[REWRITE] ม่านวิวาห์อลเวง [Chaotic wedding] #ป๋อจ้าน MPREG AUTHOR : SNOOKY

ตอนที่ 14 : รีไรท์ 第14 集 ม่านวิวาห์อลเวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,359 ครั้ง
    28 เม.ย. 63

ตอนที่ 14  ม่านวิวาห์อลเวง


เสียงเปิดกระดาษแผ่นต่อแผ่นอย่างเชื่องช้าด้วยเรียวมือหนาค่อยๆร่ายสายตาไปยังอักษรน้ำหมึกตามกิจวัตรประจำวันตั้งแต่ถูกมอบหมายให้ดูงานท่าเรือทั้งสี่  สีหน้าเคร่งเครียดของอี้ป๋อบ่งบอกว่าเมื่อยล้าสายตาเต็มทนแต่ก็ยังวางงานไม่ได้


เพิ่งจะแต่งงานไม่ถึงวันก็ไม่ได้อยู่คุยกับภรรยาป้ายแดง  จู่ๆอี้ป๋อก็นึกถึงเซียวจ้านขึ้นมา


เจ้ามันป่วนหัวข้าจริง”


อี้ป๋อพูดไปอย่างนั้นแต่กลับยกยิ้มมุมปากขึ้นมา  ตัวเขาเองก็ต้องยอมรับว่าเมื่อวานเป็นวันที่เขามีความสุขมากที่สุดในชีวิตหลังจากวันที่พ่อและแม่ตัวเองเสียไปพร้อมๆกัน  ยามที่ได้เห็นเซียวจ้านในชุดสีแดงกำมะหยี่เดินลงมาช้าๆตามขั้นบันได  รอยยิ้มหวานที่เขาเห็นมาหลายครั้งแต่กลับทำให้ใจพองโตได้เสมอ


จนกระทั่งคืนเข้าหอ  มันช่างน่าอับอายเสียจนอี้ป๋ออยากจะลืมๆไปนัก


...ตึกๆๆ...


คิ้วเรียวของอี้ป๋อขมวดเป็นปมเมื่อได้ยินเสียงกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาจากด้านนอกห้องทำงาน  ไม่ต้องตะโกนถามให้สิ้นแรงอี้ป๋อก็เดาได้ไม่ยากว่าเจ้าของเสียงเป็นใครหากไม่ใช่ภรรยาจอมแสบไร้สำรวมกิริยาของตัวเอง


อี้ป๋อๆๆ  ข้ามีเรื่องมาถามเจ้า” นั่นเสียประไร  อี้ป๋อเงยหน้ามองเซียวจ้านที่เดินมาหยุดตรงหน้าตัวเอง  ยืนค้ำหัวยิ้มร่าแบบนี้มีเรื่องอะไรเข้ามาให้ปวดหัวอีกแน่ๆ


ว่าอย่างไร?”


ท่านน้าเวินฉิงบอกว่าราตรีนี้มีงานโคมไฟที่ตลาด  ข้าจะขอออกไปเที่ยวเล่นได้หรือไม่?”


ไปกับใคร?” 


อี้ป๋อกดเสียงต่ำถามคนตรงหน้าก่อนจะละสายตามามองตัวหนังสือในสมุดแทน  เขาไม่อยากใส่ใจกับคำถามนัก รักสนุกอย่างเซียวจ้าน ถึงอย่างไรก็คงหาเรื่องออกไปเที่ยวได้เองไม่ต้องมาถามเขาด้วยซ้ำ


เวินหนิง  ข้าจะออกไปเที่ยวเล่น  ข้าสัญญาว่าจะไม่ก่อเรื่อง ข้า...”


ไม่ให้ไป” 


เซียวจ้านยังไม่ทันนั่งก้นติดเก้าอี้บุรุษตรงหน้าที่เพิ่งเป็นสามีของเขามาหมาดๆก็เอ่ยเสียงแข็งขึ้นมาเสียก่อน  ริมฝีปากยู่ของเซียวจ้านยกขึ้นเป็นรูปชัดว่าไม่พอใจ 


เหตุใดหรือบอกข้าหน่อยได้หรือไม่?  ข้าแค่อยากไปเที่ยวเล่นเดี๋ยวไม่เกินยามซวีข้ากลับมาแน่นอน” 


แต่ถึงไม่พอใจอย่างไรก็ต้องเอาใจไว้ก่อนเพราะเวินฉิงกำชับมาอย่างดีว่าถ้าอี้ป๋อไม่ให้ไปก็ไม่ได้ไปเที่ยวเล่น  เมื่อแต่งงานแล้วต้องทำตามที่สามีพูด  นั่นทำให้เซียวจ้านไม่มีทางเลือกเลยสักนิด


ไม่ให้ไปคือไม่ให้ไป”


หึ  อี้ป๋อ!  เจ้าจะให้ข้าอุดอู้อยู่แต่ในเรือนไม่ได้นะ  ข้าอยากไปเปิดหูเปิดตา”


อันตราย” 


ริมฝีปากสวยหุบทันควันพลันพินิจถึงวาจาที่อี้ป๋อกล่าวมา  ข้างนอกราตรีก็จริงแต่เขาเป็นบุรุษสมส่วนหาได้มีส่วนใดน่าห่วงเสียหน่อย  เหตุใดอี้ป๋อต้องห่วงราวกับเป็นสตรีตัวน้อยไปได้


ข้าเป็นบุรุษนะ  เรื่องท่องราตรีเป็นเรื่องที่ไม่น่าห่วงเลย  เถิดนะให้ข้าไปเถิด” 


เมื่อเสียงแข็งไม่ได้ผลย่อมต้องแลกกับน้ำเสียงออดอ้อนขัดกับใจตัวเองเสียหน่อย  เซียวจ้านล่ะเคยได้ยินมาหนาหูว่าเทศกาลโคมไฟของเมืองนี้น่าสนุกนัก  สุราก็หอมดนตรีก็น่าฟัง  ยิ่งสาวงาม...”


ถ้าข้าให้เจ้าไปข้าได้อะไร?”


เอ้ะ?” 


