[REWRITE] ม่านวิวาห์อลเวง [Chaotic wedding] #ป๋อจ้าน MPREG AUTHOR : SNOOKY

ตอนที่ 12 : รีไรท์ 第12 集 ม่านวิวาห์อลเวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,147 ครั้ง
    24 เม.ย. 63


ตอนที่ 12  ม่านวิวาห์อลเวง



หลังจากเหตุการณ์วันนั้นก็ผ่านมานับสัปดาห์แล้วที่เกิดเรื่องท่าเรือ  อี้ป๋อช่วงนี้จึงต้องเดินทางไปหวังเป่ยบ่อยๆและเคร่งเครียดกับกระดาษตรงหน้าที่เรียงเป็นตั้งในห้องทำงาน  แม้ว่าจะดูเหมือนเซียวจ้านสบายตายิ่งนักที่ไม่ต้องเจอหน้าคนที่เอารัดเอาเปรียบบ่อยๆ  แต่ก็หาใช่ว่าไม่เจอกันเลย


มือเรียวค้างกลางอากาศลังเลที่จะเคาะประตูเข้าไปในห้องทำงานด้วยหน้าตาบูดเบี้ยว  เซียวจ้านยังจำคืนนั้นได้ดีที่ตัวเองต้องนอนทับร่างของอี้ป๋อทั้งคืนตื่นมาก็หน้าร้อนแทบปะทุเป็นลาวาเมื่อร่างกายโดนโอบรัดนอนขนาบข้างใต้ผืนผ้าห่มเดียวกัน


ถ้าไม่ติดว่าอี้ป๋อเหม็นหน้าตั้งแต่วันที่รู้ว่าต้องมาแต่งงานกันเซียวจ้านคงคิดไปแล้วว่าอี้ป๋อต้องชอบตัวเองแน่ๆถึงได้หาช่วงเวลาฉวยโอกาสอยู่บ่อยๆ


คิดอะไรของเจ้านะเซียวจ้าน  ไร้สาระสิ้นดี” 


เซียวจ้านสะบัดหน้าตัวเองแรงๆสองสามครั้งปัดความคิดไร้สาระออกจากหัว  อย่างอี้ป๋อนั่นหรือจะมาชอบ  ทุกวันนี้ไม่ได้ปะทะคารมกันเหมือนพาลจะทำให้นอนไม่หลับจะตายไป


อี้ป๋อ  ข้าเข้าไปนะ” 


เซียวจ้านแง้มบานประตูไม้เดินเข้าไปในห้องทำงานที่มีแต่กลิ่นกระดาษนั่นพลางประคองกาน้ำชาและจอกน้ำชาเข้าไปอย่างระมัดระวัง  วันแรกจำได้ว่าหล่นแตกไม่มีชิ้นดีโดนไล่ออกจากห้องราวกับหมูหมา


ไม่ต้องคิดว่าข้าอยากเอามาให้  น้าเวินฉิงให้ข้าเอามาคงจะอยากให้เราเจอกัน  แต่ข้าไม่พูดเจ้าไม่พูดก็ไม่มีใครรู้  ข้าจะหนีไปตกปลา


นั่งลง” 


มือที่กำลังวางถาดกาน้ำชาลงบนโต๊ะไม้ข้างๆโต๊ะทำงานชะงักกึกไม่เข้าใจที่อี้ป๋อพูดสั้นๆออกมาสักนิด  ก็บอกไปอยู่ว่าจะไปตกปลาจะให้นั่งลงทำพระแสงอะไรไม่ทราบ


ห้ะให้ข้านั่งลงทำไม?”


“...” 


ยอกย้อนสวนทันควันไปก็ไม่ได้ผลเมื่ออี้ป๋อจ้องมาที่ใบหน้าของเซียวจ้านอย่างเอาเรื่องจนเซียวจ้านต้องยิ้มหน่ายๆยอมนั่งตามแต่โดยดี  ไม่อย่างนั้นคงได้หาเชือกมาล่ามไว้ที่ห้องนี้แน่ๆ


จะให้ข้าทำอะไร  ให้ช่วยงานเจ้าหรืออย่าเลยข้าทำไม่เป็น


รู้


นี่เจ้า!” 


เหมือนโดนอี้ป๋อตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยคำว่ารู้แล้วว่าทำอะไรไม่เป็นอย่างไรอย่างนั้น  ปากยู่ของเซียวจ้านบ่นพึมพำอยากจะกระโดดกัดคออี้ป๋อให้จมเขี้ยวนัก  คนอะไรหน้าก็เฉยชายังด่าคนหน้าตายอีก


ซูเซ่อโกงเงินไปเยอะ  ข้าควรทำเยี่ยงไร?”


เจ้า...ถามข้าหรือ?” 


จู่ๆหัวใจเซียวจ้านก็พองโตไร้สาเหตุกับคำถามเชิงปรึกษา  ยิ่งมองก็นึกว่าเป็นสหายคู่คิดไปทุกที  แต่ช้าก่อนฐานะเขาทั้งสองไม่ได้วางมาเพื่อเป็นสหายเสียหน่อย


มีแค่เจ้ากับข้า  ข้าคงไม่ไปถามกระบือหรอก


นี่!  หวังอี้ป๋อนี่เจ้าปากร้ายตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?” 


เซียวจ้านยกนิ้วชี้หน้าคนที่หลอกด่าเขาหน้าตายอีกครั้ง  เมื่อครู่ก็ด่าว่าทำอะไรไม่เป็นครั้งนี้ก็ด่าว่าเป็นกระบือ  มันจะมากเกินไปแล้วนะคุณชายหน้านิ่งแต่ปากร้ายสิ้นดี 


เดี๋ยวนี้เจ้าพูดเก่งขึ้นนะแต่พูดเก่งแค่กับข้า


เพราะเป็นเจ้า


ไปไม่เป็น  เซียวจ้านนั่งอ้าปากพะงาบๆอยู่กับเก้าอี้ตัวเล็กตรงข้ามกับอี้ป๋อไร้วาจาจะโต้กลับเพราะคำพูดของอี้ป๋อช่างกำกวมนัก  ทำไมหรือเป็นเซียวจ้านแล้วอยากจะเสวนาด้วยนักหรือไง  เซียวจ้านพิเศษกับอี้ป๋อจนต้องหาเรื่องคุยด้วย?


เอาเถิดๆข้าขี้เกียจทะเลาะกับเจ้า  เสียเวลาตกปลาทำแกงพอดี  เรื่องซูเซ่อข้าว่าแจ้งคนตรวจเมืองสั่งจำคุกให้ลืมตะวันไปเลยดีหรือไม่  ครั้นจะปรับเงินข้าว่าคงไม่ได้คืน


อืมตอบรับแค่อืมเซียวจ้านล่ะงงนักว่าทำไมอี้ป๋อเชื่อตามที่เซียวจ้านแนะนำขนาดนี้  ไม่มีเสริมหรือขัดแย้งหน่อยหรือไงกัน


ถ้าเจ้าเห็นด้วยกับข้าและหมดคำถามแล้ว...ข้าไปล่ะเวินหนิงรอข้าอยู่


ทำไมชอบขลุกอยู่กับมัน?”


มันมันไหน?” 


เซียวจ้านยกมือขึ้นเกาหัวตัวเองอย่างงงงวย  มันที่อี้ป๋อพูดขึ้นน้ำเสียงเมื่อครู่หมายถึงใครกัน  ดวงตากลมถลึงจ้องหน้าอี้ป๋อคาดเค้นคำตอบ


เวินหนิง  ข้าหมายถึงมันนั่นแหละ


อี้ป๋อ!  เจ้ามากเกินไปแล้วนะเหตุใดต้องเรียกเวินหนิงว่ามัน  ข้าชอบขลุกกับเขาแล้วเกี่ยวอะไรกับเจ้า!


