-My Sweetheart..You're Everything -KiHae HanHyuk SJ-

ตอนที่ 56 : :: Chapter 39 : คนมันหึง ::

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,696
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    26 มี.ค. 53

 

 

คนมันหึง

 

 

 

 

 

มือหนารั้งร่างเล็กเอาไว้ให้หยุดชะงัก   ทั้งที่พยายามจะเดินเลี่ยงไปอีกทางแล้วแท้ๆ  แต่คยูฮยอนก็ตามมาคว้าแขนเอาไว้อีกจนได้

“มีอะไร”  

คยูฮยอนรู้สึกโหวงๆ ในใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นสายตาเรียบนิ่งที่ไม่เคยเจอ   มันว่างเปล่าและไม่สะท้อนภาพของเขาออกมาเหมือนเมื่อก่อน   ใจหายไปเสียเฉยๆ เมื่อพบความเฉยชาอันมากมายจากคนตรงหน้าอย่างที่ไม่เคยได้รับ

“จะกลับบ้านเหรอ   กลับด้วยกันสิ”

“ไม่เป็นไร   ชั้นกลับเองได้”

“อย่าอวดเก่งไปหน่อยเลยน่า   บ้านก็ห่างกันแค่รั้วกั้น   นั่งรถคันเดียวกันมันไม่ทำให้นายหายใจไม่ออกหรอก”

ตากลมๆ ที่เคยใสแป๋วบัดนี้มีแต่ความหมางเมินตวัดมามอง  คยูฮยอนถึงกับต้องข่มใจไม่ให้หวั่นไหวไปกับสายตาเย็นๆ นั้น   ซองมินสะบัดแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมเหมือนไม่อยากจะถูกแตะต้องด้วยสัมผัสร้ายกาจ   เดินจากไปอีกครั้ง

“เกลียดชั้นมากขนาดนี้หรือไง”

“ใช่”   เรียวขาที่ไม่สั้นไม่ยาวยังคงก้าวต่อไป   แต่ก็ต้องเบือนร่างกลับมาอีกเมื่ออีกฝ่ายตรงมาลากตัวเองเข้าไปในมุมตึกของชมรมคาราเต้ที่เงียบสงัด   บรรยากาศวังเวงนั้นมันน่ากลัวเกินไปที่จะอยู่สองต่อสองกับคยูฮยอน   ร่างอวบพยายามสะบัดแขนหนีแต่ก็ไม่เกิดผล   คยูฮยอนหันมาบอกให้เงียบเสียงแล้วพาร่างของเขาเข้าไปในห้องซ้อมโล่งๆ

“อย่ามาทำแบบนี้กับชั้น”   ซองมินร้องอย่างไม่พอใจ

“ขอโทษ”

คำพูดเบาๆ ที่คนตรงหน้าเอ่ยออกมาอย่างง่ายดายทำให้ซองมินนิ่งอึ้งไป  

พูดง่ายเหลือเกินกับเรื่องแค่นี้   แต่ไม่เห็นเคยพูดให้กับเรื่องร้ายๆ ที่ทำกับชั้นเลยสักครั้ง

            “ชั้นไม่ต้องการคำขอโทษของนาย   อย่ามายุ่งกับชั้นอีก”

“...อะไรก็ได้   นายต้องการอะไรชั้นให้ได้ทุกอย่าง   ยกเว้นให้ชั้นไปจากนาย”

ดวงตาคมคายที่เคยเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์บัดนี้มันมัวหมองจนไม่เหลือเค้าเดิม   ชั่ววูบที่ซองมินเห็นความร้าวรานและเจ็บปวดในแววตานั้น  

“งั้นนายก็ให้สิ่งที่ชั้นต้องการไม่ได้หรอก   ชั้นไม่รู้ว่านายพูดแบบนั้นเพื่ออะไร   หัวใจของชั้นน่ะมันด้านชาไปหมดแล้ว   สิ่งที่ชั้นมีให้นายมันคือคำว่าเกลียด   ชั้นเกลียดนายคยูฮยอน    ชั้นเกลียดที่นายเห็นแก่ตัว   ไม่เคยรับรู้ว่าชั้นจะรู้สึกยังไง   แล้วชั้นก็เกลียดตัวเองที่รอให้นายกลับมาหาชั้น”

ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็นเส้นตรงปกปิดเสียงสะอื้น   น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาหวานชวนฝันที่ตอนนี้ช่างมัวหมอง   ซองมินไม่คิดจะปัดหยดน้ำตาแห่งความอึดอัดใจออกไป   ปล่อยให้มันไหลออกมาเงียบๆ อย่างปวดร้าว

วินาทีนี้   ...คยูฮยอนได้แต่นิ่งเงียบ

“นายไม่เข้าใจหรอกว่าความรู้สึกของคนถูกทิ้งน่ะมันเป็นยังไง    มันลำบากแม้แต่ที่จะหายใจไปวันๆ    ชั้นนอนร้องไห้ทุกคืน    ไม่กล้าหลับเพราะกลัวว่าจะตื่นมาแล้วพบว่านายทิ้งชั้นไปอีก   ชีวิตของชั้นเปลี่ยนไปก็เพราะนาย   แล้วพอชั้นเริ่มจะยิ้มได้อีกครั้งนายก็กลับมา   นายกลับมาทำไมคยูฮยอน   นายกลับมาทำบ้าอะไร !!!

คยูฮยอนสะอึก   เหมือนดาบนับร้อยพลันเข้ามาทิ่มแทงจนทะลุไปถึงขั้วหัวใจ   น้ำตาซองมินไหลพรากราวทำนบแตก   มือที่เอื้อมไปหมายจะป้ายน้ำตาออกนั้นถูกปัดทิ้งอย่างไม่ไยดี   เสียงสะอื้นของซองมินดังขึ้นเรื่อยๆ อย่างหมดความอดทนที่จะเข้มแข็ง   ตลอดมาที่พยายามจะหยัดกายสู้กับความปวดร้าวมันยากเกินกำลังของตัวเอง   แต่วันนี้ทุกสิ่งที่กักเก็บไว้มันพรั่งพรูออกมาจนหมด

“นายไม่เคยพูดอะไรสักคำ   ฮึก..   ทำให้ชั้นรักนายแล้วก็ทิ้งชั้นไป   นายมันใจร้ายคยูฮยอน   ใจร้าย   คนใจร้าย!!!

ร่างเล็กๆ ถลาเข้าไปทุบอกคนใจร้ายที่ยืนนิ่งไม่ตอบโต้ทั้งน้ำตา   เสียงที่ดังอักๆ นั้นเทียบไม่ติดกับเสียงกรีดร้องของซองมินที่เคยร่ำไห้   คยูฮยอนยืนเฉยแล้วมองดวงหน้าที่เปรอะเปื้อนไปด้วยความเศร้าโศกอย่างทรมานใจ   เมื่อกี้ถ้าเขาฟังไม่ผิด   ซองมินบอกว่ารัก...

เขารักผม   เขารักผมจริงๆ น่ะเหรอ   ...ผมกำลังฝันไปหรือเปล่า

“นายรักชั้นจริงๆ น่ะเหรอมินมิน”   เสียงเข้มสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวัง   ไม่ไหวแล้วกับการทรมานหัวใจในทุกคืนที่ต้องหลับไปพร้อมกับความรู้สึกเต็มอกว่าซองมินไม่เคยรัก   ไม่เคยแม้แต่จะชายตาแล

“ไม่!   ฮึก   ชั้นเกลียดนาย   ชั้นเกลียดนาย   เกลียดนายที่สุด!

