน้ำใจของเซียวจ้านหรอก

 

อี้ป๋อชอบเซียวจ้านจะตาย เซียวจ้านปลอบใจตัวเองเท่านี้และเดินไปยังทั้งสองคนที่กลางทาง

 

“เซียวจ้าน เจ้าออกมาทำอะไรกลางแดดแรงๆ?”

 

“ข้ามาตกปลาว่าจะทำแกงให้เจ้า ข้าไม่รู้มาก่อนว่าเจ้าจะกลับเร็วเพียงนี้ ว่าแต่นางคือ...”

 

สตรีที่เซียวจ้านค่อยๆ ละสายตาจากอี้ป๋อมามองกำลังส่งยิ้มหวานให้เซียวจ้านแต่มันแปลกเหลือเกินที่เซียวจ้านรับรู้อย่างรวดเร็วว่านั่นไม่ใช่รอยยิ้มที่จริงใจสักนิด หากมือนางยังค่อยๆ ยกขึ้นแตะต้นแขนของอี้ป๋ออีก

 

นางเป็นใคร! มีสิทธิ์อะไรมาโดนตัวสามีของตัวเอง!!

 

“ข้าจื่ออี้ ส่วนเรื่องสถานะคงต้องให้อี้ป๋อบอก ส่วนเจ้าคือ...”

 

ให้ตาย เวินหนิงที่ยืนอยู่ข้างๆ รู้สึกไม่ถูกชะตากับนางผู้นี้เหลือเกิน ไม่ชอบแม้กระทั่งรอยยิ้มหวานที่คลี่ส่งให้คุณชายตัวเองและถามคำถามราวกับเอาไม้มาฟาดหน้าเซียวจ้านเข้าเต็มแรง มีหรือถ้าสนิทกับอี้ป๋อจะไม่รู้ว่าเซียวจ้านเป็นอะไรกับร่างโปร่ง

 

นอกเสียจากนางจงใจกวนประสาทเซียวจ้าน

 

“เซียวจ้านคือภรรยาของข้า”

 

“อ๋อ ที่คนเขาลือกันว่าคลุมถุงชนนั่นหรือ อี้ป๋อของข้าหนออี้ป๋อ ข้าล่ะเห็นใจเจ้านักที่ต้องแต่งงานกับคนที่เจ้าไม่ได้รัก แต่ข้ากลับมาแล้วและข้าจะไม่ไปไหนอีก พร้อมรอเจ้าหมดหน้าที่กับบุรุษคนนี้”

 

...กรอด...

 

เซียวจ้านกำหมัดในมือแน่นแต่ความสุภาพบุรุษมีมากพอไม่ให้มันต่อยหน้าสตรีที่เชิดคอเชิดหน้าพูดจาไปเรื่อยนั่นให้หงายไปกับพื้น อี้ป๋อกระตุกเรียวคิ้วหนาและค่อยๆ จับมือที่เกาะเกี่ยวแขนทิ้งลงช้าๆ

 

“ผิดแล้วจื่ออี้ ตอนแรกถูกบังคับก็จริงแต่ตอนนี้ข้าชอบเขา เขาจะเป็นเพียงภรรยาคนเดียวของข้าและตลอดไป”

 

“อี้ป๋อ...”

 

แม่ท้องอ่อนไม่รู้เลยว่าจะพูดอะไรดีนอกเสียจากเรียกชื่อคนตรงหน้าเบาๆ ด้วยความไม่คาดคิดมาก่อนว่าอี้ป๋อจะกล้าพูดอะไรแบบนี้เพื่อหักหน้าสตรีได้ การที่พูดออกมาแบบนี้ก็เท่ากับปฏิเสธนางอย่างเปิดเผยสินะ

 

“อี้ป๋อ เจ้าหมายความว่าอย่างไร ตอนนั้นเจ้าลืมไปแล้วหรือว่าก่อนที่ข้าไปเรียนต่อ เจ้ากับข้าเป็นอะไรกัน?”

 

“เซียวจ้านเข้าเรือนเถอะ อยู่กลางแดดแบบนี้นานๆ เดี๋ยวจะเป็นลมไป ส่วนจื่ออี้ถ้าอยากพบเจอท่านน้าก็เชิญที่เรือนใหญ่ได้เลย ภรรยาข้าท้องอยู่ข้าขอตัว”

 

น้ำเสียงเรียบเฉยนั่นกลับสร้างทั้งความสะใจให้กับเวินหนิงเหลือเกิน คิดไม่ผิดที่ตอนนี้เข้าพรรคเข้าพวกอี้ป๋อไปเรียบร้อย ช่างเป็นบุรุษที่มีใจแน่วแน่กับคุณชายตัวเองยิ่งนัก ไม่สนความรู้สึกของผู้ใดยกเว้นเซียวจ้านเพียงผู้เดียว

สมแล้วที่เป็นหวังอี้ป๋อ

 

 

ครั้นตกยามเย็นใกล้ได้เวลาทานข้าว อี้ป๋อและเซียวจ้านก็พากันเดินออกมาที่เรือนใหญ่ ใบหน้าของเซียวจ้านขึ้นเป็นรูปเครื่องหมายคำถามเมื่อจื่ออี้ยังนั่งคุยกับ

 

เวินฉิงออกรสออกชาติและคาดว่าคงอยู่ร่วมทานมื้อเย็นด้วยกันอีกแน่

 

“อ้าว อี้ป๋อกับเซียวจ้านมาพอดี” ซีเฉินที่น่าจะกลับมาจากท่าเรือทางตะวันออกไม่นานเอ่ยทักทั้งสองคน อี้ป๋อและเซียวจ้านก้มหัวให้เล็กน้อยก่อนจะเดินตามไปนั่งที่เก้าอี้ยาวกลางเรือน

 

“จื่ออี้กับข้าไม่ได้เจอกันตั้งนานเลยคุยกันค่ำมืด อย่างไรเสียจื่ออี้เจ้าอยู่ทานมื้อเย็นกันก่อนเถอะแล้วเดี๋ยวให้คนของข้าเอารถม้าไปส่ง”

 

“คงต้องรบกวนท่านน้าแล้ว”

 

นางพยักหน้าและคลี่ยิ้มให้ นิ้วเรียวของเซียวจ้านยกขึ้นมาเขี่ยปลายจมูกของตัวเองสองสามครั้งอย่างไม่ชอบใจ ก็ไม่เห็นต้องเดาให้ยากเพราะนางคงวางแผนมาแล้วว่าจะอยู่ที่นี่ให้นานที่สุด

 

เสน่ห์ของสามีเซียวจ้านนี่ช่างแรงนัก สตรีไม่อยากห่างกายเลยให้ตายสิ

 

“รบกวนอะไรกันเราหาใช่คนอื่นคนไกล”

 