หึ


ไม่ทนแล้ว  เซียวจ้านไม่นั่งให้อี้ป๋อเครียดงานแล้วพาลใส่อีกแน่จึงหยัดกายยืนขึ้นเต็มความสูงและกระแทกเท้าใส่แรงๆเพื่อให้รู้ว่าไม่ชอบใจอี้ป๋อนักที่กล้าแทนตัวเวินหนิงด้วยคำว่ามัน  เวินหนิงเปรียบเหมือนน้องชายและสหายคนเดียวที่
เซียวจ้านมี


ครั้งนี้อี้ป๋อพูดเกินไป


สำคัญกับเจ้านักหรือ?”


หึ  ใช่  เพราะเวินหนิงเป็นดั่งน้องชายข้า  คนอย่างเจ้าหาได้รู้จักมิตรภาพ!เซียวจ้านขึ้นเสียงใส่อี้ป๋อเสียงเข้ม  ว่าจะเดินออกไปโดยไม่ทะเลาะแล้วแท้ๆแต่เป็นอี้ป๋อที่หาเรื่องเขาไม่หยุดเลยต้องหันหน้ามาพูดสวนสักตั้ง


มิตรภาพงั้นหรือเวินหนิงคิดกับเจ้าเป็นแค่พี่ชายงั้นหรือเหอะ!


ย่อมแน่อยู่แล้ว  นี่อี้ป๋อเจ้าเป็นอะไรนักหนากับความสัมพันธ์ของข้ากับเวินหนิงนัก!


ไม่คุยด้วยแล้วเพราะยิ่งคุยจะยิ่งไม่อยากมองหน้ากันไปมากกว่านี้  หลังๆอี้ป๋อชักจะสงสัยในความสัมพันธ์ของเซียวจ้านและเวินหนิงมากจนเซียวจ้านงงไปหมด  แรกๆไม่เห็นตั้งคำถามวันนี้มาตั้งคำถามว่าคิดกับแค่พี่น้องแน่หรือเซียวจ้านว่าอี้ป๋อควรพักงานแล้วไปเที่ยวด้านนอกบ้างจะได้ไม่ขี้พาลเยี่ยงนี้


ข้าไม่คุยกับเจ้าแล้ว  เชิญตามสบาย!


ทะเลาะอะไรกันอีกหรือ?”


เสียงคุ้นเคยดังมาจากหน้าประตูห้องทำงานทำเอาอี้ป๋อที่นั่งทำหน้าไม่สบอารมณ์ต้องเปลี่ยนมาตึงเรียบและลุกขึ้นยืนก้มหัวเล็กน้อยให้กับชายตรงหน้า  เซียวจ้านเองแม้จะหงุดหงิดอี้ป๋อยังไงก็ตามต่างรีบก้มหัวเคารพให้เช่นกัน


ท่านซีเฉินกลับมาแล้วหรือข้าเห็นว่าท่านเดินทางไปหวังหนานทุกเช้ากว่าจะกลับก็ค่ำมืด  ข้าแปลกใจ


เซียวจ้านถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงสงสัยอย่างคำถามที่เอ่ยกล่าวหาได้เสแสร้ง  ซีเฉินส่งยิ้มมาทางเซียวจ้านก่อนจะใช้มือแตะบ่าเล็กและบอบบางนั่นเบาๆ


ข้ากลับมาทำเรื่อสำคัญ  จริงสิเวินฉิงให้ข้ามาตามเจ้ากับอี้ป๋อกลับตัวเรือนเดี๋ยวนี้


มีเรื่องอันใดหรือท่านอา?”


ไปกันเถิดเดี๋ยวก็รู้” 


อี้ป๋อถามด้วยความร้อนใจแต่คำตอบที่ได้มีเพียงรอยยิ้มที่ระบายมาจากสีหน้าของซีเฉินเท่านั้น  นั่นยิ่งทำเอาเซียวจ้านกับอี้ป๋องงไปตามๆกันแต่ก็ยอมเดินตามผู้ใหญ่ไปแต่โดยดี

 



คนในตัวเรือนมีมากเกินกว่าปกติที่ควรมีและไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเอาเสียเลย อี้ป๋อหรี่ดวงตาลงเล็กน้อยเพื่อเพ่งดูใบหน้าคนแปลกพวกนั้นแต่ไม่ต้องชักช้าหาความมากเมื่อเซียวจ้านเดินเข้าไปหาเวินฉิงท่ามกลางผู้คนเหมือนกำลังรอพวกเขาอยู่


ท่านน้าเวินฉิงนี่มันเรื่องอะไรหรือ?”


มากันแล้วหรืออี้ป๋อเซียวจ้าน  มานี่เถิดข้าให้คนมาวัดชุดแต่งงาน


ห้ะ?” 


เหตุใดถึงไวเพียงนี้เซียวจ้านได้แต่ทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถามกลางหน้าผาก  หากเขาจำไม่ผิดน่าจะราวๆหกเจ็ดวัน  ลำพังแค่เรื่องชุดชายด้วยกันไม่น่าต้องเร่งรีบขนาดนี้เสียหน่อย


ข้าต้องรีบหน่อยสิเพราะเลื่อนเข้ามาตั้งสามวัน  จากหกวันแต่งเป็นอีกสามวันแต่ง


เหตุใดต้องเลื่อนงานแต่งเร็วตั้งสามวันท่านน้าเวินฉิง?”


เอ้า  ก็เห็นเวินหนิงบอกว่าสัปดาห์ก่อนเจ้ากับอี้ป๋อนอนกอดกันกลมที่โรงเตี๊ยม  ข้าก็เลยจัดงานให้ทันใจพวกเจ้าไม่ดีหรือ?” 


เซียวจ้านหันไปทางคนที่วิ่งหืดหอบเข้ามาทางประตูใหญ่ของตัวเรือนพร้อมหิ้วของพะรุงพะรังอย่างของจัดงานแต่งต่างๆด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม  หนอย!  ช่างมีความสุขจริงนะตัวก่อเรื่อง!


เวินหนิง!!!


...ตุ้บ!...


บรรดาข้าวของที่เวินหนิงหอบมาร่วงไปกับพื้นไม่มีเหลือเพราะเสียงตะโกนลั่นของเซียวจ้าน  เวินหนิงเงยหน้าจากพื้นมามองหน้าเซียวจ้านพร้อมรอยยิ้มไร้เดียงสาเหมือนตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิดเสียหน่อยเหตุใดเซียวจ้านต้องดุด้วย


มีอะไรหรือคุณชาย  หรือว่าท่านโกรธที่ข้าทิ้งท่านไปหอบของไม่ไปตกปลาเล่นด้วย?”


มานี่เลยไอ้ตัวดี!


โอ้ย!  คุณชายหลี่อย่าดึงหูข้า  ข้าทำอะไรผิดหรือ?”


ยังไม่ทันที่เซียวจ้านจะดึงหูเวินหนิงไปเจรจานอกบ้านดีมือทั้งมือของเซียวจ้านกลับหยุดนิ่งอยู่กับที่พร้อมกับแรงดึงตรงข้อมือไม่ให้ลากเวินหนิงไปไหนได้  ยิ่งเซียวจ้านต่อต้านแรงกำตรงข้อมือก็ยิ่งมากขึ้น  ดวงตากลมจ้องไปที่เจ้าของมือนั่นต้องขนลุกซู่ไปหมด


อี้ป๋อจ้องเขากับเวินหนิงสลับกันปานจะฆ่าจะแกง


อะไรของเจ้าเนี่ยข้าจะพาเวินหนิงไปคุยด้านนอกมาจับข้าไว้ทำไม?”