อ้อมกอดหนาๆ โอบรัดให้คนในอ้อมแขนหยุดการประทุษร้าย   คยูฮยอนสบตาซองมินอย่างคาดหวังในคำตอบเหลือเกิน

“นายรักชั้น”  

“ไม่   ชั้นไม่รักนาย”   ซองมินพูดเสียงเขียวทันควัน

“ขอร้องละ    ตอบชั้นดีๆ จะได้มั๊ยมินมิน”

“อย่ามาเรียกชั้นด้วยชื่อนั้น   ชั้นไม่ชอบ”

“มินมิน   มินมิน   มินมิน”

“คยูฮยอน!!!

ตากลมๆ ตวัดจ้องอย่างไม่พอใจ   คยูฮยอนกดโครงหน้าเล็กๆ ลงกับไหล่หนาของเขาท่ามกลางการขัดขืนของซองมิน   แต่ร่างสูงไม่สนใจ   ตระกองกอดคนในอ้อมแขนเอาไว้อย่างเหนียวแน่น

ใจดวงน้อยที่เคยแตกสลายเหมือนถูกชโลมด้วยหยาดน้ำทิพย์   ความรู้สึกที่ถูกปิดตายถูกไขกลไกให้กลับมาครอบงำหัวใจที่เริ่มสูบฉีดความรู้สึกของมันเข้าไปใหม่อีกครั้ง   ซองมินใจอ่อนยวบกับอ้อมกอดคุ้นเคยอย่างไม่อาจทำใจให้ยอมรับ   ทว่าก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าหัวใจเทให้เขากลับไปแล้วมากกว่าครึ่ง

“ปล่อยชั้นเถอะ”   เสียงหวานครางเบาๆ อย่างขอร้อง   คยูฮยอนเหมือนกับปีศาจร้ายที่ผลักให้เขาตกลงสู่ก้นบึ้งของหุบเหวที่มืดมนและน่าสะพรึงกลัว   แต่แล้วก็กลายเป็นเจ้าชายขี่ม้าขาวที่ตามหาเขาแล้วช่วยเหลือให้กลับคืนสู่โลกอันงดงามที่เต็มไปด้วยความสุข   มันไม่ต่างกันเลยสักนิด

ในใจซองมินค้านออกมาเป็นเสียงเดียว   ว่าสิ่งที่คยูฮยอนกำลังทำตอนนี้นั้นอยู่ในคราบเจ้าชายแสนดีตัวจริงหรือปีศาจร้ายในคราบพระเอกขี่ม้าขาวที่กำลังโอบอุ้มเขาไว้ด้วยอ้อมกอดอันอบอุ่น

ผมรู้สึกเป็นสุขจนแยกไม่ออกว่านี่คือการเสแสร้งหรือความจริงใจ   แววตาเจ็บปวดของเขามันทำให้ผมอ่อนแอ

“ให้โอกาสชั้นนะ”   เสียงนุ่มร้องบอกเบาๆ   “เรามาเริ่มต้นกันใหม่ได้มั๊ย”

“เพื่ออะไร    นายจะได้ทิ้งชั้นไปอีกน่ะเหรอ”

“ชั้นจะทำให้นายรักชั้นอีกครั้ง”

“ชั้นไม่อยากฟัง”   ใบหน้าหวานหันหนี

“รักชั้น   ได้โปรดรักชั้น   ชั้นต้องการความรักของนายนะ”

“นายมีผู้หญิงเยอะแยะที่พร้อมจะรักนาย   อย่ามาเอาอะไรจากชั้นอีกเลย”

“ชั้นไม่ต้องการอะไรจากคนพวกนั้น   ชั้นต้องการแค่นาย”

“เพื่ออะไรล่ะ   ความรักของชั้นน่ะ   นายจะเอามันไปทำไม”   ซองมินหันมาสบตาอย่างต้องการคำตอบ   คยูฮยอนพยายามเผยความรู้สึกทั้งหมดออกไปทางสายตาอย่างที่เคยทำกับใครคนอื่นมานักต่อนัก   แต่สิ่งที่ซองมินเห็นกลับไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการให้มันเป็น

หรือหัวใจของผมจะเป็นสิ่งที่เขาสัมผัสมันไม่ได้ ...

“นายไม่ได้ต้องการความรักของชั้นหรอกคยูฮยอน   อย่าพูดแบบนั้นอีกเลย”

คยูฮยอนร้องอย่างไม่เข้าใจ   ทั้งที่เขาบอกความนัยให้รู้ไปแล้วทำไมถึงยังพูดแบบนั้น

“ชั้นจะกลับบ้าน”

ร่างบางบอกแค่นั้นแล้วหันหลังเดินออกไป   คยูฮยอนมองตามอย่างปวดร้าว   ความรู้สึกที่เคยซ่อนงำแต่บัดนี้ถูกเปิดเผย   ทว่าคำปฏิเสธอาจเป็นผลตอบแทนสำหรับรักครั้งนี้

 

แล้วชั้นต้องทำยังไงนายถึงจะรู้ว่าชั้นรักนายล่ะมินมิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฮันกยองขับรถไปรับฮยอกแจไปมหาวิทยาลัยด้วยกันตั้งแต่เช้า   พอร่างเล็กเข้ามานั่งในรถถึงได้มีโอกาสถามว่าเมื่อวานนี้หายไปไหน   ฮยอกแจตอบยิ้มๆ ว่าไปเตรียมคอสตูมให้นักแสดงวีไอพี   เขาพยักหน้ารับแต่ก็ไม่ได้เล่าให้ฟังว่าตนนั่งรออยู่ที่ห้องซ้อมจนยามตึกมาเรียกให้กลับบ้านไป   ไม่ได้พูดด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนก็ไม่ได้โทรหาเขาตามที่ฝากฮยอนจุงบอก

“อ๊ะ   จอดตรงนี้แหละฮัน   ชั้นจะไปหาพี่ฮยอนจุงหน่อย”   สารถีสุดหล่อจอดรถให้ตามที่คนตัวเล็กต้องการ   ฮยอกแจหันมายิ้มแล้วทำท่าจะเปิดประตูออกไป    แต่ฮันกยองกลับคว้าข้อมือเล็กนั่นเอาไว้ก่อน

“หืม   มีอะไร?”   ตาใสๆ หันมามอง   ฮันกยองไม่ได้เอ่ยอะไร   จะว่ามีก็มีหรอกที่รั้งร่างบางเอาไว้   แต่จะว่าไม่มีมันก็ไม่มีจริงๆ

พอเห็นอีกคนไม่พูดแล้วเอาแต่มองฮยอกแจปั้นหน้างง   “มีอะไรก็พูดมาสิ   หือ?”

“เย็นนี้กลับด้วยกันมั๊ย?”

“อา   ชั้นไม่แน่ใจนะ   ตอนเย็นเห็นพี่ฮยอนจุงบอกมีประชุมไดเร็คเตอร์   คงจะนาน”

ฮยอนจุงอีกแล้ว

“ให้ผมรอได้มั๊ย”

“นานนะ   แล้วนายก็มีซ้อมกับซองมินไม่ใช่เหรอ   ขืนเบี้ยวมันก็ได้มาหักคอชั้นจิ้มซุปฟักทองมันน่ะสิ”

“ซองมินเค้าคงเข้าใจนั่นแหละ    ให้ผมรอนะ”  

“อย่าเลยน่า   เสียงานหมด   ไม่คุยกับนายแล้ว   ชั้นไปนะ”

ฮยอกแจตัดบทโดยการยื่นหน้ามาจูบแก้มคนรักเบาๆ หนึ่งทีก่อนผละออกไป   ฮันกยองยิ้มเฝื่อนให้แล้วทอดสายตามองร่างเล็กที่วิ่งเข้าตึกไปด้วยใจที่รู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ   เขากำลังรับรู้ถึงช่องว่างเล็กๆ ระหว่างตัวเองกับน้องอ่อนแอของเขา