น้ำเสียงสนิทสนมของเวินฉิงทำเอาเซียวจ้านยิ่งสงสัยนักว่าจื่ออี้คือใครและทำไมถึงคุ้นเคยกับคนที่นี่เหลือเกิน แต่ไม่ทันที่เซียวจ้านจะสงสัยไปมากกว่านี้ซีเฉินก็เรียกอี้ป๋อไปคุยงานครู่หนึ่งที่ห้องทำงานระหว่างรอมื้อเย็น ส่วนเวินฉิงก็ปลีกตัวไปดูแม่บ้านในครัว

 

เท่ากับว่าตอนนี้มีเพียงเซียวจ้านอยู่กับจื่ออี้ตามลำพังเท่านั้น บรรยากาศไม่น่าอยู่ด้วยสักนิดเพราะจื่ออี้กำลังสอดสายตาส่องไปรอบๆ อย่างมีพิรุธ

 

“เจ้ามีเรื่องอะไรก็ว่ามาเถอะ ที่นี่ไม่มีใครนอกจากเจ้ากับข้า”

 

ความฉลาดของเซียวจ้านรู้ทันคนไปหมดเผยออกมาผ่านน้ำเสียงไม่เบาและไม่ดังนัก นางยิ้มชอบใจเหมือนจะได้ถอดหน้ากากบางอย่างที่อุตส่าห์สวมมันไว้จนเหนื่อยออกสักทีและจ้องหน้าเซียวจ้านด้วยแววตาร้าย

 

“ข้ามาก่อนเจ้า หลี่เซียวจ้าน”

 

รู้จักชื่อเสียงเรียงนามเต็มขนาดนี้แสดงว่าเมื่อไม่กี่ชั่วยามก่อนคงตั้งใจแสดงสินะ เซียวจ้านทั้งอึ้งและตกใจเสียจริง เกิดมาไม่เคยเห็นใครดูร้ายเงียบเท่านางมาก่อน

 

“เจ้าหมายความว่าอย่างไรหรือ?”

 

“หากเจ้าไม่เคยรู้ควรรู้ว่าก่อนข้าไปเรียนต่างประเทศ ข้ากับอี้ป๋อรักกันและข้าก็สัญญาว่าจะกลับมาหาเขา และวันนี้ข้ากลับมาแล้วเพื่อมาทวงคนของข้าคืน”

 

ข้ากับอี้ป๋อรักกัน

ข้ากับอี้ป๋อรักกัน

ข้ากับอี้ป๋อรักกัน

 

มือบางกำจอกน้ำตรงหน้าแน่นอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวทำเอารอยยิ้มของนางคลี่กว้างขึ้นไปมากกว่าเดิมเมื่อมองไปที่มือสั่นระริกนั่น ไม่หยุดเพียงเท่านี้นางยังยื่น

 

ริมฝีปากแดงฉาดกระซิบเข้าที่ข้างหูของเซียวจ้านอีกว่า

 

“เจ้าคิดหรือว่ารักแรกมันจะลืมยาก และเจ้าเป็นใครแค่บุรุษผู้หนึ่งจะสู้อะไรกับสตรีที่อี้ป๋อมอบใจให้เป็นคนแรก ที่ข้าบอกว่าข้าจะมาทวงของข้าคืน ข้ามั่นใจนักว่าข้าต้องได้มาแน่นอน ถอดใจและกลับเมืองเจ้าไปซะข้าไม่สนว่าเจ้าจะท้องอยู่หรือไม่ก็ตาม”

 

ประโยคยาวเหยียดและแผ่วเบานั่น เชื่อหรือไม่ว่าเซียวจ้านได้ยินมันชัดถ้อยชัดคำไม่พลาดสักคำเดียว หัวใจก้อนน้อยเต้นถี่ระรัวและดังแทบทะลุมาด้านนอกเสียให้ได้ มันทั้งจุกและปวดร้าวไปหมด

 

หัวสมองของเซียวจ้านพลันหวนนึกถึงคำพูดของจินจื่อเซวี่ยนเล่าถึงสตรีนางหนึ่งที่อี้ป๋อสนิทสนมด้วย สุดท้ายแล้วนางผู้นั้นก็คือจื่ออี้ นางที่กำลังยิ้มให้กับเวินฉิงใสซื่อบริสุทธิ์ราวกับเป็นคนละคน นางกลับมาแล้ว นางกลับมาทวงอี้ป๋อคืน

 

“เซียวจ้าน เหตุใดถึงนั่งเงียบ ปกติเจ้าจะพูดมากจนข้ารำคาญสิ” เมื่อทุกคนเสร็จหน้าที่ของตัวเองก็พากันนั่งล้อมวงกันทานมื้อเย็นพร้อมหน้าพร้อมตา แม้ว่าจะมีแขกใหม่เพิ่มมาหนึ่งคนก็กลมกลืนราวกับอยู่ด้วยกันมานาน ขณะนั้นเวินฉิงจับอาการผิดปกติของเซียวจ้านได้จึงเอ่ยถาม

 

“ไม่มีอะไร ข้าแค่รู้สึกมึนหัว จะเป็นอะไรหรือไม่หากข้าจะขอกลับเรือนก่อน”

 

“แพ้ท้องหรือเซียวจ้าน?”

 

อี้ป๋อเมื่อเห็นอาการไม่สู้ดีของเซียวจ้าน ครั้นจะเอ่ยถามตั้งนานแล้วว่าทำไมเอาแต่เขี่ยข้าวและนั่งเงียบ พออีกฝ่ายบอกว่ามึนหัวก็รีบทิ้งช้อนมาดูอาการเซียวจ้านข้างๆ ทันที

 

“น่าจะใช่ เจ้าเม็ดถั่วคงดื้ออีกแล้ว”

 

“เจ้ากลับไปพักเถอะเดี๋ยวข้าให้คนเอายาไปให้”

 

ซีเฉินเอ่ยสมทบอีกคนก่อนที่เซียวจ้านจะคลี่ยิ้มบางกลบเกลื่อนอาการไม่สู้ดีของตัวเองเพื่อทำให้ทุกคนสบายใจ เซียวจ้านค่อยๆ ลุกขึ้นยืนพร้อมอี้ป๋อที่ลุกขึ้นตาม เซียวจ้านมองใบหน้าของอี้ป๋อสลับกับจื่ออี้ช้าๆ และเอามือแตะต้นแขนแกร่งเบาๆ

 

“อยู่ทานต่อเถิดเจ้ามีแขกมา อย่างไรเดี๋ยวข้าให้เวินหนิงไปส่ง”

 

เซียวจ้านพูดแค่นั้นก่อนจะระบายยิ้มสดใสแต่เนื้อในช่างขุ่นหมองไปให้ ทั้งๆ ที่เขาควรจะเรียกร้องให้อี้ป๋อกลับกับตัวเองแต่เซียวจ้านคิดว่าไม่อยากรบกวนอีกแล้ว ที่จื่ออี้พูดมาเขารับรู้ทั้งหมดและไม่อยากเห็นแก่ตัว ถ้าอี้ป๋ออยากจะกลับไปหาจื่ออี้เขาควรเปิดทาง

 

“แต่ข้า...”