คำถามที่อี้ป๋อถามมาทำเอาเซียวจ้านชะงัก  ดวงตากลมโตมองไปยังหน้าอันหล่อเหลาไร้ที่ติแต่เหตุใดขยันเอารัดเอาเปรียบหาผลตอบแทนอยู่เรื่อย


มีให้เลือกสองอย่าง”


ว่ามา” 


เซียวจ้านยอมทำข้อแลกเปลี่ยนไม่ข้อใดก็ข้อหนึ่ง  แต่ถ้าอี้ป๋อตุกติกกับเขาล่ะก็จะไม่เลือกทางใดทั้งนั้น


ข้อแรกให้ข้าไปกับเจ้าไม่มีเวินหนิง” แค่ข้อแรกเซียวจ้านก็พ่นลมหายใจเป่าปอยผมที่ปรกแก้มแล้ว  ถ้าไปกับอี้ป๋อไม่ไปเสียดีกว่าเพราะมีหวังสุราไม่ได้แตะ  สาวงามไม่ได้ส่อง การพนันไม่ได้ดูพอดี


ข้อสองเจ้าไปกับเวินหนิงแต่ข้าจะให้เจ้าเพรียกชื่อข้าทั้งคืน”


อี้ป๋อ!!” 


แก้มนวลจากขาวผ่องเปลี่ยนสีเป็นแดงระเรื่อเมื่ออี้ป๋อเสนอทางเลือกที่สองมา  หัวเด็ดตีนขาดเซียวจ้านจะไม่มีวันเลือกข้อสองเด็ดขาด  คนอะไรเย็นชาดุจหิมะหน้าหนาวแต่กลับพูดเรื่องบนเตียงมาได้ไม่อายปาก


ว่าอย่างไร  เลือกข้อใด?” เทศกาลมีเพียงคืนเดียว  ถ้าเซียวจ้านไม่ได้ไปย่อมขาดใจตายแน่ๆ  เป็นไงเป็นกันได้ไปก่อนแล้วค่อยว่าทีหลังย่อมได้


ข้อแรก  ข้าเลือกข้อแรกได้ไปกับเจ้า  ตกลงแล้วใช่ไหม?”


อืม  ยามโหย่วหลังมื้อเย็นค่อยไป”


เจ้ามันร้ายอี้ป๋อ  เจ้ามันเจ้าเล่ห์นัก!”


เซียวจ้านเอาพู่กันจุ่มหมึกแล้วขีดเขียนไปที่หลังฝ่ามือของอี้ป๋ออย่างนึกแค้นใจ  บีบให้เซียวจ้านไม่มีทางเลือกเพราะรู้แก่ใจว่าถึงเยี่ยงไรเซียวจ้านต้องไม่เลือกข้อที่สองเป็นแน่  คาดไว้ในหัวสินะว่าต้องตามติดให้ได้  ดีเซียวจ้านจะเอาคืนให้หนักเลย


เด็กจริงๆ”


พูดไปอย่างนั้นแต่เมื่อเซียวจ้านลับสายตาไปจากห้องทำงานก็เอามือมาลูบรอยน้ำหมึกบนมือเบาๆราวกับกลัวว่ามันจะหลุดลอกอย่างไรอย่างนั้น  ตัวอักษรที่ไม่เป็นตัวอักษร  เป็นเพียงขีดยาวๆสองเส้นแต่กลับน่าดูเสียจนเพ่งอยู่นานสองนาน

 



เวินหนิงวิ่งหน้าตาตื่นมาทางเซียวจ้านที่เพิ่งจะเดินออกมาจากห้องทำงานของอี้ป๋อเมื่อครู่  ดวงตากลมโตมองอย่างไม่สบอารมณ์นักเพราะเพิ่งจะเคืองอี้ป๋อมาเลยตวัดน้ำเสียงถามไปอย่างแข็งๆ


มีอะไรเวินหนิง  เหตุใดวิ่งหน้าตาตื่นมา?”


คุณชายๆ  ข้าเห็นลูกนกตกรังมาจากต้นมะม่วงที่เราเคยปีนเก็บ  ข้าจะหาซือจุยไปช่วยกันคืนแม่นกบนรังแต่ข้าไม่เจอเลยว่าจะตามท่าน...”


หืม?  ไปสิไปทางไหน  นำข้าไป” เอาแล้วล่ะ  เซียวจ้านว่าเซียวจ้านมีวิธีทำให้อารมณ์ดีแล้ว  กลับไปเล่นตามนิสัยตัวเองเสียดีกว่าหากเอาแต่คิดข้อต่อรองของอี้ป๋อเมื่อครู่มีหวังอารมณ์บูดไปทั้งวันแน่ๆ


ตรงนี้ๆ  นั่นไงลูกนก” 


เซียวจ้านมองไปยังนกตัวน้อยที่ตกมาข้างๆโคนต้นมะม่วงต้นใหญ่  สีขนขาวราวกับหิมะเปื้อนดินมอมแมมไปหมดจนอดน่าสงสารไม่ได้  หากมันอยู่ตรงนี้นานอีกเสียหน่อยมันต้องตายแน่ๆ


เอาเยี่ยงนี้นะเวินหนิง  ข้าจะปีนขึ้นไปดูรังมันก่อนว่าอยู่ที่ไหน หาเจอแล้วเจ้าค่อยส่งมันขึ้นมา” เวินหนิงพยักหน้าเข้าใจตามที่เซียวจ้านสั่ง  ร่างโปร่งจัดขากางเกงให้ไม่รุ่มร่ามเกะกะและตวัดขาปีนไปตามกิ่งไม้อย่างเชี่ยวชาญ  เรื่องซนๆขอให้บอกเซียวจ้านเถอะถนัดกว่าทำอาหารแน่นอน


เจอไหมคุณชายหลี่?”


ยัง  ข้ายังหาไม่เจอ”


เซียวจ้านปีนขึ้นไปได้สักพักก็ยังไม่เจอรังนกที่ว่า  หัวอกร้อนรนเมื่อคิดว่าหากนานกว่านี้แม่มันอาจจะเป็นห่วงหรือไม่นกน้อยอาจตายเสียก่อน  ตัวนิดเดียวแท้ๆไม่อยากให้มาเผชิญกรรมเยี่ยงนี้  เขาเองก็เคยเป็นเด็กที่พลัดจากแม่  เขาไม่อยากให้ลูกนกเสียแม่ไปเหมือนตัวเอง


น้ำตาเอ่อคลอเบ้าตาสวยเมื่อคิดไปถึงวันงานหนึ่งที่เดินไปตามท้องถนนดินสีแดง  เขาพลัดจากแม่ตัวเองร้องห่มร้องไห้จนกระทั่งรู้ว่าแม่ไม่มีทางกลับมาหาเขาอีกแล้ว  เซียวจ้านสะบัดหัวเล็กน้อยไม่อยากนึกถึงความเจ็บปวดพวกนั้น  แม้จะยังเด็กมากแต่สมองกลับจำได้ดี


คุณชายหลี่เป็นอะไรไปหรือ?”