เราจะเป็นแบบนี้อีกนานแค่ไหนกันนะ  

ฮันกยองมีเรียนสามชั่วโมงในตอนเช้า   ร่างสูงนั่งเอื่อยทำหน้าเมื่อยไปเรื่อยอย่างสุดเซ็ง   ถ้าเป็นเมื่อก่อนที่เขากับคิบอมไม่มีใครอยู่ข้างกายก็คงตะลอนควงสาวไปเรื่อย    ไม่ผูกมัดตัวเองเข้ากับใคร   ไม่เหมือนปัจจุบันที่กลายเป็นผู้ชายที่ต้องรู้สึกห่วงใยใครบางคนตลอดเวลาที่ห่างกาย

ร่างสูงของเพื่อนสนิทนั่งลงข้างๆ   ฮันกยองเหลือบตามองนิดหน่อยไม่ทักทายอะไร   ปล่อยให้คิบอมทำหน้าหงุดหงิดโยนปึกกระดาษบางอย่างกระแทกกับเก้าอี้เลคเชอร์จนเกิดเสียงดัง

“อะไรของแกวะ   ข้าอยู่ของข้าเงียบๆ แล้วนะ”   ฮันกยองย่นคิ้วใส่

“อารมณ์ไม่ดีเว้ย   ไอ้นิชคุณมันก้อร่อก้อติกแฟนข้าอยู่ได้   เนี่ย   โดนดงเฮไล่มา”

เพราะคนสวยของเขารู้ดีว่าตารางเรียนบริหารน่ะมีชั่วโมงไหนบ้างเลยตามจี้ได้ถูกจุด   คนหน้าหวานที่เลือกเรียนอักษรศาสตร์ไม่ยอมให้คิบอมขาดเรียนเลยออกปากไล่ให้เข้าชั้นเสียที   พอเห็นคิบอมฮึดฮัดทำหน้ายักษ์ได้ไม่เท่าไหร่ก็ต้องยื่นคำขาดว่าหากไม่เข้าเรียนจะโกรธจริงๆ เขาเลยต้องยอมเดินออกมาตามคำสั่ง   เปิดโอกาสให้ไอ้ตี๋คนไทยจีบดงเฮอย่างคับแค้นใจ

“ดงเฮน่ะข้าไม่อะไรหรอกนะ   แต่ไอ้นิชคุณน่ะมันไม่ค่อยน่าไว้ใจ”   คิบอมเผยสิ่งที่กังวล

“ยังไง”

ฮันกยองก็คงอารมณ์ไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่นัก   ท่าทางกวนๆ ของไอ้เพื่อนคนนี้มันหายไปจนสังเกตได้   ปกติถ้าเขาพูดอะไรในทำนองที่ว่าหึงหวงดงเฮแล้วล่ะก็ไอ้เพื่อนบ้านี่มันจะต้องร้องแซว   ไม่เป็นเพลงก็เป็นกลอนที่คล้องซะจนน่าถีบ   แต่วันนี้ดันมาแบบวินนิ่ง   แปลกแฮะ

“มันเคยบอกข้าว่ามันชอบดงเฮ   ตอนที่ไปแคมป์เคิร์สอะไรนั่น”

ฮันกยองงึมงำรับคำพอเข้าใจ   “แต่ข้าเคยเห็นมินโฮมันไปจีบอยู่ไม่ใช่เหรอวะ   ยังไม่เสร็จไอ้นั่นไปอีกเหรอ”

“เสร็จกับผีน่ะสิ   มันหายไปไหนก็ไม่รู้   ปล่อยไอ้คุณมายุ่งวุ่นวายกับแฟนข้าอยู่ได้เนี่ย”   คิบอมส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างไม่สบอารมณ์  

“แกมีอะไรกับดงเฮหรือยัง”  

“ถามทำไมวะ”

“ก็ตอบๆ มาเหอะ”

“ยัง”  คิบอมบอกเสียงห้วน   “มากสุดก็จูบ   ชั้นไม่กล้าทำอะไรเค้า”

“หวงนักก็รวบหัวรวบหางซะเลยสิ   แค่นี้ก็ไปไหนไม่รอดแล้ว”   ฮันกยองแนะตามประสาผู้ชาย

“ไอ้หอกฮัน   คนนี้ข้ารักจริงนะเว่ย   ใครจะไปทำแบบนั้นกันวะ”

ครั้งที่ไปทะเลคราวนั้นก็เผลอทำมากกว่าจูบจนหนูด๊องของเขาสั่นไปทั้งตัว   ซ้ำยังผลักเขาออกอีกด้วยซ้ำไป   เจอท่าทางหวาดกลัวตอนสัมผัสร่างกายอีกฝ่ายแบบนั้นใครมันจะไปกล้าล่วงเกินอีกล่ะ   แถมคิบอมยังกลัวอีกว่าการรวบรัดเป็นเจ้าของดงเฮอาจทำให้ความสัมพันธ์ดีๆ ที่เป็นอยู่มันแย่ลงไปจนมองหน้ากันไม่ติด

ผมทนไม่ได้หรอกที่จะเห็นเค้าตัวสั่นทุกครั้งที่ผมเริ่มทำมากกว่าจูบน่ะ

ฮันกยองพอจะมองออกว่ารักแรกของคิบอมคือดงเฮถึงไม่กล้าบุ่มบ่ามจับเข้าห้องเชือด   ทั้งๆ ที่รักมากขนาดนั้นแต่ก็คงอยากจะทะนุถนอมเพื่อรอวันที่อีกฝ่ายพร้อมมากกว่านี้

“ข้ารู้”

“แล้วเจือกเสนอความคิดมาทำซากอะไร”  ตาแข็งๆ ตวัดไปมองฉับใหญ่  

“รักก็รีบจองซะก่อนสิ   หรือจะรอให้นิชคุณ   ลีอาห์   พี่ซอนยีมาแย่งไปก่อนล่ะ”

x!

“ข้าหวังดีนะ”

Go away!

ถึงจะทำท่าหงุดหงิดขนาดนั้นแต่คิบอมก็อดคิดไปจริงๆ ไม่ได้ว่าเขาเองคงต้องรีบทำอะไรสักอย่าง   อยากผูกขาดทั้งตัวและหัวใจของคนหน้าหวานนั่นเอาไว้ด้วยซ้ำ   แต่วันก่อนดงเฮเพิ่งจะบอกให้เขาเชื่อใจ  คิบอมเองก็ไม่อยากจะทำตัวให้ดูเป็นคนแก่ตัวไม่ฟังเหตุผลแล้วหึงหวงจนหน้ามืดเหมือนกัน

บางทีถ้าผมกับเค้ามีสัมพันธ์ลึกซึ้งกันแล้วมันอาจจะทำให้เค้ารู้สึกว่าผมรักและหวงแหนเค้ามากขนาดไหนก็ได้

คิบอมถอนหายใจ   ทำหน้าอารมณ์บูดไม่แตะอาหารที่วางอยู่ตรงหน้า   ฮันกยองไม่สนใจเพื่อนอารมณ์บ้าๆ บอๆ ก็ทานอาหารต่อไปเงียบๆ   บางทีตัวเขาเองก็อาจจะต้องพยายามรักษาระยะห่างกับฮยอกแจไว้ในระดับหนึ่งเพื่อไม่ให้ไปไกลกันมากกว่านี้   การติดตามเป็นเงาตามตัวคงไม่ทำให้น้องอ่อนแอของเขารู้สึกดีมากเท่าไหร่ก็ได้กระมัง   ฮยอกแจคงต้องการเวลาส่วนตัวเพื่อที่จะได้อยู่คนเดียวบ้าง

ดงเฮกับนิชคุณเดินเข้ามาด้วยกันในห้องอาหารของตึกบริหาร   เฟรชชี่หน้าหวานยิ้มแฉล้มที่เห็นหน้าอูมๆ ของคนที่ใจเพรียกหาหงิกงอ   คงเพราะคนในร้านนี้ค่อนข้างน้อยเลยทำให้ดงเฮกล้าที่จะตรงเข้าไปหยอกเอิน

มือขาวๆ ปิดเข้าที่ดวงตาคมคายแล้วดัดเสียงแหลม

“เดาซิ   ใครเอ่ย?”