ปล่อยมือจากเขา” 


อี้ป๋อไม่พูดเปล่าใช้สายตาจ้องไปที่มือที่จับหูเวินหนิงเอาไว้เป็นเชิงให้รีบปล่อยเสียไม่อย่างนั้นจะตัดหูเวินหนิงให้ขาดเสียงตรงนี้ไปเลย 


ได้ๆ ข้าปล่อยก็ได้แต่เวินหนิง  เจ้ามีเรื่องต้องคุยกับข้าคืนนี้  เจ้าเอาเรื่องไปบอกคนอื่นให้ข้าขายขี้หน้าได้เยี่ยงไร  แล้วเจ้าดูสิว่าข้าต้องแต่งกับเขาเร็วคืนเร็ววันขนาดไหน?”


คุณชายหลี่...วันนั้นข้าเข้าไปจะปลุกท่านแต่ก็เห็นนอนกอดกันดี  แถมข้ายังเห็นคุณชายอี้ป๋อ...ข้านึกว่า...


นึกว่าอะไรเป็นเครื่องหมายคำถามผ่านดวงตาของเซียวจ้านที่มองไปยังเวินหนิงที่เหมือนกระดากปากอายจะพูดออกมาอย่างไรอย่างนั้น  ใบหน้าเด็กหนุ่มเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อมองไปที่อี้ป๋อและก้มหน้างุดกับพื้น


เล่ามา...


ก็คุณชายอี้ป๋อจูบหน้าผากท่านตอนหลับ  ข้าเผลอเข้าไปเห็นข้าก็นึกว่ารักกันแล้ว


จะ  จูบหน้าผาก  อี้ป๋อจูบหน้าผากข้างั้นหรือ?”


เซียวจ้านถามน้ำเสียงตะกุกตะกักไปหาอี้ป๋อที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังด้วยแววตากลมโตเบิกกว้าง  เมื่อเวินหนิงเห็นโอกาสหนีก็รีบวิ่งไปนอกบ้านทันที  ไม่รู้แหละถ้าขืนเวินหนิงยังอยู่ไม่เท้าเซียวจ้านก็เท้าอี้ป๋อได้ประทับกลางอกแน่ๆ  ดูท่าจะไม่ได้รักใคร่กันอย่างที่เวินหนิงคิดสักนิด


เพราะถ้ารักกัน  อี้ป๋อคงไม่ทำหน้าเลิกลั่กจนเสียความหน้านิ่งเยี่ยงนี้หรอก


เด็กนั่นตาฝาดข้าหาได้ทำไม่  ท่านน้าเวินฉิงข้าพร้อมวัดตัวแล้วให้ข้าไปที่ไหน?”


อาการของอี้ป๋อตอนนี้ต่อให้เซียวจ้านโดนด่าว่าบื้อแค่ไหนก็ไม่มีทางหลอกได้หรอกนะ  ท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนคนโดนจับได้ว่าแอบไปขโมยของต้องรีบเคลื่อนกายหนีไปทางห้องนอนตัวเองแบบนี้น่ะ  เซียวจ้านจับได้หมดแล้วคนขี้ขโมย


...ขโมยจูบหน้าผากเขาได้เยี่ยงไร!!


เวลาผ่านไปเนิ่นนานทั้งอี้ป๋อและเซียวจ้านที่ถูกคนวัดตัวตัดชุดแต่งงานรุมเกือบทั้งวันกว่าจะเสร็จก็ค่ำมืดเสียแล้ว  มื้อเย็นคลาดเคลื่อนไปอยู่มากทำให้ไม่ค่อยมีเวลาได้พูดอะไรกันมากนัก ไหนจะเป็นอี้ป๋อที่ก้มหน้าก้มตาทานข้าวไม่พูดไม่จาสักคำ  หากจะมีแต่เซียวจ้านที่นั่งจ้องหน้าราวกับคาดคั้นคำตอบ


ซีเฉินหันไปยิ้มกับเวินหนิงข้างๆแต่ก็ไม่ได้เอ่ยล้อเลียนทั้งคู่เพราะเข้าใจว่าเรื่องพวกนี้ปล่อยให้ไปเจรจากันเองเสียดีกว่า  เพราะเท่าที่รู้ว่าทั้งคู่ก็พอใจมากโข  ดูท่าความสัมพันธ์น่าจะดีขึ้นตามคำบอกเล่าของเวินหนิงเมื่อหลายวันก่อนจริงๆ

 

เวินหนิงงง  ออกมาได้แล้วเวินหนิง


หลังมือเย็นจบไปเซียวจ้านก็ออกมาเดินเล่นด้านนอกเพื่อสูดอากาศให้หายคิดไม่ตกเกี่ยวกับเรื่องเมื่อสายเสียหน่อย  ในหัวมีแต่คำถามว่าสิ่งที่เวินหนิงเล่ามาใช่เรื่องจริงแท้ครบถ้วนหรือไม่  มีอะไรที่เซียวจ้านยังไม่รู้อีกหรือไม่


ข้าให้เวินหนิงไปนอกเมืองเตรียมขนของ  เจ้าเรียกเขามีอันใด?”


ท่านน้าเวินฉิง...เอ่อ...ท่านยังไม่เข้านอนอีกหรือ?”


เซียวจ้านหันไปตามเสียงเรียกด้านหลังก่อนจะก้มหัวให้ด้วยความเคารพช้าๆ  นางส่งยิ้มมาให้โดยที่เซียวจ้านไม่ค่อยได้เห็นมันมากนักเพราะยามปกติไม่ส่งหน้าโกรธเกรี้ยวมาให้ก็ยิ้มหยอกล้อ  แต่ครั้งนี้นางยิ้มมาให้ด้วยสายตาเอ็นดู


เจ้าอยากดูเรือนหอของเจ้ากับอี้ป๋อหรือไม่?”


แม้เซียวจ้านจะอยากบอกว่าไม่ดีกว่าก็พูดได้ไม่เต็มปากในเมื่อนางเดินนำหน้าไปแล้ว  เยี่ยงนี้จะถามเซียวจ้านเพราะเหตุใดกันเลยต้องเดินตามแผ่นหลังเวินฉิงไปเรื่อยๆจนมาหยุดที่ท้ายบ้านยามค่ำคืน  เซียวจ้านกำตะเกียงในมือแน่นและบีบเข้าหากันแรงขึ้น


อยู่มาตั้งเป็นเดือนเพิ่งจะเคยเห็นสถานที่ที่ยามค่ำคืนยังสวยงดงามขนาดนี้  เรือนหลังเล็กอ้อมล้อมไปด้วยต้นเหมยแดง  ช่างดูเป็นใจนักเมื่อถึงฤดูกาลออกดอกบานสะพรั่งสวยไปทั่วส่งกลิ่นหอมและสีแดงสวยประดับเรือนไม้อันเงียบสงัด


ที่นี่...คือเรือนหอของพวกข้าหรือ?”


ใช่  ที่นี่แหละ เจ้าว่าสวยหรือไม่?”