เปล่า  ข้าไม่ได้เป็นอะไร  อ้ะ  ข้าเจอแล้วเจ้าส่งนกมาได้  ระวังอย่าจับแรงหาผ้ามารองมือเจ้าด้วยเดี๋ยวนกติดเชื้อที่มือ” เซียวจ้านอธิบายอย่างใจเย็น  ลูกนกไม่ควรโดนมือคนหรือสัตว์อื่นเพราะมันยังไม่มีภูมิคุ้มกันร่างกายจึงเป็นห่วงว่าเวินหนิงจะทำมันตายทั้งๆที่ยังไม่ถึงรัง


ท่านนี่เข้าใจชีวิตลูกนกแท้นักราวกับกำลังมีลูกเป็นของตัวเอง”


เพ้อเจ้อหน่า  ถ้าไม่ส่งมาสักทีข้าจะลงไปเตะเจ้าระบายอารมณ์เสียตอนนี้”


เวินหนิงหัวเราะร่าแต่ก็กลัวว่าเซียวจ้านจะกระโดดลงจากต้นมะม่วงจริงๆ  เลยต้องรีบยื่นลูกนกในมือให้เซียวจ้านไป  เสียงเอะอะโวยวายของทั้งสองดังไปถึงห้องทำงานของอี้ป๋ออย่างเสียไม่ได้  เรียวมือหนาละจากกระดาษตรงหน้าเปลี่ยนเป็นยืนเฝ้ามองจากหน้าต่าง


ดวงตาสีนิลจ้องไปที่ร่างของเซียวจ้านบนต้นมะม่วงและบทสนทนาที่ทำเอารอยยิ้มเล็กๆผุดขึ้นตามมุมปากหนา  แม้ว่าเซียวจ้านจะดูแสบซนแต่สิ่งที่ทำลงไปคือความจิตใจดี


เป็นอะไรไป?”


อี้ป๋อไม่ได้ถามใคร  เพียงแต่ถามหัวใจของตัวเองที่มันเต้นเสียงดังออกมาจากหน้าอกข้างซ้ายจนต้องเอามือมาจับเอาไว้และเงยหน้ามองใบหน้าเปื้อนยิ้มเสียงหัวเราะของเซียวจ้านบนต้นมะม่วง  มือน้อยเอาผลมะม่วงปาใส่เวินหนิงบ้างตะโกนจะฆ่าจะแกงกันบ้าง


เซียวจ้านจะมีนาทีไหนไม่สดใสบ้างนะ  อี้ป๋อได้แต่ถามตัวเองในใจ

 

 

ถึงยามโหย่วหลังมื้อเย็นเซียวจ้านก็รีบเดินมารออี้ป๋อหน้าเรือน  เท้าเรียวใต้รองเท้าสีดำขลับมันวาวเตะใบหญ้าตามพื้นเล่นเมื่อรออยู่ครู่หนึ่งแต่อี้ป๋อก็ยังไม่ออกมาเสียที  ล่าสุดเท่าที่เซียวจ้านเห็นก็คือคุยกับซีเฉินอยู่


คุยกันไม่เสร็จอีกหรือ  จะสร้างท่าเรือใหม่หรืออย่างไรคุยนานเชียว”


ปากยู่ๆของเซียวจ้านจับเป็นรูปเอ่ยบ่นคนที่อยู่ในเรือน  รู้อยู่หรอกว่าเทศกาลโคมไฟไม่ได้หนีหายไปไหน  แต่ถ้าไปช้าก็ได้เที่ยวน้อย  อี้ป๋อหนออี้ป๋อช่างไม่รับรู้เลยว่าเซียวจ้านนับนาทีรอให้ถึงยามโหย่วเพียงไหน  อยากจะไปเดินเล่นเต็มแก่แล้ว


ข้าว่าจะสร้างท่าเรือไว้ให้เจ้าไปคุมนั่นแหละ  ดีไหม?”


อี้ป๋อ!” 


ลำตัวของเซียวจ้านสะดุ้งแรงเมื่อได้ยินเสียงอี้ป๋อดังมาจากด้านหลัง  คนอะไรมาไม่ให้ซุ่มให้เสียงจนเซียวจ้านรีบหันขวับไปทางด้านหลังและย่นหน้าใส่


ไม่ดี  ข้าไม่อยากคุมงานอะไรทั้งนั้นเลิกล้อเล่นสักที  ไปกันไปงานโคมไฟกัน!”


ไม่ต้องชักช้ามากความอีกแล้ว  เซียวจ้านคว้ามือของอี้ป๋อเดินไปยังถนนหนทางโดยถือวิสาสะ  ฝ่ามือบางกุมมือใหญ่เอาไว้แน่นกระชากลากถูให้อี้ป๋อเดินตามแรงไป  ร่างของอี้ป๋อเลยต้องเดินไปตามแรงจูงนั่นอย่างเสียไม่ได้


แต่สายตากลับจดจ้องอยู่ที่มือที่ประสานกันแน่นจนแทบไม่ได้ดูหนทาง เดินมาไม่ไกลนักสักประมาณสองเค่อได้ ทั้งอี้ป๋อและเซียวจ้านก็มาหยุดอยู่ในงานโคมไฟ  ตามรายทางที่เดินมาถูกประดับประดาไปด้วยโคมไฟสีแดงทั่วงานสุดลูกหูลูกตา  ผ้าที่สานไขว้ไปมาเหนือหัวสีฟ้าสะท้อนกับแสงไฟยามราตรีสะกดสายตาของเซียวจ้านให้จ้องมองและคลี่ยิ้มสวย


อี้ป๋อ  เจ้าดูสิสวยมาก”


เซียวจ้านมองไปที่โคมไฟสีแดงสลับสีขาวรายทางพวกนั้นซึ่งห้อยตามเชือก  เสียงบรรเลงจากกลองดังอื้ออึงไปทั่วงาน  เสียงพูดคุยจอแจจากคนที่เดิน  มันเป็นบรรยากาศสุดคึกคักที่เซียวจ้านไม่ได้เห็นนานมากแล้ว  ยามที่ดวงตาใสมองไปยังโคมไฟพวกนั้นก็สวยงามไม่แพ้กัน


ใบหน้าที่หวานราวน้ำผึ้งเดือนห้าเมื่อเปล่งความสุขออกมาก็ยิ่งทำให้หวานสวยไปอีก  ชนิดที่ว่าทำให้อี้ป๋อไม่ได้สนใจบรรยากาศรอบตัว


อืม  สวย”


นั่นไงข้าว่าแล้วว่าเจ้าต้องชมว่างานโคมไฟสวยยิ่งนัก  อิจฉาเจ้านะได้อยู่ในเมืองที่มีเทศกาลพวกนี้  แต่อย่างเจ้าคงไม่ได้ออกมาเดิน...”