พอโลกมืดไปคิบอมก็อารมณ์ขาดผึงทันที   ดีดตัวขึ้นอย่างโมโหจนคนขี้แกล้งที่อยู่ด้านหลังเซเกือบจะล้มไป

“โอ๊ย”  

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับด๊อง”

นิชคุณปรี่เข้าไปประคองหน้าหวานไม่ให้ก้นจ้ำเบ้า   แต่เจ้าตัวต้นเหตุที่พอเห็นว่าใครเป็นคนที่เข้ามาล้อเล่นกับตนก็หน้าซีดเผือด  ถลาเข้าไปหาดงเฮอย่างห่วงใยปนใจเสีย

“ผมขอโทษ   ผมขอโทษนะ   หนูด๊องเจ็บมั๊ย”

ร่างสูงแทรกเข้ามาแล้วเบียดให้นิชคุณถอยห่างออกไป

“นิดหน่อย   ไม่เจ็บมากหรอก   เค้าแค่อยากแกล้งให้คิบอมตกใจเฉยๆ   ทำหน้าบูดเชียว”

คนสวยกระเซ้าแล้วยิ้มหวาน   ตัวเล็กนั่งลงข้างคิบอมพลางตบๆ เก้าอี้เรียกเพื่อนอีกคน  “คุณ   นั่งสิ”

ฮันกยองเริ่มกระเดือกอาหารต่อไม่ลงทันทีที่สัมผัสได้ถึงบรรยากาศมาคุ   คิบอมนั่งเงียบไม่ได้แสดงอาการหึงหวงอะไรแต่ใจคงลุกเป็นไฟ   เข้าใจอยู่ว่าคิบอมกำลังพยายามใจเย็น   คนใจร้อนอย่างคิมคิบอมบางครั้งก็มักจะทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลังสักเท่าไหร่   แต่พอมีดงเฮเข้ามาเพื่อนของเขาก็เปลี่ยนไป   คนๆ นี้เองที่เข้ามาเปลี่ยนคิบอมให้ต่างไปจากเดิม

พอคิบอมสังเกตดูดีๆ ก็เห็นว่านิชคุณไม่ได้ทำรุ่มร่ามอะไร   คุยกับดงเฮเป็นระยะๆ แต่ก็ไม่ได้ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวจนเกินงาม   ส่วนใหญ่จะคุยกับฮันกยองแล้วปล่อยให้เขากับดงเฮได้ทานอาหารกันไปมากกว่า   คนขี้หวงเห็นแบบนั้นก็ค่อยเบาใจแต่ก็ยังไม่ถึงขนาดวางใจ   สายตาคมๆ ยังคอยปราดมองเสมอเวลานิชคุณเข้าใกล้คนของตัวเอง   แม้จะไม่ดุดันเหมือนแต่ก่อนก็เถอะ

“ฮ้า!~   จีเซลกับฟรานซ์อยู่นี่เอง   หาตั้งนานแน่ะ”   ฮยอนจุงวิ่งเตาะแตะเข้ามาหาตามสไตล์ความอาร์ตส่วนบุคคล   “หานเกิงกับโทนี่ก็อยู่ด้วย  อา   ดีเลย”

“มีอะไรเหรอฮะ”

“ตอนบ่ายพวกนายไม่มีเรียนใช่มั๊ย   เดี๋ยวไปวัดตัวตัดชุดที่ห้องซ้อมด้วยนา   ฮยอกจี้ก็อยู่น่ะหานเกิง” 

ฮยอนจุงบอกเท่านั้นแล้วก็ลอยชายเดินจากไป   ฮันกยองลุกออกไปพร้อมนิชคุณแล้วปล่อยให้ทูลิ้มนั่งทานข้าวกันไปก่อน

“รู้นะว่าคิดอะไร”  เสียงหวานโพล่งขึ้นเหมือนคนรู้ทัน

“หือ?   อะไรล่ะ”   คิบอมทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้

“แน่ะ   มองนิชคุณแบบนั้นอีกแล้วนะคิบอม   ไหนตกลงกันแล้วไง”

“ก็แค่มองเฉยๆ   ไม่ได้มีอะไรสักหน่อย”   เขายักไหล่

“แน่ใจอะ”

“แน่ยิ่งกว่าแน่”   คิบอมหลิ่วตาให้ข้างหนึ่งด้วยมาดกวนๆ ที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก   ปากแดงๆ ที่ลอยไปลอยมาอยู่ใกล้ๆ เขามันชวนให้อยากจะยื่นหน้าเข้าไปเก็บเกี่ยวความหวานนั่นจริงๆ

“มองอะไรน่ะ”  คนสวยหรี่ตาจับผิดแล้วเลื่อนหน้าขาวๆ ของตนออกห่าง   “คิบอมทำตัวมีพิรุธมาหลายวันแล้วนะ   มีอะไรหรือเปล่า”

“หึ”  เขาส่ายหน้า   ยังคงตีเบลอแสร้งไม่รู้เรื่อง    แต่พอถูกรุกถามหนักๆ เข้าคิบอมก็รู้สึกเหมือนน้ำมันท่วมปากพิกล   อยากจะบอกออกไปตรงๆ อย่างไม่ปิดบังว่าตัวเองกำลังคิดอะไรเลยเถิดกับดงเฮจนถึงไหนต่อไหนไปแล้ว   ตาหวานๆ ที่จ้องมองมามันยิ่งทำให้คิบอมลุกลี้ลุกลนอยู่ไม่สุขจนเริ่มจะเผยไต๋ออกมาเรื่อยๆ

“คิดอะไรทะลึ่งอยู่ละสิ”

“อ..เอ่อ   เปล่านะครับ”

“โกหก   เวลาคิบอมคิดอะไรไม่ดีกับเค้าน่ะจะชอบมองที่ปากเค้านานๆ   อย่าเถียงๆ”

เสียงใสร้องอย่างคนรู้ทัน   คิบอมไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอแสดงพฤติกรรมแบบนี้บ่อยเกินไปจนดงเฮจับทางได้แล้ว

“ฮื่อ   เหลวไหลแล้ว”   เสียงแข็งบอกปัดทั้งที่เริ่มรู้สึกละอายใจขึ้นมาบ้างแล้ว   ตาใสๆ นั้นบริสุทธิ์และน่ารักจนเขาอดรู้สึกผิดไม่ได้ที่เผลอคิดอะไรลามกกับเรือนร่างบอบบางนี้   ดงเฮหัวเราะคิกคักแล้วเอื้อมมือมาบิดแก้มป่องอย่างสุดรัก   พอคนหน้าหวานไม่ซักไซ้ต่อหัวข้อนี้จึงตกไป

“คิบอมว่าตอนเค้าแต่งหน้าแล้วเป็นยังไงอ่ะ   แย่ชะมัดเลยที่ต้องมาแสดงเป็นผู้หญิงแบบนี้   คงต้องเหมือนกะเทยควายตัวโตๆ แน่เลย”   แทนที่คิบอมจะเห็นด้วยแต่กลับหัวเราะขำขึ้นมาซะงั้น

“ตลกอะไรคิมคิบอม”  พอนึกว่าเขาหัวเราะตัวเองก็เลยพูดดุออกไปเสียงเขียว  

“ใครบอกล่ะว่าเหมือนกะเทย   สวยมากเลยต่างหาก”   ดวงหน้าขาวขึ้นสีทันทีที่ฟังประโยคนั้นจบ   ตากลมกลอกไปเรื่อยแก้เขินอาย