 

“อี้ป๋อ ข้าอุตส่าห์กลับมาทั้งทีเจ้าอยู่กับข้าก่อนเถิด คุณชายเซียวจ้านมีคนไปส่งแล้วเจ้าอย่าได้ห่วงเลย”

 

มือบางขาวซีดของนางกระตุกรั้งแขนเสื้อยาวของอี้ป๋อเอาไว้ทำให้เซียวจ้านต้องเบือนหน้าหนีความเจ็บปวดเหมือนมีก้อนหินปาเข้ามาตามร่างกายให้เจ็บช้ำและก้าวขาเรียวเดินออกไปจากเรือนใหญ่

 

หน้าอกทางด้านซ้ายเจ็บปวดเสียจนต้องยกมือขึ้นมากุมเอาไว้และเวินหนิงที่อยู่แถวนั้นต้องรีบวิ่งเข้ามาหาคุณชายตัวเองที่ทำท่าจะร้องไห้เต็มทน นายเขาเป็นอะไรไป?

 

สายลมพัดเอื่อยๆ แต่กลับสร้างความหนาวเย็นมายังร่างของเซียวจ้านและเวินหนิงที่นั่งอยู่บนแคร่ใต้ต้นมะม่วงข้างๆ ตลิ่งที่ตกปลาเมื่อสาย เวินหนิงนั่งเงียบไม่ได้พูดอะไรกับเซียวจ้านสักคำเพราะไม่กล้าจะละลาบละล้วง

 

“เวินหนิง ข้าเจ็บเหลือเกิน ข้ามีอาการแบบนี้เป็นครั้งแรก”

 

อาการที่เรียกว่า อกหัก

 

“อาการอย่างไรหรือ? ท่านบอกข้าได้หรือไม่ ข้าไม่ชอบเลยที่ท่านมานั่งซึมอยู่แบบนี้”

 

“นางผู้นั้นบอกว่านางคือรักแรกของอี้ป๋อ ทั้งสองรักกันมาก่อนและตอนนี้ก็ยังรักกัน นางบอกว่านางจะกลับมาทวงของนางคืน แล้วข้าต้องทำอย่างไร?”

 

เซียวจ้านหันหน้าเศร้าหมองไปยังเวินหนิงจนอีกฝ่ายเห็นถึงน้ำตาที่เอ่อคลอมาจากเรียวตากลมสวย คุณชายของเขากำลังเจ็บปวด

 

“ข้ากับอี้ป๋ออยู่ด้วยกันร่วมสองเดือน แต่นางกับอี้ป๋อรู้จักกันมาก่อนข้าและข้าก็รู้มาว่าอี้ป๋อเคยให้ใจนางไปด้วย หรือข้าควรจะถอย เพราะข้าเจ็บตรงนี้...เจ็บมาก”

 

นิ้วชี้เรียวชี้ไปยังหน้าอกซ้ายอันเป็นที่อยู่ของหัวใจก้อนน้อยๆ และบีบเสื้อยับยู่ยี่ เวินหนิงก้มหน้าลงเพราะไม่อยากเห็นสีหน้าความเจ็บปวดของเซียวจ้าน เขาเข้าใจดีว่าเซียวจ้านรู้สึกแย่ตั้งแต่โดนบังคับมาแต่งงาน พอเริ่มรู้สึกดีกับอี้ป๋อก็กลับต้องมารับรู้อะไรแบบนี้

 

เหมือนคนที่เคยสำคัญกำลังเป็นคนไม่สำคัญ เป็นคนที่ถูกรักแต่กำลังจะกลายเป็นคนเคยถูกรัก

 

“บางทีข้าว่านางอาจจะพูดไปเองก็ได้ ข้าอยากให้ท่านเปิดใจคุยกับคุณชาย

 

อี้ป๋อก่อน คุณชายอี้ป๋อชอบท่านมาก ท่านอย่าลืมสิว่าท่านมีลูกกับเขาแล้ว อย่างไรก็ควรคุยกันก่อน” ลืมไปเสียสนิทว่าเซียวจ้านไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว เขามีโซ่ทองคล้องใจที่ต้องคิดถึงให้มากๆ

 

คำพูดของเวินหนิงเหมือนเครื่องเตือนสติของเซียวจ้านเป็นอย่างดี ใช่แล้วเขาควรเชื่อใจอี้ป๋อเหมือนที่เมื่อคืนเขาได้คุยกันไว้ อี้ป๋อไม่มีทางพูดปดเซียวจ้านเป็นแน่ คนที่อี้ป๋อรักเป็นคนแรกคือเซียวจ้านไม่ใช่จื่ออี้

 

“ข้าก็ไม่อยากพูดแบบนี้ แต่ข้าว่าแม่นางจื่ออี้ร้ายยิ่งนัก คำพูดอาจหาใช่ความจริง”

 

“ขอบใจเจ้ามากเวินหนิง ข้าควรเชื่อใจอี้ป๋อสิ” เวินหนิงเกิดมาไม่เสียชาติเกิดแล้วเมื่อได้เห็นคุณชายเซียวจ้านของตัวเองคลี่ยิ้มกว้างหมดทุกข์ผิดกับเมื่อครู่ เสียงหัวเราะของเซียวจ้านดังขึ้นราวกับสมเพชความคิดงี่เง่าของตัวเองที่โมโห น้อยใจไปหมด หากยังคิดเองเออเองเสียด้วย

 

“อ๊ะ นั่นไงคุณชายอี้ป๋อออกมากับแม่นางจื่ออี้แล้ว ข้าว่าเรา...”

 

 

 

น้ำเสียงของเวินหนิงหายไปไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาอีกเสียนอกจากจับจ้องไปยังภาพด้านหน้า หลังจากนั้นก็มองไปที่สีหน้าของเซียวจ้านที่ยืนอยู่ข้างๆ ใบหน้าหวานตกใจเบิกตากว้างก่อนที่น้ำตาสีใสจะไหลลงอาบแก้มทั้งสอง

 

ไร้เสียงสะอื้นและร่ำไห้นั่นหมายถึงความเจ็บปวดที่มีมากเกินจะระบายออกมา

 

“คุณชายเซียวจ้าน”

 

เวินหนิงสงสารเจ้านายตัวเองจับใจจนทนบังคับมือตัวเองให้อยู่นิ่งไม่ได้ มือหนาของเด็กหนุ่มจับไปที่ข้อมือของเซียวจ้านอย่างถึงวิสาสะและพลิกร่างกำลังสั่นเพราะร้องไห้นั่นให้หันหลังใส่ภาพด้านหน้า

 

“เวินหนิง...ขะ ข้า ข้าเจ็บเหลือเกิน ข้าว่าเรา...”