ไม่ได้หมายถึงงานที่สวย” 



อี้ป๋อมองมายังหน้าของเซียวจ้านที่เอ่ยเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ข้างกาย  เซียวจ้านชะงักน้ำเสียงไปและขมวดคิ้วเรียวเข้มเข้าหากัน  หากอี้ป๋อบอกว่างานไม่สวยแล้วเหตุใดถึงชมว่าสวย 


ไม่ใช่งานที่สวยแล้วหมายถึงอะไร?”


สิ่งที่ข้ามอง...นั่นแหละคือสิ่งที่สวย” 


เซียวจ้านยิ่งสงสัยเข้าไปอีก  ดวงตากลมโตมองไปยังดวงตาสีนิลเพื่อจับจ้องว่าร่างหนาตรงหน้ามองอะไรกันแน่  กลอกซ้ายทีกลอกขวาที  อี้ป๋อก็ไม่ได้มองไปทางใดเสียนอกจากใบหน้าของเซียวจ้าน


เอ่อ...ข้าว่าเราเดินไปดูโคมไฟตรงนั้นกันเถิด”


ใบหน้าที่เคยขาวผ่องเริ่มกลายเป็นสีแดงสู้สีโคมไฟเสียจนต้องรีบเปลี่ยนเรื่องแล้วเดินนำไปด้านหน้า  เซียวจ้านไม่อยากคิดไปเองว่าที่อี้ป๋อชมว่าสวยน่ะคือตัวเขาหรอกนะ  ไม่อยากจะเชื่อต่างหากว่าคนนิ่งๆอย่างอี้ป๋อจะมาพูดจาเลี่ยนหู


ดูท่าแล้วเซียวจ้านน่าจะหูเพี้ยนตาฝาดไปเองนั่นแหละ


พ่อหนุ่มสนใจโคมไฟลายกระต่ายหรือไม่  มันขึ้นชื่อถึงเรื่องโชคนักหนา  ยามที่นำไปแขวนหน้าเรือนจะได้สะท้อนเคียงคู่กับกระต่ายบนดวงจันทร์”


พ่อค้ารายทางหว่านล้อมคำพูดมายังเซียวจ้าน  เรียวขาเพรียวหยุดตามคำหว่านล้อมพวกนั้นและย่างเท้าเข้าไปดูใกล้ๆ  โคมไฟสีขาวรายล้อมไปด้วยโคมไฟสีแดงช่างเด่นตาไปด้วยเส้นน้ำหมึกลายกระต่ายกำลังเคี้ยวต้นหญ้า  สวยงามและอ่อนช้อย


อี้ป๋อ  เราซื้อไปดีหรือไม่?”


อืม  ซื้อสิ” 


ใจทั้งดวงของเซียวจ้านพองโตราวกับมีโคมไฟสีชมพูล่องลอยเล่นในอก  น้ำเสียงทุ้มตามอกตามใจที่เซียวจ้านไม่เคยได้ยินพวกนั้นทำเอามือน้อยสั่นไปหมดก่อนจะเงยหน้ามองอี้ป๋อช้าๆ


เจ้าตามใจข้าเสียเมื่อไหร่กันนะ  แต่ก็...ขอบใจนะ”


ริมฝีปากคลี่ยิ้มสวยจนจุดขี้แมลงวันเล็กๆใต้ริมฝีปากอิ่มสั่นไหว  ดวงตากลมโตกลายเป็นเพียงเสี้ยวตาหยียามหลับพริ้มยิ้มมาทางอี้ป๋อและส่งเสียงเริงร่าเล็กน้อยอี้ป๋อไม่สามารถละสายตาจากใบหน้าหวาน  รอยยิ้มกว้าง  ไม่เว้นกระทั่งแก้มนวล  เขาทำเพียงแค่อมยิ้มทางมุมปากส่งกลับไป


ก้อนเงินในกระเป๋าเหน็บข้างกายถูกมือหนาหยิบออกมาและส่งให้พ่อค้าเมื่อตอนนี้เซียวจ้านหันไปเลือกโคมไฟอย่างใจจดใจจ่อ  ปลายนิ้วชี้จิ้มอันนั้นทีอันนี้ทีจนเลือกอันที่ถูกใจได้  นั่นคือลายกระต่ายในดงหญ้า


คู่รักสมัยนี้น่ารักจริงเชียว ขอให้ครองรักกันนานๆนะพ่อหนุ่มทั้งสอง”


เห?  ข้ากับเขา  เอ่อ...” 


เซียวจ้านรีบยกมือทั้งๆที่ถือด้ามไม้หิ้วโคมไฟนั่นขึ้นมาโบกเล็กน้อยเป็นเชิงปฏิเสธที่พ่อค้าเอ่ยหยอกล้อระหว่างตนกับอี้ป๋อ  เพียงแต่เป็นน้ำเสียงเข้มเอ่ยทับขึ้นมาขัดเสียก่อน


ไปกันเถิดเซียวจ้าน” 


จะได้ไม่มีวาจาค้านอะไรที่พ่อค้านั้นพูดได้อย่างไรเล่า  อี้ป๋อหนออี้ป๋อช่างชัดเจนเกินไปแล้ว  หากพูดอย่างนี้เซียวจ้านจะไม่ขัดเขินได้เยี่ยงไรกัน


ขนมบัวลอยมงคลทางนี้  รสชาติดั้งเดิมเชิญแวะชิมก่อนได้เจ้าข้าเอ๋ย”


เสียงแม่ค้าตะโกนเรียกคนที่เดินไปมา เซียวจ้านและอี้ป๋อก็เพิ่งสังเกตเห็นว่าโดยมากมักจะมาเป็นคู่ๆ  คู่ชายหญิงคู่รักเดินจูงมือเที่ยวชมงานคงจะมีเพียงคู่ของตัวเองกระมังที่มากับชายด้วยกัน  โชคดีที่ไม่ตกเป็นเป้าสายตาเพราะคิดว่าเป็นสหายรัก


ไม่มีใครอาจรู้ว่าทั้งสองไม่ใช่เพียงมิตรสหายแต่เป็นถึงสามีภรรยาผ่านงานวิวาห์กันมาแล้ว


พ่อหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาทั้งสองเชิญชิมขนมบัวลอยมงคลก่อนดีหรือไม่  งานโคมไฟเช่นนี้ต้องกินเป็นสิริมงคล”


เซียวจ้านหันไปมองอี้ป๋อที่ถูกแม่ค้าวัยกลางคนทักเข้า  ชายหนุ่มตัวโปร่งยื่นโคมไฟให้อี้ป๋อทันทีเพื่อให้ช่วยถือให้หน่อยแล้วตัวเองจะเป็นฝ่ายเจรจาแทน  ไม่อย่างนั้นนางได้หาว่าอี้ป๋อเป็นใบ้แน่ๆ  ก็นอกจากคนคุ้นหน้าอี้ป๋อเคยเสวนากับคนแปลกหน้าเสียที่ไหนกัน


มันเป็นสิริมงคลอย่างไรหรือ?”