“ไม่สวยหรอก    อย่างพี่ฮีซอลต่างหากถึงจะเรียกว่าสวย   ซองมินก็ยังน่ารักเลย   อีกอย่างนะ   เวลาเค้าต้องแต่งหน้าอ่ะมันรู้สึกแข็งๆ ยังไงไม่รู้   แป้งที่พี่ซอนยีเอามาทาให้เหมือนปูนเลย   ล้างออกแต่ละทีนี่ชาไปหมด”

พูดแล้วก็จับหน้าตัวเองประกอบไปด้วย   เป็นธรรมดาสำหรับมือใหม่หัดสวยที่ไม่ค่อยชินกับเครื่องสำอางของผู้หญิง   ยิ่งดงเฮเองก็เป็นผู้ชายด้วยแล้วเลยรู้สึกว่ามันไม่เข้ากับตัวเองเข้าไปใหญ่

“หนูด๊องก็น่ารัก   อย่าตัดกำลังใจตัวเองแบบนั้นสิครับ”   มือหนาวางลงบนหัวทุยแล้วจับให้บิดไปมาอย่างเอ็นดูปนรักใคร่   ดงเฮยิ้มหวานกับท่าทางใจดีของคิบอมที่ทำให้เค้าแพ้ทางหัวใจแล้วเชื่อฟังแต่โดยดีทุกทีอยู่เรื่อยไป   พยักหน้าน้อยๆ รับกำลังใจนั้นอย่างน่ารัก

คิบอมกำลังจะยื่นหน้าเข้ามารับคำขอบคุณด้วยการจูบแต่ดงเฮก็ต้องรีบยั้งไว้   บอกให้ว่าที่นี่ไม่ใช่ที่สาธารณะให้เขาแสดงความรักโจ่งแจ้งแบบนั้น   คุณชายคิมทำหน้าเบื่อเป็นเห็ดพิษอย่างเซ็งอารมณ์   นู่นก็ไม่ได้นี่ก็ไม่ได้   ทีกับคนอื่นล่ะใจดีกับเค้าไปหมด   ไม่เคยเห็นใจผู้ชายคนนี้มั่งเลย    ดงเฮนะดงเฮ

คิบอมคงจะอารมณ์เสียไปทั้งวันถ้าตอนออกมาจากห้องอาหารดงเฮไม่ลากเขาไปที่ห้องน้ำแล้วจัดการล็อกกลอนประตู    จากนั้นก็ยืนนิ่งแล้วบอกสั้นๆ

“เอ้า   อยากทำอะไรก็ทำ   จะได้เลิกทำหน้าป่วยเหมือนคนขี้ไม่ออกสักที”

เท่านั้นแหละ   เจ้าคนหน้าป่วยเพราะถ่ายไม่ออกตามที่ถูกสัพยอกก็ต้องหลุดยิ้มกว้างอย่างสมใจ   ดันร่างอีกคนให้ชนประตูห้องน้ำเบาๆ แล้วขยับกายเข้าไปใกล้อย่างย่ามใจ   ดวงหน้าหวานถูกเชยคางให้เงยขึ้นรับจุมพิตหวานจากคนสำคัญของใจอย่างนุ่มนวล    คิบอมละเลียดชิมความหวานภายในโพรงปากสีสดอย่างไม่รู้เบื่อ 

ดงเฮยิ้มขำนิดๆ กับอารามติดใจในรสจูบตนของคิบอม   แกล้งเบือนหน้าหนีแล้วเม้มริมฝีปากแน่นประสาคนช่างแกล้ง   แต่ก็ทรมานอีกฝ่ายได้ไม่นานเพราะตัวเองต้องใจอ่อนเสียก่อนเมื่อคิบอมร้องฮื่ออย่างคนถูกขัดใจ   จำนนหัวใจให้เจ้าคนตัวโตฉกชิงความบริสุทธิ์ของริมฝีปากไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างเนิ่นนาน

“มีอา   เห็นเด็กปีหนึ่งคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามาใหม่หรือยัง   คนอะไรไม่รู้หล่อเป็นบ้า”   เสียงผู้หญิงที่เข้ามาในห้องน้ำทำเอาดงเฮสะดุ้งจนเผลอผละออกจากคิบอมอย่างรวดเร็ว   พอจับปากตัวเองดูก็พบว่ามันเจ่อจนเสียรูปไปแล้ว   เขม่นมองเจ้าตัวต้นเหตุที่ยิ้มกริ่มอย่างพอใจด้วยสายตาดุๆ   ได้ทีแล้วเอาใหญ่เชียวนะคนบ้า

“ใครล่ะ   คิบอมน่ะเหรอ   เห็นแล้วย่ะ   เกือบได้เป็นน้องรหัสชั้นแล้วเชียว   แต่ซีวอนดันได้ไป”

พอได้ยินชื่อของคนตรงหน้าดงเฮก็ตวัดสายตาหึงหวงจ้องมองคิบอมแทบไม่ทัน   คิบอมยิ้มแหยๆ ให้ไปทีเพราะไม่รู้จะปฏิเสธยังไง   ถ้าพูดถึงเรื่องที่ดงเฮบอกว่าหึงตัวเองเหมือนกันที่มีผู้หญิงมารุมล้อมมากมายก็คงไม่พ้นรุ่นพี่พวกนี้   แล้วดงเฮเองก็นั่นแหละที่ลองพูดแย๊บๆ กับพี่ชายว่าถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้คิบอมเป็นน้องรหัสของซีวอนจังเลยนะ   แม้จะไม่ได้แสดงความต้องการชัดมากมายอะไรแต่แค่นั้นก็มากพอที่จะทำให้ฮีซอลไปออกคำสั่งกับซีวอนให้เล่นตุกติกได้แล้ว

“ก็จริงนั่นแหละ   แต่ชั้นไม่ได้หมายถึงคิบอมที่รักของเธอซะหน่อย   ชั้นหมายถึงคยูฮยอนสุดหล่อต่างหากล่ะ”

ชื่อที่คุ้นหูชวนให้สะกิดใจได้ไม่ยาก   แต่ก็คงเป็นดงเฮคนเดียวที่รู้สึกแบบนั้น พยายามนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินชื่อแบบนี้ที่ไหน  

“คยูฮยอน?   เฮอะ   ยังไงก็สู้คิบอมของชั้นไม่ได้หรอก   ทั้งหล่อทั้งรวย   ใครได้เป็นแฟนล่ะโชคดีตายเลย”

คนที่ได้ผู้ชายหล่อรวยเป็นแฟนหัวเราะเบาๆ อย่างนึกขำ   นี่พวกเธอคงไม่รู้สินะว่ากว่าจะพิชิตใจพ่อเจ้าประคุณรุนช่องคนนี้ได้น่ะมันต้องทำอะไรไปบ้าง

คิบอมมองดงเฮกลั้นหัวเราะแล้วก็อมยิ้มบ้าง   สองร่างที่ทำเป็นไม่มีตัวตนอยู่ ณ ที่นี้ยังคงเงี่ยหูฟังบทสนทนาต่อไป

“อย่าพูดไปนะมีอา   แต่ชั้นน่ะได้ยินมาว่าคิบอมมีแฟนอยู่แล้ว”

ตากลมๆ เบิกขึ้นนิดๆ อย่างสนใจ  คิบอมเห็นพฤติกรรมแบบนั้นก็ยิ้มแป้น   คว้าร่างบางเข้ามากอดอย่างหวงแหนและรักใคร่   ประกาศให้รู้เป็นนัยๆ กันสองคนว่าคนๆ นั้นคือใคร

“จะมีได้ยังไง   วันก่อนยังเห็นไปจีบดาวนิเทศอยู่เลย”

ตึง ...