 

“อืม”

 

เวินหนิงพยักหน้าให้กับเซียวจ้านเมื่อคำที่เปล่งออกมาบางเบาจนแทบราวกระซิบนั่นเวินหนิงรับรู้ทุกอย่าง เขาจะเป็นคนทำตามที่เซียวจ้านต้องการอย่างไร้เงื่อนไข ไม่ห้ามและจะส่งเสริม เพราะเขาเองก็ทนไม่ได้เช่นกันที่อี้ป๋อมาหยามน้ำใจคุณชายของตัวเองแบบนี้

 

ไม่เดินไปกระชากก็บุญแล้วแม้ว่าศักดิ์ของตัวเองจะต่ำกว่าก็ตาม แต่สิ่งที่อี้ป๋อทำนั้นต่ำกว่านัก!

 

กลีบปากนุ่มของจื่ออี้ยังคงตราตรึงที่ริมฝีปากของอี้ป๋อก่อนจะเคลื่อนออกช้าๆ ปลายเท้าที่เขย่งมอบจุมพิตยามค่ำคืนค่อยๆ แตะพื้นเต็มเท้า ผิดกับร่างทั้งร่างของอี้ป๋อที่ยืนแข็งทื่อเป็นหินต่อเหตุการณ์เมื่อครู่และใช้มือผลักนางออกห่าง

 

“จื่ออี้!!”

 

“หึ เจ้าไม่เคยตวาดข้าสักครั้งนะอี้ป๋อ เจ้าเปลี่ยนไปมาก” น้ำเสียงเย้ยหยันของเธอดังขึ้นพร้อมริมฝีปากที่เหยียดยิ้มเป็นเส้นตรงราวกับกำลังสะใจ เป็นเช่นนั้นนางกำลังสะใจเมื่อคนที่นางมองไปยังใต้ต้นมะม่วงเมื่อครู่ไม่อยู่แล้ว คงเห็นหมดแล้วตามที่นางปรารถนาสินะ

 

“ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะเปลี่ยนไปเช่นกัน ข้าคิดว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้”

 

“อี้ป๋อ เจ้าฉลาดเป็นกรดแบบนี้คิดได้อย่างไรว่าข้าคิดกับเจ้าแค่เพื่อน ไม่ใช่ท่านน้าเวินฉิงหรอกหรือที่ทาบทามข้าให้รู้จักกับเจ้าหวังให้หมั้นและแต่งกัน”

 

เรื่องนี้อี้ป๋อไม่ปฏิเสธหรือเถียงออกไป ตัวเขารู้ดีว่าจุดเริ่มต้นที่ทั้งสองรู้จักกันเมื่อห้าปีก่อนเป็นเพราะอยากให้ตระกูลของจื่ออี้ดองกับตระกูลหวัง เพียงไม่นานนางขอไปเรียนต่อและทางซีเฉินก็มารู้ว่าเวินฉิงทำอะไรไม่ปรึกษาเพราะอี้ป๋อมีคู่อยู่แล้ว

 

กลายเป็นว่าเรื่องราวของทั้งคู่จึงไม่ได้ติดต่อหรือสานสัมพันธ์อะไรกันอีก

 

อี้ป๋อในวัยนั้นก็เป็นเพียงคุณชายกิริยานิ่งไม่คัดค้านแค่ทำไปตามที่ผู้ใหญ่ต้องการ แต่หาได้ให้ความหวังนางแม้ว่านางจะพยายามเข้าหามากเท่าใดก็ตาม

 

“งั้นเจ้าน่าจะรู้เช่นกันว่าข้าไม่เคยรู้สึกอื่นใดกับเจ้านอกเหนือเพื่อนเท่านั้น”

 

อี้ป๋อส่งสายตาดุดันจ้องนางกลับไป หากไม่ติดว่าเป็นสตรีอี้ป๋อคงทำมากกว่านี้ เขาไม่ชอบที่นางทำเพราะมันช่างหยามศักดิ์ศรีตัวอี้ป๋อเองที่มีภรรยาอยู่แล้วและมันทำให้จื่ออี้ดูไร้ค่า

 

“อี้ป๋อ!!”

 

“ข้าจะให้คนไปส่งเจ้า ส่วนข้าจะกลับไปหาภรรยาที่ข้ารัก”

 

อี้ป๋อพูดออกมาน้ำเสียงราบเรียบและไม่ได้หันหน้าไปมองจื่ออี้อีกแม้ว่านางจะกระทืบเท้าด้วยความขัดใจมากเพียงใด นอกจากเซียวจ้านอี้ป๋อจะไม่ให้แม้เพียงเศษเสี้ยวความใส่ใจ เรียวขาของร่างสูงเดินจากไปแล้วนางทำได้แค่เพียงคำมือแน่น

 

“ไม่ว่าวันนั้นหรือวันนี้เจ้าก็ไม่เคยสนใจข้า แต่ข้าก็อยากรู้นักว่าป่านนี้ภรรยาของเจ้าจะกระอักเลือดตายไปถึงไหน แค่นี้ข้าก็ชนะเจ้าแล้วอี้ป๋อ”

 

มือเรียวบางปาดน้ำตาบนหน้าทิ้งและแสยะรอยยิ้มออกมา นางรู้แก่ใจดีว่าอี้ป๋อไม่มีทางมองตัวเองในฐานะอื่นนอกจากเพื่อนต่างเพศ เสแสร้งทำดีจนได้ข้างกายอี้ป๋อมาตั้งนานถ้านางไม่ได้อี้ป๋อไว้ครอบครองเหตุใดต้องดีเสมอต้นเสมอปลาย

 

วันนี้นางทำตามที่ใจต้องการแล้ว อย่างน้อยก็ได้จูบอี้ป๋อต่อหน้าเซียวจ้าน

 

 

 

เนิ่นนานเท่าใดเซียวจ้านไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าริมผนังห้องที่ตนหันหน้าใส่แล้วระบายน้ำตาใสกำลังสมเพชเขาเพียงไหน ปากที่เคยบอกว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับอี้ป๋อแต่ในยามนี้กลับนั่งร้องไห้เพราะอีกคนไปจูบกับสตรีอื่น หากขัดขืนสักนิดเซียวจ้านคงไม่เสียใจ

 

อี้ป๋อไม่ได้ขัดขืนและปล่อยให้นางจูบแบบนั้นก็แสดงว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองในเมื่อก่อนที่เซียวจ้านจะเข้ามาในชีวิตร่างหนานั้นเป็นจริง อี้ป๋อและจื่ออี้รักกันและน่าจะยังคงรู้สึกดีต่อกัน เซียวจ้านควรหลีกทาง

 

...ตึกๆๆ ...