ตายจริงคนสมัยใหม่อาจไม่รู้ว่างานโคมไฟคู่กับทังหยวนสินะ  ปกติวันนี้คนมีเรือนจะทานกันที่บ้านหากเป็นคู่รักเดินเที่ยวงานต้องกินเพื่อเสริมความรักให้ครองคู่กันนานๆไงพ่อหนุ่ม  แต่ไม่เป็นไรจะมิตรสหายย่อมได้”


ด้วยความอยากขายขนมทังหยวนหรือขนมบัวลอยจนเต็มแก่  อะไรที่พูดเชิญชวนได้นางก็จะพูดออกมาเสียหมดจนเซียวจ้านไม่กล้ากินขึ้นมาเสียงั้น  หากเป็นขนมมงคลจริงๆมิใช่ว่าเขากับอี้ป๋อจะอยู่ด้วยกันไปนานๆหรือ


เอ่องั้นข้าว่าข้าไม่เอา...”


พวกข้าซื้อหนึ่งถ้วย”


อี้ป๋อ!  เจ้าก็รู้...”


อี้ป๋อไม่ได้ฟังคำท้วงจากเซียวจ้านแม้แต่น้อย  เมื่อได้ยินถึงความหมายของขนมทังหยวนก็หูผึ่งมือไวหยิบเงินในกระเป๋าใบเล็กยื่นให้แม่ค้าแล้วส่งบัวลอยดั้งเดิมถึงมือเซียวจ้านทันที  ยังไม่ทันที่เซียวจ้านจะซักถามพ่อหนุ่มเจ้าของเงินก็รีบเดินนำหน้าไปซะก่อน


เดี๋ยวก่อนสิอี้ป๋อ  เจ้าจะซื้อทำไม...เฮ้อ  อันที่จริงข้าอยากกินมากแต่ข้าว่าความหมาย...”


เจ้าจะกลัวอะไร  ขนมย่อมเป็นขนม”


แล้วเจ้าได้ยินความหมายแล้วจะรีบซื้อทำไมกันเล่า  หรือเป็นเพราะ...”


อี้ป๋อหยุดเดินแล้วฟังเซียวจ้านพูดได้ไม่นานเมื่อเรื่องเริ่มเข้าตัวก็รีบเดินไปที่ริมแม่น้ำทันที  ผู้คนมากมายยืนออกันอยู่ตรงริมแม่น้ำที่ประดับไปด้วยโคมไฟไม่ต่างจากตามริมถนน  เพียงแต่พวกเขาเหมือนรอคอยอะไรบางอย่างกลางแม่น้ำ


เซียวจ้านเห็นแล้วก็อดอยากรู้ไม่ได้เลยกระแซะไหล่ถามชายข้างๆ


อี้ป๋อ  พวกเขาเฝ้ารออะไรกันหรือ?”


ลอยโคมไฟ  อีกสักเค่อหนึ่งคงเริ่ม”


เค่อหนึ่งที่ว่าประมาณสิบห้านาทีเห็นจะได้  เซียวจ้านเพ่งสายตาไปที่ถ้วยบัวลอยหวานในมือแล้วนึกเปรี้ยวปาก  ว่ากันนักต่อนักว่าบัวลอยงานโคมไฟอร่อยนัก  มือเรียวคว้าช้อนในถ้วยตักขึ้นมาใส่ปากหนึ่งลูก  เมื่อกัดไปหนึ่งคำไส้ถั่วหวานด้านในก็กระจายออกมาเต็มปากสร้างความหวานไปทั่วลิ้น


ดวงตากลมโตเบิกกว้างหันไปทางอี้ป๋อและพยักหน้าชอบอกชอบใจกับรสชาติของบัวลอยหวาน  อี้ป๋อขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็อดกลั้นมุมปากไม่ให้กระตุกเล็กน้อย  ถ้าหากเซียวจ้านมีหูตั้งยาวๆคงกลายเป็นกระต่ายน้อยยามได้ลิ้มรสหัวผักกากแสนอร่อยไปแล้ว


อี้ป๋อ  เจ้าจะชิมไหม?” 


เซียวจ้านเคี้ยวบัวลอยในปากแหละละเอียดก่อนจะกลืนลงคอสวยไป  พอหมดปากก็ฉุกคิดได้ว่าควรต้องถามคนข้างๆเสียหน่อยเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท


หวานหรือไม่?” 


แต่พออี้ป๋อถามกลับมาก็ทำให้เซียวจ้านคิดขึ้นมาได้ว่าอี้ป๋อคงไม่ชอบของหวานเท่าไหร่นัก  ลาภปากเพราะเขาจะได้จัดการบัวลอยลูกโตๆอีกสามสี่ลูกในนี้ให้หมดเสียคนเดียวไม่ต้องมีใครมาแย่ง


อ๋า  ข้าลืมว่าเจ้าไม่ชอบของหวาน  งั้นข้ากินคนเดียว  อื้อ!”


แต่หากลับใช่ที่เซียวจ้านคิดไว้ไม่  ริมฝีปากชมพูอ่อนยังกินบัวลอยอีกลูกไม่ถึงเสี้ยวด้วยซ้ำกลีบปากหยักก็บดลงมาที่กลีบปากบางเสียก่อน  ลิ้นอุ่นเกลี่ยไปตาม


ริมฝีปากของเซียวจ้านช้าๆราวกับต้องการซึมซับรสชาติน้ำกะทิกลิ่นหอมทีละนิด  เมื่อรสชาติกะทิเริ่มอ่อนลง  อี้ป๋อก็โลภมากอยากชิมความหวานของถั่วที่สอดไส้ในแป้งจึงสอดลิ้นเข้าไปในปากแล้วใช้ลิ้นดุนดันกวาดต้อนบัวลอยชิ้นนั้นเข้ามาในปากตัวเองและกลืนลงคอไป  เพียงแต่ทว่าทั้งๆที่ไม่มีอะไรอยู่ในปากทั้งสองคนแล้วแต่ทำไมอี้ป๋อไม่ผละริมฝีปากออกไปเสียที


อื้อ!”