เจ้าคนที่เพิ่งถูกกล่าวอ้างว่าไปจีบสาวถูกผลักกระเด็น    ร่างสูงยกมือขึ้นปฏิเสธพัลวัน   สายตาบึ้งๆ ของดงเฮทำเอาคิบอมเริ่มหน้าซีด   อ้าปากพะงาบๆ เหมือนกำลังอธิบายว่าที่หล่อนพูดออกมาน่ะมันเป็นเรื่องยกเมฆทั้งนั้น   เขาไม่รู้อะไรด้วยเลยสักกะติ๊ด

มีอากับเพื่อนสาวมองหน้ากันอย่างสงสัยในเสียงแปลกๆ นั่นแต่ก็ไม่ติดใจอะไร

“จริงอ่ะ”

“จริงสิ   ถ้ายัยนั่นมีสิทธิ์ชั้นก็มีสิทธิ์เหมือนกันนั่นแหละ    ชั้นว่าชั้นจะจีบคิบอม”  

“คิๆ   เค้าคงจะสนใจเธอหรอก”

“ทำไม”  เสียงแหลมๆ สะบัดใส่

“รู้จักลีดงเฮมั๊ย   ผู้ชายตัวเล็กๆ หน้าหวานๆ ที่คิบอมติดแจคนนั้นน่ะ   ดีไม่ดีเค้าอาจจะคบกันอยู่ก็ได้”

“เธอเอาอะไรมาพูด”  มีอาตวัดเสียงขุ่น

“ชั้นก็ดูๆ เอาน่ะสิ   ไม่สังเกตเหรอว่าเห็นคิบอมที่ไหนก็ต้องมีผู้ชายคนนั้นอยู่ด้วยตลอด   น้องชายฮีซอลนั่นไง   สงสัยพี่น้องคู่นี้คงจะได้ฟาดผู้ชายหล่อๆ ทั้งพี่ทั้งน้องแน่ๆ”

“ชิ  ผู้ชายแบบนั้นมันจะไปมีอะไรดี   สวยก็ไม่สวย   นมก็แฟบ   สู้ชั้นก็ไม่ได้”  

ผู้ชายตัวเล็กหน้าหวานก้มมองนมแฟบๆ ของตนอย่างปลงตก   มือเล็กลูบคลำไปมาบนแผ่นอกบางที่ราบเรียบแล้วทำสีหน้าสลด    ท่าทางของดงเฮทำให้คิบอมเริ่มใจเสียและเป็นห่วง   กลัวคนขี้แยของเขาจะคิดมากเพราะนิสัยนางเอกนั่นอีก

แต่แล้วคิบอมก็ต้องหลุดหัวเราะเพราะจู่ๆ คนตัวเล็กก็เบ้หน้า   ทำปากเบะเหมือนเด็กเริ่มจะงอแง   ล้อเลียนคนที่กำลังพูดลับหลังถึงตัวเองอยู่อย่างแสนซน

“เค้าไม่มีนม” 

“แต่ผมชอบแบนๆ”  ไม่พูดเปล่า   คิบอมแกล้งเอามือมาวาดกลางอากาศเหมือนกำลังลูบไล้นมแบนๆ ของดงเฮด้วยสายตาหื่นๆ

“ทะลึ่ง!!  คนสวยกระซิบดุเสียงเขียว   ตีเข้าที่แขนล่ำเข้าให้อย่างสุดรัก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

พอรู้ตัวว่าคิบอมเริ่มระแวงคนอื่นๆ ที่อยู่รอบกายตัวเองไปหมดดงเฮก็ค่อยๆ สังเกตพฤติกรรมของคนรอบข้างบ้างเหมือนกัน   นิชคุณน่ะไม่เท่าไหร่เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าอะไรเป็นอะไร   แต่ที่เขาเริ่มรู้สึกประหลาดใจก็คือการกระทำของรุ่นพี่ซอนยีคนนี้มากกว่า

“ไม่เป็นไรฮะพี่ซอนยี   เดี๋ยวผมทานเองได้”  ดงเฮยั้งหญิงสาวที่พยายามป้อนขนมเข้าปากเขาอย่างเอาใจ   ยิ่งตอนวัดตัวนี่ไม่ต้องพูดถึง   ดงเฮถูกสัมผัสจากซอนยีจนรู้สึกกลัวขึ้นสมอง   ไม่เคยเจอผู้หญิงที่รุกหนักๆ แบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ   ถึงลีอาห์จะเคยบอกชอบและขอให้เขาจูบแต่มันก็ไม่ใช่แบบหนักข้อแบบนี้

โชคยังดีที่คิบอมถูกดึงไปวัดตัวตัดชุดเลยไม่ทันได้เห็นซีนนี้   ไม่งั้นเจ้าคนหึงลืมโลกคงต้องอาละวาดแน่ๆ

บางครั้งดงเฮก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคนที่พูดน้อยแล้วก็แสดงออกไม่ค่อยเก่งคงจะเป็นคงขี้หึงเอามากๆ   ดีกรีหึงหวงยกกำลังสิบสองเลยล่ะมั๊ง   เพราะเท่าที่เคยเห็นผู้ชายคนอื่นๆ อย่างฮันกยองกับซีวอนก็ไม่ค่อยจะมีใครหึงเขมือบโลกแบบนี้กัน   ที่ว่าคนปากหนักมักมีต่อมหึงที่ทำงานง่ายก็คงจะจริง   แล้วคิบอมก็คงจะเป็นตัวพ่อเลยนะนั่น

 

 

 

 

 

 

 

ซองมินชักจะหงุดหงิดขึ้นทุกทีแล้วตอนนี้   ตลอดทั้งเช้าคยูฮยอนมาคอยป้วนเปี้ยนอยู่แถวๆ หน้าห้องซ้อมแล้วมองเข้ามาจนเขารู้สึกประหม่า   ไม่ใช่เขินอายแต่เป็นความอึดอัดที่ต้องถูกสายตาคมๆ นั้นจ้องมอง   ถึงร่างสูงนั่นจะทำทีเป็นเดินผ่านมาแล้วผ่านไปขนาดไหนก็ตาม

ผมไม่รู้ว่าเขากำลังปั่นหัวผมเพื่อหลอกลวงอะไรอีก   แต่ผมก็ไม่อยากเจ็บอีกแล้ว

ดูเหมือนหัวใจไม่รักดีจะไม่เคยฟังความ   ซองมินรู้ตัวดีว่าความรู้สึกรักยังคงฝังใจ   อยากจะบอกว่ารักและเหนี่ยวรั้งให้คยูฮยอนอยู่เคียงข้างอย่างที่ใจปรารถนา   ทว่าความเจ็บปวดที่เคยประสบมันก็ไม่แพ้กัน   ที่พยายามได้ดีที่สุดตอนนี้คือข่มความอ่อนไหวไว้ภายใต้หน้ากากของกระต่ายแสนซนคนเดิม

คำว่ารักของนายคืออะไร   นายบอกให้ชั้นกลับไปรักนายเหมือนเดิม   เพื่ออะไรกันคยูฮยอน ...    ถ้าคิดจะทำร้ายกันเหมือนที่ผ่านมา   ได้โปรดเถอะ   หยุดมันเสียที   แค่นี้ชั้นก็แทบจะตายทั้งเป็นเพราะคิดถึงนายแล้ว

“...มิน   ซองมิน  ซองมิน   เฮ้!