 

เสียงฝีเท้าของอี้ป๋อเดินเข้ามาในเรือนแล้ว มือบางรีบยกขึ้นมาปาดน้ำตาบนหน้าทิ้งและล้มตัวนอนเอาผ้าห่มคลุมร่างตะแคงข้างไปทางฝั่งเตียงด้านใน เขาไม่อยากให้อี้ป๋อรู้ว่าตัวเองเห็นอะไรมา

 

“เซียวจ้านเป็นอย่างไรบ้าง? อาการดีขึ้นหรือยัง?”

 

“อื้อ ดีแล้ว วันนี้ข้าเพลียมาก ยังไงเจ้ารีบอาบน้ำเสียแล้วมานอนเถอะ”

 

เซียวจ้านพูดไปอย่างนั้นแต่ไม่ได้หันกลับมามองหน้าอี้ป๋ออย่างที่ควรจะเป็นจึงทำให้อี้ป๋อจับสังเกตได้ไม่ยากและสาวเท้าเข้ามานั่งข้างๆ ที่เซียวจ้านนอนตะแคงข้าง

 

“เซียวจ้าน เรื่องวันนี้ที่จื่ออี้มาเจ้าอยากถามอะไรข้า ข้าจะตอบทุกคำถาม”

 

อี้ป๋อเป็นคนฉลาดเรื่องนี้เซียวจ้านรู้ดีจึงไม่อยากจะแสดงอาการอะไรออกไป แต่อย่างไรเสียก็โดนจับพิรุธได้อยู่ดี น้ำเสียงอู้อี้ทั้งๆ ที่พยายามควบคุมไม่ให้ถูกสังเกตได้เอ่ยออกไป

 

“เจ้าอยากเล่าอะไรให้ข้าฟังบ้างล่ะ?”

 

“ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้าไม่สบายใจที่นางมา ข้าพร้อมเล่าให้เจ้าฟัง”

 

ร่างทั้งร่างของอี้ป๋อล้มตัวนอนลงข้างๆ เซียวจ้านและวาดอ้อมแขนแกร่งโอบเอวคอดเอาไว้ราวกับต้องการง้อ อี้ป๋อรู้ตัวเองดีว่าที่เซียวจ้านเงียบไปตอนกินข้าวและกลับมาก่อนไม่ใช่เพราะแพ้ท้อง แต่เป็นเรื่องของเขาและจื่ออี้ต่างหาก

 

ยอมรับว่าวูบหนึ่งก็ดีใจเสียจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะที่เซียวจ้านหึงเขาขนาดนั้นไม่ได้ปล่อยให้อี้ป๋อรู้สึกอยู่ฝ่ายเดียวเมื่อเซียวจ้านสนิทสนมกับผู้อื่น แต่อีกใจก็รู้สึกกระวนกระวายกลัวเซียวจ้านจะโกรธ

 

“ข้ากับจื่ออี้เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันแม้ว่าตอนนั้นท่านน้าเวินฉิงจะทาบทามนางมาเพื่อหวังให้หมั้นและแต่งกันก็ตาม ข้าไม่เคยรู้สึกใดกับนางเหมือนที่ข้าให้กับเจ้า”

 

จมูกโด่งคลอเคลียไปตามต้นคอของเซียวจ้านและกระซิบบอกอย่างจริงใจ แต่อี้ป๋อไม่มีทางรู้เลยว่าหัวใจของเซียวจ้านนั้นช่างสับสนเพราะสิ่งที่อี้ป๋อเล่ามากับสิ่งที่จื่ออี้บอกนั้นต่างกันราวหนังคนละม้วน และเพราะภาพที่เซียวจ้านเห็น เซียวจ้านไม่รู้จะเชื่อคำใดจากอี้ป๋อได้

 

ทำได้เพียงปล่อยให้น้ำตารินไหลจากดวงตาสวยที่ปิดสนิทลง ริมฝีปากถูกกัดไม่ให้มันสั่นระริกจนเกิดเสียงให้อี้ป๋อรู้ว่าตัวเองกำลังเสียใจ

 

“แล้วไม่นานท่านอาก็รู้ว่าท่านน้าคิดอะไรจึงบอกให้ข้าตีตัวออกห่างเพราะข้ามีคู่อยู่แล้วนั่นคือเจ้า ประจวบเหมาะตอนนั้นจื่ออี้ต้องเรียนต่อ เราทั้งสองเลยขาดการติดต่อจนมีวันนี้ที่นางมาหาที่ท่าเรือ” อี้ป๋อเล่าไปตามความจริงที่ตัวเองพบเจอ วันนี้ไปท่าเรือเพื่อดูงานก็คิดไม่ถึงเหมือนกันว่าสตรีที่ไม่พบหน้ามาเนิ่นนานจะปรากฏตัวให้เห็นและขอตามกลับมาบ้านเพราะต้องการเจอเวินฉิง

 

“อืม”

 

“แค่อืมเท่านั้นหรือเซียวจ้าน? เจ้ากำลังโกรธข้าใช่หรือไม่ ข้าไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้ ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายความรู้สึกคนที่ข้าให้ใจ”

 

คนที่ข้าให้ใจงั้นหรือ ยิ่งได้ยินน้ำตาก็ยิ่งไหลไม่หยุด ยามที่อี้ป๋อจูบซับมาที่ต้นคอหอมเซียวจ้านก็รู้สึกมืดมนไปหมด อยากจะร้องไห้ให้ลั่นห้องนอน อยากจะเดินหนีไปให้ไกลเพื่อหลีกหนีความเจ็บปวด

 

เพราะอี้ป๋อเล่าไม่หมด ความเชื่อใจที่เซียวจ้านมียังคงจะมอบให้อี้ป๋อได้อีกหรือ?

 

“ถ้าเรื่องที่เจ้าต้องการบอกข้ามีเพียงแค่นี้ข้าทำได้เพียงอืมเท่านั้น เจ้าไปอาบน้ำเถอะจะได้เข้านอน”

 

“นี่คือเรื่องทั้งหมดที่ข้ามี อย่าโกรธกันเลยเซียวจ้าน ข้าให้ใจและใส่ใจความรู้สึกเจ้ามาก”

 

อย่างนั้นหรืออี้ป๋อ? มันเป็นคำถามที่เซียวจ้านตั้งขึ้นมาเมื่อสัมผัสกอดที่เอวนั้นจางหายแล้ว อี้ป๋อเดินเข้าห้องน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายนั่นแหละเซียวจ้านถึงได้หยัดกายนั่งกอดเข่าตัวเองบนเตียง

 

“ทำไมเจ้าไม่บอกข้าเรื่องจูบนั่น นี่หรือที่บอกว่าหมดแล้ว...ฮึก เจ้ากล้าปดข้าแล้วข้าจะเชื่อเรื่องราวที่เจ้าเล่าได้อย่างไร ถ้ายังรักกันอยู่ก็แค่บอกข้า เจ้ามีสิทธิ์อะไรมาปั่นหัวใจข้า!”