เซียวจ้านพยักหน้าอย่างไม่คิดจะปดความรู้สึกอันใดทั้งสิ้น  ที่นี่ดูเงียบเหงาวังเวงน่ากลัวแต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นหัวใจจนน่าเหลือเชื่อ  มือเรียวลูบไปยังเสาไม้สักเบาๆและส่งสายตากวาดมองไปทั่ว  รูปปั้นนกกระเรียนสีขาวสะอาดตาหน้าเรือนเป็นที่ดึงดูดสายตายิ่งนัก


เจ้ามองรูปปั้นนั่นเป็นที่แรกเยี่ยงข้าครามาครั้งแรกนะเซียวจ้าน


ข้าว่ามันแปลกดีที่มีรูปปั้นนกกระเรียนที่นี่  ข้าขอถามหน่อยได้หรือไม่ว่าเหตุใดมีเพียงตัวเดียว?”


หึๆ  เจ้าเคยรู้เรื่องการใช้ชีวิตของนกกระเรียนหรือไม่?” เซียวจ้านส่ายหน้าและเอานิ้วชี้ปัดไปทั่วปลายจมูกตัวเองอย่างวิสัยที่ชอบทำอยู่บ่อยๆจนเวินฉิงลอบยิ้มเอ็นดู  ต่อให้เซียวจ้านซนเป็นลิงเยี่ยงไรก็ยังดูเป็นเด็กหนุ่มไร้เดียงสาสิ้นดี


นกกระเรียนเป็นสัญลักษณ์ถึงความยั่งยืน  และที่สำคัญเมื่อได้เลือกคู่ตัวเองแล้วจะปักใจแต่คู่ของมันเพียงผู้เดียว  ต่อให้อีกฝ่ายตายไปก็จะไม่เปลี่ยนคู่และอยู่ลำพังไปจนตาย


ขนที่แขนของเซียวจ้านพากันลุกซู่ขึ้นมาด้วยความอัศจรรย์ใจ  เรื่องราวพวกนี้น่าทึ่งยิ่งนักกับคนสมัยใหม่เมื่อได้ยินความรักอันอมตะตามนิสัยของนกกระเรียนอันแสนน่ายกย่องกับเรื่องความรัก  เพราะเยี่ยงนี้สินะจึงมีประดับหน้าเรือน  แต่ความอยากรู้อยากเห็นยังไม่จบเซียวจ้านยังอยากรู้


ช่างน่านับถือจริงๆเพราะถ้าหากเป็นคนคงหายากจะรักเดียวใจเดียว


ไม่หรอก  เพราะข้าได้เจอกับตัวเองแล้ว  คนบนโลกนี้มีคนรักเดียวใจเดียวอยู่นะเซียวจ้าน


ท่านซีเฉินใช่หรือไม่?” 


เวินฉิงพยักหน้ารับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ใช่แล้วซีเฉินไม่เคยนอกใจและมอบหัวใจทั้งดวงให้เวินฉิงตั้งแต่วันแรกที่รักกันจนครองคู่มากว่าสิบปีก็ยังปักใจรักแต่เวินฉิงเพียงผู้เดียว


ย่อมใช่และยังมีมากกว่าท่านซีเฉินคือเจ้าของเรือนนี้


นางเปลี่ยนตำแหน่งสายตาไปยังเรือนอีกครั้งทำให้เซียวจ้านมองตามสายตานางไปด้วย  ริมฝีปากสีสดของนางยกยิ้มน้ำตาคลอเสียจนเซียวจ้านอดสงสัยไม่ได้   เรื่องราวของเรือนนี้มีเรื่องอันใดแฝงอยู่หรือไฉนเวินฉิงถึงยิ้มทั้งน้ำตาเยี่ยงนี้


ทำไมเจ้าถึงไม่อยากแต่งงานกับอี้ป๋อหรือเซียวจ้าน  เจ้ากลัวเรื่องอันใด?”


ข้าไม่ได้รักเขา  เราไม่ได้รักกันจะแต่งงานกันได้เยี่ยงไร?”


ปากเจ้าที่พูดออกมาหรือว่าหัวใจเจ้าต่างหากที่เป็นคนพูดว่าไม่รัก?” เวินฉิงถามออกมาทั้งๆที่ไม่ได้ละสายตามาจากเรือนอันงดงามข้างหน้านี่สักนิด  ลำคอระหงส์ยังคงเงยคอมองภาพเบื้องหน้าจึงไม่มีทางรู้ได้เลยว่าเซียวจ้านกำลังสับสนมากเพียงใด


วันนี้เจ้าอาจจะยังไม่รักแต่วันหน้าหาใช่ไหม  เจ้าของเรือนก็เป็นเยี่ยงเจ้าในวันนี้นั่นแหละ  พวกข้าไม่ได้อยากจะจับเจ้าแต่งเพราะใจแกล้ง  แต่พวกข้าทั้งอาเจ้าซีเฉินคิดมาดีแล้วเซียวจ้าน


ข้า...เป็นบุรุษ  ข้าไม่มีทางมอบทายาทให้ใครได้  ท่านน้าเวินฉิงช่วยพิจารณาใหม่ได้หรือไม่?”


ฮ่าๆๆ  เรื่องนั้นเจ้ามิต้องห่วงเลยเซียวจ้าน  วันเวลาจะบอกเจ้าเองว่าเรื่องพวกนี้มิใช่อุปสรรค  หัวใจของเจ้าหมั่นตรวจดูให้ดี


เวินฉิงยิ้มหัวเราะไปและเดินหันหลังใส่เรือนตรงหน้า  แต่เซียวจ้านกลับเขยื้อนขาจากเรือนนี้ไม่ได้เลย  ดวงตากลมโตยังคงส่ายระริกกับคำถามทิ้งทวนของเวินฉิงอยู่เยี่ยงนั้นจนลืมไปเสียหมดว่าอยากรู้ชื่อเจ้าของเรือนนี้มากแค่ไหน  สิ่งที่
เวินฉิงเตือนมา  เซียวจ้านว่าหัวใจของเซียวจ้านเจ้าของย่อมรู้ดี


แต่ยามนี้ช่างไม่แน่ใจเหมือนวันแรกที่มาเรือนหวังเลย


ข้า...ไม่ได้หลงชอบเจ้านั่นสักปลายนิ้วก้อย  อี้ป๋อเองก็เหมือนกัน

 



ถังน้ำร้อนอุ่นส่งกลิ่นทับทิมหวานหอมไปทั่วห้องอาบน้ำของเซียวจ้านพาลทำให้หลงใหลไปกับกลิ่นหอมๆพวกนั้นได้ไม่ยาก  กายบางเปลื้องผ้าเสียจนหมดสิ้นก่อนจะก้าวขาเดินลงถังไม้มีน้ำปริ่มขอบถังนั่นช้าๆพลางจัดทรงผมยาวสลวยไปทางด้านหลังเพื่อให้ไร้สิ่งใดปิดบังหน้า


เซียวจ้านเองก็ไม่รู้หรอกว่าเพราะเหตุใดเวินฉิงถึงให้คนมาจัดน้ำอุ่นผสมทับทิมบดลงในน้ำเยี่ยงนี้ด้วยในคืนก่อนเข้าพิธีแต่งงานหนึ่งคืน  แต่พอซีเฉินอธิบายให้ฟังเซียวจ้านก็อดหน่ายใจไม่ได้เพราะมันเป็นขนบธรรมเนียมโบราณต้องชะล้างร่างกายด้วยผลและใบทับทิม


เรื่องมากเสียจริง  เวินหนิงข้าพร้อมแล้วเจ้าเอาใบทับทิมมาถูข้าสิเดี๋ยวน้าเวินฉิงได้กินหัวเจ้ากับข้าพอดี