“ห..หา  อะไรๆ”   ตากลมที่เมื่อครู่เหม่อลอยนั้นดูมีสติขึ้นมาอีกครั้ง  

“นายเป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ   เหม่อๆ พิกล”   คู่สร้างคู่สมในเรื่อง Bouquet of snatch อย่างฮันกยองโบกไม้โบกมือเรียก

คนน่ารักถอนหายใจเบาๆ   “เปล่าหรอก   ง่วงๆ น่ะ   นายจำบทได้หรือยัง”

“อืม  ติดๆ ตรงนี้อยู่นิดหน่อย”

ฮันกยองใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตลอดเลยช่วงนี้   เวลาซ้อมบทกับซองมินแล้วก็ดูเหมือนคู่หงอยเหงาหง่อหงี่แห่งปีไม่มีผิด   ตี๋จีนฟุ้งซ่านและค่อนข้างคิดมากกับคำว่า ช่องว่างระหว่างความสัมพันธ์ของตนกับน้องอ่อนแอของเขา   แม้พยายามจะเข้าใจแต่มันก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกน้อยใจและทรมาน

ฮยอกแจเองก็มีบางมุมของวิสัยที่เข้าใจยาก   เขาไม่ยอมให้ใครมาวุ่นวายในยามที่ต้องวางแผนจัดการงานและใช้ความคิด   บางครั้งก็ต้องการอยู่คนเดียวเงียบๆ เพื่อปลีกตัวออกจากสิ่งรบกวน    แม้ฮันกยองจะคิดว่าเขาคงเป็นคนที่เข้าใจฮยอกแจมากที่สุดในจุดนี้แล้วก็ตาม    แต่บางที...  มันก็ไม่ใช่อย่างที่คิดไว้

ความกังวลปนน้อยอกน้อยใจที่ฮันกยองซุกซ่อนเอาไว้ข้างในมันเริ่มทำให้ความสัมพันธ์ระหองระแหง    ฮยอกแจก็ไม่มีเวลามาใส่ใจเพราะอาทิตย์หน้าก็ถึงวันแสดงละครแล้ว  ยิ่งต้องเร่งจัดการเรื่องคอสตูมและฝ่ายแต่งหน้าให้เรียบร้อยและเพอร์เฟ็คต์ที่สุด   ความสำคัญของงานหลวงงานราษฎร์ที่ฮยอกแจเลือกทุ่มเทไปทั้งหมดมันทำให้ฮันกยองรู้สึกเหมือนคนที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลังในขณะที่คนรักของเขากำลังจะก้าวไปข้างหน้า

ผมอาจเห็นแก่ตัวที่รู้สึกไม่อยากให้เค้าเดินทิ้งห่างผมมากไปกว่านี้  แต่ผมก็ยอมรับไม่ได้จริงๆ   ผมปล่อยมือจากฮยอกแจไปไม่ได้แล้ว

ความรู้สึกไว้ใจเริ่มสั่นคลอนเมื่อคนตัวเล็กมักไปไหนมาไหนกับฮยอนจุงเสมอจนเขาระแวง   สองสัปดาห์ที่ผ่านเวลาของคนรักมันหดหายจนฮันกยองชักเริ่มจะถอดใจที่ต้องคอยเฝ้าติดตามและเห็นภาพบาดตายามฮยอกแจหัวเราะร่ากับใครคนอื่นที่ไม่ใช่เขา   ใครคนอื่นอย่างฮยอนจุง

สิ่งผิดสังเกตที่ฮีซอลและอิทึกจับสังเกตได้แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากไถ่ถามหรือเข้าไปพูดคุย   น้องชายของพวกเขาต่างก็โตพอที่ควรจะคิดได้ว่าสิ่งสำคัญระหว่างคนสองคนคือความเข้าใจและเสียสละให้กันและกัน    ไม่ต้องรอพบหน้ายามอีกฝ่ายว่างหรือเหงา   เพียงแค่เข้าใจว่าเขากำลังทำอะไรและให้แรงใจ   เสียสละความสุขเล็กๆ เพื่อให้อีกฝ่ายสามารถกระทำหน้าที่ตนให้ดีที่สุดและประสบความสำเร็จ

บางทีฮันกยองและฮยอกแจอาจจะต้องผ่านจุดของความเข้าใจและความผิดใจให้ได้ด้วยตัวเอง   คนนอกทำได้แค่มองดูห่างๆ และให้คำปรึกษายามที่คนที่ตนห่วงใยท้อแท้หรืออ่อนแอ

“หนูเล็ก”

จุนกิเรียกน้องชายตัวเล็กที่กำลังขะมักเขม้นเขียนสคริปต์สุดท้ายอย่างปาร์ตี้มีทติ้งด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาเจืออบอุ่น    นั่งลงปลายเตียงและมองฮยอกแจขีดๆ เขียนๆ จนกระทั่งร่างบางร้องลั่น

Finish!!!!~   ฟู่ !!~

คุณหนูเล็กพ่นลมอย่างพึงพอใจปนเหน็ดเหนื่อยแล้วจัดการเก็บกระดาษปึกหนาให้เข้าที่ในกระเป๋าอย่างบรรจงประสาคนภูมิใจที่ทำผลงานชิ้นหนึ่งสำเร็จออกเป็นรูปเป็นร่าง

“เหนื่อยมั๊ย”   พี่ชายถามเสียงอ่อนโยน

“เหนื่อยฮะ    แต่ผมดีใจมากเลยที่ทำงานทั้งหมดเสร็จแล้ว   ที่เหลือก็แค่เคลียร์คิวเรียงฉากแล้วใส่ซาวด์ตอนซ้อมใหญ่   เสร็จแล้วนะฮะพี่ชาย”    ตากลมๆ เต็มไปด้วยความยินดีปนเหนื่อยล้า    ฮยอกแจนอนหลับไม่เต็มตื่นเพราะโปรเจ็คต์ใหญ่ของฮยอนจุงมาเกือบเดือนแล้ว

“พี่ดีใจด้วย”

“ฮะ ^^

“...เห็นแบบนี้พี่ก็ดีใจนะที่หนูเล็กโตขึ้นแล้วจริงๆ   มีความรับผิดชอบ   เข้มแข็ง   แล้วก็เป็นคนดี”

“ต้องขอบคุณพี่ชายกับฮันกยองเค้าด้วยน่ะฮะ”

“หืม...”    ดวงหน้าสวยหวานราวหญิงสาวเต็มไปด้วยเครื่องหมายเควสชั่นมาร์ค

“ก็ผมน่ะ   พยายามมาตลอดเพื่อที่พี่ชายจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง   ถึงแม้ว่าผมจะรักกับผู้ชายด้วยกันเอง ...   แต่ผมก็อยากเข้มแข็งเพื่อให้ครอบครัวของผมเชื่อมั่นว่าผมจะสามารถยืนหยัดอยู่บนสังคมที่ยังไม่เปิดกว้างเรื่องของผมได้”  

“...”

“ผมรู้ว่าพี่ชายเหนื่อย   เหนื่อยที่ต้องคอยดูแลแล้วก็แก้ปัญหาให้ผมตั้งแต่เด็ก   ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็นคนไม่ได้เรื่อง   มันกลัวไปหมดว่าตัวเองจะกลายเป็นคนแบบไหน ...   ผมก็เลยพยายาม   ทำเพื่อพี่ชาย   คุณพ่อคุณแม่แล้วก็คุณนม   ...รู้มั๊ยฮะ   วันนี้ผมทำได้แล้วนะ   ถึงจะน้อยไปหน่อยแต่ก็ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีนะฮะ  ^ ^

จุนกิยิ้มบางๆ ให้กับความน่ารักน่าภาคภูมิใจในตัวน้องชายคนนี้อย่างยินดี   ตบเตียงเบาๆ เรียกให้ฮยอกแจมานั่งข้างๆ แล้วลูบหัวทุยนั่นไปมาอย่างชินมือ

“แล้วฮันกยองล่ะ?”     อยากจะรู้เหมือนกันว่าผู้ชายที่หนูเล็กของเขาเคยบอกว่าช่างกวนใจคนนั้นจะมีอิทธิพลต่อความสำเร็จครั้งนี้มากน้อยขนาดไหน   

มากพอที่เขาจะฝากให้ดูแลคนที่เขารักมากที่สุดในชีวิตไว้ได้อย่างวางใจหรือเปล่า

“เค้าเคยบอกฮะ   เค้าบอกว่า...   ให้ผมดูแลคุณเอง   ให้ผมสอนให้คุณเข้มแข็ง   ให้ผมยืนอยู่ข้างๆ คุณ  ให้ผมปกป้องคุณตลอดไป...”