 

ใบหน้าของเซียวจ้านฟุบลงกับอ้อมแขนตัวเองและปล่อยน้ำตาออกมาไม่หยุด เสียงสะอื้นที่ยากจะกักเก็บปล่อยออกมาแม้มันจะไม่ดังนัก แต่สำหรับเซียวจ้านมันดังมากเพราะเขาไม่เคยเสียน้ำตาให้ใครนอกเสียจากวันที่พ่อแม่ของตัวเองเสียเท่านั้น

 

เซียวจ้านรู้ตัวแล้วว่าตัวเองเริ่มรักอี้ป๋อไปในทุกวัน และมันคงแย่น่าดูถ้าจะรักคนที่ปิดบังพูดปดตัวเองต่อไป แค่เริ่มรักยังเจ็บขนาดนี้ เซียวจ้านไม่ขอรักเสียดีกว่า

 

“ข้าขอโทษนะเจ้าเม็ดถั่ว เจ้าต้องพรากจากพ่อเจ้าแล้วและข้าจะดูแลเจ้าเอง”

 

มือของเซียวจ้านลูบไปที่หน้าท้องของตัวเองด้วยความเจ็บปวดใจ ทั้งๆ ที่ให้โอกาสแล้วว่าถ้าอี้ป๋ออธิบายเรื่องจูบนั่นออกมา เซียวจ้านพร้อมจะลืมเรื่องจื่ออี้และรักอี้ป๋อเหมือนที่อีกฝ่ายแสดงออกมาตลอด

 

แต่มันพังลงเพราะการปิดบังของอี้ป๋อหมดแล้ว ไม่สามารถเชื่อใจอะไรได้ต่อไป เวินหนิงนั่งเอามือถูกันไปมาเพราะความหนาวเหน็บยามกลางคืนเพื่อรอใครสักคนออกมาหาพร้อมมองไปที่ถุงผ้าห่อของต่างๆ และตรวจสอบว่าไม่น่าลืมสิ่งใดอีกครั้ง

 

 

“เวินหนิง ข้ามาแล้ว”

 

นี่ใช่คุณชายเซียวจ้านที่เวินหนิงรู้จักจริงหรือ? ใบหน้าที่เคยเปี่ยมไปด้วยความร่าเริงและรอยยิ้มตอนนี้ช่างเศร้าหมองแม้ว่าดวงจันทร์จะส่องแสงเพียงสลัว แต่เวินหนิงก็เห็นใบหน้าของเซียวจ้านดี

 

ดวงตาบอบช้ำเพราะร้องไห้มาเนิ่นนานและความอิดโรยเต็มที ดูเปราะบางพร้อมแตกสลายได้ทุกเมื่อเสียจนเวินหนิงต้องรีบเดินเข้าไปพยุง

 

“คุณชายเดินไหวหรือไม่? ข้าเอายามาด้วยเผื่อกลางทางท่านแพ้ท้อง”

 

“ไหว ข้าว่าเรารีบไปกันเถิดเพราะข้าไม่รู้ว่าตอนที่ข้าขยับกายจากเตียงอี้ป๋อจะรู้สึกตัวหรือไม่”

 

เวินหนิงพยักหน้าเข้าใจที่เซียวจ้านบอกและสอดสายตาระแวดระวังไปทั่ว มือของชายหนุ่มคว้าห่อผ้าพวกนั้นและเดินพยุงร่างโงนเงนของเซียวจ้านจนถึงรถม้าที่เตรียมไว้รอ แม้ว่าเซียวจ้านจะขึ้นไปอย่างยากลำบากแต่สุดท้ายก็เดินขึ้นไปนั่งกอดขาได้สักที

 

เวินหนิงนั่งบังคับม้าแต่ไม่วายลอบมองเจ้านายตัวเองเป็นระยะ เขาสงสารเซียวจ้านจับใจ

 

“มันจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่ท่านจะเสียใจ...คุณชายเซียวจ้าน”

 

เวินหนิงเอ่ยขึ้นก่อนจะหันไปบังคับม้าสองตัวด้านหน้าให้วิ่งไปตามค่ำคืนโดยไม่ลืมขับขานบทเพลงเพื่ออยู่เป็นเพื่อนเซียวจ้านยามที่กำลังเปราะบางนี้ ราวกับเป็นคำสัญญาว่าเซียวจ้านจะมีบ่าวคนนี้เคียงข้างไปในทุกช่วงเวลาชีวิตเช่นกัน

 

“ลาก่อน หวังว่าเราคงไม่ได้พบกันอีก”

 

น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยขึ้นพร้อมกอดร่างของตัวเองเอาไว้ กลิ่นมิ้นท์หอมยังคงติดตามร่างกายยามที่อี้ป๋อนอนกอดก่อนที่เขาจะลอบหนีมา ยิ่งสูดดมตามเสื้อผ้าตัวเองก็ยิ่งเจ็บปวดแทบขาดใจ การจะรักใครสักคนมันเจ็บปวดเช่นนี้เองหรือ วันนี้เซียวจ้านเพิ่งเข้าใจ

 

เขาจะเรียนรู้รักครั้งนี้เอาไว้และจะไม่ปล่อยให้ตัวเองต้องเจ็บปวดอีกเป็นครั้งที่สอง

 

 

เปลือกตาสีอ่อนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาเพื่อรับแสงอาทิตย์ที่เริ่มส่องเข้ามาแม้ว่าจะเป็นเพียงยามรุ่งสางเท่านั้น มือแกร่งกวาดไปที่ด้านข้างตรงที่เซียวจ้านนอนตะแคงให้เขากอดทั้งคืน แต่ไม่มีร่างของอีกคนอยู่ ไม่เพียงเท่านั้นเพราะแม้แต่สัมผัสอุ่นของที่นอนยังไม่มี

 

“เซียวจ้าน”

 

เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นไม่ดังและไม่เบานัก ดวงตาสีนิลมองไปทั่วห้องไม่ว่าจะเป็นโต๊ะน้ำชา หรือห้องน้ำที่เปิดประตูทิ้งเอาไว้ อี้ป๋อยังคงรักษากิริยาด้วยการเดินช้าๆ ไปตามเรือน ตรวจดูในห้องน้ำไม่มีใครก็รีบล้างหน้าล้างตาว่าจะเดินไปดูที่เรือนใหญ่

 

“เซียวจ้านตื่นแต่เช้าทำไมกัน?”