มือน้อยๆของเซียวจ้านไล่ทุบอกของคนตรงหน้าเบาๆหลายครั้งเพื่อเตือนให้อีกคนถอนริมฝีปากไปได้แล้ว  คิ้วเรียวขมวดอย่างขัดใจและก่นเสียงผ่านลำคอออกมา


หวานจริงๆด้วย”


อี้ป๋อ  เจ้าจะตักกินก็กินเสียเจ้ามาแย่งข้า...แย่งบัวลอยในปากข้าได้เยี่ยงไร?”


เสื้อสีขาวของอี้ป๋อถูกมือของเซียวจ้านขยำจนยับยู่ยี่คามือและออกแรงเขย่าเล็กน้อย  ดวงตากลมมองไปยังรอบข้าง  โชคดีที่ไม่มีใครหันมาสนใจสิ่งที่พวกเขาทำกันเมื่อครู่  มิอย่างนั้นก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน


เจ้าเป็นขโมยหรือว่าเป็นคนพิการไร้มืองั้นหรือ  เหตุใดต้องมาแย่งข้าในปากด้วยเล่า!  หรือว่าเจ้าหลอกจูบข้า!!” อี้ป๋อไม่ได้ตอบอะไรนอกจากเบือนหน้าไปอีกทางและลอบยิ้มกริ่มตรงมุมปาก  ลิ้นหนาแลบออกมาจากมุมปากเพื่อกวาดความหวานซึ่งยังคงติดบนกลีบปากตัวเองลงคอไปอีกครั้ง


เจ้ามันร้ายกาจอี้ป๋อ  เจ้าเป็นใครมาหลอกจูบข้า”


สามี” ให้ตายเถอะ  อี้ป๋อกล้าตอบแบบนั้นออกมาหน้าตาเฉยได้เยี่ยงไรกัน  คำพูดสั้นๆแต่ความหมายมันไม่ได้สั้นอย่างที่พูดออกมาเสียหน่อย  ไม่อายปากบ้างหรือเยี่ยงไรกัน


นี่เจ้า!  ข้าไม่พูดกับเจ้าแล้ว  ยิ่งพูดยิ่งเป็นข้าที่อายแทน”


เซียวจ้านส่ายหัวเล็กน้อยและเอาบัวลอยขึ้นมากินต่อแบบขัดใจ  กินบัวลอยอยู่ดีๆก็ถูกขโมยในคราบสามีป้ายแดงตัวเองจูบกลางงานโคมไฟ  เมื่อไหร่เขาจะเริ่มลอยโคมไฟกันนะ  เซียวจ้านไม่อยากอยู่ข้างๆบุรุษร้ายกาจคนนี้อีกแล้ว


ยิ่งเซียวจ้านฮึดฮัดในใจทำปากยู่ๆอี้ป๋อก็ยิ่งสะใจด้วยรอยยิ้มร้ายตรงมุมปาก  ถ้าไม่ติดว่าเซียวจ้านมีแรงน้อยกว่าอี้ป๋อจะจับทุ่มแม่น้ำนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด


เขาจะปล่อยโคมกันแล้ว”


หลังจากที่เงียบมาเนิ่นนานเป็นอี้ป๋อที่เปิดปากพูดขึ้นก่อนและจ้องไปยังเบื้องหน้าตรงริมแม่น้ำ  ผู้คนมากมายไม่ว่าจะมาเป็นคู่หรือครอบครัวพ่อแม่ลูกทำเอาเพลินตายิ่งนัก  เซียวจ้านมองไปตามที่อี้ป๋อบอกจนเห็นผู้คนเอาโคมกระดาษสีขาวจุดไฟลอยขึ้นด้านบนท้องฟ้า


ต่างพนมมืออธิษฐานต่างๆนานา  เพียงแต่เซียวจ้านและอี้ป๋อขอยืนดูเฉยๆและซึมซับกับบรรยากาศเบื้องหน้าแทน  โคมลายน้ำหมึกกระต่ายตัวน้อยในมือของอี้ป๋อถูกยื่นให้เซียวจ้านก่อนที่มือน้อยจะรับมาถือเอาไว้  กลายเป็นตอนนี้มือของทั้งสองจับที่ด้ามไม้ร่วมกันและหลับตาอธิษฐาน


เซียวจ้าน  ข้ามีเรื่องจะบอกเจ้า”


อะไรหรือ?” 


หลังจากอธิษฐานในใจกันเสร็จสิ้นอี้ป๋อก็หันหน้าครึ่งหนึ่งมองมายังชายข้างๆ  เซียวจ้านหันมาตามเสียงเรียกของอี้ป๋อและพยายามจดจ้องสายตาตั้งใจฟัง  ริมฝีปากหยักเผยอออกจากกันช้าๆเหมือนชั่งใจว่าจะพูดดีไม่พูดดี


มีอะไรก็พูดมาสิ”


ข้าว่า  ข้าชอบ...”


ชอบ....อะไรงั้นหรือ?


เสียงหัวใจของเซียวจ้านเต้นไม่เป็นจังหวะและเริ่มสั่นแรงไปตามริมฝีปากของอี้ป๋อเหมือนกำลังจะพูดอะไรออกมาอีกสักคำ  แต่ก็เบือนหน้าไปอีกทางแทนและเงียบไม่พูดต่อ  ทำเอาเซียวจ้านเริ่มขัดใจอยากรู้จึงเอามือไปจับชายแขนเสื้อสีขาวยาวนั่นและกระตุกเล็กน้อย


ชอบอะไร  เจ้าพูดครึ่งๆกลางๆไม่ได้”


ช่างเถิด  ข้าไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น”


เจ้านี่...  เจ้าชอบอะไร?”


ให้ตายสิ  เซียวจ้านรู้ที่มาของคำว่าง้างปากให้ตายอี้ป๋อก็ไม่มีทางพูดออกมาของท่านซีเฉินแล้ว  เซียวจ้านยู่ปากเข้าหากันและพ่นลมหายใจพรืดใหญ่ออกมา  อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองว่าพยางค์ที่เหลือคือคำว่า “เจ้า” ใจก็ไม่กล้าพอจะคิดแต่นอกเหนือคำว่าเจ้าจะเป็นอะไรได้  นึกแล้วก็ยิ่งปวดหัว


กระต่าย”


ห้ะ?  เจ้าจะบอกว่าเจ้าชอบกระต่ายงั้นหรือ?  ฮ่าๆ  แค่กระต่ายทำเป็นเหนียมอาย”


เซียวจ้านร่วนเสียงหัวเราะแห้งๆออกมาเหมือนฝืนใจหัวเราะเต็มทน  ก็ใจมันหวังไปแล้วนี่ว่าเป็นคำว่าเจ้า  เสียที่ไหนได้หวังลมๆแล้งๆอะไรอยู่หนอเซียวจ้าน  คนอย่างอี้ป๋อเนี่ยหรือจะพูดคำว่าชอบเจ้าออกมา  ชังน้ำหน้ากันแทบตาย