เซียวจ้านตะโกนไปนอกห้องตัวเองที่มีเวินหนิงนั่งรออยู่ด้านนอก  ยามปกติคงจะเป็นสาวในเรือนเป็นคนจัดการขัดตัวว่าที่เจ้าสาวแต่ในเมื่อเซียวจ้านเป็นบุรุษเพศจะให้สตรีมาโดนตัวก็ใช่เรื่อง  ดังนั้นแล้วมีเพียงเวินหนิงเท่านั้นที่สามารถทำเรื่องพวกนี้ได้


ขอรับคุณชายหลี่” 


เวินหนิงก้มหัวเดินเข้ามาและคว้าใบทับทิมสองสามใบชุบน้ำในอ่างเลื่อนเก้าอี้เตี้ยมานั่งริมๆถังไม้แล้วเริ่มขัดไปที่บ่าของคุณชายตัวเองเบาๆเพราะกลัวโดนถีบมาจากห้องน้ำเสียก่อน


ใจหายเหลือเกิน  วันพรุ่งคุณชายก็จะเข้าพิธีแล้ว


คิดว่าข้าอยากนักหรือ  ข้ายังไม่ได้จัดการเจ้าเลยนะเพราะเจ้านั่นแหละปากโป้ง!


ก็ข้าเห็นจริงๆนี่  ช่างเถิดเสียอย่างไรท่านกับคุณชายอี้ป๋อก็ต้องแต่งกันอยู่แล้วเซียวจ้านไม่ได้เถียงอะไรออกมาเพราะเห็นว่าเรื่องที่เวินหนิงพูดก็คือความจริง  เสียงลมหายใจเฮือกใหญ่พ่นมาจากปลายจมูกเจ้านายตัวเองทำเอาเวินหนิงอดสงสัยไม่ได้


ท่านกลุ้มเรื่องใดอยู่หรือ?”


เรื่องงานแต่งน่ะสิ  ทำไมต้องเป็นข้าด้วย  อีกอย่างแต่งกันไปจะมีความสุขหรือไร  รักก็ไม่ได้รักกัน


อ้าว  นี่ท่านทั้งสองยังไม่ชอบพอกันอีกหรือ  ได้กันไปตั้งหลายครั้งคุณชายอี้ป๋อก็ดูท่าจะชอบพอ...อื้อ!


จากกลัดกลุ้มเปลี่ยนเป็นความเขินอายที่ลูกน้องตัวเองพูดอะไรไปเรื่อย  ขัดตัวดีไม่ว่าดีชอบโยงเข้าเรื่องหลับนอนให้อับอายไหนจะพูดเรื่องไม่เป็นเรื่อง  เขานี่นะจะชอบพอกับคุณชายนั่น  ใบทับทิมที่ยังไม่ได้ใช้เลยเต็มปากเวินหนิงและเซียวจ้านเหมือนยังไม่สะใจเอามันยัดปากเพิ่มอีกสักใบ


หุบปากเสีย  พูดจาเพ้อเจ้อ!


อื้อ...ข้าไม่ได้พูดไปเรื่อยนะ ข้าเห็นพวกท่านแทบจะตัวติดกัน


จะขัดตัวข้าเงียบๆหรือให้ข้าลุกถีบเจ้า  โอ้ย!  เวินหนิงเจ้าแกล้งข้ารึ  ข้าเจ็บนะหนังคนไม่ใช่หนังควายถูมาได้!


เสียงเอะอะโวยวายลั่นห้องน้ำพาเอาเสียงดังไปถึงห้องตรงข้ามได้ไม่ยาก  ปลายพู่กันที่กำลังจรดกระดาษสีขาวเบี้ยวคดจิ้มไปที่กระดาษจนซึมแทบทะลุ  อี้ป๋อดึงใบหน้าเรียบตึงเต็มไปด้วยอารมณ์คุกรุ่นรีบลุกขึ้นเดินไปที่ห้องนอนของเซียวจ้านทันที


มือหนาค้างชะงักเมื่อกำลังจะเคาะประตูถามไถ่ว่าเกิดอะไรขึ้นเหตุใดมีเสียงเอะอะในนั้น  แต่เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะปนโอดโอยอี้ป๋อไม่สามารถยั้งร่างกายตัวเองให้ยืนนิ่งได้อีกพลันเดินเข้าไปในห้องอย่างถือวิสาสะ


เวินหนิง  เจ้าขยับไปด้านซ้ายหน่อยได้หรือไม่ตรงนี้เจ็บแล้ว


อะไรกันที่เจ็บ?


มือของอี้ป๋อพากันบีบแน่นจนเส้นเลือดในมือปูดขึ้นมาและขบสันกรามแน่น  สองสามวันห่างกันไปเพราะเวินหนิงต้องกลับไปเมืองเจียงเตรียมฝ่ายเจียงเฉิงเดินทางมาเมืองนี้ไม่เท่าไหร่ก็พากันมาถึงห้องเชียวหรือ  อี้ป๋อกัดฟันแน่นทั้งหน้าทั้งหูแดงเถือกไปหมด


นั่นแหละ  ตรงนั้นเวินหนิง


ตรงนี้ดีแล้วใช่หรือไม่  คุณชายไม่เจ็บแล้วข้าขอแรงๆนะ


ขอแรงๆ?


ไม่ทนยืนฟังให้อุบาทว์หูอีกต่อไป  อี้ป๋อยอมรับแก่ตัวเองดีว่าตอนนี้อารมณ์ของเขาสามารถฆ่าคนในห้องน้ำสองคนนั้นได้อย่างไม่ลังเล  เพราะเหตุใดถึงลอบมาทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงกันถึงในเรือนและเพราะเหตุใดเซียวจ้านถึงต้องทำกันขนาดนี้
อี้ป๋อไม่มีสติให้ตัวเองสำรวมกิริยาอีกแล้ว


...ปัง!!...


มือหนาทั้งสองเปิดประตูห้องน้ำไม้ตรงหน้าอย่างแรงจนบานประตูพากันกระแทกไปที่ขอบไม้ด้านข้าง  เวินหนิงสะดุ้งตัวโหยงนั่งไม่ติดเก้าอี้ใบทับทิมในมือก็โยนทิ้งอย่างตกใจไปหมด  ดวงตาเพียงเผลอสบหน้าอี้ป๋อตอนนี้ขนก็ลุกเกรียว เนื้อตัวก็สั่นกลัวเพราะยามนี้อี้ป๋อนับว่าน่ากลัวมากจริงๆ


แม้ไม่รู้ว่าทำอะไรผิดแต่ดูท่าอี้ป๋อโกรธเอาการ 


เซียวจ้านเมื่อได้ยินเสียงดังลั่นนั่นก็รีบหันมาดูต้นเสียงทันทีแต่ไม่ได้ลุกจากถังน้ำแต่อย่างใด  ไม่เช่นนั้นมีหวังร่างกายเปลือยๆคงประจักษ์แก่สายตาใครเข้าพาเป็นตากุ้งยิงเสีย


อี้ป๋อ  เจ้าเข้ามาที่นี่ได้เยี่ยงไรหรือ?”


น้ำเสียงราวกับไม่ทุกข์ร้อนอะไรเอ่ยถามขึ้น  ดวงตากลมโตพยายามเพ่งพิจารณาสีหน้าอี้ป๋อแล้วก็นึกขันไม่รู้ว่ามีอันใดไปกระตุกต่อมโมโหเข้าหรือไรถึงได้ทำหน้าเหมือนไปกินรังแตนมาอย่างนั้น


นี่พวกเจ้ากำลังทำเรื่องอันใดกันอยู่ในเรือนข้า!