 

ยังคงคิดในแง่ดีว่าอาจลุกขึ้นไปทำอาหารเช้ากับพวกคนงานในบ้านหรือกับเวินฉิง รอยยิ้มเล็กๆ ผุดขึ้นที่ริมฝีปากของอี้ป๋อและรู้สึกโล่งใจที่เซียวจ้านหายเคืองโกรธ แค่เมื่อคืนอี้ป๋อก็รู้สึกทรมานใจจะแย่

 

ได้นอนกอดแต่ไม่รู้ซึ้งถึงคำว่าอบอุ่นเหมือนทุกๆ คืนที่ผ่านมา เซียวจ้านเย็นชาจนหนาวเหน็บ

 

“อ้าว อี้ป๋อทำไมตื่นมาคนเดียว เซียวจ้านป่วยหรือ?” ช้าก่อน ขอให้อี้ป๋อได้มีเวลารวบความคิดกับประโยคทักทายของเวินฉิงทันทีที่อี้ป๋อเดินมาถึงเสียก่อน หากเซียวจ้านอยู่ที่เรือนใหญ่นางคงไม่ถามเช่นนี้เป็นแน่

 

“เขาไม่ได้อยู่ที่เรือนเล็ก ข้าออกมาเพราะคิดว่าเขาอยู่ที่นี่”

 

“หืม จะเป็นไปได้อย่างไรในเมื่อข้าและคนอื่นๆ ไม่เห็นเงาของเซียวจ้านเลย ข้านึกว่าป่วยเสียอีกเลยต้มยาไว้ให้เห็นอาการไม่ดีตั้งแต่เมื่อคืน”

 

ไม่รอช้าให้คิดอะไรได้อีก อี้ป๋อสาวเท้าขึ้นบันไดไปชั้นสองเพื่อเดินหาเซียวจ้านที่ห้องนอนเดิม คิดเข้าข้างตัวเองว่าอาจจะโกรธเคืองหนีมานอนที่นี่คนเดียว แต่ไม่เลยไม่มีแม้แต่ร่องรอยการเข้ามาในห้องด้วยซ้ำ กลอนประตูยังอยู่ครบไม่มีใครเข้าไปได้

 

แล้วเซียวจ้านอยู่ที่ใด

 

“คุณชายอี้ป๋อข้ามีเรื่องมารายงานท่าน!!”

 

เสียงเอะอะโวยวายของซือจุยชั้นล่างดังมาถึงชั้นสองทำเอาอี้ป๋อรีบสาวเท้าลงบันไดไปยังซือจุยด้านล่าง เวินฉิงเองก็ยืนอยู่ด้วยเพราะอยากรู้ว่ามันเป็นเรื่องอะไรกันแน่ทำไมเด็กหนุ่มต้องทำหน้าแตกตื่นมาอย่างนี้

 

“ว่ามา”

 

“เมื่อคืนข้าเจอเวินหนิงเขาเล่าให้ข้าฟังว่าคุณชายใจร้ายนักเขาจะไม่ปล่อยให้คุณชายเซียวจ้านต้องเสียใจเพราะท่านอีก ข้า...ข้าไม่ได้อยากละลาบละล้วงท่าน”

 

อี้ป๋อเริ่มใจเต้นไม่เป็นจังหวะเมื่อซือจุยพูดไปด้วยหอบไปด้วย สีหน้าหวาดกลัวของซือจุยที่ต้องการพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่กล้าพูดนั่นแหละคือกุญแจคลายความสงสัยทั้งหมด อี้ป๋อจึงพยักหน้าอนุญาตให้ถามมาได้เพราะถ้าไม่อนุญาต

 

อี้ป๋อจะไม่มีทางได้รู้เลยว่าที่เวินหนิงบอกจะไม่ให้เซียวจ้านเสียใจอีกมันหมายความว่าอย่างไรกันแน่

 

“เมื่อคืนท่านได้จูบกับแม่นางจื่ออี้ใช่หรือไม่?”

 

ใบหน้าเด็กหนุ่มหลุบต่ำมองพื้นเนื้อตัวก็สั่นระริกที่บังอาจถามเรื่องพวกนี้กับนายท่าน มันเป็นเรื่องไม่สมควร

 

“หมายความว่าอย่างไรอี้ป๋อ เจ้าได้ทำเรื่องเช่นนั้นหรือไม่?”

 

เพียงอี้ป๋อพยักหน้าเวินฉิงก็พอจับเรื่องชนปลายถูกถึงสาเหตุที่ไม่เห็นเซียวจ้านในเรือนหวังอีก เสียงฝ่าเท้าของซีเฉินที่รีบเดินมาขนาบข้างเวินฉิงก็พลอยสงสัยไปด้วยว่ามีเหตุการณ์อะไรกัน

 

“ซือจุย เวินหนิงได้บอกหรือว่าเซียวจ้านเห็น?”

 

“ใช่แล้ว คุณชายเซียวจ้านเห็นและข้าคาดว่าพวกเขาทั้งสองคงหนีไปจากเรือนแล้ว ข้าเลยรีบวิ่งมาบอกท่าน”

 

ร่างทั้งร่างของอี้ป๋อแทบจะทรุดลงกับพื้น โชคดีที่มีซีเฉินพยุงแขนแกร่งเอาไว้และเข้าใจอาการของอี้ป๋อดีกว่าใคร ภายใต้ใบหน้าอันเรียบตึงแต่ภายในใจนั้นร้าวรานและเจ็บปวดเพียงใด ภรรยาหนีไปเพราะเห็นว่าเขาทำผิดมีหรือจะไม่นึกโกรธตัวเอง

 

“เจ้าทำเรื่องแบบนี้ได้อย่างไรอี้ป๋อ?”

 

“ข้าผิดเองท่านอา ข้าผิดที่เรื่องเกิดแต่กลับปิดบัง ท่านอาท่านน้า...ข้าจะทำอย่างไรดี?”

 

เรื่องอื่นอี้ป๋อนั้นฉลาดไปทุกเรื่องแต่พอเป็นเรื่องของหัวใจอี้ป๋อกลับโง่เขลานัก ตอนนี้โลกของอี้ป๋อที่มองเห็นมีเพียงสีเทาหมองไม่รู้ว่าจะเริ่มทำอย่างไร หัวสมองหนักอึ้งเมื่อรับรู้ว่าเซียวจ้านหอบลูกหนีจากไปแล้ว

 

“เจ้ารีบไปตามตัวหลานสะใภ้ข้าให้เจอเสียสิ มายืนร้องไห้ตรงนี้เมียจะกลับมาหรือไม่?”

 

ร้องไห้?