ทุกถ้อยคำที่เอื้อนเอ่ย   ทุกสัมผัสที่เขาตราตรึง   ทุกความประทับใจที่เขามอบให้ผ่านความรักล้นหัวใจที่ฮันกยองมี    ฮยอกแจจดจำได้ทุกสิ่งทุกอย่าง   แม้จะเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่คนๆ นั้นคอยสร้างความสุขให้เขาเสมอยามอยู่ข้างกายแต่ตนก็ไม่เคยลืม

หากผมใช้สมองจดจำเรื่องราวของเรา    ผมก็อาจจะลืมมันได้    เพียงแต่ว่าผมใช้หัวใจจดจำเค้าก็เท่านั้น

“ตอนที่เค้าพูด    ผมรู้สึกเหมือนพระเจ้าได้ประธานพรวิเศษให้ผมแล้วบอกว่าผมจะมีใครสักคนที่อยู่กับผมตลอดไป   เค้าจะไม่ทอดทิ้งให้ผมโดดเดี่ยวหรือเดียวดาย   คนที่พร้อมจะปกป้องและสอนให้ผมเข้มแข็งได้ด้วยตัวเอง   ...ผมอาจจะบ้าคิดไปเองนะฮะ   แต่ก็ไม่รู้สิ   บอกไม่ถูกเหมือนกันฮะ”

“ผมก็แค่รู้สึกว่า   ขอแค่มีฮันกยองอยู่ข้างๆ ผม    ทุกอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ไม่น่ากลัวอีกต่อไป”

ฮยอกแจยิ้มเขินแต่ประกายในดวงตากลมโตมันเต็มไปด้วยความรักและความอาทร   ชั่ววูบหนึ่งที่จุนกิได้ยินคำพูดของเพื่อน...รักแวบเข้ามาในหัว    

ชีวิตของน้องชายนาย   จะมีใครสักคนที่จะช่วยประคองให้ก้าวย่างของฮยอกแจมั่นคง   ฮันกยองเป็นคนๆ นั้น   คนที่พร้อมจะเดินไปข้างๆ น้องชายนาย

“หนูเล็กโตขึ้นมากแล้วจริงๆ   ...ถ้าเป็นอย่างนั้น    พี่ก็คงหมดห่วงแล้ว”

“หือ?”    เสียงใสครางงงๆ

“พี่ได้ทุนของบริหารให้ไปเรียนต่อที่เคมบริจด์    อย่างเดียวที่พี่ห่วงก็คือหนูเล็ก   ...แต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว    พี่เชื่อว่าหนูเล็กจะไม่เป็นไรถ้าพี่จะไปเรียนต่อที่อังกฤษสองปี”   

จุนกิเปิดปากท่ามกลางดวงตากลมที่เบิกโตและเต็มไปด้วยความตระหนก

 

“แสดงละครจบแล้ว   พี่ต้องขึ้นเครื่องไปอังกฤษทันทีเลยนะครับ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

____________________________________________________________________________________

 

 

 

วันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

13,039 ความคิดเห็น

  1. #13003 litterrabbitza (@rabbitza) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 / 23:22
    ฮยอกงานเสร็จแล้วก็สนใจพี่เกิงด้วยนะค่า
    จุนต้องไปเร็วขนาดนั้นเลยหรอ? เจย์จะยอมไหม อิอิ
    น้องมิน สู้ๆ
    #13003
    0
  2. #12941 Kim-kibom (@sarun555) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2556 / 20:53
    จบด้วยความหวานของคิเฮ..อิจฉาอ่ะ
    #12941
    0
  3. #12852 MayChuly (@mary13) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2556 / 22:26
    จุนกิไปแล้วเจย์จะอยู่ยังไงอ่ะ 
    #12852
    0
  4. #12714 ยูกิมะ (@winter3010) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2555 / 21:31
    สงสารเจย์ว่ะะ
    #12714
    0
  5. #12645 07L2gswep (@cussopian) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2555 / 02:54
    เจย์กะจุนกิยังไปไม่ถึงไหนเลยง่า -.-
    ฮันต้องไว้ใจฮยอกน้า >O<
    #12645
    0
  6. #12558 junniizie (@j-u-n-n-i-e) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 16 มีนาคม 2555 / 12:13
     อย่าปายยยยยยยยย
    #12558
    0
  7. #12507 สโตกเกอร์ (@loveloveyaoi) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:58
    สงสานป๋า
    #12507
    0
  8. #12398 mapiiky (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2554 / 02:30
    อิเอ๋ออย่าเพิ่งท้อนะแก สู้ๆ
    #12398
    0
  9. #12386 pa-ma (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2554 / 21:01
    อดทนอีกนิดนะป๋า :')
    #12386
    0
  10. #12278 m___??? (@memay-boo) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2554 / 03:41
    เจย์จะตามไปด้วยมั้ยอ่ะ
    #12278
    0
  11. #12240 OoMy (@oomnello) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2554 / 17:30
     หืออ อังกฤษ??
    #12240
    0
  12. #12128 AKIRA-AKI (@darker-40) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2554 / 01:00
    ป๋า อย่าพึ่งคิดไรมากดิ

    เจย์รู้จะทำไงเนี่ย = =;;

    จุนจะไปอ่ะ
    #12128
    0
  13. #11944 คุนจู (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2554 / 00:28
    ถ้าลีกิไป เเร้วเจคิมจะทัมเช่นไร





    ฮันเอ่ยยย อย่าน้อยใจไป





    ไก่รักเทอคนเดียว
    #11944
    0
  14. #11910 HANHYUK_LIZM*38 (@mintmint38) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 / 23:33
    อย่าไปนะ สงสารพี่เจย์ tt
    #11910
    0
  15. #11815 suju (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 11 เมษายน 2554 / 00:48
    อย่าไปเลยนะ สงสารเจย์
    #11815
    0
  16. #11741 ปีศาจเที่ยงวัน (@rungaram-ji) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 6 เมษายน 2554 / 16:07

    จินกิจะไป เจย์รู้รึยัง

    #11741
    0
  17. #11628 Noona_noon (@mayuminoon) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 20 มีนาคม 2554 / 16:06
    แล้วเจย์เหมือนจะยังไม่รู้เรื่องเลยนะ ลีกิ TT
    #11628
    0
  18. #11331 คะคะ (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 06:45
    อ่าแบบว่าสงสารคยูมิน

    ลีกิจะไปจริงๆหรอ
    #11331
    0
  19. #11249 พ่อมดจูเนียร์ (@dekzheza) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2553 / 14:06
    บอมหึงแรงจิงๆนะเนี่ย
    #11249
    0
  20. #11097 I'm kidnapper (@disneyland) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2553 / 16:19
    จุนกิ กับ ฮัน น่าสงสารรรรรรร
    #11097
    0
  21. #10959 KIHAE*129 (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2553 / 01:59
    ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    คิเฮน่ารักอ่ะ

    งานบอมเกือบงอก



    มินมินสู้สู้



    จุนกิจะไปจริงๆหรอ
    #10959
    0
  22. #10870 triplek (@triplek) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 04:39
    จุนกิ  ไปจิงอะ
    #10870
    0
  23. #10014 Jam (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2553 / 07:30
    ไม่นะจุนกิ แล้วเจย์ล่ะ
    #10014
    0
  24. #9506 love_kihae (@may_love_mint) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2553 / 20:25
    โห่ ! ไปจิงหรอออออ

    TT  แล้วเจย์ล่ะ ?
    #9506
    0
  25. #9270 MiLk_$hAkE (@papang-sung) (จากตอนที่ 56)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2553 / 22:44
    ฮือ~

    จะไปจริงๆหรอเนี่ย

    แล้ว เจย์ล่ะ TT
    #9270
    0