 

  

 

ส้มเช้งสีเขียวหนึ่งถาดใหญ่ถูกจัดเรียงอยู่ในถาดอย่างสวยงามพร้อมตัวอักษรว่า ซังฮี่ทุกผลเพื่อสื่อความหมายสำคัญในพิธีการแต่งงานจีนโบราณอย่างลึกซึ้งถึงความสุขยกกำลังสองสอดคล้องกับจำนวนผลส้มกำหนดเป็นเลขคู่กำลังถูกยกขึ้นเพื่อเตรียมเข้างานในเรือนใหญ่ตระกูลหวัง


เวินหนิง!  ช้าก่อน


แต่มันกลับเกือบร่วงลงสู่พื้นจนหมดความมงคลเมื่อมีเสียงร้องทักเจ้าของมือที่กำลังยกอย่างระมัดระวัง  เวินหนิงได้ยินเสียงคนเรียกจึงหันไปทางด้านหลังพลางเอามืออีกข้างทาบอกอย่างเกือบหัวขาด  ถ้ามันร่วงล่ะก็ไม่อยากคิดเลยว่าเวินฉิงจะฆ่าเขาหมกป่าหลังบ้านด้วยวิธีใด


ซือจุย!  เจ้านี่ทำข้าตกใจหมดถ้าร่วงมาข้าจะโทษเจ้า  ว่าแต่มีเรื่องใด?”


ฮ่าๆ  ข้าต้องขอโทษด้วยพอดีมีเรื่องอยากรู้ถึงข่าวเมื่อคืน


คิ้วของเวินหนิงขมวดเข้าหากันอย่างนึกสงสัยก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเกิดเรื่องใหญ่เสียจนโดนไล่ตะเพิดออกมาจากเรือนแทบไม่ทัน  เด็กหนุ่มยกยิ้มคาดไว้ว่าซือจุยต้องถามถึงเรื่องนี้เป็นแน่


เจ้าอยากรู้เรื่องที่ข้าโดนไล่หรือฮ่าๆ  ข้ายังแคลงใจไม่หายว่าคุณชายอี้ป๋อเหตุใดต้องโกรธขนาดนั้น  ข้าแค่เข้าไปถูหลังคุณชายของข้าตามที่ท่านเวินฉิงสั่งเพื่อเตรียมตัวคุณชายข้าในวันนี้แท้ๆ


ข้าได้ยินมาว่าคุณชายอี้ป๋อเข้าไปเห็นตอนเจ้าถูหลังคุณชายเซียวจ้านและโกรธมาก  ข้าเลยอยากรู้ว่าหลังจากนั้นเป็นเยี่ยงไร  ก็วันนี้เป็นวันดีไม่อยากให้ทะเลาะกันซือจุยหมายถึงไม่อยากให้อี้ป๋อและเซียวจ้านบ่าวสาววันนี้นั่นแหละ  กลัวว่างานวันนี้จะล่มเอา


ข้าว่าคงไม่ได้ทะเลาะอะไรกันใหญ่โตหรอก  ข้าลอบเห็นนานทีกว่าคุณชายอี้ป๋อจะออกมา  ข้าว่าคงเป็นเขาถูหลังต่อให้


เจ้าก็ว่าไปเรื่อย  คุณชายข้าเคยถูหลังให้ใครเสียที่ไหน  แต่...มันก็อาจเป็นไปได้ขนาดอาการน้ำส้มสายชูหกคุณชายอี้ป๋อยังเป็นมาแล้วซือจุยยักคิ้วใส่เวินหนิงที่เป็นอันเข้าใจกันดีว่าอาการน้ำส้มสายชูหกทั้งไหของอี้ป๋อหน้าตาเป็นยังไง  ก็เมื่อคืนอย่างไรเวินหนิงเห็นด้วยตาตัวเองทั้งสองดวง


ข้าว่าไม่นานต้องมีข่าวดีเป็นแน่  ขนาดก่อนแต่งข้ายังเกือบตายเวินหนิงสมทบอีกครั้งก่อนที่ซือจุยจะช่วยยกขนมเข้าไปด้านในเมื่อถึงฤกษ์ยามงามดีตามที่กำหนดเอาไว้  เรื่องราวเมื่อคืนคงไม่มีใครรู้ดีกว่าเจ้าบ่าวเจ้าสาวด้านในหรอกว่าหลังจากเวินหนิงโดนไล่มาเกิดอะไรขึ้นบ้าง

 

ภายในเรือนหวังประดับประดาไปด้วยสีสันแดงฉูดฉาดตามสีมงคลของงานวิวาห์แบบจีนโบราณ  โคมไฟสีแดงติดตัวอักษรซังฮี่ความหมายดีงามครองคู่อย่างมีความสุข  คนในงานมีเพียงญาติสนิทมิตรสหายทางฝั่งของตระกูลหวังและตระกูลเจียงและแขกเหรื่อยศศักดิ์ระดับเมือง 


เสียงหัวเราะพูดคุยดังก้องไปถึงหน้าบ้านด้วยคารมเจือความยินดีของเจียงเฉิงกำลังสนทนากับซีเฉินไปถึงเรื่องราววัยหนุ่มวัยเยาว์ตามประสามิตรแท้คบกันมานานเพื่อรอฤกษ์ยามดี  จนกระทั่งได้เวลาอี้ป๋อค่อยๆเคลื่อนกายลงมาจากบันไดชั้นสองด้วยชุดสีแดงพลิ้วขลับความรูปงามไร้ที่ติ


เจ้าบ่าวลงมาแล้ว  ช่างหล่อเหลาไม่หนีท่านเลยนะซีเฉิน  ฮ่าๆ


เจียงเฉิงเอ่ยชมไปถึงร่างสูงที่แม้จะเดินเหินยังคงความสง่างามแม้แต่เส้นผมสักเส้นที่ยาวสลวยถึงกลางหลังยังไม่ปลิวไปตามแรงลม  จมูกโด่งเป็นสัน  ใบหน้าสีขาวผ่องลงเครื่องแต่งหน้าบางเบาแทบไม่ต้องจับแต่งให้เสียเวลาด้วยซ้ำ  อี้ป๋อก็ดูดีจนยากหาคำเปรียบ


เคารพท่านอาทั้งสอง


อี้ป๋อเดินมาถึงตรงหน้าชายผู้เป็นอาแท้ๆและเป็นอาของเซียวจ้านก่อนจะยกแขนทั้งสองมาประสานเข้าด้วยกันระนาบตั้งฉากกับพื้นดินเพื่อไหว้คำนับ  ปลายผ้าคลุมแขนสีแดงยาวทิ้งตัวลงอย่างสวยงามและเงยหน้ายกยิ้มเพียงเล็กน้อย  แค่นั้นเจียงเฉิงก็กลั้นยิ้มไม่ได้อีกต่อไป


เจ้าแลดูมีความสุขข้าก็ดีใจ  รอสักหน่อยเจ้าสาวของเจ้าจะลงมาแล้ว


ฤกษ์งามยามบ่ายแก่ตามเวลามงคลที่ซินแสเอาดวงทั้งคู่บ่าวสาวมาทำนายนั้นกำลังเคลื่อนมาถึง  เมื่อถึงเวลาวงปี่พาทย์เริ่มบรรเลงเพลงแต่งงานแบบจีนขับขานไพเราะ  เจียงเฉิงมองไปยังชั้นสองของบ้านและเรียกให้ซีเฉินกับอี้ป๋อหันไปดู


ฮูหยินของบ้านอย่างเวินฉิงเดินออกมาอย่างช้าๆขนาบข้างกับชายอีกคนที่อยู่ในชุดสีแดงฉาดไม่ต่างกับอี้ป๋อเท่าไหร่นัก  แต่เนื้อผ้าอ่อนพลิ้วและบางเบาช่างสวยงามและดูพลิ้วหวานกว่า  เครื่องหน้าของเซียวจ้านแต่งแต้มไปด้วยเครื่องแต่งหน้าไม่ได้ต่างจากเจ้าบ่าวนัก


แต่อี้ป๋อไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้แม้แต่เสี้ยววินาที  ลมพัดเอื่อยเริ่มพัดแรงขึ้นส่งกลิ่นหอมหวานจากตัวเซียวจ้านอบอวลไปทั่วห้องโถงแต่งงาน  เส้นผมสีนิลยาวพลิ้วไปตามแรงลมสะบัดชายเสื้อให้โน้มไปยังด้านหลัง


เซียวจ้าน...