ถ้าเป็นคำว่าข้าชอบเจ้าคงพิลึกหูน่าดู  ฮ่าๆๆ”


งั้นเจ้าก็เตรียมพิลึกหูซะ  กลับกันเถอะงานจบแล้ว”


อี้ป๋อรั้งด้ามไม้ของโคมไฟสีขาวลายน้ำหมึกกระต่ายนั่นเต็มมือก่อนที่จะเบี่ยงร่างเดินไปยังทางกลับบ้าน  แต่เชื่อเถอะว่าเรียวขาเพรียวทั้งสองของเซียวจ้านไม่สามารถเขยื้อนไปไหนได้เลย  เหมือนมีใครเอามือมาเขย่าหัวใจของตนให้สั่นไปมาจนต้องเอามือไปจับหน้าอกซ้ายไม่ให้มันสั่นไปมากกว่านี้


แปลกคน” 


แม้จะพูดแบบนั้นแต่เซียวจ้านก็ไม่สามารถหุบยิ้มได้และเดินตามอี้ป๋อให้ทันเพื่อเดินเคียงข้างกลับบ้าน  ไม่น่าเชื่อว่าคืนนี้ช่างเป็นคืนที่ไร้ดาวบนท้องฟ้ามืดมิดแต่กลับรู้สึกว่าม่านฟ้าสวยงามกว่าวันใดๆเสียอีก


หวังว่าขนมบัวลอยที่ทั้งสองกินร่วมกันจะทำให้ความรักเบ่งบานในหัวใจทีละนิดๆ  จนกระทั่งเติบโตออกดอกออกผลในเร็ววันจริงๆ

 


พวกเราไม่ต้องย้ายขึ้นไปนอนห้องส่วนตัวแล้วหรือ?” 


เมื่อถึงหน้าเรือนหอเรือนเดิมของเมื่อคืนคำถามที่เซียวจ้านสงสัยก็เอ่ยถามอี้ป๋อยามจะก้าวขึ้นบันได  เรียวขาแกร่งชะงักเล็กน้อยและหันมาตอบเซียวจ้าน


อืม  เราแต่งงานกันแล้วก็ต้องอยู่ร่วมกัน”


ไม่เห็นต้องเคร่ง...”


ข้าง่วงแล้ว” 


เซียวจ้านกระทืบเท้าดังตึกๆอย่างขัดใจ  ที่พูดขนาดนี้เซียวจ้านไม่อยากนอนร่วมกับอี้ป๋ออย่างไรเล่า  นอนร่วมเตียงเดียวกันมันน่านอนนักหรือไงกัน  เตียงก็มีเตียงเดียวคืนนี้เซียวจ้านจะไปนอนที่ไหนได้


กะจะเถียงอีกครั้งแต่พอเงยหน้ามามองอี้ป๋อก็เห็นแค่แผ่นหลังไวๆเดินเข้าเรือนไปแล้ว  หนีไปนอนบนเรือนก็ไม่ได้  คำว่าแต่งงานกันแล้วมันค้ำคอเสียจริง


ข้าจะอาบน้ำก่อนหรือว่าเจ้าอยากอาบก่อน?” 


เซียวจ้านถามอี้ป๋อที่นั่งอยู่กลางห้องพลางหยิบกาน้ำเปล่าขึ้นมารินใส่จอกเล็กกระดกดื่ม  เมื่ออี้ป๋อได้ยินที่เซียวจ้านพูดก็เงยหน้ามาหาเล็กน้อยเหมือนกำลังใช้ความคิด


พร้อมกันได้หรือไม่?”


อี้ป๋อ!!!”


พอแล้วเซียวจ้านไม่ยืนถามอีกเด็ดขาด  ช่วงนี้อี้ป๋อเป็นอะไรของเขานักหนากันนะ  เอะอะก็ใช้คำสร้างแก้มซับสีแดงระเรื่อของเซียวจ้านอยู่เรื่อย  มือบางเอื้อมกระชากผ้าคาดเอวตัวเองทิ้งลงกลางห้องและถอดเสื้อชั้นนอกออกก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป


ให้อาบทีหลังก็แล้วกันคนหน้าไม่อายร่างกายคงไม่ต้องการชำระล้างตอนนี้หรอก


ทำยังไงดี หมอนข้างกั้นกลางแบบนี้คงไม่มีอะไรหรอก  อีกอย่างหาใช่อี้ป๋อจะพิศวาสเจ้านะเซียวจ้าน”


เซียวจ้านบ่นพึมพำอยู่บนเตียงตั่งไม้ตัวกว้างที่สามารถนอนสองคนสบายๆพลางจับหมอนข้างมาวางตรงกลางทีและขยับไปมาราวกับหาตำแหน่งเหมาะสมไม่ให้ตัวเองและอี้ป๋อได้นอนข้างกันง่ายๆ  บอกตามตรงว่าเซียวจ้านกลัวอี้ป๋อยิ่งกว่าผีสางเสียอีก  เกิดหน้ามืดตามัวจับเขาทำรักเหมือนที่ผ่านมาจะทำอย่างไร  แม้จะไม่ได้รักกันแต่อะไรมันก็เกิดขึ้นได้  ก็เรื่องนี้เซียวจ้านสัมผัสมาสองครั้งสองคราวกับตัวเองแล้ว


กันไว้ดีกว่าแก้  ตัดไฟเสียต้นลม”


บ่นอะไรของเจ้าคนเดียว?”


...เฮือก!...


เป็นผีสางหรือเยี่ยงไรถึงเดินมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง  ร่างทั้งร่างของเซียวจ้านสะดุ้งเฮือกหมอนข้างเบี้ยวไปอีกทางเพราะแรงตกใจ  ดวงตารีของอี้ป๋อจับจ้องไปที่หมอนข้างนั้นและมองหน้าเซียวจ้านสลับไปมาราวกับต้องการหาคำตอบ


แล้วนี่อะไร?”


ตาบอดหรือก็หมอนข้างน่ะสิ  เจ้านอนฝั่งนู้นไปห้ามล้ำเส้นมานอนฝั่งข้า”


ไร้สาระ”


สงสารหมอนข้างสีแดงนั่นจับใจเหลือเกินเมื่อฝ่ามือหนาจับมันขว้างทิ้งตกเตียงไปอย่างไร้ความเมตตาและไร้การเหลียวแล  ปากของเซียวจ้านทำได้เพียงอ้าพะงาบๆมองตามหมอนข้างปลิวตามแรงขว้างนั่นด้วยสายตาละห้อย


นั่นเจ้าทำอะไร  เจ้าขว้างทำไม?”