 

อี้ป๋อชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะใช้มือแตะไปที่แก้มของตัวเองเมื่อสัมผัสอุ่นไหลลงมา เรียวนิ้วผสมความอุ่นของน้ำเปื้อนแก้มสะท้อนนัยน์ตาสีนิลว่ามันคือน้ำตา น้ำตาที่เสียให้เพียงแค่พ่อแม่ในครานั้นและในวันนี้เขามอบให้กับเซียวจ้าน

 

“อี้ป๋อ...ไปบ้านเจียงเฉิงเถอะ ข้าว่าเซียวจ้านน่าจะไปที่นั่นแหละไม่น่าไปที่อื่น”

 

หลังจากร่างหนาตกใจกับน้ำตาที่ไหลลงมาก็รีบปาดน้ำตาพวกนั้นทิ้งด้วยฝ่ามือก่อนจะหันไปก้มหัวให้กับซีเฉินและเวินฉิงตรงหน้า ซือจุยไม่รอให้นายสั่งก็รีบเดินตามอี้ป๋อขึ้นรถม้าไป

 

“เซียวจ้าน ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเกลียดข้า ไม่ยอมให้เจ้าหนีห่างจากข้า ไม่มีวัน”

 

หัวใจอันร้าวรานของอี้ป๋อกลั่นกรองเป็นคำพูดผ่านน้ำเสียงทุ้ม เขาผิดเองที่ไม่ยอมบอกทั้งหมดกับเซียวจ้านทั้งๆ ที่เมื่อคืนเมื่อได้ฉุกคิดแล้ว อี้ป๋อนั้นได้รับโอกาสจากเซียวจ้านแต่เขากลับปัดมันทิ้งด้วยการปิดบัง

 

จากนี้หากได้เซียวจ้านกลับมาเขาจะไม่ยอมให้เรื่องแย่ๆ เกิดขึ้นอีก อี้ป๋อรู้แล้วว่ารักเซียวจ้านมากเพียงใด

 

 

 

100%

 

#ม่านวิวาห์อลเวง

 

เช็คเลขพัสดุรอบรีปริ้นท์ครั้งที่ 2 ได้ที่ คลิกที่นี่

 

E-BOOK

 

sds

 

นักอ่านสามารถซื้อ #ม่านวิวาห์อลเวง แบบอีบุ๊คได้ที่ คลิกที่นี่

 

 

ศึกษาวิธีการซื้อได้ที่ คลิกที่นี่

 

 

หรือสามารถติดต่อสอบถามผ่านแอคทวิตเตอร์ @porzhan

 

ฝากติดตามและเป็นกำลังใจผ่าน #ม่านวิวาห์อลเวง ด้วยนะคะ

ช่องทางการติดตามการอัพเดตแฟนฟิค

TWITTER : @porzhan

AUTHOR : SNOOKY

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.271K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,419 ความคิดเห็น

  1. #2340 My love markbam (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มกราคม 2563 / 23:14
    จ้านเสียรู้ป๋อแล้ววว
    #2,340
    0
  2. #2212 Lazy_g (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 13:43
    หลานมาแน่ คิกค้ากกกก
    #2,212
    0
  3. #2172 หัวเห็ดรักเหม่งน้อย (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 23:17

    จ้าน ชั่งไม่รู้อะไรบ้างเลย ในความคุ้นเคยกันอยู่ มันแฝงอัไรที่มากกว่านั้น อิอิ!! บนเตียงสองครั้งสองครา
    #2,172
    0
  4. #2086 pondww♥ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 00:49
    ไม่ได้บอกชอบแต่ก็เหมือนบอกกลายๆแล้วป่ะ โอ้ยยยยย อี้ป๋อเอ๊ยย สู้ๆนะคะ
    #2,086
    0
  5. #2053 ...mauve (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 19:20
    ปากหนักจังเลยอ่า
    #2,053
    0
  6. #1951 ChonladaDao (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 13:39
    กี้ดดดดดดทั่นเเลงมากกก
    #1,951
    0
  7. #1764 zebra (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 23:56

    เตรียมทิชชู่ พร้อมแล้ว

    #1,764
    0
  8. #1703 Area6104 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 00:04
    อบอุ่นหัวใจมากเลยอ่ะ เป็นเขินแทนแล้ว
    #1,703
    0
  9. #1662 kundaneilllll (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 13:59
    แค่กๆๆ เตรียมทิชชู่ซับอะไรดี
    #1,662
    0
  10. #1660 toto (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 13:43

    จ้านน่ารักเกินไปป๋ออดใจไม่ไหว

    #1,660
    0
  11. #1659 demon@0@ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 13:05
    รุกแรงกว่านี้อี้ป๋อ เอาให้อายม้วนไปเร๊ยยย
    #1,659
    0
  12. #1656 nuneny_NJ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 08:41
    อ่านบนรถเมล์อ่ะคิดดู อ้ากกกกหทฟสกาไบกาไบ
    #1,656
    0
  13. #1655 polypoll (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 02:41
    รอตอนต่อไปเลยอรุ่มมมม
    #1,655
    0
  14. #1653 นางสาวจันทร์จ้า (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 23:24
    แลงมากค่ะอี้ป๋อออ อรุ่มมมม
    #1,653
    0
  15. #1652 8FALLINLUV (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 21:38
    สงสัยอยากจะมีหลานให้ท่านอาอุ้มแล้ววว คิคิ
    #1,652
    0
  16. #1650 pattynawy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 18:17
    ต้องเกียมกี่ม้วนถึงจะพอ
    #1,650
    0
  17. #1648 NamWan0263 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 12:46
    โอ้ยยยคือแบบอ่านไปเขิลไป555
    #1,648
    0
  18. #1645 Milhoun (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 00:14

    เราเตรียมทิชชู่แล้ว
    #1,645
    0
  19. #1641 atompark1a (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 23:23
    มีใครอยากฝากซื้อทิชชู่หมอนหรือถังออกซิเจนมั้ยคะ พอดีว่าเราจะกดพรีออเดอร์เตียงกับถังไม้อาบน้ำมาสำรองให้คู่ข้าวใหม่ปลามันน่ะค่ะ คิดว่าน่าจะได้ใช้ ฝากซื้อได้นะคะ
    #1,641
    0
  20. #1639 Miss you too me (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 23:03

    อ้ากกกไม่ไหวแล้วล...เลือดนี่​นาอะเฮือก!
    #1,639
    0
  21. #1636 dek1mill (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 22:21
    ชอบคำว่า เกียมทิชชู่มากค่ะไรท์ ฮ่าๆ
    #1,636
    0
  22. #1635 0801044 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 19:43
    อร้ากกอยากไปตอนต่อไปเเร้วว
    #1,635
    0
  23. #1634 Kagi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 19:21

    กรี๊ดดดดดด. ยัยจ้านของแม่ยังไงเค้าก็ผัวเธอ ยอมๆเค้าไปเถอะ. แม่ชอบ 55555. ตอนหน้า เกียมเสื่อ เกียม. ทิชชู่. อย่าหักมุมนะไรท์จ๋า. ซับน้ำตาไม่เอาเด้อ ยัยจ้านของแม่ต้อฉดใฉ ไม่เหมาะดราม่า

    #1,634
    0
  24. #1633 L.a.cy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 18:55

    เนี่ย ล่อลวงเก่ง เซียวจ้านก็ทำใจนะ555555

    #1,633
    0
  25. #1631 realploy96 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 / 16:23
    ปากแข็งจริงๆ รอทิชชู่เลยค่าาาา
    #1,631
    0