อี้ป๋อรำพึงออกมาครั้นจับจ้องไปยังร่างของเซียวจ้านค่อยๆเดินลงบันไดมาทีละย่างก้าว  หนักแน่นแต่อ่อนหวาน  สำรวมกิริยาท่าทางเสียจนแทบเป็นคนละคนที่
อี้ป๋อเคยเห็น  เวินฉิงที่อยู่ข้างๆประคองเดินลงมาไม่ให้ผ้าเกี่ยวเท้าสะดุดพร้อมนางในเรือนที่คอยยกชายผ้าด้านหลังให้


ช่างเป็นภาพที่ตราตรึงใจอี้ป๋อเสียจนกำมือข้างลำตัวแน่น  และเผลอยกยิ้มกว้างจนซีเฉินและเจียงเฉิงลอบเห็นแล้วพากันหันไปหัวเราะเบาๆข้างๆอี้ป๋อนั่นแหละ


รับตัวเจ้าสาวไปเสียสิอี้ป๋อ  หลานข้าไยยืนนิ่งเป็นรูปปั้นเยี่ยงนี้?” เวินฉิงเอ่ยล้อเล็กน้อยเมื่อเซียวจ้านยืนก้มหน้าอยู่นานพอควรแต่อี้ป๋อยังไม่รับมือเซียวจ้านไปประคองเดินไปยังกลางพิธีจัดงานเสียที  เวินฉิงขันอยู่ในใจว่าตั้งแต่เกิดมาอี้ป๋อไม่เคยเสียอาการเท่านี้มาก่อน


แต่นางยอมรับว่าวันนี้เซียวจ้านรูปโฉมสวยงามดั่งสตรีก็ไม่ปาน  หากมีเครื่องหน้าอ่อนหวานกว่านี้เสียหน่อยแขกเหรื่อได้คิดว่าเจ้าสาววันนี้มิใช่บุรุษเป็นแน่แท้


ไปกันเถิด


เมื่ออี้ป๋อยกแขนสั่นๆขึ้นมาขนานกับพื้นเซียวจ้านที่ได้รับการสอนมาว่าต้องเอามือไปจับที่แขนแกร่งนั้นเดินไปด้วยกันค่อยๆยกขึ้นไปวางด้วยมือสั่นเทาไม่แพ้กัน  ทั้งคู่เดินเข้าไปกลางพิธีช้าๆและคำนับญาติเจ้าบ่าวเจ้าสาวตามระเบียบการแล้วย่อตัวนั่งลง


ญาติเจ้าบ่าวมีซีเฉินและเวินฉิง  ส่วนญาติเจ้าสาวมีเพียงเจียงเฉิงเท่านั้น  แขกเหรื่อในงานนั่งลงบ้างนั่งบนเก้าอี้ไม้บ้าง  กลางงานเก้าอี้ไม้ที่ญาติบ่าวสาวนั่ง
โอ่อ่าไปด้วยลวดลายหงส์และมังกรสูงศักดิ์


พิธียกน้ำชาจะเริ่มขึ้นแล้ว  บ่าวสาวช่วยกันรินน้ำชา


เสียงผู้อาวุโสของงานที่ถูกทาบทามมาเป็นผู้กล่าวพิธีการงานแต่งดังขึ้น อี้ป๋อเอี้ยวตัวไปรับถาดน้ำชาจากซือจุยที่นับว่าแต่งตัวดีเสียจนอี้ป๋อแปลกตาไปและมาวางไว้ด้านหน้า  เซียวจ้านยื่นไปรับกาน้ำชาในมือเวินหนิงที่แต่งตัวดีไม่แพ้ซือจุยและยกยิ้มให้


เวินหนิงแทบกลั้นน้ำตาไม่อยู่  เพราะวันนี้คุณชายตัวเองช่างงดงามอะไรเยี่ยงนี้  ทั้งตื้นตันใจและดีใจไปกับเซียวจ้านจริงๆ


อะฮึ่ม!


อี้ป๋อเห็นเวินหนิงจ้องมองมาที่เจ้าสาวของตัวเองนานแล้วแต่ยังไม่เคลื่อนกายออกไปเสียทีจึงส่งเสียงกระแอมขัดเล็กน้อย  เซียวจ้านตวัดสายตามามองคนไร้มารยาทตั้งแต่เมื่อคืนลามมาวันแต่งงานอย่างขัดใจ


ทั้งคู่เริ่มรินน้ำชาใส่จอกสามจอกและยื่นให้ซีเฉิน  เจียงเฉิงและเวินฉิงตามลำดับ  หลังจากญาติผู้ใหญ่ดื่มหมดแก้วก็เป็นอี้ป๋อและเซียวจ้านยกน้ำชาดื่มตามด้วยกินขนมอี๋ตรงหน้าคนละชิ้นเพื่อความสิริมงคล


พิธีการยกน้ำชาเสร็จสิ้น  บ่าวสาวฟังคำอวยพรจากญาติ


ผู้อาวุโสเคลื่อนกายออกไปปล่อยให้เป็นเรื่องของคนในครอบครัว  ทั้งสามอวยพรแก่คู่บ่าวสาวคู่ใหม่ด้วยคำมงคลต่างๆยาวเหยียด เมื่อเสร็จคำอวยพรอี้ป๋อค่อยๆยกมือไปจับฝ่ามือบางของเซียวจ้านมาวางบนตักช้าๆและเกลี่ยไปที่หลังฝ่ามือนั้นด้วยรอยยิ้ม


ไม่รู้เพราะเหตุใดวันนี้เซียวจ้านเห็นอี้ป๋อยิ้มให้แล้วหัวใจสั่นไหวได้เพียงนี้  ริมฝีปากหยักที่เคยเรียบตึงกลับฉีกยิ้มกว้างพาเอาใบหน้าเย่อหยิ่งนั้นดูหล่อมากกว่าที่เคยเห็นเป็นไหนๆ  ดวงตาสีนิลจับจ้องมาที่แววตาสั่นไหวของเซียวจ้านอย่างลึกซึ้ง


อี้ป๋อ...” 