เกะกะ  แต่งงานกันแล้วยังเรื่องมากอีก”


นี่เจ้า!  เจ้ามากอดข้าทำไมปล่อยนะ!!” 


ใครก็ได้ช่วยเซียวจ้านด้วย  อี้ป๋อล้มตัวนอนเตียงได้ไม่ทันไรก็ใช้ท่อนแขนหนาโอบตวัดเอวคอดพลิกลงนอนด้วยกันซะแล้ว  คืนนี้ช่วยรับประกันเซียวจ้านได้หรือไม่ว่าจะหลุดรอดจากสามีป้ายแดงอย่างปลอดภัย


หรือว่าข้อสองที่อี้ป๋อเสนอแต่เซียวจ้านปฏิเสธ  อี้ป๋อจะกลับคำงั้นหรือ?




100%

#ม่านวิวาห์อลเวง 

 


เปิดรอบรีปริ้นท์แล้ว!!

PRE - VIEW  ม่านวิวาห์อลเวง [Chaotic wedding] #ป๋อจ้าน MPREG FIC AUTHOR : SNOOKY







ลิ้งค์สั่งซื้อ   คลิกที่นี่
วันนี้ - 15 พฤษภาคม 63
ราคาเล่มละ 320 บาท ส่ง 40/70


หรือแบบ E-BOOK


นักอ่านสามารถซื้อ #ม่านวิวาห์อลเวง แบบอีบุ๊คได้ที่  คลิกที่นี่

ศึกษาวิธีการซื้อได้ที่  คลิกที่นี่

หรือสามารถติดต่อสอบถามผ่านแอคทวิตเตอร์ @porzhan



 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.359K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,419 ความคิดเห็น

  1. #2334 My love markbam (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 19:48
    ดื้ออ่ะเราจ้านได้เรื่องเลย
    #2,334
    0
  2. #2333 My love markbam (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 19:48
    ดื้ออ่ะเราจ้านได้เรื่องเลย
    #2,333
    0
  3. #2187 Lazy_g (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 11:35
    เนี่ยซนจนได้เรื่อง ยัยเด็กดื้อ ต้องโดนลงโทษหนักๆแล้วมั้ย
    #2,187
    0
  4. #2159 หัวเห็ดรักเหม่งน้อย (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 00:09

    จ้านจ้านเจ้าชั่งดื้อนัก จ้านต้องโดนป๋อทำโทษทุกวันคือทุกวันแน่ๆทีนี้
    #2,159
    0
  5. #2115 gigigiwy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 10:46
    ซนจนได้เรื่อง อิหนุเอ้ย
    #2,115
    0
  6. #2047 ...mauve (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 13:54
    ซนจนเป็นเรื่องนะ
    #2,047
    0
  7. #1937 ChonladaDao (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 10:26
    แสบจนได้เรื่องเลยยัยน้อง
    #1,937
    0
  8. #1760 pondww♥ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 23:38
    อั้ยตัวดื้ออออออ โอ๊ยยย โดนดุแน่ๆดื้อแบบนี้ ชอบหลอกเวินหนิงด้วย ทั้งดื้อทั้งแสบ!
    #1,760
    0
  9. #1217 Area6104 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 10:55
    ระวังแขนหลุดจากบ่านะ ไปแตะคนของทั่นเขา

    ถ้าอยู่นิ่งๆ ไม่ดื้อ ไม่ซน ก็คงไม่ใช่เจ้าตัวดื้อแล้ว เอาไงล่ะทั่นฝั่งโน้นเขาก็มีข้อต่อรองที่สำคัญมากๆด้วยสิ
    #1,217
    0
  10. #1199 zebra (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 16:53

    ดื้อจนได้เรื่อง


    #1,199
    0
  11. #1187 minnnnions (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 12:26
    น้องเอ้ยย หากเจ้าฟังทั่นสักนิด
    #1,187
    0
  12. #1139 tinnasoichit (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 20:33
    จ้านนนนนนนนนนนนน่าตีจริงๆ
    #1,139
    0
  13. #1117 BBGUN02 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 10:03
    จ้านดื้ออออไม่ฟังที่ป๋อพูดเลยเเบบนี้ต้องลงโทษหนักๆๆๆ
    #1,117
    0
  14. #1104 MTBB_puii (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 21:22
    จ้านนะจ้าน ซนจนได้เรื่อง เสร็จเรื่องละป๋อจัดให้หนักนะ อิอิ
    #1,104
    0
  15. #1103 manandthemist (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 20:36
    จ้านความดื้อเป็นเหตุมาก จัดการยังไงดีอี้ป๋อ
    #1,103
    0
  16. #1102 platyy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 18:47

    โอ้ยจ้านหนอจ้าน เดี๋ยวก็โดนทำโทษอีกหรอกกกก
    #1,102
    0
  17. #1101 atita22049 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 17:33
    ก้านมะยมในมือป้าสั้นเลยลูกทำไมไม่เชื่อฟังเลย!!!!!ด้ือนัก
    #1,101
    0
  18. #1100 Chrysola (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 15:52
    จ้าน!! น่าฟาดให้ก้นช้ำนัก! ดื้อตลอด ครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่คอขาดบาดตายเลยเนียะ
    #1,100
    0
  19. #1099 Yoseop~Ah :) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 14:01
    จนได้นะพี่จ้านนนน หาเรืองใส่ตัวเองแท้ๆจริงเชียงววววว โอ้ยยยยยยย
    #1,099
    0
  20. #1098 neovenesia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 12:02
    มันน่าจับเซียวจ้านมัดแล้วลงโทษหนักๆเลยเนาะป๋อ
    #1,098
    0
  21. #1097 kentokung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 10:51
    โอ้ยดื้ออย่างนี้ลงโทษให้หนักๆๆ..
    #1,097
    0
  22. #1096 L.a.cy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 09:25

    ดื้อจนได้เรื่องอีกแล้วเซียวจ้าน คุณชายลงโทษเลยนะคะ

    #1,096
    0
  23. #1095 lukpla2112 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 08:51
    โอ๊ย น้องดื้อจนเป็นเรื่องเลย คุณชายอี้ป๋อจะว่ายังไงเนี่ย
    #1,095
    0
  24. #1094 toto (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 08:09

    ทำสามีลำบากแล้วเซียวจ้าน

    #1,094
    0
  25. #1093 8FALLINLUV (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 07:02
    โครตซน โครตดื้อเลย จ้านจ้านเอ๋ยจ้านจ้าน // ไม่ฟังต้องโดนลงโทษ! งิ
    #1,093
    0