เซียวจ้านเรียกชื่อเจ้าบ่าวข้างๆและยกยิ้มหวานให้จนผู้ใหญ่ตรงหน้าทั้งสามคนอดน้ำตาคลอไม่ได้  พวกเขายิ้มให้กับภาพตรงหน้าที่มีอี้ป๋อและเซียวจ้านจับมือแน่นส่งยิ้มให้กัน  ดูท่าว่างานวิวาห์คงไม่เสียเปล่าสินะ


เมื่อพิธีการอันเคร่งครัดจบลงไปก็ได้เวลารื่นเริงยามโหย่ว  แขกเหรื่อบางส่วนแยกย้ายกลับหลังจากยินดีกับบ่าวสาวไปบ้างแต่ยังมีหลงเหลืออยู่เพื่อรองานเลี้ยงสุราครึกครื้นนี้  เซียวจ้านในชุดสีแดงยืนขนาบข้างอี้ป๋อเพื่อทักทายแขกสำคัญไปจนครบทั้งงานจนมาหยุดที่หน้าเจียงเฉิงกับกลุ่มสหายของเขา


เซียวจ้าน  ข้าเห็นเขามาแต่เล็กแต่แดงไม่คิดว่าวันนี้ข้าจะได้มายินดีงานแต่งของเจ้าได้  เจียงเฉิงขอบใจเจ้าที่เชิญข้า


หาได้ขอบอกขอบใจ  เซียวจ้านก็หลานท่านเช่นกัน


เซียวจ้านยิ้มไปที่สหายของอาตัวเองและก้มหัวเคารพเล็กน้อยก่อนจะมองไปที่กลางวงโต๊ะไม้  วันนี้เป็นวันดีถ้าเขาจิบสุราเสียหน่อยคงไม่เป็นอะไรกระมัง  เหมือนเจียงเฉิงจะรู้ใจเลยคว้าจอกสุรายื่นให้หลานตัวเองจอกหนึ่งและอี้ป๋อจอกหนึ่ง  เซียวจ้านรับมาไว้ในมือไม่เกี่ยง


ดื่มเป็นสิริมงคลหน่อยอี้ป๋อ” 


เจียงเฉิงส่งมาให้ซึ่งนั่นทำให้อี้ป๋อปฏิเสธไม่ได้แต่สีหน้าบ่งบอกว่าลำบากใจเล็กน้อย  เจียงเฉิงหรี่ตามองแต่เซียวจ้านไม่พลั้งปากจะล้อสักนิด



100%

#ม่านวิวาห์อลเวง 

 


เปิดรอบรีปริ้นท์แล้ว!!

PRE - VIEW  ม่านวิวาห์อลเวง [Chaotic wedding] #ป๋อจ้าน MPREG FIC AUTHOR : SNOOKY







ลิ้งค์สั่งซื้อ   คลิกที่นี่
วันนี้ - 15 พฤษภาคม 63
ราคาเล่มละ 320 บาท ส่ง 40/70


หรือแบบ E-BOOK


นักอ่านสามารถซื้อ #ม่านวิวาห์อลเวง แบบอีบุ๊คได้ที่  คลิกที่นี่

ศึกษาวิธีการซื้อได้ที่  คลิกที่นี่

หรือสามารถติดต่อสอบถามผ่านแอคทวิตเตอร์ @porzhan



 


ฝากติดตามและเป็นกำลังใจผ่าน #ม่านวิวาห์อลเวง ด้วยนะคะ


ช่องทางการติดตามการอัพเดตแฟนฟิค

TWITTER : @porzhan

AUTHOR : SNOOKY

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.147K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,419 ความคิดเห็น

  1. #2405 202550 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 19:31
    กลับมาอ่านอีกยังฟิน
    #2,405
    0
  2. #2325 My love markbam (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 มกราคม 2563 / 01:10
    หวงรุนแรง
    #2,325
    0
  3. #2208 pampampom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2562 / 11:16
    แอร้ยยย หวงแรงเหลือเกิ้นน
    #2,208
    0
  4. #2185 Lazy_g (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2562 / 11:08
    ใส่เต็มแรงเลยนะอี้ป๋ออออ โอ๊ยยยยย หวงแรง เซียวจ้านต่อไปดื้อไม่ได้แล้วนะลูก
    #2,185
    0
  5. #2154 หัวเห็ดรักเหม่งน้อย (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 23:25

    หัวใจฟูฟ่องละอองฟิ้วมาก
    #2,154
    0
  6. #1927 ChonladaDao (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 00:43
    หวงรุนแรงมากเลยนะทั่นฮือออ
    #1,927
    0
  7. #1726 pondww♥ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 21:27
    สงสารน้อง ไม่เอาไม่ร้องนะลูก พี่เขาหวงเราไงอาจ้าน;--; นายอี้ป๋อคือหวงแรงหึงแรง ต่อจากนี้ต้องระวังตัวเยอะๆนะจ้านอ่า
    #1,726
    0
  8. #1651 Muchashi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 20:15

    สนุกมากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ ^^

    #1,651
    0
  9. #1646 B_blue (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 00:30

    เลือดหมดตัวก็คราวนี้แหละ

    #1,646
    0
  10. #1213 Area6104 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 09:41
    อย่าทำให้ทั่นเขาหึงสิ ผลก็จะเป็นแบบนี้ไง คราวหน้าจะทำอะไรก็ควรรู้ว่าสิ่งไหนทำแล้วไม่หาเรื่องโดนลงโทษแบบนี้ เตือนแล้วนะ!!! เว้นแต่ว่า เต็มใจที่จะโดนลงโทษแบบนี้อ่านะ อะเฮือก ๆ
    #1,213
    0
  11. #1142 Orathaimoonoy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 22:24
    ทำไมในทวิตไม่เห็นคัทตอนนี้เลยคะ เห็นแค่ 2 ตอนแรก T^T
    #1,142
    0
  12. #1089 pppppp_l (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 01:11
    มันดีมาก มาก ฮือ
    #1,089
    0
  13. #1054 chonladamomay (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 02:29
    อี้ป๋อ ไม่ใสซื่อเลยเด้อ แซ่บมาก
    #1,054
    0
  14. #1012 วัง่เซี่ยน (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 15:39

    อี้ป๋อชั่งไม่อ่อนโยนเสียจริงๆ

    #1,012
    0
  15. #1009 minnnnions (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 13:08
    ไม่ออมแรงกันเลยจ้า ท่านหื่นอะไรขนาดนี้ จ้านยังงง
    #1,009
    0
  16. #984 peezchy (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 21:49
    หวงแรงมาก
    #984
    0
  17. #964 atita22049 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 10:07
    ใสเหมือนแก้วเลยลูกเอ้ยยยย
    #964
    0
  18. #922 toto (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2562 / 05:40

    เค้าหวงหนูนะจ้านจ้าน ทีอย่างนี้ไม่รู้นะลูก

    #922
    0
  19. #886 IParalleL (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 21:17
    แอร๊ยยยย
    #886
    0
  20. #871 ทรรศบงกช (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 19:55

    เลือดหมดตัว​แว้ว​ อี้ป๋อรุนแรง​กันจ้านจัง​ แต่​ต้อง​สั่งสอน​ให้​เข้าใจ​ซะบ้าง??????‘?

    #871
    0
  21. #868 nahathai2540 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 12:52

    ฟินนนนนน
    #868
    0
  22. #867 Tanyalak_51091 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 11:23

    มาต่อเร็วๆเด้ออออ

    #867
    0
  23. #866 Rabbit of Wolf (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 08:48
    อย่าหวงบ่อยนะท่าน ทิชชู่ข้าหมดไปหลายกล่องแล้ว
    #866
    0
  24. #865 กุ๊กกิ๊ก (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 21:02

    นอกจากทิชชู่หมด เลือดก้อหมดตัวด้วยจ้า ????

    #865
    0
  25. #864 DOxiumin (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 17:47
    โอ้ยยเตรียมเตียงใหม่ด้วยนะ/เช็ดเลือด / เอ๊ะอะขึ้นเตียงอีแม่ใจบ่ดี
    #864
    0